[X-Men Fic][ErikCharles] Where Our Hearts Belong (1)

 
 
Where Our Hearts Belong

X-Men: First Class Fanfiction by Tippuri~ii *

 

 

 

Pairing: Erik Lehnsherr x Charles Xavier

Type: AU Fanfiction
Remark : domestic love & daddy-duo story, no mutation involved

Warning: YAOI ALERT; ENTER AT YOUR OWN RISK

 


 
 
 

 

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 
 
 
Chapter 1
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เวสต์เชสเตอร์ยามค่ำคืนถูกโอบล้อมไว้ในแสงสีและเสียงดนตรี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์ เซเวียร์ละเลียดจิบมาร์ตินีจากแก้วในมือของตนพลางมองสำรวจไปรอบตัว…บาร์ที่เขาเลือกเข้ามานั้นค่อนข้างเงียบเหงาเมื่อเทียบกับสถานเริงรมย์แห่งอื่นของย่านนี้ มีเพียงเสียงพูดคุยและแก้วกระทบกัน เพลงจังหวะเศร้าดังแผ่วในบรรยากาศมืดสลัว…เน้นย้ำให้ความรู้สึกเหนื่อยในใจของชายหนุ่มหมุนคว้างขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

 

 

ชาร์ลส์รู้ดีตั้งแต่วินาทีที่ตัดสินใจเลือกสมัครเข้ามหาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์แล้วว่าอนาคตในการหางานของเขาจะมีแต่ความไม่แน่นอน…หากชายหนุ่มก็เลือกจะทำสิ่งที่ตนรัก ชาร์ลส์ได้ปริญญาในสาขาเปียโนสมความตั้งใจ…หากตอนนี้ ใบปริญญาที่ว่าดูจะไม่ดีพอในแวดวงดนตรีที่ตำแหน่งว่างมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยแบบนี้

 

 

 

 

 

ดวงตาสีน้ำเงินทอดมองกระเป๋าเป้ใบย่อมข้างตัวอย่างท้อใจ ชายหนุ่มเข้ามาหางานในเวสต์เชสเตอร์ และวันเวลาก็ผ่านไปพร้อมกับความล้มเหลวและเงินติดตัว…ชาร์ลส์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืนนี้เขาจะหาห้องราคาถูกให้ตัวเองได้มีที่นอนหรือไม่

 

 

 

 

 

เพลงเศร้าเพลงเก่าจบลง…หากเพลงที่ดังต่อมาก็ยังคงมีเนื้อหาไม่ต่างกัน ชายหนุ่มโคลงศีรษะกับท่วงทำนองที่ไม่ช่วยให้จิตใจของรู้สึกดีขึ้นก่อนจะกระดกมาร์ตินีจนหมดแก้ว มือเรียวโบกไหวเพื่อสั่งเพิ่มอีกรอบ…รู้ดีว่ากำลังใช้เงินกับเรื่องที่ไม่ควร เพียงแต่ตอนนี้ชาร์ลส์นึกอยากให้ตัวเองเมาพอที่จะไม่แคร์ว่าห้องที่ตนหาได้คืนนี้จะสับปะรังเคแค่ไหน

 

 

 

 

 

ในเวลาชั่วครู่ บาร์เทนเดอร์ก็วางมาร์ตินีแก้วใหม่ลงตรงหน้าชาร์ลส์…ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นตามเสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูแล้วร้องทักคนมาใหม่อย่างเป็นกันเอง

 

 

 

 

 

 

“วันนี้เลิกเลทรึไง? อย่างเดิมใช่มั้ย?”

