[Skyfall Fic][00Q] How to Comfort a Crying Kitten (3)

       

How to Comfort a Crying Kitten

Skyfall fanfiction by Tippuri~ii *

 

 
 
  

Pairing: James Bond x Q

Type: AU Fanfiction

 

 
 

 

 * แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบัง เทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น boy’s love…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 
 
 
REMARK: inspired by the 00Q fanart by @kumawind  
 
 
 
TALK
 
 
1. วันนี้เป็นวันที่ไม่ดีเลยของทิพย์ค่ะ เลยอยากลงฟิคแก้เซ็ง
 
2. ฟิคนี้ คิดว่าคงไม่เกิน 6 ตอนจบค่ะ และมีฟีลลิ่งว่าอาจจะได้เปลี่ยนชื่อเรื่อง เพราะเนื้อหาชักออกทะเลไปแหล่ว O<-< #ทิพย์ขอโทษค่ะพี่เอ้ส์สสสสส์
 
3. ได้ไอเดียมาจากรูปส์สส์อันมากมายของพี่เอ้ และผสมกับวีรกรรมของเจ้าวัวเช่นเคย
 
4. ขอโทษที่ไม่ได้ตอบคอมเมนต์เลยในช่วงนี้ ทิพย์ยุ่งๆค่ะ T^T
 
5. ขอให้เพลิดเพลินกับฟิคนะคะ!
 
 
 
 

******************************************

 

 

Chapter 3

 

 

 

 

 

เจมส์ บอนด์ตื่นขึ้นเพราะถูกเขย่าตัวรัวๆ ซ้ำไปซ้ำมา

      

 

 

        

นัยน์ตาสีฟ้าใสปรือขึ้นอย่างงุ่นง่าน…ยังคงง่วงงุนเพราะกว่าจะได้นอนก็เกือบเช้า แต่ภาพเจ้าตัวยุ่งที่มีหูแมวกระดิกพึ่บพั่บอยู่บนหัวก็ช่วยย้ำเตือนให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช่ความฝันบ้าๆ บอๆ…ตอนนี้หัวหน้าหัวพลาธิการของเอ็มไอซิกโดนแปรสภาพให้เป็นเด็กน้อย แถมด้วยหูและหางแมว แล้วก็เตรียมจะย้ายมาอยู่กับเขาจนกว่าจะหาทางกลับสภาพเดิมได้

              

 

 

 

 

แต่อย่างไรก็ตามในวินาทีนี้…ไม่มีสิ่งใดอยู่ในหัวของบอนด์นอกจากประโยคเดียว “มีอะไรอีกหา?”

              

 

 

 

 

คิวขมวดคิ้ว…พูดเสียงวางท่า “ตื่นซะที ผมหิวแล้ว”

              

 

 

 

 

“ให้ตาย…” คนฟังครางคำสบถออกมา โบกมือเป็นเชิงอนุญาต “อยากกินอะไรก็กินเลย…ของในตู้เย็นทั้งหมดฉันยกให้นาย”

              

 

 

 

 

ว่าจบ…บอนด์ก็ขยับจะหลับต่อ แต่เจ้าเด็กหูแมวไม่ยอม…แก้มใสๆ นั้นแดงก่ำเพราะความจริงที่น่าอาย เขารู้ว่าถ้าบอกออกไป…ตนจะต้องถูกหัวเราะอย่างแน่นอน แต่ในวินาทีที่ท้องร้องโครกครากแบบนี้…คิวพบว่าการวางท่าเป็นเรื่องที่ยากมาก

              

 

 

 

 

“ไม่ได้…คุณต้องตื่นเดี๋ยวนี้เลย…” หนูน้อยดึงท่อนแขนของอีกฝ่าย พูดเสียงเบา “…ตื่นมาเปิดตู้เย็นให้ผมที…ผมเอื้อมไม่ถึง”

              

 

 

 

 

ความง่วงโดนแทนที่ด้วยภาพเจ้าเด็กท่ามากนี่กระโดดหยองแหยงเพื่อคว้าที่เปิดตู้เย็น…และนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เจมส์ บอนด์ตาสว่างขึ้นมานั่งหัวเราะ และยิ่งหัวเราะดังขึ้นเมื่อคิวพูดเสียงกระชากๆ ด้วยหน้าแดงก่ำ

              

 

 

 

 

“เงียบเดี๋ยวนี้นะดับเบิ้ลโอเซเว่น!!!”

