[X-Men Fic][ErikCharles] The Architecture of Metanoia and Concinnity (2)

 
(ปลดพาสแล้วนะคะเอนทรีนี้ ตรงส่วนทอล์คมีข่าวเรื่องรวมเล่มฟิคด้วยล่ะค่ะ)
 
 
The Architecture of Metanoia and Concinnity
X-Men: First Class Fanfiction by Tippuri~ii * 
 

 

    
 

 
 

Pairing:  Erik Lehnsherr x Charles Xavier
Fandom: X-Men First Class

Type: AU fanfiction

 
 

 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 

 

 

 
************************************
 

 

Architecture can’t fully represent the chaos and turmoil that are part of the human personality, but you need to put some of that turmoil into the architecture, or it isn’t real.

— Frank Stella

 

 

*****

 

 

Chapter 2

               

 

 

 

 

เขาไม่เคยรู้สึกไม่ชอบหรือเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งใดจากยุคของช่วงเวลาอันเก่าแก่…แต่อย่างไรก็ดี อีริค เลนเชอร์ก็คงต้องขอจัดตัวเองเข้าอยู่ในหมวดมนุษย์ผู้มีรสนิยมสายโมเดิร์นมากกว่าคลาสสิค เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่เรียบง่ายหากเฉียบคม…เหมือนกับการบอกกล่าวถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อได้อย่างชัดเจนพอดิบพอดีผ่านตัวสถาปัตยกรรม ผู้สร้างอธิบายได้อย่างครบถ้วนจนผู้มองก็ไม่จำเป็นต้องถามอะไรเพิ่มเติม…จังหวะความเข้าใจอันลงตัวระหว่างสองฝ่ายที่ไม่เคยแม้แต่จะรู้จักกันนี้คือสิ่งที่อีริครู้สึกเสมอว่าเป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหลนักของผลงานสไตล์โมเดิร์น

               

 

 

 

 

และความชอบนี้ก็เริ่มชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นหลังเวลาที่อีริคได้ใช้ในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์…การได้ใช้เวลาศึกษาลงลึกในด้านนี้ทำให้เขาได้ค้นพบและตระหนักรู้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่านี่คือสิ่งที่ตนต้องการจะสรรค์สร้างออกมา ทุกดีไซน์ของอีริคมักจะเน้นที่ความเรียบง่ายและโปร่งสบาย ใช้โครงสร้างเพียงไม่กี่ชิ้นในการแสดงถึงระเบียบอันสมดุล…ผลงานของเขาไม่ได้มีรายละเอียดที่เด่นชัดจัดจ้านหรือสีสันอันหลากหลาย เพราะชายหนุ่มเชื่อเสมอว่าความรู้สึกว่ามากมายนั้นเกิดขึ้นมาจากองค์ประกอบที่น้อยชิ้นต่างหาก

               

 

 

 

 

หรือถ้าจะว่าง่ายๆ ตามภาษาของเด็กสถาปัตย์ก็คือ…อีริคใช้ชีวิตและหายใจตามหลักการของลุดวิก มีส ฟาน เดอร์ โรห์แบบคำต่อคำ

               

 

 

 

 

เขาค้นพบชื่อมีสในบทเรียนสักบท…อีริคจำไม่ได้ว่ามันเป็นคาบไหนหรือวิชาอะไร แต่สิ่งที่ชายหนุ่มจำได้คือความรู้สึกตื่นเต้นของการค้นพบและจับต้นชนปลายได้…เพราะกลายเป็นว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมที่เขาได้เห็นผ่านๆ มาจากหลายๆ ที่แล้วชอบนั้นเป็นฝีมือการออกแบบของคนคนนี้แทบทั้งสิ้น ทำให้ตั้งแต่ตอนนั้น…อีริคก็ยกมีสขึ้นอยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่พวกเนิร์ดหนังไซไฟวางจอร์จ ลูคัสเอาไว้มาตลอด

               

 

 

 

 

…นั่นเลยทำให้ในวินาทีนี้ ความประทับใจแรกพบที่อีริคมีให้มนุษย์ผู้สับการดีไซน์ของเขาที่อิงตามทฤษฎีของมีสอย่างเจ้าเด็กตรงหน้าตนนี่จึงเป็นอะไรที่มืดทะมึนและเปี่ยมไปด้วยอคติอย่างสวยงามที่สุด

               

 

 

 

 