 

 

 

 

 

ร่างสูงที่ก้าวเข้ามาพยักหน้าเป็นคำตอบให้ทั้งสองคำถามก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่ตรงเคาท์เตอร์บาร์ห่างออกไปสองที่นั่ง…ชาร์ลส์ลอบมองอีกฝ่ายที่กำลังง่วนกับการคลายผ้าพันคอที่พันไว้ ก่อนสายตาจะต้องนิ่งค้างเมื่อตอนที่มือใหญ่ถอดหมวกที่สวมไว้ออก…เผยให้เห็นกรอบหน้าคมคายกับดวงตาสีเทาเย็นชาที่โดนล้อมไว้ด้วยเส้นผมสีน้ำตาลไหม้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
ดูดีจนคนมองลืมหายใจ…คงจะเป็นแบบนี้นี่เอง

 

 

 

 

 

 

เป้าสายตาของเขายังคงไม่รู้ตัวว่ากำลังแอบโดนจ้อง…ร่างสูงเท้าแขนหมิ่นๆ บนเคาท์เตอร์อย่างสบายอารมณ์ สายตาล่องลอยไปเรื่อยเปื่อย นิ้วเรียวเคาะเบาๆ ตามจังหวะของเพลง เสียงทุ้มกล่าวขอบคุณเสียงเบาเมื่อเครื่องดื่มของตนโดนวางลงตรงหน้า

 

 

 

 

 

“วันนี้งานหนักล่ะสิท่า…มาซะดึกเชียว” บาร์เทนเดอร์ชวนคุย “เลิกเลทแบบนี้ใครเป็นคนดูพวกเด็กๆ ล่ะ?”

 

 

 

 

 

“แค่ประชุมปิดเล่มได้ช้าไปหน่อยเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มผมน้ำตาลตอบสั้นๆ แล้วยกแก้วขึ้นจิบน้ำสีอำพันเข้มเป็นการตัดบทสนทนา…ไม่ยอมตอบคำถามอีกข้อ บาร์เทนเดอร์ที่รู้นิสัยอีกฝ่ายดีจึงยิ้มให้แล้วผละออกไปรับออร์เดอร์ใหม่…ทิ้งให้เจ้าตัวได้ละเลียดเครื่องดื่มของตนในความเป็นส่วนตัว

 

 

 

 

 

ถึงบทสนทนาระหว่างทั้งสองจะไม่ได้ดังมากมาย…แต่มันก็ไม่พ้นที่จะลอยมาเข้าหูคนที่นั่งอยู่ในระยะใกล้อย่างชาร์ลส์ คำตอบของชายหนุ่มผมน้ำตาลที่ได้ยินทำให้เขารำพึงออกมาอย่างกระจ่างใจ

 

 

 

 

 

“ว่าแล้วเชียว…ดูดีแบบนี้ต้องเป็นนายแบบแหงๆ…”

 

 

 

 

 

ด้วยสติที่เจือจางเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์…ประโยคที่เจ้าตัวคิดว่าตัวเองแค่เปรยออกมาเบาๆ จึงกลายเป็นความดังระดับปกติที่ลอยกลับไปให้อีกฝ่ายได้ยิน เสียงทุ้มหัวเราะหึออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปทางต้นเสียง…มือใหญ่ยกแก้วขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงรับคำ

 

 

 

 

 

“ขอบใจ…แต่ฉันไม่ใช่นายแบบหรอกนะ”

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์กระพริบตาปริบๆ…ความอายแทรกตัวขึ้นมาในสติที่เบลอๆ แต่ก็ยังไม่วายที่จะพูดกับอีกฝ่ายต่อ

 

 

 

 

 

“แต่นายบอกว่าต้องประชุมปิดเล่มนี่”

 

 

 

 

 

คำแย้งทำให้คนฟังยิ้มกว้างกว่าเก่าอีกนิด พูดกล่าวหาเสียงเย้า “นายแอบฟังฉัน”

 

 

 

 

 

ฤทธิ์มาร์ตินีทำให้ชาร์ลส์สะอึกเล็กๆ แต่เขาก็บังคับให้ตัวเองสั่นหน้าพึ่บพั่บ “ฉันเปล่าแอบฟัง…อึก…นายพูดดังเอง”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมน้ำตาลหัวเราะกับคำแก้ตัวมึนๆ นั้นแล้วหยิบแก้วเครื่องดื่มของตนขึ้นก่อนจะเดินมานั่งลงข้างๆ คนแปลกหน้า “…ฉันทำงานนิตยสาร แต่ไม่ได้เป็นนายแบบ โอเคมั้ย?”

