[Hiddlesworth Fic] Sunshine, Moonlight, and Raindrops (6)

              

Sunshine, Moonlight, and Raindrops

Hiddlesworth fanfiction by Tippuri~ii *

 

 
 

 

Pairing: Chris Hemsworth x Tom Hiddleston

Type: AU Fanfiction
 
 

 * แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบัง เทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น boy’s love…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 

 

****************************************

 

 

Chapter 6

 

 

 

 

 

ถึงจะเดาได้เองและได้ยินชัดๆ กับหูแล้ว…คริส เฮมสเวิร์ธก็ยังคงรู้สึกทำใจเชื่อไม่ลงอยู่ดี

              

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองมองคนตรงหน้า…คิดอะไรไม่ออก ทอมเองก็นิ่งเงียบราวกับจะให้เวลากับเขาในการทำความเข้าใจ คริสยอมรับว่าตัวเองหัวหมุนและเรื่องราวที่ได้ฟังมันก็แสนจะเกินจริง…หากแววตาท่าทางของทอมและอะไรบางอย่างในน้ำเสียงของเจ้าตัวก็ทำให้เขาเชื่ออีกฝ่ายโดยดุษฎี

              

 

 

 

 

“เอ่อ…”

              

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองเริ่มเอ่ยขึ้นมาจนได้ นั่นจึงทำให้คนข้างตัวที่กำลังรอปฏิกิริยาตอบรับอยู่หยัดตัวขึ้นมาตรงๆ แล้วชะโงกเข้ามาใกล้…เอ่ยย้ำอย่างนุ่มนวลปนคาดหวังนิดๆ “ครับ?”

              

 

 

 

 

“บอกฉันมาอีกอย่างนึงซิ…”

              

 

 

 

 

คริสพูด…แต่ด้วยสมองที่ยังขาวโพลนกับความจริงที่รุมถล่มเข้ามา เขาจึงไม่รู้เลยสักนิดว่าตัวเองคิดจะพูดอะไร…และทำให้ประโยคที่ออกกล่าวมาไร้สาระสิ้นดี

             

 

 

 

 

“…นายคงไม่ได้ชื่อจริงว่าทอม คัลเลนหรอกใช่ไหม?”

              

 

 

 

 

เมื่อหลุดปากถามออกไปแล้ว…ร่างสูงใหญ่ก็อยากเอาหัวโหม่งอะไรก็ได้ตายไปซะ คำถามนี้มันโคตรแห่งโคตรของความงี่เง่า และพูดกับใครไม่พูด…ต้องมาพูดกับคนที่ตนอยากทำให้มีแต่ความประทับใจต่อตัวเขาเองอย่างทอม ฮิดเดิลสตันเข้าเสียด้วย

           

 

 

 

 

ให้ตายสิคริส เฮมสเวิร์ธ!! นายมันไม่ได้เรื่องที่สุดของความไม่ได้เรื่องในโลกใบนี้เลยว่ะ!!!

              

 

 

 

 

แต่ผิดคาด…แทนที่ทอมจะมองว่าเขาติงต๊อง เจ้าตัวกลับหัวเราะออกมา…เป็นการหัวเราะท้องคัดท้องแข็งแบบจริงใจจนน้ำตาปริ่ม แถมยังยื่นมือมาตบบ่าเขาแปะๆ ราวกับเจ้าตัวรู้สึกเอ็นดูเสียด้วย

              

 

 

 

 

“โทษทีนะ…โทษที” ชายหนุ่มผมขยุยถึงกับต้องกัดริมฝีปากไว้เพื่อหยุดหัวเราะ แต่ก็ยังยิ้มออกมาพร้อมแววตาพริบพราวอยู่ดี “ผมขอโทษที่หัวเราะ…แต่คำถามนี่มัน…”

              

 

 

 

 

เสียงอะฮิฮิฮิหลุดพรืดตามมาอีกทั้งๆ ที่ทอมพยายามกลั้นหัวเราะจนแก้มแดง คริสอึ้งเล็กๆ…ชายหนุ่มไม่เคยเห็นอีกฝ่ายแสดงความรู้สึกออกมาเยอะขนาดนี้มาก่อน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาดีใจที่ได้เห็น…ทอมตอนหัวเราะร่าเริงดูสดใสน่ามองจริงๆ

