[The Hobbit Fic][ThorinBilbo] With Love and Free Doughnuts (2)

 
 
With Love and Free Doughnuts
The Hobbit fanfiction by Tippuri~ii *
 

 

 

    

 
 

Pairing: Thorin Oakenshield x Bilbo Baggins

Type: AU fanfiction; with female!Bilbo

 
 

 

 * แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบัง เทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น genderbend..ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 

REMEARK

 

 genderbend คือการที่ตัวละครสลับเพศเดิมค่ะ…อย่างในเรื่องนี้ หนุ่มโบ้ก็กลายมาเป็นสาวโบ้ค่ะ มันเลยจะเป็น NL ที่พัฒนามาจาก BL ชอบกล ฮาาาา

 

– AU นะคะเรื่องนี้…อยู่ในยุคปัจจุบัน มีรถมีไฟฟ้ามีมือถือมีมลพิษ บลาๆ

 


 

************************************

 

Chapter 2

 

 

 

 

 

ถึงจะพูดอย่างมั่นใจทุกครั้งที่โดนดวาลินแยบๆ ถามว่าตนไม่สนเลยสักนิดว่าสาวน้อยปริศนาคนนั้นจะกลับมาไหม…แต่ธอรินก็ยังคงคอยชะเง้อมองเสมอเวลาที่ได้ยินเสียงคนเข้าร้านมาว่าจะใช่เธอหรือเปล่าแทบทั้งสัปดาห์ การกระทำที่ทำให้เพื่อนซี้ได้แต่แอบถอนหายใจอย่างหน่ายสุดๆ

           

 

 

 

 

…นี่น่ะเรอะที่บอกว่าไม่มีอะไรเลย????

              

 

 

 

 

แต่เพราะจนใจจะช่วย…ดวาลินจึงไม่มีอะไรที่ดีกว่าให้ทำนอกจากหวังว่าหญิงสาวจะคิดอยากแวะเวียนมาใหม่ เขาไม่ได้เห็นหน้าเธอชัดๆ เท่าธอริน…แต่ก็พอรู้ได้ว่าสาวเจ้าน่ารักไม่ใช่เล่น แถมตอนพูดจาก็ไม่ได้มีจริตหรือถือตัวอย่างที่ผู้หญิงบางคนชอบทำ…ดวาลินจึงรู้สึกถูกชะตากับสาวตัวเล็กคนนี้และหวังจริงๆ ว่าเธอจะกลับมา เพื่อนซี้ของเขาจะได้หายบ้าเสียที

              

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้ดวาลินรู้สึกเหมือนได้เห็นแดดสดใสทั้งๆ ที่ท้องฟ้าจริงๆ ค่อนข้างครึ้มตอนที่สาวน้อยผมสีน้ำผึ้งปรากฏตัวที่ตรงถนนหน้าร้าน…หน้าสวยหวานนั้นมีร่องรอยความลังเลนิดหน่อยกับความว่างเปล่าของร้าน เธอคงสงสัยว่าร้านเปิดไหม…เพราะอย่างไรเสียมันก็คือเย็นวันเสาร์ที่ร้านรวงส่วนใหญ่มักจะปิดไวกว่าปกติ

              

 

 

 

 

“เฮ้ยๆ…ดูนั่นๆ” เขากำหมัดชกไหล่ของเพื่อนซี้…พูดสำทับก่อนจะลี้ไปที่ห้องครัวด้านหลัง กะแอบดูจากตรงนั้น “อย่างน้อยชวนเขาคุยนะโว้ย…ให้รู้ชื่อก็ยังดี”

              

 

 

 

 

ธอรินกระซิบบอกให้อีกฝ่ายสนแต่เรื่องตัวเองไปซะ…ไม่รู้ว่าดวาลินได้ยินไหมเพราะเจ้าตัวเดินตัวปลิวไปแล้ว ชายหนุ่มจึงหันกลับมา…ใจเต้นโครมครามเมื่อพบว่าตอนนี้สาวน้อยยืนจดๆ จ้องๆ อยู่ตรงกรอบประตูหน้าราวกับจะรอคำอนุญาต

              

 

 

 

 

“เอ่อ…” ดวงตาสีดำมีแววเกรงใจนิดหน่อย “…เปิดอยู่ไหมคะ?”

              

 

 

 

 

เรียวปากสีเรื่อแย้มยิ้มนิดๆ ตามมารยาทเมื่อคุณเจ้าของร้านพยักหน้า…ก่อนจะเดินต๊อกแต๊กเข้ามา กล่องไวโอลินพาดอยู่บนบ่า พูดเหมือนเดิม…เธอต้องการซื้อโดนัทแบบห่อกลับบ้าน

              

 

 

 

 

พูดตามตรงแล้ว…บิลโบ แบ็กกินส์ต้องต่อสู้กับตัวเองอยู่หลายยกมากกว่าจะตัดสินใจมาที่นี่ในวันนี้ สิ่งสุดท้ายที่เธอต้องการจะเป็นในสายตาคนอื่นคือผู้หญิงที่มาไล่ตามผู้ชายที่เพิ่งเจอกัน…แต่หญิงสาวก็รวบรวมความมั่นใจดั้งเดิมของตนได้ในที่สุดว่าจะกังวลทำไมในเมื่อเธอไม่ได้มีจุดประสงค์แบบนั้นสักหน่อย บิลโบชอบโดนัทของร้านนี้จริงๆ…และในเมื่อได้พบหน้าคุณเจ้าของร้านไปแล้วครั้งหนึ่ง การพบกันครั้งที่สองย่อมไม่มีทางทำให้เธอตะลึงหรือนิ่งอึ้งได้อีกแล้วไม่ว่าเขาจะหน้าตาดีเพียงใด…แต่อย่างไรก็ตาม บิลโบก็หวังสุดใจว่าตัวเองจะไม่แสดงท่าทีเป๋อๆ อะไรออกไปให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดๆ เอาได้ และจากการที่น้ำเสียงของเธอตอนนี้ไม่สั่นและไม่มีการเผลอจ้องวงหน้าหล่อคมนั้นจนเงียบไปแบบคราวก่อน…หญิงสาวก็คิดว่าตนทำได้ไม่เลวเลย

           

 

 

 

 

แต่ว่า…เธอทำอะไรให้เขาไม่พอใจรึเปล่านะ…?