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์พยักหน้ารับ…นึกอยากเตะตัวเองที่สร้างความประทับใจแรกพบได้น่าอายสิ้นดี ตัวเขาเวลามึนนิดๆ แบบนี้นั้นแย่กว่าตอนเมาเต็มขั้นเสียอีก…เพราะในเวลาแบบนี้ เขาจะพูดจาแบบไม่คิดกลั่นกรองสักนิด…ถึงคำพูดจะไม่ได้หยาบคาย แต่มันก็สร้างความอับอายให้เขาไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 
ให้ตายเถอะ…คนตรงหน้าจะคิดว่าเขาเป็นคนยังไงล่ะเนี่ย

 

 

 

 

 

 

 
ช่วงที่ชาร์ลส์เงียบไปทำให้อีกฝ่ายได้มีเวลาสังเกตเขาชัดๆ…และสุดท้ายเสียงทุ้มก็ถามออกมา

 

 

 

 

 

“ฉันว่าฉันไม่เคยเห็นนายเลย…นายไม่ได้เป็นคนแถวนี้ใช่มั้ย?”

 

 

 

 

 

 

“ไม่…ฉันเพิ่งมานี่ได้สัปดาห์กว่าๆ เอง” ชาร์ลส์ตอบ เอาเท้าเขี่ยๆ เป้ที่วางอยู่ตรงพื้นข้างๆ เก้าอี้เบาๆ “…ยังไม่มีทั้งงานแล้วก็ที่อยู่ด้วย”

 

 

 

 

 

“อืม…” คู่สนทนาพยักหน้าพลางจิบเครื่องดื่ม “หางานอะไรอยู่ล่ะ?”

 

 

 

 

 

ปกติ…ชาร์ลส์ไม่ชอบเวลาคนแปลกหน้ามาถามซักไซ้นั่นนี่ แต่ตอนนี้เขากำลังอยู่ในอารมณ์ที่ต้องการพูดคุยกับใครสักคน ชายหนุ่มจึงตอบโดยดี

 

 

 

 

 

“อะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับเปียโน…ฉันจบด้านนี้มาน่ะ”

 

 

 

 

 

 

“…ก็พอเดาได้อยู่นะ” เสียงทุ้มพูด นัยน์ตาสีเทาเลื่อนไปจับที่นิ้วเรียวสวยของคนข้างตัว

 

 

 

 

 

ไม่รู้ทำไม…แต่ชาร์ลส์รู้สึกว่าหน้าของเขาร้อนวาบขึ้นมา และอาการที่ว่าก็ไม่ได้มาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เสียด้วย

 

 

 

 

 

 

“เอ่อ…แล้วนายล่ะ?” ชายหนุ่มรีบเหวี่ยงหัวข้อสนทนาขึ้นมาเพื่อเบี่ยงให้สายตาคมกริบชวนใจละลายนั่นผละไปจากเขา “นายทำนิตยสารเกี่ยวกับอะไรเหรอ?”

 

 

 

 

 

“ก็ไม่ใช่นิตยสารเด่นดังอะไรมากหรอก” เสียงทุ้มพูดสบายๆ “แค่เอานิยายหลายๆ เรื่องมาลงอะไรแบบนี้น่ะ…ออกแนวนิตยสารอินดี้ทำมือด้วยซ้ำ”

 

 

 

 

 

 

“งั้นนายก็เป็นนักเขียนน่ะสิ” ชาร์ลส์ตาโต

 

 

 

 

 

 

“มันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักหรอก…แค่เขียนเรื่องนั่นนี่ที่ฉันคิดเองเท่านั้นแหละ” ร่างสูงยักไหล่

 

 

 

 

 

 

“เจ๋งจะตาย…เขาบอกว่าอะไรพวกนี้มันต้องใช้จินตนาการกับสมาธิมากเลยไม่ใช่รึไง” เสียงใสแย้ง “แล้วอย่างน้อยนายก็มีงานทำนะ”

 

 

 

 

 

 

เมื่อพูดถึงตรงนี้…ความจริงที่เขากำลังเผชิญก็แล่นกลับเข้ามาในสมอง ชาร์ลส์ถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยออกมาก่อนจะกระดกมาร์ตินีรวดเดียวหมดแก้ว อีกฝ่ายมองท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างปุบปับนั้นแล้วถาม

 

 

 

 

 

 

“มีอะไรรึเปล่า?”