           

 

 

 

 

เป็นภาพที่ทำให้ละสายตาไม่ได้…และก็ทำให้ใจเต้นผิดจังหวะแบบแปลกๆ เสียด้วย…

              

 

 

 

 

“โทษทีนะถ้าทำให้คุณผิดหวัง…แต่ผมนามสกุลฮิดเดิลสตันนี่แหละ” ทอมตอบ…ยังคงอมยิ้มนิดๆ “แล้วผมก็คิดว่าคุณดูทไวไลท์เยอะไปนะคริส”

              

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองอดหัวเราะตามไม่ได้…ก่อนจะยักไหล่แล้วพูดเขินๆ “โทษที…ฉันยังเบลอๆ น่ะ”

              

 

 

 

 

ประโยคนี้ทำให้สีหน้าของทอมเจื่อนลงไป รอยยิ้มเลือนหาย…ชายหนุ่มก้มหน้านิ่งพร้อมพูดเสียงค่อย กระแสเสียงเศร้าสร้อยแบบตอนแรกกลับมาอีกครั้ง “ผมเข้าใจ…มันไม่ใช่เรื่องที่จะยอมรับได้ง่ายๆ นี่นะ ไม่ผิดหรอกที่คุณจะมองว่าผมเป็นตัวอันตราย…”

              

 

 

 

 

“ไม่ใช่นะ!!” คริสพูดแทรกเสียงลั่น เผลอตัวเอื้อมมือไปจับต้นแขนทั้งสองข้างของทอมไว้เพื่อให้พวกตนได้สบตากัน “ฉันไม่เคยมองนายแบบนั้นเลยนะ นายไม่เคยทำให้ฉันคิดว่านายเป็นคนไม่ดีเลย…อันที่จริงนายก็ออกจะใจดีด้วยซ้ำไป! เพราะงั้นอย่าคิดแบบนั้นนะ!!”

              

 

 

 

 

“อะ อืม…” ทอมดูไม่ได้ตั้งตัวกับการกระทำของเขา แต่ก็เริ่มยิ้มออกมาได้ “ขอบคุณนะคริส…”

              

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองพยักหน้ายืนยัน ก่อนจะค่อยๆ ผละมือออก…นึกด่าตัวเองในใจว่าจะรู้สึกใจเต้นแบบแปลกๆ อีกทำไมกับอีแค่การกระทำเล็กน้อยแค่นี้ ทำให้พลาดโอกาสในการสังเกตเห็นนัยน์ตาสีเขียวที่ช้อนมองตนอย่างเขินๆ และผิวแก้มของทอมที่ขึ้นสีเรื่อขึ้นมานิดๆ

           

 

 

 

 

นี่มันไม่ดีเลย…การที่เขาดีใจมากขนาดนี้กับการที่คริสแค่บอกว่าไม่ได้เกลียดเขา…ไม่ดีเลยจริงๆ…

              

 

 

 

 

“เอ่อ…” ร่างสูงตัดสินใจเริ่มบทสนทนาขึ้นมาอีก…เพราะความเงียบรังแต่จะทำให้รู้สึกแปลกๆ “แล้วทำไมจู่ๆ นายถึง…เอ่อ…วูบไปล่ะ? ที่ผ่านมานายก็อยู่กลางแดดได้ไม่ใช่เหรอ?”

              

 

 

 

 

“อ๋อ…” ทอมนึกขึ้นได้ว่าตนไม่ได้เล่าทุกรายละเอียดให้อีกฝ่ายฟัง…แสงแดดเพียงแค่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวเท่านั้นเอง แต่ที่หมดสติไปวันนี้เพราะเขาไม่ได้รับ ‘อาหาร’ มาเป็นสัปดาห์จนอ่อนแรง “ผมหลับไปตั้งนานไง…เลยไม่ได้…เอ่อ…ดื่มเลือดน่ะ ก็เลยเพลียกว่าปกติ…”

              

 

 

 

 

คริสรีบพยักหน้าเมื่อเห็นว่าคนเล่ามีสีหน้าลำบากใจในการอธิบาย…เดาเอาว่ามันคงคล้ายๆ อาการของคนที่หิวจนเป็นลม พูดด้วยเสียงปกติเพื่อทำให้ทอมรู้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือรังเกียจอะไรเลย “งั้นนายต้องกิน…เอ่อ… ‘อาหาร’ ของนายมั้ยล่ะ?”