              

 

 

 

 

คนโดนสั่งพยายามทำตาม…แต่ก็ยากเย็นเต็มที เอื้อมมือไปขยี้ผมหยักยุ่งสีเข้มนั่นก่อนจะพูดเอาใจ “ได้สิ…นี่ไง ฉันตื่นแล้ว”

              

 

 

 

 

คิวยังคงบ่นพึมๆ…บอนด์จึงง้อต่อด้วยการหลอกล่อให้อีกฝ่ายเข้าไปเปลี่ยนเสื้อแล้วรับรองว่าตนจะทำอาหารเช้ารอไว้ให้เลย เด็กน้อยตกลงกับข้อเสนอนี้ก่อนจะเดินเตาะแตะเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับผ้าขนหนูและเสื้อเชิ้ตของเขา…บอนด์มองร่างเล็กที่แทบจะโดนทับด้วยกองผ้าสีขาวนั่นแล้วก็แอบอมยิ้มออกมาอีกที ก่อนจะเดินไปทางห้องครัว

              

 

 

 

 

หลังจากพยายามไม่ให้ตัวเองโดนน้ำได้มากที่สุด…คิวก็ได้ผ้าขนหนูหมาดๆ มาไว้ในมือ เขาจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนมาใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวของคุณเจ้าของห้อง ซึ่งด้วยขนาดตัวที่เปลี่ยนไป…ชายเสื้อและปลายแขนเสื้อต่างก็ยาวลากพื้นจนเหมือนกับว่าเขากำลังแต่งชุดแฟนซีเป็นผีในเทศกาลฮัลโลวีนอย่างไรอย่างนั้น

           

 

 

 

 

บ้าจริงๆ…นี่มันน่าอายที่สุดเลย…

              

 

 

 

 

หนูน้อยคิดอย่างเจ็บใจ แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านั้นไม่ได้…ก่อนที่หูแมวจะกระดิกพั่บๆ ตามจมูกที่สูดฟุดฟิดเพราะได้กลิ่นหอมๆ จากทางครัว ร่างเล็กจึงคว้าแว่นมาสวมแล้วเดินเตาะแตะไปทันที

 

 

 

 

 

 

*****

 

             

 

“ว่าไง”

              

 

 

 

 

บอนด์ส่งเสียงทักเมื่อเห็นผู้อาศัยคนใหม่ก้าวเข้ามาในห้องครัว…คิวส่งเสียงทักทายตอบแล้วค่อยๆ ปีนเก้าอี้เพื่อขึ้นมานั่ง แต่เพราะความสูงที่เปลี่ยนไป…เด็กน้อยจึงต้องยืนเขย่งบนเก้าอี้เพื่อที่จะได้มองเห็นว่าบนโต๊ะมีอะไร

              

 

 

 

 

ในตอนแรก…คิวไม่ได้หวังอะไรมากมายว่าอีกฝ่ายจะทำอาหารเป็น แต่ตอนนี้…เขาต้องยอมรับเลยว่าเจมส์ บอนด์ทำให้ตนทึ่งได้อีกครั้งแล้ว ขนมปังปิ้งอาจจะดูง่ายดาย…แต่ไม่ใช่ออมเลตต์สีเหลืองน่าทานราวกับมีเชฟจากโรงแรมมาทำให้ในจานตรงหน้าเขา ไม่ต้องพูดถึงมือสังหารไร้หัวใจเลย…คิวไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะมีคนทั่วไปทอดออมเลตต์ออกมาได้สวยแบบนี้

              

 

 

 

 

“นั่นล่ะของนาย” บอนด์พยักเพยิดไปทางจานที่เขามองอยู่ “ออมเลตต์ทูน่า…นายคงกินได้นะ”

              

 

 

 

 

คิวขมวดคิ้วกับชื่อเมนู “ใครที่ไหนเขาใส่ทูน่าในออมเลตต์น่ะหา?”