 

 

 

 

 

 

“ฉันแค่เพิ่งคิดได้น่ะ” ชาร์ลส์ชี้แจงล้าๆ “ว่าฉันยังหนีไม่พ้นสถานการณ์หางานไม่ได้ แถมคืนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะนอนไหน…บ้าชะมัด”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ก็นะ…บ่นไปก็ไม่ช่วยให้ปัญหาหายไปสักหน่อย

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์ถอนหายใจกับข้อเท็จจริงนี้…อย่างน้อยๆ คืนนี้เขาก็ต้องหาโรงแรมถูกๆ ให้ได้สักที่ มือเรียววางแก้วพร้อมธนบัตรลงบนเคาท์เตอร์ ก่อนจะหันมายิ้มให้คู่สนทนา

 

 

 

 

 

“ดีใจที่ได้คุยกับนายนะ…ฉันว่าฉันรู้สึกโอเคขึ้นมานิดเพราะนายนี่แหละ ขอบใจนะ”

 

 

 

 

ชาร์ลส์คาดหวังว่าเขาจะได้รับฟังคำตอบรับว่าไม่เป็นไรไม่ก็คำขอบคุณในทำนองเดียวกันจากอีกฝ่าย…หรืออย่างน้อยๆ ก็เป็นอะไรอย่างอื่นนอกจากประโยคที่ตามมา

 

 

 

 

 

“นายทำอาหารเป็นมั้ย?”

 

 

 

 

 

คำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ชาร์ลส์งงไปชั่วขณะ แต่ก็ตอบไปตามจริง

 

 

 

 

 

“ทำได้สิ…แต่ก็แค่ระดับพอกินได้นะ ทำไมเหรอ?”

 

 

 

 

 

คำถามของเขาไม่ได้รับคำตอบ…แถมยังมีคำถามใหม่ตามมาเสียด้วย

 

 

 

 

 

“ทนเด็กได้มั้ย?…เด็กแบบเด็กประถมกับเด็กอนุบาลอย่างนั้นน่ะ”

 

 

 

 

 

“ถ้าไม่ดื้อมากก็โอเคแหละ…” เสียงใสเผลอตอบก่อนจะหยุดกลางคัน “เฮ้! นายจะตอบฉันได้รึยังว่านายถามอะไรพวกนี้ไปทำไม?”

 

 

 

 

 

“ถ้านายทำอาหารกับทนเด็กได้…ฉันมีงานให้นายทำ”

 

 

 

 

 

ประโยคนั้นหยุดคำเถียงทั้งหมดที่เขามีลงได้อย่างชะงัด “นายว่าไงนะ?”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมน้ำตาลทวนคำเดิมอีกครั้ง ก่อนจะพูดเสริม “นายเล่นเปียโนได้ด้วยนี่…ถ้านายโอเคกับเงื่อนไขทั้งหมดที่ฉันบอกไป นายได้งานนี้แน่ๆ”

 

 

 

 

 

“มันก็ไม่มีปัญหาหรอก…เรื่องทำอาหารกับทนเด็กน่ะ” ชาร์ลส์พูดอย่างสับสน “แต่นี่มันเกี่ยวอะไรกับเปียโน…แถมงานอะไรที่ไหนฉันยังไม่รู้เลยนะ ไหนจะเรื่องค่าจ้างอีก…”

 

 

 

 

 

“ถ้านายรับงาน…มีที่อยู่ให้ฟรี อาหารก็ที่นายทำนั่นแหละ” เสียงทุ้มกล่าวตอบให้ทันใจ

 

 

 

 

 

คนฟังนิ่งไปกับข้อเสนอที่ดูดี แต่ก็ยังไม่ไว้ใจสถานการณ์นัก

 

 

 

 

 

“นายยังไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรฉันเลยนะ…” ชาร์ลส์พูดเสียงจับผิด ก่อนจะเสริมสิ่งที่เขาเพิ่งนึกได้ “…แล้วอีกอย่าง นายเป็นใครชื่ออะไรฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำ!”