              

 

 

 

 

ทอมมองคริสเงียบๆ…ความประหลาดใจซ่านในใจซ้ำแล้วซ้ำอีกกับท่าทีของอีกฝ่าย ชายหนุ่มเชื่อฝังใจมาเสมอว่าตนไม่มีทางเป็นที่ยอมรับ…นั่นจึงทำให้เขาปิดใจในการจะทำความรู้จักกับคนอื่นมาตลอด ซึ่งจะบอกว่าทอมด่วนตัดสินเอาเองก็ไม่ถูก…เพราะความลับของเขารังแต่จะทำให้คนที่ได้รู้เกลียดชังหรือหวาดเกรงเสมอ ซึ่งสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไร…ผลลัพธ์ที่ทุกคนคิดตรงกันก็คือความเห็นที่ว่าชายหนุ่มเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมควรโดนกำจัด

              

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้นี่เป็นครั้งแรกตลอดช่วงเวลายาวนานของทอมที่ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจ ถ้าจะให้เปรียบเทียบ…ความรู้สึกที่มีต่อคริสนั้นเหมือนกับว่าเขาได้พบที่พักพิงทางใจหลังจากช่วงเวลาอันยาวนานที่ต้องอยู่อย่างเดียวดายและหวาดระแวงมาตลอด

                

 

 

 

 

ความสบายใจแบบนี้คงเป็นเรื่องเล็กน้อยในสายตาคนทั่วไป…แต่สำหรับเขาแล้ว มันทำให้มีความสุขมากจนน่าหัวเราะเลยทีเดียว

              

 

 

 

 

“ทอม?”

              

 

 

 

 

เจ้าของชื่อสะดุ้งนิดๆ กับเสียงเรียก…เพิ่งนึกได้ว่าตนกำลังถูกถามคำถาม เสียงนุ่มตอบตะกุกตะกัก “อะ อืม! มันถึงเวลาแล้วล่ะ…ไม่งั้นผมจะเหนื่อยเกินไป ในตู้เย็นน่าจะยังมีเลือดเหลืออยู่…”

              

 

 

 

 

“ถ้าในตู้เย็นน่ะไม่มีแล้วล่ะ” คริสรีบพูดเมื่อนึกขึ้นได้…ในตู้เย็นที่เขาเปิด มีแค่ถุงเลือดที่หมดแล้วโดนวางซ้อนกันไว้อย่างเรียบร้อยเท่านั้น เดาได้ไม่ยากว่าทอมคงเตรียมนำพวกมันไปทิ้ง “มีแต่ซองเปล่าๆ เท่านั้นเอง”

              

 

 

 

 

“โอ…จริงเหรอ…?” ทอมหน้าเสียไปด้วยความกังวล…ถ้าจะสั่งเลือดอีกครั้งอย่างน้อยก็ต้องรออีกหลายวัน ซึ่งเขาไม่ไว้ใจตัวเองที่ต้องการ ‘อาหาร’ ขนาดหนักเช่นนี้เลย ชายหนุ่มรู้ดีว่าแวมไพร์จะสูญเสียการควบคุมตัวเองได้ง่ายที่สุดในเวลาที่กระหายเลือดมนุษย์ถึงขีดสุดแบบนี้ “นี่มันไม่ดีเลย…”

              

 

 

 

 

คริสสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายและผสมความรู้เรื่องแวมไพร์ที่ตนได้จากหนังทั้งหลายเข้าไป…สรุปได้เองว่าทอมคงกำลังกลัวว่าตัวเองจะพลั้งมือทำอะไรแย่ๆ ลงไปในเวลาที่หิวจัดเช่นนี้แน่ และวินาทีนั้นเองที่ชายหนุ่มคิดสิ่งที่จะกำจัดปัญหาและทำให้ทอมสบายใจขึ้นมาได้…ความคิดบ้าๆ ที่เขาไม่ลังเลในการจะเสนอมันออกไป

              

 

 

 

 

“งั้น…” คริสมั่นใจว่าตัวเองต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ…แต่ก็ไม่ได้หยุดพูด “เป็น…เอ่อ…เลือดฉันได้ไหมล่ะ?”

