[X-Men Fic][ErikCharles] By Your Side

 

By Your Side
 X-Men: First Class Fanfiction by Tippuri~ii *
 

 
Pairing: Erik Lehnsherr x Charles Xavier

* แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบังเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น boy’s love…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ * 

 
 
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
 
 
 

               

Moment 1: morning

 

 

 

ห้องนั่งเล่นที่เป็นห้องสมุดในตัวของคฤหาสน์ตระกูลเซเวียร์นั้นถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยผนังอิฐสีแดงเก่าแก่และเครื่องเรือนที่ทำจากไม้เนื้อดี บรรยากาศของห้องดูอบอุ่นแบบย้อนยุคเพราะชั้นหนังสือที่โอบล้อมและโคมไฟแบบโบราณ

              

 

 

 

หากตอนนี้…คนในห้องไม่ได้อยู่ในอารมณ์จะมาชื่นชมความสวยงามรอบตัว

 

 

 

 

“ยอดเยี่ยมจริงๆ แฮงค์” ชาร์ลส์ เซเวียร์ยิ้มกว้างเมื่อได้ทราบว่าซีรีโบรเครื่องใหม่เสร็จสมบูรณ์แล้ว…เขาขอร้องให้เด็กหนุ่มตรงหน้าลองสร้างเครื่องตรวจจับคลื่นสมองที่ว่านี้ขึ้นมาใหม่จากผังที่เจ้าตัวพอจะจำได้ และแค่ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่เหล่ามิวแทนต์ได้มาพำนักที่คฤหาสน์เซเวียร์…อัจฉริยะของทีมก็ทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จเรียบร้อย

 

 

 

 

 

“มะ…ไม่หรอกครับ” แฮงค์ตอบ “ผมแค่สร้างตามพิมพ์ที่ผมจำได้เท่านั้นเอง…อาจจะตกๆ หล่นๆ อะไรไปก็ได้…”

 

 

 

 

 

“แล้วตกลงมันใช่ได้หรือไม่ได้กันแน่ล่ะ?” เสียงถามห้วนๆ ลอยมาจากร่างสูงของคนอีกคนในห้องที่ยืนเยื้องไปจากชายหนุ่มผมดำ…สายตาดุๆ ที่จ้องเขม็งของอีริค เลนเชอร์ทำให้เด็กหนุ่มดูกระวนกระวายมากกว่าเดิม

 

 

 

 

“เอ่อ…ผมก็พยายามเต็มที่แล้วนะครับ…แต่…”

 

 

 

 

 

เสียงทุ้มกล่าวต่อ…ทุกคำคาดคั้นและกดดัน

 

 

 

 

“มันจะทำงานได้เรียบร้อยไหม? มันจะอันตรายกับคนที่ใช้รึเปล่า?…ตอบฉันมาซิ”

 

 

 

 

 

“อีริค” เสียงนุ่มแทรกขึ้น นัยน์ตาสีน้ำเงินมองเจ้าของชื่อด้วยสายตาปรามๆ ก่อนจะยิ้มให้ผู้ที่อ่อนวัยกว่า “ขอบใจนะ แฮงค์…เธอเก่งมาก”

 

 

 

 

 

“แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะใช้ได้รึเปล่านะครับ” ดวงตาใต้เลนส์แว่นยังคงมีแววลังเล “ถ้าพลาดขึ้นมา…”

 

 

 

 

สีหน้าเฉยชาของอีริคไม่เปลี่ยนแปลง…แต่ดวงตาสีเหล็กวาวโรจน์เมื่อได้ฟัง หากชายหนุ่มผมดำไม่ได้สนใจ…เขายิ้มอย่างใจดีพลางตบบ่าของร่างโปร่งเบาๆ

 

 

 

 

“จะใช้ได้หรือใช้ไม่ได้…นั่นคือปัญหา” เสียงนุ่มกล่าวติดตลกโดยการอ้างประโยคจากบทละครคลาสสิค “ทางเดียวที่จะรู้ได้ก็คือลองใช้มันซะ…ถูกมั้ย?”

