[ChrisKi Fic] Give Me This, Give Me That (II) (ทำไมฉันยังไม่เลิกทำตัวแบบนี้?)

 

[ยังคงไม่มีเวลามานั่งหาอนาคต/ชื่อเรื่องให้ฟิคนี้ เลยไม่มีไตเติ้ลเครดิต]

 

 

1. ไร้สาระพอๆกับพาร์ทที่แล้วเลยล่ะค่ะ

 

2. รู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นคนทรยศขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนตอนที่เขียนออกมา

 

3. ยังคิดตอนจบไม่ออกเลยล่ะค่ะ

 

4. แล้วก็คิดไม่ออกด้วยว่าตกลงใครจะคู่ใคร

 

5. แต่หวังว่าคนอ่านจะเอนจอยนะคะ /ถอนสายบัวให้จนหมดบึง

 

 

 

 

 

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 


 

 

“นี่คือเคหสถานของเจ้าอย่างนั้นหรือ?”

 

 

 

 

 

หลังจากที่คริสไม่รู้จะทำยังไงดีกับเจ้าคนพิลึกในชุดรุ่มร่ามที่จู่ๆ โผล่พรวดมาตรงหน้า…ชายหนุ่มก็ตัดสินพาอีกฝ่ายมาที่เทรลเลอร์ที่ทางกองถ่ายจัดไว้ให้ตนพัก โชคดีที่เพราะตอนนี้หนังยังไม่เปิดกล้องอย่างเป็นทางการ…ทีมงานที่ผ่านไปผ่านมาจึงยังไม่เยอะ ทำให้เขาไม่ต้องคิดสร้างเรื่องมาปิดบังว่าคนที่กำลังสำรวจข้าวของในเทรลเลอร์อย่างไม่มีความเกรงใจนี้คือใคร

 

 

 

 

 

“แค่อยู่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ” ชายหนุ่มผมทองรีบก้าวไปที่ห้องนอน คว้าเอาเสื้อตัวบนสุดในลิ้นชักแล้วเดินกลับออกมา…คริสกะว่าจะให้โลกิเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าแบบมนุษย์ปกติแล้วไปหาอะไรทานก่อนจะเริ่มสอบปากคำ เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เขาหิวสุดๆ…ชายหนุ่มส่งเสื้อสีขาวให้คนที่ยืนหยิบนั่นหยิบนี่ดูอยู่แล้วพูด “เปลี่ยนเสื้อซะ…ใส่นี่ไป”

 

 

 

 

 

โลกิรับเสื้อไปคลี่ออกดู…ออกความเห็นพร้อมหรี่ตาพินิจพิเคราะห์ “เรามิเคยเห็นเครื่องแต่งกายเช่นนี้ของชาวมิดการ์ดเดียนมาก่อนเลย…ทำไมจึงต้องมีถุงครอบศีรษะกัน? ช่างพิลึกนัก”

 

 

 

 

 

คริสกระแอมเพื่อกลั้นคำพูดของตน…เขาคิดว่าคนที่สวมชุดที่ตัดเย็บด้วยหนังสัตว์ปนกับผ้ากำมะหยี่สีเขียวสดแถมมีเกราะอ่อนเยอะแยะไปหมดแบบนี้ไม่มีสิทธิ์เลยสักนิดในการจะพูดว่าเสื้อผ้าของคนอื่นพิลึก

 

 

 

 

 

หนุ่มน้อยผมดำเอียงคอมองเสื้อฮู้ดตัวโตอีกสักพักก่อนจะโยนแปะลงบนโต๊ะทานอาหารแบบไม่สนใจ พูดเสียงเรียบๆ แต่น่าหมั่นไส้ชะมัดสำหรับคนฟัง

 

 

 

 

 

“เราไม่ชอบอาภรณ์สามัญชนนี่เลย แถมมันก็ใหญ่เกินไปด้วย ไปหามาใหม่ซิ”

 

 

 

 

 

“ใส่ๆเข้าไปเถอะ…ทั้งตู้ฉันมันก็มีแค่ไซส์นี้แหละ” คริสถอนหายใจแรงๆ…หยิบ ‘อาภรณ์สามัญชน’ ขึ้นมาแล้วยัดใส่มือคนตรงหน้าอีกรอบ พูดดักคอ “ไซส์คือขนาดตัวเสื้อ…ไม่ต้องถามนะ”

 

 

 

 

 

“เราไม่ได้คิดจะถาม! เรารู้น่าว่ามันคืออะไร!” โลกิโมโหจนหน้าขึ้นสี…พูดเถียงไปงั้นแหละเพราะจริงๆเขาก็ไม่รู้หรอก แต่เรื่องอะไรจะต้องยอมรับล่ะ “แล้วก็เราใส่ไม่ได้ด้วย!! เจ้าไม่เห็นหรือไรว่ามันตัวใหญ่เกินไป?!”

