[X-Men Fic][ErikCharles] sometimes I miss you the way someone drowning remembers the air

 
 
sometimes I miss you the way someone drowning remembers the air
XMFC + DOFP Fanfiction by Tippuri~ii*
 
 
 
 

 
Pairing: Erik Lehnsherr x Charles Xavier

 
 
 
 
 
* แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบังเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ * 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 
 
 
 

 

 

ในห้องนั้นมีเพียงเสียงน้ำ

               

 

 

 

 

เสื้อผ้าเสียดสีแผ่วเบาเมื่อชาร์ลส์ เซเวียร์ปลดเปลื้องมันออกจากร่างจนหมดสิ้น…ตำแหน่งของเข็มนาฬิกาครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นก่อนจะปิดกั้นโลกทั้งใบให้อยู่หลังประตูบอกให้รู้ว่าฤทธิ์ยากำลังจะหมดลงแล้ว ชายหนุ่มก้าวข้ามกองเสื้อผ้าที่โดนทิ้งไว้บนพื้น…ไม่ใส่ใจจะพับพวกมันขึ้น มือวางหลอดเข็มฉีดยาที่ตอนนี้เป็นทางเดียวที่เยียวยาความแตกร้าวของหัวใจได้ลงบนพื้นข้างอ่างกระเบื้อง…ก่อนที่ร่างสีขาวสะอ้านนั้นจะค่อยๆ ก้าวลงไปจนทั้งตัวถูกโอบไว้ในอ้อมกอดคับแคบหากอุ่นสบายของห้วงน้ำนั้น

               

 

 

 

 

ปลายปอยผมจมลงและเปียกชื้นช้าๆ เมื่อชาร์ลส์แหงนเงยหน้าขึ้น…พิงศีรษะไว้กับขอบอ่าง ความคุ้นเคยของสรรพสิ่งที่รอบล้อมตัวนั้นเป็นเรื่องที่เขายังไม่อาจทำใจให้ชินได้…เพราะถึงทุกอย่างจะคงเดิม ชายหนุ่มก็รู้ดีว่ามีอะไรที่หายไป…สิ่งสิ่งเดียว – คนคนเดียว – ที่ทิ้งความว่างเปล่ามหาศาลไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งในคฤหาสน์…ชีวิต…และหัวใจของเขา

               

 

 

 

 

ดวงตาสีน้ำเงินหลับแน่นเมื่อคิดถึงตรงนี้…ไม่ได้แม้แต่จะสูดลมหายใจเตรียมไว้ตอนที่ขยับร่างลงให้จมมิดลงในน้ำ กริยาที่ตามมาคือการโผนกลับขึ้นไปสู่อากาศด้านบนและความแสบร้อนในโพรงจมูก…การกระทำนี้เหมือนการดึงดันทุบกระจกให้แตกลงจนหมดเสียก่อนที่จะใจอ่อนกลับไปหาทางซ่อมแซมส่วนที่แค่บิ่นร้าว เพราะเหมือนหัวใจของเขาจะไม่จำสักที…ไม่มีกระจกใดจะสมานคืนได้แม้จะวาดหวังสักเพียงไหนก็ตาม

               

 

 

 

 

ชาร์ลส์สูดลมหายใจพร้อมกลืนก้อนแข็งๆ ที่ก่อตัวในความรู้สึกลงไป…ในห้องตอนนี้เหลือเพียงเสียงน้ำที่หยดรินจากปลายเส้นผมของเขา ชัดเจนในความเงียบอันดังกังวาน…ชายหนุ่มค่อยๆ พิงศีรษะและแผ่นหลังเข้ากับขอบอ่างอีกครั้ง ทิ้งตัวให้เหลือเพียงวงหน้าของตนเท่านั้นที่ไม่จมอยู่ใต้น้ำ แขนยื่นเหยียดตรง…มองรอยน้ำที่แยกยาวตามการขยับของปลายนิ้ว ความอบอุ่นที่เคลียบนผิวมือ…หากจางหายไปเรื่อยๆ จากร่างกายท่อนล่างของตน

 

 

 

 

 

อีกสิ่งที่ยืนยันถึงฤทธิ์ยาที่หมดลงคือสรรพเสียงมากมายที่เริ่มดังเข้ามาในหัว…ความคิดของผู้คนมากหน้าหลายตา…พลังที่ชาร์ลส์ไม่ต้องการอีกแล้วเพราะมันรังแต่จะทำให้เขาคิดถึงวันวาน…ชายหนุ่มจึงหลับตาลง กดทุกเสียงลงจนเหลือเพียงความเงียบ แต่ก็ขอบคุณที่พลังของตนกลับมาในนาทีนี้…ปลายนิ้วแตะลงข้างขมับ ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาพบกับสีขาวที่โอบล้อม ไม่มีห้องหรือข้าวของชิ้นใดให้คิดถึงอดีต ไม่มีสิ่งใดที่จะนำเขากลับไปโหยหาคนคนเดิม มีเพียงสีขาวที่เวิ้งว้าง…การหลอกตัวเองอันแสนสั้นที่ช่วยให้เขาหนีความจริงได้สักเพียงนิด

 

 

 

 

 

เสียงถอนหายใจฟังดูดังก้องในความเงียบสีสะอาดนี้…ห้วงน้ำกระเพื่อมแผ่วๆ เมื่อชาร์ลส์ขยับแผ่นหลังให้พิงได้สบายขึ้น ท่อนแขนพาดตามแนวยาวของขอบอ่าง…คิดอย่างเอื่อยเฉื่อยว่าเมื่อไหร่ดีที่ตนจะเอื้อมมือลงไปหยิบเข็มฉีดยาจากบนพื้นขึ้นมา ก่อนที่ความเงียบจะถูกกระชากลงด้วยเสียงน้ำที่กระเซ็นซ่านจากการขยับปุบปับ…ความตระหนกของชาร์ลส์ที่ก่อตัวจากภาพที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงอีกด้าน

 

 

 

 

 

“…นาย”

 

 

 

 

 

เขาไม่แม้แต่จะสามารถเอ่ยชื่ออีกฝ่าย…เพราะไม่รู้อีกแล้วว่าตนควรเรียกเจ้าตัวว่าอะไร แต่ถ้าชาร์ลส์จะมีสิทธิ์เลือก…เขาคงจะบอกว่าร่างที่ยืนห่างออกไปและมองสบตาตรงมานั้นคืออีริค เลนเชอร์ ไม่ใช่แม็กนีโต้ แม้ว่าชายที่อยู่เบื้องหน้าเขาตอนนี้จะไม่เหมือนกับอีริคที่เขาเห็นครั้งสุดท้ายสักเท่าไหร่ก็ตาม…เรือนผมสีน้ำตาลนั้นยาวขึ้น ยุ่งเหยิงนิดๆ ผิดกับวันวาน และอีริคที่ชาร์ลส์จำได้ก็มักจะสวมเสื้อสีเข้มเสมอ…ไม่ใช่เชิ้ตสีฟ้าอ่อนเช่นนี้

 

 

 

 

 

แต่ไม่ว่าจะอยู่ในรูปลักษณ์แบบใด…สิ่งเดียวที่ชาร์ลส์สงสัยตอนนี้ก็มีเพียงคำถามเดียว

 

 

 

 

 

“นายมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง??”

 

 

 

 

 

หากคำตอบที่ร่างสูงโปร่งนั่นมีให้นั้นก็เป็นแค่ความเงียบและการก้าวย่างเข้ามาหา…เสียงฝีเท้าแผ่วเบาสม่ำเสมอ มันเงียบหายเมื่ออีกฝ่ายนั่งลงบนพื้นที่ที่ยกขึ้นมาจนเสมอขอบอ่าง ซึ่งตอนนี้เองที่ชาร์ลส์เพิ่งตระหนักได้…สีขาวที่โอบล้อมพวกเขาหายไปแล้ว ภาพห้องอาบน้ำที่คุ้นตากลับมาอีกครั้ง…เพียงแต่คราวนี้ ความว่างเปล่าของมันดูจะลดลงจนแทบไม่รู้สึก

 

 

 

 

 

ไม่…นี่ไม่มีทางใช่ความจริง…แต่นี่ก็ไม่ใช่ภาพจากพลังของเขา…แล้ว…แล้วนี่มันอะไรกัน…

 

 

 

 

 

ความสงสัยปะปนด้วยความตระหนก…พลังที่พยายามเฝ้าลืมกลายเป็นสิ่งที่เขาจำไม่ได้อีกแล้วว่าจะควบคุมมันอย่างไร และในเมื่อไม่อาจขยับลุกได้…ชาร์ลส์จึงได้แต่พูดประโยคเดิมซ้ำ

 

 

 

 

 

“นาย…” สูดลมหายใจลึก…จ้องตรงในดวงตาสีเทาคู่นั้น “…นายมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง??”

 

 

 

 

 

อีริคแค่ส่ายหน้าช้าๆ…ราวกับจะบอกว่าอย่าถามเลย ชาร์ลส์จึงเอี้ยวตัวกลับไป…หันหลังให้สิ่งที่ตนก็ไม่รู้ว่าคือภาพลวงตาหรือไม่ ปลายสายตามองเห็นท่อนแขนแข็งแรงนั้นเอื้อมผ่านไป…แล้วนาทีถัดมา สัมผัสของมือที่แสนคุ้นเคยก็ไล้ลงมาบนเรือนผมที่เปียกชุ่มของเขา…จังหวะการขยับซ้ำซากวนเวียน หากก็แผ่วเบาเนิบช้า…ชาร์ลส์ไม่ได้เอ่ยถาม เพราะฟองสบู่สีขาวที่ปนมากับหยดน้ำที่หยาดรินผ่านปลายปอยผมลงมาบอกให้รู้แล้วโดยไม่ต้องอธิบาย

 

 

 

 

 

นาทีล่วงเลย และโดยสัญชาตญาณ…ชายหนุ่มค่อยๆ เอนศีรษะเข้าไปหาสัมผัสนั้น รู้สึกว่าตัวเองช่างเหมือนเด็กที่โดนตามใจเสียจริง…และก็รู้ดีว่าตนไม่ควรสบายใจถึงเพียงนี้ที่ได้อยู่ใกล้ชิดศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของตัวเอง นั่นจึงทำให้เสียงนุ่มนวลเอ่ยขึ้น…เลื่อนลอยแผ่วเบา

 

 

 

 

 

“รู้ไหม…” เสียงน้ำหยดหยาด…จ่อมจมและทิ้งวงคลื่นไว้ชั่ววินาที “สัตว์ทุกชนิดน่ะ…ไม่ยอมให้พวกเดียวกันที่ตัวเองไม่ไว้ใจแตะต้องตัวหรอกนะ”

 

 

 

 

 

สัมผัสของมือละจากไป…เพราะร่างสูงโปร่งนั้นลุกขึ้น ก้าวไปปลดที่กั้นน้ำออกแล้วหยิบฝักบัวมาถือ…ชาร์ลส์หลับตาตอนที่น้ำเย็นๆ จากฝักบัวพร่างพรมลงมา รู้สึกได้ถึงมือใหญ่อีกข้างที่ว่างอยู่ของอีกฝ่ายคอยเฝ้าเกลี่ยเส้นผมที่ขยับมาปรกตาหรือบางทีก็ปาดฟองออกให้พ้นไป…ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดบอกให้รู้ อีริคคุกเข่าอยู่บนพื้นด้านข้างอ่างอาบน้ำนี้

 

 

 

 

 

เขาลืมตาเมื่อสายน้ำที่รินรดหยุดลง ทันเวลากับที่ปลายนิ้วนั้นจะเกลี่ยไล้บนผิวแก้มเป็นครั้งสุดท้าย…ดวงตาสีเทาคู่นั้นมองสบกับเขานั้นมีแววหยอกเย้าปนอยู่ สายตาของอีริค เลนเชอร์ที่ชาร์ลส์รู้จัก…สายตาของผู้ชายที่เคย – และยังคง – เป็นโลกทั้งใบของเขาอยู่จนนาทีนี้

 

 

 

 

 

“นั่นน่ะ…” เสียงทุ้มนั่นเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรกในการเผชิญหน้ากันครั้งนี้…ปนกระแสหัวเราะจางๆ จนทำให้ชาร์ลส์เผลอสงสัยไปวูบหนึ่งว่าหรือแท้จริงแล้วความร้าวฉานที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นแค่ฝันลวงตาในยามบ่ายของสักวันหรือเปล่า “เป็นสิ่งที่นายคิดจะเตือนตัวเอง…หรือจะบอกฉันกันเหรอ…ชาร์ลส์?”