 

 

 

 

 

“ชาร์ลส์…” เสียงทุ้มกล่าวแทรกขึ้น…ความไม่เห็นด้วยฉายชัด หากเจ้าของชื่อก็พูดต่อไปกับเด็กหนุ่ม

 

 

 

 

 

“เธอเป็นอัจฉริยะของอัจฉริยะ” นัยน์ตาสีน้ำเงินอบอุ่นมองตรง เขามองเห็นความไม่มั่นใจในตัวเองของอีกฝ่ายชัดเจน…และนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะมี “ภูมิใจในตัวเองเถอะ แฮงค์”

 

 

 

 

 

สีหน้าของเด็กหนุ่มสดใสขึ้น ก่อนที่ร่างโปร่งจะขอตัวออกไปเตรียมการทุกอย่าง ชาร์ลส์พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้พร้อมรอยยิ้ม…ไม่ได้สังเกตถึงความไม่พอใจที่ระบายจางๆ อยู่บนใบหน้าคมของชายหนุ่มอีกคน

 

 

 

 

 

 

 

******

 

 

Moment 2: noon

 

 

 

ห้องนั่งเล่นที่เป็นห้องสมุดในตัวของคฤหาสน์ตระกูลเซเวียร์นั้นถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยผนังอิฐสีแดงเก่าแก่และเครื่องเรือนที่ทำจากไม้เนื้อดี บรรยากาศของห้องดูอบอุ่นแบบย้อนยุคเพราะชั้นหนังสือที่โอบล้อมและโคมไฟแบบโบราณ

              

 

 

 

หากตอนนี้…เจ้าของบ้านไม่ได้อยู่ในอารมณ์จะมาชื่นชมความสวยงามรอบตัว

              

 

 

 

ชาร์ลส์ เซเวียร์นอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา นัยน์ตาสีแซฟไฟร์ถูกซ่อนอยู่หลังเปลือกตา ลมหายหนักๆ ถูกระบายเป็นจังหวะ วงหน้าที่มักจะมีสีหน้ายิ้มแย้มอยู่เสมอตอนนี้ซีดเซียว

           

 
 
 
 
 
 
 
ปวดหัว… 

 

 

 

              

เขาตกลงที่จะลองใช้ซีรีโบรที่สร้างใหม่…การทดลองครั้งแรกสำเร็จอย่างราบรื่น ตอนนี้พวกเขาสามารถระบุที่อยู่ของเหล่ามิวแทนต์ได้ดังเดิมแล้ว และทุกอย่างก็ทำให้ชาร์ลส์รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

 

 

…ยกเว้นอาการปวดหัวที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

 

 

 

 

ชายหนุ่มถอนหายใจหนักๆ อีกครั้ง…อาการไม่ได้รุนแรงแต่ก็ไม่ยอมหายไปสักที และเขาก็ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเขารู้สึกไม่สบายเพราะการใช้ซีรีโบรเครื่องใหม่…ชาร์ลส์นึกหน้าคนที่จะสั่งห้ามเขาเข้าใกล้เครื่องตรวจจับคลื่นสมองนั่นเป็นครั้งที่สองได้อย่างชัดเจน

 

 

 

 

เสียงเปิดประตูห้องทำให้คนที่นอนอยู่แอบสะดุ้งแล้วรีบหลับตาลง…ห้องนี้เป็นที่รู้กันดีของเหล่าสมาชิกร่วมคฤหาสน์ว่าเป็นสถานที่ส่วนตัวของเขา แต่แน่นอนว่าเหล่าคนที่เคารพกฎพื้นฐานข้อนี้ไม่ได้รวมใครคนหนึ่งไว้

 

 

 

 

อีริค เลนเชอร์ก้าวยาวๆ เข้ามาในห้องและก้มลงมองร่างสมส่วนที่นอนอยู่บนเก้าอี้ยาว…เขาเฉลียวใจอยู่แล้วตั้งแต่ตอนที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็ขอตัวออกมาขณะทุกคนกำลังแสดงความยินดี ไม่มีใครสงสัยอะไร…แต่อีริคไม่พลาดที่จะมองเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่มผมดำ สิ่งที่ทำให้เขารู้ว่าต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น

 

 

 

 

ร่างสูงจ้องมองด้วยสายตาคมกริบเสียจนคนที่แกล้งนอนหลับตาพริ้มอยู่เริ่มรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ…และแน่นอนว่าเปลือกตาที่ขยับยุกยิกนั้นก็ไม่หลุดรอดการมองของคนตาไวไปได้

 

 

 

 

“ไม่ต้องมาแกล้งหลับ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม…น้ำเสียงคาดคั้นชัดเจน “นายเป็นอะไร ชาร์ลส์?”

 

 

 

 

คนฟังถอนหายใจอย่างยอมแพ้ ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วตอบเสียงค่อย “ปวดหัวนิดหน่อยน่ะ”

 

 

 

 

อีริคครางฮึในลำคอ…สิ่งที่เขาเดาไม่ผิดเลย ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งตรงพื้นที่ว่างบนเก้าอี้ยาว “เพราะไอ้เครื่องบ้านั่นใช่มั้ย…คราวนี้เชื่อฉันหรือยังว่านายน่ะเป็นหนูทดลอง?”