 

 

 

 

 

คริสถอนหายใจ…ถึงจะหงุดหงิดที่อีกฝ่ายชอบสั่งและทำตัวเรื่องมาก แต่มันก็จริงอย่างที่โลกิว่า…เสื้อของเขาตัวโตเกินไปเยอะ แล้วการจะปล่อยให้อีกฝ่ายเดินร่อนในชุดรุ่มร่ามนี่ก็ไม่โอเคเลย

 

 

 

 

 

ให้ตายสิ…ทำไงถึงจะส่งเจ้าเอเลี่ยนนี่กลับดาวไปได้นะ…?

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองขมวดคิ้ว ถ้าทำได้…เขาอยากจับเจ้าคนเอาแต่ใจนี่เหวี่ยงออกนอกโลกไปแล้ว แต่แน่นอนว่านั่นมันเพ้อเจ้อทั้งเพ…เขาจึงดึงความคิดกลับมาให้แก้ปัญหาตรงหน้า โลกิเป็นคนที่เรียกได้ว่าสูงพอตัวแต่ก็มีโครงร่างที่โปร่งบาง…ทำให้เสื้อของเขาโคร่งเกินตัวไปเยอะ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะหาคนที่ใส่เสื้อไซส์เดียวกันไม่ได้

 

 

 

 

 

อันที่จริงก็มีอยู่นี่นะ…

 

 

 

 

 

คริสคิดถึงคนที่น่าจะให้โลกิยืมเสื้อได้ออกอยู่แค่คนเดียว…ทอม ฮิดเดิลสตัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

*****

 

 

 

“เงียบๆ นะ”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองสั่งเจ้าเอเลี่ยนตัวยุ่งพลางค่อยๆ แง้มประตูเทรลเลอร์เก็บเสื้อผ้าที่ใช้ในการถ่ายทำ…ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปข้างใน เปิดประตูรอให้คนข้างตัวผลุบตามเข้ามาด้วย

 

 

 

 

 

คริสรีบงับประตูให้ปิดแล้วเดินหาราวเสื้อที่ติดชื่อทอม…พยายามปลอบใจตัวเองว่าเขาไม่ได้ขโมยเสื้อจากดาราร่วมแสดงสักหน่อยในเมื่อจะซื้อมาคืนทีหลังแน่นอน แถมนี่ก็เป็นของที่ทีมงานจัดหามา…ไม่ใช่เสื้อผ้าส่วนตัวของทอม

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มมองหาคนที่ตนพามาด้วยก่อนจะถอนหายใจอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเดินเอื่อยเฉื่อยมองเสื้อทีละตัวราวกับกำลังชมสวน

 

 

 

 

 

“ทำบ้าอะไรน่ะ?! มานี่เลย!” คริสพูดอย่างหัวเสีย…ทำให้เจ้าเอเลี่ยนหน้างอแล้วกระแทกเท้าฉับๆ เข้ามาหาโดยดี ชายหนุ่มยัดเสื้อยืดที่ดูธรรมดาๆ ใส่มืออีกฝ่าย สั่งสำทับ “นี่แหละพอดีตัวนายแน่…ไม่ต้องบ่นแล้วนะ”

 

 

 

 

 

โลกิรับเสื้อไว้ แต่ก็โวยวายอย่างไม่ยอมแพ้ “เจ้าคนไร้มารยาท! หยุดทำราวกับว่าเราเป็นคนในการควบคุมของเจ้าเสียทีนะ! เราคือเจ้าชาย…”

 

 

 

 

 

“เจ้าชายที่สองของดาวอะไรสักดวง…เลิกพูดซะที ฉันไม่รู้จักหรอก” คริสตัดบทอย่างเซ็งๆ…เขาหิวจนแทบจะหายหิวแล้ว “เปลี่ยนๆ ให้จบซะทีเถอะ…น่าเบื่อชะมัด”

