[X-Men Fic][ErikCharles] Where Our Hearts Belong (3)

 
 
Where Our Hearts Belong

X-Men: First Class Fanfiction by Tippuri~ii *

 

 

 

Pairing: Erik Lehnsherr x Charles Xavier

Type: AU Fanfiction
Remark : domestic love & daddy-duo story, no mutation involved

Warning: YAOI ALERT; ENTER AT YOUR OWN RISK

 
 
 

 

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 
 
 
Chapter 3

               

 


 

 

 

 

หลังจากหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ชาร์ลส์ก็เริ่มค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับความพิลึกกึกกือของสถานการณ์ชีวิตได้ทีละนิด

              

 

 

 

 

 

เมื่อได้สำรวจถ้วนถี่ ชายหนุ่มก็สรุปได้ว่าที่อยู่อาศัยของเขาตอนนี้คือแฟลตขนาดเล็ก…แบ่งเป็นชั้นบนสามห้องและชั้นล่างสองห้อง สามห้องนั้นคือห้องนอนใหญ่หนึ่งห้องที่เป็นห้องของเด็กๆ…อีกสองห้องที่มีขนาดเล็กกว่าก็คือห้องของอีริคและเขาตามลำดับ ชาร์ลส์สังเกตได้ว่าสองห้องหลังคงโดนเจ้าของแฟลตดัดแปลงเสียเองมากกว่า…เพราะมันไม่มีห้องน้ำในตัวเหมือนห้องของเด็กๆ  ส่วนสองห้องชั้นล่างก็คือห้องครัวที่เป็นห้องทานอาหารในตัวกับห้องรับแขก…แต่ก็ไม่ได้มีการหวงห้ามในการจะโดนเปลี่ยนเป็นห้องดูโทรทัศน์แต่อย่างใด และสิ่งที่ทำให้เขาดีใจที่ได้เห็นก็คือเปียโนอัพไรท์ที่ตั้งอยู่ในห้องด้วย

              

     

 

 

 

 

เด็กๆ ดูตื่นเต้นและสนุกสนานในการโชว์นั่นนี่ในบ้านให้เขาดูพร้อมร่ายกฎการอยู่อาศัยให้เขาฟัง…ชาร์ลส์อมยิ้มและก็ยอมฟังเสียงเล็กๆ ทั้งหลายรุมกันแย่งพูดโดยดี แต่ก็ไม่พลาดที่จะสังเกตเห็นว่าสภาพเรียบร้อยของบ้านไม่ได้มาจากการดูแลเก็บกวาดแต่อย่างใด มันเหมือนกับว่าไม่มีใครแตะต้องก็เลยอยู่ในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมากกว่า…ฝุ่นบางๆ ที่จับอยู่ช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานของเขาเป็นอย่างดี

              

 

 

 

 

 

 

เขายิ่งมั่นใจว่าผู้ใหญ่คนเดียวในบ้านคงไม่ได้มาดูแลอะไรเด็กๆ มากขึ้นเมื่อตอนที่สำรวจห้องครัวอย่างละเอียด บรรดาเครื่องครัววางเรียบร้อยในตู้นั้นปราศร่องรอยการหยิบมาใช้สอย อาหารในตู้เย็นก็มีแค่อาหารแช่แข็งนิดหน่อยพร้อมเบียร์กระป๋องที่ครอบครองชั้นวางหนึ่งชั้นเต็มๆ…ชาร์ลส์เห็นของสดผ่านตาแค่อย่างเดียวคือแกลลอนนมสด

              

 

 

 

 

 

 

“ก็แด็ดไม่เคยซื้ออะไรเข้ามานอกจากกระป๋องๆ พวกนั้นนี่ครับ” อเล็กซ์อธิบายเมื่อชายหนุ่มถาม “แล้วพวกเราก็ทำอาหารไม่เป็นด้วย”

              

 

 

 

 

 

 

“งั้น…” ชาร์ลส์รู้สึกเหนื่อยใจกับการดำรงชีวิตของครอบครัวนี้เป็นรอบที่ล้านเห็นจะได้ “งั้นพวกเธอกินอะไรกันล่ะ?”

              

 

 

 

 

 

 

“แด็ดก็กินมาจากข้างนอกตลอดแหละครับ ส่วนพวกเราก็สั่งพิซซ่าบ้าง…ไม่ก็อะไรทำนองนี้แหละครับ” เด็กชายผมทองยักไหล่ “แต่ส่วนใหญ่เราก็กินซีเรียลครับ”

              

 

 

 

 

 

 

สิ่งที่ได้ฟังทำให้ชาร์ลส์อยากจะเป็นลมตาย “แค่ซีเรียล?”