              

 

 

 

 

ธอริน โอเคนชีลด์ไม่ได้กำลังหงุดหงิดแต่อย่างใด…ชายหนุ่มเพียงแค่กำลังต่อสู้กับเสียงหนวกหูของพายุในหัวที่เริ่มก่อตัวตั้งแต่ตอนที่เธอเดินเข้ามาในร้าน เสียงที่ธอรินได้ค้นพบในนาทีต่อมาว่ามันคือเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำของตัวเอง…และการได้เห็นหน้าประดับด้วยยิ้มหวานๆ ของหญิงสาวก็ไม่ช่วยให้เขามีวี่แววจะชนะได้เลย

           

 

 

 

 

ให้ตายเถอะ…แกรอจะเจอเขามาตลอดสัปดาห์ไม่ใช่รึไง…ชวนเขาคุยสิ…

              

 

 

 

 

เขาพูดดุดันบอกตัวเองในหัว แต่ก็ยังคงได้แต่เงียบต่อเพราะรู้ข้อเท็จจริงดี…ว่าถึงจะรอให้สาวน้อยแวะมาอีกครั้งมากแค่ไหน แต่พอเธอมาปรากฏตัวเข้าจริงๆ แล้ว…เขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปอยู่ดี บทสนทนาทุกแบบดูไม่เข้าท่าด้วยความประหม่ากังวล…และธอรินก็รู้สึกว่าตัวเองนี่ช่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย

           

 

 

 

 

บ้าเอ๊ย…ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ…

              

 

 

 

 

ดวงตาสีเทามองผ่านบานกระจกไป…ผิดกับมาดหวานๆ ในวันแรก วันนี้สาวน้อยแต่งตัวง่ายๆ แบบทะมัดทะแมงด้วยเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขาสั้น กันลมเย็นๆ ของวันด้วยเลกกิ้งสีดำและเสื้อกันหนาวไหมพรมสีม่วงอ่อนที่ใหญ่เกินตัวนิดหน่อย ในมาดแบบนี้…ธอรินยิ่งเดาไม่ถูกว่าเธออายุเท่าไหร่กันแน่ และพานคิดไปถึงคำล้อของดวาลินที่ว่าเขาอาจกำลังเป็นบ้าเป็นหลังอยู่กับเด็กไฮสคูลก็ได้

           

 

 

 

 

“ใครจะรู้ล่ะวะ…เด็กสมัยนี้เดาอายุยากจะตาย ยัยนั่นก็หน้าออกจะใสๆ…แล้วนี่ถ้าเกิดเป็นเด็กประถมขึ้นมานะ…”

              

 

 

 

 

แน่นอนว่าไอ้คุณเพื่อนแค่ล้อเล่น แต่ประโยคล้อเล่นนี้ก็ทำให้ธอรินขำไม่ออกสักนิดเดียวเพราะความจริงที่ปนอยู่…สาวน้อยไม่มีทางเป็นเด็กไฮสคูลก็จริง แต่ก็ต้องอ่อนกว่าเขาแน่ๆ อย่างน้อยก็ห้าปี…แล้วนั่นจะทำให้เขาดูเป็นคนอย่างไรกันในสายตาเธอถ้าไปชวนคุยหรือถามชื่อ

              

 

 

 

 

ความยุ่งยากใจนี้ก็ส่งให้คิ้วเข้มๆ ของธอรินขมวดเข้าหากัน…สีหน้าที่เคร่งเครียดอยู่แล้วจึงยิ่งเหมือนมีเมฆดำมาปกคลุม ซึ่งชายหนุ่มไม่ได้รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาเห็นพอดี…และก็แตกตื่นทันทีว่าเธออาจทำให้คนตรงหน้ารำคาญใจ

           

 

 

 

 

รีบจ่ายเงินเถอะบิลโบ…ก่อนที่เขาจะหงุดหงิดกับเธอมากไปกว่านี้…

              

 

 

 

 

หญิงสาวจึงจบรายการทันทีทั้งๆ ที่เพิ่งสั่งโดนัทไปได้แค่สองชิ้น…ยืนมองบานาน่าฟริตเตอร์กับช็อคโกแล็ตเกลซของตนถูกจัดใส่ถุงก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา ตาโตเมื่อเห็นกล่องเล็กๆ ถูกคุณเจ้าของร้านใส่เพิ่มตามไป พลาสติกใสของฝากล่องทำให้เธอเห็นชัดว่าอะไรอยู่ข้างใน…โดนัทแบบวง ปาดด้วยชั้นครีมสด มีชิ้นสตรอเบอร์รี่ฝานวางรอบ แล้วโรยทับด้วยน้ำตาลไอซิ่งบางๆ

             

 

 

 

 

“เอ่อ…ฉันไม่ได้…”

              

 

 

 

 

เสียงทุ้มนั่นกล่าวตัดประโยคราวกับรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องพูด “…แถมให้”

              

 

 

 

 

บิลโบพยายามสุดชีวิตในการกลั้นเสียงอุทานแบบเหลือจะเชื่อของตัวเอง…พิศวงนักกับระบบของร้านนี้ แต่แน่นอนว่าสาวน้อยไม่กล้าถามอะไรเพราะคุณเจ้าของร้านดูไม่อยากเสวนากับเธอเลย จึงรับถุงมาถืออย่างเบามือ พึมพำคำขอบคุณแล้วเดินจากไป…นึกสงสัยในใจว่าเธอบ้าหรือเปล่าที่ยังคิดว่าอีกฝ่ายหล่อเหลือเกินแม้ว่าเจ้าตัวจะทำหน้ายุ่งๆ ใส่ตนตลอดเวลาก็ตาม

              

 

 

 

 

