[The Avengers Fic][ThorKi] My Gorgeous Beast (2)

My Gorgeous Beast

The Avengers + Thor fanfiction by Tippuri~ii *

Pairing: Thor x Loki a.k.a. Thunderfrost

* แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบัง เทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น boy’s love…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

REMARK: อิงจากหนังเรื่อง how to train your dragon เพราะฉะนั้นอาจมีการสปอยล์ตัวหนัง และรีดเดอร์อาจดูหนังเรื่องนี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่ได้อีกต่อไป….เราเตือนแล้วนะ =W=

REMARK 2: อาจมีตอนสอง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีตอนจบนะก๊ะ

* นี่เป็นฉบับใหม่นะคะ แก้ไขบางส่วน + เพิ่มทอล์ค มีบางจุดที่เปลี่ยนนิดหน่อยค่ะ 🙂 *

***************************************

Chapter 2


แอสการ์ดเป็นเกาะที่ทุกคนอยู่กันอย่างเรียบง่ายภายใต้คติสั้นๆ ข้อเดียว…มังกรที่ดีคือมังกรที่ตายแล้ว

เท่าที่ธอร์จำความได้…ภาพฝูงมังกรที่บุกเผาทำลายบ้านเรือนเป็นเรื่องปกติเจนตา เขาแทบจะรอเวลาให้ตัวเองโตพอที่จะร่วมต่อสู้ด้วยซ้ำ…เพราะการอยู่ในที่หลบภัยโดยไม่ทำอะไรนั้นน่ารำคาญใจ และการได้สังหารสัตว์ร้ายมีปีกเหล่านี้ก็เป็นเหมือนกับเครื่องพิสูจน์ว่าเขามีความกล้าหาญสมกับที่เป็นบุตรชายคนเดียวของประมุขแห่งแอสการ์ด

ชายหนุ่มผมทองจัดการกับมังกรมานับไม่ถ้วน…แต่ในตอนนี้ เขากลับนึกไม่ออกว่าควรจะทำอย่างไรดี

สิ่งมีชีวิตตรงหน้ายังคงไม่ยอมละสายตาที่จ้องเขม็ง…ยอบร่างอย่างพร้อมจะกระโจนใส่เขาได้ทุกเมื่อ ธอร์ไม่รู้มาก่อนว่ามังกรสามารถเปลี่ยนร่างได้แบบนี้…แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าร่างที่ไม่เหมือนเดิมจะสามารถเปลี่ยนความจริงได้

มังกรก็คือมังกร…และไม่มีคำว่าเมตตาให้กับเจ้าสัตว์ร้ายพวกนี้

มือใหญ่กระชับโยนิรร์ให้เหมาะมือขึ้น…การขยับน้อยนิดที่ตัดเส้นด้ายตึงเขม็งของบรรยากาศ เสียงขู่ฟ่อกรีดแหลมพร้อมกับที่ร่างบางโผนเข้าใส่ ผืนผ้าโดนกระชากมาด้วยตามแรงขยับดูเหมือนสายน้ำตกสีดำ ธอร์สบถลั่นเมื่อเล็บคมข่วนลงมา…ค้อนเหล็กหล่นกระแทกพื้นดังสนั่น

เจ้าตัวร้ายแสยะยิ้มเมื่อเห็นว่าแผนปลดอาวุธของตนสำเร็จ โถมตัวใส่อีกครั้ง ผลักให้เขาล้มไปกับพื้น…จุดสีทองกลางนัยน์ตาเจิดจ้าเหมือนเปลวเพลิง กรงเล็บเตรียมตวัดลงมาซ้ำ ธอร์ไม่คิดเสียเวลาเรียกโยนิรร์ เขาฉวยมีดเล็กตรงเข็มขัดแล้วตวัดสวนออกไปก่อนที่เล็บคมสีราตรีจะทันได้ขยับ

เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดและผืนผ้าที่ฉีกขาดบอกให้รู้ว่าการโจมตีของเขาไม่พลาด น้ำหนักที่กดทับหายไปเมื่อร่างบางเซล้มลงไปนอนฟุบ…ผ้าสีดำม้วนไม่เป็นรูปทรงตามไปด้วย

ชายหนุ่มผมทองหยัดกายขึ้น เหยียดแขนออกไปเพื่อรับโยนิรร์ที่พุ่งกลับมาหา…นิ่วหน้าตอนรวบมือ รอยข่วนเป็นทางบาดอยู่บนผิว เขาหอบหายใจถี่รัวพลางถลึงตามองร่างที่นอนนิ่งอยู่ห่างออกไป…กองผ้าสีดำบดบังให้เขามองไม่เห็นว่าคมมีดของตนแทงเข้าที่ตรงไหน แต่ก็ไม่คิดจะสนใจเพราะร่างนั้นไม่ขยับแล้ว

