[Hiddlesworth Fic] Sunshine, Moonlight, and Raindrops (1)

Sunshine, Moonlight, and Raindrops

Hiddlesworth fanfiction by Tippuri~ii *

Pairing: Chris Hemsworth x Tom Hiddleston

Type: AU Fanfiction

* แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบัง เทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น boy’s love…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *


REMARK(S):

  • ฟิคนี้ไม่มีอนาคต (.__.)
  • ปั่นแล้วลงเลย ขอโทษนะคะถ้ามีคำผิด/ประโยคประหลาดๆ ;___;
  • มันคือฟิคสั้น ใครฟอลทวิตจะรู้ว่ามันไม่เห็นจะมีอะไรเท่าไหร่เลย TT[]TT
  • อย่าลืมว่าฟิคนี้ไม่มีอนาคต…โอเคนะคะ UxU


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
Chapter 1

คริส เฮมสเวิร์ธคิดมาตลอดว่าบ้านหลังข้างๆ ไม่มีคนอยู่

เขาย้ายมาอยู่ที่ย่านนี้ได้เดือนกว่าๆ เกือบจะสองเดือนแล้ว…บ้านเดี่ยวถูกสร้างติดกันแบบรั้วต่อรั้วราวกับสถาปนิกต้องการจะจำลองรูปแบบของบ้านสไตล์กรุงลอนดอน ด้วยความที่จุดนี้เป็นย่านชานเมืองและมีแต่บรรดาคนมีเงินหวงความเป็นส่วนตัวอยู่อาศัย…จึงไม่แปลกที่บ้านทุกหลังจะดูเหมือนไม่มีคน แต่อย่างไรเสีย…เมื่อเวลาผ่านไปเกือบสองเดือนแบบนี้ คริสก็พอจะเห็นว่าใครคือเพื่อนบ้านของตนบ้าง

…ยกเว้นก็แต่บ้านข้างๆ นี่แหละ

ดอกไม้ใบหญ้าในสวนไม่ได้เหี่ยวเฉาหรือรกเรื้อและตัวบ้านเองก็ดูสะอาดสะอ้านไม่เหมือนบ้านที่ถูกทิ้งร้าง แต่คริสไม่เคยได้เจอเจ้าของบ้านหลังนี้เลยทั้งๆ ที่อยู่ติดกันแท้ๆ…เขาลองถามคนแถวนี้ดูแล้ว แต่คำตอบก็เหมือนกันหมด…แทบไม่มีใครได้เห็นคนเข้าออกบ้านหลังที่ว่าเลย

ความอยากรู้อยากเห็นเพิ่มขึ้นในใจตามจำนวนวันที่ผ่านไป…จนกระทั่งสุดท้าย คริส เฮมสเวิร์ธก็ต้องยอมแพ้แล้วตัดสินใจทำอะไรที่งี่เง่าน่าอายที่สุด

ในวันที่แดดสดใสและเงียบสงบ…คริสทำมาเป็นเดินดูนั่นดูนี่ในสวนของตัวเองก่อนจะวกไปตรงรั้วส่วนที่กั้นเขตของบ้านสองหลังเอาไว้ จากโครงสร้างบ้าน…ตรงจุดนี้เป็นมุมที่ยื่นออกมานิดๆ เพื่อให้รับกับหน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศสบานใหญ่ ชายหนุ่มรู้ว่าบ้านหลังนี้ปิดม่านทึบทั้งปีทั้งชาติราวกับเจ้าของบ้านเกลียดแสงแดด…เขาจึงทำใจไว้แล้วว่าอาจต้องชะโงกหารอยแยกของผืนผ้า แต่ก็ประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าวันนี้หน้าต่างบานใหญ่ถูกเปิดแง้มไว้ ม่านถูกรวบขึ้นนิดเดียวราวกับจะให้แค่ลมผ่าน…แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะให้เขามองเข้าไปเห็นด้านในของห้อง