“โอเค…” อาซาเซลผู้ประสานงานกับอีริคมานานพอชินแล้วว่าชายหนุ่มจะชอบพูดแทรกเพราะรำคาญความยืดเยื้อ…เจ้าตัวเลยดูจะไม่ได้จับสังเกตถึงกระแสเดือดปุดๆ กว่าปกติในน้ำเสียงเลย หนุ่มรัสเซียแตะมือข้างหนึ่งบนบ่าเขา อีกข้างตบเบาๆ บนบ่าเจ้าเด็กนี่…คาดิแกนไหมพรมสีน้ำเงินที่อีกฝ่ายสวมอยู่ดูเหมือนขุดมาจากตู้เสื้อผ้าของคุณปู่แดนผู้ดีสักตู้ “อีริค…นี่ชาร์ลส์นะ ชาร์ลส์ เซเวียร์…น้องชายเอ็มม่า”

               

 

 

 

 

เจ้าคาดิแกนน้ำเงินหรือชาร์ลส์ เซเวียร์จับมือทักทายกับเขา…อีริคพยายามจะไม่สนใจริมฝีปากที่ถึงจะเม้มแน่นแต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่าแดงเรื่อหรือสัมผัสนุ่มๆ ของมือของคนตรงหน้า ประกายในดวงตาโตสีฟ้าเข้มนั่นบอกให้เดาได้ว่าอีกฝ่ายเริ่มปะติดปะต่อได้แล้วว่าเขาคงได้ยินสิ่งที่เจ้าตัวแอบบ่นไป…ซึ่งอีริคก็ขมวดคิ้วพร้อมรักษาระดับความดุในสายตาที่จ้องตอบเพื่อเป็นการยืนยันให้เจ้าคาดิแกนน้ำเงินนี่รู้ชัดๆ ไปเลยว่าเขาก็ได้ยินทุกคำจริงๆ นั่นแหละ

               

 

 

 

 

อาซาเซลอธิบายสิ่งที่อีริครู้อยู่แล้วอีกรอบ…เอ็มม่าไม่ว่างจะมาดูไซต์งานและเจ้าคาดิแกนน้ำเงินนี่ก็มาเพื่อทำหน้าที่นั้นแทน หนุ่มรัสเซียสรุปสั้นๆ ในที่สุดว่าวันนี้ไม่มีอะไรต้องทำมากไปกว่าดูทุกอย่างโดยรวมแบบคร่าวๆ แล้วก็ให้อีริคอธิบายถึงโครงการการตกแต่งที่ตั้งใจจะทำของแต่ละห้องให้เจ้าคาดิแกนน้ำเงินนี่ฟัง

 

 

 

 

 

…แล้วหลังจากนั้น อาซาเซลก็ขอตัวออกไป ทิ้งอีริคไว้กับมนุษย์ผู้กล้าวิจารณ์ทฤษฎีของมีสว่าไม่โอเครัวๆ สามครั้งติดให้เขาได้ยินและความเงียบชวนอึดอัดอันใหญ่โตมโหฬาร

 

 

 

 

 

อย่างไรลูกค้าก็คือลูกค้า…นั่นจึงทำให้อีริคตัดสินใจพูดขึ้น เสียงสงบนิ่งราวกับกำลังพูดกับคนที่ไม่ได้สับผลงานของเขาเป็นชิ้นๆ เลยสักนิด

 

 

 

 

 

“มิสเตอร์เซเวียร์” ปกติแล้วเขาไม่ถือในการจะใช้ชื่อต้นกับลูกค้า แต่กรณีนี้…การขีดเส้นความห่างเหินไว้เป็นอะไรที่ให้รสชาติสะใจเล็กๆ ดีไม่น้อยเลย “คุณอยากจะดูงานในไอแพดแทนไหม? จะได้ไม่ต้องเดินวนให้เมื่อย…ว่าไง?”

 

 

 

 

 

ปกติแล้วอีริคไม่เคยแนะนำการดูงานแค่ผ่านจอภาพแบบนี้เลยสักครั้ง…แต่อารมณ์กรุ่นปุดๆ ในใจตอนนี้ทำให้เขาไม่อยากจะยุ่งอะไรกับเจ้าเซเวียร์นี่เลยสักนิด แถมถ้าตัดสินจากสภาพที่แทบจะเอากลุ่มไหมพรมมาห่มตัวเดินแทนการใส่เสื้อผ้า ผมที่หวีเรียบร้อย และสำเนียงบริติชจางๆ…อีริคมั่นใจว่าอีกฝ่ายคงจะเป็นมนุษย์จำพวกที่ยังหลอกตัวเองอยู่ว่ายุคศตวรรษที่สิบแปดหรือสิบเก้ายังคงไม่ผ่านพ้นไป และเมื่อบวกกับทัศนคติที่เจ้าตัวแสดงออกมาเต็มที่ตอนที่คิดว่าอยู่คนเดียว…มันก็เห็นอยู่ได้ชัดๆ แล้วว่าพวกเขาคุยกันละภาษาโดยสิ้นเชิงในด้านรสนิยมทางสถาปัตยกรรม