ธอรินมองตามจนกระทั่งร่างในเสื้อไหมพรมสีไวโอเลตอ่อนจางเดินลับมุมถนนไป ไม่ต้องมีตาหลังก็รู้ว่าหนุ่มหุ่นหมียักษ์มายืนอยู่ตรงกรอบประตูครัวแล้ว…และก็ไม่ต้องเสียเวลาเดาด้วยเจ้าตัวกำลังส่งสายตาแบบไหนหรือมีความคิดจะพูดอะไรอยู่

              

 

 

 

 

“หุบปากไปเลยนะ” เขาชิงเอ่ยก่อน…ความหงุดหงิดระบายเต็มหน้า “…ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น”

           

 

 

 

 

ไม่ต้องมาบอกเขาก็รู้ตัวดีอยู่แล้ว…นี่มันโคตรไม่ได้เรื่องเลย…

 

 

 

 

 

 

 

*****

 

              

 

ถึงจะไม่ค่อยสบายใจนักที่คุณเจ้าของร้านมีท่าทางมึนตึงใส่ตน…แต่บิลโบก็ตัดสินใจว่าจะมองข้ามเรื่องนี้ไปเสียเพราะโดนัททุกรสที่ซื้อมาอร่อยมาก และเธอก็ไม่อยากพลาดโดนัทรสใหม่ๆ ด้วยเมนูของแต่ละวันไม่ได้ตายตัว…หากก็ต้องยอมรับว่าอย่างไรก็ตาม เจ้าสตรอเบอร์รี่ริงก็ยังคงครองตำแหน่งผู้ชนะในบรรดาโดนัททุกชิ้นที่ได้ทานมาอยู่ดี

              

 

 

 

 

เพราะหญิงสาวเริ่มแวะเวียนไปที่ร้านโดนัทแห่งนี้บ่อยกว่าร้านขนมร้านอื่น…จึงรู้ชัดแล้วว่าในร้านเล็กๆ นี้มีพนักงานแค่สองคนเท่านั้น ถึงคุณเจ้าของร้านจะมีท่าทางไม่ค่อยอยากเสวนากับเธอ…แต่หนุ่มร่างยักษ์อีกคนก็มักผงกศีรษะทักทายให้เสมอถ้าได้สบตากัน เพียงแต่เขามักจะชอบเดินไปที่ด้านหลังร้านพอดีเสมอเวลาที่บิลโบเข้ามา…ซึ่งถึงจะสงสัยนิดหน่อยว่าทำไม หากเธอก็ไม่ได้ติดใจอะไรนัก

              

 

 

 

 

หลังจากมาซื้อเข้าหลายครั้ง…สาวน้อยก็เริ่มชินกับโดนัทชิ้นอร่อยที่จะได้แถมทุกครั้งไปด้วย ซึ่งความเคยชินนี้ทำให้เธอรู้สึกโหวงๆ แบบแปลกๆ ชอบกล…เพราะตอนนี้ คุณเจ้าของร้านก็ไม่มีความจำเป็นแล้วในการจะต้องบอกว่าสตรอเบอร์รี่ริงนี่เป็นของแถม ทำให้ประโยคสั้นๆ ของทั้งคู่โดนแทนที่ด้วยความเงียบแทน

           

 

 

 

 

โอย…ขอไม่ยอมรับได้ไหมเธอกำลังคิดถึงเสียงทุ้มๆ นั่นเวลาที่มันพูดกับตัวเธอเอง??

              

 

 

 

 

และแน่นอนว่าบิลโบยอมญาติดีกับพวกแซควิลล์-แบ็กกินส์ยังดีเสียกว่าจะให้คุณเจ้าของร้านได้รู้ความจริงที่น่าอายนี้…ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับทางฝั่งของธอริน ชายหนุ่มดีใจนักที่ช่วงหลังๆ สาวน้อยแวะเวียนมาที่ร้านบ่อยกว่าเดิมจนเข้าขั้นเรียกได้ว่าเป็นขาประจำ…แต่นั่นก็ตามมาด้วยความคุ้นชินที่ทำให้ประโยคสั้นๆ ที่เคยพูดเสมอไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกแล้ว ตัดโอกาสของการสื่อสารเดียวที่มีระหว่างกันไปอย่างชะงัด

           

 

 

 

 

ให้ตาย…นี่พวกเขากลายเป็นคนคุ้นหน้ากันแล้ว…แต่แค่ชื่อกลับยังไม่รู้เลย…

              

 

 

 

 

แล้วอีกอย่างที่ทำให้ธอรินงุ่นง่านนักก็คือข้อเท็จจริงที่ว่าสาวน้อยไม่เคยแสดงท่าทีใดๆ กับตนเลยสักนิด…จะบอกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนอัธยาศัยดีก็ไม่ถูกต้องเพราะวงหน้าสดใสนั้นยิ้มแย้มเสมอ แต่เธอก็ไม่เคยมอบอะไรให้เขานอกจากรอยยิ้มนั่นกับคำขอบคุณตามมารยาท…ทั้งๆ ทีกับดวาลิน สาวน้อยยังมีทักทายตอนเข้าร้านมาหรือกล่าวลาตอนจะออกไป กริยาเป็นธรรมชาติที่บ่งบอกว่าเธอไม่ได้มองว่าอีกฝ่ายเป็นคนแปลกหน้าอีกแล้ว

           

 

 

 

 

บ้าเอ๊ย…เขาควรทำไงดีล่ะเนี่ย???

              

 

 

 

 

“แกก็เลิกทำหน้าดุใส่เขาสิวะ”

              

 

 

 

 

ดวาลินที่เห็นเหตุการณ์มาตลอดอดรนทนไม่ไหวแล้วเอ็ดเข้าให้จนได้ในที่สุด…เพราะวันนี้ก่อนที่จะเดินออกไป สาวน้อยโบกมือลาให้เขา…ตอนนี้เพื่อนซี้จึงมีสีหน้าหงุดหงิดขั้นสุดยอดอยู่ หนุ่มหุ่นหมียักษ์ทำเสียงจึ้กจั้กอย่างขัดใจแทนพร้อมกล่าวต่อ

              

 

 

 

 

“เขาเด็กกว่าแกแถมออกจะดูนุ่มๆ นิ่มๆ…แล้วเจอแกทีไรแกก็ทำหน้ายังกับโกรธเขามาสักร้อยชาติตลอด เขาจะกล้าคุยกับแกไหมล่ะเฮ้ย??”