 

 

 

 

 

“โอเค…โอเค” ชายหนุ่มผมน้ำตาลถอนหายใจราวกับว่ากำลังต้องอธิบายอะไรน่าเบื่อ ก่อนจะยื่นมือออกมา “…อีริค”

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์ยอมเอื้อมไปจับมืออีกฝ่ายตามมารยาท…คิดในใจว่าการเพิ่งมาแนะนำตัวกันหลังจากคุยมายาวเหยียดแบบนี้มันตลกสิ้นดี “ฉันชาร์ลส์”

 

 

 

 

 

อีริคพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะหันไปจิบเครื่องดื่มของตนต่อ…การกระทำนิ่งเฉยที่ทำให้ชาร์ลส์ต้องเป็นคนเตือนถึงเรื่องที่พูดค้างกันไว้อยู่ออกมา

 

 

 

 

 

“แล้วตกลงมันมีงานจริงๆ…หรือนายแค่ล้อฉันเล่นเรื่องงานอะไรนี่รึเปล่า?”

 

 

 

 

 

“ไม่…ฉันซีเรียส” อีริคยืนยันเสียงเรียบ

 

 

 

 

 

 

“ถ้างั้น…” ชาร์ลส์พูดช้าๆ “มันเป็นงานอะไรล่ะ? เพราะถ้ามันโอเค…ฉันก็อยากจะทำ”

 

 

 

 

 

 

อีกฝ่ายจัดการน้ำสีอำพันอึกสุดท้ายในแก้วอย่างใจเย็น…ก่อนจะหันมาตอบ

 

 

 

 

 

 

“ก็มาเป็นคนดูแลเด็กที่บ้านฉัน…โอเคมั้ยล่ะ?”

 

 

 

 

tbc.

 
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

 

//ค่อยๆหลังออกมาจากหลังกองไหดอง// …สวัสดีค่ะทุกคน…

 
 
 
 
 
 
ขอสครีมก่อนเลยนะคะ ว่านี่มันอะไรกันนนนนนน???!!! นี่ฉันทำอะไรลงไปปปปปป???
 
 
 
 
 
 
 
คือสารภาพว่าฟิคเรื่องนี้มันไร้ที่มาและมึนยิ่งกว่าฟิคไฮสคูลซะอีกค่ะ แถมยังกล้าเขียนออกมาเพิ่มเป็นไหดองออฟฟิเชียลด้วยนะ ชะตากรรมคล้ายๆฟิคไฮสคูลค่ะ…ไร้สัญญาณว่าจะจบรึเปล่า ของแบบนี้มันพึ่งนิมิตๆจริงค่ะ //โดนตรบ
 
 
 
 
 
 
ไอเดียเรื่องนี้เริ่มมาจากประกายเล็กๆตอนอ่าน meme ในทัมเบลอค่ะ…แล้วอยู่ๆก็มีภาพอีริคชาร์ลส์อยู่ในบ้านเล็กๆ กับบรรดาลูกๆ อารมณ์แบบคุณพ๊อคุณพ่อยังงั้นอ่ะค่ะ อยู่ด้วยกันหนุงหนิงไรเงี้ย แต่ก็นะ มันเป็นแค่ภาพแฟลชมาแวบเดียวอ่ะค่ะ..ไม่ได้เริ่มตั้งสตอรี่ไลน์อะไร เป็นแค่ซีนไว้คิดแล้วอุคริคนเดียว
 
 
 
 
 
 
 
แต่ไปๆมาๆ ไม่รู้ว่าทำไม มันเริ่มแฟลชมาแบบถี่มากๆๆๆๆ แถมมหาลัยมันติดโรงเรียนประถมด้วย…เห็นน้องๆหนูๆเล่นกันแล้วมีป๊าม๊ามารับ มันก็ยิ่งทำให้ต้องบอกตัวเองเลย
 
 
 
 
 
 
สุดท้าย แค่คิดจะหยิบสมุดมาเขียนฉากไว้ก่อนเล่นๆ…กลายเป็นนั่งวางพลอตไลน์เฉ๊ยยยยย!!! แถมยังเริ่มต้นพิมพ์ตอนหนึ่งออกมาเลยด้วย
 
 
 
 
 
 
เอาเป็นว่า…ทิพย์ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปอ่ะนะคะ ไหนๆก็เขียนออกมาแล้ว เอาไว้อ่านแก้เหงาละกันนะเอ้อ นิมิตไฮสคูลยังไม่มา ก็อิ๊อ๊ะกับคุณพ่อทั้งสองไปก่อนนะคะ
 
 
 
 
 
 
เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ!
 