 

 

 

 

 

แต่แน่นอน…สวรรค์ไม่เคยเข้าข้างเขา เพราะเซเวียร์ส่ายหน้า

 

 

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอก” ยักไหล่เสริมคำพูดที่อีริคไม่อยากจะได้ยิน “ไหนๆ ก็มาแล้ว…เดินดูไปเลยก็ได้”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมน้ำตาลใช้ความอดทนทุกหยาดหยดในการหยุดตัวเองไม่ให้คำรามฮึ่มแล้วจำใจพยักหน้า…พื้นที่ทั้งชั้นถูกแบ่งสรรให้สตูดิโอคลาร่าได้ประกอบด้วยเคาเตอร์รีเซปชั่น ส่วนจัดแสดงชิ้นงานจิวเวอรี่ที่ประกอบสำเร็จมาแล้ว ออฟฟิศที่เล็กลงมาสำหรับการพูดคุยตกลงเรื่องจิวเวอรี่ชิ้นสั่งทำอีกหลายห้อง ห้องประชุมใหญ่ กับครัวส่วนกลางสำหรับพนักงาน…ระยะทางที่ยาวนานด้วยรายละเอียดที่ต้องแจกแจง และอีริคก็ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเขาจะเผลอลืมตัวแล้วหมดความอดทนกับเซเวียร์ลงตอนไหน

 

 

 

 

 

ต้องขอบคุณที่ถือไอแพดติดมือมาด้วย…เพราะสุดท้าย เจ้าจอสี่เหลี่ยมนี่ก็ช่วยชีวิตการงานของอีริคเอาไว้ ชายหนุ่มอธิบายรายละเอียดของแต่ละห้องอย่างคร่าวๆ พร้อมเสทำเป็นเลื่อนนั่นนี่ในไอแพดประกอบแทนการสนใจมองคนที่เดินมาด้วย และเรื่องดีๆ ที่ไม่คาดคิดก็คือ…อีกฝ่ายดูจะไม่ได้สนใจเลยว่าตนเองโดนเขาเมินอยู่ เซเวียร์พินิจแต่ละห้องอย่างเงียบๆ ราวกับก็กำลังครุ่นคิดอะไรเองอยู่…มีถามเพิ่มเติมสั้นๆ หรือเขยิบเข้ามาขอดูรูปตัวอย่างบนจอไอแพดเป็นครั้งคราวเท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

“…ก็นั่นแหละ” อีริคกล่าวเมื่อทั้งสองเดินเวียนกลับมาที่ห้องแรกสุดที่ได้แนะนำตัวกัน “ทั้งหมดก็ราวๆ นี้…ตอนนี้เราเหลือเก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อย คงได้เริ่มต้นตกแต่งจริงๆ ในอีกไม่กี่อาทิตย์แล้วล่ะ แค่อาจจะมีต้องบรีฟรายละเอียดบางจุดอีกที…แล้วผมจะนัดให้คุณเข้ามาแล้วกันนะมิสเตอร์เซเวียร์”

 

 

 

 

 

อย่างน้อยเจ้าคาดิแกนน้ำเงินนี่ก็ยังใช้ไอแพดเป็น…และอีริคจะไม่ยอมรับเด็ดขาดด้วยว่าท่าทางของเซเวียร์ตอนประคองไอแพดของเขาไว้ในมือข้างหนึ่งแล้วจิ้มหน้าจอทีละจึ้กเพื่อให้หมายเลขโทรศัพท์ของตัวเองกับเขานั้นช่างน่าเอ็นดูเป็นบ้า

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มพึมพำขอบคุณตามมารยาทตอนรับไอแพดคืนมา แต่ก็ทำโน้ตเตือนตัวเองเอาไว้ว่าจะโยนหน้าที่คุยกับเซเวียร์ให้อาซาเซลรับไปคนเดียวอย่างแน่นอนที่สุด…เขาขยับจะกล่าวลา แต่คนตรงหน้าก็ชิงเกริ่นประโยคขึ้นมาเสียก่อน

 

 

 

 

 

“คือว่า…ผมถามอะไรหน่อยได้ไหมมิสเตอร์เลนเชอร์?”

 

 

 

 

 

นั่นไง อีริคแอบถอนหายใจฮึในใจ ยังไม่ยอมจบง่ายๆ สินะเซเวียร์ 

 

 

 

 

 

“ผมเข้าใจนะว่าเอ็มม่าคงคุยกับคุณไว้แล้ว…แต่…” ริมฝีปากสีสดถูกเม้มราวกับเจ้าตัวกำลังชั่งใจหาคำพูดที่นุ่มหู “แต่ทุกอย่างมันไม่…เอ่อ…โล่งไปหน่อยเหรอ?”