คริสเดาว่าที่วันนี้ม่านถูกเปิดคงเป็นเพราะจุดนี้เป็นส่วนที่เงาจากบ้านของเขาทาบทับมาพอดี ชายหนุ่มพยายามเอนตัวหาจุดที่ตนจะสามารถมองเข้าไปในบ้านแต่คนในบ้านจะมองไม่เห็นตัวเองให้ได้…นึกอนาถใจกับตัวเองขึ้นมาตงิดๆ

ให้ตายเถอะ…นี่เขาโดนความอยากรู้ผลักดันให้ทำเรื่องบ้าๆ ถึงขั้นนี้เลยเรอะ?

คริสร่ำๆ จะล้มเลิกการกระทำงี่เง่านี้เสียแล้ว…แต่สายตาก็ลอยเรื่อยผ่านช่องว่างของหน้าต่างเข้าไปเสียก่อน ห้องนี้ดูเหมือนจะเป็นห้องสมุด…ตัดสินจากชั้นหนังสือที่เรียงรอบ เขาเห็นว่ามันถูกตกแต่งตามสไตล์ยุควิคตอเรียนแบบมีรสนิยม ก่อนจะสะดุ้งเล็กๆ เมื่อเห็นว่าตรงเก้าอี้นวมตัวยาวกลางห้อง…มีใครบางคนอยู่ตรงนั้น

เพราะในห้องมีแค่แสงจากหน้าต่างที่เปิดอยู่…คริสจึงเดาจากที่เห็นแค่รางๆ ว่าร่างโปร่งบนเก้าอี้ยาวคงกำลังอ่านหนังสือ ชายหนุ่มสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงสามารถมองเห็นตัวอักษรได้ในห้องที่ไม่เปิดไฟเลยแบบนี้…แต่ก็ลืมทุกอย่างไปหมดเมื่อได้ยินเสียงของเจ้าตัว

“หัวใจของข้าเจ็บปวด…ความรู้สึกว่างเปล่า…ราวได้ดื่มยาพิษ…” คริสจำได้รางๆ ว่าสิ่งที่ได้ฟังอยู่เป็นบทกวีคลาสสิค…ชายหนุ่มนึกชื่อของมันไม่ออก และตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาสนใจก็คือเสียงนุ่มนวลที่กำลังเอ่ยบทกลอน “ข้ามิได้ริษยา…หากยินดีกับความสุขของเจ้า นกน้อยแห่งมวลพฤกษา…ยินดีกับเสียงเพลงของฤดูร้อนที่เจ้าขับขานจากทิวไม้สีเขียวสดและร่มเงาที่ข้ามิได้เห็น…”

ท่าทางคนอ่านจะอ่านกลอนแค่ท่อนที่ตนคิดอยากอ่าน…เพราะหลังจากนั้นก็มีเพียงความเงียบ เงียบมากพอที่คริสจะได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษแม้ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในห้องมืดๆ นั่น ชายหนุ่มผมทองพยายามรวบรวมข้อมูลที่ตนได้รู้จากเสียง…ร่างโปร่งนั้นเป็นผู้ชาย สำเนียงบริติชแท้นุ่มหูบอกชัดว่าเจ้าตัวคงมาจากประเทศที่ประชาชนดื่มชาทั้งปีทั้งชาตินั่นแน่ และการที่อ่านกลอนศัพท์สูงได้ถูกต้องเป๊ะๆ แบบนี้ก็ทำให้เขาแอบเดาเองว่าอีกฝ่ายคงเป็นหนอนหนังสือไม่มากก็น้อย