 

 

 

 

 

“นายเคยมองอะไรในแง่ดีบ้างไหมนะ อีริค” ชาร์ลส์หัวเราะอ่อนแรง “แฮงค์ออกแบบเครื่องนี้มาสำหรับฉันโดยเฉพาะ…แล้วเขาจะไปเอาใครที่ไหนมาทดลองใช้ได้ถ้าไม่ใช่ฉันน่ะ?”

 

 

 

 

นัยน์ตาสีแซฟไฟร์ยังเห็นท่าทีหงุดหงิดของชายหนุ่มข้างกายชัดเจน เสียงนุ่มจึงกล่าวต่อ

 

 

 

 

“ซีรีโบรเครื่องใหม่จะทำให้เรามีโอกาสรวบรวมพวกเดียวกันได้เหมือนเดิม อีริค” ความสุขฉายชัดในน้ำเสียง “เพราะงั้นแค่ปวดหัวนิดหน่อยแค่นี้น่ะสบายมาก…เลิกทำเหมือนว่าเครื่องนั่นมันจะฆ่าฉันซะทีน่า”

 

 

 

 

“ให้ตายเถอะชาร์ลส์ ฉันเริ่มจะเชื่อจริงจังแล้วนะว่านายเป็นนักบุญ ไม่ใช่ศาสตราจารย์” อีริคประชด “ไอ้การเสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมแบบนี้ของนายมันทำให้ฉันหงุดหงิดจริงๆ เลยรู้ไหม”

 

 

 

 

ชาร์ลส์หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหยุดชะงักกลางคันเมื่ออาการปวดหัวแล่นริ้ว นั่นทำให้อีริคยุติการพูดจาเสียดสีทั้งหมดแล้วเขยิบเข้าไปใกล้ ใบหน้าที่มักเรียบเฉยอยู่เสมอตอนนี้ดูว้าวุ่น…มือใหญ่แตะหน้าผากของร่างที่นอนอยู่แล้วถามอย่างร้อนใจ

 

 

 

 

 

“ปวดมากเลยรึเปล่า?”

 

 

 

 

 

“มันจี๊ดๆ…” เสียงนุ่มพยายามอธิบาย “คล้ายๆ…อืม…คล้ายๆ ไมเกรนล่ะมั้ง…ฉันพูดไม่ค่อยถูกแฮะ”

 

 

 

 

 

 

นัยน์ตาสีเทานิ่งมองชั่วครู่อย่างใช้ความคิด…ก่อนที่มือใหญ่ช้อนศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำนั้นให้มาอยู่บนตักตัวเอง นิ้วเรียวยาวค่อยๆ กดตรงขมับทั้งสองข้างของร่างที่นอนอยู่เบาๆ เป็นจังหวะวนเวียนเชื่องช้า

 

 

 

 

 

 

“ดีขึ้นรึเปล่า?” เสียงทุ้มถาม…ความห่วงใยฉายชัดในน้ำเสียง ชาร์ลส์พยักหน้าเบาๆ โดยไม่ลืมตา…สัมผัสเย็นๆ จากนิ้วมือของอีกฝ่ายทำให้รู้สึกสบายขึ้นอย่างน่าประหลาด

 

 

 

 

 

เวลาผ่านไปในความเงียบ คนปวดหัวหายใจช้าๆ…ซึมซับความสบายใจที่โอบล้อมเอาไว้ นัยน์ตาสีแซฟไฟร์ค่อยๆ ปรือเปิดขึ้น…สบประสานกับนัยน์ตาสีเทาที่กำลังจับจ้อง

 

 
 
 
 
 
 
 
ถ้าอีริครู้คงจะโกรธ…แต่ตอนนี้ เขากำลังมีความสุขที่เห็นอีกฝ่ายร้อนรนเพราะเป็นห่วงตน 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเห็นว่าเขาลืมตา อีริคก็ละมือ เสียงทุ้มถามเรียบๆ

 

 

 

 

“หายแล้วใช่ไหม?”