              

 

 

 

 

 

 

หนุ่มน้อยพยักหน้ายืนยันหงึกๆ…ชาร์ลส์พยายามรวมสติเพื่อคิด ก่อนจะถามว่าอีริคได้ทิ้งเงินไว้ให้เด็กๆ บ้างไหม…และเมื่อได้รับกระเป๋าสตางค์รูปปลาฉลามตัวกลมปุ๊กที่บรรจุธนบัตรจำนวนหนึ่งไว้ในมือ ชายหนุ่มก็ตรงดิ่งไปซุปเปอร์มาร์เกตเพื่อซื้อของสดเข้าบ้านมาทันที

           

 

 

 

 

 

 

ให้ตายเถอะ…ถ้าวันนั้นเขาไม่ได้เจอกับอีริคที่บาร์…เด็กพวกนี้ก็คงได้กินแต่ซีเรียลไปจนโตเลยใช่ไหม?

              

 

 

 

 

 

 

กริยาตอบรับตอนเห็นอาหารเย็นวันนั้นของเด็กๆ ไม่ผิดพลาดจากที่เขาคำนวณไว้นัก…ตาโตพร้อมแย่งกันตักอาหาร แต่ก็ไม่ลืมที่จะตักทุกอย่างใส่จานให้เขาก่อน ชาร์ลส์ยิ้มขอบคุณ…นึกขอบคุณพระเจ้าที่อย่างน้อยอีริคก็คงยังพอมีเวลาจะสอนมารยาทน่ารักๆ แบบนี้ให้เด็กๆ

              

 

 

 

 

 

 

“เฮ้อ~ ผมดีใจจังที่แด็ดเจอคุณ ช่วยแต่งงานกับแด็ดทีเถอะฮะ…ผมอยากให้คุณอยู่ที่นี่ตลอดไปเลย” ฌอนพูดอย่างมีความสุขพร้อมตักมันบด…หนุ่มน้อยเข้าใจชัดเจนแล้วว่าเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับอีริค แต่ก็แสดงออกอย่างชัดเจนพอกันว่าตนต้องการให้ความสัมพันธ์นั้นเกิดขึ้น…รอยยิ้มอบอุ่นของชาร์ลส์จึงลดลงมาเป็นรอยยิ้มจืดชืดแทน

           

 

 

 

 

 

 

ความคิดของเด็กวัยกำลังต้องการอาหารนี่มันน่ากลัวจริงๆ

           

 

 

 

 

 

 

“หย่อย…หย่อย…” เสียงฮึมฮัมจากหนูน้อยคนเล็กของบ้านเรียกให้เขาหันไป…เธอยิ้มหวานให้เขาเมื่อสบตากัน “มี๊เก่ง…เรเวนชอบ…แด็ดน่ะชอบหายเรื่อย…”

              

 

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์พยักหน้ารับพลางหยิบทิชชู่มาเช็ดมุมปากให้หนูน้อย…เขาเข้าใจคำพูดของเธอแม้ว่ามันจะไม่เป็นประโยค ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา…ไม่มีร่องรอยของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กๆ โผล่มาแม้แต่เงา และทุกคนก็บอกเขาว่ามันเป็นเรื่องปกติ…ถ้าไม่ออกไปตอนเช้าตรู่แล้วกลับมาบ้านตอนดึกดื่น อีริคก็จะหายไปทั้งอาทิตย์เสียดื้อๆ แบบนี้เสมอ

              

 

 

 

 

 

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกฮะ” แฮงค์พูดให้ความมั่นใจกับเขา “เดี๋ยวแด็ดก็กลับมาช่วงสุดสัปดาห์เองแหละฮะ”

              

 

 

 

 

 

 

ประโยคนี้เองที่ทำให้ชาร์ลส์ตั้งตารอให้เวลาที่ว่ามาถึงไวๆ…เขามีเรื่องอยากจะพูดกับคุณเจ้าบ้านเยอะแยะเลยทีเดียว

 

 

 

 


*****

 

              

 

เวลาล่วงเลยไปจนถึงคืนวันเสาร์…อีริคก็ยังคงไม่กลับมาที่บ้าน

              

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์จัดการให้เด็กๆ ทานมื้อเย็นและทำการบ้านให้เรียบร้อยก่อนดูการ์ตูน เขายอมเลื่อนเวลานอนให้ดึกขึ้นตามเวลาจบของรายการเพราะเห็นว่าเป็นวันหยุด และสี่ทุ่มครึ่ง…ชายหนุ่มก็ต้อนให้เด็กๆ ขึ้นนอน

              

 

 

 

 

 

