[The Hobbit Fic][ThorinBilbo] With Love and Free Doughnuts (1)

              

With Love and Free Doughnuts
The Hobbit fanfiction by Tippuri~ii *
 
 

 

    

 
 

Pairing: Thorin Oakenshield x Bilbo Baggins

Type: AU fanfiction; with female!Bilbo

 
 

 

 * แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบัง เทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น genderbend..ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 

REMEARK

 

genderbend คือการที่ตัวละครสลับเพศเดิมค่ะ…อย่างในเรื่องนี้ หนุ่มโบ้ก็กลายมาเป็นสาวโบ้ค่ะ มันเลยจะเป็น NL ที่พัฒนามาจาก BL ชอบกล ฮาาาา

 

– AU นะคะเรื่องนี้…อยู่ในยุคปัจจุบัน มีรถมีไฟฟ้ามีมือถือมีมลพิษ บลาๆ

 


 

************************************

 

Chapter 1

 

 

 

 

 


โดนัทแบบวง ปาดด้วยชั้นครีมสด มีชิ้นสตรอเบอร์รี่ฝานวางรอบ แล้วโรยทับด้วยน้ำตาลไอซิ่งบางๆ

              

 

 

 

 

สาวน้อยบิลโบ แบ็กกินส์มองตามเจ้าขนมชิ้นน่ากินนี่จนกระทั่งมันถูกจัดใส่กล่องเล็กแล้ววางอย่างเบามือลงในถุงกระดาษ…สตรอเบอร์รี่ริงนี่เป็นโดนัทที่น่ากินและแพงที่สุดของร้าน นั่นจึงทำให้เธองงจริงๆ ที่มาได้มันเป็นของแถมทุกครั้งที่มาซื้อแบบนี้ แต่ครั้นจะให้ถามว่าทำไม…เธอก็กลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาท

           

 

 

 

 

แล้วก็เพราะ…

              

 

 

 

 

“เรียบร้อยครับ”

              

 

 

 

 

เสียงเรียบติดจะห้วน…ก่อนที่คุณเจ้าของร้านจะเลื่อนถุงกระดาษมาให้ อีกเหตุผลที่บิลโบไม่กล้าถามอะไรมากก็เพราะหน้าดุๆ ของอีกฝ่ายนี่แหละ…ทุกครั้งที่มา สีหน้าของเขาจะเหมือนกำลังโกรธอะไรอยู่ลึกๆ ด้วยคิ้วที่ขมวดกันนิดๆ และหน้าตึงๆ นั่น จนเธอเกรงว่าถ้าไปถามอะไรไร้สาระเข้าอาจจะยิ่งกวนใจให้อีกฝ่ายอารมณ์เสียมากขึ้น จึงทำเหมือนทุกครั้ง…คือการส่งเงินให้ หยิบถุงโดนัท แล้วเดินจากมา

              

 

 

 

 

…และเธอก็มั่นใจว่าความรู้สึกว่าตาคมๆ สีเทานั่นจ้องตามมานั้นต้องเป็นเรื่องคิดไปเองแน่ๆ

           

 

 

 

 

ก็นั่นน่ะเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดที่เธอเคยเจอมาเลยเชียวนะ…คนอย่างเขาน่ะเหรอจะมามองตามเธอ…?

              

 

 

 

 

สาวน้อยไล่ความคิดไร้สาระออกไป…แต่ก็หยุดตัวเองให้ไม่คิดถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ไม่ได้เลย

 

 

 

 

 

 

 

*****

 

              

 

ค่าครองชีพในกรุงลอนดอนไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ ต่อให้จะเป็นแค่ในชานเมืองก็ตามที แต่บิลโบก็ย้ายกลับมาที่นี่เมื่อเดือนก่อนอยู่ดี…เธอเติบโตที่ย่านชานเมืองนี้มาตั้งแต่เด็กๆ จนถึงช่วงเข้ามหาวิทยาลัย แต่การไปเรียนต่อที่ปารีสไม่ใช่เรื่องทำใจยากเลยเพราะพ่อแม่ของหญิงสาวมาด่วนจากไปด้วยอุบัติเหตุในคืนฝนตกเอาช่วงนั้นพอดี ถึงจะรู้ว่าตนตกเป็นที่นินทาของเหล่าญาติที่ไม่ชอบหน้า แต่บิลโบก็รู้ว่านี่เป็นสิ่งที่พ่อกับแม่จะต้องการให้ตนทำ…ไม่จมจ่อมกับความเศร้าจนพลาดโอกาสดีๆ ของชีวิต และอีกเหตุผลก็คือเธอยินดีที่จะไปที่ไหนก็ได้ที่จะทำให้ไม่ต้องคิดถึงภาพความสุขเก่าๆ ที่เคยมีร่วมกัน

              

 

 

 

 