              

 

 

 

 

คนโดนว่าเมินหน้าไปอีกทาง พูดเสียงแข็งๆ “เออ…ช่างมันเถอะ เขาอยากทำอะไรก็ปล่อยเขาไปเหอะ”

              

 

 

 

 

“ไอ้โง่เอ๊ย…” ดวาลินด่าให้ตรงๆ แล้วอย่างเหลืออด “แกก็ลองชวนเขาคุยก่อนสิวะ…เขาเป็นผู้หญิงนะ แถมท่าทางขี้อายจะตาย จะมากล้าชวนผู้ชายคุยก่อนได้ไง?”

              

 

 

 

 

ธอรินตวัดสายตาที่แปลความได้ว่า ‘ไปลงนรกซะ’ ใส่เขาก่อนจะย่ำเท้าจากไป…ทำให้ดวาลินอยากหยิบถาดโดนัทขว้างตามมากถึงมากที่สุด แต่ก็เข้าใจนิสัยของเพื่อนซี้ดี…ถ้าจะหาตัวอย่างมนุษย์เพศตรงข้ามที่ธอรินแพ้ทางแบบราบคาบ สาวน้อยปริศนาคนนี้คงได้เป็นอันดับที่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย และถึงภายนอกจะมีท่าทางขรึมๆ ดุๆ แค่ไหน แต่ดวาลินก็รู้ว่าเวลาที่เจออะไรที่ถูกใจมากๆ ทีไร…ธอริน โอเคนชีลด์ไม่เคยทำตัวอย่างคนมีสติได้เลย

           

 

 

 

 

ให้ตายเถอะ…ถ้าไม่มีเขา ไอ้เพื่อนงั่งนี่ก็กะจะทำแค่แถมโดนัทไปจนโลกสลายเลยใช่ไหมวะ??

              

 

 

 

 

หนุ่มหมียักษ์ตัดสินใจได้ในวินาทีนั้นเองว่าเห็นทีตนจะต้องหาทางจัดการให้สถานการณ์คืบหน้าไวๆ เองเสียแล้ว…และก็ได้ฤกษ์เริ่มแผนการเอาตอนเสาร์ถัดมา สาวน้อยผมสีน้ำผึ้งเดินต๊อกแต๊กเข้ามาในร้านพร้อมกล่องไวโอลินอย่างทุกที…ดวาลินชักจับสังเกตได้แล้วว่าอีกฝ่ายคงชอบสวมกระโปรง แต่วันนี้…เธอดูแปลกตาในกางเกงขายาวและเสื้อเนื้อนุ่มตัวโคร่ง ลายขวางใหญ่ๆ สีฟ้าสลับขาวของตัวเสื้อดูสดใสเข้ากับผ้าพันคอม้วนหนาสีส้มแซลมอน…มาดเท่ๆ ที่ไม่ได้ลดความน่ารักของเจ้าตัวลงไปเลยเพราะมีรอยยิ้มเขินอายนิดๆ แตะแต้มบนเรียวปาก

              

 

 

 

 

“หวัดดีค่ะ…”

              

 

 

 

 

เสียงใสแผ่วค่อยราวกับไม่กล้ารบกวนความเงียบในยามเช้าของร้าน คำทักทายนั้นมีให้ทั้งสองหนุ่มชัดๆ…แต่ธอรินก็คงหงุดหงิดเกินจะมาสนใจว่าดวงตาโตสีเข้มของหญิงสาวตวัดไปมองทางเจ้าตัวด้วย ชายหนุ่มจึงเดินมาตรงมุมหลังเคาท์เตอร์ที่เขานั่งอยู่ เอามือฟาดไหล่เบาๆ พร้อมพูดเสียงต่ำในลำคอ

              

 

 

 

 

“แกไปรับออเดอร์เขาเลย…ฉันไม่ว่าง”

              

 

 

 

 

ถ้าตามปกติ ดวาลินคงปฏิเสธ…แต่ตอนนี้เขามีแผน ร่างสูงใหญ่จึงลุกขึ้นโดยสงบ…สละเก้าอี้ให้คนไม่ว่างได้นั่งทำหน้าบึ้งเฉยๆ ไปเสีย ดวาลินแอบปรายตามองเพื่อนซี้อย่างหมั่นไส้อยากตบกะโหลกสักที…แต่ก็หัวเราะหึหึในใจ เขามีอะไรสนุกๆ กว่านั้นรอจัดให้ไอ้คนหัวดื้อนี่อยู่

              

 

 

 

 

บิลโบยืนรออยู่ตรงหน้าตู้กระจกเหมือนทุกครั้ง…หญิงสาวงงไม่น้อยที่จู่ๆ วันนี้คุณเจ้าของร้านไม่ได้มารับออเดอร์เองเหมือนเคย ตามมาด้วยความเสียใจจางๆ แบบหาเหตุผลไม่ได้…สงสัยนักว่าทำไมเขาถึงเดินหนีไปนั่งตรงมุมห้องทันทีตอนที่เธอเข้าร้านมา แถมหน้าหล่อคมนั่นก็ดูบึ้งตึงแบบหงุดหงิดไม่พอใจสุดๆ เสียด้วย

           

 

 

 

 

ไม่นะ…เขาโกรธอะไรกัน…??