 

 

 

 

 

ชื่อของตนที่ถูกเปล่งด้วยเสียงนี้ทำให้ดวงตาสีน้ำเงินต้องหลับลง…เพราะการคิดถึงมันซ้ำๆ ในความทรงจำไม่อาจเทียบได้กับการได้ยินจริงๆ เช่นนี้เลยสักนิด ชายหนุ่มผมดำจึงปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปกับความอ่อนหวานนี้…ไม่ผลักไสหรือปฏิเสธอะไรตอนที่ผ้าขนหนูหนานุ่มถูกห่มให้รอบตัวแล้วท่อนแขนแข็งแรงนั้นขยับมาโอบร่างเขาขึ้น เพราะถ้านี่เป็นความฝัน…ชาร์ลส์ก็นึกหวังให้ตัวเองหลับสนิทต่อไปอีกสักนิด

 

 

 

 

 

หากสุดท้าย…แสงสีขาวที่ทิ่มแทงผ่านเปลือกตาที่ปิดสนิทก็ทำให้ชายหนุ่มต้องลืมตาขึ้นในที่สุด ความโล่งใจแล่นปราดทันทีที่พบว่าตัวเองยังคงเห็นอีริคอยู่…ความโล่งใจที่ทำให้ชาร์ลส์รู้สึกเกลียดตัวเอง

 

 

 

 

 

“ชาร์ลส์…” เสียงทุ้มนั้นเหมือนยาพิษ…อ่อนหวานหากทำร้ายได้ลึกล้ำ ร่างสูงโปร่งตอนนี้ยืนค้ำศีรษะเขาที่นั่งอยู่…ทั้งสองกำลังหันหน้าไปทางอ่างล้างมือทั้งคู่ ดวงตาสบประสานผ่านกระจก…มือข้างหนึ่งของอีริคเท้าขอบอ่างสีขาวไว้ อีกข้างแตะเชยอยู่บนปลายผมปอยหนึ่งของเขา “ตัดผมเถอะ…ได้ไหม?”

 

 

 

 

 

ความรู้สึกเกลียดตัวเองซ่านขึ้นอีกระลอก…ชาร์ลส์เกลียดตัวเองที่ยังคงโหยหาและต้องการมือคู่นี้อยู่เสมอแม้ว่ามันจะทำร้ายและฉีกกระชากหัวใจของเขาไปมากมายสักเพียงไหนก็ตาม ดวงตาสีน้ำเงินได้แต่มองประสานกับดวงตาสีเทาผ่านกระจก…ไม่มีคำตอบใดถูกเอื้อนเอ่ย แต่คนถามก็เข้าใจ…มือละไปเพื่อหยิบจับของบนชั้นวางเล็กๆ ข้างกระจก กริยาคุ้นเคยอย่างคนที่รู้ดีว่าสิ่งใดถูกจัดไว้ตรงไหน

 

 

 

 

 

เสียงกรรไกรที่ขยับทีละนิดไปเรื่อยๆ เป็นสิ่งเดียวที่กั้นกลางระหว่างพวกเขา ภาพที่ชาร์ลส์ได้เห็นผ่านกระจกเป็นสิ่งที่คนทั่วไปคงประหลาดใจ…อีริค เลนเชอร์ผู้ใช้เครื่องมือโลหะด้วยมืออย่างมนุษย์ธรรมดาแทนการบังคับมันด้วยพลัง การกระทำที่บอกให้ชาร์ลส์รู้ว่าตนยังคงเป็นคนที่อีกฝ่ายจะเอาใจใส่มากที่สุดเสมอ…และการตระหนักรู้นี้ก็ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดอย่างไม่อาจอธิบายได้

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำไม่ได้เอ่ยห้ามหรือแข็งขืนตอนที่อีกฝ่ายค่อยๆ หมุนม้านั่งที่เขานั่งอยู่…ตอนนี้ทั้งสองหันข้างให้กระจกและมองตรงไปที่กันและกัน มีดเงินคมกริบในแสงไฟ…แต่ชาร์ลส์ไม่แม้แต่จะกังวลถึงอันตรายใด สัมผัสของมันที่ปาดลากตามแนวคางและผิวแก้มนั้นเย็นเฉียบหากนุ่มนวลไร้ที่ติ…สีเงินสะท้อนแสงเป็นครั้งสุดท้ายตอนที่อีริคเปิดน้ำจากอ่างล้างหน้าให้ชะลงบนใบมีด

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์ยังคงบอกไม่ได้ว่าตนรู้สึกอย่างไรแม้กระทั่งตอนที่อีริคอุ้มเขาเดินกลับเข้ามาในห้องส่วนตัว…ประสาทรับรู้และความคิดทั้งปวงดูจะตื้อชาไปหมดเสียแล้วในนาทีนี้ และลึกๆ ในใจ…ชาร์ลส์ไม่อยากรู้ว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขาอยากจะรู้แค่ว่าอีริคอยู่ตรงนี้…ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่ภาพฝันลมแล้งๆ หรือไม่ก็ตาม

 

 

 

 

 

สัมผัสของเสื้อผ้าที่ค่อยๆ ถูกสวมลงมาให้บนร่างกายทีละชิ้นให้ความรู้สึกไม่คุ้นเคยทั้งๆ ที่มันก็คือข้าวของส่วนตัวของเขาเอง…เชิ้ตขาว เสื้อกั๊กสีเทา คาดิแกนสีน้ำเงิน เครื่องแต่งกายที่ชาร์ลส์ เซเวียร์คนที่หัวใจไม่ได้แตกสลายเลือกสวมอยู่เสมอ…เสื้อผ้าของวันวานที่ทุกอย่างยังเปี่ยมไปด้วยความหวังและมือที่ยังเกี่ยวกุมของเขาและคนตรงหน้า

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มหันมองเล็กน้อย…เงาจากกระจกที่วางเยื้องไปคือภาพที่ควรเป็นแค่ความทรงจำ แต่แววตาหม่นเศร้าและความระโหยที่แทรกลึกในสีหน้าก็บอกให้รู้…นี่คือตัวเขาผู้ผ่านวันบนชายหาดวันนั้นมาแล้ว

 

 

 

 

 

“แล้ว…ก็…” เสียงทุ้มพูดเนิบๆ ตามจังหวะของปลายนิ้วที่จัดปกเสื้อให้เป็นครั้งสุดท้าย “สวัสดี…ชาร์ลส์ เซเวียร์”

 

 

 

 

 

เสียงทักล้อๆ นี้ไม่น่าตลกสักนิดสำหรับเจ้าของชื่อ…ดวงตาสีน้ำเงินตวัดเขม็งกลับมา ชะงักชั่ววินาทีเมื่อพบว่าอีริคตรงหน้าตนไม่ใช่ชายหนุ่มผมยุ่งนิดๆ ในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอีกแล้ว แต่เป็นอีริคผู้มีผมสั้นและสวมเสื้อคอเต่าสีดำอย่างที่เขานึกภาพเสมอเวลาคิดถึงเจ้าตัว

 

 

 

 

 

…อีริคแบบในช่วงเวลาที่เขาได้ตกหลุมรักอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

ภาพที่ได้เห็นทำให้นิ่งขึง…แต่นั่นก็เป็นแค่เสี้ยววินาที ความโกรธเกรี้ยวพลันก่อตัวในหัวใจ…ชาร์ลส์รู้สึกเหมือนอารมณ์ของตัวเองนั้นคล้ายหลอดไฟที่ร้อนระอุมานานจนจู่ๆ ก็ประทุประกายไฟระคนกับเส้นเชือกที่โดนขึงตึงจนขาดและดีดตวัดกลับมาฟาดทุกสิ่ง เสียงนุ่มนวลตอนนี้จึงกระด้างแข็งกร้าวตอนเอ่ยคำ

 

 

 

 

 

“เลิกเล่นตลกบ้าๆ แบบนี้สักทีเถอะอีริค” มือกำแนบบนตัก…หากสัมผัสของเล็บที่จิกลงมาก็ไม่เป็นที่รู้สึกเลยสักนิด อีกหลักฐานถึงความจริงที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา “ต่อให้นายจะทำให้ฉันดูเหมือนเดิมแค่ไหน…มันก็ไม่ได้ทำให้เราย้อนเวลาไปได้หรอกนะ”

 

 

 

 

 

รอยยิ้มหายไปจากวงหน้าคมคาย…ดวงตาสีเทาหรี่ลง น้ำเสียงอาจจะยังคงเรียบเฉย…แต่ชาร์ลส์คุ้นเคยกับแววตาแบบนี้ดี มันบอกให้เขารู้ถึงอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัวของอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

“คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงชาร์ลส์…ว่าเราย้อนเวลาไม่ได้?” เสียงทุ้มนั้นกร้าวขึ้นตอนย้อนถาม แต่ในประโยคหลัง…เขาฟังออกว่าคนพูดพยายามดึงมันให้อ่อนลง “อดีตเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่นายยังมีอนาคตอยู่…และนายปล่อยให้มันเป็นแบบตอนนี้ไม่ได้”

 

 

 

 

 

“นั่นเลยทำให้นายมาเตือนสติฉันด้วยการเล่นแต่งตัวตุ๊กตาแบบนี้หรือไง??” ชาร์ลส์ตวัดเสียงกลับอย่างเสียดสี ผลักไหล่คนที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าตน…หวังให้โทสะมีมากพอจะกำบังความแตกร้าวที่กรีดลึกอีกครั้งในหัวใจตอนนี้ “อย่าพูดเหมือนว่ามันเป็นความผิดของฉันหน่อยเลยที่เลือกทำแบบนี้…”

 

 

 

 

 

ดวงตาสีเทาเย็นเยียบราวแผ่นน้ำแข็ง ร่างโปร่งหยัดยืนตัวตรง…กล่าวเสียงเรียบ “ไม่ใช่ฉันที่ทำให้นายคิดเลือกจะใช้ยานั่น…ชาร์ลส์”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะบิดเบี้ยวในความเงียบระหว่างกัน

 

 

 

 

 

“ไม่ใช่นายงั้นเหรอ?” ดวงตาสีน้ำเงินมีทั้งแววชิงชังและขมขื่น “นายอาจไม่ใช่คนที่ฉีดยานั่นเข้าในตัวฉันอีริค…แต่อย่าคิดว่านายไม่ได้ทำอะไร…อย่าได้กล้าเข้าข้างตัวเองแบบนั้น…”

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์เม้มริมฝีปาก…สูดลมหายใจเพื่อคุมสติ ส่ายหน้าช้าๆ ด้วยสายตาอันเหยียดหยัน…มีให้ทั้งตัวเองและความยโสของอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

“นายเลือกที่จะไป…อีริค” ถ้อยคำเนิบช้า เจ็บปวดและกรีดแทง “นายเป็นคนเลือกทางนั้น…ทางที่บังคับให้ฉันต้องเป็นโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์…”

 

 

 

 

 

…ทางที่ทำให้ฉันไม่สามารถเป็นแค่ชาร์ลส์ที่รักนายได้

 

 

 

 

 

ความเงียบทิ้งตัว มีเพียงเสียงหอบหายใจของเขากับเปลวไฟคุกรุ่นในดวงตาสีเทา…โทสะที่ระคนด้วยความเจ็บปวด และหัวใจของชายหนุ่มผมดำก็เจ็บร้าวไปกับอีกฝ่ายอยู่ดีแม้ว่าจะไม่ต้องการเลย…สิ่งที่ทำให้ชาร์ลส์ตระหนักถึงความเกลียดตัวเองแบบเดิมๆ อีกครั้ง

 

 

 

 

 

“วันที่ฉันเลือกที่จะเป็นแม็กนีโต้…” อีริคพูดขึ้นในที่สุด “นายก็มีโอกาสจะรั้งฉันไว้…ชาร์ลส์ แต่นายไม่ได้ทำ”

 

 

 

 

 

“โอกาส?” ชาร์ลส์ทวนคำ หัวเราะแค่นๆ เพราะในตอนนี้…น้ำตามากมายเพียงใดก็ไม่เหลืออีกแล้วในหัวใจ “นายไม่รู้จริงๆ เหรอ…ว่านั่นเป็นอย่างแรกที่หลุดมือฉันไปตั้งแต่นาทีที่นายใส่หมวกใบนั้นแล้ว?”