สี่ปีของการเรียนไวโอลินในมหาวิยาลัยกลางกรุงปารีสผ่านไปไวยิ่งนัก…และเรื่องราวที่ได้พบเจอก็ทำให้หญิงสาวลืมความเศร้าไปได้ทีละนิด ตอนแรก…บิลโบคิดว่าจะทำงานต่อที่นั่นสักปีก่อนค่อยกลับอังกฤษ แต่อีเมลด่วนจากหลานชายก็ทำให้หญิงสาวต้องรีบเปลี่ยนตารางทุกอย่างใหม่หมดเมื่อได้รู้ว่าเหล่าญาติฝ่ายแซควิลล์-แบ็กกินส์กำลังคิดจะยึดแบ็กเอนด์ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของฝั่งตระกูลทางนั้น…และสิ่งที่บิลโบจะไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาดตอนที่ตนยังมีลมหายใจก็คือการปล่อยให้บ้านแสนรักที่พ่อสร้างให้แม่และสถานที่แห่งความทรงจำของเธอโดนบรรดาคนนิสัยเกินรับพวกนั้นแย่งไป

              

 

 

 

 

เธอมาปรากฏตัวได้ทันเวลา…ทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีทุกคนต้องเลิกล้มความคิด หากบิลโบก็ไม่คิดจะย้ายไปไหนจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าคนพวกนี้จะไม่กลับมา…หญิงสาวจึงตัดสินใจเริ่มต้นหางานที่เปิดรับสมัครอยู่ในย่านนั้น และลงตัวที่ตำแหน่งคุณครูในโรงเรียนสอนดนตรีช่วงวันจันทร์ถึงเสาร์…บิลโบเข้ากับบรรดาลูกศิษย์ตัวน้อยได้ดีและค่าตอบแทนก็เพียงพอ หญิงสาวจึงขอบคุณโชคของตัวเองทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้

              

 

 

 

 

เมื่อทุกอย่างลงตัว…บิลโบก็ได้มีเวลาสำรวจย่านที่ตนจากไปนานในที่สุด จริงๆ แล้วมันเป็นเวลาแค่สี่ปี…แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันนานแสนนานเพราะแทบไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลย ถึงบ้านเก่าๆ บางหลังและแนวต้นแอปเปิ้ลที่ทอดยาวไปทุกถนนจะยังอยู่…แต่ทั้งย่านก็แปลกตาสำหรับเธออยู่ดีด้วยร้านรวงและอาคารใหม่ๆ มากมาย แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่อะไรในแง่ลบ…บิลโบพบว่ามีร้านหนังสือและคาเฟ่เพิ่มขึ้นมาเยอะ นั่นจึงทำให้เธอได้งานอดิเรกใหม่เป็นการลองตามชิมขนมและเครื่องดื่มให้ครบทุกร้าน

              

 

 

 

 

…และงานอดิเรกนี้เองที่ทำให้เธอได้มาพบกับร้านเอเรบอร์โดนัท

              

 

 

 

 

 

 

*****

 

              

 

มันเป็นเวลาเที่ยงพอดีตอนที่เธอหมดเวลาสอนของวันนั้นเพราะลูกศิษย์ในช่วงบ่ายขอยกเลิกคลาสกะทันหัน…บิลโบจึงสะพายกล่องไวโอลินขึ้นสะพายบนบ่าแล้วออกเดินไปจากเขตโรงเรียน ด้วยความที่ทุกที่ที่เธอต้องการไปมักไม่เคยไกลจากแบ็กเอนด์นัก…หญิงสาวจึงไม่เคยมีความจำเป็นในการต้องขับรถสักเท่าไหร่เลย และโรงเรียนดนตรีแห่งนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

              

 

 

 

 

ร่างเล็กเดินต๊อกแต๊กไปตามฟุตบาธ…ถึงจะมีร่มเงาจากต้นแอปเปิ้ลรายทางกันแดดให้และอากาศก็เย็นสบาย แต่บิลโบก็ล้าไม่ใช่เล่นเพราะเธอไม่ได้ทานอาหารเช้ามา ดวงตาโตสีดำจึงพยายามมองหาร้านอะไรก็ได้ที่ใกล้ที่สุด…เพราะต่อให้ไปถึงบ้านตอนนี้ได้ เธอก็เหนื่อยจนไม่อยากทำอาหารเองแล้ว

              

 

 

 

 

หญิงสาวถอนหายใจอย่างยินดีเมื่อเห็นป้ายของร้านเล็กๆ ร้านหนึ่งที่ด้านในซอยที่เดินผ่าน…เธอไม่เคยลองทานเลยแต่ก็รู้ว่าร้านนี้ขายโดนัท บิลโบคิดว่านี่เป็นการยิงนกสองตัวด้วยกระสุนนัดเดียว…เพราะเธอจะได้มีโอกาสในการลองร้านใหม่รวมไปถึงจัดการความหิวปัจจุบันนี้ ร่างเล็กจึงเดินรี่เข้าไป…กล่องไวโอลินแนบสนิทกับแผ่นหลัง

              

 

 

 

 