 

“ราตรีสวัสดิ์นะฮะ”

              

 

 

 

 

 

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

              

 

 

 

 

 

“ราตรีสวัสดิ์ฮะ”

 

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์ยิ้มรับกับเสียงเล็กๆ ที่ดังประสานกันมาจากบนเตียงใหญ่ ก่อนจะอุ้มสาวน้อยคนเดียวของบ้านลงนอนในเตียงคอก แม่หนูทำปากบู้ๆ พร้อมไม่ยอมปล่อยมือเขา

 

 

 

 

 

 

 

“ไนท์คิส…เรเวนจะเอาไนท์คิส”

 

 

 

 

 

 

 

คนฟังยิ้มออกมา กล่าวแก้ให้ “กู๊ดไนท์คิสครับ ไม่ใช่ไนท์คิส”

 

 

 

 

 

 

 

หนูน้อยยอมพูดใหม่ให้ถูกต้องและก็หัวเราะคิกคักเมื่อชายหนุ่มหอมแก้มยุ้ยๆ ของตน ชาร์ลส์กวาดตาสำรวจว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงดับไฟก่อนจะปิดประตูห้องตามหลังเสียงเบา ชายหนุ่มมองนาฬิกา…นึกเพลียใจว่าเมื่อไหร่คุณเจ้าบ้านจะยอมโผล่หน้ามาเสียที ไอเดียที่ว่าอีริคอาจจะทิ้งเขาไว้กับเด็กๆ เริ่มดูมีน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านพ้นมาจนถึงตอนนี้…และถึงมันจะจริงหรือไม่ ตอนนี้ชาร์ลส์ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

 

 

 

 

 

 

ด้วยรู้ว่าตัวเองคงนอนไม่หลับแน่ๆ…ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินลงไปที่ห้องครัวแทน พยายามให้ตัวเองลืมความเครียดด้วยการทำแซนด์วิชโดยหวังลมๆ แล้งๆ ว่ามันจะเป็นมื้อค่ำให้คุณเจ้าบ้านที่อาจจะโผล่มาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เมื่อสุดท้ายที่เขานั่งแปะลงกับโต๊ะอาหารและนาฬิกาบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน…ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีใครมา

 

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์เอนศีรษะลงหนุนแขนตัวเองบนโต๊ะ ภาพมุมเอียงที่เขาเห็นตอนนี้ทำให้ทุกอย่างดูสูงเกินธรรมชาติ…ในความเงียบนั้นเองที่ทำให้ชายหนุ่มตระหนักได้ว่าตอนนี้เขาไม่มีใครแค่ไหน

 

 

 

 

 

 

วงหน้าสีน้ำนมฝังลงกับท่อนแขนเพราะไม่อยากจะเห็นความว่างเปล่าตรงหน้า เสียงนุ่มพึมพำ

 

 

 

 

 

 

“นายทิ้งฉันไว้แบบนี้ไม่ได้นะ…ช่วยกลับมาเร็วๆ ทีเถอะ”

 

 

 

 

 


*****

 

 

 

อีริค เลนเชอร์ประหลาดใจเมื่อเห็นว่าไฟในห้องครัวยังคงสว่างจ้า

 

 

 

 

 

 

ตัดสินจากเวลาตีหนึ่งกว่าๆ แบบนี้…ทุกคนน่าจะหลับไปแล้ว และจากที่เขาบอกย้ำกับเด็กๆ เสมอ…การลืมดับไฟไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้ ชายหนุ่มผมน้ำตาลแขวนเสื้อแจ็คเก็ตหนังของตนไว้กับตะขอแล้วเดินเสียงเบาไปยังห้องที่แสงไฟลอดออกมา นึกหงุดหงิดใจเล็กน้อยกับความเผอเรอของบรรดาผู้อยู่อาศัย

 

 

 

 

 

 

แต่เมื่อก้าวมาถึงประตู ภาพที่เห็นก็ทำให้เขาลืมอารมณ์เสียๆ ทั้งหมดไป

 

 

 

 

 

 

 

ในห้องครัวที่เปิดไฟสว่างจ้านั้น…ร่างสมส่วนของชายหนุ่มผมดำนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร วงหน้าขาวใสนั้นดูอ่อนเยาว์ยิ่งกว่าเดิมตอนที่เจ้าตัวกำลังหลับฟี้แบบนี้ อีริคมองออกจากการที่คนตรงหน้านอนหนุนแขนตัวเองอยู่แบบนี้ว่ามันคงไม่สบายนัก…ความสงสัยจึงก่อตัวขึ้นว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมาทรมานสังขารรอเขาอยู่แบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

รอเขา…งั้นหรือ…?