เจ้าตัวแสบปราดเปรียวและพิษสงร้ายกาจสมชื่อ…และตอนนี้มันก็คงเหลือแค่เพียงชื่อแล้ว

*****

คืนนั้น…ฝนตกหนักจนเหมือนเป็นพายุหลงฤดู

ธอร์ออกไปตรวจตราความเสียหายตั้งแต่เช้า แต่ไม่มีอะไรหนักหนามากไปกว่าบ้านเรือนที่โดนลมพัดเสียหายกับกองฟืนที่เปียกชุ่ม เขากลับมาที่วังในตอนสายด้วยความสบายใจที่ทุกอย่างปลอดภัย…ร้องทักเมื่อเห็นร่างของมารดายืนรออยู่

“ท่านแม่…ลูกกลับมาแล้ว”

ชายหนุ่มผมทองขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าหญิงวัยกลางคนมีสีหน้าลำบากใจ ขายาวรีบเร่งรุดไปหา “เกิดอะไรขึ้นหรือท่านแม่?”

“อ๋อ…ไม่จ้ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร” ฟริกก้ายิ้มออกมา ก่อนจะพูดเสียงค่อย “แม่มีเรื่องอยากให้เจ้าช่วยหน่อยน่ะ”

ธอร์ยิ้มบ้างเมื่อเห็นความไม่สบายใจหายไปจากหน้ามารดา เดินตามอีกฝ่ายไปทางชายป่าด้านหลังวัง…ก่อนที่นัยน์ตาสีฟ้าจะเบิกกว้างขึ้นกับสิ่งที่เห็น

“ท่านแม่…นี่มันอะไรกัน?!”

ร่างหมาป่าสีเทาตัวใหญ่ยักษ์นอนนิ่งอยู่ในรถเข็นที่ใช้ขนฟืน ถึงขาของมันจะโดนมัดไว้พร้อมมีที่ครอบปากแน่นหนา…แต่ขนาดของมันก็บอกถึงพละกำลังได้ ธอร์กันร่างของอีกฝ่ายไว้ข้างหลังตน…ขยับโยนิรร์เตรียมจะฟาดลงใส่ร่างที่หายใจรวยริน หากมารดาของเขาก็พูดแทรกเสียงดัง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เจ้าคิดจะทำอะไรกัน?”

มือเรียวที่ยื้อยุดอาวุธในมือเขาทำให้ธอร์ต้องยอมลดมันลง ถอนหายใจอย่างหน่ายๆ…แม่ของเขาเป็นหมอฝีมือฉกาจที่สุดของแอสการ์ด และถึงจะไม่ได้รักษาผู้คนอย่างจริงจังแล้ว…นางก็ยังคงใช้ความรู้ที่มีกับบรรดาสัตว์บาดเจ็บทั้งหลายอยู่ดี

แต่นี่มันออกจะเกินไปหน่อยแล้ว…

“ท่านแม่…” ธอร์เริ่มต้น “ลูกนับถือสิ่งที่ท่านแม่ทำเสมอ…แต่นี่มันหมาป่านะ มันฆ่าสัตว์และก็ทำร้ายพวกเรา…ท่านแม่จะไปช่วยมันทำไม?”

“แม่จะช่วยเจ้าตัวนี้เพราะว่ามันไม่ได้ฆ่าสัตว์หรือทำร้ายใครน่ะสิ” ฟริกก้าพูดเสียงแข็ง “มันโดนต้นไม้โค่นใส่ตรงชายป่า…และถ้าเจ้าไม่ช่วย แม่ก็จะอุ้มมันเข้าไปข้างในเองนี่แหละ”

ธอร์รู้ว่ายามที่นัยน์ตาสีเทาวาววับแบบนี้…มารดาของเขาหมายความตามคำพูดทุกตัวอักษร ร่างสูงจึงตรงเข้าไปยกเจ้าหมาป่าขึ้น เดินไปทางที่เขาจำได้เจนใจว่าจะนำไปสู่ห้องที่หญิงวัยกลางคนเปลี่ยนเป็นที่พยาบาลสัตว์บาดเจ็บ

ชายหนุ่มผมทองวางร่างหนักๆ ลงบนโต๊ะไม้ตัวโตกลางห้อง เจ้าหมาป่าส่งเสียงครางขู่ต่ำๆ ในลำคอ…แต่เชือกที่มัดไว้แน่นหนาและบาดแผลฉกรรจ์ตรงต้นขาก็ทำให้มันขยับไม่ได้ ธอร์เดินไปตักน้ำถังใหญ่จากอ่างตรงมุมห้องมาวางไว้ให้เพราะรู้ว่าต้องได้ใช้ ก่อนจะนั่งนิ่ง…มองมารดาที่ลงมือทำแผลด้วยสายตาครุ่นคิด