อาจเป็นเพราะนี่เป็นช่วงหลังเวลาเที่ยงตรงไปแล้ว…ในร้านจึงเงียบจนบิลโบได้ยินเสียงชายกระโปรงพองๆ ของตนเสียดสีกันเบาๆ ตรงเข่าตอนเดิน เธอเอามือดึงๆ เนื้อผ้าสีเหลืองที่มีลายเถาดอกไม้สีน้ำตาลอ่อนประปรายให้เรียบ…เริ่มยิ้มออกกับกลิ่นโดนัทหอมน่าทานและบรรยากาศของตัวร้าน พื้นไม้สีเข้มมันวาวเข้ากับผนังสีอ่อนและของตกแต่งแนววินเทจ…ไม่ใช่วินเทจแบบอ่อนหวานตามสมัยนิยมตอนนี้ แต่เป็นอะไรที่ให้บรรยากาศอบอุ่นเรียบง่ายมากกว่า…ซึ่งบิลโบพบว่าเธอชอบมันตั้งแต่แรกเห็นทันที

           

 

 

 

 

แล้วนี่ยังไม่ได้พูดถึงโดนัทเลยนะ…

              

 

 

 

 

แม้จะชื่อตามรสโดนัทมาตรฐาน แต่ขนมในตู้กระจกก็ไม่ใช่โดนัทแบบที่เธอเห็นขายดาษดื่น…มองก็รู้ว่ามันเป็นผลงานการปั้นทีละชิ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่จำนวนขนมไม่ได้เยอะมาก…หญิงสาวเปลี่ยนความคิดจากที่ว่าจะซื้อแค่ไม่กี่ชิ้นเพื่อประทังความหิวมาเป็นการซื้อเผื่อตอนเย็นไปด้วยทันที วันนี้จะมีภาพยนตร์เรื่องที่เธออยากดูมาฉายตอนค่ำๆ…และการมีโดนัทอร่อยๆ กินระหว่างนั้นก็เป็นอะไรที่ไม่เลวเลย

              

 

 

 

 

“เอ่อ…หวัดดีค่ะ…” สาวน้อยตัวเล็กพูดทั้งๆ ที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากขนมในตู้กระจก มือเรียวบางพยายามคลายปมผ้าสีฟ้าใสที่พันเป็นโบว์สวยงามรอบคอตนออกเพื่อคลายความอบอ้าว “หยิบถาดได้ตรงไหนเหรอคะ…”

              

 

 

 

 

เสียงฝีเท้าจากด้านในเคาท์เตอร์ทำให้เธอเงยหน้าขึ้น…ก่อนจะยืนนิ่งกับภาพที่ได้เห็น

              

 

 

 

 

บิลโบคิดว่าตัวเองได้พบเจอผู้คนมากหน้าหลายตามาไม่น้อย แต่เธอคิดถึงคนที่หน้าตาดีไปกว่ามนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนตอนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ…ชายหนุ่มคนนี้คงอายุมากกว่าเธอสักห้าหรือหกปีได้ วงหน้าหล่อเหลานั้นดูคร้ามเข้มด้วยเส้นผมยาวสีดำกับตาคมกริบ สีหน้าเรียบเฉยติดจะมึนตึงนั้นดุดันและส่วนสูงกับร่างกายกำยำก็ส่งให้เจ้าตัวยิ่งดูน่าเกรงขาม…แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอีกฝ่ายดูดีจนทำเอาคนมองอย่างเธอใจสั่นแบบน่าอายที่สุด

           

 

 

 

 

บ้าจริง…จะมาเขินทำไมเนี่ย…

              

 

 

 

 

หญิงสาวดุตัวเองในใจแบบสติแตก…มันเพ้อเจ้อชะมัดที่จะมาหน้าแดงกับคนที่เพิ่งเจอแถมเห็นอยู่ชัดๆ ว่าไม่ได้สนใจเธอ และยิ่งแย่เข้าไปอีกเมื่ออีกฝ่ายทำเพียงมองเธอนิ่งๆ…ดวงตาสีเทาคมกริบคู่นั้นเหมือนจะอ่านความรู้สึกได้ และบิลโบไม่ชอบความคิดนี้เลยสักนิดเดียว

              

 

 

 

 

“ครับ?”

              

 

 

 

 

เสียงทุ้มต่ำที่พูดเป็นเชิงถามทำให้เธอได้สติ…บิลโบยิ่งอยากจะบ้าตายกับความงี่เง่าของตัวเอง รีบสูดลมหายใจพร้อมเชิดหน้าขึ้น ทำเป็นไม่ใส่ใจความเงียบหลายวินาทีที่ตนเผลอจ้องเพลินแล้วกล่าวอย่างสุภาพ พยายามเรียกภาพลักษณ์สุภาพสตรีผู้มีความมั่นใจไม่หวั่นไหวง่ายๆ กลับคืนมาให้ตัวเอง

              

 

 

 

 

“เอ่อ…ฉันอยากซื้อโดนัทแบบห่อกลับน่ะค่ะ หยิบถาดได้ตรงไหนเหรอคะ?”