 

 

 

 

 

แววตาของอีริคไม่แม้แต่จะระริกตอนฟังประโยคนี้

 

 

 

 

 

“ฉันกับนายรู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้วชาร์ลส์…ว่านายจะไม่มีวันบังคับฉันด้วยพลังของนาย” เสียงนั้นเรียบนิ่ง…หากความเจ็บปวดก็ปะปนขึ้นมาราวกับเจ้าตัวไม่อยากปิดกั้นในประโยคหลัง “และวันนั้น…นายก็ไม่ได้บอกให้ฉันอย่าไป นายแค่ปฏิเสธที่จะไปกับฉัน…ชาร์ลส์…แต่นายไม่ได้ห้ามฉันไว้”

 

 

 

 

 

ข้อเท็จจริงนี้กดทับบาดแผลในหัวใจของเขา…บาดแผลที่ชาร์ลส์เฝ้าซุกซ่อนและหลอกตัวเองว่าไม่มีอยู่ เพราะคำถามนี้หลอกหลอนนัก…คำถามที่ว่าอีริคจะยอมเปลี่ยนใจไม่จากไปไหมถ้าวันนั้นเขาได้พูดออกไปว่าตนก็ต้องการเจ้าตัวให้อยู่เคียงข้างและขอร้องอย่างเห็นแก่ตัวให้อีกฝ่ายช่วยฝืนใจเลือกอุดมการณ์ที่ตัวเองไม่ได้เชื่อแทน คำพูดที่ไม่ได้เอ่ยออกไปนี้จุดให้คิดจินตนาการไปถึงคำตอบที่ไม่มีวันจะได้รับ…และโอกาสที่ชาร์ลส์พลาดไปก็ทรมานเขาซ้ำๆ เหมือนความทรงจำในนาทีสุดท้ายของคนที่กำลังจมน้ำ

 

 

 

 

 

 

เขาได้แต่บอกตัวเองว่าอย่างไรอีริคก็จะปฏิเสธ…เพราะเขาทนไม่ได้ที่จะคิดว่าอีริคอาจเอ่ยตกลง…

 

 

 

 

 

ความเงียบระหว่างพวกเขาตอนนี้หนักหน่วงนัก…และแค่เพียงมองหน้าอีกฝ่าย ชาร์ลส์ก็รู้ได้ว่าอีริคเองก็กำลังสงสัยในสิ่งที่คล้ายคลึงกัน…ดวงตาสีเทานั้นเจ็บปวดพร้อมเต็มไปด้วยคำถาม

 

 

 

 

 

พวกเราตัดสินใจปล่อยมือจากกันและกันง่ายไปหรือเปล่า…?

 

 

 

 

 

“นายบอกฉันว่าฉันยังมีอนาคตอยู่…” ชาร์ลส์ตัดสินใจทำลายความเงียบลง หลบเลี่ยงการสบสายตากับอีกฝ่าย “แต่นี่…” มือโบกคร่าวๆ ไปตามเสื้อผ้าและเส้นผมที่ถูกตัดสั้น “…เป็นสิ่งที่ฉันคงไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้แล้ว”

 

 

 

 

 

ลมหายใจถูกผ่อนออกมา…เนิบช้า น้ำเสียงกลับเยาะหยัน…เสียดสีทั้งๆ ที่หัวใจไม่ได้เจ็บน้อยไปกว่ากันเลย

 

 

 

 

 

“นายน่าจะดีใจนะ ไม่ใช่สิ่งที่นายต้องการหรือไง…ฉันที่ยอมแพ้และแตกสลายน่ะ?”

 

 

 

 

 

ดวงตาสีเทากร้าวขึ้นกับประโยคนี้ ถ้อยคำเย็นชา…หากหนักแน่นและเชื่อมั่น

 

 

 

 

 

“นายแค่เจ็บปวด…ชาร์ลส์” น้ำเสียงเรียบนิ่ง ราวกับตนกำลังแค่แก้คำพูดอันผิดพลาดด้วยข้อเท็จจริงที่ใครๆ ก็รู้ “…แต่นายไม่เคยยอมแพ้และแตกสลาย”

               

 

 

 

 

ความมั่นใจอันยโสนี้ทำให้โทสะในใจของคนฟังซ่านขึ้นอีกครั้ง…ชาร์ลส์จึงตวัดเสียงสวนกลับไปอีกครั้ง

               

 

 

 

 

“นายจะมารู้ได้ยังไงล่ะ—”

               

 

 

 

 

 

ประโยคถูกสัมผัสหยุดให้เงียบหาย…เพราะร่างโปร่งนั้นโน้มตัวลงมา สองมือกึ่งประคองกึ่งรั้ง…บังคับให้เขาแหงนเงยขึ้นรับจูบอันไม่นุ่มนวลและไร้คำบอกกล่าวนี้ มันเป็นสัมผัสที่บอกให้รู้ว่าอารมณ์ของอีกฝ่ายเองก็ไม่ได้สงบมากไปกว่าตัวเขาเลยหากสิ่งอื่นที่จูบนี้บ่งบอกและชาร์ลส์สนใจจะรับรู้จริงๆ ก็คือความรู้สึกของอีริค…ความอ่อนโยนและปลอบประโลมที่แฝงมาอย่างแผ่วจางนั้นเป็นเหมือนคำพูดอันไร้เสียง บอกเขาว่าอีกฝ่ายเองก็เจ็บปวดด้วยบาดแผลแบบเดียวกับที่ใจเขาเผชิญ…นั่นเองจึงทำให้เจ้าตัวรู้ได้ชัดเจนว่าพวกเขาจะผ่านพ้นมันไปได้หรือไม่

               

 

 

 

 

 

ริมฝีปากของพวกเขาผละออก…ทั้งคู่หอบหายใจ แต่ไม่ใช่อีริคแล้วที่เริ่มต้นจูบที่สอง…สัมผัสที่ได้รับตอนนี้ดูเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อนานแสนนานในความรู้สึกของชาร์ลส์จนเขาลืมไปแล้วว่าตนโหยหาและต้องการมันเพียงใด ราวกับช่วงเวลาหลังจากวันบนชายหาดจนตอนนี้นั้นเป็นจำนวนนาทีสั้นๆ ที่ชายหนุ่มกำลังจมน้ำ…และจูบนี้เป็นเสี้ยวอากาศที่เขาได้มีโอกาสจดจำก่อนที่มันจะหมดลง

               

 

 

 

 

ไม่…ไม่…เขาไม่ต้องการ…ไม่ต้องการจะรับรู้…ไม่ต้องการจะจดจำ…เขาไม่ต้องการจะมีความหวังและมองมันถูกทำลายไปอีกแล้ว… 

           

 

 

 

 

เสียงกรีดร้องที่เตือนตัวเองขึ้นมานี้ทำให้มือของเขาที่โอบรอบคอของอีริคเปลี่ยนเป็นผลักไส…ชาร์ลส์หลับตาแน่น ปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าและเบือนหน้าหนีทุกเสียงเรียกของอีกฝ่ายที่ร้องเรียกชื่อเขา…เว้าวอนและโกรธเกรี้ยว ทุกสิ่งทุกอย่างซัดกระหน่ำผ่านร่างเขาไปราวคลื่นยักษ์…บ้าคลั่งสับสน รวดเร็วและไม่เหลือสิ่งใดทิ้งไว้

               

 

 

 

 

แล้วเมื่อชาร์ลส์ลืมตาอีกครั้ง…เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในอ่างอาบน้ำเช่นเดิม ร่างกายเปลือยเปล่าซีดขาวและเส้นผมหมาดชื้นจากอากาศ

               

 

 

 

 

มือป่ายปะ…จากขอบอ่างลงไปแตะพื้นกระเบื้อง ก่อนที่สัมผัสของแก้วเย็นเฉียบของหลอดยาที่แตะบนปลายนิ้วอันสั่นระริกของเขา…ชาร์ลส์ลืมไปแล้วว่ามันวางอยู่ตรงนี้ สีเหลืองที่เต็มหลอดและขาที่ไม่อาจขยับได้อธิบายให้เขารู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

           

 

 

 

 

…มันไม่ใช่ภาพลวงตา…เขาเจออีริคจริงๆ ในห้วงพลังอันไม่คงที่ของตัวเอง

           

 

 

 

 

มือกำหลอดยาแน่นขึ้น ลมหายใจหอบระริก…แฮงค์เตือนเขาเสมอว่าระดับยาที่เลือกใช้นั้นมากเกินไป แต่ชาร์ลส์ยินดีที่จะให้ตัวเองรับยาเกินขนาดแล้วสูญเสียพลังมากกว่าจะเลือกความปลอดภัยอันพอดี เพราะชายหนุ่มรู้ดี…อีริคในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดในการปิดกั้นความคิดของเจ้าตัว และความคิดที่เฝ้าคะนึงหาเขาก็เป็นดั่งเสียงเรียกเสียงเดียวที่ชาร์ลส์จะตอบรับเสมอ…ไม่ว่าหัวใจจะต้องการหรือไม่ก็ตาม

           

 

 

 

 

เพราะสุดท้ายของสุดท้าย…คนคนนี้ก็เป็นคนคนเดียวที่เขาจะโหยหาอยู่เสมอ…

               

 

 

 

 

ชาร์ลส์เม้มริมฝีปาก…ความเกลียดตัวเองอันคุ้นชินที่ซ่านขึ้นมาอีกในวินาทีนี้ทิ้งรสขมไว้มากกว่าทุกที อาจเป็นเพราะมันประกอบเพิ่มเติมมาด้วยคำถามที่เขาพยายามซุกซ่อนและได้รับรู้แล้วว่าอีริคเองก็อยากได้คำตอบเช่นกัน

 

 

 

 

 

พวกเราตัดสินใจปล่อยมือจากกันและกันง่ายไปหรือเปล่า…?

