[The Avengers Fic][ThorKi] Only Just for Tonight

 
 

Only Just for Tonight 

 The Avengers + Thor fanfiction by Tippuri~ii *

 

 

 
 
 
Pairing: Thor x Loki a.k.a. Thunderfrost

 

 

 

* แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบัง เทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น boy’s love…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 

– Talk –

 

 

วันนี้ขอเอาทอล์คขึ้นก่อนมั่งนะก๊ะ

 

1. ฟิคนี้มีเรท #ตัวแดงเพื่อความดราม่า


2. เป็นความหอบหื่นชั่ววูบเหมือนตอนเขียนธอร์กิเรื่องแรกเลยค่ะ ฮือๆๆๆๆ…เค้าออกจะใสใสแท้ๆ………………. #ห้ามพูดว่าไม่เชื่อ

 

3. เป็นฟิคที่ได้ไอเดียจากเพลง One More Night  ของวง Maroon 5…ฟังครั้งแรกคิดถึงธอร์กิเลย และก็กลายมาเป็นความหอบหื่นหลายหน้ากระดาษตรงนี้นะคะ เพลงบ้าอะไรก็ไม่รู้เซ็กซี่ทำลายชีวิตคนฟังจริงๆ…เขียนเรื่องนี้นี่ฟังไปจะสองร้อยรอบแล้วมั้งเนี่ย ;_____; #เปิดรัวๆ

 

4. ขอโทษคนที่ฟอลทวิตนะคะที่ทิพย์ทวิตอะไรหอบหื่นมากมายในสามสี่วันที่ผ่านมา มันจะไม่มีแล้วค่ะ U3U

 

5. ไทม์ไลน์ในเรื่องเป็นสิ่งที่ทิพย์สมมติขึ้นมาเองค่ะ เพราะในหนัง โลกิโดนจับที่เยอรมนีแล้วก็โดนหน่วยชีลด์ขังไว้จนกระทั่งหนีออกมาได้ พอหนีออกมาก็บุกนิวยอร์กเลย ไม่ได้มีเวลาว่างใดๆ มาคั่นสักนิด เพราะงั้นอย่าสนใจหาที่มาของช่วงเวลาในฟิคนี้เลยนะคะ

 

6. ขอบคุณทุกคนที่ร่วมไซโคให้เขียนนะคะ ไม่มีกำลังใจและไอเดียและเสียงกรี๊ดจากทุกคนนี่ก็คงไม่มีฟิคนี้ค่ะ ทิพย์พยายามสมนาคุณทุกคนเต็มความสามารถแล้วนะ… #นอนตาย

 

คงมีแค่นี้ล่ะค่ะ เจอกันเอนทรี่หน้านะคะ!

 

 

ทิพย์เอง

 

 

 

 

 + ใครไม่เก็ทว่าเรื่องแรกที่พูดถึงคืออะไร มันคือฟิคธอร์กิเรื่องนี้ของทิพย์ค่ะ อยากรู้ก็จิ้มลิงค์เลยคร่ะ แอร๊ย #อะไรของฉัน

 [The Avengers Fic][ThorKi] All That’s Left Are the Shattered Pieces

 

 

***************************************

 
 
 
 
 
 

ค่ำคืนดำสนิทถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟหลากสี

 

 

 

 

 

ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผมทองเดินไปตามถนน…การตามหาตัวโลกิที่ยืดเยื้อไม่สำเร็จเสียทีทำให้นิค ฟิวรี่ตัดสินใจให้เหล่าอเวนเจอร์สได้มีเวลาพักบ้าง ซึ่งเอาตามจริงแล้ว…ธอร์ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายแต่แรกอยู่แล้ว คนที่รับผิดชอบดูจะมีแค่มหาเศรษฐีเพลย์บอยอย่างโทนี่ สตาร์คกับเจ้าระบบอัจฉริยะนามจาร์วิสเสียมากกว่า แต่อย่างไรเสีย…คำสั่งนี้ก็ทำให้เขาได้มีโอกาสมาเดินเตร่เรื่อยเปื่อยแบบนี้

 

 

 

 

 

นัยน์ตาสีฟ้าไล่มอง…ถนนยามค่ำคืนแทนที่จะเงียบเหงากลับเต็มไปด้วยผู้คน เสียงเพลงและแสงไฟละลานตาแทบจะเปลี่ยนให้กลางคืนกลับเป็นกลางวัน ทุกอย่างดูรื่นเริงจนธอร์คิดว่าตนที่เดินเงียบๆ แบบนี้เป็นอะไรแปลกปลอม…ยิ่งสงสัยเข้าไปอีกว่าเขาอาจจะดูประหลาดจริงๆ เมื่อเห็นสายตาของหญิงสาวทั้งหลาย นึกแปลกใจว่ามีอะไรให้พวกเธอต้องมองหรือยิ้มนิดๆ มาให้แบบนี้…โทนี่บอกให้เขาแต่งตัวแบบคนทั่วไป และธอร์ก็คิดว่าเสื้อเชิร์ตกับกางเกงที่สวมอยู่นี้ก็ดูปกติเสียยิ่งกว่าอะไร

 

 

 

 

 

บรรดาหญิงสาวยิ่งหัวเราะคิกเมื่อเห็นว่าเขาสบสายตา…ธอร์ขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนที่จะลืมหายใจ ด้านหลังที่ห่างไปอีกหน่อยนั้น…ถึงจะแค่เพียงแว่บเดียวและเจ้าตัวก็แต่งกายแบบคนทั่วไป แต่ชายหนุ่มไม่มีวันจะจำร่างโปร่งนั้นผิด…วงหน้าหล่อติดจะหวานนิดๆ นั้นยิ้มมุมปากราวเจ้าตัวสนุกกับการมองสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญ ก่อนจะหันหลัง…ไม่ลืมจะส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้อีกทีตอนหมุนตัวแล้วเดินลับไปจากหัวมุมถนน กริยาที่ราวกับจะท้าทายให้ไล่ตาม

 

 

 

 

 