              

 

 

 

 

ท่าทางคนตรงหน้าจะมีนิสัยพูดน้อยตามที่เธอเดาไว้จริงๆ…เพราะร่างสูงแค่เอี้ยวตัวไปหยิบถาดและที่คีบขึ้นมาจากใต้เคาท์เตอร์แทนการตอบ เสียงทุ้มพูดนิ่งๆ ตอนที่เธอเอื้อมมือจะมารับไป “เดี๋ยวผมหยิบให้…จะเอาอะไรบ้างล่ะ?”

              

 

 

 

 

บิลโบแอบถอนหายใจกับตัวเองที่ตนยังหนีหน้าหล่อๆ และสายตาคมๆ นั่นไม่ได้…แต่ก็เริ่มต้นชี้บอกว่าตนต้องการโดนัทรสไหนบ้าง สาวน้อยยื่นหน้าไปแทบชิดกระจกเพื่ออ่านชื่อ…ตัวอักษรนั้นเป็นลายมือเรียบๆ อ่านง่าย ทำให้เธอสงสัยขึ้นมาว่าจะใช่ลายมือของคนตรงหน้าไหม แต่ก็ลืมคำถามไปด้วยการตัดสินใจว่าจะเอาโดนัทรสไหนบ้างดี…ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นชิ้นที่น่ากินขาดใจ…โดนัทแบบวง ปาดด้วยชั้นครีมสด มีชิ้นสตรอเบอร์รี่ฝานวางรอบ แล้วโรยทับด้วยน้ำตาลไอซิ่งบางๆ

              

 

 

 

 

สัญชาตญาณบอกให้เธอสั่งเพิ่มเข้าไปด้วยทันที…แต่สติที่ตามมาก็บอกให้เช็คราคาก่อน และบิลโบก็ต้องถอนหายใจยาวมากๆ ออกมา…วลีที่ว่าของดีมักแพงยังคงเป็นจริงเสมอ โดนัทแสนน่ากินนี้ราคาสูงกว่าชิ้นอื่นมาก…สูงจนเกินราคาที่เธอเห็นว่าสมควร หญิงสาวอยากทาน…แต่ในเวลาที่ต้องหาเลี้ยงตัวเองพร้อมเก็บเงินเพื่อดูแลบ้านหลังใหญ่อย่างแบ็กเอนด์ไปด้วย การใช้เงินพร่ำเพรื่อแบบนี้เป็นเรื่องไม่ควร…และเธอก็บอกให้คุณคนขายหยิบโดนัทมามากพอแล้ว

           

 

 

 

 

ช่างมันเถอะ…มันก็ไม่ได้น่ากินอะไรขนาดนั้นหรอก…

             

 

 

 

 

สาวน้อยหลอกตัวเองแบบโหดร้ายที่สุดก่อนจะหดนิ้วจากกระจก…ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ความเขินแล่นวาบอีกรอบเมื่อพบว่าสายตาของคนตรงหน้ากำลังมองตนอยู่นิ่งๆ…เจ้าตัวคงรอว่าเธอจะเอาโดนัทเพิ่มไหม บิลโบจึงรีบบอกว่าพอแล้วก่อนจะสาละวนหากระเป๋าสตางค์จากกระเป๋าถือ ขยับตามเสียงฝีเท้าคุณเจ้าของร้านไปตรงโซนจ่ายเงิน

              

 

 

 

 

“ฮันนี่ดิป…บลูเบอร์รี่ฟิลล์…ดับเบิ้ลช็อคโก้ชิพ…วานิลลามาร์เบิ้ล…” หญิงสาวนับเบาๆ ไปด้วยระหว่างที่ชายหนุ่มคีบโดนัทใส่ถุงกระดาษ ก่อนจะตาโต…รีบชี้บอกให้รู้เมื่อเห็นโดนัทประดับชิ้นผลไม้สีแดงสดนั่นอยู่ในถาดมาด้วย “เอ่อ…สตรอเบอร์รี่ริงอันนั้นไม่ได้สั่งนะคะ”

              

 

 

 

 

คุณเจ้าของร้านได้ยินแน่นอน แต่เขาไม่หยุดมือ…ที่คีบจัดวางโดนัทชิ้นนั้นลงในกล่อง ปลายนิ้วจัดการปิดมันอย่างชำนาญแล้วใส่ลงในถุงกระดาษให้เสร็จสรรพ เสียงทุ้มพูดสั้นๆ

              

 

 

 

 

“…แถมให้”

              

 

 

 

 

บิลโบขมวดคิ้วแบบงงๆ…สงสัยว่าตนจะได้ของแถมได้อย่างไรในเมื่อซื้อโดนัทแค่ไม่กี่ชิ้น และต่อให้ได้แถม…ทำไมของแถมถึงดันมาแพงกว่าของที่ซื้อเสียอีกแบบนี้ แต่อีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดถามอะไรเลย ชายหนุ่มบอกราคาที่เธอต้องจ่ายแล้วรับเงินไปเงียบๆ…และบิลโบก็ต้องพยายามอย่างยิ่งในการจะไม่จ้องตอนวงหน้าคร้ามก้มลงหาเงินทอนในลิ้นชัก เขาผมยาวกว่าเธอเสียอีก…และเส้นผมยาวๆ ที่ยุ่งลงมาปรกข้างแก้มนั่นทำให้หญิงสาวอยากเอื้อมมือไปสางมันให้จริงๆ

           

 

 

 

 

โอย…บิลโบ แบ็กกินส์…เธอกำลังคิดอะไรน่ะ???