 

 

 

 

ร่างสมส่วนค่อยๆ หยัดตัวขึ้นนั่ง รอยยิ้มนุ่มนวลกลับคืนมาบนริมฝีปาก “อืม…ขอบใจนะ อีริค”

 

 

 

 

“ดีแล้ว” อีกฝ่ายตอบนิ่งๆ…แต่ชาร์ลส์ก็จับได้ถึงกระแสความไม่พอใจในน้ำเสียง ชายหนุ่มจึงคว้ามือของร่างสูงเอาไว้แล้วเอ่ยถามตรงๆ

 

 

 

 

 

“นายโกรธฉันใช่ไหม อีริค?” เสียงนุ่มเอ่ยอย่างสำนึกผิด “ฉันขอโทษ…ฉันจะไม่ทำเรื่องเสี่ยงๆ อีกแล้ว”

 

 

 

 

 

ความเงียบปกคลุมระหว่างทั้งสองชั่วครู่ ก่อนที่ชายหนุ่มผมน้ำตาลจะพูดขึ้น

 

 

 

 

“ฉันไม่ได้โกรธที่นายทำเรื่องเสี่ยงๆ” วงหน้าหล่อเหลานั้นเสมองไปทางอื่นอย่างที่เจ้าตัวมักจะทำทุกครั้งเวลามีเรื่องไม่พอใจ “แต่ฉันโกรธที่นายไม่ยอมบอกว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น”

 

 

 

 

ชายหนุ่มหันหน้ากลับมา…ดวงตาสีเทาจ้องตรงมาที่คู่สนทนา

 

 

 

 

 

“ฉันเข้าใจว่านายอยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด…เพราะงั้นฉันจะไม่ห้ามให้นายทำอะไรทั้งนั้น” เสียงทุ้มกล่าวเรียบนิ่ง “แต่ฉันไม่อยากให้นายฝืนตัวเอง…ถ้ามีอะไรที่ทำให้นายไม่สบาย นายก็ต้องพูดออกมา…ไม่ใช่เก็บไว้เองคนเดียวแบบนี้เข้าใจไหม?”

 

 

 

 

 

“ก็ฉันไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงนี่” ชาร์ลแย้ง “ทุกคนยังเป็นแค่เด็กอยู่เลยนะ…ฉันอยากให้พวกเขามีความมั่นใจว่าฉันดูแลพวกเขาได้…”

 

 

 

 

 

 

“นายอยากจะปิดบังไม่ให้ใครรู้ก็ตามใจ…แต่ต้องไม่ใช่ฉัน” เสียงทุ้มพูดขัดอย่างเฉียบขาด “นายไม่ต้องแกล้งทำเป็นเข้มแข็งต่อหน้าฉัน…เข้าใจไหม เพราะเรื่องแค่ว่านายไม่สบายหรืออ่อนแอไม่มีทางทำให้ฉันจากนายไปแน่นอน”

 

 

 

 

 

นิ้วเรียวปัดปอยผมสีดำที่ระข้างแก้มให้อีกฝ่ายเบาๆ เสียงทุ้มกล่าวอ่อนโยน

 

 

 

 

 

 

“ฉันจะอยู่กับนายเสมอ…ต่อให้นายไม่เหลืออะไรสักอย่างก็ตาม” ความหนักแน่นของคำพูดฉายชัดอยู่ในแววตาสีเหล็กคมกริบนั้น “เพราะสำหรับฉัน…อะไรอย่างอื่นไม่มีความหมายทั้งนั้น นายคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำได้แต่นิ่งฟัง…หัวใจเต้นแรงกับถ้อยคำที่อีกฝ่ายพูดออกมา

 

 

 

 

 

 

 “จำเอาไว้นะชาร์ลส์…ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มีค่าที่สุดของฉันอยู่ในมือนาย…”

 

 

 

 

 

 

มือใหญ่รวบมือของอีกฝ่ายที่เกี่ยวรั้งอยู่ขึ้น…ริมฝีปากอุ่นประทับแผ่วเบาบนมือเรียวบางนั้น ก่อนที่นัยน์ตาสีเทาจะจ้องตรง…สบประสานกับดวงตาสีน้ำเงินอย่างแน่วแน่

 

 

 

 

 

“…ช่วยดูแลมันด้วย”

 

 

 

 

 

มือใหญ่ผละออก…หากไออุ่นของจุมพิตกลับยังติดตรึง ชาร์ลส์ยังคงไม่อาจเอ่ยคำใด…สิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้ากล่าวนั้นเป็นประโยคสั้นๆ หากก็ทำให้ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งใจของคนฟัง

 

 

 

 

 

“ได้สิ…” ในที่สุดชาร์ลส์ก็หาเสียงของตัวเองเจอ…คำตอบนั้นแผ่วเบาเพราะเจ้าตัวยังคงคิดถึงสิ่งที่ได้ฟังเมื่อครู่

 

 

 

 