              

 

 

 

 

บอนด์หัวเราะอย่างไม่ถือสา…พูดล้อเลียน “ก็คงเป็นพวกคนที่เก็บเด็กหูแมวได้ล่ะมั้ง…ฉันก็ไม่รู้มากนักหรอก นายลองคิดดูเองละกัน”

              

 

 

 

 

คนฟังบ่นพึมๆ แล้วเขย่งอีกเพื่อดึงจานเข้ามาใกล้ตน…บอนด์จึงเริ่มหยิบขนมปังปิ้งมาทาเนยให้ตัวเองบ้าง ไม่ได้สังเกตว่าหนูน้อยกลับมามีสีหน้ายุ่งยากอีกแล้ว…เพราะคิวเพิ่งสำนึกได้ว่าถ้าตนนั่งลง โต๊ะจะสูงเลยศีรษะ…และแน่นอนว่าถ้าเป็นแบบนั้น เขาทานอาหารไม่ได้

           

 

 

 

 

ให้ตายเถอะ…เขาเกลียดตัวเองในสภาพแบบนี้ชะมัด!

              

 

 

 

 

บอนด์เงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงจานเลื่อนครืดๆ มาตามแนวโต๊ะ…เจ้าหนูน้อยกำลังค่อยๆ กระโดดหยองแหยงข้ามเก้าอี้มาทีละตัวพร้อมผลักจานให้ตามมาด้วยจนกระทั่งมาถึงตรงที่เขานั่ง ก่อนจะเงยหน้าที่มู่ทู่ขึ้น…พูดเสียงอุบอิบ

              

 

 

 

 

“ผม…เอ่อ…ผมนั่งแล้วเอื้อมไม่ถึง”

              

 

 

 

 

คนฟังพยายามอย่างยิ่งในการจะไม่หลุดขำออกมา…แต่แน่นอนว่าคนมองก็สังเกตเห็นได้อยู่ดี คิวทำแก้มพองลมอย่างเจ็บใจปนกับอายเกินพิกัด…หน้าแดงแปร๊ดเมื่อบอนด์ขยับมาอุ้มร่างของตนขึ้นไปนั่งบนตักพร้อมกับช่วยตัดออมเลตต์เป็นชิ้นพอดีคำให้ด้วย

              

 

 

 

 

“ต้องป้อนด้วยไหม?”

              

 

 

 

 

เสียงยียวนกลั้วหัวเราะนั้นทำให้คิวอยากข่วนคนตรงหน้าสักที แต่ถ้าทำอย่างนั้นเขาจะต้องยิ่งโดนล้อแน่ๆ…จึงทำเพียงแค่กระชากส้อมมาจากมืออีกฝ่ายอย่างรุนแรงหยาบคายที่สุดเท่าที่จะทำได้(ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย) บอนด์มองเด็กน้อยหูแมวที่เริ่มต้นจิ้มออมเลตต์เข้าปากและเคี้ยวงั่มๆ…อมยิ้มกับสีหน้าคับแค้นใจของคนหมดมาด ก่อนจะเอื้อมมือไปช่วยม้วนแขนเสื้อที่ยาวรุงรังให้

              

 

 

 

 

เมื่อคิวจัดการอาหารเช้าจนหมดแล้ว คนตัวสูงกว่าก็เอาจานไปกองตรงอ่างล้างให้ก่อนจะหยิบถ้วยกระเบื้องลงมาเตรียมชงกาแฟ…คิดขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะอยากได้เอิร์ลเกรย์ด้วย แต่เมื่อมองเจ้าตัวยุ่งที่กำลังลูบๆ หูแมวของตัวเองอยู่…บอนด์ก็เปลี่ยนใจมาเป็นแค่เทนมสดแล้วเอาเข้าเตาไมโครเวฟเพื่ออุ่นให้แทน

              

 

 

 

 

คิวเริ่มทำจมูกฟุดฟิดใหม่เมื่อคุณเจ้าของบ้านเดินกลับมาพร้อมถ้วยสองใบในมือ อดถามไม่ได้ “อะไรน่ะ?”

              

 

 

 

 

บอนด์เลื่อนถ้วยมาให้แทนคำตอบ “ดื่มสิ…นายน่าจะชอบนะ”

              

 

 

 

 

หนูน้อยค่อยๆ ปีนขึ้นมานั่งบนตักคนตัวสูงแล้วประคองถ้วยขึ้นมาจิบ ก่อนจะผลักมันออกพร้อมโวยวายเสียงลั่น

              

 

 

 

 

“ร้อน!!!”