แล้วทำไมไม่คิดจะเปิดไฟหน่อยนะ…

ชายหนุ่มผมทองคิดอย่างขัดใจ ความมืดในห้องทำให้เขามองไม่เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ…ร่างสูงเผลอตัวขยับเท้าเข้าไปใกล้รั้วมากกว่าเดิมอีกนิด ไม่มีเสียงอะไรนอกจากพื้นหญ้าที่ถูกย่ำแผ่วเบา…แต่หัวใจคริสก็ต้องกระตุกวูบ เขาสัมผัสได้ถึงความระแวดระวังที่เติมเต็มในบรรยากาศทันควัน…และวินาทีนั้นเองที่เขาเชื่อจริงจังว่าคนในห้องได้ยินเสียงใบหญ้าถูกเหยียบย่ำ

บ้าน่า…จะเป็นไปได้ยังไง…

ไม่มีเสียงพลิกหน้ากระดาษต่อ…และคริสก็ได้ยินเสียงหนังสือโดนปิดลงด้วย นั่นจึงทำให้ร่างสูงใหญ่รีบก้าวยาวๆ ออกไปจากบริเวณรั้ว อาศัยกำแพงบ้านให้บดบังสายตาของคนในห้อง…เขายืนนิ่ง แทบกลั้นลมหายใจตอนที่ได้ยินเสียงหน้าต่างโดนเปิดกว้างขึ้น…ความเงียบทิ้งตัวสักพักราวกับร่างโปร่งบางกำลังมองหาใครที่เคยยืนอยู่ตรงนั้น ก่อนที่กรอบไม้จะปิดกลับไปเสียงเบา

ชั่วครู่ ก่อนที่คริสจะแอบชะโงกหน้าผ่านมุมกำแพงกลับไปดู…หน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศสนั้นถูกปิดไปแล้วพร้อมผ้าม่านที่กลับมาบดบังบานกระจกดังเดิม

*****

ถึงจะได้รู้แล้วบ้านหลังข้างๆ มีคนอยู่จริงๆ…แต่น่าแปลกที่เขายังคงรู้สึกติดใจไม่หาย

ถึงจะรู้ว่าแค่ไปกดกริ่งเพื่อทักทายให้มันจบๆ ไปก็ได้…แต่คริสไม่อยากยอมรับเลยว่าตัวเองไม่กล้าทำ ชายหนุ่มยังรู้สึกหวาดๆ แบบไร้สาระว่าอีกฝ่ายจะมองตนในแง่ร้ายเพราะคิดว่าเขาแอบดู(ซึ่งมันก็เป็นความจริงด้วยนั่นแหละ) และถึงพยายามจะบอกตัวเองว่าอีกฝ่ายไม่มีทางจะรู้หรอกว่าเขายืนอยู่ตรงนั้น…แต่คริสกลับสลัดความเชื่อมั่นงี่เง่าที่ติดค้างในใจอยู่ออกไปไม่ได้เลย ความคิดบ้าบอที่ว่า…คนในห้องได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาบนผืนหญ้า

แต่ต่อให้ตัดเรื่องส่วนนี้ออกไป คริสก็ยังคงไม่กล้าเข้าไปเคาะประตูทักทายเพื่อนบ้านปริศนาของตนอยู่ดี เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน…และก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไมถึงมาไม่กล้าอยู่แบบนี้ คริสมักทำอะไรตรงๆ ตามนิสัยไม่ชอบอะไรที่ต้องคิดมากซับซ้อน…แต่ครั้งนี้ ชายหนุ่มกลับมานั่งคิดนอนคิดว่าทำอย่างไรตนจึงจะสามารถพบเพื่อนข้างบ้านได้อย่างแนบเนียนเป็นธรรมชาติราวกับว่าไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตารอจะทำความรู้จักกันได้