 

 

 

 

 

“รอก่อนเถอะ…ถ้าเราหาพี่ชายเจอ เจ้าจะต้องเสียใจที่ทำตัวเช่นนี้กับเรา…” โลกิพึมพำอย่างเจ็บใจ คลี่เสื้อยืดออกดู…และทำให้คริสอยากจะหยิบมันมาฟาดหน้าเจ้าตัวสักป้าบด้วยความเห็นเดิม “อาภรณ์ธรรมดาเฉกนี้จะมาเหมาะสมกับฐานะของเราได้อย่างไร? เราไม่ใช่บุคคลต่ำศักดิ์อย่างเจ้านะมิดการ์ดเดียน”

 

 

 

 

 

คริสมองหน้าเจ้าเอเลี่ยนที่ทำหน้าบู่ๆใส่เขาอยู่…ถึงคำพูดจะชวนให้มีเรื่อง แต่เขาชักเริ่มเดาได้แล้วว่าโลกิพูดแบบนี้โดยไม่ได้คิดอะไร ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติสำหรับเจ้าตัวในการจะมองว่าตัวเองวิเศษวิโสกว่าเขาอย่างจริงจัง…ทำให้คริสคิดว่าท่าทางดาวบ้านเกิดของหนุ่มน้อยผมดำจะต้องมีการปลูกฝังความคิดแบ่งแยกชนชั้นในระดับเกินรับแน่ๆ

 

 

 

 

 

ให้ตายสิ…สรุปคือเขาต้องใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ แก้มุมมองไร้สาระพวกนี้ไปเรื่อยๆ ใช่ไหม…?

 

 

 

 

 

คริสอยากกุมขมับ…ติดแต่ว่าได้ยินเสียงลิงโลดของเจ้าตัวยุ่งที่ตอนนี้เดินร่อนไปที่ราวแขวนเสื้ออีกราวแล้ว

 

 

 

 

 

“เราจะเอาตัวนี้แหละ! มาหยิบให้เราซิ!!”

 

 

 

 

 

นัยน์ตาสีฟ้าตวัดมองชุดที่หนุ่มน้อยผมดำกำลังชี้โบ๊ชี้เบ๊ใส่อยู่…รู้ได้ทันทีว่าตัวเองกำลังจะเจอเรื่องยุ่งอีกแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

*****

 

 

 

เสียงต่อสัญญาณดังขึ้นสองสามครั้งก่อนที่อีกฝ่ายจะรับสาย

 

 

 

 

 

“ฮัลโหล…ทอมเหรอ? นี่ฉันเองนะ” คริสทัก…เขาได้เบอร์ทอมมาจากเคนเนธ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่โทรหา…ชายหนุ่มหวังจากใจว่าจะไม่มีบรรยากาศกระอักกระอ่วนแม้ว่าจะรู้ดีว่าเป็นไปได้ยาก

 

 

 

 

 

“เอ่อ…อ้อ…โอเค…” เสียงปลายสายดูตื่นๆ ชอบกลราวกับตกใจที่เขาโทรมา…ก่อนทีเสียงเจือสำเนียงนุ่มนวลนั้นจะเริ่มต้นพูดดีๆ “โทษที…ฉันแค่ไม่คิดว่าจะเป็นนาย…มีอะไรรึเปล่า?”

 

 

 

 

 

คริสนิ่งเงียบไปชั่วครู่…เพิ่งตระหนักได้ว่าตนไม่ได้เตรียมคำอธิบายใดๆ มาบอกทอมเลย

 

 

 

 

 

ยังไม่ทันจะได้รู้จักกันเขาก็ชิงขอยืมเสื้อซะแล้ว…แล้วทอมจะมองว่าเขาเป็นคนไร้ความเกรงใจแค่ไหนล่ะเนี่ย?!

 

 

 

 

 

ความเงียบคั่นกลางอยู่สักพักก่อนที่พวกเขาจะเริ่มพูดขึ้นพร้อมกัน

 

 

 

 

 

“ถ้าเป็นเรื่องเสื้อนาย…”

 

 

 

 

 

“ฉันหยิบเสื้อจากเทรลเลอร์…”

 

 

 

 

 

ความเงียบคั่นกลางอีกที…ก่อนที่คริสจะเปิดทางให้อย่างมีมารยาท “นายว่าไงนะ?”