              

 

 

 

 

คนฟังขมวดคิ้ว เอามือนาบผิวกระเบื้อง…มันแค่อุ่นๆ เท่านั้นเองสำหรับเขา จึงเลื่อนถ้วยมาอีกที ยืนยันคำเดิม “ไม่ซะหน่อย…แค่อุ่นๆ เอง”

              

 

 

 

 

“ไม่เอา! มันร้อน!!” คิวผลักถ้วยกลับไปมือเป็นระวิง “เอาคืนไปเลยนะดับเบิ้ลโอเซเว่น!! ผมไม่ชอบของร้อนๆ!!!”

              

 

 

 

 

บอนด์ขยับจะดุเด็กตัวยุ่งสักที…แต่ก็เหมือนเหตุการณ์เดิมเล่นซ้ำ เขาสังเกตเห็นหูแมวที่สั่นระริกกับหางแมวที่พองฟู…นั่นจึงทำให้คิดได้อีกครั้ง

           

 

 

 

 

นี่เขาลืมไปได้ยังไงนะ…

              

 

 

 

 

“โอเคๆ…ฉันเข้าใจแล้ว มันร้อนเกิน หยุดโวยวายซะที” บอนด์หยิบถ้วยคืนมาจากเจ้าแมวที่กลัวของร้อนจนสติแตกไปแล้ว ยอมลงทุนไปค้นหาของที่ตนคิดว่าจะช่วยได้จากลิ้นชักครัว…และในอีกครู่ถัดมา เด็กตัวยุ่งนี่ก็ได้นั่งตักพร้อมจิบนมอุ่นๆ ในถ้วยผ่านหลอดที่คุณเจ้าของบ้านไปนั่งค้นจนเจอ

              

 

 

 

 

บอนด์นั่งมองคิวที่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์ตรงมุมปากกับการที่ได้ใช้งานเขา…แอบขมวดคิ้วกับความแสบสันต์ที่ไม่เข้ากับสภาพกลมๆ ป้อมๆ แถมมีหูแมวหางแมวเลย แต่พอมาคิดดูอีกที…มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสักนิด เพราะไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด…เจ้าเด็กนี่ก็คือหัวหน้าหน่วยพลาธิการแห่งเอ็มไอซิกที่ฉลาดเป็นกรดอยู่ดี

           

 

 

 

 

และท่าทางตอนนี้ก็คงกำลังพออกพอใจกับผลงานของตัวเองน่าดูซะด้วยนะ…

              

 

 

 

 

ดับเบิ้ลโอเซเว่นขมวดคิ้วกับหน้ายิ้มย่องของคนบนตัก ถามเพื่อบอกให้รู้ว่าเขารู้ทันจุดประสงค์ของอีกฝ่าย “สนุกไหม?”

              

 

 

 

 

แน่นอนว่าเจ้าเด็กนี่ไม่ได้สนใจหรือรู้สึกผิดเลยสักนิด ตอบเสียงระรื่นแม้จะพยายามบังคับให้ไร้อารมณ์ “ก็พอใช้ได้…ขอบคุณมากดับเบิ้ลโอเซเว่น”

             

 

 

 

 

บอนด์หัวเราะหึๆ…ยีผมสีเข้มให้ยุ่งเหยิงจนเจ้าของโวยวายประท้วง พูดเสียงหน่ายๆ ปนเอ็นดู

              

 

 

 

 

“อวดดี”

           

 

 

 

 

…แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเจ้าเด็กอวดดีนี่น่ารักน่ากอดจริงๆ

 

 

 

 

 

 

*****

 

              

 

ยามสายของวัน…เจมส์ บอนด์ไปที่ฐานเอ็มไอซิกอีกครั้ง

              

 

 

 

 

เขารู้ว่ามันเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผู้มีตำแหน่งสูงกว่ารับรู้…แต่คิวก็บังคับให้เขาตกปากรับคำแล้วว่าจะไม่ปริปากเรื่องนี้ให้ใครฟัง เหตุผลนั้นง่ายดายแต่ทรงพลังนัก

              

 

 

 

 

“เพราะผมจะต้องโดนไล่ออกแน่นอนน่ะสิ!!” เจ้าเด็กตัวยุ่งตะโกนลั่นอพาร์ทเมนต์ทีเดียวตอนที่รู้ว่าบอนด์คิดจะรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น…หูและหางตั้งชันและพองฟูตามอารมณ์รุนแรง “คราวที่แล้วผมก็ปล่อยให้ไฟร์วอลล์โดนแฮ็คไปแล้ว! ถ้าคราวนี้คนรู้กันว่าผมทำการทดลองพลาดจนตัวเองกลายเป็นแบบนี้…คุณคิดว่าเอ็มไอซิกจะยังอยากจ้างผมอยู่อีกเรอะ?!!!”