              

 

 

 

 

ความตระหนกทำให้สติลอยหาย…และหญิงสาวก็รีบกดความต้องการจะถามเหตุผลให้จมหายไปด้วยรู้ว่าไม่อาจทำได้ รีบฝืนยิ้มตอนที่หนุ่มร่างยักษ์เดินเข้ามา…แต่แววตาตื่นๆ ปนรู้สึกผิดนั่นก็ไม่รอดพ้นไปจากการสังเกตของดวาลิน ทำให้เขายิ่งอยากตบกะโหลกเพื่อนสนิทเข้าไปอีก

           

 

 

 

 

ธอริน…ไอ้งั่งเอ๊ย…

              

 

 

 

 

“รับอะไรดีครับ?” ดวาลินพูดเสียงอ่อนโยน…เขาเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้าอยู่ไม่น้อยเลย เธอทำให้คิดถึงกระต่ายตัวเล็กๆ ชอบกล “วันนี้มีเมนูใหม่เพียบเลยนะ”

              

 

 

 

 

บิลโบยิ้มตอบถ้อยคำมีน้ำใจนั่น…ก่อนจะก้มลงมองในตู้ จริงเสียด้วย…มีแต่โดนัทหน้าตาแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนทั้งนั้นอยู่เต็มชั้น ซึ่งดวาลินก็รู้อยู่แล้ว…ในเมื่อเป็นเขาเองนี่นะที่ยุให้เพื่อนทำโดนัทสูตรเฉพาะทั้งหมดของร้านในวันนี้

             

 

 

 

 

“เอ่อ…” สาวน้อยเอ่ยขึ้น จิ้มนิ้วบนกระจก “ชิ้นสีขาวๆ นั่นรสอะไรเหรอคะ? มันเป็นยังไงน่ะ?”

              

 

 

 

 

ดวาลินพยายามทำเสียงให้ฟังดูไม่ใส่ใจที่สุดเท่าที่จะเป็นได้โดยยังไม่หลุดขอบเขตความสุภาพไปตอนตอบกลับ “ก็…มีน้ำตาล…แล้วก็ครีมๆ…”

              

 

 

 

 

คนฟังแอบนิ่วหน้านิดหนึ่งกับคำตอบที่ไม่ช่วยให้ความกระจ่างอะไรเลย แต่ก็พยักหน้ารับตามมารยาท “…อ๋อ”

              

 

 

 

 

…และจากปลายสายตาของดวาลิน ธอรินหยัดตัวตรงขึ้นมามอง…แค่นิดเดียว…แล้วก็หันไปอีกทางเหมือนเดิม

              

 

 

 

 

“แล้ว…” สาวน้อยยังคงไม่รู้จะเลือกโดนัทอะไรเพราะเธอไม่รู้จักมันสักรส “แล้วที่สีเขียวๆ…บนชั้นที่สองน่ะค่ะ…อันนั้นเลย…นั่นรสอะไรเหรอคะ?”

              

 

 

 

 

“ก็…” ดวาลินพยายามปั้นแต่งคำพูดให้ไม่ชัดเจนที่สุด “ก็มีชา…แล้วก็ใส่ๆ ไส้ครีม…”

              

 

 

 

 

…ธอรินหันมามองอีกที…คราวนี้นานกว่าเดิม…และสายตาก็ทิ่มแทงกว่าเดิมด้วย

              

 

 

 

 

“อ๋อ…”

              

 

 

 

 

บิลโบคิดว่าการขอให้คนตรงหน้าพูดให้ละเอียดกว่านี้อาจเป็นการกระทำที่เสียมารยาท…เธอจึงจำต้องอดทนพยักหน้าหงึกๆ อีกครั้งและอีกครั้งกับโดนัทสองสามชิ้นถัดมา ดวาลินอธิบายส่งๆ ไปพร้อมกับแอบเหล่ๆ ไปทางมุมห้อง…ธอรินดูงุ่นง่านและมองมาทางเขาอย่างขัดใจขึ้นทีละนิด สายตาดุๆ ที่ส่งมาตีความได้ชัดเจนว่าสั่งให้เลิกแกล้งกวนแล้วตอบคำถามสาวน้อยไปดีๆ เสียที

              

 

 

 

 

…แต่แน่นอนว่าดวาลินไม่คิดจะทำตามหรอก

              

 

 

 

 

“งั้นเหรอคะ…ขอบคุณค่ะ…” หญิงสาวยังคงมีความอดทนในการจะไม่อารมณ์เสียกับคำตอบส่งเดชของเขา…และคนมองก็แอบขอโทษอยู่ในใจตอนเห็นความงงปนลำบากใจบนสีหน้าของอีกฝ่าย แต่เมื่อตาโตสีเข้มเบิกกว้างขึ้นพร้อมมีสีแดงแล่นริ้วบนผิวแก้มขาวใสนั้นเพราะเสียงฝีเท้าที่ย่ำตึกๆ มายืนข้างๆ เขา…ดวาลินก็รู้ว่าตนไม่ต้องทำตัวแย่ๆ แบบนี้ต่อแล้ว

              

 

 

 

 

“เข้าไปดูเตาซิ…เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

              

 

 

 

 

กระแสเสียงทุ้มต่ำแบบนี้ของธอริน โอเคนชีลด์บอกชัดว่าเจ้าตัวกำลังงุ่นง่านอารมณ์เสียได้ที่…และการที่อีกฝ่ายยอมเดินมายืนตรงนี้เสียทีก็ช่วยยืนยันว่าความอดทนคงถึงขีดสิ้นสุดจริงๆ แล้ว ดวาลินพยายามซ่อนรอยยิ้มสมใจที่แผนสำเร็จอย่างยากเย็น…ยอมเลื่อนถาดและที่คีบในมือให้เพื่อนโดยดี แต่ไม่คิดปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดไปโดยไม่ป่วนประสาทไอ้คนมาดเยอะแบบเนียนๆ สักทีเสียก่อน

              

 

 

 

 

“เตาไหนอีกวะ?” เขาแกล้งเลิกคิ้ว…ลากเสียงแบบกวนบาทาสุดๆ “แล้วทำไมแกไม่ไปทำเอง?”

              

 

 

 

 

“ก็สักเตานั่นแหละ…รีบๆ ไปเลย” ธอรินตอบแบบส่งๆ ไป หงุดหงิดที่เพื่อนยังยืนทำหน้าสะใจปนรู้ทันอยู่ได้…และตอนนี้สาวน้อยเริ่มมองหน้าพวกเขาสลับกันไปมาอย่างงงๆ แล้ว เสียงหัวเราะหึหึทิ้งท้ายของดวาลินทำให้ชายหนุ่มอยากถีบส่งไอ้เพื่อนเจ้าเล่ห์นี่สักที…แต่แน่นอนว่าทำไม่ได้ เขาจึงหันมามองสาวน้อย พูดเสียงเรียบ

              

 

 

 

 

“จะเอาชิ้นไหนล่ะ?”