 

 

 

 

 

“โทษทีนะ…” ชายหนุ่มผมขยุยพูดคำติดปากอีกที ก่อนจะอธิบายเสียงเกรงๆ “ฉันหยิบเสื้อนายมาตัวนึงน่ะ…ไม่รู้ว่าเป็นของนายหรือของกองถ่ายซื้อมา”

 

 

 

 

 

คริสแอบงงนิดหน่อยว่าทอมจะเอาเสื้อเขาไปทำไม ความเงียบโดนตีความผิดแน่นอนเพราะอีกฝ่ายรีบพูดเสริม “ตัวที่สีเทาเข้มน่ะ…ของนายเองหรือเปล่า? ถ้าใช่เดี๋ยวฉันซื้อคืนให้นะ…”

 

 

 

 

 

“ไม่เป็นไรทอม…ไม่ใช่ของฉันเองหรอก” คริสบอก ก่อนจะเกริ่นด้วยเสียงเกรงใจ…เพราะเสื้อยืดตัวเดียวมันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เจ้าเอเลี่ยนตัวยุ่งนี่ยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าจะเอาให้ได้และก็เอามาแล้วด้วย “ฉันก็มีเรื่องจะถามนายเหมือนกัน…”

 

 

 

 

 

“อะไรเหรอ?”

 

 

 

 

 

เสียงสบายใจบอกให้รู้ว่าคนทางปลายสายคงกำลังยิ้มโล่งใจ นั่นยิ่งทำให้คริสรู้สึกแย่กับการกระทำของตัวเอง…ตวัดสายตาคาดโทษไปทางหนุ่มน้อยผมดำคนต้นเหตุ “ฉันก็เอ่อ…หยิบเสื้อนายมาจากเทรลเลอร์แต่งตัวเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

“อ้าว…ทำไมล่ะ?” คำถามไม่ได้หมายความในแง่ร้าย…คนพูดคงแค่งงเฉยๆ เท่านั้นเอง ก่อนที่จะเอ่ยต่อด้วยเสียงมีไมตรี “แต่ไม่เป็นไรหรอกนะ…ในนั้นไม่มีของส่วนตัวฉันหรอก นายบอกทางกองถ่ายละกันว่าเอาไป…ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”

 

 

 

 

 

“อืมมมมม” คริสลากเสียง…มองคนตรงหน้าอีกที “คือว่า…มันไม่ใช่แค่เสื้อน่ะสิ…”

 

 

 

 

 

เจ้าของดวงตาสีน้ำทะเลเลิกคิ้วใส่เขาอย่างหาเรื่องนิดๆ…เจ้าตัวช่างดูผิดที่ผิดทางอย่างที่สุดในสูทคอร์เนเลียนีสีเทาดำพร้อมเนคไทไหมกับผ้าพันคอและมีโค้ทดำทับอีกทีแต่ดันมานั่งในร้านแมคโดนัลด์แบบนี้ เด็กๆ หลายคนชะเง้อมองแล้วขำคิกคักแต่ดูเหมือนเจ้าเอเลี่ยนจะไม่ได้รู้ตัว…คริสเองก็อดอมยิ้มกับภาพตลกๆ นี้ไม่ได้ ก่อนจะกลับมาเครียดและอธิบายต่อว่าเขาเอาสูทราคาแพงมาทั้งชุด…มองก็รู้ว่ามันเป็นของสั่งตัดและคงไม่จบง่ายๆ แค่ซื้อมาคืนแน่ๆ

 

 

 

 

 

“โอ…งั้นเหรอ…?” ทอมเองก็ดูอึ้งไปเลยเมื่อรู้ว่าเขาเอาอะไรมา ก่อนจะพูดแนะเสียงนุ่ม “นายลองคุยกับทางกองถ่ายเถอะ ปกติเขามีสแปร์ไว้หมดแหละ…แต่นายอาจต้องจ่ายนะ ฉันก็ไม่รู้สิ…”

 

 

 

 

 

เสียงลังเลและรู้สึกผิดราวกับว่าตัวเองเป็นคนผิดที่ตอบคำถามไม่ได้ทำให้คริสรีบยืนยันว่าเดี๋ยวเขาจะจัดการทุกอย่างเองก่อนจะวางสาย…หันกลับมาสนใจเจ้าเอเลี่ยนที่ทำหน้าเซ็งกับการรอคอยอยู่ ซึ่งเจ้าตัวก็ประกาศลั่นทันทีเมื่อสบตากัน