 

 

 

 

 

 

 

ทันใดนั้น…ทุกอย่างก็ดูลงตัว แม้ว่าจะดูไม่น่าเชื่อเลยก็ตาม…หากคงไม่มีเหตุผลอื่นที่คนตรงหน้าจะมานั่งหลังขดหลังแข็งกลางดึกแบบนี้ในห้องครัว จานแซนด์วิชที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดูจะช่วยยืนยัน…เจ้าตัวคงรอเขาจนหลับไปทั้งแบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

ความรู้สึกแปลกๆ ก่อตัวขึ้นในใจอีริค…เขาไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร เพียงแต่รับรู้ได้ว่ามันอบอุ่นและก็ทำให้เขาดีใจอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

 

 

 

 

ร่างที่หลับอยู่ครางงึมงำออกมา ลมหายใจหนักๆ ถูกระบายออกมาเป็นการบอกกลายๆ ว่าเจ้าตัวไม่สบายตัวแค่ไหน อีริคจึงโน้มตัวลงไปแล้วเรียกอีกฝ่ายเบาๆ

 

 

 

 

 

 

 

“ชาร์ลส์…ตื่นเถอะ…ชาร์ลส์”

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าของชื่อคิดว่าตัวเองยังฝันไปอยู่ในทีแรก…หากสัมผัสเบาๆ ที่เขย่าไหล่เขาก็ค่อยๆ ทำให้เขามั่นใจว่านี่เป็นความจริง นัยน์ตาสีน้ำเงินกระพริบปริบๆ เพื่อสู้แสงขณะที่พยายามลืมขึ้นเพื่อมองหน้าคนที่ปลุกตนให้ชัดๆ  ทุกคำพูดและคำถามหายไปพร้อมกับความไม่สบายใจทั้งหมด…โดยที่ไม่รู้ตัว เขายิ้มละไมแล้วเอ่ยเสียงเบา

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันนึกว่านายจะไม่กลับมาซะแล้วรู้ไหม…?”

 

 

 

 

 

 

 

อีริคอดหัวเราะออกมากับประโยคทักทายแสนพิลึกพิลั่นนี่ไม่ได้ เขาเพิ่งพบชาร์ลส์ไม่นานมานี้…เวลาที่อยู่ด้วยกันก็ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ…หากกลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าคุ้นเคยใกล้ชิดกับอีกฝ่ายมานานแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันจะไม่กลับมาได้ไง? นี่มันบ้านฉันนะ” ชายหนุ่มผมน้ำตาลพูดเสียงล้อเลียน ก่อนจะเริ่มจัดการกับแซนด์วิชเมื่อคนข้างตัวเลื่อนจานมาให้

 

 

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์นั่งมองเงียบๆ…ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาเตรียมบทพูดมากมายเอาไว้สำหรับวินาทีนี้ หากตอนนี้เขากลับนึกอะไรจะพูดไม่ออกสักนิดเดียว…ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นเพราะความง่วงงุนของตนและรอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

ให้ตายสิ…มันถูกกฎหมายรึไงที่จะหน้าตาดีขนาดนี้น่ะ?

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากรวมสติให้กลับมาสามารถเรียบเรียงความคิดได้ตามปกติแล้ว ชาร์ลส์ก็เริ่มบทสนทนา

 

 

 

 

 

 

“ตลอดอาทิตย์ฉันติดต่อนายไม่ได้เลย…ฉันจะบอกนายว่าฉันใช้เงินที่นายให้เด็กๆ ไว้หมดแล้วนะ” เขาวางกระเป๋าเงินรูปปลาฉลามลงบนโต๊ะ “ซื้อไปแค่กับข้าวน่ะ…ฉันเก็บใบเสร็จไว้หมดนะ เผื่อนายอยากจะเช็ค”

 

 

 

 

 

 

 

อีริคพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ นิ่งเงียบเป็นเชิงรอให้เขาพูดต่อจนชาร์ลส์อดไม่ได้ที่จะถามย้ำ

 

 

 

 

 

 

“นายจะไม่เช็คหน่อยเหรอ? เกิดฉันเอาเงินไปทำอย่างอื่นหมดล่ะ?”