              

 

 

 

 

คำพูดห้าวห้วนแถมไม่มีหางเสียง…แต่บิลโบไม่มีใจจะมาติติงอะไรในวินาทีนี้ เธอกำลังสติแตกด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าจู่ๆ คุณเจ้าของร้านก็มากันไม่ให้ชายหนุ่มอีกคนคุยกับตนเสียอย่างนั้น…เสี้ยวสัญชาตญาณในใจบอกหญิงสาวให้กล้าคิดไกลไปเสียเลย แต่เสี้ยวสติอีกด้านก็ดุให้เธอมองเหตุผล…พนักงานตอบคำถามส่งๆ กับลูกค้า ย่อมเป็นธรรมดาที่เจ้าของร้านจะนิ่งเฉยไม่ได้

           

 

 

 

 

นั่นแหละ…ไม่มีอะไรสักหน่อย…

              

 

 

 

 

บิลโบจึงรีบดึงความคิดให้เข้ารูปเข้ารอย กระแอมเบาๆ แล้วชี้นิ้วที่โดนัทสีขาวชิ้นแรกสุดที่ถามไป “เอ่อ…ชิ้นขาวๆ นั่นเป็นยังไงเหรอคะ? ที่ชื่อมิสตี้เมาท์เทนน่ะค่ะ”

              

 

 

 

 

“ก็เป็นโดนัทช็อคโกแล็ต…แล้วราดช็อคโกแล็ตขาว” จะให้ธอรินบอกทั้งสูตรโดยไม่ต้องเปิดตำราก็ยังได้ “…ผงๆ นั่นคือไอซิ่ง”

              

 

 

 

 

“อ๋อ…” กระแสเสียงของสาวน้อยในคราวนี้บอกให้รู้ว่าคำตอบกระจ่างแล้วจริงๆ…และรอยยิ้มที่เริ่มคืนมาบนแก้มใสๆ นั่นก็ทำให้ชายหนุ่มหัวใจสะดุดแบบไม่มีทางเลี่ยงได้เลย “แล้วอันนั้นล่ะคะ? ที่กลมๆ เขียวๆ อันนั้นน่ะ…”

              

 

 

 

 

“ฮอบบิตันใช่ไหม?” ถามย้ำไปก่อน…แต่เขารู้อยู่แล้วว่าต้องใช่ในเมื่อโดนัทสีเขียวมีอยู่แบบเดียวในร้าน “คล้ายๆ บอสตันครีมน่ะ…ไส้วานิลลาเหมือนกัน แต่ราดครีมชาเขียวแทน…”

              

 

 

 

 

“โอ! เอาชิ้นนั้นเลยค่ะ!” บิลโบพูดเสียงตื่นเต้นอย่างลืมตัว…ด้วยเธอนั้นสุดแสนจะโปรดปรานชาเขียว ก่อนจะหน้าแดง…พึมพำอุบอิบใหม่ รีบเรียกความสำรวมให้กลับคืนมากู้หน้าตัวเองโดยด่วน “เอ่อ…เอาฮอบบิตันชิ้นนึงนะคะ”

              

 

 

 

 

ธอรินเลิกคิ้วนิดหน่อยตอนที่ได้ยินเสียงแหลมๆ แบบดีใจสุดขีดนั่น…แล้วก็อดอมยิ้มบางๆ ไม่ได้เมื่อเห็นหญิงสาวพยายามก้มหน้างุดราวกับหวังจะซุกแก้มแดงๆ ของตัวเองลงในม้วนผ้าพันคอ ตัดสินใจไม่เอ่ยทักอะไร…แค่อธิบายส่วนประกอบของโดนัทชิ้นถัดไปที่เธอถามให้ฟังต่อเท่านั้นเอง ความงุ่นง่านใจที่สะสมมาตลอดดูจะลอยหายไปไหนเสียแล้วก็ไม่รู้ ส่วนบิลโบนั้นก็ขอบคุณยิ่งนักที่คุณเจ้าของร้านดูจะไม่ใส่ใจความตื่นเต้นของตน…แม้จะอยากร้องไห้นิดๆ ที่เผลอมาดหลุดไปในทีแรก แต่หญิงสาวก็รวบรวมสติแล้วสั่งโดนัทต่อ แอบแปลกใจไม่น้อยกับสิ่งที่ได้ค้นพบวันนี้…ว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้มึนตึงหรือเย็นชากับตนอย่างที่คิดมาตลอด ถึงแม้จะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ และน้อยคำ…แต่เขาก็ตอบทุกคำถามของเธอโดยไม่มีสีหน้ารำคาญใจ และถ้าไม่ได้มองผิดไปเอง…บิลโบคิดว่าเห็นเรียวปากนั้นอมยิ้มบางๆ ในบางทีด้วย

           

 

 

 

 

ขนาดตอนหน้ายุ่งๆ เธอก็คิดว่าเขาหล่อมากแล้ว…แล้วจะยังต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีกไหมว่าตอนเขายิ้มมันเป็นยังไง…?

              

 

 

 

 

“เรียบร้อยครับ”

              

 

 

 

 

ถุงกระดาษดังกรอบแกรบนิดๆ ตอนที่ถูกเลื่อนมาให้…หญิงสาวรีบเรียกสติคืนมาแล้วเอื้อมไปรับ เสียงกุกกักของกระดาษเนื้อแข็งด้านในบอกให้รู้ว่าคุณเจ้าของร้านแถมเจ้าสตรอเบอร์รี่ริงมาให้ด้วยอีกแล้ว และเมื่อประกอบรวมเข้ากับความใจดีของเขาในวันนี้…บิลโบคิดว่าเธอควรพูดอะไรที่มีค่ามากกว่าแค่ขอบคุณเฉยๆ อย่างทุกที

              

 

 

 

 

“เอ่อ…” หญิงสาวเตือนตัวเองในใจว่าต้องเลิกนิสัยส่งเสียงแบบนี้ก่อนเริ่มต้นประโยคเสียที “…โดนัทร้านคุณอร่อยมากเลยล่ะค่ะ”