 

 

 

 

 

นี่คงเป็นประโยคฉบับสุภาพที่เซเวียร์ดัดแปลงมาจากสุนทรพจน์ส่วนตัวเมื่อเช้า…แต่ในเมื่ออีริคได้ยินมันในฉบับไม่สุภาพไปแล้ว ชายหนุ่มจึงห้ามตัวเองไม่ทันเลยเมื่อได้มาฟังซ้ำอีกครั้งแบบนี้

 

 

 

 

 

“เอาล่ะเซเวียร์ ฉันจะอธิบายบางอย่างจากวิชาสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ 101 ให้ฟังชัดๆ นะ” เสียงทุ้มเริ่มต้นอย่างตวัดห้วนและเสียดสีเล็กๆ “ความโล่งในจุดนี้คือการทำให้คนมองรู้สึกได้ถึงความเรียบง่าย…แล้วก็จะได้มีเวลามองต่อถึงรายละเอียดของทั้งตัวสตูดิโอแล้วก็พวกลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่แทรกไว้ตอนตกแต่ง” อีริคพูดได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะนี่เป็นกฎหลักที่เขายึดในการออกแบบทุกงาน “เข้าใจรึยัง…สไตล์การออกแบบอย่างนี้ดูโล่งเพราะมันถูกจงใจทำให้ดูโล่ง เพราะความโปร่งแล้วก็โครงสร้างที่สมดุลพวกนี้มันเพียงพอแล้วที่จะทำให้รู้สึกว่าตัวตึกดูโอ่อ่า”

 

 

 

 

 

เซเวียร์เงียบกริบและนิ่งอึ้งจนตาโตไปเลยกับการที่ถูกพูดยาวๆ รัวๆ แบบนี้ใส่ และอีริคก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าความสุภาพของภาษาระหว่างกันโดนโยนทิ้งออกหน้าต่างสักบานไปแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เขาจะสนใจตอนนี้…ชายหนุ่มเดินหน้าต่อเต็มกำลังด้วยคิ้วที่ขมวดยุ่งและสายตาที่แสดงถึงอารมณ์เดือดปุดๆ ที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อเช้า

 

 

 

 

 

“…ซึ่งทั้งหมดนี่น่ะก็อิงตามทฤษฎี ‘น้อยดีกว่ามาก’ ของมีส ฟาน เดอร์ โรห์” เขม็งสายตาอีกนิด ก่อนจะตวัดปิดฉากด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับการแยกเขี้ยวใส่ “…ทฤษฎีที่นายคงจะรู้สักหน่อยถ้านายเคยได้ขยับตัวออกมาจากปาร์ตี้น้ำชาของเจน ออสเตนบ้างน่ะนะ”

 

 

 

 

 

ไม่มีคำอื่นใดที่จะสามารถใช้บรรยายความเงียบที่ทิ้งตัวตามมาได้นอกจากคำว่า ‘ดังสนั่น’…เซเวียร์ยืนนิ่ง หลักฐานเดียวที่ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายยังมีปฏิกิริยาตอบสนองก็คือดวงตาที่กระพริบและการขยับตอนที่เจ้าตัวสูดลมหายใจลึกๆ…จังหวะอันไม่ไหวติงของบรรยากาศมอบเวลาน้อยนิดหากเหลือเฟือให้อีริคในการได้ตระหนักว่าเขาเพิ่งพูดอะไรใส่คนที่ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงลูกค้าของตนไป ชายหนุ่มอยากชกตัวเองนักที่คุมสติไม่อยู่จนปล่อยให้นิสัยเลวร้ายแบบนี้ออกมาเพ่นพ่าน…แต่ก็อีกนั่นแหละ ชาร์ลส์ เซเวียร์ดูจะมีความสามารถในการเรียกนิสัยเลวร้ายของเขาให้ออกมาเพ่นพ่านได้ง่ายดายอย่างอธิบายไม่ได้เสียจริง

 

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มเตรียมใจรับการโดนไล่ออกแบบสายฟ้าแล่บหรืออะไรก็ตามที่เจ้าคาดิแกนน้ำเงินนี่จะพึงคิดว่าสาสมกับเขาในวินาทีถัดมา…หากสิ่งที่เซเวียร์พูดออกมากลับเป็นประโยคสุดท้ายของสุดท้ายของสุดท้ายที่อีริคคิดว่าตัวเองน่าจะได้รับจากสถานการณ์นี้

 

 

 

 

 