 

 

 

 

 

 

คนฟังยักไหล่ราวกับว่านั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ เสียงทุ้มตอบง่ายๆ “ไม่ต้องหรอก…ฉันเชื่อใจนาย”

 

 

 

 

 

 

 

ถึงจะรู้ว่ามันไม่ได้มีความนัยใดๆแอบแฝง…แต่ชาร์ลส์ก็อดที่จะรู้สึกหน้าร้อนวาบขึ้นมาไม่ได้ ซึ่งเขามั่นใจว่าตัวเองไม่ผิดปกติเลยที่จะรู้สึกแบบนี้…จะมีใครไม่ใจเต้นได้ล่ะเวลาที่มีคนหน้าตาดีเหมือนรูปสลักเดินได้พร้อมนัยน์ตาคมกริบชวนฝันมาพูดให้ฟังต่อหน้าว่าเชื่อใจกัน

 

 

 

 

 

 

 

“เอ่อ…อืม…กะ ก็คงไม่มีอะไรเท่าไหร่แล้วล่ะ…” เขายังจัดระบบคำพูดให้ฟังรู้เรื่องได้ไม่ดีนัก แต่ก็พยายามรวมสติกลับมา “ยังไงก็ช่วยเอาเบอร์มือถือกับเบอร์ที่ทำงานนายให้ฉันหน่อยได้มั้ย? ฉันถามแล้วแต่เด็กๆ บอกว่านายชอบเปลี่ยนเบอร์มือถืออยู่เรื่อย…ส่วนเบอร์ที่ทำงานก็ไม่มีใครรู้”

 

 

 

 

 

 

 

อีริคพยักหน้าเป็นเชิงตกลง ก่อนจะจัดแจงเขียนเบอร์ทั้งสองเบอร์ลงในเศษกระดาษให้เขา ชาร์ลส์ติดมันไว้ที่หน้าตู้เย็นด้วยแป้นแม่เหล็ก ก่อนจะหาวออกมา

 

 

 

 

 

 

 

“งั้นฉันไปนอนก่อนนะ” ชายหนุ่มผมดำยิ้มง่วงๆ ให้ “ราตรีสวัสดิ์อีริค”

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าของชื่อกล่าวตอบ “ราตรีสวัสดิ์ชาร์ลส์”

 

 

 

 

 

 

 

เขามองตามจนกระทั่งร่างเพรียวเดินออกจากห้องไป…นึกแปลกใจที่คำราตรีสวัสดิ์ง่ายๆ จากปากอีกฝ่ายทำให้เขายิ้มออกมาได้

 

 

 

 

 

 

*****

 

 

 

เพราะกว่าจะได้นอนก็ดึกแสนดึก…อีริคจึงตื่นตอนเกือบเที่ยงวัน

 

 

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มล้างหน้าและเสยผมยุ่งเหยิงอย่างลวกๆ พอให้มันเรียบเป็นทรงขึ้นมาบ้าง ก่อนจะเดินลงไปที่ห้องครัวตามความเคยชิน…เขาไม่เคยตื่นมาแล้วได้ทานอะไรในบ้านหลังนี้มากไปกว่าอาหารสำเร็จรูปหรือซีเรียลที่เด็กๆ ซื้อมาตุนไว้ นั่นจึงทำให้เขาประหลาดใจที่เห็นจานที่มีฝาปิดเรียบร้อยตั้งอยู่กลางโต๊ะอาหาร กระดาษโพสต์อิทแปะอยู่ข้างๆ

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าตื่นแล้วก็กินนี่ซะนะ ฉันออกไปซื้อของกับเด็กๆ  จะกลับตอนบ่ายๆ  — ชาร์ลส์

 

 

 

 

 

 

 

อีริคเปิดฝาเพื่อดูว่ามีอะไรวางรออยู่ในจาน…ฟิชแอนด์ชิปสีทองอร่ามทำให้เขายิ้มออกมา เดาไม่ยากว่านี่คงเป็นเมนูเดียวกับที่คุณพี่เลี้ยงทำให้บรรดาเด็กๆ ทาน และเมื่อได้ลิ้มรส…เขาก็ได้รู้ว่ามันไม่ใช่วัตถุสำเร็จรูปอย่างที่คิด

 

 

 

 

 

 

 

นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้ทานอาหารที่ทำที่บ้านแบบนี้?

 

 

 

 

 

 

 

อีริคส่ายศีรษะกับความคิดที่ผลุบขึ้นมาในหัว…ชาร์ลส์ดูจะมีความสามารถในการทำให้เขารู้สึกแบบนี้ตลอด ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนจะเริ่มสังเกตถึงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เปลี่ยนไป…ไม่รู้ว่าทำไม เขารู้สึกว่าทุกอย่างดูมีชีวิตชีวาขึ้น บ้านที่เคยดูเป็นแค่อาคารที่เขาอยู่ร่วมกับเด็กๆ กลุ่มหนึ่งกลายเป็นสถานที่ที่มีใครคอยดูแลเอาใจใส่…อะไรบางอย่างที่อีริคคิดว่ามันไม่มีอยู่นั้นกลับโดนเติมเต็มเสียแล้วเพียงแค่เวลาสั้นๆ ที่เขาไม่ได้อยู่ที่นี่