              

 

 

 

 

พูดออกไปแล้วก็อยากร้องกรี๊ดกับความไม่ได้เรื่องและไม่มีปี่มีขลุ่ยของตัวเองนัก…แต่คุณเจ้าของร้านที่เงยหน้าจากลิ้นชักเก็บเงินขึ้นมาสบตาด้วยดูจะไม่ได้คิดว่าคำพูดไม่มีที่มาที่ไปนี้น่าหัวเราะอย่างที่เธอกลัว ดวงตาสีเทาคมกริบนั้นมีแววประหลาดใจนิดหน่อย…มันกระพริบสองสามทีราวกับกำลังซึมซาบกับคำพูดของบิลโบ ก่อนที่เสียงทุ้มนุ่มจะตอบง่ายๆ

              

 

 

 

 

“…ขอบคุณครับ”

              

 

 

 

 

คำตอบมีแค่นั้น…อาจทำให้คนอื่นรู้สึกเอาได้ว่าอีกฝ่ายถือตัวว่าตนดีเหนือคำชม แต่หญิงสาวสังเกตได้นานแล้วว่าคนตรงหน้าของเธอไม่ได้ชอบแสดงความรู้สึกแบบโต้งๆ…เขาเป็นคนเงียบขรึมและไม่ช่างพูดเท่านั้นเอง บิลโบจึงยิ้มให้แทนที่จะรู้สึกขุ่นเคือง

              

 

 

 

 

“ขอโทษนะคะ ฉันมาร้านคุณตั้งหลายครั้งแล้วแท้ๆ…แต่ยังไม่เคยรู้ชื่อคุณเลย” หญิงสาวรักษาระดับน้ำเสียงให้สุภาพและมั่นคง…เพื่อบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าเจตนาของเธอนั้นจริงใจ “ฉันบิลโบนะคะ…บิลโบ แบ็กกินส์”

              

 

 

 

 

เผลอยื่นมือออกไปเอง…คุณเจ้าของร้านมองมันนิ่งอยู่ชั่วครู่ราวกับสงสัยว่าเธอคิดจะทำอะไร และนั่นก็ทำให้หญิงสาวหน้าแดง ดุตัวเองรัวๆ ในใจที่รวบรัดยื่นมือออกไปทั้งๆ ที่อีกฝ่ายอาจไม่ได้อยากจะจับมือกับเธอสักหน่อย…ก่อนจะหน้าแดงเข้าไปอีกเมื่อคนตรงหน้าขยับมาจับมือตอบ มือของเขาใหญ่จนกุมมือเธอไว้ได้จนรอบ…สัมผัสอบอุ่นเหมือนน้ำเสียง

              

 

 

 

 

“ธอริน…” ถ้อยคำเรียบนิ่ง หากไม่เย็นชา “….ธอริน โอเคนชีลด์”

              

 

 

 

 

บิลโบพยักหน้าหงึกๆ…กัดริมฝีปากเล็กน้อยเพื่อระงับความเขินไร้ที่มา ก่อนจะยิ้มสดใสให้อีกที…ถามอย่างมีมารยาทต่อ “แล้ว…เอ่อ…เพื่อนคุณล่ะคะ? เขาชื่ออะไรเหรอ?”

              

 

 

 

 

คิ้วเข้มๆ ของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันใหม่…นึกได้ว่าตนยังมีบัญชีต้องสะสางกับเจ้าเพื่อนจอมยุ่ง เสียงจึงห้วนๆ เพราะความหงุดหงิดเดิม “หมอนั่นไม่ได้ทำงานที่นี่หรอก…”

              

 

 

 

 

“ดวาลิน” เสียงทุ้มใหญ่ลอยมาแทรกตัดประโยคของชายหนุ่มเจ้าของร้าน…มันคร้านๆ แต่ชัดเจนและถูกจังหวะจนน่าเตะชะมัด “ผมชื่อดวาลิน…ยินดีที่ได้รู้จักนะมิสแบ็กกินส์”

              

 

 

 

 

“อ๋อ…ค่ะ…” บิลโบขยับยิ้มได้แม้จะประหลาดใจจนอึ้งเล็กๆ อยู่ “เช่นกันค่ะ…เอ่อ…มิสเตอร์ดวาลิน”

 

 

 

 

 

ร่างเล็กออกเดินไปจากร้านเมื่อหยิบถุงกระดาษมาถือไว้และกล่าวลาพวกเขาเรียบร้อย…พอหญิงสาวผู้มีกล่องไวโอลินสะพายอยู่บนไหล่หายไปจากสายตาแล้ว ดวาลินก็หัวเราะในลำคอออกมาอย่างสนุกสะใจทันที…เอื้อมมือไปตบหลังเพื่อนดังป้าบๆ

              

 

 

 

 

“เป็นไงล่ะ? เขาก็ไม่ได้เมินแกนี่หว่า…ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมล่ะ” แซวจบ เสียงใหญ่ๆ นั้นก็แกล้งพูดอย่างสำรวมพร้อมศัพท์แสงเป็นทางการ “หลังจากแถมโดนัทให้เขาจนแทบล้มละลาย…ในที่สุดคุณก็ได้ทราบชื่อของเขาแล้ว เปิดแชมเปญฉลองสักขวดดีไหมมิสเตอร์โอเคนชีลด์?”

              

 

 

 

 

ธอรินสะบัดไหล่หนี ขมวดคิ้วใส่ “วันหลังอย่าทำตัวเฮงซวยแบบนี้อีกนะ…ไอ้เวรเอ๊ย….”

              

 

 

 

 

“เฮงซวย?” ดวาลินทวนคำ แทรกกลางประโยคอย่างไม่กลัวอีกฝ่ายโมโห “ถ้าไม่มีฉัน…แกก็ได้แต่นั่งตรงมุมห้องนั่นไปตลอดชาติแล้วล่ะไอ้งี่เง่าเอ๊ย!”