 

 

 

 

 

“เราหิวแล้ว”

 

 

 

 

 

“รู้แล้วน่า…นี่เราก็อยู่ในร้านอาหารไม่เห็นรึไง?” คริสย้อนใส่อย่างหมั่นไส้…หลังจากได้ ‘อาภรณ์ที่คู่ควร’ มาครองแล้ว โลกิก็ดูพอใจจนไม่ได้เรียกร้องขอเข้าภัตตาคารหรูหราอะไรและเดินตามเขาต้อยๆ เข้าแมคโดนัลด์โดยดี ปกติอาหารทำนองนี้ไม่อยู่ในเมนูของคริส…แต่วันที่เขาหิวมากและก็เก็บเจ้าชายจากดาวอื่นได้แบบนี้คงเป็นข้อยกเว้น ชายหนุ่มบอกให้โลกินั่งรอที่โต๊ะเฉยๆ แล้วเดินไปสั่งอาหารให้

 

 

 

 

 

“เราพอใจที่เจ้าเริ่มรู้บทบาทของตัวเองแล้วว่าต้องรับใช้เรา” องค์ชายทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อชายหนุ่มผมทองวางถาดเบอร์เกอร์ลงตรงหน้าให้ มือเรียวหยิบพับทิชชู่มาคลี่ปูบนตักแล้วเริ่มต้นมองสำรวจห่อกระดาษ “แล้วนี่มันอะไรน่ะ?”

 

 

 

 

 

คริสเริ่มขมวดคิ้วตั้งแต่ได้ยินคำว่า ‘รับใช้’ แล้ว…แต่ก็ตัดสินใจลืมๆ มันไปซะ เห็นได้ชัดว่าเจ้าเอเลี่ยนนี่คงเพ้อเจ้อเป็นตุเป็นตะจริงๆ ว่าตัวเองเป็นเจ้าชาย…หากเขาก็เริ่มชินกับคำพูดโอเว่อร์ติงต๊องของอีกฝ่ายแล้ว แถมท่าทางหยิ่งๆ เกินตัวแบบนี้มองๆ ไปมันก็ตลกดี

 

 

 

 

 

“มันคือแมคฟิช” คริสอธิบาย แกะกระดาษห่อเบอร์เกอร์แล้วก็เอาหลอดเสียบถ้วยน้ำอัดลมให้ “อร่อยมาก…กินซะ”

 

 

 

 

 

เขาหวังว่าโลกิจะเริ่มต้นทานเพื่อที่จะได้หยุดถามเสียที…แต่เจ้าตัวยุ่งก็ยังคงมองส่วนประกอบต่างๆ ระหว่างแผ่นขนมปังอย่างสนใจ “เราเดามิได้เลยว่ามันมีอะไรบ้าง…แต่กลิ่นหอมนัก รสนิยมเจ้าไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมดอย่างที่เราคาดไว้แต่แรกนะเนี่ย”

 

 

 

 

 

คริสปวดหัวกับความเป็นจริงที่ว่าเขาหาความสงบแม้แต่ในการกินฟาสต์ฟู้ดไม่ได้ด้วยซ้ำเมื่อมีโลกิอยู่ข้างๆ…แต่ก็ทำใจร้ายเมินสายตาสนอกสนใจนั่นไม่ลง ยอมอธิบายเสียงเรียบ “มันมีปลาทอดแล้วก็ชีส…ใส่ซอสแล้วก็ประกบขนมปัง อาหารยอดนิยมของที่นี่เลย…กินไปเถอะ”

 

 

 

 

 

คริสพูดอวยเบอร์เกอร์เพราะเดาว่าอีกฝ่ายคงพอใจ…แต่แทนที่เจ้าเอเลี่ยนสติเฟื่องนี่จะชอบที่ตัวเองได้ทานเมนูสุดเด็ดของดาวดวงนี้ มือเรียวกลับวางชิ้นขนมปังในมือลงบนถาดทันที(ถ้าเบอร์เกอร์เป็นของแข็ง มันก็คงกระแทกดังโครมไปแล้ว)พร้อมโวยเสียงลั่น

 

 

 

 

 

“ในอาหารนี่มีปลางั้นเหรอ…?! เจ้ามิดการ์ดเดียนไร้ปัญญา! เราเกลียดปลาที่สุด!! เราไม่กิน!!”