“เจ็บนิดเดียวเท่านั้นแหละ…” ฟริกก้าค่อยๆ คีบชิ้นเศษไม้จากปากแผล พูดเสียงอ่อนโยนเมื่อเจ้าหมาป่าครางต่ำๆ “นี่ไง…หมดแล้วเห็นไหม…”

“ท่านแม่…” ธอร์พูดขึ้น “ลูกถามจริงๆ เถอะ…ท่านแม่จะช่วยสัตว์พวกนี้ไปทำไม? มันไม่ใช่พวกกระต่ายหรือหมาแมวนะ…”

ฟริกก้าเงยหน้าขึ้นสบตาลูกชาย เรือนผมสีน้ำผึ้งขยับไหวเมื่อเจ้าตัวส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะแย้งถามเสียงนุ่ม

“เพราะมันเป็นสัตว์ที่ทำอันตรายกับเรา…เลยไม่ผิดที่จะปล่อยให้มันตายงั้นหรือ?”

ชายหนุ่มนิ่งเงียบ…รอให้มารดากล่าวต่อ

“หมาป่ามันก็เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งนะลูก…มันต้องหาอาหาร” หญิงวัยกลางคนกล่าวนุ่มนวล “จะหมาป่าหรือมังกร…สัตว์นักล่ามันก็ต้องฆ่าสัตว์อื่นเพื่อการอยู่รอดทั้งนั้นแหละ”

ธอร์นิ่งเงียบ เขารู้ดีว่ามารดาไม่เคยเห็นด้วยกับการสังหารมังกร แต่นางก็ไม่ปริปากเพราะมันไม่มีทางอื่นในการจะจัดการเจ้าสัตว์ร้ายพวกนี้…จู่ๆ ใจก็หวนนึกไปถึงร่างบอบบางที่เขาทิ้งไว้ในป่า ความคิดที่ทำให้เผลอตัวเปรยออกไปลอยๆ

“แต่ต่อให้ครั้งนี้มันไม่ได้ทำร้ายเรา…มันก็อาจเคยทำมาก่อน และถ้าช่วยมันไป…มันก็อาจกลับมาทำร้ายเราอีกก็ได้นี่” คำถามตามมาในประโยคหลัง “ถ้ามีโอกาสก็ควรจะจัดการเสียไม่ใช่หรือท่านแม่?”

“แม่ตอบไป…มันก็ไม่ตรงใจเจ้าอยู่ดีนั่นแหละ” ฟริกก้าถอนหายใจพลางบรรจงเกลี่ยใบสมุนไพรให้เสมอกันบนปากแผล “สัตว์นักล่าก็คือสัตว์นักล่า…ก็จริงที่มันเป็นอันตราย แต่ช่วยไม่ได้นี่…นั่นเป็นธรรมชาติของมัน”

ธอร์ฟังเงียบๆ…มองตามมือเรียวบางที่ค่อยๆ พันผ้าขาวรอบขาของหมาป่า

“เจ้าตัวนี้เคยทำร้ายใครมาก่อนหรือเปล่า…ถ้าช่วยมันไว้แล้วมันจะกลับมาทำร้ายเราอีกหรือเปล่า…แม่ก็ไม่รู้หรอก” เสียงนุ่มนวลพูดราวกับจะสั่งสอน “แต่แม่คิดว่าทุกชีวิตมีค่าและมีสิทธิ์ที่จะได้รับการให้อภัย เราช่วยมันวันนี้…มันอาจจะจำเอาไว้ก็ได้…”

ชายหนุ่มอดยิ้มออกมาไม่ได้…ไม่ใช่หัวเราะกับความคิดของมารดา แต่เพราะเขาคิดว่ามันช่างฟังดูใจดีและสวยงามเหมือนจิตใจของคนตรงหน้าเสียจริง

“อย่ามาคิดว่าแม่ตลกนะ” ฟริกก้าค้อนยิ้มๆ ก่อนจะพูดต่อเสียงจริงจังอ่อนโยน “นักรบอย่างเจ้าอาจลืมไป…แต่ความเมตตาก็มีค่าพอๆ กับความกล้าหาญนะ”

ร่างระหงลุกขึ้นยืน มือบางไล้ขนปุยสีเทาตรงข้างหูเจ้าหมาป่าพร้อมกระซิบคำปลอบประโลมเสียงเบา ก่อนจะเดินไปล้างมือ ธอร์ก้าวไปเปิดประตูรอ…ยิ้มตอบมารดาจนนางเดินจากไป วงหน้าหล่อเหลาก็เครียดขึงด้วยปัญหาเดิม

ทุกชีวิตมีค่าและมีสิทธิ์ที่จะได้รับการให้อภัย…งั้นหรือ?