              

 

 

 

 

ว่าจบ หนุ่มหุ่นหมียักษ์ก็หัวเราะฮ่าๆ สำทับเพราะรู้ว่าเพื่อนเถียงตัวเองไม่ได้…แซวธอรินทิ้งท้ายว่าอย่าบ้าไม่ยอมล้างมือก่อนจะเดินลอยชายเข้าไปที่ด้านหลังครัว ทิ้งให้ชายหนุ่มเจ้าของร้านได้มีเวลาย้อนคิดเรื่องราวทั้งหมดอย่างเงียบๆ เสียที…ทุกภาพดำเนินไปช้ากว่าจริงตอนมาย้อนมองแบบนี้ แต่อย่างไรก็ตาม…ภาพที่ทิ้งสัมผัสอบอุ่นไว้ในความทรงจำเนิ่นนานที่สุดก็คงเป็นตอนที่สาวน้อยแย้มยิ้ม เธอดูสุภาพมั่นใจ…หากในดวงตากลับมีประกายเขินอายลึกๆ ซ่อนอยู่ตอนที่เสียงใสๆ นั้นเอ่ยคำ ประโยคเรียบง่ายที่เขาอยากรู้มาตลอด

           

 

 

 

 

“ฉันบิลโบนะคะ…บิลโบ แบ็กกินส์”     

              

 

 

 

 

และถ้ามีกระจกอยู่ตรงหน้าตอนนั้น…ธอริน โอเคนชีลด์ก็คงได้ไปเห็นแล้วว่ารอยยิ้มโง่ๆ ของตัวเองที่เพื่อนเคยบอกไว้นั้นเป็นยังไง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

****************************************

 

note:

 

บอสตันครีม (Boston Cream) คือโดนัทกลมๆ ที่มีไส้เป็นวานิลลาคัสตาร์ด แล้วราดด้านบนด้านครีมช็อคโกแล็ตค่ะ

ในเรื่องก็คือเปลี่ยนครีมช็อคโกแล็ตเป็นครีมชาเขียวแทนค่ะ

 

 

– โดนัทที่พูดถึงในเรื่อง มีทั้งที่มีจริงและมโนเอานะคะ ไว้ตอนจบแล้วจะรวบรวมอีกทีว่ามีอะไรบ้าง

 

 

– ที่ธอรินบอกบิลโบว่าดวาลินไม่ได้ที่งานร้านโดนัทนี่่กันท่าและพูดจริงนะคะ ดวาลินแค่มาช่วยบ้างค่ะ แต่งานหลักไม่ใช่ที่ร้านโดนัทนะ >_<

 

 

 

เอาล่ะ…หมดละ UvU

 

 

 

กว่าจะลงได้……./ปาดเหงื่อ

 

 

 

 

หลังจากที่ลงตอนแรกไป…ทุกคนทำทิพย์อึ้งมากค่ะ คือพอมาเปิดบล็อกอีกทีนี่อยากเอาหัวฟาดผนังเพราะนึกว่าฝันไป ทุกคนน่ารักมาก…ไม่คิดเลยว่าฟิคพล็อตง่าวๆนี่จะมีคนสนใจขนาดนี้ โอยยยยย ขอบคุณมากนะคะ TwT ทุกคนเป็นกำลังใจให้ทิพย์มากเลยค่ะแงงงงง /น้ำตาไหล

 

 

 

โอย….คิดอะไรไม่ออกอ่ะ อยากพูดแค่ขอบคุณๆๆๆๆๆ…มันซ้ำๆแต่คิดออกแค่นี้จริงๆค่ะแงงงงงงงงง

 

 

 

ก่อนอื่น…นี่คือชุดทั้งหมดของสาวโบ้ค่ะ สีอาจเปลี่ยนบ้าง แต่โดยรวมแล้วประมาณนี้ ซีนไหนชุดไหนลองดูนะคะ อิอิอิอิ

 

 

 

 

แล้ววววว มิวกับน้องมี่วาดรูปมาให้ล่ะค่ะ! โอยยยย จะบ้าตาย โคตรน่ารักอ่ะค่ะแงงงงงงงงง

 

 

 

นี่จากมิว @caogonly ค่ะ

 

 

 

 

 

แล้วนี่ สาวโดนัทจากน้องมี่ @himawary ค่ะ

ดูใหญ่ๆในเพจน้องเขาได้เลยนะคะ–> นี่เลย

 

 

 

 

เรื่องนี้คิดพล็อตไวมากเพราะมันไม่มีอะไรเลย ;W; หวังว่าจะไม่เบื่อกับพล็อตโหลๆไม่มีอะไรมากนะคะ….orz แล้วก็ขอบคุณเม่ย @blackwave ด้วยที่คอยส่งรูปมาไซโคทั้งในเฟซและไลน์ 55555 รอนางพยาบาลนะจ๊ะ /บีบบ่าเจ้า

 

 

 

รักคนอ่านมากค่ะ และช่วยสาดกุหลาบในคอมเมนต์ทีนะคะ ไอว้อนท์อิทโซแบดแฮ่กๆๆๆ /หยิบกินทีละดอก

 

 

 

ทิพย์เองค่ะ

 

 

 

ป.ล. มิววาดมาไซโคเมื่อคืน ครบทุกเรื่องเลยทีเดียว…เป็นฮาเร็มมาเจสติกเลยฟฟฟฟ

 

 

 

 คิดว่าจะไซโคเราได้ง่ายๆใช่ไหม?? เพราะเธอทำสำเร็จแล้วล่ะ…..O<–<

Advertisements

One response to “[The Hobbit Fic][ThorinBilbo] With Love and Free Doughnuts (2)

  1. แง้ เพิ่งเปิดมาเจอ ฟิคน่ารักมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วเหมือนได้กลิ่นหวานๆ ตัดกับชาอุ่นๆละมุนๆ ที่บรรยากาศดีๆ

    อ่านแล้วเขิน เขินมากกกกกกกกกก ฮือ
    คำนับท่านดวาลิน ไม่งั้นร้านทั่นธอรินได้ล้มละลายก่อนแน่ๆ

    แล้วดู ทำไมให้สาวถามชื่อก่อน ! โธ่ 5555

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s