               

 

 

 

 

“ไม่…เงียบไปซะ…” ชายหนุ่มผมดำกระซิบ…ไม่อาจบอกได้ว่าพูดกับตัวเองหรือแววตาตัดพ้อในดวงตาสีเทานั่น “มันสายไปแล้วที่จะถามคำถามนี้…มันเป็นอดีตไปแล้ว…”

               

 

 

 

 

…และคำถามของอนาคตก็ไม่ใช่ว่าพวกเราปล่อยมือง่ายไปไหม…แต่เป็นคำถามว่าทำอย่างไรถึงจะลืมความเสียใจจากการตัดสินใจครั้งนั้นต่างหาก 

           

 

 

 

 

ปลายนิ้วแตะลงบนริมฝีปาก…สัมผัสที่ได้รับรู้นั้นไม่เหมือนกับภาพลวงตา และเมื่อคิดถึงมัน…เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองได้ยินเสียงทุ้มนั่นเรียกชื่อตนอีกครั้ง เว้าวอนอ่อนหวาน…ขอร้องให้เขารับฟัง…ขอร้องให้เขาหยุด…

               

 

 

 

 

ไม่… ชายหนุ่มตวัดเสียงแข็งกร้าวตอบไปในความว่างเปล่า …ฉันไม่ต้องการจะรับรู้ถึงนายอีกแล้ว

               

 

 

 

 

จากนั้น เสี้ยวอากาศที่เขาได้สัมผัสในวินาทีสั้นๆ ระหว่างการจมน้ำอันยาวนานนี้ก็เลือนหาย…เมื่อชาร์ลส์ เซเวียร์แทงเข็มฉีดยาในมือเข้าสู่เส้นเลือดของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Fin.

 

*************************************

 

สวัสดีค่ะมายเดียร์รีดเดอร์

 

ขอบอกเลยว่า…หลังดูหนังจบแล้วเนี่ย มันเป็นเทศกาลของการเขียนฟิคต่อเติมจากหนังค่ะ เพราะงั้น…นี่เลยค่ะ เรื่องแรก O<–< 

 

ชื่อเรื่องอันยาวโคตรนี้ มาจากกลอนของ Tim Seibles ค่ะ ตัวกลอนจริงยาวมากเลย ทิพย์ชอบทั้งบทนะเอาที่จริง…แต่มันยาวมาก+ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องค่ะ เลือกมาแค่ท่อนที่ชอบและที่ใช่ค่ะ ><

 

เรื่องนี้ ต้องการเขียนแบบสุดพลังมากค่ะ…อ่านหนังสือไม่ออกนอนไม่หลับเลย จนต้องเขียนออกมาค่ะ T////T หวังว่าทุกคนจะไม่รำคาญความน้ำเน่า+เพ้อเจ้อของมันนะคะ ทิพย์เขียนแบบมึนๆพรวดๆชอบกลมากเลย

 

ไทม์ไลน์ในเรื่อง…เป็นช่วงก่อนหนังจะเริ่มค่ะ คือเหมือนช่วงที่ชาร์ลส์ใช้ชีวิตก่อนหน้าโลแกนจะมา ที่ใช้ยาของแฮงค์ ส่วนอีริคก็โดนจับแล้วน่ะค่ะ คิดๆเอาว่าเป็นราวๆสี่ห้าปีก่อนโลแกนจะย้อนเวลามาละกันนะคะ

 

 

 

ด้วยรักและเชริคฆ่าทิพย์มากๆค่ะ

 

 

 

 

ทิพย์เอง

 

 

               

               

                

Advertisements

32 responses to “[X-Men Fic][ErikCharles] sometimes I miss you the way someone drowning remembers the air

  1. แงงงงง ทิปปปป ทำร้ายกันอีกแล้วนะ!!! อ่านแล้วเจ็บปวดมากเลยค่ะ คือรู้เลยว่าชาร์ลส์เจ็บมากๆ (ขนาดเป็นคนอ่านยังเจ็บหัวใจจี๊ดๆเลย) เป็นเหตุผลที่ดีเลยค่ะว่าทำไมนางทำตัวฮิกกี้ได้ขนาดนั้น คือชาร์ลส์รักอีริคมากกก อีริคก็รักชาร์ลส์มากกกก โอ้ยตาย อยากให้คู่นี้สมหวังแต่ถ้าสมหวังก็จะไม่ใช่คู่นี้
    เราชอบฉากที่อีริคตัดผมโกนหนวดให้ชาร์ลส์ด้วยมือมากค่ะ มันแสดงให้เห็นชัดเลยว่ารักมากแคร์มากเป็นห่วงมากสำคัญมากสำคัญที่สุด เพราะสไตล์อย่างอีริคอะไรที่เป็นเหล็กนางคงใช้พลังทั้งนั้นแหล่ะ กับชาร์ลส์คนเดียวเท่านั้นที่จะทนุถนอมเอาใจใส่ ฮืออออ ทิปเขียนดีจริงๆอะ แบบไม่ต้องอธิบายมากเลยว่าแคร์นะเป็นห่วงนะ แต่การกระทำมันใช่เลย แล้วยิ่งอีริครู้ดีว่าของอยู่ทีไหนนี่เรามโนไปว่าชาร์ลส์วางของทุกอย่างไว้ที่เดิมแบบตอนที่ยังมีอีริคอยู่ด้วย เพราะยังคิดถึงเสมอ อ๊ากกก ลูกแม่!! ฟฟฟฟฟ แล้วตอนคำถาม “ปล่อยมือกันและกันง่ายไปหรือเปล่า” …จุกอะ นั่นสิ ถึงมันจะผ่านมาแล้วแก้อะไรไม่ได้แล้วแต่ถ้าปล่อยช้ากว่านี้ทั้งสองคนจะยิ่งเจ็บหรือเปล่า แบบยิ่งรั้งไว้ก็ยิ่งแย่ ฮือออ (แล้วทำไมเราต้องไปคิดมากแทนเขาด้วยเนี่ยย) โอ้ย เราเม้นยาวมาก เวิ่นเว้อไม่รู้เรื่องด้วย อะไรกันนน คือวันชอตตอนนี้ควรเอาไปเป็นบทเอ็กซ์ตร้าเพิ่มความสมบูรณ์ให้เนื้อเรื่องค่ะ แงงงงง

    Like

  2. โฮวววววว หนังก็ยังไม่ได้ดู แต่น้องยินดีมาทำร้ายตัวเองก่อนดูหนังค่ะ ฮือออออออ พูดไม่ออก เม้นไม่ออกเลยค่ะ คู่นี้มันเป็นความเจ็บปวดบาดลึกในใจแฟนเกิร์ล รักและเจ็บปวดตลอดกาล ฮือออออออออ /ร้องไห้ฮึดฮืออยู่มุมห้อง

    มายเดียร์ซิสเตอร์ พี่ทิพย์คะ ปัญหารุมเร้า เครียด เฟลเป็นเรื่องปกติค่ะ ทุกคนเข้าใจ /อย่างน้อยก็น้องคนนึงล่ะ!! เข้าใจและยังรักพี่สาวคนนี้อยู่เสมอค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ! ฟิคที่พี่เขียนทุกรื่องทำให้น้องมีความสุขมาก เหมือนกับเวลาติ่งอะไรด้วยกัน ขอให้พี่ทิพย์มีความสุขเหมือนที่ทำให้คนอ่านมีเร็วๆค่ะ! สู้ๆ! ♥♥♥♥♥♥♥♥♥

    Like

  3. สครีมในทวิตมันไม่ใช่สไตล์ค่ะ เหนือสิ่งอื่นใดนั้น 140 ตัวอักษรไม่เพียงพอแน่นอน
    ก่อนอื่นขอบคุณนะคะพี่ทิพย์ที่เขียน TL เรื่องในช่วงนี้ ไม่งั้นออยคงนอนตายอนาถเป็นเขียดแน่เพราะยังไม่ได้ดูหนังเลยยยยยยยยยยยยย

    สำหรับฟิคนี่ออยอัดอั้นมากจนอยากโคลนร่างตัวเองแบบ orphan black มาช่วยกันแหกปากสครีมมิ่งให้โดนยิงตายกันไปข้างนึงค่ะ /น้ำตาไหลพรากๆ
    และขณะที่อ่านนี่กำลังกินเอแคลร์อยู่แล้วออยอยากจะเขมือบมันเข้าไปทั้งกล่อง o<-<
    ทำไมมัน angst แบบนี้คะ แงงงงงงงงง แงงงงปแหา่ กด ้เามอป่อแ่ิาปใแ่อ้ปาอ่มาืปแมอื มืแอมแปือปมอแีารหกเดา้กหดเิ
    หน่วงเหนี่ยวกักขังหัวใจดวงน้อยของแฟนเกิร์ลมากเกินไปแล้วค่ะ
    I …….I …. I don't think my poor fangirling heart can take it

    แล้วไอโมเมนต์อาบน้ำนุ่งผ้าปะแป้งให้กันนั่นมันอะไรค่ะะะะะะะะะะะะะะะะ
    นี่มันคู่สามีภรรยาทะเลาะกันแล้วต่างคนต่างวางฟอร์มชัดๆ จะคืนดีกันก็คืนดีไปสิคะ อีโก้มากจริงโอ้ย
    สามีแบบคุณเลนเชอร์ไม่ได้หาง่ายๆแบบเดินเข้าเซเว่นแล้วมีในตู้แช่เย็นนะคะชาร์ลลลลลลลลส์

    ตอนแรกกำลังรู้สึกว่ามันสุดยอดโรแมนติกมาก กำลังเคลิ้ม(?)ตามชาร์ลส์แล้วค่ะ
    ……….จนกระทั่ง "ตัดผมเถอะ….."
    อีริคคะ 5555555555555555
    แงงงงงงง ทำไมน้องขำอีริคมาก เหมือนปูทางโรแมนซ์มานานมากเพื่อสิ่งนี้หรอคะ เพื่อตัดผมใช่มั้ย 55555555555555555 /โดนพี่ทิพย์ตรบดิ้น

    ยังชอบภาษาบรรยายของพี่เสมอ มันดูไม่น้อยแบบตัดฉับแล้วก็ไม่เวิ้นเว้อเกินไป เหมือนความรู้สึกอ้อยอิ่งหลังจูบของทั้งสองคนนั้นค่ะ ////////////

    โอ่ยพูดแล้วเขินเอง ไม่พูดแล้ว! U//////////////U

    ไว้ออยดูหนังจบออยจะเข้าไปอ่านรีวิวนะคะ ตอนนี้ยังไม่ได้จริงๆ แงงงงงงงงงงง อัดอั้นมากค่ะ /บีบเอแคลร์ไส้ทะเล็ด

    แล้วก็นะคะ นะคะ แล้วก็นะคะ "เพราะงั้น…นี่เลยค่ะ เรื่องแรก O<–<" ค่ะ เพราะฉะนั้นนะคะ มันคือเรื่องแรก…… /เคี้ยวเอแคลร์อย่างสะใจ

    น้องจะรอเรื่องต่อไปด้วยใจมุ่งหวังนะคะ

    ด้วยรักและน้องมารอฟิคพี่หน้าทวิตทุกวันเลย

    ออยศรี

    Like

  4. โอยพี่ทิพย์คะะะะะะเพ่ทิพพพพพพย์ฟฟฟฟ
    ปวดร้าวกว่านี้มีอีกมั้ยแงงงงงง นี่มันโซแซดดดที่สุดเลยค่ะโฮรววว
    ตั้งแต่ในหนังแล้วค่ะที่ความทุกข์ของชาร์ลส์มัน้เอ่อล้นมาก น่าสงสารมากๆแงงงงแล้วยังมาเจอนังอีริคพูดจาแย่ๆใส่อีกบ้าที่สุดดดแกนั่นแหละที่ทำเขาเป็นแบบเนนนน้
    โอยๆๆแล้วๆๆยังมาเจอฟิคพี่ทิพย์ฆ่าอีกรอบฟฟฟ ชอบที่สื่อให้ชาร์ลส์อยู่ในอ่างปล่อยให้น้ำโอบกอดมากๆเลยค่ะฮรอลลล ได้ฟีลมากก แล้วตอนอีริคอุ้มคือมันสื่ออะไรได้จากแค่การกระทำมากๆ
    เจ็บแต่ยอมเจ็บค่ะงานนี้ฟหกดก่าดกดหฟก
    ขอบคุณพี่ทิพย์ที่เขียนออกมาให้อ่านกันตอนอารมณ์หนังยังพีคๆนะคะะ ขอให้พี่ผ่านพ้นช่วงเครียดๆแย่ๆนี้ไปได้เร็วๆนะคะะะ ;v;
    เห็นพี่เครียดเราก็ไม่สบายใจตามค่ะ สู้ๆนะคะ พี่จะผ่านมันไปได้แน่ค่ะ เลิฟฟฟฟฟฟ <33333 /ปานุ้งชาร์ลส์และหัวใจใส่รัวๆ