              

 

 

 

 

หญิงสาวดุตัวเองอย่างเหลืออด…รีบรับเงินทอนแล้วคว้าถุงกระดาษไปถือไว้ แต่ก็ยังมีมารยาทพอที่จะไม่ลืมกล่าวขอบคุณแล้วยิ้มให้ก่อนจะรีบจ้ำออกจากร้าน หัวเสียกับตัวเองเกินกว่าจะหันกลับไปมองว่าอีกฝ่ายทำหน้าแบบไหนหรือพูดอะไรตอบไหม

              

 

 

 

 

บิลโบไม่เคยต้องการจะเห็นตัวเองเป็นพวกผู้หญิงที่มองคนแปลกหน้าจนตาลอย…แต่ท่าทางผู้ชายคนนี้จะเกิดมาเพื่อทำลายความตั้งใจนี้ นั่นยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดกับตัวเองและทุกอย่างเข้าไปอีก…เพราะตามปกติแล้วถ้าเจอสถานการณ์ให้รู้สึกแบบนี้ เธอจะต้องไม่รู้สึกอยากมาเหยียบสถานที่นี้อีก…โดยเฉพาะในกรณีนี้ บิลโบรู้ว่าถ้ามาอีกครั้ง เธอก็ต้องได้รู้สึกบ้าๆ แบบนี้อีกแน่ แต่ทำไมก็ไม่รู้…ถึงจะเขินและรู้สึกกระอักกระอ่วนแค่ไหน หญิงสาวกลับพบว่าตัวเองต้องการจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง

           

 

 

 

 

บ้าที่สุดเลย…นี่มันน่าอายชะมัด…

              

 

 

 

 

เธอถอนหายใจกับความอ่อนหัดของตัวเองก่อนจะควานถุงกระดาษเพื่อหยิบดับเบิ้ลช็อคโก้ชิพขึ้นมากัด แล้วก็ยิ่งต้องส่ายหน้ากับความจริงที่บ้าที่สุด…ว่าถึงแม้ต่อให้จะมารู้ทีหลังว่าเจ้าของร้านนั่นเป็นญาติทางฝั่งแซควิลล์-แบ็กกินส์ที่ตนแสนไม่ชอบหน้า เธอก็คงได้ยอมแพ้แล้วหวนกลับมาอีกเป็นแน่แท้เพราะโดนัทนี่อร่อยเกินไปจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

*****

 

              

 

สำหรับธอริน โอเคนชีลด์…การปรากฏตัวของสาวปริศนาที่หน้าประตูร้านของเขาไม่ต่างอะไรกับการที่มีฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นลงมาแบบไม่บอกไม่กล่าวในวันแสนสงบ เพียงแต่เจ้าฟ้าผ่านี่ไม่ได้จากไปอย่างรวดเร็วตามธรรมชาติที่ควรเป็น…มันยังคงตามซัดโครมๆ จนเขาไม่รู้สึกเลยว่าในร้านมีเพียงความเงียบ

              

 

 

 

 

ชายหนุ่มเดินมาจากด้านหลังร้านเมื่อได้ยินเสียงใสๆ เรียก และความสงบนิ่งในใจก็โดนทำลายลงในวินาทีนั้นเองตอนที่เขาเห็นอีกฝ่าย…หญิงสาวดูตัวเล็กบางเข้าไปอีกในเสื้อขาวเข้ารูปและกระโปรงสีเหลืองยาวถึงเข่าที่พองนิดๆ แบบสไตล์ย้อนยุค ผ้าพันคอสีฟ้าใสขับให้เรือนผมสีน้ำผึ้งประบ่านั้นดูอ่อนนุ่ม เธอกำลังมองชิ้นขนมในตู้กระจกอย่างสนอกสนใจ…ปากสีเรื่อนั่นขยับพูดอะไรสักอย่าง แต่เขาฟังไม่ทัน…ในหัวมีเพียงเสียงอื้ออึงเหมือนพายุ

           

 

 

 

 

ให้ตายเถอะ…เขาเป็นบ้าไปแล้วรึไงเนี่ย?!