ร่างสูงเร่งฝีเท้าตามจนแทบจะเป็นวิ่ง ในใจนึกสบถกับข้อเท็จจริงง่ายดายที่ตนไม่น่าลืม…โลกิไม่มีวันจะถูกหาตัวเจอยกเว้นว่าเจ้าตัวจะต้องการเช่นนั้นเอง เขารีบรุดตามไป…มั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ตนได้ทันแค่เห็นแผ่นหลังของน้องชายไวๆ ตามสุดถนน มนต์มายาเป็นสิ่งที่โลกิชอบใช้เสมอ

 

 

 

 

 

ถนนคลาคล่ำด้วยผู้คน…แต่ธอร์ยังทันเห็นว่าร่างโปร่งบางหายเข้าไปในตึกหรูหรา เขาไม่ลังเลที่จะตามเข้าไป…สภาพการตกแต่งภายในตัวตึกบอกให้รู้ว่ามันคงเป็นโรงแรมที่ค่าพักแพงลิบลิ่ว แต่ทุกมุมกลับเงียบงันไม่มีใคร…บอกให้รู้ว่าฝีมือการร่ายเวทย์ของโลกิยังคงดีเยี่ยมไม่เปลี่ยน แต่นั่นก็ทำให้ง่ายขึ้นในการมองหา…ชายหนุ่มพยายามเร่งฝีเท้าจนมาหยุดที่หน้าประตูห้องห้องหนึ่ง เขามั่นใจว่าเห็นน้องชายเดินเข้าไป

 

 

 

 

 

มือใหญ่แตะลงบนบานไม้…มันเปิดออกอย่างง่ายดายราวกับคนในห้องแค่ปิดงับไว้เท่านั้น ธอร์ก้าวเข้าไป…ห้องนั้นเป็นแค่ห้องสูทของโรงแรมทั่วไป หน้าต่างแบบพาโนรามามีผ้าม่านไหมสีครีมปิดไว้สนิท พรมสีน้ำเงินเข้มยวบใต้ฝีเท้าของเขา เตียงขนาดใหญ่นั้นดูหนานุ่มหากไร้ร่องรอยการแตะต้อง ดอกกุหลาบตรงหัวเตียงส่งกลิ่นหอมบางเบา…สีขาวของมันดูเหมือนอมทองนิดๆ ด้วยแสงสีอำพันจากโคมไฟที่ดูจะเป็นสิ่งเดียวที่ให้แสงสว่างแก่ห้อง

 

 

 

 

 

มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่มีใครอยู่ในห้องนี้ ธอร์ขมวดคิ้วแล้วพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดจางๆ…หันขวับไปทางประตูเมื่อมันปิดลงเองดังปัง ก่อนจะต้องหันกลับมาในอีกเสี้ยววินาทีเมื่อเผชิญกับน้ำหนักที่โถมเข้าหาจากด้านหน้า…สัมผัสได้ถึงร่างเพรียวที่บดเบียดพร้อมสองแขนที่คล้องรอบคอของตน

 

 

 

 

 

“คิดถึงน้องไหม…?”

 

 

 

 

 

เสียงกระซิบเย้าๆ นั้นดังแผ่วด้วยระยะห่างที่น้อยนิด…เรียวปากสีเรื่อนั้นแย้มยิ้มอย่างซุกซน ธอร์ห้ามใจตัวเองให้ไม่เต้นแรงไม่ได้…ความใกล้ชิดนี้หอมหวานจนชวนให้ลุ่มหลงแม้ว่าจะรู้ดีว่ามันอันตรายแค่ไหน

 

 

 

 

 

“อย่าทำแบบนี้…โลกิ”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองพยายามขืนตัว มือใหญ่พยายามผลักไสร่างที่แนบชิดออก…แต่ก็ยากเย็นเต็มที สัมผัสของผิวเนียนทำให้ใจร้อนรุ่ม รู้ตัวดีว่าอยากทำสิ่งที่ตรงข้ามกัน

 

 

 

 

 

“ทำไมล่ะ? ยังไงเสียเราก็เป็นศัตรูกันแล้ว…และเราก็ไม่ได้เป็นพี่น้องจริงๆ กันด้วย” เสียงทุ้มหวานตวัดเยาะหยัน ก่อนจะนุ่มนวลในประโยคหลัง “เพราะงั้น เราจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น…รู้ไหม?”

 

 

 

 

 

เสียงเอ่ยอ่อนหวานเหมือนน้ำผึ้ง หากอารมณ์ที่ซ่อนเร้นและความนัยที่เจืออยู่ก็ทำให้ประโยคนี้เป็นดั่งยาพิษ…ยาพิษหอมหวานที่น่าลิ้มลอง ธอร์สะกดความปรารถนาบ้าๆ ที่เริ่มก่อตัวในใจ พูดเสียงแข็งๆ ตอบน้องชาย

 

 

 

 

 

“หยุดแผนการบ้าๆ ของเจ้าเสียเถอะโลกิ เจ้ากับข้าต่างก็รู้ดีว่าเจ้าไม่มีทางชนะ…”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำถอนหายใจแรงๆ ขึ้นแทรกประโยคอย่างไม่คิดรักษามารยาท เสียงทุ้มหวานตวัดเชิด

 

 

 

 

 

“ข้าล่ะเบื่อจริงๆ เวลาที่ท่านมาสั่งให้ข้าทำนั่นทำนี่…” คำแทนตัวล้อเล่นถูกเปลี่ยนคืนเป็นเสียงอวดดี วงแขนโอบแน่นขึ้น…ก่อนที่โลกิจะหัวเราะเบาๆ ในประโยคหลัง ธอร์มั่นใจว่าตนไม่ได้คิดไปเองว่ากระแสเสียงนั้นแผ่วระริกอย่างยั่วยวน “และคืนนี้ข้าก็ไม่อยากจะคิดถึงอะไรน่าเบื่อพวกนี้หรอกนะ…”

 

 

 

 

 

วงหน้าสีน้ำนมเงยขึ้น ถ้อยกระซิบสั่นพร่า

 

 

 

 

 

“คืนนี้…ข้าอยากคิดถึงอะไรที่ข้าอยากทำมากกว่า…” ร่างแนบชิด ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่คำพูดแผ่วเบาจะทำให้รู้สึกร้อนรุ่มได้ขนาดนี้ “…อะไรที่ข้าอยากทำกับท่านน่ะ”

 

 

 

 

 

แขนข้างหนึ่งยังคงโอบรอบคอ…แต่ปลายนิ้วของมืออีกข้างเลื่อนมาเกี่ยวพันปอยผมสีสว่างเล่น ก่อนที่จะผละจาก…ลากไล้จากผิวแก้มลงมาถึงต้นคอ แตะเบาๆ ที่กลางแผ่นอก เสียงกระซิบถามย้ำ…ระริกอย่างออดอ้อน

 

 

 

 

 

“ท่านไม่คิดถึงมันบ้างหรือ…อะไรที่ท่านอยากทำกับข้าน่ะ…?”