    Like

  5. /กระอักเลือดฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    โอยฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟพี่ทิพยยยยยยยยยยยยย์แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    ฟิคนี้คือแบบบบบบบบบบบบบบบบบบโซแดมเฮิร์ตตตตตตตตตบ้าเจรงงงงงงงงงงฮือทั้งพลอตทั้งสำนวนของพี่ทิพย์ทั้งเคมีเชริคและทุกอย่างคือแบบบบบบ แบบบบบบบบบมันได้หมดเลยโฮว

    คือนึกภาพออกเป็นฉากๆเลยค่ะ /เจ็บปานโดนอีริคเอามีดมาจ้วงไส้ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    อ่านแล้วเหมือนรู็สึกไปกับชาร์ลส์เลยโถวไม่เป็นไรนะเดี๋ยวเรากอดปลอบเอ—– /ผิด

    ฉากที่อีริคตัดผมให้ชาร์ลส์นั่นกร๊าวมากค่ะฟกดหฟดหฟกดฟหกดฟหกดความอ่อนโยนของนายที่มีให้ชาร์ลส์คนเดียวนั่นมันอะไรกัน!!!!!

    สารภาพว่าอ่านแล้วน้ำตาแทบไหลจริงๆค่ะแงงงงงงงจริงๆนะฟฟฟฟฟฟ /ขูดจอ

    แล้วก็เป็นกำลังใจให้พี่ทิพย์เสมอ ขอให้ผ่านเรื่องแย่ๆไปได้ไวๆ นะคะ /กอดโอ๋เอ๋

    ปล. แอบคิดว่าฟิคนี้เป็นออฟฟิเชียลที่เขาไม่ได้ฉายไปแล้————— #ผิด

    Like

  6. ;____________; สงสารชาร์ล สงสารอีริค สงสารความสัมพันธ์ที่เป็นเส้นขนานของทั้งคู่อ่ะ เป็นฟิคที่อ่านแล้วเหงา เศร้า โคด ๆ เลย

    นึกถึงในหนังนะ ต่อให้อีริคโหดร้าย ใจแข็งยังไง แต่สุดท้าย คน ๆ เดียว ที่อีริคยอมให้ทุกอย่าง แม้แต่คำขอโทษย่อมไม่มีทางหลุดออกมาจากปากผู้ชายคนนี้แน่ ๆ กลับมีไว้ให้ชาร์ลได้อย่างง่ายดาย ต่างคนต่างก็รักกัน แต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ เจ็บปวดชะมัด โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

    ส่วนเรื่องส่วนตัวที่รุมเร้าให้เครียด ขอให้ปัญหาคลี่คลายได้โดยเร็วนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ 😀

    Like

  7. 2คนนี้นี่จับหัวมาโขกกันเสียเลยดีไหม ทีเรื่องอื่นนี่เก่งจริงๆแต่เรื่องใกล้ตัวนี่ไม่ไหวเลย ต่างคนต่างก็รักกันแท้ๆเลย

    Like

  8. (เพิ่มเติม)เนื้อหาดราม่ากำลังดีค่ะ ความรู้สึกของความดราม่าที่ล้ำลึกจนเรารู้สึกได้เลยค่ะ อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่มันเป็นความรู้สึกที่แผ่กว้างออกไปจากจุดเล็กๆ… (แล้วก็เรือลำนี้กว้างขึ้น จนนึกว่ากำลังนั่งเรือไททานิกแล้วค่ะ)

    Like

  9. อ่านแล้วนั่งจังงัง นานมากกว่าจะรวบรวมสติเม้นได้ ;///;
    มันเจ็บ มันหน่วงๆ บรรยายได้เข้าถึงความรู้สึกของชาร์ลส์มาก อินตาม อย่างที่คอมเม้นก่อนๆบอกเลยว่าขนาดแค่อ่านยังเจ็บจี๊ดๆ แล้วชาร์ลส์จะเจ็บแค่ไหน //เข้าไปปลอบแล้ววิ่งหนีมีดอีโต้ลอยมาปักหัว
    น้ำตาจะไหลตอนอีริคเข้ามาอาบน้ำให้ ไม่ได้จินตนาการอีโรติกไรเลยเพราะมัวแต่อิน แหะๆ นึกภาพอีริคนั่งคุกเข่าข้างๆอ่างอาบน้ำ ล้างตัวให้ชาร์ลส์แล้วก็เหมือนน้ำตาจะไหล มาซึมก็ตอนที่ตัดผมให้ อุ้มออกมา แล้วแต่งตัว แงงงง

    ทำร้ายคนอ่านคนนี้มากเลย ฟฟหหกกดดดเเเเ *กรีดร้องเป็นภาษาวัลแคน*

    แล้วยังจะไดละล้อกเจ็บๆอีก พรากเลยทีนี้

    เขียนดี อินมากเลยค่ะ แทบร้องไห้หน้าคอม ไปดูมาแล้วเลยอินแบบนี้ 55555555555
    ตอนดูฉากชาร์ลส์เวอร์ชั่นโทรมแล้วก็คิดๆเหมือนกันค่ะว่าก่อนหน้านี้จะเป็นยังไง อยู่ไงบ้าง คิดถึงอีริคบ้างหรือเปล่า -////-

    ฟิคเรื่องนี้เติมเต็มมโนได้สุดยอดมาก

    ส่วนเรื่องส่วนตัวที่กำลังเจอตอนนี้ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ 🙂

    Like

  10. ปลุกเชริคในตัวคุณขึ้นมาด้วยฟิคพี่ทิพย์หลังจากเลิกราและร้างหายไปนานO[———————[
    หนังเหนิงยังไม่ได้ดูแต่ขอมาทำร้ายตัวเองก่อนด้วยฟิคโอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย อดใจไม่ไหวตอนแรกว่าจะดูแล้วค่อยอ่านฮือๆๆๆ
    นั่งกลั้นน้ำตาฮึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ปวดใจหน่วงเหลือเกินฮืออออออออออออ
    ทั้งที่ฉากดูเซ็กซี่สุดๆตอนอาบน้ำแต่น้องรู้สึกถึงแต่ความหน่วงแน่นอก;______________;;;
    นึกภาพตามแล้วมันเศร้าฮือ สงสารทั้งชาร์ลทั้งอีริค ปวดร้าวละเกินสำหรับความสัมพันธ์หนัก ๆของสองคนนี้

    Like

  11. แงงงงงง ถึงกับพอดูเสร็จแล้วต้องจิ้มอ่านอย่างไว ไม่ไหวแล้วค่ะ ทั้งหนังทั้งฟิคขุ่นทิพยยยย์ เอาเซนติเนลมายิงกับทั้งกองทัพยังดาเมจน้อยกว่าาาา ;—; ฟิคนี้มันแบบดีลีทซีนชัดๆ สมเหตุสมผลที่ชาร์ลส์จะต่อยอีริคมากกกก

    คนบ้าคนบอหย่ากันแล้ว เอาน้องสาวเค้าไปก็แล้ว ยังมาหลอกหลอนกันอีกกก
    คนเราถ้าไม่มีใจก็มันไม่คิดถึงกันขนาดนั้นหรอกก

    แงงงง ฟิคนี้แบบ ยิ่งอีริคละมุนแบบนั้น ชาร์ลส์ยิ่งเจ็บสิคะะะะะะ ยิ่งรู้ว่าความจริงก็ต้องอยู่คนละฝ่าย คนละทางยิ่งโฮรววส ทำไมอ่านฟิคนี้แล้วเหมือนภาคต่อของParalell Line อีริคผู้วอบแวบมาหาชาร์ลส์ทั้งตัวจริงทั้งในความคิด ;———-; แกตัดกันไม่ขาดหรอกกกกชุ้นเชื่อ ถึงกับต้องให้ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงย้อนเวลากลับมาเคลียร์เลยนะะะะะ

    ขออภัยอีกรอบกับคอมเมนต์ไร้สติค่ะ ;—;

    Like

  12. โฮววววววววว ทิพย์คะ ทำร้าย ทำร้ายกันมากทีเดียว //กระซิกๆๆๆๆๆๆ
    “พวกเราตัดสินใจปล่อยมือจากกันและกันง่ายไปหรือเปล่า…?”
    โอยยยยยยยยยยยยยยย น้ำตาไหลเลยค่ะ ห้ามไม่อยู่จริงๆ
    ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    “…แต่เป็นคำถามว่าทำอย่างไรถึงจะลืมความเสียใจจากการตัดสินใจครั้งนั้นต่างหาก”
    อ๊ากกกกกกก อ๊ากกกกกกกกกกก อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
    //โขกหัวกับโต๊ะคอมอย่างกราดเกรี้ยวและเจ็บปวดดดด ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    เจ็บจี๊ดบาดลึกถึงทรวงในจริงๆค่ะ เจ็บยิ่งกว่าโดนเซ็นทิเนลเผาเผาและเผา
    ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    อินแบบสุด ความสัมพันธ์คู่นี้นี่มันช่าง………….. //ซับน้ำตา
    เรื่องปัญญาที่รุมเร้าก็สู้ๆนะคะ พรุ่งนี้ที่สดใสรอเราอยู่…ส่วนฉันก็เนียสยังไงล่ะ //โดนตรบ
    แงงงงงงงงง เป็นกำลังใจให้ค่ะ (; v ;

    Like

  13. พรี่ติ๊บบบบบบบบบบบบว็อทอาร์ยูดูอิ้งงงงแงงงงง
    นั่งอ่านแล้วสครีมอยู่คนเดียวฮือออออ
    ฟวฟวฟฟวฟวสหหสหสหสหสหสๆสสฟสฟ (ภาษาวัลแคน)
    ไอ “พวกเราตัดสินใจปล่อยมือกันและกันง่ายไปหรือเปล่า” นี่มันช่าง แงงงงงงงงงงง ใช่ๆๆๆๆๆๆๆง่ายไปปปแต่ข้าห์ชอบดราม่าาาาาาาฮรืออออ / ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านเรื่อยๆค่ะ โฮรว (;; v ;; ช่างเป็นคอมเม้นต์ที่ไร้ประโยชน์เหลือเกินขอโทษค่ะแงงง

    Like

  14. อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    มี๊ชาร์ลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล //คร่ำครวญ
    งี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด สงสารมี๊ชาร์ลเจ้าค่ะ ;;________;;))
    พอดูหนังแล้วมาอ่านรู้สึกเลยว่าคู่นี้มัน….ทั้งปวด ทั้งหน่วงเลยเจ้าค่ะ
    ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออ

    //เอาหัวมุดลงน้ำตาม

    ปล. ขออภัยที่พิมพ์พร่ำเพ้อ และไร้สาระเจ้าค่ะ ;_____;))

    Like

  15. โฮวววววววว
    สารภาพว่ายังไม่ได้ดูตัวหนังเลยค่ะ แต่อดใจไม่ไหวต้องมาอ่านก่อนแล้ว #จิ้มนิ้ว
    นี่มันอะไรกันคะ มันร้าวรานนนน ฮือออออออออฟฟฟฟฟฟ หนูสงสารชาร์ลส์ T^T