              

 

 

 

 

หญิงสาวเงยหน้าขึ้น…และทำให้ธอรินใจหายวาบพร้อมๆ กับเต้นแรงไปพร้อมกันในวินาทีเดียว เธอดูงงงันพร้อมนิ่งอึ้ง…และชายหนุ่มหวังสุดใจว่านั่นคงไม่ได้เป็นเพราะเธออ่านความว้าวุ่นหวั่นไหวในใจที่อาจหลุดมาแสดงบนสีหน้าของตนออก แต่ก็ได้ใช้ชั่ววินาทีสั้นๆ นั้นในการกวาดตามองสาวเจ้าชัดๆ…ปอยผมหยักศกล้อมกรอบหน้าขาวใสเอาไว้ ตาโตสีเข้มยิ่งส่งให้ใบหน้านั้นดูหวานซึ้ง และเดาได้ว่าเธอคงอ่อนกว่าเขาอย่างน้อยๆ ก็ห้าปี

              

 

 

 

 

ธอรินตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบเพื่อเรียกให้ตัวเองและสาวน้อยได้สติ เธอบอกว่าต้องการซื้อโดนัทแบบห่อกลับบ้านและชายหนุ่มก็เตะตัวเองในใจให้เลิกบ้าระหว่างคีบโดนัทให้…แต่ก็ห้ามใจในการแอบมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายผ่านบานกระจกไปไม่ได้ สีหน้าคร่ำเคร่งกับการเลือกรสโดนัทดูเป็นธรรมชาติและน่ารักเป็นบ้า…และความคิดนี้ก็ทำให้เขาเตะตัวเองในใจอีกที รีบหยัดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงเมื่อสาวน้อยบอกว่าพอแล้ว แต่ก็ยังทันสังเกตเห็นว่าเธอมองตามเจ้าโดนัทชิ้นเอกของร้านตาละห้อย…โดนัทแบบวง ปาดด้วยชั้นครีมสด มีชิ้นสตรอเบอร์รี่ฝานวางรอบ แล้วโรยทับด้วยน้ำตาลไอซิ่งบางๆ

              

 

 

 

 

ธอรินไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน…นั่นจึงทำให้เดาได้ต่อว่าเธอคงเพิ่งย้ายเข้ามาในย่านเล็กๆ แห่งนี้ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าทำยังไงเขาถึงจะได้รู้จักเธอ…นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ชายหนุ่มตัดสินใจได้ในวินาทีเดียวแล้วรีบคีบเจ้าสตรอเบอร์รี่ริงใส่ลงมาในถาดตอนที่อีกฝ่ายกำลังง่วนกับการหากระเป๋าสตางค์ รู้ดีว่ามันเป็นการกระทำโง่ๆ และสุดแสนจะไร้ประโยชน์…แต่เขานึกถึงอะไรมากไปกว่านี้ไม่ออก

              

 

 

 

 

“…แถมให้”

              

 

 

 

 

ขนาดพูดเอง ธอรินยังรู้สึกได้ว่านี่คือข้ออ้างที่ไร้สาระที่สุด…และเขาก็คิดว่าสาวน้อยเองก็คิดไม่ต่างกัน นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาคิดเงินแล้วพูดน้อยจนอีกฝ่ายต่อคำอะไรไม่ได้ เธอดูฮึดฮัดแบบแปลกๆ ตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นเพื่อทอนเงินให้ กริยาที่ทำให้ใจธอรินหล่นวูบ…กังวลว่าตัวเองทำอะไรให้เธอไม่พอใจตอนไหนหรือเปล่า…ก่อนจะโลดขึ้นมาใหม่แบบน่าอายชะมัดกับแค่เพราะเสียงใสๆ นั้นกล่าวขอบคุณและรอยยิ้มจากเรียวปากสีเรื่อ ชายหนุ่มดีใจที่สาวน้อยจ้ำเท้าออกไปทันที เพราะมันคงดูไม่ได้ไม่ใช่น้อยถ้าเธอยืนรอและเขาไม่สามารถพูดอะไรตอบไปได้

              

 

 

 

 

“ถ้าฉันพกกระจกนะธอริน…ฉันจะเอามันส่องหน้าแกให้แกได้เห็นเลยว่ะ แกยิ้มโง่ๆ แบบนี้นี่โคตรฮา”

              

 

 

 

 

เสียงแซวจากเพื่อนหุ่นหมียักษ์ที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูเชื่อมไปที่ครัวด้านหลังทำให้ธอรินหันไปตวัดสายตาดุๆ ใส่…ถ้าตามปกติ ดวาลินคงเกรงใจและสงบปากโดยไว แต่เพราะแอบสังเกตการณ์มาตั้งแต่ช่วงแรก…ครั้งนี้เขาจึงมั่นใจว่าตัวเองไม่มีความจำเป็นต้องกลัวอะไรเลย

              

 

 

 

 

“อะไรวะ? นี่ฉันพูดความจริงนะเว้ย” ร่างสูงใหญ่เดินมาตบไหล่เพื่อนป้าบๆ…ยังคงไม่เลิกล้อ “ดีออกจะตาย…แกไม่ได้เดทกับใครมากี่เดือนแล้วเนี่ย? ทำไมไม่ชวนเขาคุยเลยวะ?”