 

 

 

 

 

ธอร์รู้ว่าตนกำลังจะห้ามความรู้สึกไม่ไหว โลกิพูดถูก เขาคิดถึงมันเสมอ…สิ่งที่เขาอยากทำกับอีกฝ่ายมาตลอดหากได้แต่เก็บกลั้นความต้องการนี้ไว้ แต่ตอนนี้…ร่างที่แนบชิดกับถ้อยคำของน้องชายไม่ช่วยให้เขาอยากเก็บความคิดนี้ไว้ในใจอีกแล้ว

 

 

 

 

 

ทุกเหตุผลและการหักห้ามใจพังทลาย…มือใหญ่รั้งอีกฝ่ายให้เข้ามาชิด เชยคางขึ้นก่อนจะประทับริมฝีปากของตนเข้ากับเรียวปากสีเรื่อนั้น ความคิดในหัวสับสน…ทั้งบอกให้ตัวเองหยุดและทั้งต้องการให้จูบนี้ยาวนาน ธอร์อยากบังคับให้ตัวเองทำเรื่องที่ควรทำ แต่ก็รู้ใจตัวเองดีว่าเขาต้องการสิ่งตรงข้ามกับคำบอกนั้น…และอีกสิ่งที่ทำให้ยากขึ้นก็คือเรียวปากที่ตนกำลังครอบครอง สัมผัสหอมหวานนี้มีแต่จะปลุกเร้าให้ต้องการไม่สิ้นสุด ร่างบางของน้องชายบดเบียดเข้าหา เรียวแขนโอบเขาไว้ ริมฝีปากเรียวสวยนั่นจูบตอบ…ร้อนรุ่มและหิวกระหายจนทำให้หัวหมุน

 

 

 

 

 

เมื่อถอนจูบ ธอร์ก็พยายามผลักร่างที่แนบชิดออก บังคับให้ตัวเองคิดถึงสิ่งที่ควรทำมากกว่าความต้องการของร่างกาย…โลกิเป็นน้องชาย ถึงจะรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร…แต่เป็นใครก็คงเลิกมองแบบนั้นไม่ได้ และที่สำคัญ…อีกฝ่ายเลือกที่จะเป็นศัตรูกับเขา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรที่สุด…และทุกอย่างควรหยุดเสียตั้งแต่ตอนที่ยังไม่สายเกินไป

 

 

 

 

 

โลกิฝืนแรงผลัก ไม่ยอมละแขนที่โอบรอบคอร่างสูงไว้ กระซิบเสียงหอบพร่า…ลมหายใจระริกเพราะรสจูบ “มันจะเป็นแค่คืนนี้คืนเดียวเท่านั้นเอง…เลิกลังเลเสียทีเถอะท่านพี่ ข้ารู้ว่าท่านต้องการข้า”

 

 

 

 

 

ธอร์หลับตา…คำเรียกหาเช่นในวันวาน แต่เขาไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะทำให้ใจเต้นแรงได้ถึงเพียงนี้ยามที่ถูกเอ่ยด้วยเสียงสั่นไหวเจือลมหายใจขาดห้วงของน้องชาย…และชายหนุ่มก็เพิ่งตระหนักได้ว่ามันสายเกินไปแล้วที่จะห้ามตัวเอง

 

 

 

 

 

เสียงในหัวบอกให้หยุด…แต่สิ่งเดียวที่ร่างกายทำคือโอบร่างเพรียวให้เข้ามาชิดอีกครั้ง มือแข็งแรงเชยตรึงวงหน้าสีน้ำนมไว้เพื่อกดจูบลงบนเรียวปาก ชายหนุ่มผมทองแทบจะได้ยินเสียงร่างในอ้อมแขนหัวเราะเบาๆ ตอนที่ตนถอนจูบ…พอใจที่เห็นเขาพ่ายแพ้กับความรู้สึก มือเรียวนั้นละเรื่อยจากรอบคอแล้วรั้งกระดุมเสื้อของเขาให้หลุดออกจากกัน

 

 

 

 

 

ธอร์คงคิดว่าน้องชายใจร้อนไปแล้วถ้าไม่ติดที่ว่าเป็นเขาเองต่างหากที่ใจร้อนกว่า…มือแข็งแรงกระชากเสื้อตัวบางที่อีกฝ่ายสวมอยู่ เสียงขาดของผืนผ้าดังแทรกลมหายใจที่หอบกระเส่า

 

 

 

 

 

โลกิดูตกใจเล็กน้อยกับการกระทำนี้ แต่เสียงหัวเราะคิกอย่างเจ้าเล่ห์ก็ดังแผ่วตามมา ไหล่เพรียวขยับให้เสื้อเลื่อนหลุดไปจากตัว มือเรียวรั้งกระดุมทุกเม็ดบนเสื้อของเขาให้หลุดจากกัน ก่อนที่จะวกกลับมา…เอื้อมดึงคอเสื้อให้เขาเข้ามาชิด ร่างบางเขย่งขึ้น…กดจูบลึกล้ำแต่รวดเร็ว ก่อนที่จะผละออก ระยะห่างเพียงลมหายใจกั้น