 

 

 

 

 

 

บรรยากาศเฉยชาว่างเปล่าหายไป…โดยแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่เขาไม่คิดว่ามีในครอบครัวนี้

 

 

 

 

 

 

 

อีริคไม่เคยรู้สึกผูกพันอะไรกับที่แห่งนี้…เขาเลือกแฟลตนี้ก็แค่เพราะสะดวกในการเดินทางและไม่ไกลความเจริญเกินไป เวลาที่จะได้มาอยู่ก็มีแค่สุดสัปดาห์เท่านั้น และที่ไม่รู้สึกผูกพันยิ่งกว่าก็คือเด็กๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกของเขาตามกฎหมาย…ถึงเขาจะไม่ได้ทิ้งขว้างถึงขั้นไม่ไยดี แต่ชายหนุ่มก็มองว่าเด็กพวกนี้เป็นเพียงหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบมากกว่าเป็นคนในครอบครัว นั่นจึงทำให้อีริคไม่เคยบกพร่องในการดูแลให้เด็กๆ ได้อยู่อย่างสุขสบายแต่ก็ไม่คิดจะสวมบทบาทคุณพ่อผู้แสนใจดีแต่อย่างใด

 

 

 

 

 

 

 

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น…ยังไงก็ไม่มีเหตุผลในการจ้างชาร์ลส์เข้ามาอยู่ดี

 

 

 

 

 

 

อีริคเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตนถึงทำแบบนี้…ปกติเขาไม่เคยแม้แต่จะเสวนากับใครในบาร์ด้วยซ้ำ แต่ชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงินกลับดึงความสนใจของเขาไว้ได้ตั้งแต่แรกเห็น การปล่อยไก่แบบเมาๆ ก็ทำให้เขาผู้ไม่เคยยิ้มกับมุขตลกที่ไหนหัวเราะออกมาได้ และแววตาหมองๆ ตอนเล่าเรื่องของตนให้ฟังก็ทำให้เขารู้สึกอยากจะทำอะไรก็ได้เพียงเพื่อลบความเศร้าในใจอีกฝ่ายไปเสีย…จนตามมาด้วยข้อเสนอที่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เขาก็พูดออกมาง่ายดายเพียงเพราะอยากจะให้ชาร์ลส์ยิ้มออกมาอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

อีริค เลนเชอร์…เกิดอะไรขึ้นกับนายกัน…?

 

 

 

 

 

 

 

เสียงพูดคุยและฝีเท้าโครมครามจากหน้าประตูบอกให้รู้ว่าสมาชิกตัวน้อยๆ ของบ้านกับคุณพี่เลี้ยงกลับมาถึงแล้ว อีริคยังคงนั่งอยู่ที่เดิมตอนทุกคนก้าวเข้ามาในห้อง…ห่อข้าวของเต็มอ้อมแขนเล็กๆ

 

 

 

 

 

 

 

สายตาที่เด็กๆ มองเขานั้นหวาดเกรง ไม่มีใครกล้าพูดอะไรขึ้นมาจนความเงียบชวนให้อึดอัดแผ่เต็มห้อง อีริคไม่ชอบเวลาที่เขาต้องมาโดนมองด้วยสายตาแบบนี้…ร่างสูงจึงขยับจะลุกขึ้น แต่ชายหนุ่มผมดำที่ก้าวตามเข้ามาพร้อมถุงใบใหญ่สุดอยู่ในมือก็ทำลายความเงียบนั้นลง

 

 

 

 

 

 

 

“วางของบนโต๊ะนะครับ…ฌอนอย่าแอบเอาขนมไปล่ะ แล้วก็….” ประโยคสะดุดเมื่อเห็นผู้ใหญ่อีกคนของบ้าน “อ้าว อีริค?”