    Like

  16. ยังไม่ได้ดูภาคนี้เลยค่ะ อะโอ้ยยยอ่านวันช็อตอันนี้หัวใจเต้นแรงผิดปกติค่ะ
    นั่งอ่านเมื่อคืน เศร้ามากกก ทรมานใจแบบสุดๆ สงสารชาร์ลแบบมาก มาก
    เห็นใจความรักของคู่นี้มากๆ แฮปปี้เอ็ดดิ้งคงเป็นไปได้ยาก ;w;
    คือก่อนหน้านี้อ่านเชริคจิบชาไป เจอโมเม้นมุ้งมิ้งง้องแงง มาอ่านเรื่องนี้ คนละอารมณ์เลย
    ตอนพี่ทิพย์ลงเรื่องนี้ เห็นว่าติดพาส นึกว่าเรทค่ะ ใจนี่ตุ้บตั้บๆ มาก ฮาาา
    จริงๆ แล้วกันคนอ่านเงาสินะคะ เอาล่ะ พล่ามนอกเรื่องอยู่นาน เข้าเรื่องดีกว่า ฝฝฝฝฝฝ

    ใจสั่นไปสั่นมามาก ลุ้นว่า เอ๋ จะจบแบบไหนกันนะ
    คิดไปต่างๆ นาๆ ว่าเมื่อไหร่อีริคจะมากัน ปล่อยให้ชาร์ลกลายเป็นนางเอกเจ้ามโน คิดมากแบบนี้ *กัดผ้าเช็ดหน้าร้องไห้* พอกำลังจะเศร้าแบบสุดๆ อีริคก็โผล่มา คือเผลอหลุดคำว่า “เอ้ย” ออกมาเบาๆ ค่ะ ตอนนั้นแบบคิดต่อเลย อีริคจะทำอะไรๆๆ เพราะชาร์ลอยู่ในอ่างน้ำ *กำเดาไหลเบาๆ* คือฟินฉากกกกกกหยิบฝักบัวมากค่ะ งืออ เขินนิดๆ ตอนอีริคตัดผมให้ชาร์ล ไม่นิดหรอกค่ะ กัดหมอนแถบขาดเลย TT/////////////TT ภาษาพี่ทิพย์อ่านจนมองเห็นภาพชัดเจนแจ่มแจ้งเลยค่ะ ฉากนั้นแบบแสดงถึงความอ่อนโยนในอีริคออกมาได้อย่างชัดเจน แดดิ้นค่ะ ราวกับว่านี่คือความอ่อนโยนครั้งสุดท้ายที่อีริคจะสามารถปฏิบัติต่อชาร์ลได้ เป็นความสุขที่ขมขืนมากๆ เป็นไม่ได้อีกแล้วที่จะได้เห็นชาร์ลสมหวังกับรักครั้งนี้ (ดูพูดสิ 55555 ) และกลับมายิ้มหวานๆ สไตล์เคะง้องแง้งอีกครั้ง #มรั่ยยยยยผิดเรื่องแล้ว แล้วจูบนั้นก็ไม่ต่างกับจูบลา จูบนั้นแม้จะแปปเดียว แต่ความรู้สึกและสัมผัสจะตราตรึงอยู่ในห้วงเหวลึกในจิตใจ นี่เป็นเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ที่จะได้เจอกับอีริค ลาก่อน … โฮฮฮฮฮฮฮฮ #ปาดน้ำตา

    ประโยคเด็ดของตอนนี้คือ “พวกเราตัดสินใจปล่อยมือกันและกันง่ายไปหรือเปล่า” นั้นน่ะสิ พูดตอนนี้ก็รู้สึกว่าสาย แต่หากไม่พูดอาจจะรู้แย่กว่านี้ พวกนายน่าจะถามประโยคนี้นานแล้วน้า ไม่งั้นอาจจะไม่จบแบบนี้ ; ////////// ; สงสารชาร์ลลลลลมากๆ ค่ะ

    สุดท้ายนี้ยังคงหลงใหลในสไตล์การเขียนของพี่ทิพย์ ชอบตั้งแต่รู้ว่าชื่อตอนพี่ทิพย์เอามาจากกลอนค่ะ พี่ทิพย์เป็นคนเจ้าประดิษฐ์ประดอย มีความคิดสร้างสรรค์ เอาสิ่งรอบตัวที่ตัวเองอ่าน หรือพบเจอ มาใส่ในฟิคตัวเองได้ เป็นจุดที่หนูชอบมาก ๆ และสิ่งนี้ของพี่ทิพย์ทำให้หนูมีแรงบันดาลใจค่ะ พักหลังมานี้ รู้สึกตัวเองจะเริ่มชอบสนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น เพื่อเอามาใส่งานเขียนตัวเอง (ซึ่งก็ยังไม่มีเวลาได้จับจริงจังสักที ฮาา) ขอบคุณพี่ทิพย์นะคะ >w<

    และก็ขอให้ผ่านพ้นเรื่องเครียดๆ ไปได้ด้วยดี พี่ทิพย์เป็นคนเก่งในสายตาหนูเสมอ ต้องก้าวผ่านมันไปได้แน่ๆ ค่ะ พยายามเข้านะคะ !!

    ปล. เรื่องหน้าขอหวานๆ น้ำตาลน้อยได้ไหมคะ คิดถึงเชริคง้อแง้งจังเลย ฮาา

    รักพี่ทิพย์และงานเขียนพี่ทิพย์มากค่ะ 😀

    Like

  17. ชาร์ลส์ น่าสงสารที่สุดดดดดดด สงสารชาร์ลส์มากและคิดว่าอีริคคงทำใจกับทรงผมคาราบาวไม่ไหวจริงๆ เราก็ไม่ไหวไหนจะเสื้อพี่เสกและอาการติดยานั้นอีก #นายเลียนแบบพี่เสกสินะ แต่เราก็เข้าใจนะคนที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปในเวลาเดียวกันแบบนั้นคงรับไม่ไหวเอามากๆ แต่ทั้งคู่ก็ยังคิดถึงกัน คิดถึงเสมอ รักกันมากแต่ก็ปล่อยมือกันไป T T ทำไมล่ะพวกนาย

    Like

  18. อย่างแรกนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้พี่ทิพย์ค่ะ
    ไม่ว่าจะมีอะไรเข้ามาก็ขอให้พี่ผ่านไปได้นะคะ คอยติดตามผลงานพี่เสมอเพราะฝีมือการเขียนและพล็อตที่ฟหกด่าสวมากฟฟฟ TTvTT

    ชาร์ลลลลลลลลลลลลลส์ โฮรวววว ใจเย็นๆนะ นายแค่เจ็บปวดเลยหลงทาง แต่นายก็จะยืนได้อีกครั้ง แอบชอบที่อีริคตัดผมให้ชาร์ลส์มากแงงง นายเองก็รับกับผมทรงนี้ไม่ได้สินะเพราะนั่นไม่ใช่ชาร์ลส์ เซเวียร์เลยและนายก็มองมันออกฟฟฟ
    บางทีที่ชาร์ลส์ไม่สนใจดูแลตัวเอง ปล่อยผมยาวพี้ยาเมาเหล้าทำตัวฮิกกี้งี้อาจเป็นเพราะถ้ายังเห็นภาพตัวเองในอดีตในกระจกชาร์ลส์อาจทนไม่ไหวก็ได้ สำหรับตัวตนและวันคืนเหล่านั้นแงงง คิดว่าที่ชาร์ลส์เป็นอย่างนี้เพราะก็สับสนกับสิ่งที่ตัวเองเลือกและเชื่อเหมือนกันค่ะฮืออ ยิ่งขาดคนเคียงข้างแล้วด้วยโฮวว แต่ไม่เป็นไรนะชาร์ลส์สุดท้ายก็ใช่ว่านายจะล้มไปตลอดนี่นาฟฟฟ เดี๋ยวนายก็เป็นหลักยึดให้ใครต่อใครได้ด้วยซ้ำฟฟฟ
    ส่วนอีริค.. ทางนี้คงหนักแน่นกว่าชาร์ลส์เยอะเพราะเจ้าตัวก็ผ่านอะไรร้ายๆมาตั้งแต่เด็กแล้ว ฮึกก แต่การที่อ่อนโยนต่อชาร์ลส์อย่างงี้แสดงว่าคนเดียวที่ยังแคร์ก็มีแค่ชาร์ลส์จริงๆฮึกก มาเตือนสติชาร์ลส์ด้วยเพราะไงๆก็ทิ้งชาร์ลส์ไปไม่ได้สินะะ ยังคงเรียกร้องคิดถึงอยู่ใช่มั้ย ใช่มั้ยยย

    “พวกเราตัดสินใจปล่อยมือกันและกันง่ายไปหรือเปล่า” คงเป็นคำถามที่ทั้งคู่ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ได้แง พวกเขาอาจหวังในส่วนลึกในหัวใจก็ได้ว่าอีกฝ่ายจะรั้งตัวเองไว้ แต่ก็สมกับเป็นอีริคกับชาร์ลส์แล้วที่เลือกอุดมการณ์มากกว่ากันและกันยังไงไม่รู้.. ว่าไงดี แต่ทั้งคู่ดูจะยืนหยัดได้ในเส้นทางของตัวเองเพียงแค่รู้ว่ายังมีกันและกันอยู่ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนก็เหอะฟฟฟ ต่อให้ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ถ้าย้อนเวลาไปได้กี่ครั้งก็คงไม่มีใครคิดรั้งกันไว้หรอกมั้งคะฮือออ เพราะเป็นรักที่ไม่เห็นแก่ตัวเลยต้องมาเจ็บหัวใจกันเอาเองแงง เพราะรักมากเลยไม่อยากรั้งเอาไว้เพราะจะทรมานกันทั้งสองฝ่าย อยากตะโกนใส่หน้าจริงๆว่าอุดมการณ์มันกินไม่ได้หรอกนะเฮ้ย!! *อุ๊ยเหรียญทะลุหัว*

    ชอบฟิคที่พี่ทิพย์เขียนมากๆค่ะ แต่ละเรื่องของพี่คือการสครีมแล้วกล้าที่จะพิมพ์แงง สู้ๆนะคะพี่ทิพย์ เชริคทำร้ายจิตใจจนเยียวยาไม่ได้จริงๆคะ่ฮืออ *แต่ก็เสพซ้ำๆเพราะมันใช่*

    Like

  19. โอ้โหพี่ทิพย์ ขอโทษที่หายไปนานค่ะ พอดีเรื่องรุมเร้าเข้ามาเยอะมาก ตอนนี้จะกลับมาตามย้อนฟิคพี่ทิพย์แต่ละเรื่องแล้วค่ะ ถถถ เอาตามตรงคือพีชยังไม่ได้ดูdofp แต่พีชหลบสปอยไม่ได้ละค่ะ555555
    ภาษาพี่ทิพย์สวยเหมือนเดิมเลย อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ขมขื่นของชาร์ลสกับเอริคได้รุนแรงมาก โอ้ยหวานปนขมในอกยังไงไม่รู้ตอนอ่าน คือยังรักกันแต่ว่าเลือกเชื่อถือในอุดมการณ์มากกว่าความรักของตัวเอง อ่านไปแล้วเจ็บจี้ดๆเลยค่ะ ต่างฝ่ายต่างเฉือนหัวใจตัวเองออกมาโยนทิ้งไปแล้วเลือกเดินไปในทางที่ไม่มีวันมาบรรจบได้อีกตลอดกาล รู้สึกน่าสงสารทั้งคู่เลย สงสารชาร์ลส สงสารเอริค x-men เป็นตัวอย่างที่ดีนะคะที่แสดงให้เห็นถึงความกลัวของมนุษย์ในสิ่งที่แตกต่างจากตนเอง แนวคิดที่ต่างกัน
    แอบฮานิดนึงตอนเอริคบอก ตัดผมเถอะนะชาร์ลส คือพีชนึกถึงทรงผมที่เห็นในเทรลเลอร์แล้วแบบ อ๋อ อืม ดีๆ ทำดีมากเอริค55555 ตอนที่เอริคตัดผมให้นี่คือเราเขินค่ะ รู้สึกว่าเอริึยังมีฟีลลิ่ง ยังมีความห่งวใยให้กับชาร์ลส ฟิคพี่เต็มสิบพีชให้ร้อยค่ะ ปริ่มมาก แทบไม่ได้เข้าอันอื่นนอกจากทวิตเตอร์ ได้กลับมาอ่านฟิคพี่ทิพย์ใหม่ตอนเช้าๆนี่make my dayมากค่ะ แง ขอบคุณนะคะ