ธอร์ไม่เคยมองว่ามังกรเป็นสิ่งที่ต้องไว้ชีวิตเพราะพวกมันเองก็ไม่ลังเลในการจะทำร้ายผู้คนเช่นกัน หัวเราะหึอย่างเหยียดๆ กับรอยกรีดจากคมเล็บบนหลังมือตัวเอง…เจ้าตัวร้ายก็แสดงออกชัดเจนว่าพร้อมจะตอบโต้เขาทุกวิถีทาง

แต่นั่นก็เพราะว่า…

ธอร์กำมือแน่น ความคิดขัดแย้งกันทำให้เขารู้สึกสับสนเป็นครั้งแรกว่าสิ่งที่ตนทำเป็นเรื่องที่ถูกต้องไหม

ที่ไนท์ฟรอสต์ทำร้ายเขา…ก็เพราะเขาเองก็ต้องการจะทำร้ายมันเหมือนกันไม่ใช่หรือ…?

ชายหนุ่มพยายามปัดความคิดที่เริ่มก่อตัวจากคำพูดมารดาออกไปจากหัว…แต่ก็ทำไม่ได้

“เพราะมันเป็นสัตว์ที่ทำอันตรายกับเรา…เลยไม่ผิดที่จะปล่อยให้มันตายงั้นหรือ?”

การช่วยเหลือมังกรไม่ต่างอะไรกับการทรยศสิ่งที่เป็นดั่งคำสอนสำคัญสูงสุดของชาวแอสการ์ดเดียนเลยสักนิด…แต่ตอนนี้ ธอร์ไม่อยากจะยอมรับว่าเขาเริ่มรู้สึกเสียใจกับการที่ตนปล่อยเจ้ามังกรตัวแสบทิ้งไว้ในป่าขึ้นมาเสียแล้ว

*****

ป่าเย็นชื่นด้วยไอฝน

ธอร์จำทางไปสู่หลุมผานั้นได้แล้ว…การเดินทางจึงไม่กินเวลาสักนิด เขาไถลตัวลงมาตามก้อนหินที่กองระเกะระกะอย่างสบายๆ…ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าร่างบางที่โดนกองผ้าสีดำคลุมรอบยังคงนอนนิ่งอยู่ตรงที่เดิม

อย่าบอกนะว่า…

ชายหนุ่มผมทองเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้ ตระหนกกว่าเก่าเมื่อเจ้าตัวร้ายไม่ได้แม้แต่จะลุกขึ้นมาหรือส่งเสียงขู่อย่างที่ควร เขาทิ้งย่ามหนังและโยนิรร์ลงบนพื้น แขนแข็งแรงช้อนร่างที่นอนอยู่ขึ้นมาประคอง…ค่อยๆ ดึงผืนผ้าที่ปกปิดใบหน้าของอีกฝ่ายออก สบถในลำคอเมื่อเห็นวงหน้าซีดเซียวและริมฝีปากที่สั่นระริก…บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวคงนอนตากฝนอยู่ตรงนี้ทั้งคืน

ธอร์อังมือลงตรงหน้าผากขาวเนียน…ไม่รู้ว่ามังกรจะไม่สบายได้ไหม แต่อุณหภูมิที่สัมผัสได้ก็เป็นปกติ…เขาจึงเริ่มสันนิษฐานใหม่ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวร้ายหมดสภาพแบบนี้ ก่อนจะนึกขึ้นได้ยามที่เห็นมีดเล็กตรงเข็มขัดของตน ดวงตาสีฟ้าตวัดมอง…ผ้าสีดำโดนกรีดเป็นแนวยาวตรงหน้าท้อง บอกให้รู้ถึงตำแหน่งของแผลที่เขาฝากไว้

หากก่อนที่จะได้สำรวจว่าแผลลึกแค่ไหน…ดวงตาของร่างในอ้อมแขนก็ลืมขึ้นอย่างที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว เจ้าตัวร้ายใช้เวลาสั้นกว่าเสี้ยววินาทีในการรับรู้ว่าตนกำลังอยู่ในสภาพไหนกับใครก่อนที่จะเริ่มดิ้นปัดๆ แบบสุดชีวิต…ธอร์ผงะตัวหนีมือเรียวและเล็บคมสีดำที่ตวัดระรัวแบบไร้ทิศทาง สบถเสียงลั่นออกมาอย่างหงุดหงิดพลางหาทางทำให้อีกฝ่ายหยุดทำร้ายร่างกายเขาเสียที

ให้ตายเถอะ!…เจ้ามังกรไร้สตินี่ยังจะคิดสู้ในสภาพร่างกายแบบนี้อีกเรอะ?!