อีริคยิ้มมุมบางๆ มือใหญ่เอื้อมไปไล้ผิวแก้มอีกฝ่าย…ก่อนจะเชยคางให้ตัวเองได้สบสายตากับนัยน์ตาสีน้ำเงินสดใสนั้น

 

 

 

 

“ขอบใจ”

 

 

 

 

เสียงทุ้มกระซิบแผ่ว…ก่อนที่ริมฝีปากจะประทับจุมพิตบนหน้าผากเกลี้ยงเกลา สัมผัสนุ่มนวลที่ทำให้ใจของชายหนุ่มผมดำเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกอันหวานล้ำ

 

 

 

 

มือเรียวเอื้อมไปประคองใบหน้าคมคายของอีกฝ่าย…ชาร์ลส์มองลึกลงไปในดวงตาสีเทาเข้มที่น่าค้นหา ก่อนจะพูดเสียงเบาราวกับไม่อยากให้ใครอื่นได้ยินนอกจากคนตรงหน้า

 

 

 

 

“ฉันดีใจมากเลยนะ…ที่มีนายอยู่ข้างๆ แบบนี้”

 

 

 

 

อ้อมกอดอบอุ่นโอบรอบตัวเขา คำตอบที่เจือเสียงหัวเราะจางๆ นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ชาร์ลส์มีความสุขทุกครั้งที่คิดถึง

 

 

 

 

 

“…ฉันก็เหมือนกัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

******

 

 

Moment 3: evening

 

 

 

 

ห้องนั่งเล่นที่เป็นห้องสมุดในตัวของคฤหาสน์ตระกูลเซเวียร์นั้นถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยผนังอิฐสีแดงเก่าแก่และเครื่องเรือนที่ทำจากไม้เนื้อดี บรรยากาศของห้องดูอบอุ่นแบบย้อนยุคเพราะชั้นหนังสือที่โอบล้อมและโคมไฟแบบโบราณ

              

 

 

 

หากตอนนี้…ชายหนุ่มในห้องไม่ได้อยู่ในอารมณ์จะมาชื่นชมความสวยงามรอบตัว

              

 

 

 

 

อีริค เลนเชอร์นอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา นัยน์ตาสีเทาเข้มถูกซ่อนอยู่หลังเปลือกตา ลมหายใจถูกระบายเป็นจังหวะ…บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังจมอยู่ในห้วงนิทรา

              

 

 

 

ประตูถูกเปิดออกเสียงเบา…ก่อนที่ร่างสมส่วนของผู้เป็นเจ้าบ้านจะค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้อง มือเรียวปิดบานประตูไม้ตามหลัง…แต่เสียงบานพับแผ่วเบาก็ยังเป็นที่ได้ยินในความเงียบ นัยน์ตาสีน้ำเงินที่ตวัดไปมองร่างสูงที่นอนอยู่…แอบถอนหายใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงหลับสบาย

              

 

 

 

ชาร์ลส์เอื้อมหยิบหนังสือที่เขาอ่านค้างไว้ออกมาจากชั้น…แต่ก่อนที่จะได้ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมอีกตัว เสียงทุ้มก็ลอยมาจากร่างที่น่าจะกำลังหลับอยู่

              

 

 

 

“ชาร์ลส์หรือ?”

              

 

 

 

ร่างเพรียวก้าวไปใกล้เก้าอี้ยาว “ฉันเอง อีริค…นี่ฉันทำให้นายตื่นรึเปล่า?”

              

 

 

 

อีกฝ่ายไม่ตอบคำถาม มือใหญ่ตบแปะๆ บนพื้นที่ว่างบนเก้าอี้ยาวเป็นเชิงให้เขานั่งลงตรงนั้น ชาร์ลส์ยอมทำตามโดยดีแม้ว่าจะสงสัยว่าทำไม…คำถามของเขาได้รับคำตอบทันทีเมื่อศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลไหม้นั้นเลื่อนมาวางบนตักของเขาโดยไม่รอคำอนุญาตทันที่ที่เขาทิ้งตัวลงนั่ง

              

 

 

 

นัยน์ตาสีน้ำเงินมองเสี้ยวหน้าคมคายนั้นแล้วก็ได้แต่กระพริบตาปริบๆ…นึกอยากปลุกอีกฝ่ายขึ้นมาเพื่อบอกให้เลิกทำตัวเอาแต่ใจแบบนี้เสียที แต่สุดท้าย…สีหน้าผ่อนคลายของคนที่หลับสบายก็ทำให้เขาเปลี่ยนใจ

              

 

 

 

 

เพราะชาร์ลส์รู้ดี…ว่าอีริคไม่เคยทำตัวตามสบายแบบนี้กับใครอื่นนอกจากตัวเขาเอง

           

 
 
 
 
 
แค่กับเขาคนเดียวเท่านั้น…

 

 

 

 

           

มือเรียวพลิกหน้าหนังสือก่อนที่ชายหนุ่มจะเริ่มต้นอ่าน…โดยที่รอยยิ้มบางเบายังคงระบายอยู่บนริมฝีปาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Fin.