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำผลิยิ้มบางๆ…ปลายนิ้วไล้ข้างแก้มของเขา ลากอ้อยอิ่งมาแตะที่ริมฝีปาก เสียงกระซิบนั้นทั้งเจ้าเล่ห์และเชิญชวน…คำแทนตัวออดอ้อนแบบที่เคยใช้เมื่อวัยเยาว์ “น้องว่า…ที่เตียงน่าจะดีกว่านะท่านพี่”

 

 

 

 

 

เสียงยั่วเย้านั้นทำให้ทุกความคิดผิดชอบชั่วดีหายไป ธอร์รั้งร่างบอบบาง…กดจูบหนักหน่วง เรียวลิ้นแทรกเข้าในโพรงปาก โลกิหอบหายใจ ผละหนีเมื่อลมหายใจหมดลง…แต่พี่ชายไม่ยอม มือแข็งแรงตรึงเขาไว้…แผ่นหลังเสียดสีกับผนังเมื่อทั้งสองร่างแนบชิด

 

 

 

 

 

โลกิรู้สึกเหมือนน้ำหนักของตนถูกลืมไปจนถึงวินาทีที่ร่างถูกกดคร่อมให้จมลงในผืนฟูก ธอร์สัมผัสได้ถึงปลายนิ้วของน้องชายที่จิกลงบนต้นแขนตอนที่เขาประทับริมฝีปากตรงต้นคออีกฝ่าย…กดเม้มให้เป็นรอยสีกุหลาบ ชายหนุ่มรู้ว่าผิวขาวๆ แบบนี้จะยิ่งขับให้รอยเด่นชัด แต่อีกฝ่ายไม่ได้ขัดขืนและเขาก็ไม่อยากจะคิดอะไรให้วุ่นวายอีกแล้ว…สิ่งเดียวที่ธอร์ต้องการตอนนี้คือร่างในอ้อมแขนและคำโกหกว่าวันพรุ่งนี้จะไม่มาถึง

 

 

 

 

 

โลกิหอบหายใจ ผลักมือออกไปตามสัญชาตญาณเมื่อเรียวปากของพี่ชายเลื่อนไปตรงยอดอกของตน ก่อนที่จะหัวเราะเบาๆ ออกมาเมื่อมือใหญ่เอื้อมมารวบแขนข้างนั้นแล้วกดมันให้ขยับไม่ได้ราวกับเป็นการตักเตือน แต่แล้วเสียงหัวเราะก็โดนแทนที่ด้วยลมหายใจหนักหน่วงเมื่อสัมผัสร้อนๆ นั้นไล้เรื่อยลงไปที่หน้าท้อง…และไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น

 

 

 

 

 

“อึก…” เสียงทุ้มหวานพร่านิดๆ เพราะลมหายใจที่สะดุดกับสัมผัสของปลายลิ้น ในหัวทั้งสับสนและเป็นสีขาวโพลน…โลกิรู้ดีว่าจะต้องตื่นมาในตอนเช้าด้วยความรู้สึกว่าตนช่างเป็นคนโง่เง่าที่สุด แต่ก็รู้ดีพอกันว่าเขาจะไม่เสียใจ…และเดาว่าพี่ชายก็คิดเหมือนกัน

 

 

 

 

 

ต่างก็รู้ดี…ไม่เคยมีคำว่าเหตุผลอยู่ในความปรารถนาที่พวกเขาทั้งคู่มีให้กันอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

ทั้งๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้อง…แต่โลกิและธอร์ต่างก็รู้ดีว่าฐานะนี้ไม่ได้แข็งแรงพอจะมาหักล้างความต้องการทางร่างกายได้ ความปรารถนาที่มีเป็นเหมือนไฟ…และมันพร้อมจะเผาไหม้ทุกเหตุผลที่ขวางหน้าเสมอ ความจริงที่ได้รู้ถึงสายเลือดอาจเป็นเหมือนการทุบแผ่นกระจก…ทุกอย่างแตกร้าวเกินจะประสานเป็นเนื้อเดิม แต่มองในอีกแง่…พวกเขาก็ไม่ได้ต้องการความจริงแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะจริงหรือไม่…ฐานะที่พวกเขาเป็นสำหรับกันและกันก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถจะหยุดเปลวเพลิงได้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น

 

 

 

 

 

เรียวขาของโลกิสั่นระริก…พยายามฝืนเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ชายหนุ่มหอบหายใจ…ก่อนจะหัวเราะแผ่ว พึงใจกับรสสัมผัสที่พี่ชายปรนเปรอให้…ความจริงอาจเป็นดั่งเศษกระจกที่บาดลึก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขายินดีจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดนี้ เพราะนั่นหมายความว่าจะไม่มีอะไรมาฉุดรั้งความต้องการที่มีได้อีกแล้ว

 

 

 

 

 

ลมหายใจขาดห้วงเมื่อพี่ชายถอยห่าง…รอยยิ้มยังคงหลงเหลืออยู่บนริมเรียวปากของโลกิ หากมันก็อ้าค้างนิดๆ…ความต้องการแล่นพล่านจนทำให้ทุกอย่างพร่าเบลอ แต่เขามองเห็นชัด…ชายหนุ่มผมทองกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์ และทุกครั้งที่ธอร์ยิ้มแบบนี้…โลกิรู้ว่าจะต้องมีใครสักคนที่ต้องโดนแกล้งให้สาแก่ใจเจ้าตัว

 

 

 

 

 

…และไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังต้องการจะเห็นใครหัวปั่น

 

 

 

 

 

“ท่านพี่…อย่า…” โลกิไม่ได้อยู่ในเวลาที่จะถือดี…อารมณ์ที่โหมไหม้ไม่เปิดโอกาสให้เขาทำสิ่งอื่นใดนอกจากร้องขอ และในวินาทีนี้…ชายหนุ่มก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าคนตรงหน้า เขาตัดสินใจแล้วว่าจะลืมทุกเหตุผลและขอเป็นคนที่โง่ที่สุดสักคืน “อย่าแกล้งกันแบบนี้….”