 

 

 

 

 

คริสอยากจะบ้าตาย แต่ไม่คิดจะตามใจคนตรงหน้าแล้ว เขาพูดเสียงแข็งๆ ตอบไป “ไม่กินก็ทนหิวไป! เลิกเรื่องมากซะทีเถอะ!”

 

 

 

 

 

โลกิหน้างอ…เขาหิวและอาหารแดนมิดการ์ดนี่ก็หอมน่าทานมาก แต่ความไม่ชอบปลาก็ทำให้ไม่อยากเอามันเข้าปากเลย พูดเสียงอุบอิบอย่างโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้ “ก็เราไม่ชอบปลานี่นา…”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองถอนหายใจ…เจ้าเอเลี่ยนนี่ก็เหมือนพวกลูกคนรวยที่โดนตามใจจนทำอะไรไม่เป็น แต่ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรมากไปกว่าน่ารำคาญ เขาพูดเสียงอ่อนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้าหงอย “เมื่อกี้นายยังพูดเลยว่ามันน่ากิน…ก็ลองกินก่อนสิ ยังไม่ได้ลองเลย…แล้วรู้ได้ยังไงว่าไม่อร่อย?”

 

 

 

 

 

โลกิช้อนตาขึ้นสบกับอีกฝ่าย…อะไรบางอย่างในคำพูดนั้นย้ำเตือนให้เขาคิดถึงพี่ชาย ไม่อยากจะยอมรับว่าเจ้ามิดการ์ดเดียนนี่มีอะไรหลายอย่างที่เหมือนธอร์…ไม่ว่าจะเป็นท่าทางหรือคำพูดห่ามๆ ไปจนถึงความอดทนที่มีให้เขา และนั่นทำให้โลกิดื้อต่อไม่ออก…มือเรียวยอมหยิบอาหารก้อนๆ นั่นขึ้นมากัด ก่อนจะตาโตกับรสชาติของมัน

 

 

 

 

 

“อร่อยจัง! เรามิเคยรู้เลยว่ามีปลาอร่อยๆ แบบนี้อยู่ด้วย!”

 

 

 

 

 

คริสหัวเราะเบาๆ พร้อมโคลงศีรษะ…นึกในใจว่าซีอีโอของแมคโดนัลด์จะดีใจสักแค่ไหนถ้ารู้ว่ารสชาติเบอร์เกอร์ของบริษัทชนะใจเจ้าชายจากต่างดาวได้ เขาเริ่มต้นทานบิ๊กแมคของตัวเองบ้างเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่บ่นไม่ถามอะไรแล้ว…ยังคงแอบยิ้มกับภาพหนุ่มน้อยผมดำในชุดสูทเต็มยศและมีแมคฟิชในมือ

 

 

 

 

 

เมื่อทานหมด…โลกิก็พับกระดาษห่อเบอร์เกอร์เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเรียบร้อย ก่อนจะลากถ้วยโค้กเข้ามาดื่ม…สำลักค่อกแค่กแล้วโวยวายเบาๆ “เจ้าเอาอะไรมาให้เราดื่มเนี่ย?! มันฟู่ๆ!! เราไม่ชอบ!!”

 

 

 

 

 

คริสหัวเราะแบบไม่ปิดบัง หยิบถ้วยนั้นมาแล้วส่งถ้วยของตนไปให้แทน “แลกกันสิถ้างั้น…ของฉันเป็นน้ำผลไม้ ไม่ฟู่หรอก”

 

 

 

 

 

“ดีมากเจ้ามิดการ์ดเดียน เราไม่ชอบน้ำฟู่นั่นเลย” มือเรียวเอื้อมมารับ…แต่คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มผมทองดึงถ้วยคืน เรียกเสียงโวยวายอีกรอบ “อะไรอีกล่ะ?! เอามานี่นะ…เรากระหายน้ำ!!”