“โอเคเลนเชอร์” คนพูดกอดอก และคนมองก็ไม่รู้ว่าตนคิดไปเองไหม…แต่เหมือนเซเวียร์จะมีสีหน้าที่ไม่ยิ้มแต่ก็ไม่บึ้งอยู่ ราวกับเจ้าตัวตัดสินใจไม่ขาดว่าจะรู้สึกไปในทางใดดี แถมน้ำเสียงนั้นก็มีแค่กระแสท้าทายค่อนๆ ไปทางนึกสนุกปนอยู่…ไร้โทสะหรือความกรุ่นโกรธใดๆ ทั้งสิ้น “…ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะรอดูแล้วกันว่านายกับทฤษฎีเฟอเรโร่รอชเชอร์อะไรนั่นจะทำให้สตูดิโอพี่สาวฉันออกมาหน้าตาเป็นยังไง”

 

 

 

 

 

ความรู้สึกที่เกิดจากบทสนทนาไร้ความเกรงอกเกรงใจนี้และข้อเท็จจริงที่ว่าเซเวียร์เองก็โยนความห่างเหินของคำแทนตัวทิ้งไปเช่นกันนั้นช่างพิลึกพิลั่นมากเสียจนทำให้อีริคลืมที่จะโมโหอีกฝ่ายที่กล้ามาล้อชื่ออัจฉริยะในดวงใจของตนไปเลย

 

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ชาร์ลส์เป็นคนที่มีเหตุผลมากในระดับที่ตัวเขาเองก็ยังเหลืออดกับนิสัยนี้ของตน

 

 

 

 

 

ทำให้บางครั้ง – อย่างเช่นตอนนี้ – แม้แต่ชาร์ลส์เองก็หัวเสียกับความมีเหตุผลของตัวเองนัก…เพราะแทนที่จะโกรธอีริค เลนเชอร์เต็มที่อย่างที่มีสิทธิ์จะทำ เขากลับสามารถชั่งน้ำหนักทุกสิ่งของบทสนทนานั้นได้อย่างมีสติ มองเห็นและยอมรับได้ว่าผลของทุกประโยคจากชายหนุ่มผมน้ำตาลนั้นมีเหตุมาจากตัวเขาเองที่คงจะยึดติดอยู่แต่กับรสนิยมส่วนตัวมากไป รสนิยมที่ไม่ใช่สิ่งที่เลนเชอร์ได้รับมอบหมายให้ออกแบบ…และแม้จะแอบฉุนเล็กๆ อยู่บ้าง ชาร์ลส์ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายร่ายยาวใส่ตนมานั้นเป็นการเตือนสติและชี้อีกมุมมองที่ไม่เคยถูกคิดถึงให้เขาได้เห็น

 

 

 

 

 

แล้วอีกเหตุผลที่เขาโกรธเลนเชอร์ไม่ลงก็คือ…ในบรรดาคำแซะทั้งหลายบนโลกใบนี้ หมอนั่นก็ดันต้องเลือกประโยคจิกกัดที่ก็ชวนให้ขำได้มากพอจะลบล้างกับความน่าโมโหมาว่าเขาด้วยน่ะสิ… 

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์ เซเวียร์ไม่เคยลงไปโต้เถียงกับใครโดยที่ไม่รู้ข้อมูลพื้นฐานของประเด็นหลักเสียก่อน…นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มไปที่ร้านหนังสือแล้วถามหาอะไรก็ตามที่จะให้ความกระจ่างเรื่องสถาปนิกชื่อแปลกที่เลนเชอร์อ้างถึงได้ ต้องขอบคุณสาวน้อยประจำร้านที่ความจำดีและรับมือลูกค้าผู้จำชื่อไม่แม่นจนเชี่ยวชาญ…สุดท้ายชาร์ลส์ก็ได้รู้ว่าการออกเสียงที่ถูกต้องของ ‘เฟอร์เรโร่รอชเชอร์’ คือมีส ฟาน เดอร์ โรห์ สาวน้อยบอกเขาว่าในร้านก็มีหนังสือที่กล่าวถึงผลงานของเจ้าตัวอยู่พอสมควร…แต่ถ้าชาร์ลส์แค่อยากจะดูภาพเป็นหลัก สิ่งเดียวที่น่าจะตรงความต้องการของเขาคงเป็นหนังสือโต๊ะกาแฟเล่มอลังการเท่านั้น

 

 

 

 

 

เจ้าหนังสือเล่มที่ว่าหนาและหนักใช่ย่อยด้วยปกแข็งและกระดาษเนื้อในเป็นมันปลาบ…แต่ชาร์ลส์ก็ตัดสินใจได้ไม่ยากเพราะภาพในตัวเล่มนั้นสีสดชัดเจน แล้วถ้าเขาดูเสร็จ…เอ็มม่าก็คงชอบใจที่จะได้หนังสือหน้าตาหรูๆ แบบนี้เพิ่มไว้ไปประดับโต๊ะเล็กโต๊ะน้อยในบ้าน

 