 

 

 

 

 

ธอร์เชยคางอีกฝ่ายขึ้น นัยน์ตาสีน้ำทะเลที่ตวัดมองอย่างดื้อๆ และสีหน้าที่ชักใส่ทำให้ยิ้มมุมปากบางๆ…กดจูบแผ่วเบาแบบหยอกเย้าให้รู้ว่าตนไม่คิดจะเปลี่ยนใจเลิกแกล้ง…เขากำลังพอใจ ถึงจะรู้ว่าพรุ่งนี้ความรู้สึกผิดมากมายจะต้องตามมา…แต่ชายหนุ่มไม่คิดจะหยุดตัวเอง มันจะเป็นแค่คืนเดียวเท่านั้นที่เขาจะขอไม่คำนึงถึงผลใดๆ ที่จะเกิดจากการกระทำไร้หัวคิดแบบนี้

 

 

 

 

 

นัยน์ตาโตสีสวยของน้องชายจ้องเขม็งนิดๆ…มันดูแวววาวด้วยแรงอารมณ์ ก่อนจะหยัดร่างตนขึ้นนั่ง เรียวปากนั้นจะยกยิ้ม…เจ้าเล่ห์ซุกซนอย่างน่าลงโทษที่สุด น้ำเสียงนุ่มนวลหากท้าทายเหมือนลูกแมวอวดดีและดื้อดึง

 

 

 

 

 

“ท่านพี่คิดว่าข้าจะแพ้หรือ…?”

 

 

 

 

 

แล้วชายหนุ่มผมทองก็กลายเป็นฝ่ายที่ลมหายใจติดขัดบ้างเมื่อมือเรียวของร่างตรงหน้าเลื่อนลง…สัมผัสส่วนอ่อนไหวของเจ้าตัว ลำคอขาวนวลขยับเมื่อเจ้าตัวเก็บกลั้นเสียงครางไว้ นัยน์ตาสีเขียวพริ้มหลับ…ราวกับสิ่งเดียวที่รับรู้คือสัมผัสจากมือของตัวเองที่รูดไล้ร่างกาย ผิวแก้มดูแดงซ่านและเสียงแผ่วเบาที่เจ้าตัวพยายามฝืนกลั้นไว้ก็ดังให้ได้ยินชัดขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์

 

 

 

 

 

ธอร์รู้สึกลำคอแห้งผาก…ลมหายใจติดขัดดังชัด เรียกให้นัยน์ตาสีน้ำทะเลของอีกฝ่ายช้อนขึ้นมองสบ…เรียวปากยิ้มยั่ว บอกให้รู้ว่ากำลังสาสมใจที่ชนะเขาได้ ก่อนที่มันจะถูกเม้มแน่น…ดวงตาหลับลงอีกครั้ง…ลมหายใจกระเส่าตอนที่มือขยับรวดเร็ว ก่อนที่เสียงครางจะดังในความเงียบอันร้อนรุ่ม…ระริกหวานไหวและปลุกเร้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

 

 

 

โลกิพยายามบังคับให้จังหวะลมหายใจกลับมาเป็นปกติ…แต่หัวใจที่เต้นรัวไม่อนุญาต สัมผัสได้ถึงของเหลวอุ่นๆ บนฝ่ามือ…เขาเงยหน้าขึ้น ต้องการจะยกยิ้มท้าทายให้อีกฝ่าย…ไม่ได้คิดไว้ว่าร่างสูงนั้นจะขยับเข้ามาชิดอย่างรวดเร็วแบบนี้ เขาโดนกดให้นอนลงไปบนฟูกอีกครั้ง…ท่อนแขนแข็งแรงกักไว้ให้ขยับไม่ได้ตอนที่พี่ชายโน้มตัวคร่อม มือใหญ่ข้างหนึ่งเชยคางเขาไว้แน่นหนา…ส่วนอีกข้างก็เกี่ยวรั้งเส้นผมสีดำตอนที่กดจูบลงมา

 

 

 

 

 

มันเป็นการกระทำที่รวดเร็วชนิดที่เขาตั้งตัวไม่ทัน และจูบนั้นก็รุกรานเอาแต่ใจราวกับจะบอกถึงความต้องการของเจ้าตัว…หากโลกิก็ไม่ได้คิดจะบ่นแต่อย่างใด เข้าใจความรู้สึกตอนนี้ของพี่ชายดี…เพราะสิ่งที่อยู่ในใจของเขาก็ไม่ได้ต่างกัน อารมณ์ปรารถนาร้อนแรงที่ครอบงำทุกอย่าง…เหลือไว้เพียงความหิวกระหายที่แผดเผา

 

 

 

 

 

มือเรียวโอบรอบคออีกฝ่าย…สัมผัสของปลายนิ้วที่กรีดบนผิวทำให้ธอร์ยิ่งรู้สึกต้องการครอบครองมากขึ้น โลกิหอบหายใจ…รู้สึกเหมือนเรียวปากของพี่ชายสามารถหลอมละลายตนได้ แต่ก็ไม่สนใจ ต่อให้การกระทำนี้จะนำไปสู่จุดจบ…เขาก็ยังคงจะเลือกมัน ร่างบางจึงหยัดตัวขึ้นกระซิบตอนที่อีกฝ่ายถอนริมฝีปาก…เสียงหัวเราะหอบพร่าด้วยพิษจูบและความปรารถนา

 

 

 

 

 

 “ให้ตายเถอะท่านพี่…นี่น่ะหรือที่ท่านบอกว่าท่านไม่ต้องการข้า?”