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

สวัสดีค่าาาา หายหน้าไปนานเพราะการเรียนรุมเร้าค่ะ ฟิคนี้เขียนเสร็จนานมากแล้วตั้งแต่กลางๆเดือน แต่มันไม่ลงตัวสมใจสักที เลยนั่งหั่นนั่งแก้กันอยู่นานเลย เพิ่งจะได้อย่างที่พอใจเอง

 

 

ฟิคนี้ ธีมคือ “นอนตัก” กับ “ชาร์ลส์ที่ไม่รู้ตัว” และ “อีริคที่เป็นห่วงแต่ไม่พูด” ค่ะ…ทิพย์มาย้อนอ่านฉากแฮงค์โดนอีริคไล่ต้อนแล้วแอบสงสารแฮงค์…คนเขาเป็นห่วงภรรยาน่ะต้องเข้าใจ โดยส่วนตัวชอบฉากนั้นนะคะ มันเหมือนพ่อดุๆ กับแม่ที่คอยให้กำลังใจลูกชาย (ฮาาาาาาา)

 

 

ส่วนโมเมนต์ที่สองนี่คงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก ตอนแรกฟิคนี้จะมีแค่โมเมนต์นั้นแหละค่ะ ไม่มีตอนแรกกับตอนสาม มาจากทิพย์คุยกับพ่อค่ะ…

 

พ่อ: ซีรีโบรภาค first class มันดูโคตรก๋องแก๋งเลยว่ะมะ ภาคอื่นนี่ดูสมประกอบกว่าเยอะ

 

ทิพย์: ก็มันเป็นเครื่องบุกเบิกอ่ะเฮีย(เวลาคุยกันเรื่องหนังจะเรียกพ่อยังงี้ค่ะ ฮ่าๆ) เฮียจะหวังไรกับวิทยาการช่วงนั้นล่ะ

 

พ่อ: อย่างน้อยมันก็น่าจะให้ดีกว่านั้น ในหนังขนาดไอ้แม็กนีโตมันยังมองหน้าเครียดเลยจำไม่ได้เรอะ? เป็นไรล่ะ ทำหน้าตลกอีกละ

 

ทิพย์: (กำลังจิ้น) เปล๊าาาาา กำลังคิดตามอยู่งั๊ยยยย

 

 

 

คุณพ่อไม่ได้รู้เลยว่าคุณลูกคิดตามด้วยความจิ้นเต็มสูบแล้วสครีมแทบสลบ สุดท้ายก็ปั่นเป็นฟิคออกมาได้ แต่พออ่านแล้วมันไม่พอใจยังไงก็ไม่รู้ เหมืนอขาดๆไรไป สุดท้ายเลยแก้นานกว่าเขียนอีก ฮ่าๆ (ส่วนโมเมนต์สามนี่คือแค่อยากเห็นอีริคนอนตักภรรยาเท่านั้นแหละค่ะ คริๆๆๆๆ)

 

 

ก็หวังว่าจะเอนจอยกันนะคะ ความจริงทิพย์มีแพลนเขียนดราม่าคู่นี้อีกเยอะ แต่คงเพราะเขียนดราม่าคอมโบมาหลายเรื่องแล้ว ตอนนี้เลยไม่ค่อยจะเขียนออกเลยค่ะ รอหน่อยละกันนะ

 

ตอนนี้ทิพย์ปั่นฟิคเอยูอยู่ค่ะ เป็นอีริคกับชาร์ลส์ช่วงไฮสคูล กำลังอยากเขียนรักใสๆสบายๆวัยม.ปลายอยู่ แต่ไปๆมาๆมันชักจะดราม่าอีกแระ ยังไม่คงตัวเลยค่ะ ฮ่ะๆ ชื่อเรื่องก็ไม่มี คงต้องรอดูกันต่อไปค่ะว่าจะรุ่งหรือจะรอด

 

ขอบคุณทุกคอมเมนต์นะคะ อยากให้มีกำลังใจเขียนก็คอมเมนต์กันเยอะๆนะคะ ฮุฮุ

 

ทิพย์เอง

 