 
 
 
Advertisements

14 responses to “[X-Men Fic][ErikCharles] Where Our Hearts Belong (1)

  1. (มาตามคอมเม้นท์แล้วค่ะ แฮ่ ><)
    อ่านจบแล้วคิดอย่างเดียวเลยค่ะ นุ้งชาร์ลส์โดนล่อลวงงงฟฟฟฟ
    อีริคนี่ช่างร้ายกาจ แถมดูสถานที่ที่เจอกันสิคะ มันช่าง…แงงงง T..T
    เผลอจิ้นแบบฮาร์ดคอร์ไปไกลฟหหก้าสหดก

    Like

  2. เพิ่งตามมาอ่านเรื่องนี้
    อรั่กกกกก อีริคมีลูกแล้วรึคะ
    ไปเป็นพ่อบ้านบวกดูแลเด็กนี่รวมดูแลคนพ่อด้วยมั้ย ฮุฮิ
    ป.ล. ดันทับซ้อนชาร์ลส์ตอนโทรมๆใน dofp ซะงั้น 5555

    Like

  3. เรื่องราวของแด๊ดดี้ที่ตามหาม่าม๊าแหละ ///A///
    “ก็มาเป็นคนดูแลเด็กที่บ้านฉัน…โอเคมั้ยล่ะ?”
    แงงง อ่านนตอนแรกเบลอคำว่าเด็กเป็นมาดูแลฉันที่บ้าน ฮรือออออออ รู้สึกหน้าร้อนวาบบ วาบบบ ฉากที่มองนิ้ว แงงง นึกสายตาอีริคสิคะ มันต้องเป็นไรที่บั่บว่า ฟหกพดกนตีะเ้วบบ้ำการภพเีี มันต้องละลายภูเขาน้ำแข็งที่จมไททานิคได้แน่ๆ รู้สึกพลาดจังที่เพิ่งติ่งเชริคเอาตอนนี้ !!

    Like

  4. ถามว่าทำอาหารเป็นมั้ย….. ที่บ้านเราแปลว่าแต่งงานกันมั้ยอ่ะค่ะ 555555555 โมเม้นท์แบบเหมือนตกหลุมรักแรกพบ แต่ไม่รู้ตัว ไม่ได้แสดงออก เหมือนจะไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ปล่อยเธอไปไม่ได้จริงๆ มันก๊าวดีค่ะ >_<!! มันเป็นโมเม้นท์เล็กๆที่น่ารักดีค่ะ เขินกว่าพูดตรงๆอีก ไปอ่านตอนสองต่อล่ะน้าาาา

    Like

  5. เฮือกกกกกก จะบอกว่าคอมเม้นท์ท่อนกลางหายไปครึ่งนึง ขอพิมพ์ให้อีกรอบ555 “แอบเขินมากๆตอนบอกว่า จบเปียโนมาแล้วอิริคจ้องมือบอกว่า ก็พอเดาได้อยู่นะ อ๊ากกกกกกกกก ตอนแรกคือเรามโนไปว่าจับมือมาจ้องด้วยอ่ะ ฮ่าาาาา คือมือชาร์ลสวยใช่มั้ยยยยย ตอบบบ~~!!”