ไอ้จะทำเนียนน่ะคงพอไหว…แต่ประเด็นคืออีกฝ่ายไม่ยอมโผล่มาให้ได้เจอเลยน่ะสิ…

ทางที่ง่ายที่สุดในการจะได้เจอกันของคนแถบนี้คือตอนที่ออกมารับหนังสือพิมพ์ตอนเช้า…แต่เหมือนเพื่อนบ้านของเขาจะไม่ได้สนใจอยากรู้ถึงความเป็นไปของโลกภายนอกเท่าไหร่นัก เพราะเด็กส่งหนังสือพิมพ์บอกเขาว่าบ้านหลังนี้ไม่เคยสั่งหนังสือพิมพ์หรือแมกกาซีนใดๆ เลยเท่าที่ตนจำได้ แต่ถึงอย่างนั้นคริสก็ยังไม่อยากจะเลิกหวัง…เขาถึงขั้นยอมถ่างตาตื่นมารอรับหนังสือพิมพ์ทุกเช้า แต่ก็ไม่มีประโยชน์…ประตูของบ้านข้างๆ ยังคงปิดสนิทเสมอ

แต่แล้ว…โชคก็เข้าข้างเขาในที่สุด

มันเป็นอีกเช้าที่คริสคิดว่าเขาก็คงไม่มีหวังเหมือนเดิม…ชายหนุ่มยืนรีๆ รอๆ อยู่ที่หน้าบ้านต่อสักพักแม้ว่าหนังสือพิมพ์ของตนจะมาส่งแล้ว จนกระทั่งถึงตอนที่เขาต้องยอมแพ้แล้วบอกตัวเองว่าให้พยายามใหม่พรุ่งนี้นั่นเองที่บุรุษไปรษณีย์ขี่จักรยานมาหยุดหน้าบ้านข้างๆ…จดหมายถูกเสียบไว้ให้ในกล่องใบเล็กตรงริมรั้วพร้อมเสียงร้องบอกสั้นๆ ก่อนที่จักรยานจะถูกขี่จากไปอีกครั้ง

ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ ไม่ถึงนาที…แต่คริสก็ใจเต้นโครมครามนำไปไกลแล้ว ในหัวมีหลายอย่างตีกันยุ่งไปหมด…ทั้งการปรามตัวเองว่าอีกฝ่ายไม่ออกมาหรอกและทั้งการถามตัวเองว่าจะทำอย่างไรดีถ้าอีกฝ่ายออกมา คำพูดมากมายหลายหลากที่เคยเตรียมไว้ดาหน้ากันขึ้นมาเต็มสมองเหมือนเครื่องยนต์ที่ทำงานเร็วเกินพอดี ทุกอย่างจึงหายไปหมดดื้อๆ ตอนที่ประตูหน้าของบ้านข้างๆ แง้มเปิดออก

มันเป็นยามเช้าของต้นฤดูร้อนที่อากาศกำลังอุ่นสบาย…แต่ร่างโปร่งบางที่เขาเห็นกลับใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวราวกับอยู่ในหน้าหนาว ประตูถูกแง้มเปิดนิดๆ ให้เจ้าของบ้านชะโงกหน้าออกมา…มองซ้ายมองขวาราวกับดูว่าจะมีใครเห็นตนไหม ก่อนที่จะรีบก้าวยาวๆ มาที่กล่องจดหมาย

คริสสะดุดใจเล็กน้อยกับแขนเสื้อที่ยาวจนแทบปิดมาถึงนิ้วเรียว สะดุดใจยิ่งกว่ากับการที่อีกฝ่ายรีบเดินราวกับหนีอะไรสักอย่าง…แต่ก็ไม่คิดจะยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป

“หวัดดีครับ…” ชายหนุ่มผมทองรีบโบกมือทักทายไม่ให้เพื่อนบ้านปริศนาได้มีโอกาสหนีเข้าบ้าน ลืมท่าทางเท่ๆ ที่ตั้งใจจะทำไปจนหมด…แต่ก็พยายามจะทำหน้าสบายๆ ราวกับไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเลย หวังว่าอีกฝ่ายจะยอมเชื่อว่าเขาไม่ได้ยืนรอนั่งรออยู่หน้าบ้านเพื่อจะดักเจอมาเป็นอาทิตย์แล้ว