 

 

 

 

 

คำตอบของประโยคหยอกเย้านี้คือเรียวนิ้วของอีกฝ่ายที่แทรกเข้ามาในร่างกาย…โลกิเผลอจิกเล็บลงบนไหล่หนา กลั้นเสียงร้องไว้ด้วยการซุกหน้าเข้ากับซอกบ่ากำยำ…แต่ประสาทสัมผัสที่ยังชัดเจนก็บอกให้รู้ว่าจำนวนนิ้วถูกเพิ่มและแทรกลึกเข้ามาในร่างตน

 

 

 

 

 

 ไม่รู้ทำไม…การตระหนักได้ว่าตนกำลังถูกครอบครองกลับทำให้รู้สึกพึงใจได้ถึงเพียงนี้

 

 

 

 

 

แว่วเสียงพี่ชายหัวเราะเยาะๆ แผ่วเบา…ถึงจะไม่จริงจังแต่โลกิก็ไม่ชอบสักนิด เขาเกลียดเวลาที่ต้องอยู่ในฐานะฝ่ายพ่ายแพ้ เรียวปากจึงประทับบนผิวร้อนผ่าวนั้น…ขบเม้มหยอกเย้า แอบยิ้มเจ้าเล่ห์ตอนที่รู้สึกได้ว่าพี่ชายชะงักงัน ก่อนที่จะต้องลืมทุกอย่างไปเมื่อความเจ็บปวดตอนที่ปลายนิ้วถูกแทนที่ด้วยแก่นกายของอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

ความเจ็บปวดรุนแรงพอที่จะทำให้ทุกอย่างกลายเป็นภาพเบลอ โลกิทำได้เพียงกอดร่างตรงหน้าเอาไว้…ลมหายใจที่หอบกระชั้นไม่ลดจังหวะลงเลย ความเจ็บปวดนั้นเปลี่ยนเป็นสัมผัสที่น่าพึงใจ…และนั่นเองที่ทำให้หัวใจยังคงเต้นแรง น้ำหนักของพี่ชายที่คร่อมทับกดให้แผ่นหลังของเขาบดเบียดความนุ่มของผืนฟูก ทุกสัมผัสร้อนรุ่มเหมือนเปลวไฟ…เขาเอื้อมมือออกไป รั้งให้ใบหน้าของอีกฝ่ายเข้ามาชิดจนเรียวปากนั้นครอบครองเรียวปากของตน…โลกิจำไม่ได้ว่ามันเป็นจูบที่เท่าไหร่ แต่ทุกอย่างดูจะไม่เพียงพอเลยเมื่อคิดถึงช่วงเวลายาวนานของที่ผ่านมาการหักห้ามใจ

 

 

 

 

 

ไม่ต้องคิดหรอกว่าอะไรจะตามมา…มันจะเป็นแค่คืนนี้คืนเดียวเท่านั้น…แค่คืนเดียวเท่านั้น… 

 

 

 

 

 

ธอร์หอบหายใจ…เขารู้ดีมาตลอดว่าตัวเองต้องการคนเพียงคนเดียว และคนคนนั้นก็คือคนที่เขาไม่ควรต้องการมากที่สุด ต่อให้จะมีหรือไม่มีเรื่องบาดหมางใดๆ…โลกิก็เป็นน้องชาย เป็นคนที่เขารักได้แค่ในฐานะนั้น แต่ข้อเท็จจริงนั้นไม่เคยหยุดความปรารถนาที่เป็นเหมือนยาพิษนี้ได้เลย…ความปรารถนาที่รุนแรงพอจะทำให้ลืมทุกกฎเกณฑ์ของความผิดชอบชั่วดี เพราะอย่างนั้น…ความจริงถึงสายเลือดของโลกิจึงเป็นดั่งการตัดด้ายบางๆ ที่ดึงรั้งทุกอย่างไว้ และธอร์ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต่อให้ไม่มีความจริงนี้…เขาเองก็ไม่ลังเลในการจะตัดด้ายเส้นนี้ด้วยตัวเองเหมือนกัน

 

 

 

 

 

ร่างสูงใหญ่ขยับกาย…ยอมโน้มลงชิดเมื่อคนในอ้อมแขนเอื้อมมือมาประคองใบหน้า รสจูบนั้นโหยหาราวกับความต้องการที่มีนั้นมากมาย…ซึ่งธอร์เองก็รู้ดีว่ามันไม่ได้ผิดไปจากความจริงสักเท่าไหร่ ความปรารถนาที่เฝ้าข่มกลั้นไม่มีวันมอดดับได้ง่ายๆ ด้วยสัมผัสเพียงน้อยนิดแน่นอน…เขาเลิกสนใจไปแล้วว่าตนเคยให้สัญญาอะไรกับตัวเองไว้ เพราะไม่ว่าสมองจะสั่งให้ปฏิเสธสักกี่ครั้ง แต่ร่างกายกลับเรียกร้องให้อย่าหยุด…คำสัญญาว่าจะไม่มีอะไรเกินเลยถูกลบลืมไปตั้งแต่วินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขาประทับจูบแรกให้กันแล้ว

 

 

 

 

 

แค่คืนนี้เท่านั้น…แค่คืนนี้เท่านั้นที่เขาจะปล่อยให้ความคิดผิดชอบชั่วดีเงียบหาย…เพราะทุกอย่างจะเป็นแค่เพียงค่ำคืนเดียวเท่านั้น… 

 

 

 

 

 

ลมหายใจหอบกระชั้นตามจังหวะของการขยับตัว ร่างบอบบางนั้นกอดเขาไว้แน่น…เสียงครางสั่นระริกข้างหูฟังแล้วชวนให้ทะนุถนอม แต่ตอนนี้ธอร์ไม่มีความคิดถึงการกระทำอ่อนโยนใดๆ…เขารั้งน้องชายให้เข้ามาชิดตอนที่แรงอารมณ์เอ่อสูงเกินต้านทาน ทุกเสียงโดนเก็บกลั้นไว้ได้ในลำคอ…แต่ไม่ใช่โลกิ เสียงร้องแว่วหวานดังชัดเจนอยู่ข้างหู ร่างบางสั่นระริกตามแรงหอบ ลมหายใจติดขัดนิดๆ

 

 

 

 

              

“อื้อ…”

 

 

 

 

 

โลกิครางประท้วงเบาๆ เมื่อพี่ชายถอยห่าง…รู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ที่ซ่านในตัวและต้นขาแต่ไม่ได้สนใจ เขานอนนิ่ง…พยายามบังคับให้ตัวเองกลับมาหายใจสม่ำเสมอ หันมองพี่ชายที่ก็กำลังก้มมองตนอยู่เหมือนกัน…มืออบอุ่นลูบแก้มเขาแผ่วเบา โลกิจึงเอื้อมมือออกไปบ้าง ไล้ตามท่อนแขนแข็งแรงขึ้นไปจนถึงวงหน้าคมสัน ก่อนที่จะค่อยๆ หยัดตัว…ก่ายเกยขึ้นนั่งบนตักของพี่ชาย สองแขนโอบรอบคอพลางก้มให้หน้าผากทั้งคู่แตะกัน

 

 

 

 

 

“มันจะเป็นแค่คืนนี้คืนเดียวเท่านั้น…” ธอร์มองตาคนพูด…สีเขียวน้ำทะเลพริบพราวด้วยเปลวเพลิงที่ยังไม่มอดดับ “…จะไม่มีอีกแล้ว…เข้าใจใช่ไหม?”