              

 

 

 

 

“ใจเย็นน่า มันไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก” บอนด์นิ่วหน้ากับเสียงโวยวาย อ้างความจริงส่วนตัวมาประกอบ “วีรกรรมนายน่ะยังเทียบอะไรกับฉันไม่ได้เลย…แล้วดูซิ ฉันก็ยังมีงานทำจนถึงตอนนี้นะ”

              

 

 

 

 

“ไม่มีใครเขาถือสาการกระทำของคนไม่มีหัวคิดอย่างคุณหรอกดับเบิ้ลโอเซเว่น” หัวหน้าหน่วยพลาธิการพูดจิก ก่อนจะยืนยันซ้ำ “ห้ามบอกใครเด็ดขาด…คุณต้องแค่เข้าไปเอาเครื่องมือกับแบบแปลนออกมาให้ผม ห้ามทำอะไรเกินนั้นเด็ดขาดนะ”

              

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้บอนด์ต้องรีบมาที่ตึกเอ็มไอซิกตามคำเซ้าซี้…เขาก้าวอย่างว่องไวให้ถึงห้องแล็บของฝ่ายพลาธิการแล้วก็มองหาไปทีละโต๊ะ มีกองเครื่องมือ พับกระดาษร่างแปลน เศษชิ้นส่วนและฟันเฟืองมากมายกระจัดกระจายไปทั่วทุกมุม…แต่สุดท้ายบอนด์ก็พบสิ่งที่เจ้าของแล็บอธิบายมาให้ฟัง วงแหวนเหล็กขนาดใหญ่เท่ารอบศีรษะ…มันมีเส้นเหล็กโค้งอีกอันคร่อมข้ามระหว่างสองฝั่งเส้นรอบวง ดูเผินๆ แล้วเหมือนโครงหมวกกลมๆ มากกว่าอุปกรณ์สำหรับราชการลับใดๆ

              

 

 

 

 

แต่สงสัยไปก็ป่วยการ…ดับเบิ้ลโอเซเว่นจึงค่อยๆ เก็บเจ้าวงแหวนนี่ลงในถุงผ้าสีดำที่ตนเตรียมมา หยิบพับกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะเดียวกันใส่ตามไปด้วย ก่อนจะก้าวยาวๆ ออกไปจากตัวอาคารในที่สุด

 

 

 

 

 

 

*****

 

              

 

“ได้มาแล้วใช่ไหม?”

              

 

 

 

 

เด็กหูแมววิ่งเตาะแตะมาทันทีที่บอนด์เปิดประตูห้องเข้ามา…ถึงแขนเสื้อจะถูกพับไว้ให้พอดีแล้ว แต่ชายเสื้อก็ยังคงยาวลากพื้นอยู่ดี เจ้าของห้องมองพื้นห้องที่ได้รับการปัดกวาดด้วยเชิ้ตอาร์มานี่แล้วก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร…คิวในสภาพแบบนี้ทำให้เขารู้สึกอยากจะยิ้มเกินร้อยครั้งแล้วในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

              

 

 

 

 

“ทั้งหมดตามที่นายบอกเลย” เขาส่งถุงผ้าให้…ก่อนจะเปลี่ยนใจเป็นอุ้มอีกฝ่ายขึ้นมาแทนแล้ววางทั้งเจ้าตัวและถุงผ้าลงบนโต๊ะทานอาหารตัวกว้าง “แบบนี้ละกัน…นายจะได้ซ่อมมันถนัดๆ”

              

 

 

 

 