ธอร์ใช้แขนข้างหนึ่งกดร่างบอบบางลงไปติดพื้น…ส่วนอีกข้างตวัดรวบมือทั้งสองของอีกฝ่ายไว้เหนือหัว กดให้แนบตามไปกับพื้นด้วยแล้วจึงละแขนที่ตรึงร่างนั้นอยู่ออกมา แต่ถึงอย่างนั้น…เจ้าตัวแสบก็ยังคงเตะขารัวๆ อย่างไม่ยอมแพ้ ธอร์ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ตัดสินใจใช้วิธีไม่นุ่มนวลเพื่อทำให้เรื่องจบลงเสียที…มือใหญ่ประทับหนักๆ ลงบนรอยแผล เรียกเสียงร้องอย่างเจ็บปวดจากเรียวปากสีซีดนั้น อีกฝ่ายหยุดดิ้นไปชั่วครู่…และชายหนุ่มผมทองก็ฉวยจังหวะนี้ในการคว้าชายผ้าสีดำมาผูกรวบข้อมือของร่างตรงหน้าเอาไว้

แต่ทันทีที่ละมือจากปม…ร่างเพรียวก็ขยับจะถอยหนีอีกครั้ง ธอร์ถอนหายใจกับการดึงดันไร้สาระนี้…ตวัดมือกดลงบนแผ่นอกของอีกฝ่ายให้ขยับตัวไม่ได้ มืออีกข้างกระชากรอยกรีดบนผ้าให้กว้างกว่าเดิมจนฉีกขาดออกไป เสียงทุ้มพูดดังลั่นหนักแน่นเป็นเชิงขู่

“อยู่เฉยๆ…ถ้าดิ้นอีก ข้าแทงเจ้าซ้ำแน่”

ไม่รู้ว่าเข้าใจจากคำพูดหรือท่าทาง…แต่เจ้าตัวร้ายก็ยอมนอนนิ่ง หากก็ยังไม่วายตวัดสายตาเกลียดแค้นและส่งเสียงขู่เบาๆ ในลำคอ…ธอร์ชักสีหน้ารำคาญกลับไป ก่อนจะค่อยๆ ยกเศษผ้าที่ปิดบาดแผลไว้ออก…เผยให้เห็นรอยกรีดยาวสีสดบนผิวขาว เลือดบางส่วนแห้งแล้ว…แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่าแผลยังเปิดอยู่ ชายหนุ่มผมทองมองเศษหญ้าและฝุ่นทรายรอบปากแผลแล้วขมวดคิ้ว

ทั้งปล่อยแผลไว้แบบนี้ ทั้งเอาแต่ดิ้น…เจ้าตัวแสบนี่นอกจากจะไร้สติแล้วยังไร้สมองเสียด้วย

“เจ้านี่มันบ้าชัดๆ…ใครเขาปล่อยให้แผลสกปรกขนาดนี้กัน?” เสียงทุ้มว่าทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจไหม มือใหญ่ดึงให้ร่างบางลุกขึ้น “มานี่…เจ้าต้องล้างแผล”

ชายหนุ่มผมดำหยัดตัวได้นิดเดียวก่อนจะหงายหลังลงไปนอนอีกครั้ง…เสียงครางแผ่วๆ ในลำคอไม่ได้เจือความโมโหจงชังใดๆ แล้ว มีแค่ความเจ็บปวดเท่านั้น ธอร์ถอนหายใจอีกครั้ง…คราวนี้เพราะปวดหัวกับสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ พูดสั่งใหม่

“งั้นเจ้ารอเฉยๆ อยู่ตรงนี้…อย่าดิ้นหรือหนีนะ” เขาสบตากับอีกฝ่ายพร้อมกล่าวช้าๆ…หวังว่าคำพูดของตนจะเป็นที่เข้าใจ “ข้าไม่ได้จะทำร้ายเจ้า”

นัยน์ตาสีน้ำทะเลมองแบบไม่เชื่อสักนิด…จ้องเขม็งที่มีดเล็กตรงเข็มขัด ธอร์นึกได้ถึงคำขู่เมื่อครู่ของตน…จึงพูดเสียงอ่อน

“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น…ก็เจ้าเอาแต่ดิ้นนี่” ชายหนุ่มหยิบมีดขึ้นมา เสียงขู่ดังเบาๆ ในลำคออีกฝ่าย…ก่อนที่จะเงียบกริบเมื่อเขาโยนมันลงแอ่งน้ำใหญ่ตรงใจกลางหลุมผาไป ธอร์หันมาสบตากับร่างตรงหน้าอีกครั้ง ย้ำคำเดิมด้วยเสียงที่ตัวเองไม่ได้รู้เลยว่ามันอ่อนโยนเพียงใด

“เชื่อข้าเถอะ…ข้าไม่ได้จะทำร้ายเจ้า”