 

 

 

 

 

“บอกแล้วไงว่าเลิกเรียกว่ามิดการ์ดเดียนซะที…ฉันมีชื่อนะ” คริสไม่รู้หรอกว่าคำนี้มีความหมายถึงอะไร แต่เขาเดาว่ามันเป็นคำเหยียดชนชั้นแน่ๆ…นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจสักนิดที่โดนเรียก “แล้วเวลาแบบนี้นายต้องพูดว่า ‘ขอบคุณ’…ไม่ใช่รับไปเฉยๆ แบบนี้”

 

 

 

 

 

โลกิทำหน้าไม่พอใจใส่ แต่สุดท้ายก็เหมือนเวลาอยู่กับธอร์…เขาดื้อได้ไม่นาน หนุ่มน้อยพึมพำเสียงเบา

 

 

 

 

 

“ขอบคุณที่เอาน้ำถ้วยใหม่ให้เรานะ…คริส”

 

 

 

 

 

 

เจ้าของชื่อหัวเราะเบาๆ แล้วส่งถ้วยน้ำผลไม้ให้โดยดี โลกิมองรอยยิ้มนั้นแล้วก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่าอีกฝ่ายช่างดูเหมือนพี่ชายของตนจริงๆ…เพียงแต่ถ้าเป็นพี่ชาย เขาคงไม่ได้มาโดนบังคับให้พูดขอบคุณงี่เง่าแบบนี้

 

 

 

 

 

ใช่แน่ๆ…คริสต้องเป็นมิดการ์ดเดียนนิสัยแย่ที่สุดแน่ๆ…

 

 

 

 

 

“เออใช่…นายเอานี่ไปละกัน มันแถมมากับเบอร์เกอร์นายนั่นแหละ”

 

 

 

 

 

เสียงของคนที่ตนกำลังแช่งชักอยู่ทำให้โลกิเงยหน้าขึ้น…ชายหนุ่มผมทองวางตุ๊กตาตัวอะไรก็ไม่รู้ที่มีห่วงๆ สีเงินห้อยติดอยู่ลงตรงหน้าเขา มือเรียวเอื้อมไปหยิบมาดูตอนที่อีกฝ่ายอธิบายเพิ่ม

 

 

 

 

 

“มันคือพวงกุญแจนะ…รู้จักไหมน่ะ? เอาไว้ห้อยหรือเก็บไว้ดูเล่นก็ได้”

 

 

 

 

 

“เรารู้จักน่า” พูดไปงั้นตามเคย…เพราะเขาไม่รู้หรอกว่ามันคือสิ่งใดหรือตัวอะไร โลกิพิจารณาเจ้าตุ๊กตาดีๆ…มันเหมือนแมว แต่ลำตัวกลับเป็นแผ่นๆ สีชมพูแถมมีแถบสีรุ้งติดเป็นพรืดตามหลังมา ดูพิลึกพิลั่นเหมือนอาณาจักรนี่…แต่มองๆ ไปก็น่ารักดี

 

 

 

 

 

เอาล่ะ เขายอมเปลี่ยนมุมมองก็ได้…คริสเป็นมิดการ์ดเดียนที่นิสัยดีนิดนึง…แต่ก็แค่นิดเดียวอยู่ดีล่ะนะ!

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองยักไหล่ นึกในใจว่าเจ้าเอเลี่ยนนี่อาจเคยเจอเนียนแคทวิ่งไปวิ่งมาในอวกาศก็ได้…ความคิดที่ทำให้เขาหัวเราะหึๆ ออกมา ยิ่งหัวเราะหนักขึ้นด้วยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าชอบใจแต่พยายามปกปิดไว้

 

 

 

 

 

โวยวายแล้วก็ทำตัวน่ารำคาญสารพัด แต่สุดท้ายก็แพ้ทางให้แมว…นี่มันตลกเกินไปแล้วนะ

 

 

 

 

 

และวินาทีนั้นเองที่คริสเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาชักจะเอ็นดูเจ้าองค์ชายติงต๊องนี่มากเกินพอดีเสียแล้ว การตระหนักรู้นี้ทำให้เขานึกอยากเตะตัวเอง…รีบถอนสายตาจากแก้มแดงๆ และรอยยิ้มฮุฮิของคนตรงหน้าแล้วด่าตัวเองรัวๆ ให้ได้สติ

 

 

 

 

 

ให้ตายเถอะ…นี่มันไม่ดีเลย…ไม่ดีเลยสักนิดเดียว…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ไม่มีอนาคตเลยบอกไม่ได้ว่าจะเอาไงต่อดีค่ะ #โดดหลังคาโรงบาล

 

 

 

 

Advertisements

5 responses to “[ChrisKi Fic] Give Me This, Give Me That (II) (ทำไมฉันยังไม่เลิกทำตัวแบบนี้?)