คิวจัดการรื้อเอาอุปกรณ์ทั้งหมดออกจากถุง…บอนด์ช่วยคลี่กระดาษแปลนทั้งหมดให้แผ่บนโต๊ะ ก่อนที่จะถอยออกมา…มองหัวหน้าหน่วยพลาธิการที่เริ่มต้นคว้าไขควงมาไขส่วนประกอบของวงแหวนเหล็ก ยิ้มออกมากับภาพสีหน้าตั้งอกตั้งใจระหว่างอ่านแปลนที่แผ่นใหญ่จนเจ้าตัวต้องนั่งทับไว้ ก่อนจะถอยไปที่ห้องนั่งเล่น…ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีเวลาและความเงียบทั้งหมดเป็นของตัวเอง

              

 

 

 

 

บอนด์คิดว่าตนคงเปิดโทรทัศน์แล้วก็เผลองีบไปเพราะความง่วงที่สะสมมาจากเมื่อคืน…เพราะเขารู้สึกตัวอีกทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเขย่าแบบตอนเช้าของวัน เด็กน้อยผละมือออกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตื่นแล้ว…กดปิดโทรทัศน์ก่อนจะหันหลับมา ชูของในมือให้ดู

              

 

 

 

 

“นี่ไง”

              

 

 

 

 

“อืมมมมมม…” บอนด์ส่งเสียงตอบ…เจ้าวงแหวนนี่ก็ยังคงดูเหมือนเดิมในสายตาเขา “ซ่อมได้แล้วเหรอ?”

              

 

 

 

 

เด็กน้อยพยักหน้า พูดเพิ่มเติม “แต่ยังไม่ได้ลองเลยว่าโอเครึยัง”

              

 

 

 

 

“งั้นจะรออะไรอยู่หา?” คนฟังหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมไวๆ รึไง?”

              

 

 

 

 

คิวชะงัก…เขารู้ว่ามันเป็นคำล้อเล่น แต่เมื่อถามตัวเองแล้ว…หนูน้อยกลับพบว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ตนต้องการเท่าที่เคยคิดไว้เสียแล้วในตอนนี้ ตอนที่เขาได้อยู่กับเจมส์…ตอนที่เขาได้รู้แล้วว่าการมีอีกฝ่ายเคียงข้างเป็นอย่างไร

              

 

 

 

 

“คิว?”

              

 

 

 

 

อีกฝ่ายทักถามเมื่อเห็นว่าหนูน้อยนิ่งไป…ทำให้เจ้าของชื่อรีบสะบัดหน้าเบาๆ เพื่อไล่ความคิดไร้สาระ ฝืนทำเสียงเชิดๆ อย่างทุกที “ไม่มีอะไร…ความยินดีมันทำให้ผมซาบซึ้งจนพูดไม่ออกน่ะ ในที่สุดก็จะได้ไปๆ ให้พ้นจากคุณเสียที”

              

 

 

 

 

บอนด์ยักไหล่ยิ้มๆ…แม้ว่าในใจจะวูบโหวงไปไม่น้อยกับคำที่ได้ยิน เขาไม่รู้ว่าคิวล้อเล่นหรือพูดจริง…แต่ถ้ามันเป็นความจริง ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใจเขาเจ็บหนึบกับประโยคนี้

              

 

 

 

 

“งั้นเราก็รีบๆ มากำจัดแต่ละฝ่ายไปไวๆ ซะทีละกัน” ร่างสูงโปร่งโน้มลงมามองเด็กน้อย หวังว่าตัวเองจะซ่อนความรู้สึกได้แนบเนียน “…เริ่มเลย”

              

 

 

 

 

บอนด์อมยิ้มบางๆ เมื่อเจ้าตัวยุ่งเดินเตาะแตะมาใกล้แล้วกระโดดเบาๆ ขึ้นมานั่งบนตักเขา…ดูเหมือนคิวจะชินไปแล้วกับการทำแบบนี้เพราะแก้มใสนั่นไม่ได้แดงก่ำ หนูน้อยสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะวางเจ้าวงแหวนนั่นบนศีรษะ…มันใหญ่เกินไปจนต้องอาศัยมือทั้งสองข้างพยุงไว้

              

 

 

 

 

“ดับเบิ้ลโอเซเว่น” คิวเรียก “เห็นแผงสีฟ้าๆ เงินๆ ไหม…ช่วยแตะมันที ผมมือไม่ว่างแล้ว”

              

 

 

 

 

บอนด์พยักหน้า…เอื้อมมือออกไป ก่อนจะชะงักเล็กน้อย หากก็นานพอที่จะทำให้อีกฝ่ายสังเกตได้

              

 

 

 

 

“ดับเบิ้ลโอเซเว่น?”