              

 

 

 

 

“หุบปากไปเลย” ธอรินชกมือเพื่อนให้หล่นไปจากบ่าของตน…สีหน้านั้นยุ่งจนเหมือนมีเมฆดำมาปกคลุม แต่ดวาลินไม่สน

              

 

 

 

 

“คุยก็ไม่ชวนคุย ชื่อก็ไม่รู้จักถามไว้…” ความเห็นถูกพูดปาวๆ ใส่…และคนพูดเองก็กำลังสนุกได้ที่เลยทีเดียว “แต่ดันบ้าไปแถมโดนัทแพงๆ ให้เขา…แค่นั้นเขาจะมาสนแกไหมเล่า?? ไอ้งี่เง่าเอ๊ย!”

             

 

 

 

 

ธอรินอ้าปากจะเถียง แต่ก็พบว่าตัวเองเถียงไม่ได้…ความเห็นเหล่านี้ตรงจนแทงใจดำชนิดไม่มีชิ้นดี หัวสมองคิดถึงเหตุการณ์ทั้งหมดซ้ำแล้วก็พบว่าโอกาสแค่หนึ่งในล้านยังอาจจะน้อยไปในการที่ตนจะได้พบหญิงสาวหน้าหวานอีกครั้ง และสิ่งที่ทำให้งุ่นง่านยิ่งกว่าคำพูดของดวาลินก็คือ…ใจของเขาดันมาวูบโหวงแบบแปลกๆ กับความคิดที่ว่าจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว

           

 

 

 

 

บ้าเอ๊ย…นั่นก็แค่คนแปลกหน้าไม่ใช่รึไงหา??

             

 

 

 

 

“ธอริน?”

              

 

 

 

 

ดวาลินเลิกล้อเมื่อเห็นว่าเพื่อนนิ่งไป…วงหน้าคร้ามนั้นมึนตึงราวกับกำลังเสียใจ นั่นบอกให้เขารู้ว่าเรื่องนี้จริงจังมากกว่าที่ตนคิด…มือหนาจึงตบบ่าธอรินอีกครั้ง คราวนี้เบาๆ อย่างให้กำลังใจ ขยับจะเอ่ยถ้อยคำปลอบ…แต่ก็โดนขัดด้วยเสียงทุ้มต่ำ

              

 

 

 

 

“มันไม่มีอะไรหรอก…ช่างมันเถอะ” ธอรินกลับมามีสีหน้าเฉยเมยอีกครั้ง ดวาลินขยับจะพูดสวนว่าเขารู้ว่าเพื่อนกำลังโกหก…แต่ก็ตัดสินใจเงียบเสียด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายเกลียดการที่มีคนมาแสดงท่าทีเข้าอกเข้าใจด้วยความสงสารที่สุด “ฉันก็แค่แถมโดนัทให้เฉยๆ เท่านั้นแหละ…ยัยนั่นเป็นใครก็ไม่รู้แถมเด็กกว่าฉันตั้งเยอะนะ ฉันไม่สนหรอก”

              

 

 

 

 

ดวาลินหักห้ามความต้องการในการพ่นลมหายใจแบบเสียดสีหรือพูดตอกกลับอย่างสุดชีวิต…ก่อนจะรีบขอตัวไปดูเตาที่หลังร้านก่อนที่จะเผลอหลุดเอ่ยอะไรออกมาตามใจ ธอรินไม่เดินตามไปเพราะตอนนี้เขาอยากอยู่คนเดียว…คิดไตร่ตรองสิ่งที่ตนเพิ่งพูดออกไป

           

 

 

 

 

ใช่แล้ว…มันไม่มีอะไรเลย อีกฝ่ายเป็นเด็กแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้ด้วย…

              

 

 

 

 

ธอรินแอบพยักหน้าหงึกๆ…สรุปกับตัวเองอีกที

           

 

 

 

 

เผลอๆ เดี๋ยวเขาก็ลืมแล้วล่ะ…เพราะมันไม่มีอะไรเลย…ไม่มีอะไรเลยจริงๆ…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

**************************************

 

 

ไฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

 

 

ทีแรก! มันควรจะเป็นวันช็อต….แต่ทำไมมันกลายเป็นหลายบทไปแล้วก็ไม่รู้ค่ะแงงงงงงงงง orz แล้วความจริงก็ไม่ได้เริ่มจากโดนัทเลย…เป็นฟิลีพิซซ่าบอยตะหาก! โทษเธอคนนี้เลย… @blackwave เม่ยเจ้าเอาพล็อตบ้าอะไรมาใส่หัวข้าน่ะะะะะะแงงงงงงงงงงงง แล้วก็ได้แรงยุยงเป็นภาพจาก @caogonly ด้วย!! รอมิวเอาลงเพจนะเราจะไปแชร์ อุอิอะอะ

 

 

ปกติแล้วไม่ชอบเจนเดอร์เบนเลยนะคะ แบบต่อให้เชริคเจนเดอร์เบนก็ไม่เอาอ่ะ แต่แต่แต่…ทำไมเป็นฮอบบิทแล้วโคตรก๊าวเลยวะะะะะะะะะะะะะ???? โอยจะบ้าตาย…ทำร้ายกันหมดทุกทางจริงๆ