 

 

 

 

แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะหลังจากได้ดูภาพผลงานและอ่านโน้ตสั้นๆ ที่อธิบายถึงแนวคิดและนัยยะแฝงของแต่ละดีไซน์แล้ว…แผนการยกหนังสือเล่มนี้ให้เอ็มม่าก็ดูจะมีแววโดนยกเลิกมากขึ้นและมากขึ้นทุกที ชาร์ลส์พยายามจะทำความเข้าใจกับมุมมองที่สถาปัตยกรรมแนวนี้ต้องการสื่อให้ดีมากขึ้น และในขณะเดียวกัน เขาก็พบว่าตัวเองเริ่มชอบความเรียบง่ายและโปร่งสบายของดีไซน์แบบนี้ขึ้นมาบ้างแล้วทีละนิด…ชายหนุ่มดูรูปทั้งหมดในตัวเล่ม และทั้งๆ ที่ไม่อยากจะยอมรับเลย…ชาร์ลส์ก็ได้คิดตามและพบว่าตัวเองเริ่มจะเห็นภาพตามที่เลนเชอร์พูดให้ได้ฟังแล้วไม่มากก็น้อย จนรู้ตัวอีกที…ชายหนุ่มก็พบว่าตนชอบถือหนังสือเล่มนี้ออกมาดูเล่นนอกบ้านในบางวันแล้วโดยไม่ใส่ใจเลยว่ามันหนักแสนหนักแค่ไหนก็ตาม

 

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้ตอนที่มาถึงตึกไฮเซนเบิร์กตามนัดครั้งต่อมา…ชาร์ลส์ก็พบว่าตนถือเจ้าหนังสือเล่มยักษ์นี้ติดมือมาด้วย เขาได้แต่สบถพึมๆ กับตัวเองพร้อมพยายามสุดชีวิตในการยัดมันลงในกระเป๋าสะพายที่ดูก็รู้ว่าใส่ไม่พอ…เพราะตะเข็บกระเป๋าที่ยืดเกือบปรินั้นก็ยังดีกว่าการปล่อยให้เลนเชอร์เห็นว่าเขาถึงขั้นไปหาหนังสือเล่มใหญ่ขนาดนี้มาอ่านเพื่อปรับมุมมองจากที่เจ้าตัวได้ปรามาสไว้

 

 

 

 

 

ใช่เลย…ใครมันจะไปอยากเห็นหน้าหล่อร้ายนั่นขยับยิ้มหึหึอย่างสะใจกันล่ะ… 

 

 

 

 

 

และตรงนี้เองที่ชาร์ลส์สะดุ้งในใจราวกับโดนไฟช็อต…เหตุผลแรกคือเขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงให้นิยามเจ้าคนนิสัยไม่ดีอย่างเลนเชอร์ว่าหล่อ อีกเหตุผลก็คือภาพของเลนเชอร์ที่ทำสีหน้าตามคำธิบายที่ตนคิดในจินตนาการนั้นก็หล่ออย่างปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ เสียด้วย

 

 

 

 

 

…และเหตุผลสุดท้ายก็คือบุคคลสุดท้ายที่ก้าวเข้ามาในลิฟต์อันแน่นขนัดนี้ก็คือคนที่ชาร์ลส์กำลังคิดถึงนั่นแหละ

 

 

 

 

 

ต่อให้การมาถึงของเลนเชอร์จะเป็นแค่เสี้ยววินาทีสั้นๆ ที่เขาจะยัดหนังสือเล่มหนาใส่ในกระเป๋าได้ในที่สุด…แต่ดวงตาสีเทาที่เบิกกว้างนิดๆ ก่อนจะหรี่ลงราวกับสังเกตอะไรที่มีพิรุธได้ทันก็บอกให้ชาร์ลส์รู้ชัดเจนว่าปกหนังสือของตนโดนอีกฝ่ายเห็นแล้วเรียบร้อย ชายหนุ่มผมดำจึงได้แค่กลั้นความอยากถอนหายใจ…ทำหน้านิ่งไว้ทั้งๆ ที่ตอนนี้ในหัวเต็มไปด้วยความรู้สึกเกลียดโชคชะตาและความบังเอิญนี้ไปหมดแล้ว

 

 

 

 

 

ผู้คนต่างทยอยกันเดินออกไปตามชั้นที่หมายของตัวเอง…จนกระทั่งเรื่องที่น่ากลัวที่สุดก็เกิดขึ้น เหลือแค่เขากับเลนเชอร์และความเงียบน่าอึดอัดในกล่องสี่เหลี่ยมแคบๆ อันสว่างไสวนี่