              

 

 

 

 

เจ้าของรหัสสบตากับดวงตาสีเขียวเหลือบเฮเซลของคนตรงหน้า…ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา

              

 

 

 

 

“เมื่อกี้…ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นหรอกนะ” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา “นายมันตัวยุ่ง…แต่ฉันชอบนะ เวลาที่มีนายมาอยู่ด้วยน่ะ”

              

 

 

 

 

คนฟังชะงัก…นัยน์ตาสีฟ้าใสที่ตนได้สบมองตอนนี้ไม่มีแววล้อเล่นใดๆ เลย สายตานั้นแน่วแน่จนทำให้เขาฝืนเก็บความจริงไว้ไม่ได้เช่นกัน

              

 

 

 

 

“ผม…ผมก็ไม่ได้หมายความอย่างนั้นเหมือนกัน” คิวกระซิบ “ผมมีความสุขมากเลยนะ…ที่ได้อยู่กับคุณแบบนี้น่ะ…เจมส์”

              

 

 

 

 

เสียงเรียกชื่อนั้นแผ่วเบาและขัดเขิน ทำให้เจ้าของชื่อต้องยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้…รอยยิ้มอ่อนโยนที่ทำให้คนเห็นใจสั่นนัก ก่อนที่เจ้าตัวจะพูดประโยคเดิมที่ติดปาก…น้ำเสียงเย้าๆ ไม่ได้ทำให้ใจเต้นแรงน้อยลงเลย

              

 

 

 

 

“ขอบคุณครับหัวหน้าหน่วยพลาธิการ…เป็นเกียรติมากจริงๆ ที่ได้รู้”

              

 

 

 

 

คิวหลับตาเมื่อมือของอีกฝ่ายแตะแผงควบคุมนั่น…รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานและประสาทสัมผัสที่เพิ่มขึ้นจนแทบเหมือนเดิมของตัวเอง เขาลืมตาขึ้นในอีกอึดใจถัดมา…สิ่งแรกที่เห็นคือมือของตน มันไม่ใช่มือกลมป้อมแบบเด็กๆ อย่างที่เคย…ท่อนแขนและเรียวนิ้วของเขากลับเป็นขนาดปกติแล้ว

           

 

 

 

 

แต่…มันยังดูเล็กๆ อยู่รึเปล่าน่ะ…?

              

 

 

 

 

สังหรณ์ใจไม่ดี…คิวจึงรีบเอื้อมไปที่เหนือศีรษะของตน และรู้สึกเหมือนฟ้าถล่มเมื่อยังสัมผัสได้ถึงหูแมวอยู่…เขาไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างกายก็ดูเหมือนกลับมาเป็นอย่างเดิมเกือบหมดแล้ว…แต่เจ้าหูกับหางบ้าๆ นี่กลับยังไม่หายไป

           

 

 

 

 

เดี๋ยวนะ…เกือบหมด…เหรอ…?

              

 

 

 

 

คิวไม่มีกระจกอยู่ตรงหน้า แต่สมองอันชาญฉลาดก็เริ่มประมวลผลได้เอง…และก็ได้รับคำยืนยันเพิ่มเติมจากปากอีกฝ่าย

              

 

 

 

 

“หัวหน้าหน่วยพลาธิการ…ผมคิดว่าคุณแก้ไขเวลาผิดไปหกปีนะ”

              

 

 

 

 

เจมส์ บอนด์หัวเราะออกมาทันทีที่ตัวเองพูดจบ…ถึงตอนนี้อีกฝ่ายไม่ใช่เด็กชายตัวเล็กแล้วก็จริง แต่ก็ยังไม่ใช่ชายหนุ่มหน้าอ่อนคนเดิมอยู่ดี…ร่างบนตักของเขาคือคิวในวัยสิบเจ็ดปีที่ยังคงมีหูและหางแมวครบถ้วนอยู่ บอกให้รู้ว่าการซ่อมแซมอุปกรณ์ยังคงมีจุดผิดพลาด แต่ถ้าให้พูดตรงๆ แล้ว…บอนด์คิดว่ามันเป็นจุดผิดพลาดที่ไม่เลวเลยทีเดียว

           

 

 

 

 

ให้ตายสิ…จะมีตอนไหนไหมนะที่เจ้าเด็กนี่จะไม่หน้าตาน่ารักน่าแกล้งน่ะ?