เจ้าตัวร้ายนิ่งไป เห็นได้ชัดว่าตอนแรกคงไม่เชื่อจริงๆ ว่าเขาจะหมายความตามที่พูด…ตอนนี้จึงประหลาดใจจนตอบโต้ไม่ถูกกับการกระทำของเขา ธอร์ค่อยๆ ละมือที่กดร่างอีกฝ่ายไว้แล้วก้าวไปที่ริมแอ่งน้ำ และเมื่อมองหาทางอื่นไม่ได้…เขาก็ปลดผ้าคลุมสีแดงของตนออก ฉีกเอาชิ้นผ้าเล็กๆ มาแล้วจุ่มลงในน้ำใสสะอาด ก่อนจะเดินกลับมาหาร่างที่นอนนิ่งอยู่

เสียงครางอย่างไม่ชอบใจดังขึ้นตอนที่เขาแตะผ้าเปียกลงตรงแผล เจ้าตัวแสบขยับจะหนีให้พ้น…แต่ธอร์ก็ไวกว่า เขากดร่างอีกฝ่ายไว้อีกครั้งก่อนจะจัดการเช็ดเศษหญ้าและฝุ่นทั้งหมดออกไป คาดคะเนสภาพแผลคร่าวๆ…มันไม่ได้ลึกมากมาย ไม่กี่วันก็หายเองได้ แต่ทางที่ดีคงต้องพันผ้าปิดไว้เพราะเจ้าตัวแสบนี่ดูจะไม่มีหัวคิดเลยว่าต้องระวังไม่ให้แผลสกปรก

ผ้าคลุมสีแดงโดนฉีกเพิ่ม…ก่อนที่มือแข็งแรงจะค่อยๆ พันมันรอบปากแผล ไม่สนใจแรงขัดขืนเล็กๆ ตอนที่เขาโอบร่างบอบบางเข้ามาหาตนเพื่อจัดการให้ชิ้นผ้าพันรอบตัวอีกฝ่ายดีๆ…เจ้าตัวแสบยังคงทำหน้างอตอนที่เขามัดปมผ้าพันแผลแล้วแกะปมผ้าที่มัดมือออกให้ มือขาวเรียวพุ่งไปที่ชิ้นผ้าสีแดงตรงหน้าท้องตน…แต่ธอร์ก็เดาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้ เขาจึงปัดมืออีกฝ่ายทิ้งด้วยความไวพอกัน พูดเสียงคาดโทษ

“อย่าแกะเชียวนะ”

ชายหนุ่มผมดำชักสีหน้าบึ้งตึงใส่…จุดสีทองกลางนัยน์ตาวาววับแบบไม่สบอารมณ์ ธอร์พ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดปนระอาออกมาให้รู้ว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากจะมาทำอะไรบ้าๆ แบบนี้เหมือนกัน ก่อนจะค้นย่ามหนังที่เอาติดตัวมา…โยนห่อใบไม้ที่ห่อชิ้นเนื้อรมควันไว้ลงบนตักอีกฝ่าย

“กินซะ”

วงหน้าหวานก้มลงมอง หยิบห่อใบไม้ขึ้นมาดมฟุดฟิดครู่เดียวก่อนจะขว้างคืนกลับมาแบบไม่ไยดี ธอร์สบถสั้นๆ แต่ก็รับมันไว้ได้ ตวัดสายตามองหน้างอง้ำของอีกฝ่ายแล้วตวาดออกมาอย่างเหลืออด

“เจ้าเป็นมังกรประสาอะไรกันหา?! มังกรบ้าอะไรไม่กินเนื้อ?”

ถึงจะไม่รู้ว่าจะพูดตอบได้ไหม…แต่ชายหนุ่มผมทองมั่นใจแล้วว่าเจ้าตัวร้ายนี่ฟังทุกคำของเขาเข้าใจ เรียวปากสีซีดเม้มแน่นกับเสียงตวาด…ไม่ยอมตอบคำใด ธอร์กลั้นคำสบถที่อยากจะพูดตามมาแล้วเก็บห่อใบไม้กลับเข้าย่ามไป หยิบแอปเปิ้ลสีแดงสดออกมาแทน

นัยน์ตาสีน้ำทะเลลุกวาว มือเรียวพุ่งเข้ามาเพื่อคว้าผลไม้ แต่ชายหนุ่มผมทองก็ไวกว่า…แขนยาวชูแอปเปิ้ลขึ้นให้สูงเกินเอื้อม ไม่สนใจเสียงขู่ฟ่อของอีกฝ่ายระหว่างที่ถามคำถามของตน

“เจ้าชื่ออะไร?”

ชายหนุ่มผมดำไม่ยอมตอบ ธอร์จึงรวบข้อมืออีกฝ่ายไว้แน่น…กระชากให้นั่งนิ่งๆ เพื่อจะได้สบตาถนัดๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าฟังข้าเข้าใจ ตอบข้ามา…เจ้าชื่ออะไร?”