คริสคิดว่าตนทักทายแบบสุภาพและเป็นปกติ…แต่ร่างสูงโปร่งกลับสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างเหมือนตกใจจนช็อคที่เห็นเขา มือเรียวกำซองจดหมายแน่นจนยับก่อนที่เจ้าตัวจะรีบหันหลังแล้วซอยเท้าพรวดพราดกลับไปที่ประตูหน้าบ้านตัวเอง

“เฮ้ๆ! เดี๋ยวก่อนสิครับ!!” คริสร้องเรียก กริยาที่ได้เห็นทำให้เขาเองก็แตกตื่นไม่แพ้กัน…ไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิดไป ร่างสูงรีบก้าวยาวๆ จนแทบเป็นวิ่งตามไปด้วย ถึงอีกฝ่ายจะจัดการไขกุญแจสำเร็จแล้วตัดหน้าผลุบเข้าบ้านไปได้ในเพียงเสี้ยววินาทีสั้นๆ…แต่ชายหนุ่มผมทองก็คว้าลูกบิดด้านนอกไว้ได้ทันก่อนที่ประตูจะปิด รับรู้ได้ถึงแรงยื้อของคนด้านในที่พยายามดึงบานไม้เข้าหาตัวกรอบ เสียงทุ้มจึงต้องรีบบอกออกไป “ผมเพิ่งย้ายเข้ามาเองครับ! บ้านข้างๆ คุณเลย!!”

ได้ผล…คนข้างหลังประตูยอมเลิกดันบานไม้และแง้มมันออกนิดนึง เสียงนุ่มพูดเบาๆ…ทั้งสับสนลังเลและดูอับอายเล็กๆ กับท่าทางเสียมารยาทของตน “…ผมขอโทษครับ แค่…แค่ตกใจนิดหน่อย”

น้ำเสียงรู้สึกผิดทำให้คริสเริ่มรู้สึกผิดบ้าง เขาปล่อยมือจากลูกบิดเพื่อให้อีกฝ่ายสงบใจ “เอ่อ…ผมแค่จะทักคุณเฉยๆ น่ะ…ผมอยู่บ้านข้างๆคุณเลย แล้วเราก็ไม่เคยได้คุยกัน…”

“อ๋อ…” ประตูไม่โดนปิดใส่หน้า และการที่มันโดนแง้มเพิ่มก็ทำให้ร่างสูงใหญ่ยิ่งใจชื้น…แม้ว่าน้ำเสียงที่ได้ฟังจะยังลังเลราวกับไม่รู้ว่าจะไว้ใจเขาดีไหมก็ตาม “เอ่อ…ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“ผมคริส…คริส เฮมสเวิร์ธ” ถึงจะแอบใจแป้วเล็กน้อยว่าเพื่อนบ้านของตนไม่ได้รู้เลยว่าเขาย้ายมาอยู่ข้างๆ จะร่วมเกือบสองเดือนแล้ว…แต่ชายหนุ่มผมทองก็พยายามหาเรื่องมาชวนคุยต่อแม้ว่าคู่สนทนาของตนจะยังคงหลบอยู่หลังประตูก็ตาม คริสยื่นมืออกไปตามที่เคยชิน ก่อนจะอยากเตะตัวเองในวินาทีถัดมา…เห็นๆ อยู่ว่าคนในบ้านไม่อยากแม้แต่จะคุยกับตน แล้วจะมานับประสาอะไรกับการจับมือทักทาย

ชายหนุ่มผมทองรู้สึกได้ว่าคนในบ้านกำลังชั่งใจอย่างหนัก ความเงียบปกคลุมอยู่เกือบนาทีเต็มๆ จนคริสแทบจะถอดใจแล้วลดมือลงเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขากำลังกดดันให้ทำอะไรที่ไม่อยากทำ…แต่แล้วก็ได้พบความประหลาดใจ