Advertisements

14 responses to “[X-Men Fic][ErikCharles] By Your Side

  1. งื้ดดดดดดดด ฟีลสองเราในวันวานก่อนถึงจุดแตกหักมันละมุนมากฮือ
    ความสัมพันธ์ของเซริคนี่มันก๊าวในแบบที่เรเวนนางตกกระป๋องไปเลย
    เป็นฟีลที่ชาร์ลจะใจดีกับใครยังไง แต่อีริคคือที่สุดอ้ะะะ
    แบบพูดคุยกันในฐานะ(คนรัก?) ที่เท่าเที่ยม บางสิ่งที่บอกเด็กๆไม่ได้
    ก็คุยกันสองคนงุ้งงิ้ง ห่วงใยซึ่งกันและกัน /บินไปสวรรค์
    ขอบคุณคุณทิพย์นะค้าที่แต่งฟิคมา ฮร้า ฟินสุดยอด

    Like

  2. โมเม้นต์ แบบ เบาๆ นุ่มนวล แต่ อบอวลด้วยความรัก แอร๊ยยยยย ชอบค่ะ

    Like

  3. ชอบเรื่องนี้จังเลยค่ะ อยู่ด้วยกันมันก็ดีแบบนี้ ;//3//; //จับสองคนนั้นกลับมาอยู่ด้วยกัน
    รู้สึกถึงความรักเลยค่ะฮือออออวววฟฟฟ ปริ่มค่ะ เยียวยาใจจากความดราม่าได้ดีมาก
    อีริคที่ห่วงใยชาร์ลส์กับประโยคยาวๆนั่นคือ…. แงรรรรร๊ T//w//T //ขายวิญญาณให้อีริค
    ฟิคเบาๆแบบนี้ดีที่สุดเลยนะคะพี่ทิพย์ ฮรี่ๆๆๆๆๆ

    Like

  4. ภาพตอนที่แหย่ชาร์ลว่าเป็นหนูทดลองคือเข้ามาในหัว
    โอเคค่ะ โอเคค .. แหย่เค้าแต่เป็นห่วงเค้าเอาซะมากๆใช่ไหมคะคุณเลนเชอร์
    ถถถถถถ สงสารแฮงค์โดนคุณพ่อดุ
    ทำใจหน่อยนะ เค้าก็เป็นห่วงภรรยา 5555555

    แต่ฟินที่สุดคงเป็นนอนตักชาร์ลนี้แหล่ะ
    แหมมม ทำดีค่ะทำดี 555
    พี่ริคมีชั้นเชิงอ้อนที่แบบ ต่อให้ใจแข็งแค่ไหนก็น่ารักมากอ่ะ TT
    ฮืออออออออ

    Like

  5. กรี๊สสสส นึกถึงประโยคที่อิริคพูดว่า “นายเป็นหนูทดลองที่น่าเอ็นดูมาก ชาร์ลส” งื้ดดด//ติ่งขอลาตายอย่างสงบ เคยเห็นแต่ฟิคดราม่าของเนื่องนี้(ไม่นับชานะเคอะ-w-) ตอนนี้จะไล่อ่านของx-menให้หมดเรย//ยังฟินจากหนังมิหาย แฮ่กๆๆ อยากให้แต่งdofp เร็วๆๆจังค่ะ>////<#ตอมจิ้นแตก

    Like

  6. อร๊ายยยยยยย

    อยากจะลงไปดิ้น เฮียอ้อนฝุดๆ!!!

    ชอบตอนที่เรียกชาร์ลแบบตบเบาะปุๆ แล้วนอนตักมากกกกก
    น่ารักมุ้งมิ้งแบบเข้มๆจริงเลย

    Like

  7. แงงงงงง น่ารักมากค่ะะะทดาอแาดมากสำำานดสดาดาา นี่มันครอบครัว โมเม้นต์ที่อบอุ่นมากกกก

    Like

  8. โฮววววววว โมเมนต์แรกเหมือนคุณพ่อดุลูกชายโดยมีคุณแม่คอยห้ามปรามอยู่เลยค่ะแง้
    อีริคคนบ้า นายทำลูกกลัวนะรู้มั้ยยยยยยยย
    ชาร์ลส์ดูคุณแม่แสนดีมากๆ55555555555 ให้กำลังใจลูกพร้อมกับห้ามปรามคุณพ่อ ก้าก
    โอย กรี๊ด อีริคม่างงง ทำตัวหวานจนน่าหมั่นไส้ /เหล็กฟาดหัว
    ซีนนอนตักมันฟาาดสหวกวเ่าสวอกสกวหวงดยสกฝอม มุ้งมิ้งมากๆเลยฮือ
    เรื่องนี้มันกำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน หวานกันทุกวิมากๆ /รุ้งพุ่ง