              

 

 

 

 

ทอมตาโตกับคำถาม…เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้ยินมันจากปากใครก็ตาม นึกสงสัยเป็นรอบที่เกินจะนับแล้วว่าทำไมคริส เฮมสเวิร์ธถึงดูจะไม่ใส่ใจเลยว่าเขาเป็นแวมไพร์ที่สามารถทำอันตรายคนธรรมดาอย่างเจ้าตัวได้ “คุณว่าไงนะ?”

              

 

 

 

 

“ถ้าฉันจะไม่เปลี่ยนเป็นแวมไพร์ไปด้วยตอนให้เลือดนาย…” คริสพูดนิ่งๆ “นายจะเอาเลือดฉันไปก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก”

              

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงได้ใจเย็นพอจะมาแจกแจงรายละเอียดให้คนตรงหน้าฟังแทนที่จะเดินจากไปเสียตั้งแต่วินาทีที่รู้ความจริง เดาว่าคงเป็นเพราะอีกฝ่ายคือทอม ฮิดเดิลสตัน…และเขาต้องการจะทำอะไรก็ได้ให้ทอม ฮิดเดิลสตันดีใจ

           

 

 

 

 

ให้ตายสิ…นี่มันเหมือนกับว่าเขากำลัง…ไม่ไม่ไม่…บอกทีว่าเขาไม่ได้กำลัง…

              

 

 

 

 

อีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบ ก่อนจะถามเสียงเบา “จะ…จะดีเหรอ?”

              

 

 

 

 

“ดีสิ” คริสยักไหล่ พูดล้อๆ เพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น “ไม่น่าถามเลยนะ…นายไม่หิวเหรอ?”

              

 

 

 

 

ทอมหัวเราะสั้นๆ…มองออกว่าเจ้าตัวกำลังประหม่ากระวนกระวาย ซึ่งเป็นผลมาจากความประหลาดใจมากมายและความรู้สึกหวั่นไหวแบบแปลกๆ ที่รุมกันก่อตัวขึ้นตอนนี้ ก่อนจะค่อยๆ ช้อนตาขึ้นมองคนตรงหน้า พูดเสียงแผ่ว

              

 

 

 

 

“ขอบคุณมากเลยนะ…คริส”

              

 

 

 

 

ถึงจะไม่ได้อธิบายชัดเจน แต่คำขอบคุณนี้ไม่ได้หมายถึงแค่สำหรับข้อเสนอ…หากเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกการกระทำที่คริสมีให้…การกระทำที่ทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นและมีความสุขมากมายนัก

              

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองสบตาเขา…ก่อนจะขยับยิ้มบางๆ มาให้ พูดอย่างอ่อนโยน…กระแสเสียงที่บอกให้ทอมรู้ว่าเจ้าตัวเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการสื่ออย่างครบถ้วน

              

 

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกทอม…ฉันดีใจที่นายมีความสุขนะ”

              

 

 

 

 

คนฟังหน้าร้อนวาบขึ้นมาชอบกลกับประโยคนี้ ก่อนจะเลี่ยงไม่ตอบอะไรอีกด้วยการขยับเข้าไปใกล้แล้วแตะมือลงตรงต้นคออีกฝ่ายเบาๆ…พูดเสียงเบาขัดกับความหวั่นไหวเข้าขั้นสติแตกในหัว “อืมมมม…งั้น…ผมจะ…เอ่อ…”

              

 

 

 

 

ประโยคนี้ไม่ปะติดปะต่อจนน่าร้องไห้กับความงี่เง่าของตัวเขาเอง…และยิ่งน่าอายเข้าไปอีกเมื่อเห็นคริสขยับยิ้มขำ ทอมจึงรีบรวมสติแล้วพูดแก้ตัวใหม่ “ถ้าคุณไม่โอเคก็บอกเลยนะ ผลักผมออกเลยก็ได้ ตกลงนะ?”