    Like

  6. เอื้อออออออออออออออออออ
    สารภาพว่าfollowน้องทิพย์ในทวิตเตอร์มาสักพักแล้ว แต่ไม่ได้เข้ามาอ่านฟิคจริงจังซักที (ยกเว้นBBCเมอร์ลิน อิอิ)
    หลังจากเจอน้องสครีม XMFC บ่อยๆเข้าก็เอาหนังมาเปิดดูใหม่อีกรอบ
    เหยยยยยยยยย นี่ฉันพลาดอัลไลไปปปปปย์(ขอวิบัติเพื่ออารมณ์)
    คิดภาพเจมส์เล่นเปียโนแล้วแบบ ฮือออขุ่นว่าที่พ่อบ้านเวรี่คิวท์ //แฟนเกิร์ลล้มตาย

    Like

  7. 55555 นุ่งอีริคเวอร์ชั่นโฮลต์เรอะะ หวานชัวว
    เเอร๊กกก อ่านทีนี้เเทบละลายติดเตียง เขิลเกิ๊นน
    เเม่งเจ้ามาถึงก็หลอกเเต๊ะอั้งเค้า เเหมมมมฟินไม่ต้องนอนกันละทีเนี้ย 55555
    คถ.เจมส์ตอนดีดเปียโนในpenelope โหววววว อยากดูอีกรอบเลยอ่ะะะะ หืมมมม

    Like

  8. ฮ้าาาาาาากกกก รู้ากพลาดที่ไม่ได้อ่านฟิคนี้55555555 ได้อ่านแล้วรู้สึกก๊าวนัก
    นี่มันน่ารักมากเลยแงงงงงง ถึงจะอยู่ในบาร์แต่ความมุ้งมิ้งนี้ยิ่งใหญ่ฟฟฟฟฟ
    ฮึ้ยยย ก๊าวจนไม่รู้จัพิมพ์ยังไงดีorz
    ชาร์ลส์จะไปเป็นแม่บ้านสิน้าาาา /สิน้าา
    อีริคดูเป็นผู้ใหญ่มีความรับผิดชอบ ชาร์ลส์ก็ดูจะถนัดด้านศิลป์ๆกะงานแม่บ้านนิดๆ
    ชาร์ลไม่นิสัยผู้หญิงเกินไปด้วย ชอบอารมณ์ประมาณนี้จังค่ะ ,,YvY,,
    จีบกันแบบค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้น่ารักชะมัดด แอร๊ยยย /กัดผ้าเช็ดหน้า
    ถ้ารวมเล่มเมื่อไหร่จะซื้อเลยล่ะค่ะ5555555 O<-<

    Like

  9. ขอสมัครแทนชาร์ลส์ได้ม้ายยย // (me//โดนลูกถีบไซส์คิกจากอีริค)
    นี่มันงานแม่บ้านแม่เรือนชัดๆ หาเมียก็บอกมาเหอะเฮีย 55
    เลี้ยงเด็กนี่ ลูกเต้าเหล่าใครน้ออ แต่เชื่อว่าระดับชาร์ลส์ เอาอยู่แน่ๆ
    ชอบฉากที่อีริคสังเกตนิ้วมือชาร์ลส์จัง มันสยิวๆกิ๋วๆ บอกไม่ถูก
    คนที่ใส่ใจรายละเอียดอะไรแบบนี้ ออกแนวโรแมนติก เขินอ่ะ

    Like

  10. เพราะการดู XMFC แท้ๆ มันเหมือนปะป๊าม่าม๊ามากๆ ชาร์ลส์นี่ให้กำลังใจอยู่นั่น ฉันเชื่อใจนายโน่นนี่นั่น อีริคมา ถีบแม่ง! แต่ผลก็คือลูกๆของพวกเขาเติบโตได้ในสิ่งที่ควรจะเป็น มันฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟมากกกกกกกกก
    ปล. เรียนจบเปียโนมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ทำไมมุ้งมิ้ง 555555

    Like

  11. อิย๊าาาา จ้างมาเป็นพี่เลี้ยงหรือพ่อทูนหัวค๊าาา
    เอริค : ทำงานดีๆอาจมีเลื่อนขั้นเป็นภรรยา
    เเอร๊ยยยย~~~ ><!!

    เดี๋ยวเลิกงานมาอ่านตอนต่อไป ฮือออ อารมณ์ค้างงงง

    Like

  12. ในใจนี่เราตอบตกลงไปแล้วค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ตอบตกลงแทนชาร์ลส์ไปแล้ว *เอามือทาบอก* ใจไวกว่าสมองมันไม่ดีเลยนะ /ปาดน้ำตา

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s