 

 

เรื่องนี้ถือซะว่าสลับจากดราม่าชอกช้ำในฟิคแต่งการเมืองมาเจออะไรที่มันโชโจวมังงะละกันนะคะ5555 มาเจสติกขี้อายแพ้ทางสาวโมเอะนี่มันโคตรรรรก๊าววววววว และการเสียเวลาหารูปเสื้อผ้าที่สาวโบ้จะใส่ก็เป็นอะไรที่สนุกมากค่ะ แฮ่กๆๆๆๆ

 

 

เชริคก็ทำกับข้าวสนุกสนาน ธอร์กิก็ขายแพนเค้กไอติม คราวนี้ฮอบบิทก็มีร้านโดนัท และอาจได้มีร้านพิซซ่าตามมา…ไม่มีของกินสักแฟนด้อมจะตายไหมทิพย์? เอาใจช่วยกันต่อไปนะคะ O<–<

 

 

 

รักคนอ่านค่ะม๊วฟฟุ

 

 

 

ทิพย์เอง

 

 

 

 

ป.ล. ….สารภาพว่ายังไม่ได้กินโดนัทเลยปีนี้แต่แม่มก็กล้าเขียนมาแล้ว

ป.ล.2 ช่วยสาดกุหลาบในคอมเมนต์เยอะๆได้ไหมคะ คือชอบกลีบกุหลาบอ่ะ เดี๋ยวหลังสงกรานต์มันไม่มีแล้ว สาดเยอะๆทีนะคะ แฮ่กๆๆๆ ขอบคุณค่ะ /กราบล่วงหน้า

 

+
ขอรูปจากมิวมาแปะในนี้แล้วค่ะ โคตรรรรรรรรรรรรรน่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกก >//////<
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มาเพิ่มแค่นี้แหละฟฟฟฟ
 
 

Advertisements

5 responses to “[The Hobbit Fic][ThorinBilbo] With Love and Free Doughnuts (1)

  1. สามีภรรยาช่วยกันขายโดนัทสินะ #ยังโวํ๊ยยยยย
    แหมๆ love at first สินะ #อันนี้ถูกกก
    แอบหนีไปอ่านพืิซซ่าก่อนด้วยความลำเอียงล้วนๆ ชิ ใครใช้ให้คาเรนน่ารักล่ะยะ แต่ก็ยังไม่ทิ้งโดนัทนะ เราชอบบบบบของหวานนนนน
    บิลนี่นึกภาพออกเลย ครูใจดีท่ามกลางเด็ก(ลูก) และคุณพ่อ(?)ธอรินที่อบอุ่น วุ๊ยยยยยยย มโนไปไกล เป็นธอริน สงสัยจ้องประตูร้านทั้งวันแน่ เมื่อไหร่ครูบิลจะมาน้าาาา #อนุบาลฮอทบิทรึไง
    ชักจะเวิ่นเว้ออีกแล้ว ไปอ่านต่อดีกว่า ฮิๆ

    Like

  2. ิอ่านเเล้วเจอเเฟนอาร์ตข้างล่างง ถึงกับดิ้นตายยเลยค่ะ

    ตอนเเรกนึกว่ามีเราชิปคู่นี้คนเดียวซะอีกก #ดิ้นตาย

    Like

  3. “ถ้าฉันพกกระจกนะธอริน…ฉันจะเอามันส่องหน้าแกให้แกได้เห็นเลยว่ะ แกยิ้มโง่ๆ แบบนี้นี่โคตรฮา”
    สารภาพตามตรง….อยากเห็นรอยยิ้มนั้นของธอริน>//////<บิลโบก็น่ารักเกิ๊นนนน เล่นไวโอลินด้วย เครื่องดนตรีชิ้นโปรด(อันที่จริงชอบอะไรที่เป็นเครื่องดนตรีทุกอัน)

    Like

  4. กลับมาตามอ่านต่อให้จบ ไม่ได้เข้ามานาน ไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้น
    เป็นกำลังใจให้คุณทิพย์นะคะ เข้าใจค่ะ จะหาว่าเม้นเพื่อรหัสก็ได้ค่ะ
    แต่เราอ่านแค่ฟิคฮอบบิทค่ะ แล้วหาอ่านยากมากกก ติดใจฟิคคุณทิพย์ตรงภาษาค่ะ ภาษาสวยมากกก เข้าใจง่าย ชอบค่ะ
    ปล.ขออนุญาติเม้นเฉพาะฟิคฮอบบิทนะคะ คือเราอ่านแต่ฮอบบิทอ่ะ ^_^

    Like

  5. เอื้อโดนดาเมจอย่างเเรง มันหฟกฟหกกดเเิเดกดกห มากค่ะฮึ้ยย //ไม่เป็นภาษาเเล้ว
    จะตามอ่านให้หมดในซีรี่เลยคร่ะ XD

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s