สายตาที่จ้องเขม็งใส่นั้นมีแต่ความโกรธเกรี้ยวแบบเด็กโดนขัดใจ แต่ถึงอย่างนั้น…แอปเปิ้ลในมืออีกข้างของเขาก็สามารถเอาชนะได้ในที่สุดอยู่ดี

“…โลกิ” เสียงทุ้มหวานชวนฟังเหมือนกระดิ่งเงิน…แม้ว่าตอนนี้จะแข็งกร้าวไม่สบอารมณ์ก็ตาม “ข้าชื่อโลกิ”

ชายหนุ่มผมทองพยักหน้า พูดตอบไปตามมารยาทการแนะนำตัว “ข้าชื่อธอร์”

แววตาหมิ่นๆ ในดวงตาสีหยกบอกชัดยิ่งกว่าคำพูดใดว่าตนไม่ได้อยากจะรู้สักนิด…เอื้อมมือมาฉกแอปเปิ้ลไปทันทีที่ชายหนุ่มผมทองลดแขนลงก่อนจะเริ่มต้นกัดผลไม้สีแดงอย่างหิวโหย นัยน์ตาสีฟ้ามองร่างบอบบางที่มีกองเศษผ้าขาดรุ่ยพันรอบตัว…อดหัวเราะออกมากับผมสีดำยุ่งเหยิงและการจัดการกับแอปเปิ้ลที่รวดเร็วจนน่ากลัวว่าจะติดคอไม่ได้

เจ้าตัวแสบนี่เหมือนเด็ก…เด็กดื้อแถมเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจเสียด้วย

วงหน้าขาวใสเงยขึ้นหลังจากจัดการแอปเปิ้ลไปได้เกินครึ่งลูก…ธอร์สังเกตเห็นรอยเปื้อนของน้ำหวานจากผลไม้บนข้างแก้ม จึงขยับไปเพื่อจะเช็ดให้ตามสัญชาตญาณ…การกระทำที่ผิดพลาด เพราะถึงมือจะไม่ว่าง…เจ้าตัวร้ายก็ยังไม่หมดหนทางในการจะทำร้ายเขา ปีกมังกรเล็กๆ ตรงข้างศีรษะปัดแรงๆ ดังเพี๊ยะใส่มือใหญ่ ก่อนที่ร่างบางจะถอยหนีปราดๆ ไปซุกตรงใต้ซอกหินที่เรียงตัวกันเป็นเหมือนถ้ำเล็กๆ

ธอร์สะบัดมือเร่าๆ…ก้มลงมองรอยแดงที่เพิ่มขึ้นอีกรอยบนผิว ความหงุดหงิดใจหวนกลับมาอีกระลอก…ในแค่เพียงสองวัน เจ้ามังกรบ้านี่ทำให้เขาได้แผลตรงมือมากกว่าที่เคยมีมาตลอดชีวิตรวมกันเสียอีก เสียงทุ้มตะโกนใส่อย่างโมโห

“ถ้าเจ้ายังไม่เลิกทำบ้าๆ แบบนี้…ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ให้อดตายไปตรงนี้นี่แหละ!!”

คำตอบรับคือแกนแอปเปิ้ลที่โดนเขวี้ยงกลับมาเฉียดปลายเท้าเขาไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น พร้อมกับวงหน้าหวานที่หันมาชักสีหน้าท้าทายใส่ให้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างบางที่นอนหันหลังให้…แถมเอาผ้าดำมาคลุมโปงตัวเองซ้ำแบบจงใจกวนโมโหที่สุดด้วย

ธอร์ได้แต่ขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิด…พยายามบอกให้ตัวเองใจเย็นลงแม้ว่าจะเป็นเรื่องยากมากก็ตาม มือใหญ่คว้าย่ามหนังขึ้นมาถือเพื่อเตรียมตัวกลับวัง สายตามองไปทางร่างที่นอนคลุมโปงอยู่เป็นครั้งสุดท้าย…พ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์กับแกนแอปเปิ้ลบนพื้นหญ้า

เจ้ามังกรตัวร้าย…ไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตาเลยสักนิด…

tbc.

***************************************

EDIT+ : 12 July 2012

สวัสดีค่ะรีดเดอร์ทุกคน ฉบับแรกที่ลงไป ทิพย์เขียนตอนที่ง่วงมากสุดๆเลยค่ะ ภาษาคงแปลกๆน่าดู ฉบับปัจจุบันนี้คือแก้แล้วนะคะ

ตอนแรกที่บอกว่าอาจจะเขียนหรือไม่เขียนต่อ…ปรากฏว่าพอลองเปิดดูอีกที ทิพย์เขียนต่อเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ค่ะ! =[]= จำไม่ได้เลยจริงๆว่าไปเขียนตอนไหน (สาบานว่านี่ฟิคตัวเอง) เลยจากการทำลายอนิเมชั่นเยาวชนแค่สั้นๆในทีแรก ทิพย์เลยเลือดเย็นทำตัวชั่วร้ายต่อไปด้วยการเขียนตอนสองต่อ LOLOL ไม่รู้ว่าจะได้เขียนจนจบมั้ย แต่มีวางๆพลอตไว้แล้วและโดนสังคมขู่เข็ญ…รอลุ้นต่อไป แต่มีหวังได้ค่ะ #อะไร