 

 

 

 

 

 

 

นัยน์ตาสีน้ำเงินมองเขาแล้วแล่นปราดกลับไปที่เด็กๆ ที่ยืนเงียบอยู่ ประกายความเข้าใจจุดวาบชั่ววินาที ก่อนที่ร่างเพรียวจะก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิม เสียงนุ่มพูดราวกับเป็นเรื่องปกติ

 

 

 

 

 

 

 

“นายเพิ่งตื่นเหรอ?” ชาร์ลส์เลื่อนจานอาหารที่ควรเป็นมื้อเช้าของเขาไปนิดนึงเพื่อที่จะวางถุงในมือลงบนโต๊ะ “ฉันเพิ่งกลับมาเอง…หวัดดีตอนบ่ายนะ”

 

 

 

 

 

 

 

การทักทายพิลึกพิลั่นฟังดูแปลกๆ ชอบกล แต่นั่นก็ทำให้เด็กๆ คลายท่าทีกล้าๆ กลัวๆ และพูดกับเขาบ้าง

 

 

 

 

 

 

 

“หวัดดีครับแด็ด”

 

 

 

 

“เรากลับมาแล้วฮะ”

 

 

 

 

 

“สวัสดีฮะแด็ด”

 

 

 

 

 

แม้แต่แม่หนูในอ้อมแขนของพี่ชายคนรองยังกล่าวบ้าง “ดีใจจัง…แด็ดอยู่ด้วย”

 

 

 

 

 

 

อีริคมองหน้าบรรดาเด็กน้อยที่ยืนยิ้มอายๆ และมีท่าทีเหมือนรออะไรตอบแทนอยู่…แอบสงสัยกับคำเรียกที่ไม่เหมือนเดิม เขาขยับจะขมวดคิ้วกับการเปลี่ยนแปลงที่มากจนเขาตามไม่ทัน แต่ชาร์ลส์ที่ยืนอยู่ข้างเขาก็กระแอมเสียงลั่นแล้วเลิกคิ้วพยักเพยิด

 

 

 

 

 

 

 

ถึงจะแอบถอนหายใจกับเรื่องบ้าๆ นี่ แต่อีริคก็ยอมตามโดยดี “อืม…หวัดดี”

 

 

 

 

 

 

 

คำพูดของเขาทำให้เด็กทุกคนยิ้มออกมาเหมือนดอกทานตะวันผลิบาน จู่ๆ อีริคก็รู้สึกว่ากำแพงที่มองไม่เห็นระหว่างเขากับเด็กๆ ดูจะหายวับไปด้วยการพูดคุยสั้นๆ นี้…รวมไปถึงท่าทางหวาดเกรงทั้งหมดด้วย สิ่งที่ได้ค้นพบในวินาทีนี้ทำให้อีริครู้สึกพอใจอย่างประหลาด วงหน้าคมคายหันไปทางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ตน…และรอยยิ้มหวานสดใสที่อีกฝ่ายส่งมาให้ก็บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวเองก็ไม่ได้รู้สึกต่างไปจากเขานัก

 

 

 

 

 

 

 

 

อีริครู้ว่าทุกอย่างฟังดูไร้สาระเกินจะเชื่อว่าเป็นเรื่องของของเขา…แต่เหมือนกับว่าตั้งแต่แรกพบ ชาร์ลส์ก็ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของชีวิตเขาอย่างง่ายดายแล้วเรียบร้อย

 

 

 

 

 

 

 

…และโดยตัวเขาเองก็ยอมที่จะให้เป็นเช่นนั้นเสียด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

Advertisements

13 responses to “[X-Men Fic][ErikCharles] Where Our Hearts Belong (3)

  1. โอ๊ะโอ มี๊ชาร์ลส์กุมใจเด็กๆอยู่หมัดเลยแฮะ
    ดูท่าจะลามไปกุมใจแด๊ดด้วยนะเนี่ย
    อีริคเลี้ยงเด็กแบบไม่ใส่ใจไม่ผูกพัน
    ดีแล้วจริงๆที่ชาร์ลส์เดินเข้ามาในชีวิต
    ตอนนี้อ่านจบแล้วหุบยิ้มไม่ได้เลย แงงงงงงง

    Like

  2. เป็นเหตุผลว่าทำไมบ้านต้องมีคุณแม่ไงคะ!!!!!!!
    ครอบครัวอะไรชวนหัวใจโดกิๆๆชะมัด Y///[]///Y

    Like

  3. โดนเดเมจไปอีกดอก
    “ผมดีใจจังที่แด็ดเจอคุณ ช่วยแต่งงานกับแด็ดทีเถอะฮะ”
    สครีมมมมมมมมมม งั้นฌอนก็ต้องช่วยเเด็ดจีบมี๊นะค่ะ 55555
    โอวววว หนูอยากอ่านต่ออ่ะะะะะ กำลังได้ที่เลยย เป็นAU ที่เเบบ น่ารักเกินนน อยากได้เเม่บ้านอย่างชาร์ลส์สักคน ❤

    Like

  4. โอ้ยแง่งง อิริคอย่าเป็นคุณพ่อใจร้ายสิค้า555555 เด็กๆกลัวหมดเลยยย แต่ไม่เป็นไร มีมิ๊ชาร์ลส์คอยปลอบอยู่ แง่งง มิ๊ชาร์ลส์มัดหัวใจเด็กๆได้ดีมากเลยย อยากไปอยู่ด้วยสักคนนนนน ดูเหมือนจะมัดใจแด๊ดได้ด้วยนะเนี่ยย