    Like

  9. น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกก
    ตบที่นอนแปะๆ นั่งปัป หนุนตักปุป
    อีริคช่างเอาแต่ใจตัวเองได้ดีจัง ^^

    Like

  10. คุณพ่อเป็นพนักงานบริษัทผู้เคร่งขรึม คุณแม่เป็นแม่บ้านผู้ใจดี กับลูกชายที่เพิ่งทำDIYสำเร็จเป็นครั้งแรก เหมือนเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เลยค่ะ ♥

    Like

    • โอ้ยยยย คอมเมนต์นี้โดนใจจนหัวเราะอยู่นานมากค่ะก้ากๆๆๆๆๆๆๆๆ มันใช่มากๆเลย

      Liked by 1 person

  11. น่ารักกกก ความรู้สึกผ่อนคลายที่มีให้ได้เมื่ออยู่ใกล้แค่ชาลคนเดียว ความรู้สึกเป็นห่วง มีอะไรต้องบอก เป็นห่วงมากเลยเข้าไปนวดให้ซะเลย แสนน่ารัก มีความนอนตัก มุ้งมิ้ง ชาลโมเม้นแม่บ้าน มีความน่ารัก เอริคเป็นพ่อบ้านสายโหด ที่อ่อนโยนกะคุณหนูทดลองตัวโน้ยอยู่คนเดียว งรื้อออ มุ้งมิ้ง ความหวานฟุ้งฟิ้งเต็มชั้นบรรยากาศหมดแล้วค่ะ ❤

    Like

  12. คิดเหมือนเราเลยค่ะว่ารู้สึกเหมือนอีริคเป็นคุณพ่อดุๆ ส่วนชาร์ลส์นี่แม่มากๆ 55 ยิ่งภาค fc ตอนที่ช่วยซ้อมให้แบนชี ชาร์ลส์ปลอบอยู่ดีๆ อีริคดันผลักหลังตกลงไปเลยซะงั้น ชอบมากเลยตอนชาร์ลส์เรียกอิริค! /แง ยังมีหน้ามาบอกอีกว่าฉันก็รู้ว่านายอยากทำ เกลียดมาก 555

    โอ้ยตายไม่ได้สกรีมอะไรเกี่ยวกับฟิคเลย ฮือ 555 ชอบนะคะ จริงๆ เหยียบแคมเชริคฟาสอาวอยซ์มาตั้งแต่สองปีกว่าแล้วแต่ยังไม่พีคซะที มาพีคจัดพร้อมกระโดดลงเรือภาคอะโพ #ทิ้งช่วงยาวมาก… เลยมาหาฟิคอ่าน ชอบฟิคคุณทิพย์และฟิคนี้ตรงมันยังคีปคาร์ฯ อยู่ โดยเฉพาะตอนชาร์ลส์ไม่ยอมบอกเรื่องปวดหัว แบบ อา… ชาร์ลส์คงประมาณนี้แหละ อาจเพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนำและรวบรวมกลุ่มนี้ขึ้นมาด้วยเลยไม่อยากแสดงความอ่อนแออะไรให้เห็น ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ซึ่งอีริคเป็นคนเดียวที่ให้ฟีลว่าทัดเทียม ทั้งในด้านประสบการณ์ อายุ วุฒิภาวะ และอื่นๆ เหมือนคุณพ่อคุณแม่ของภาคเฟิร์สคลาสมากจริงๆ 555 ตอนดูไปนี่ก็อุ้ย คุณพ่อ อุ้ย คุณแม่ 555 แง

    อีกอย่างรู้สึกดีใจตรงมโนตรงกับคุณทิพย์อีกอย่างนึงด้วย ตรงที่คาดว่าตอนชาร์ลส์เริ่มลองใช้ซีรีโบรใหม่ครั้งแรกนี่มีความเป็นไปได้ที่จะปวดหัว เพราะมันขยายคลื่นสมองของเขาให้กว้างและไกลกว่าเดิม อย่างน้อยมันก็ต้องเป็นภาระบ้างล่ะ ดีใจที่เห็นช็อตนี้ในฟิคและนำมาซึ่งความหวานแบบเรียบง่ายของเขาทั้งคู่นะคะ #ปิดหน้า

    /ตายล่ะ ดูไปนี่ไม่ได้สกรีมอะไรที่เขาหวานกันสักนิด แงง ขอโทษค่ะ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ แต่ชอบทุกฟิคเลยนะคะ ขอบคุณที่เขียนขึ้นมาค่ะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s