 

 

 

 

 

“อืม…” มือข้างหนึ่งของพี่ชายโอบเอวเขาไว้ ส่วนอีกข้างเอื้อมขึ้นลูบเส้นผมสลวย…ก่อนเลื่อนปลายนิ้วลากไล้ตามเรียวปากที่ช้ำนิดๆ “เข้าใจสิ…แค่คืนนี้เท่านั้น”

 

 

 

 

 

ถ้อยคำเน้นย้ำหากเสียงกระซิบกลับแหบพร่า…ราวกับจะบอกถึงความไม่แน่นอนของสัญญานี้  ทั้งคู่สบสายตาในความเงียบ…สัมผัสของร่างกายที่แนบชิดทำให้ไม่มีใครอยากผละจาก โลกิหอบหายใจตอนที่มือพี่ชายลากไล้ลงมาตามแผ่นหลังของตน เสียงทุ้มหวานกระซิบประโยคเดิมเบาๆ…ถ้อยคำที่ไม่อยากทำตามสักนิด

 

 

 

 

 

“หลังจากคืนนี้…มันจะไม่มีอีกแล้วเข้าใจไหม?”

 

 

 

 

 

ธอร์อยากหัวเราะกับเสียงที่ถูกบังคับให้ไม่สั่น…ความพยายามที่ไร้ผล เขาสบตาน้องชาย…ยิ้มมุมปากเมื่อเห็นคนที่ปฏิเสธกลับมีสีหน้าเว้าวอนเสียยิ่งกว่าอะไร และเขาก็รู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังร้องขอ

 

 

 

 

 

“พี่เข้าใจ…แค่คืนนี้คืนเดียวเท่านั้น” คำแทนตัวเย้าๆ โดนใช้คู่กับเสียงนุ่มนวลแบบที่เคยไว้ปลอบเด็กน้อย…หากนัยน์ตาสีฟ้าพราวระยับตอนมองผิวละมุนของร่างในอ้อมแขนที่มีรอยแดงประปราย “…แต่นี่มันยังไม่เช้าเลยไม่ใช่หรือ?”

 

 

 

 

 

สีหน้าหวั่นไหวแบบเด็กน้อยที่กลั้นใจรอฟังคำสำคัญหายไป…แทนที่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์เย้ายวนอย่างเคย มือเรียวเลื่อนมาประคองใบหน้าของเขาเอาไว้…เรียวปากประทับจูบ ลึกล้ำอ้อยอิ่ง…หากมากพอจะทำให้ร่างกายปั่นป่วนอีกครั้ง คนในอ้อมแขนกดรั้งให้คนกำลังที่โอบตนไว้เอนตัวลงไปนอนบนผืนฟูก…ร่างกายที่แนบชิดเข้าหากันทุกส่วนทำให้หัวใจยิ่งเต้นแรง หัวเราะแผ่วจางตอนที่ถอนริมฝีปาก…กระซิบเบาๆ ก่อนที่จะไม่เหลือสติมาสนใจอะไรอีกนอกจากคนตรงหน้า

 

 

 

 

 

“ท่านพี่รู้ไหม…น้องล่ะชอบจริงๆ เวลาที่พวกเราคิดอะไรตรงกัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Fin.

 

 

***************************************

 

 

Advertisements

11 responses to “[The Avengers Fic][ThorKi] Only Just for Tonight

  1. หวาาาาา บรรยายเก่งมากครับ เยี่ยมๆ
    รู้ว่าทั้งคู่น่ะยากที่จะออกสื่อ ฮ่าๆๆ
    แต่ลึกๆ เขาก็ต้องการกันและกันอยู่แบบนี้แหละนะ
    ชอบการบรรยายถึงโลกิ คือเข้าฟิคแล้วควรจะฟิคไง
    แต่นี้โลกิยังคงความเป็นตัวเอง หยิ่งผยองสุด
    น่ารักกกก ฮ่าๆๆๆๆ

    Like

  2. อะเฮือออออ ได้ใจที่สุดในสามโลก……….
    กรี๊ดดดดดดด!!!! ธอร์โยนความรับผิดชอบทั้งหลายทิ้งไปซะ แล้วรับผิดชอบน้องกิคนเดียวพออออ
    จะห้ามใจตัวเองทำไมในเมื่อรักเค้าขนาดนี้ง่ะ……บอกปัดพวกชิวด์แล้วพอโลกิกลับแอสกร์าดแต่งงานมันไปเล้ย!….พวกนั้นไม่รู้หรอกน่าาาาา

    Like

    • เช็ดเลือด….
      เห็นด้วยกับคุณRay – Aundใช่ค่ะอย่าไปแคร์ สนใจแค่คนที่จะอยู่กับคุณไปตลอดทั้งชีวิตก็พอค่ะ อย่างอื่นเดี๋ยวมันก็ผ่านไปเองแหละ แต่กิคือคนที่จะแต่งงานอยู่กินกับคุณจนลมหายใจสุดท้ายน้ะ#จริงจัง#ผิดส์ๆ#โทดๆ

      Like

  3. Only Just for Tonight ยังอ่านไม่จบแต่ตราตรึงใจมาก ร้องไห้ หห แง้้้ ชอบเรื่องนี้ที่ภาษาอเวนเจอรรรรรสสสส #ไม่ #เรทตัวแดง