              

 

 

 

 

คริสกล่าวรับคำ…พยายามกลั้นยิ้มกับภาพแวมไพร์ที่ทำหน้าคิดหนักในการจะดื่มเลือดมนุษย์แบบนี้ เขามั่นใจว่าตัวเองต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ ที่ยังคงใจเย็นอยู่ได้…ก่อนจะลืมหายใจไปชั่วครู่เมื่อร่างโปร่งขยับเข้ามาใกล้จนแทบชิด อาการหัวใจเต้นแรงทำให้เผลอตัวผงะออกนิดๆ ตามสัญชาตญาณ และนั่นทำให้เสียงนุ่มนวลพูดออกมาอย่างไม่สบายใจ

             

 

 

 

 

“ผมขอโทษ…คุณคงไม่ชอบใช่มั้ย?”

              

 

 

 

 

“มะ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก…” คริสมั่นใจว่าตอนนี้ตัวเองคงกำลังทำหน้าตลกๆ…สบถในใจรัวๆใส่หัวใจที่ดันต้องมาเต้นแรงในเวลาแบบนี้ “ฉันโอเคดี…แล้วนายก็ไม่ต้องขอโทษหรอก”

              

 

 

 

 

ทอมยังคงมีสีหน้าไม่สบายใจแต่ก็พยักหน้าหงึกๆ…คริสสูดลมหายใจลึกๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงริมฝีปากที่แตะลงมาตรงต้นคอของตน พยายามคาดเดาว่ามันจะเหมือนฉากในภาพยนตร์ที่เลือดจะแดงฉานเต็มไปหมดไหม…แต่ก็พบว่าทุกอย่างไม่ตรงกันสักนิดเดียว มีเพียงความเจ็บชั่วแว่บเหมือนเข็มแทงเท่านั้นเอง ก่อนจะตามมาด้วยสัมผัสของเรียวปากที่ขบเม้มเบาๆ…สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มผมทองคิดเรื่องที่ไม่ควรคิดอย่างที่สุดขึ้นมา

           

 

 

 

 

หยุดเดี๋ยวนี้คริส เฮมสเวิร์ธ…หยุดคิดว่านี่มันเหมือนคิสมาร์คเดี๋ยวนี้เลยนะ…

              

 

 

 

 

“คริส?”

              

 

 

 

 

เสียงเรียกทำให้ชายหนุ่มได้สติ…ทอมผละออกมาแล้วและกำลังมองเขาอย่างเป็นห่วงปนสงสัย ซึ่งคริสเดาได้ว่าคงเป็นเพราะสีหน้าบ้าๆ ของตนแน่ๆ…เขาจึงกลบเกลื่อนด้วยการถามเสียงปกติ “เอ่อ…นายโอเคแล้วใช่ไหม?”

              

 

 

 

 

“อืม…ขอบคุณมากนะ” ทอมยิ้มบางๆ ให้ ก่อนจะขมวดคิ้วต่อ…ยื่นหน้ามามองเขาใกล้ๆ “แต่คุณน่ะโอเคไหม? คุณหน้าแดงๆ ชอบกล…”

              

 

 

 

 

“มะ ไม่มีหรอก…ไม่เป็นอะไรเลย…” ชายหนุ่มผมทองรีบยืนยัน…ปฏิเสธที่จะเชื่อว่าตอนนี้เขานึกอยากรั้งทอมให้เข้ามาใกล้แล้วก็…

          

 

 

 

 

…หยุดคิดเดี๋ยวนี้เลยนะคริส เฮมสเวิร์ธ!!