    Like

  20. คือพี่ทิพย์ขร้ะ.. /ดายอิ้ง อ่านแล้วคือความเศร้าความดราม่าอะไรรู้สึกเหมือนโดนโถมเข้ามา ฮึกฮึกฮึก คืออ่านแล้วแบบปวดหนึบในใจมาก คือมันเป็นรักหวานขมขื่มมาก โอ๊ยคือหนูบรรยายอะไรไม่ออกนอกจากปวดใจ ฮืออ คือหนูพูดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่าปวดใจอ่ะ แบบไม่ไหว ไม่ไหวมาก พอมาถึงที่ว่าปล่อยมือกันง่ายไปไหมนี่แบบคือ../ไม่ไหวแล้วค่ะพี่ทิพย์หนูเรียบเรียงคำพูดไม่ได้แล้วฟฟฟฟ ชาร์ลนี่บทจะหวานก็น่ารักซะแต่อยู่ๆโมโหใส่แบบนี้อีริคเสียความรู้สึกแย่ ฟิคนี้หนูอ่านแล้วปวดหนึบแต่มีความสุขลืมเรื่องเครียดหมดเลย ฮาาา
    *เลื่อนขึ้นไปอ่านลูปอีกสามรอบ*

    Like

  21. คู่นี้กลับมาทำร้ายพี่อีกแล้วววววววว ;___________; ตอนดูหนังสงสารชารล์สมากๆ คือสภาพแบบว่าติดยา โทรมดูไม่ได้ เพราะเอริคถึงขั้นทำให้ชารล์สเป็นขนาดนี้เลยหรือ แต่มานั่งนึกๆดู เอาเข้าจริงพี่ว่าชีวิตของชาร์ลสก็มีไม่กี่คนที่เป็นคนสำคัญในชีวิต แล้วทั้งคู่ก็ทิ้งชารล์สไปเสียด้วยสิ ฟรรรรรรค ซีนตอนอยู่ในเซเรโบรกับวูล์ฟทำพี่ร้องไห้เลยที่ชารล์สบอกว่า ที่ผิดปกติน่ะมันไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้(ชี้ไปที่หัว) แต่มันอยู่ที่ตรงนี้ต่างหาก(ชี้ไปที่หัวใจ) คะ….คือแงงงงงงงงงงงงงงงงง เชริคบ้าาา ทำชั้นเจ็บปวด
    ใน DoFP สงสารชาร์ลสมากๆ ไอซีนชาร์ลสคุยกับศจ.เอ็กซ์ก็เหมือนกัน ทำตาไหลพราก บ้าจริง…ส่วนในทางเอริคเข้าใจว่าก็คงรู้สึกผิดและเจ็บไม่แพ้กัน แต่แค่ฉากง้อชั้นไม่ยกโทษให้กับสิที่นายทำกับชาร์ลสหรอกนะหรอกนะหรอกนะะะะะะ (//ฟัด) แต่ไม่ชอบเอริคช่วงหลังๆในหนังมาก คือทำตัวไม่สนใจไม่ดูแลชารล์สเลย จะทำร้ายเรเวนอีก เข้าใจเหตุผลนะแต่มันต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้สิ เคืองงงง

    กลับมาที่ฟิคทิพย์กันดีกว่า ตอนแรกอ่านเคลิ้มๆอยู่เลย พรวดตอนเอริคบอกชาร์ลสตัดผมเถอะเนี่ยล่ะค่ะ กร้ากกกกกกกกกก รับไม่ได้สินะะะะะะ แต่มันมุ้งมิ้งมากเลยค่ะที่เอริคตัดผมให้ชาร์ลส แต่สงสารชาร์ลสอะ แงงงงง ทำไมเชริคถึงทำชั้นเฮิร์ทขนาดนี้
    “พวกเราตัดสินใจปล่อยมือจากกันและกันง่ายไปหรือเปล่า…?” อยากจะเอาประโยคนี้ปาหน้าทั้งคู่ในหนังมากค่ะ แต่ประโยคนี้ทำเอาพี่นึกถึงซีนสุดท้ายตอนแม็กนีโต้จับมือกับศจ.เอ็กซ์เลย บ้าจริงๆ ทำไมชีวิตนายทั้งคู่ต้องเป็นเส้นขนานกันตลอดเลยนะ ;____;

    Like

  22. รักคู่นี้มากมาย ดีใจที่ได้อ่านอีกครั้งค่ะ แต่แอบเศร้า….ไม่แอบแหละ เศร้าจริงๆ T_________________T

    อันที่จริงชอบฟิคอารมณ์มุ้งมิ้งแบบ where our hearts belong มากว่า
    แนวนี้ก็โอเคค่ะ แต่อ่านแล้วปวดใจหน่วงๆ T [ ] T

    ยังไงก็ตาม ขอบคุณที่แต่งเรื่องของเชริคมาให้อ่านนะคะ^^

    เป็นกำลังใจให้กับเรื่องต่อๆไปด้วยค่า…

    Like

  23. อรั่กกกกกกกกกกกกก O<-<
    คือแบบเจ็บปวดค่ะ สงสารมี๊ชาร์ลส์แต่ก็อยากเข้าไปตรบมี๊ให้ได้สติแล้วบอกว่าเลิกทำตัวเป็นไอดอลเกาลัดคุงได้แล้ว #ผิดส์ แต่พอแด๊ดอีริคโผล่มาสระผมให้คือ่กาฟสดว่กหาส่ดสกา หล่อละมุนมากค่ะ หล่อแบบไม่น่าให้อภัย มีการช่วยตัดผมจัดแต่งเสื้อผ้าให้สภาพมี๊ไม่เหมือนฮิปปี้ขี้เหล้าติดยาด้วย
    แต่…อีตอนเถียงกันนี่ปวดใจมากค่ะ เหมือนกับตอกย้ำว่าตอนนั้นมีโอกาสรั้งทำไมไม่รั้ง แล้วนายทำไมเลือกทิ้งฉันไป ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    “พวกเราตัดสินใจปล่อยมือจากกันและกันง่ายไปหรือเปล่า…?” <— มันใช่มากค่ะ มันใช่ แงงงงงงงงงงง ถ้าไม่มัวแต่มายึดกับอุดมการณ์ของตัวเองหล่ะนะ ป่านนี้แต่งงานฮันนีมูนรอบโลกสามรอบแล้วมั้งคะ ฮือว์ว์ว์
    เป็นกำลังใจให้พี่ทิพย์นะคะ สู้ๆค่ะ♥♥♥

    Like

  24. เข้าใจว่าเชริคทำร้ายพี่ทิพย์นะคะ แค่ฟิคพี่ก็ทำร้ายหนู แงงงงงงงงงง T—-T รู้สึกว่าทั้งเรื่องจะปนเปไปด้วยความสับสน คิดถึง ดูมีความหวัง แต่ยังคงเจ็บปวด เจ็บแทนชาร์ลส์และอีริค

    มันดูเหมือนเป็นส่วนลึกๆในใจในสมองของชาร์ลส์ที่เรียกร้องและโหยหาอีริคทั้งที่รู้ว่ามันยากที่ทั้งสองคนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ความทรงจำดีๆที่เคยมีร่วมกันมันเรียกร้อง

    /me ร้องไห้ราวเมอเท่อจอมคร่ำครวญ

    อ่านไปก็แอบยิ้มไปตรงที่เหมือนชาร์ลส์เองมีความสุขไปกับสิ่งที่อีริคทำให้ ทั้งการสระผม แต่งตัว หรือตัดผมด้วยมือตัวเองทั้งที่ควบคุมโลหะได้ รวมไปถึงคำพูดที่อีริคใช้กับชาร์ลส์ รับรู้ว่ามันเป็นน้ำเสียงที่นุ่มนวล ที่ใส่ใจ น้ำเสียงที่ใช้กับคนสำคัญ

    แต่แล้วจู่ๆโลกก็พังทลายเลยค่ะพี่ทิพพพพพพพพพพย์

    ความเจ็บปวดในอดีตของชาร์ลส์มันผุดขึ้นมา แล้วย้ำเตือนตัวเองว่าให้ตายยังไงความสัมพันธุ์ของตัวเองกับอีริคก็ยากที่จะสมานเหมือนรอยร้าวที่มันแตกไปแล้ว มันมากกว่ารอยปริด้วยซ้ำ และคงไม่มีวันกลับมาสมบูรณ์ได้เหมือนเดิมตั้งแต่วันนั้น ฉากหย่าบนชายหาดนั่น Y—-Y

    อ่านแล้วแรกๆสงสารชาร์ลส์มากเลยค่ะ แงงงงง สับสน แต่ก็ห่วงหาและเสียใจที่ไม่มีโอกาสรั้งอีกคนไว้ในวันนั้น แต่พออ่านๆไปแล้วความสงสารเผื่อแผ่ไปยังอีริค ภายนอกที่แข็งกร้าว กระด้าง แต่ภายในเจ็บปวดพอๆกันเพียงแต่เลือกที่จะไม่จมอยู่กับมันและพยายามทำปัจจุบันให้ดีกว่าวันก่อนๆ

    /me ร้องไห้ราวเด็กอนุบาล1ที่เปิดเทอมวันแรก

    ชอบคำพูดของอีริคมากๆที่บอกว่าวันนั้นชาร์ลส์ที่มีสิทธิรั้งตัวเองไว้แต่กลับพูดเพียงให้ตัวเองไป ไม่รั้งไม่ขอร้องอะไรทั้งนั้น พี่ทิพย์ทำให้หนูอยากกลับไปดูฉากนั้นซ้ำๆร้องไห้ซ้ำๆด้วย แง่งงงงง

    และประโยคที่กระแทกใจที่สุด

    พวกเราตัดสินใจปล่อยมือจากกันและกันง่ายไปหรือเปล่า…?