    Like

  4. แอร๊ยยยยยยยย กรีดร้องงงงง //พร้อมเลือดพุ่งกระจาย >.,< ทำไมมัน'ฮ็อต!!'อย่างงี้~ น้องงงงกิ!!!! เซะซี่จุงเบยยย มีมายั่วยวนนะเธอว์ว์ โอ๊ยยย แค่นี้ก็หลงจะแย่ เนอะพี่ธอร์เนอะ //โดนค้อนทุบรัวๆ ขุ่นพี่นี่ก็จะร้อนแรงไปไหนค้าาา จัดหนักจัดเต็มเนอะ 55 พูดแล้วเขินนะเนี่ย ไปดีกว่า เดี๋ยวโดนทั้งค้อนทั้งคฑา น่วมแน่ กรั่กๆ

    Like

  5. โอ้ยยยยชอบความหยิ่งของกิกับความมีสติของพี่ท้อออออ
    อะไรกันนน ออกจะสวีทหวานแหว่วอย่างนี้ฮือ มิควรเลยย
    เรื่องนี้เซ็กซี่มากอ่ะ รู้สึกถึงบรรยากาศยั่วเย้าของน้องกิตลอดเวลา
    แล้วไอ้ประโยคยังไม่เช้านั่นอีกก ใครก็ได้ตามแอมบูแลนซ์มาหอบนี่ไปเติมเลือดที
    ฮืออ รู้สึกฟินจนน้ำตาไหลเอ่อ นี่ลืมเจนในเรื่องจริงไปเลย
    สองคนนี้ควรกลับแอสการ์ด อภิเสกสมรสไปเลยย
    ขอบคุณมากนะคะที่แต่งอ่ะไรเด็ดดวงพวงมาลัยแบบนี้มา ฮริ้ววว

    Like

  6. นึกภาพโลกิเรียกแทนตัวเองว่างน้อง /กรุณาเก็บศพติ่ง 1 ea/
    น้องอย่างโน้น น้องอย่างนี้ คือมันโมเอะมว้ากกกกกก โมเอะไม่ไหวแล้ว
    ทีมพันธมิตรสนใจใช้คำนี้พากษ์ไหมคะ พฮือออออ TwT

    แล้วเราก็นึกต่อ อึม…แล้วถ้าเรียกแทนตัวเองว่าน้องตอนที่…ตึง ตึง ตึง!!
    ไม่ได้หื่นกามนะ แต่พออ่านเรื่องนี้แล้วมันไม่ไหวฟฟฟฟฟฟฟ
    น้องยั่วซะแบบ เออ อย่าทนเลยพี่ธอร์ น้องมาขนาดนี้อย่าโทนนนนน
    ถ้าพี่ทนหนูจะฟัดเอง! /ค้อนทับตาย/

    เราโคตรชอบเลย อะไรที่มันผิดศีลธรรมเยอะๆ เนี่ย -.,-
    มันคือคืนเดียว คืนเดียวที่จะได้ทำตามใจปราถนา แบบ ตามความต้องการจริงๆ
    เอาจริงๆ เราไม่ชอบให้ธอร์กิแต่งงานกันนะ เราชอบแบบหลบๆ ซ่อนๆ
    มีความสุขกันเงียบๆ พอออกไปภายนอกก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    แค่นึกภาพว่าเวลาเขามองตากันเขาสื่ออะไรออกมาเราก็ฟดกกฟกดฟกหดฟหก
    แบบ พี่ธอร์เขาอยู่ตำแหน่งที่สูงไง จะเปิดเผยอะไรคงไม่ได้
    แค่คิดมันก็…กรี๊ดดดดดดดด

    /เราควรพอก่อนจะเพ้อมากกว่านี้/

    Like

  7. คือ ร้อนแรงบนดราม่าอะ แงงง~ คือมีเวลาแค่คืนเดียวแต่จัดหนักจัดเต็ม ดีงามค่ะ ใช้เวลาให้คุ้มค่า เป็นตัวอย่างที่ดี(?)55555

    Like

  8. คือ ตายอย่างอย่างสงบหน้าจอมือถือคร่าาาาาาา มันบีบคั้นหัวใจเหลือเกินนนนน

    Like

  9. ชอบคำพูดจัง คำพูดที่ย้ำกันว่าคืนนี้คืนเดียว จะไม่มีอีกแล้วงี้ …คนน้องหยอกมา คนพี่ก็ตอกกลับไป แค่น้ำเสียงอีกฝ่ายก็รู้กันถึงใจ ตบซ้ำด้วย “ท่านพี่รู้ไหม…น้องล่ะชอบจริงๆ เวลาที่พวกเราคิดอะไรตรงกัน” สิ่งที่ผูกคู่นี้ให้เชื่อมโยงคือใจแท้ๆ เลย

    อนึ่ง เขาทำ ‘คืนนี้’ กันได้ดีจังเลยค่ะ คนน้องยั่วมามากแค่ไหนคนพี่ก็สนองตอบไปเท่านั้น คู่นี้เซะซี่จัง เพราะน้องเป็นแบบนี้ไง นึกถึงสายตาน้องที่พูดกับพี่ธอร์แต่ละคำ แต่ละคำ แต่ละประโยคที่คนเขียนใช้ ตายค่ะ

    Like

  10. อมกกกกก. แค่คืนนี้คืนเดียวจริงๆค่ะ อ่านฉากเริ่มต้นแล้วรู้สึกว่ากิจังร้ายจังเลยน้าา ยั่วยวนได้เจนจัดมาก แต่พออ่านมาถึงฉากท้ายๆ คุณพระ พิธอร์เองก็ร้ายไม่แพ้โลกิเลยค่ะ ฟฟฟฟ เป็นคืนเดียวที่หายากมากของคู่นี้ ฮืมมม ชอบค่ะ

    อ่านแล้วรู้สึกเหมือนอันนี้เป็นภาคก่อน All That’s Left Are the Shattered Pieces เลย แต่จริงๆแล้วมันดูไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเล้ยย 55555555555 ขอบคุณคุณพี่ทิพย์ค่ะ บรรยายดีเจรงๆ -////- *ส่งหัวใจ*

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s