  1. คำเตือน : เม้นนี้มีแต่การอวยโลกิ และอวยโลกิ ที่สำคัญ อวยโลกิมากกกก

    รู้สึกว่าจิตใจตอนนี้ไม่โอเคอย่างแรงค่ะ O</<
    ตาใตรงนะ เราเขินคริสกิมากกว่าธอร์ทอมอีก
    คู่นั้นมันจะเรื่อยๆ ถึงจะล้งเล้งบ้างแต่พี่ทอมเอาอยู่(?)
    แต่คู่นี้มันป่วนอ่ะ! ป่วนแบบป่วนอ๊า!
    เราจะได้เห็นความน่ารักของหนูกิเต็มๆ ก็แพร์นี้แหละ!
    คือธอร์กิพี่ธอร์เขาโหดใส่น้อง(บ้าง)ไง
    แต่พี่คริสเขาออกแนว ถึงเอือมก็ต้องทำมากกว่า 5555

    โลกิไม่เคยแย่ในสายตาเราค่ะ เรื่องมากก็น่ารัก
    เยอะก็น่ารัก เอาแต่ใจก็น่ารัก ขนาดโวยวายยังน่ารักเลยอ่ะ!
    ตอนนึกภาพโลกิใส่ชุดพี่ทอมเราก็แบบ กระทืบเท้้าปึงๆ!
    เพราะนั่งอ่านอยู่ในห้องคอมที่โรงเรียนออกอาการมากไม่ดี OTL
    แต่พอโลกิใส่ชุดสูทเท่านั้นแหละ…
    ฟเสกัรปุำำยวดกุึะย่้้ลง่ดะหบวด่ดดวเกนงเนาดนหฟะ้ว่ดดร
    เก็บศพเราทีคนทางนี้ไม่ไหวแล้ววววว คือภาพโลกิแต่งสูทใน Thor 1 มันลอยมา
    แล้วคือแบบ…ฮือ…สวยอ่ะ สวยจังเลยค่ะหนูกิ ชาวโยธันไฮม์คนอื่นไม่เห็นสวยแบบนี้เลยค่ะ

    เราชอบที่คุณทิพย์เขียนหัวว่า "ทำไมฉันยังไม่เลิกทำตัวแบบนี้?" มากค่ะ
    เพราะก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเรายังพอใจจะอ่านแพร์แบบนี้อยู่ฟฟฟฟ ฉะนั้นเขียนต่อเถอะนะคะฟฟฟฟฟ

    Like

    • (แฮร่ เราเห็นทุกคอมเม้นนะคะ ขอรวบมาตอบในนี้เลยละกันเน้อ)
      เรื่องนี้เราเขียนเพราะคิดบ้าๆบอๆเองค่ะ ว่าเออออ ถ้าเปลี่ยนจากเจนมาเป็นทอมแทนล่ะ
      พล็อตของ Thor 1 มันจะกลายเป็นอีท่าไหน
      แต่คริสกินี่แจมมาเองค่ะ เหมือนเอา Thor 1 มาแต่งๆเติมๆ เปลี่ยนให้ตัวเอกเป็นโลกิแทน
      สงสารพี่คริสนะคะก้ากกกกก แต่ก็แอบสะใจชอบกล โลกิโดนดัดนิสัย
      แต่เพราะเขียนเล่นๆเลยไม่ได้ทำอะไรกับมันต่อน่ะค่ะ TvT

      ส่วนเรื่องพาส ก็ถามผ่านเมสเสจเพจเฟซฯก็ได้ค่ะ
      คุณบอกชื่อที่ใช้ลงคอมเม้นมาได้เลยค่ะ ทิพย์จำคนเม้นได้ ><
      (ขอโทษนะคะ คุยมาตั้งนาน ยังไม่ได้ถามชื่อคุณเลย…TxT)

      Like

  2. ฮื่อ น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกก
    กิของนี่ นี่ต้องการมีกิในครอบครอง ฮือออ
    พิคริสค่อยๆเอ็นดูน้องนะ ถึงน้องจะหยิ่งๆเจ้ายศเจ้าอย่างไปบ้าง แต่น้องน่ารักฮุฮิออกน๊าาา

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s