              

 

 

 

 

“จริงๆ นะ?” ทอมคาดคั้น ก่อนจะยิ้ม…รอยยิ้มที่ปนมากับความเกรงใจ “ผมรบกวนคุณตลอดเลย…ขอบคุณมากเลยนะคริส แล้วก็ขอโทษ…”

              

 

 

 

 

เสียงเงียบหายเพราะแขนแข็งแรงของคนตรงหน้ารวบเขาเข้าไปกอดไว้…ทอมตกใจแต่ก็ไม่ได้อุทานอะไรตามนิสัยที่เป็นคนมีสติ แต่คริสนั้นกำลังโวยวายในหัวแบบสติแตกกับการกระทำของตน…นึกดีใจที่อย่างน้อยยังหยุดตัวเองไว้ได้แค่กอดเฉยๆ

              

 

 

 

 

“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอโทษแล้ว…” ชายหนุ่มผมทองรีบคิดหาคำพูด ห้ามใจให้ไม่ซบหน้าลงแนบแก้มอีกฝ่าย…แต่ทำไม่ได้ “ต่อไปมีอะไรก็บอกฉันเลยนะ…นายมีฉันแล้วเข้าใจไหม?”

              

 

 

 

 

คริสอยากเตะตัวเองทันทีที่กล่าวมันออกไป…แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ ในเมื่อทุกๆ คำเป็นสิ่งที่เขาอยากจะบอก ทอมไม่ได้เอ่ยอะไร…ความคิดของเขายังดูไม่กลับคืนสู่ระบบดีๆ สักทีเพราะมัวแต่จดจ่ออยู่กับทุกคำพูดและความอบอุ่นของอ้อมกอด ชายหนุ่มผมขยุยไม่รู้ว่าความรู้สึกในใจตอนนี้คืออะไร…แต่ที่แน่ๆ คือมันนุ่มนวลและอ่อนหวานเสียยิ่งกว่าความรู้สึกใดๆ ที่เคยมีมา เป็นเหมือนเสียงโน้ตตัวแรกของท่วงทำนองอ่อนโยนที่ดังกังวานในใจ

              

 

 

 

 

ในขณะเดียวกันนั้น ชายหนุ่มผมทองแทบกลั้นหายใจรอฟังคำตอบรับ…ซึ่งไม่ได้มากมายอะไรเลย

              

 

 

 

 

“ผมดีใจมากเลยนะที่ได้เจอคุณ…คริส”

              

 

 

 

 

น้ำเสียงนั้นเรียบเรื่อยจนแทบเดาความรู้สึกของคนพูดไม่ได้ว่ามีนัยยะใดแฝงมากับประโยคนี้ไหม…แต่สำหรับคริสแล้ว เขาเองก็ไม่ได้มีสติมาคาดเดาอะไรนักเพราะในหัวตอนนี้มีเพียงการตระหนักรู้ข้อเดียวที่ชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

           

 

 

 

 

โอเค…เขากำลังหลงรักทอม ฮิดเดิลสตันแบบสุดๆ เลยล่ะ

              

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

*********************************

 

เอาล่ะ… /สูดลมหายใจลึกๆ

 

 

ฟิคบทนี้ ทิพย์บ้าพลังปั่นออกมาตั้งแต่เมื่อคืนวานยันตอนตีหนึ่งกว่าๆของวันนี้ เพราะงั้นมันอาจจะมีภาษาแปลกๆ หรือคำซ้ำนะก๊ะ โปรดอย่าถือสาเลย T^T คนจุดไฟให้บ้าพลังคือพี่ออยกับพี่เอ้คร่ะ #ฟ้องซะเลยนี่แน่ะ พี่ออยไซโคในทวิต ส่วนพี่เอ้คือคำว่า “ขยุยคุง” ในโด fall for you ที่กร๊าวมากโอยอ่านแล้วอยากตายไปเกิดใหม่เป็นแจ็คเก็ตพี่ทอมฮินัก #อิบ้า ค่ะ

 

 