    Like

  5. ให้ตายเถอะพาร์ทนี้หวานมากๆ
    เห็นด้วยกับน้องฌอนแบบสุดลิ่มทิ่มประตู
    แจกการ์ดแต่งงานเถอะนะขอร้อง จะได้ไม่เป็นภาระของซีเรียลยามเช้า
    คือความอบอวล มันลอยวิ้งๆอยู่ระหว่างสองคนนี้
    คนที่รู้จักไม่ถึง 24 ชั่วโมงมานั่งรอผู้ชายอย่างอีริคจนดึกดื่น
    พร้อมกับแซนวิส แล้วก็คำทักทาย
    มันทำให้ชีวิตของคนๆนึงมีความหมายเพิ่มมากขึ้น
    โอ้ยยย กระโดดจุ๊บเลยเฮีย ถ้าจะหาคนที่ดูแลทุกอย่างได้ดีขนาดนี้
    อย่าปล่อยให้หลุดมือเชียวนะ ขอร้อง
    ชาร์ลส์คือคนที่ทำให้บ้านที่แสนเย็นชาหลังนี้กลายเป็นบ้านที่อบอุ่นและเริ่มเป็นคำว่าครอบครัวเข้าไปทุกที

    Like

  6. นี่มันหยั่งกะคูพระนางเลยค่ะฟทห่ำนนำพยหาแำลฃ /ก็คล้ายๆล่ะนะ…
    แค่มีชาร์ลส์ โลกนี้ก็สดใส//////
    /อีริคไม่ได้กล่าวไว้(แต่คงจะคิดเหมือนกัน5555)
    อีริคเลี้ยงเด็กๆมายังไงเนี่ยย ไม่ดีเลออ /ตีตูด ลำบากชาร์ลส์แท้ๆ /สมเป็นอีริคถถถถถ
    ชาร์ลสก็เป็นคนดีมากๆ ทำอะไรให้ทุกอย่าง แอบคิดอะไรล่ะซี่ยย อิ___อิ
    ปล.อีริคเลือกคนดูแลคนถูกจริงๆ55555

    Like

    • อีริคเป็นคุณพ่อผู้นิสัยไม่ดีค่ะก้ากกกก
      แต่ชาร์ลส์มาแล้ว…ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมค่ะ ครุคริ A v A
      ความรับผิดชอบของชาร์ลส์จะทำให้อีริคเลิกงี่เง่าค่ะฟฟฟฟฟ
      แล้วจะเป็นไงต่อรออ่านในเล่มนะคะ ❤ 😀

      Like

      • อีริคเวอร์ชั่นแฟมิลี่แมนต้องก๊าวมากแน่ๆ แอร๊ยยย //รอเลยค่า55555555

        Like

  7. อยากอ่านทั้งหมดมากค่ะ ฟหกดฟหกกหฟ ปกติไม่ค่อยอะไรกับเรื่องที่เด็กเป็นตัวสื่อรักเหมือนกันค่ะ แต่นี่คือไม่ค่ะพี่ น้องจะไม่ทนกับแด๊ดอีริคและมี๊ชาร์ลส์ของพี่ คือเป็นอะไรที่ยิ่งกว่าแรกพบมากเลยค่ะ น่ารักเป็นที่สุดด ชอบที่พี่ทิพย์บรรยายประมาณว่าทั้งๆที่ก็อยู่บ้านหลังเดิม ข้าวของเดิมๆ แต่มีอะไรบางอย่างที่มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
    จะย้ายไปอยู่แฟลตข้างๆแล้วแอบส่องเพื่อนบ้านหลังนี้ดีกว่าค่ะ #ไม่

    Like

  8. คือ อาจจะเป็นเพราะเคมีที่พวกเขามีมันเข้ากันมากๆอยู่แล้ว รวมถึงความสามารถในการเขียนของพี่ทิพ มันเลยออกมาละมุนชวนฝันแบบนี้ เป็นพล็อตที่โหล แต่พอมาอ่านแบบนี้มันกลับดูไม่โหลเลยสักนิด 55555555555
    ง่อววว ที่เหลือพี่ทิพลบไปแล้วแฮะ //เกาแก้ม คือแบบพี่รวมเล่มไปรึยังเราก็ไม่รู้ แต่เราก็ชอบมันมาก เราก็ยังคงเคว้งคว้างต่อเพื่อจะรออ่านนะคะ 5555555

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s