              

 

 

 

 

“ยะ หยุดหัวเราะเลยนะ!” หนุ่มน้อยหน้าแดงวาบ หูแมวตั้งตามอารมณ์โมโห กำหมัดทุบบ่าคนตรงหน้าตุ้บตั้บเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมฟังตน “เจมส์! ผมบอกให้หยุดหัวเราะไง!! นี่มันไม่ตลกเลยนะ!!!”

              

 

 

 

คนโดนสั่งยังคงไม่ทำตามคำสั่ง เอี้ยวตัวหนีกำปั้นพร้อมหัวเราะไปด้วย จนสุดท้าย…แรงขยับนั้นก็ทำให้ร่างบางที่อยู่บนตักเสียหลักโอนเอนจนเจ้าตัวต้องผวาเข้ามากอดคอคนที่ตนเองกำลังทุบจนได้ เสียงหนุ่มน้อยอุทานดังแผ่วข้างหูของเขา…น่ารักน่าแกล้งจนทำให้ห้ามใจไม่เอื้อมมือออกไปกอดไม่ได้เลย

              

 

 

 

 

“เฮ้! ปะ ปล่อยผมเลยนะ!!” คิวพบว่าสภาพของตัวเองตอนนี้มันน่าอายชะมัด…เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งตัวเดียว แถมก็ยังมีอ้อมกอดของเจ้าของเสื้อโอบทับอีกชั้นเสียด้วย “เจมส์!! ปล่อย!!!”

              

 

 

 

 

เจ้าของชื่อแอบอมยิ้มขำ…นึกสงสัยในใจว่าคนพูดจะรู้ตัวไหมว่าเลิกเรียกตนด้วยรหัสแล้วก้าวกระโดดมาเรียกชื่อต้นกันเสียแล้ว ดวงตาสีฟ้าซีดจางมองหน้าคนในอ้อมแขน…ยิ้มมุมปากกับสีแดงบนผิวแก้ม ก่อนจะกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเย้าๆ

             

 

 

 

 

“ท่าทางฉันกับนาย…เราคงได้อยู่ด้วยกันต่อไปอีกสักพักแล้วล่ะ”

              

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

 

  

Advertisements

3 responses to “[Skyfall Fic][00Q] How to Comfort a Crying Kitten (3)

  1. พอดีเราเพิ่งกลับไปทวน skyfall มาค่ะ กะต้อนรับ spectre ที่กำลังจะเข้า

    นึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรไม่รู้ลองหา 00Q เป็นภาษาไทยอ่านดู และโป๊ะเชะค่ะ หลงมาที่นี่ ง่ออออออออว์

    พอจะมีหวังได้อ่านตอน spectre ออกแล้วมั้ยคะ ง้ากกกกกก เราว่าภาคนี้นี่เหมือนคนสร้างเอาใจแฟนเกิร์ลยังไงไม่รู้ค่ะ มาเต็มมากตั้งแต่ในเทรลเลอร์หลายๆตัว จนตอนนี้เรายังนั่งดูซ้ำๆอยู่เลย น้องคิวก้าวจากเด็กกะโปโลเป็นคุณนายไปแล้ว สาวบอนด์ภาคนี้ (?) แซ่บจริงๆ T//////////T

    เราเปล่ามากดดันนะคะะะะ แต่ชอบมากเลยค่ะ น้องแมว โง้ยยยยย และแบบว่า อืม เรื่องมันค่อนข้างพีคมากเลยสำหรับเราตอนนี้ แฮร่ เด็กวัยรุ่นๆกับหูแมวนี่มันแบบ อื้ม…ไม่ไหวทน อีลุงเองก็ไม่น่าทนไหว 55555555

    ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆนะคะะะ :DDDDD

    Like

  2. แม่คะะะะ หนูฟินนนนน แงงงงงง
    น่ารักมากๆเลยค่ะพี่ทิพย์ นึกภาพคิววัยละอ่อน หูแมว
    ใส่เสื้อเชิ้ตตัวเดียวอยู่ในอ้อมกอดของเจมส์แล้วแบบ แง้
    โลกนี้มันช่างสีชมพูเหลือเกินค่ะะ ฮอลลลลล 💕

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s