    อันนี้กระแทกใจดังอรั่กกกกก ราวถูกชกด้วยหมัดของโคลอสซัส

    เชริค พวกแกกกกกก (โหมด : สติแตก) ถ้าวันนั้นอีกฝ่ายรั้ง และอีกฝ่ายเลือกจะลดทิฐิลดอุดมการณ์ของตัวเอง เราเชื่อว่าพวกแกต้องได้เป็นมากกว่าโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์และแม็กนีโต้ จะเป็นอีริคและชาร์ลส์ที่เป็นทั้งเพื่อน คนรู้ใจและคนสำคัญที่ไม่ว่าจะคิดต่างกันแค่ไหน ก็ยังเข้าใจกันเสมอ แงงงงงง

    และพี่ทิพพพพพพย์ ฟิคเรื่องนี้ร้ายกาจมาก มันยาวมากแต่แฝงไปด้วยความอึดอัด ยิ้มไม่ได้กว้างนักแต่ก็เสียใจไม่สุดแต่โดยรวมแล้วชอบจังค่ะ ฮึก… แม้มันจะเจ็บปวด แต่ก็เป็นความเจ็บปวดที่งดงาม #เพลงมา

    ปล.อีริคในเสื้อคอเต่าสีเข้มนี่หล่อมากค่ะ หล่อมากๆๆๆๆๆ หล่อจนโลหะละลาย
    ปล.อันที่2 ชาร์ลส์มุ้งมิ้งไร้หนวดไร้ผมยาวๆรุงรังในคาดิแกน โอ๊ยคุณหนูจังงงงง กลับมาเป็นคุณชายเซเวียร์ผู้อุทิศตนมากกว่าจะเป็นหนูท่ออีกแล้ว

    Like

  25. โอยยยยย ปวดใจแทนชาร์ลส์ เลือกทางไหนก็เจ็บปวดทุกทางเลย น้ำตาจะร่วง
    อีริคแม้มาในมโน แต่หล่อบาดใจไม่ต่างกัน ฮื้อออออออ
    สองคนนี้รักกัน แต่อุดมการณ์มันยิ่งใหญ่กว่าความรัก
    ทำนองเพลงรักเรานั้นเป็นดั่งเส้นขนานลอยมาในหัว ;_; #เพลงเก่าไปน้องไม่รู้จัก

    Like

  26. โฮ้ย อ่านแล้วเจ็บปวดคิดถึงในหนังที่ชาร์ลส์พูดว่า so much pain
    แล้วเสียงเสิงฟีลลิ่งเจมส์คือมาเต็มมาก โว้ยแล้วยิ่งอ่านบทนี้เข้าไป
    ฟิคนี้คือนิวเคลียร์มาก ระเบิดเป็นซากพินาศแต่ดันสวยงามที่สุด
    ฮือ อ่านไปน้ำตาคลอไป แบบช็อตที่อีริคอุ้มชาร์ลส์ขึ้นมาอาบน้ำตัดผมนะ
    โอ้ย ร่วงเผาะ ๆ เลย คือชาร์ลส์แบบน่าสงสาร แล้วคือคุณบิวท์จะเราแบบ
    ฮือ ชาร์ลส์จ๋าน่าสงสารจัง อีริคแกปล่อยมือชาร์ลส์จ๋าของฉันไปได้ยังไงวะ
    แม่ง เป็นคนที่โดนพรากไม่หมด แบบทางเดินมันขัดแย้งกัน
    แต่ก็เกลียดกันไม่ลง บ้าเจรงงงง เห็นด้วยกับประโยคปล่อยกันไปง่ายม้าย
    รักกันมากขนาดนี้ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ฟีลลิ่งเราพรั่งพรูมาก
    พิมไม่รู้เรื่อง ขอโทษด้วยนะคะ เราอ่านไปคิดถึงภาพชาร์ลส์แบบ
    โว้ยยยยย ทำไมเจมส์เล่นไว้ได้ดีแบบนี้ ฮือ สีหน้าแววตามันแบบเข้ามาในหัว
    ภาพมาเป็นฉากๆ แล้วคือแบบฟิคคุณทิพย์โคตรรรอย่างกับฉากที่ ผกก แม่งตัดทิ้งไป
    แบบโอ้ยถ้าอ่านก่อนไปดูนี่เราต้องแบบ ร้องไห้พรากพรากแน่ฮืออออ
    นี่รู้สึกว่าเวิ่นเว้อมากไปแล้ว ขอบคุณคุณทิพย์ที่แต่งออกมานะคะ
    ทำเรานเำตาไหลเอ่อเป็นฟิคที่หวานปนเศร้าหน่วงแต่โคตรสวยงามมเลย

    Like

  27. อ่านแล้วเห็นภาพทุกอย่างเหมือนได้ดูหนังเลยค่ะ กินใจ เจ็บปวด ทำให้คิดถึงฟิคเชริคที่น้องทิพย์เขียน(ช่วงหลังจากFirst liveเอ้ย!! First Classน่ะค่ะ) มันหน่วงไม่เท่าเรื่องนั้นเพราะอาจจะเป็นเพราะรู้อยู่แล้วว่าทั้ง2คนจะได้เจอกันอีกจริงๆหลังจากนี้(ตามไทม์ไลน์ที่น้องทิพย์ว่าไว้)

    อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่า จริงๆแล้วคนที่เศร้าแล้วตัดพ้อมากมาย อาจจะไม่มีทางรู้เลยว่าที่จริงแล้วตัวเองก็สร้างความรู้สึกเศร้าเสียใจให้อีกฝ่ายอยากตัดพ้อบ้างเหมือนกัน…

    ;-;

    Like

  28. พึ่งดู dofp อีกรอบจบ … แล้วมาอ่านฟิคเรื่องนี้
    ร้องไห้เลย … คิดถึงน้ำตาของชาร์ลในแต่ละฉากคือ … อย่าร้องได้ไหมคะที่รัก
    แต่ไม่ร้องคงไม่ได้ เพราะถ้าเ้คาเป็นชาร์ลมันก็คงไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน
    เสียแทบจะหมดทุกอย่างที่เป็นหลักยึดของตัวเองจริงๆ
    ในเรื่องที่ชาร์ลลืมตาแล้วเห็นป๊าริคคือ ฮือออ
    ทิ้งกันไปทำไมต้องกลับมาอ่อนโยนด้วย TT
    แล้วมาสระผม มาดูแล มาตัดผมให้คืออัลไลลลลลลล
    เป็นความรู้สึกที่หน่วงแบบ ทั้งๆที่รู้ใจกันอยู่แต่ก็พูดกันไม่ได้อีกแล้ว
    จริงๆอย่างที่พี่ทิพย์บรรยายเลย รักกันแต่ปล่อยกันไปง่ายๆได้ยังไงงง
    กลับมาเจอกันต้องห้ามไปไหนนะ ห้ามมมม TT #แต่ก็ไม่ได้อีกล่ะ
    แล้วถ้ายังได้ยินอยู่แบบนี้ ได้เห็นในจิตของตัวเองอยู่แบบนี้
    มันก็ต้องเจ็บจนลงกับสิ่งที่ช่วยได้จริงๆ ฮือออออ

    Like

  29. โอย เรื่องนี้หลุดรอดตาไปได้ไงเนี่ย
    เชริคฆ่าคุณทิพย์ และ คุณทิพย์ฆ่าพลอยแล้วค่ะ
    ความรู้สึกตอนเข้าไปดูdofpใหม่ๆพุ่งใส่มากเลยค่ะ ฮืออออออออออ
    น้ำตาร่วงเลยจริงๆ อ่านแล้วรับรู้ถึงความเจ็บปวดของทั้งสองฝ่ายเลยค่ะ
    แล้วยิ่งตอนที่เอริคกลับมาดูแลชาร์ลส์ยิ่งหน่วงหนักเลยค่ะ เป็นความอ่อนหวานที่แสนเศร้า
    เริ่มสะอึกตั้งแต่ตอนที่ชาร์ลส์บอกว่า สัตว์ทุกชนิดไม่ยอมให้พวกเดียวกันที่ตัวเองไม่ไว้ใจแตะต้องตัวหรอกนะ แล้วมาตอนที่เถียงกันอีกค่ะ
    ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไป หรือจะเป็นคนที่ปล่อย จะฝ่ายไหนก็เจ็บปวดไม่ต่างกันทั้งนั้น

    Like

  30. มันเจ็บจี๊ดดดดดดดดดดดมากจริงๆค่ะ หนังสนุกมาพอมาอ่านแล้วอินยิ่งกว่าเดิม เหมือนต่างฝ่ายต่างปฏิเสธกัน แต่ก็รักกัน ทุกครั้งที่ดูหนังก็แอบหวังโง่ๆว่าจะอยู่ด้วยกันได้มั๊ยนะ ฮือ ฟิคสนุกมากค่ะ เศร้าด้วย ยังคอยติดตามผลงานอยู่นะคะ ขอบคุณมากค่ะที่แต่งคู่นี้ ~~~

    Like

  31. พึ่งย้อนกลับไปดูxmfcกะdofpมา เลยทำให้อยากอ่านฟิคคู่นี้ขึ้นมาเฉยเลย ไม่คิดเลยว่าพอลองหาแล้วจะมาเจออะไรที่สานต่ออารมณ์ขนาดนี้เลยค่ะ
    มันเป็นอะไรที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เหมือนจะร้องไห้แต่ไม่ร้อง อึดอัด มันเศร้ามาก สงสารชารล์สมาก
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งคิดตามค่ะ ว่าถ้ารั้งเอาไว้เอริคคงไม่ไปใช่รึเปล่า จะอยู่ด้วยกันใช่ไหม ทั้งๆ ที่ความรู้สึกไม่ต่างกันเลย แต่เพราะมันสายไปและมันก็คงไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว ทำให้ยึดติดอีก เป็นความรู้สึกที่แย่จริงๆ
    เอริคเองก็คงไม่ต่างกัน เพราะโหยหาเลยเรียกหา แล้วชารล์สเองก็เหมือนฟังแค่เอริค ตอบรับเขาเข้ามา เชื่อว่า มันเป็นความจริงแต่มันก็ไม่จริง กลายเป็นต้องเศร้าทั้งคู่เลย

    จากตอนแรกที่เศร้าอยู่แล้วเศร้ากว่าเดิมเลย งื้อออ
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ นะคะ

    Like

  32. เพิ่งดู xmfc dofp กับอะโพคาลิปส์มาแบบต่อๆ กันค่ะ อยากจะสานต่ออารมณ์อันค้างคา ฟิคนี้เรียกได้ว่าตอบโจทย์ความเชริคมากๆ อ่านจบแล้วฟีลลิ่งแสนเหงาอยากกอดหมอนมุดผ้าห่มร้องไห้แล้วหลับไป แกล้งลืมแกล้งทุกสิ่งอย่างบนโลก อยากเอายามาฉีดตามชาร์ลบ้างให้หัวเลิกคิดถึงเชริควนเวียนในหัวเสียที มันคือการเลิก การลาจากจริงๆ จากเหตุการณ์วันนั้นทุกอย่างจะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม คาดหวังว่าในฟิคอาจจะกลับ แต่ ขนาดฟิคยังทำร้าย ร้องห้ายยยย /ขอโทษค่ะไรเตอร์ /ปาดนั้มตา T^ T แต่มันสุดมากค่ะ ที่คิดว่าเป็นห้วงความคิดตัวเองถึงสองครั้ง ครั้งแรกขยี้ก่อนแล้วทำให้โล่งใจ กลับมาขยี้อีกรอบในจังหวะที่กำลังขึ้นสุด อินมากค่ะจุดนี้ ฉากที่มาอาบน้ำให้ อุ้มขึ้นจากอ่าง ตัดผมด้วยมือตัวเองไม่ใช่พลัง แบบ นี่คือความอบอุ่น ความดีของเอริคที่ชาร์ลมองเห็นมาเสมอแต่อีริคไม่เชื่อในสิ่งนั้นเลยและสุดท้าย …เขาก็ไม่ได้ทำมันจริงๆ แต่ความอบอุ่นเรื่องดีๆ ของอีริคก็ไม่เคยจางหายจากใจชาร์ลเลย จะพยามปฏิเสธ ปัดเรื่องราวเหล่านั้น …ตัวเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันนี่นะ

    ชอบในอะโพคาลิปส์อย่างค่ะ ที่ริคบอกว่า นายจูงใจฉันให้ทำอะไรๆ ก็ได้นี่ แต่ชาร์ลเลือกที่จะไม่ทำมาตลอดและบอกลา… มันบอกไม่ถูกฟีลลิ่งมันรู้สึกถึงความแคร์กัน ความเลือกที่จะเข้าใจ (แล้วไว้มาตีกันวันหลังฮือๆๆๆๆ) แต่ชอบมากๆ ค่ะ ได้อ่านฟิคเรื่องนี้แล้วสานต่ออารมณ์ได้ดีมากๆ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s