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์ไม่รู้จะชวนคุยอย่างไรและก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะอยากเสวนากับตนไหม…ดวงตาสีน้ำเงินเลยจับจ้องแค่ที่ปุ่มและตัวเลขดิจิตอลแสดงอันดับชั้นของตัวอาคารราวกับจะค้นพบความลับของจักรวาลได้จากพวกมัน พยายามจะหลอกตัวเองว่าความรู้สึกถึงสายตาที่มองนิ่งมายังตนจากดวงตาสีเทาคู่นั้นเป็นเรื่องคิดไปเอง

 

 

 

 

 

เหลืออีกราวๆ ไม่กี่ชั้นที่จะถึงสตูดิโอคลาร่า…และตอนนั้นเองที่เสียงทุ้มเรียบเย็นทำลายความเงียบลง

 

 

 

 

 

“นายมีหนังสือรวมภาพงานของมีส”

 

 

 

 

 

ประโยคนี้ไม่ใช่คำถามและคำเสียดสี…แต่ชาร์ลส์ก็ไม่ค่อยชอบกระแสขำหึหึที่ปนมาเท่าไหร่เลย เพราะมันทำให้เขารู้สึกงุ่นง่านและเขินอย่างไม่มีเหตุผลชอบกล

 

 

 

 

 

แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้หาเรื่องอะไร…ชายหนุ่มก็ตัดสินใจว่าตนจะตีความว่าประโยคนี้เป็นการเริ่มต้นสงบศึกจากเจ้าตัว เลยกล่าวอย่างติดตลกปนกวนๆ

 

 

 

 

 

“ใช่” ยิ้มจางๆ…ด้วยยังลังเลเล็กน้อยว่าตนควรจะส่งยิ้มให้เช่นนี้ไหม และก็ด้วยกำลังแอบสะใจเล็กๆ ล่วงหน้าตอนใช้คำแซะจากอีกฝ่ายมาใช้กวนประสาทเจ้าตัวกลับไป…น้ำเสียงท้าทายนิดๆ อย่างซนๆ ตอนเอ่ยคำ “เพราะนี่ฉันกำลังเรียนวิชาสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ 101 ด้วยตัวเองอยู่”

 

 

 

 

 

เลนเชอร์หัวเราะฮึสั้นๆ อย่างรู้ทันและราวกับคิดว่าการกระทำของชาร์ลส์ช่างเป็นความพยายามอันไร้สาระ…แต่ทำไมก็ไม่รู้ คนฟังกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ฟังดูเสียดสีเท่าที่เจ้าตัวน่าจะตั้งใจเลย

 

 

 

 

 

ลิฟต์มาถึงชั้นที่ยี่สิบแปดพอดี…ชาร์ลส์แอบกลอกตานิดๆ เมื่อร่างสูงโปร่งนั้นก้าวยาวๆ แซงหน้าตนออกไปเลยอย่างผิดกับมารยาทที่ควรของผู้ถูกจ้างกับลูกค้า บอกตัวเองว่าอย่างน้อยก็ดีแล้วที่เอ็มม่าเพิ่งมาให้ตนช่วยดูงานเอาตอนที่ทุกอย่างอยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว

 

 

 

 

 

เพราะนั่นหมายความว่าถึงเลนเชอร์จะไม่ยอมยื่นไมตรีสงบศึกแบบเขา…ทั้งสองก็มีเวลารบกันแค่ไม่นานอยู่ดี… 

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์สรุปกับตัวเอง เกลี่ยรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากที่มีให้อีกฝ่ายเมื่อครู่ออกไป…รอยยิ้มที่แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้างงเล็กๆ ตอนที่เห็นว่าร่างสูงโปร่งนั่นไม่ได้ก้าวฉับๆ เข้าสตูดิโอแล้วทิ้งให้บานประตูกระจกเหวี่ยงปิดกลับมาเฉียดปลายจมูกเขาอย่างที่ชายหนุ่มผมดำเดาว่าเจ้าตัวน่าจะอยากทำ แต่เลนเชอร์กลับยืนรออยู่ตรงหน้าประตู…มือเรียวยาวได้รูปที่ไม่ได้ทำให้ชาร์ลส์มองเพลินเลยสักนิดเดียวแตะราวจับสีเงินเอาไว้ จับให้บานกระจกใสเปิดค้างพร้อมที่จะเดินผ่านเข้าไปได้

 

 

 

 

 

เจ้าตัวตอบสายตางงๆ ของชาร์ลส์ด้วยการเลิกคิ้ว ดวงตาสีเทาเจือด้วยหลายสิ่ง…ความเซ็งนิดๆ เหมือนกับกำลังคุยกับคนไม่รู้เรื่อง ความงุ่นง่านหน้าตายที่กวนประสาทชะมัด และอย่างสุดท้าย – บางเบาจนแทบสังเกตไม่ได้ – ความระยับแพรวพรายของสายตาราวกับเจ้าตัวกำลังนึกขันปนเอ็นดูอยู่…ก่อนที่วงหน้าคมคายจะผงกแค่นิดเดียว พูดสั้นๆ