เมื่อวานไปดูฮอบบิทมาล้าวววววว โรงไอแมกซ์มีพรีวิวสตาร์เทรคเหนียงห้วงมืดด้วยค่ะ!!!!!!!! #นอนตาย ขอบคุณปันปันกับเซซังจริงๆที่ไปด้วยกันพร้อมยืนยันว่าเป็นการดูรอบแรกพร้อมๆกับทิพย์ 5555 สนุกจริงๆค่ะ >////< ขอบคุณพี่นาตะด้วยที่เอาอุตส่าห์สอยโดจากงานสีสันแล้วก็เอามาให้วันนี้ /กอดหนุบหนับปานธอรินกอดบิลโบ/ ไม่ได้โดจากพี่ น้องก็คงไม่โดนพี่เอ้ทำร้าย แล้วก็ไม่มีฟิคบทนี้ ขอบคุณค่ะ ฮือออออออออออ #ซึ้ง

 

 

พอดูฮอบบิทแล้ว…ก็พบว่า ทิพย์ชอบฮอบบิทมากกว่ามหากาพย์หลอมแหวนอ่ะ ทั้งตัวหนังและซาวด์แทรคเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม สงสัยเพราะโฟรโด้ไม่กวนตีนเท่าบิลโบ 5555 รู้สึกว่าหลอมแหวนมันเป็นเรื่องเด็กดี ตัวดีตัวร้ายชัดๆไปเลย แต่ฮอบบิทมันมีซีนโกงกันไปโกงกันมาเยอะกว่าล่ะมั้ง เหมือนเป็นรุ่นผู้ใหญ่กว่าหลอมแหวน เลยสนุกกว่า

 

 

คิ. ลี. น่า. ลัก. มาก. #ไม่ได้สะกดผิด แล้วไม้โอ๊คคลุง #ธอรินน่ะแหละ เท่มากกกกกกกกกกกก ซึนมากกกกกกกกกกกก ช๊อบชอบค่ะ แล้วไหนจะพระบิดาธรันดูอิลอีก…แม้จะออกมาแฟบิวลัสบนหลังกวางมูสห้าวิแล้วกลับไปอบพายต่อก็ตาม บิลโบเองก็น่าลัก(#ไม่ได้สะกดผิดอยู่ดีนั่นแหละ)น่าหยิกมั่กๆ …เรียกว่ารอภาคต่อแบบใจจดใจจ่อสุดๆเลยค่ะ ❤

 

 

โอเค…เอาจริงๆคือตอนนี้ทิพย์ก็ไม่รู้แล้วว่ากำลังพูดอะไร ง่วงมาก O<-< ขอลาไปนอนล่ะค่ะ

 

 

 

ลุ้นต่อไปว่าชะตาชีวิตฟิคจะเป็นยังไง

 

 

 

ทิพย์ผู้จะบุกเข้าเอเรบอร์ไปหามังกรพี่เหนียง

 
Advertisements

5 responses to “[Hiddlesworth Fic] Sunshine, Moonlight, and Raindrops (6)

  1. ติดตามฟิคนี้มาตั้งแต่ปี 2012 ขณะนั้นติดตามที่ exteenมาอ่านใหม่อีกครั้งก็ยังสนุก อยากให้แต่งต่อจัง #คือน่ารักมาก ฟิคนี้เป็นที่มาของการเรียกพี่ทอมว่าขยุยเลย น่ารักมากค่า

    Like

  2. เป็นฟิคที่น่ารักมากกกกกกกกก ชอบคาแรกคริสสติแตกแต่พยายามคีปคูล 55555 พี่ทอมฮิเรื่องน่าลากเข้ามากอดที่สุดเลย ฮรออออล >_____<หลงเข้ามาอ่านทั้งที่อ่านทั้งที่รู้ว่าจะค้าง 55555 ไม่แต่งต่อไม่เป็นไร แต่อยากให้ลง 3 4 5 จังเลยค่ะ//ส่งสายตาวิ้งๆ 555

    Like

  3. อ้าว ทายถูกซะอย่างงั้น 5555555
    ฮืออ น่ารักมากๆเลยค่ะ ยิ่งนึกภาพตามละยิ่งเขินน ฟฟ
    /แถมนังหมีก็แอบคิดอะไรงุงิกับเหม่งอยู่อีก โฮรร
    ข่นบว้าที่สุดดดดด ;\\\\-\\\\;)<3 ❤

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s