บานประตูถูกเปิดออกจนกว้างพอจะให้คนข้างในบ้านชะโงกหน้าออกมา…ชายหนุ่มร่างโปร่งที่มีดวงตาสีเขียวสดใสกับเส้นผมหยักศกติดจะขยุกขยุยนิดๆ สีน้ำตาลทอง วงหน้าสีน้ำนมมีความลังเลระบายอยู่ให้เห็น…แต่เรียวปากก็พยายามยกยิ้มอย่างมีไมตรีตอบ และคริสคิดว่านั่นเป็นสัญญาณที่ดี

“ทอมครับ…ทอม ฮิดเดิลสตัน” เสียงบอกชื่อเบาแสนเบา…มือเรียวเอื้อมมาจับกับเขาให้สัมผัสนุ่มนวลเหมือนน้ำเสียง ก่อนที่เจ้าตัวจะผลุบกลับไปอยู่หลังประตูเหมือนเดิม

คริสไม่เข้าใจว่าทอมติดใจอะไรนักหนากับประตู แต่ก็รู้สึกว่าตนอาจจะรุกเร็วเกินไป จึงรีบจบบทสนทนาเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ “งั้น…แล้วเจอกันนะครับ”

“ครับ…” เสียงตอบรับเบาๆ…คริสแอบรู้สึกหมองๆ นิดหน่อยเมื่อได้ยินชัดว่ามันฟังดูโล่งใจ ก่อนที่จะใจเต้นแรงผิดจังหวะเมื่อได้ยินประโยคถัดมา

“แล้วเจอกันครับ…คริส”

ประตูถูกปิดเบาๆ หลังเจ้าของบ้านพูดจบ คริสรีบเดินกลับไปที่บริเวณบ้านของตน พยายามบังคับไม่ให้ตัวเองตะโกนฉลอง…ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงดีใจบ้าบอขนาดนี้กับแค่การที่ได้รู้จักกับคุณเพื่อนบ้านเสียที แต่ตอนนี้…คริสกำลังรู้สึกว่าใจตนมันฟูฟูเหมือนสายไหมชอบกลและไม่มีความสามารถในการจะหยุดยิ้มได้เลย

ให้ตายสิ…แค่ได้ฟังอีกฝ่ายเรียกชื่อ เขาก็โคตรดีใจแล้ว….

stay tuned.
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Advertisements

5 responses to “[Hiddlesworth Fic] Sunshine, Moonlight, and Raindrops (1)

  1. เหอะ ๆ บอกจะอ่าน อีริคชาร์ลแบบจริงจัง 5555555555

    มันคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอ่ะ อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

    เรามาเริ่มใหม่ที่นี่กะได้ แบบว่าโหยหาจาก เอกทีนมาาา มาอ่านหมีแอบย่องเข้าบ้านแมวข้าง ๆ

    รู้สึกคิดถึง อารมณ์แบบนี้ แวมไพร์ //บ้าอยู่คนเดียว คร่ำครวญจากการหาฟิคมิเจอออ

    Like

  2. จากที่อ่านในเอกซ์ทีน มาเป็น 2 ปี 55555555 กลับมาอ่านอีกครั้ง มันน่ารักมากกก คนอารั้ยยย แอบลอบมองบ้านคนอื่นเค้า เหมือนโรคจิตเลย แถมจะต้องหาทางเจอกันให้ได้ พอเจอกันก็อยากรู้จักให้มากขึ้น รู้สึกว่าคริสจะถูกใจทอมของเราตั้งแต่แรกเจอ

    Like

  3. คริสแบบ…โฮรลลลล น่ารักอ่ะอยากรู้จักทอมก็เลยแบบ ย่องไปส่อง ดักรอทักอารายเงี้ยคือแบบโฮรลลลลล

    Like

  4. น่ารักจังเลยค่ะ โฮรรรร คริสสู้ๆนะะะะ \\-\\)<3

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s