ถ้าใครคิดว่าตอนสองดูไม่ต่อติดกับตอนแรก หรือเหตุผลไม่มีน้ำหนัก ทิพย์ขอโทษค่าาาา ;__; บอกไว้ก่อนเลยว่าเรื่องนี้ตามพลอตไลน์หนังเดิมนะคะ ใสใสนะคะ ใสจริงๆไม่ใช่ใสแบบน้ำตานุ้งกิตอนโดนพี่ธอร์ขืนใจด้วยนะ #อะไร(อีกครั้ง)

ตอนแรกเขียนซะยังกับว่าจะเป็นหนังพิศาล…ตอนนี้ดันกลับมารั่วๆซะงั้น ฟีลส์หอบหื่นกับฟีลส์รั่วไม่เคยมาในเวลาที่ต้องการเลย orz แต่เรื่องนี้อยากให้นุ้งกิดื้อค่ะ แบบพีธอร์ปวดหัวหงุดหงิด แต่ก็ไม่ได้ตามใจ ดื้อมาก็จับตีเลย ไรงี้อ่ะค่ะ กรี๊ดดดดด /ทุบตีหมอน/

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์นะคะ อ่านแล้วชื่นอกชื่นใจมาก เป็นกำลังการเขียน+เวลาอ่านสอบเลยค่ะ นักอ่านเงาทีรัก…คอมเมนต์ด้วยจะทำให้ไรเตอร์ดีใจมากนะคะ อะฮิฮิฮิ

ท่านพี่จะเลี้ยงมังกรออกมาอีท่าไหน รอติดตามตอนต่อไปปปป

ทิพย์เอง

Advertisements

8 responses to “[The Avengers Fic][ThorKi] My Gorgeous Beast (2)

  1. เรียกร้องตอนสามมมมมม สี่ ห้า หก…..ตอนจบด้วยยย;[];

    Like

  2. กร๊าซซซซซ //เงยหน้าพ่นไฟสีม่วงเป็นหมายเลขแปด(?) มันเฟี้ยวววมากกค่ะะะ นุ้งกิดื้ออ่ะ แต่ฮาช็อตกินแอปเปิ้ล คือหนูเป็นมัง(สวิรัต) หรือหนูไดเอตอ่ะคะลูก 555 กินเร็วเชียว นี่ตอนแรกนึกว่าหนูจะกินแกนมันไปด้วยนะเนี่ยย ฮาาา พี่ธอร์ก็มาแนวสับสน แต่สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง ฮิ้ววววว เอากลับมาเลี้ยงเลยพี่ๆ // โบกพู่เชียร์ น่ารักอ่ะะ อยากอ่านตอนต่อจังงง ภาคสองก็มาแล้ว เผื่อมีเหตุการณ์อะไรเพิ่มเติมนะคะพี่ทิพพพย์ >///< แอร๊ยย //กรีดร้องแล้ววิ่งจากไป ฮิฮิ

    Like

  3. โอ๊ยยยยยยยนี่เป็นการอ่านครั้งที่สามสิบได้แล้วมั้งเนี่ย5555555555
    แต่ก็ยังก๊าวเหมือนเดิมค่ะ อ่านไปเขินตบหน้าตัวเองไป อาไยก็ไม่ยู้
    แบบในหัวนี่มโนไปไกลแล้วค่าาาา อาจถึงขั้นเอาไปเปิดตัวกับท่านแม่
    แล้วฟริกก้าก็จะแบบ โลกิลูกยังงั้น โลกิลูกยังงี้
    โอเคค่ะ หยุช หยุดมโน 555555
    แต่เขินจริงจังนะ อร๊ายยยยยย

    Like

  4. ไม่รู้ว่าตอนนี้คนเขียนลืมเรื่องนี้ไปยัง งื่อ แต่อยากอ่านต่อจังค่าาา มีโอกาสจะได้กลับมาเขียนม้ายยยยยยย
    นุ้งกินัลลัคมากเลย ท่าทางจะไม่เชื่องง่ายๆด้วย ขุ่นพี่มีแนวทางอะไรไปฝึกนุ้งมังกิคะ มีกลยุทธใดได้โปรดบอกเลา

    Like

  5. น่ารักกกก มังกรน้อย น้องกิ น่ารักๆๆๆๆๆ แต่เสียดายที่หยุดอยู่ที่ตรงนี้ ฮรือออออ รีดเด้อจะเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจนะคะเพราะว่าชอบมาก ชอบพล็อต Tv T ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ > <

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s