 

 

 

 

 

“อรุณสวัสดิ์ เซเวียร์”

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์ประสบความล้มเหลวในการเกลี่ยซ่อนรอยยิ้มก่อนหน้าแบบไม่มีชิ้นดีกับสิ่งที่ได้รับรู้ต่อหน้าตอนนี้…สาวเท้าผ่านประตูไป เอี้ยวกลับไปมอง…เรียวปากยกยิ้มสนุกสนานพร้อมดวงตาที่พริบพราวราวกับกำลังหัวเราะกลั้วไปในประโยคตอบรับของตน

 

 

 

 

 

“เช่นกัน เลนเชอร์”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมน้ำตาลครางฮึสั้นๆ…มุมปากข้างหนึ่งหยักยกนิดๆ ราวกับเจ้าตัวอยากแยกเขี้ยวใส่ปนจะบอกว่าอย่าเพิ่งได้ใจไป แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอื่นอีก

 

 

 

 

 

และต่อให้ร่างสูงโปร่งนั่นจะก้าวฉับๆ แซงนำไปตอนที่พวกเขาขยับมาอยู่ในเขตสตูดิโอแล้วเรียบร้อย…ชาร์ลส์ก็พบว่าตัวเองไม่ได้หัวเสียเท่าที่ควรอีกเลยสักนิดเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

***********************************

 

2 August 2014 — ซึ่งก็คือวันนี้ค่ะ ฟฟฟฟ

 

 

อ่านมาถึงตรงนี้ได้แล้ว บอกอีกทีคงตลกๆ…แต่ก็…เอนทรีนี้ปลดพาสแล้วนะคะ อิ v อิ

 

และตอนนี้…หลายๆอย่างลงตัวหมดแล้วค่ะ คาดว่าคงเป็นพรุ่งนี้แล้วที่จะเริ่มเปิดให้โอนเงินแฟนฟิคเชริคไฮสคูลกับแปซิฟิก ริม (ไฟนอลลี่ไฟนอลลี่ย์ยยย) รอติดตามข่าวจากในเพจกับบล็อก http://tippurific.wordpress.com/ นะคะ พรุ่งนี้น่าจะได้แล้ว นี่เผอิญมีปัญหากับบัญชีนิดหน่อยค่ะ ไม่งั้นวันนี้คงได้เริ่มเปิดโอนไปแล้ว orz

 

หวังว่าทุกคนจะเอนจอยกับฟิคเรื่องนี้และทั้งสองเรื่องที่กำลังจะพิมพ์นะคะ ขอบคุณมากจริงๆค่ะที่ยังติดตามอ่านบล็อกทิพย์อยู่ T///T

 

 

แบร์ฮักรอบทิศ

 

 

ทิพย์เองค่ะ

 

 

Advertisements

43 responses to “[X-Men Fic][ErikCharles] The Architecture of Metanoia and Concinnity (2)

  1. แหนะๆๆๆๆ คุณสถาปนิกหลงใหลปากแดงๆของหนุ่มเนิร์ดแล้วอะดิ๊ อิอิ
    ชอบตรงใส่รายละเอียดของอาชีพของอีริคคือพี่เองไม่รู้เรื่องด้านนี้เลย
    เขียนแบบไหนก็อ่านไม่ได้รู้จุดผิดจุดถูก มีโอกาสได้ไปหาอ่านต่อ ขอบคุณในจุดนี้มาก
    ชาร์ลส์น่ารักอะ เป็นพวกเอาชนะเล็กๆสินะ ลงทุนซื้อหนังสือเลยทีเดียว ฮุฮุ
    ป.ล. จะไม่บอกว่าอีริคเท่มากหรอกนะ แต่อีริคเท่มากกกกกจริงๆ

    Like

  2. ไม่ชอบเลยยย ไม่คิดเลยยยย ไม่มองเลยยยยย…จ้ะะะะะะะะะะะะะ
    อ่านไปก็ขำไป รวมๆแล้วน่ารักดีค่ะ
    ปล.เป็นคนเม้นน้อย แต่เม้นจากใจนะคะ บางทีก็ไม่รู้จะเอาตรงในมาเม้นเพราะดีไปหมด สนุกไปหมด

    Like

  3. (ขอติ่งก่อนนะะะ)
    ฮืออออออ ทิพย์คะะะะ /กอดและร้องไห้น้ำตานอง/ คือเราไม่คิดว่าทิพย์จะหยิบมิสมาเป็นไอดอลของอีริคจริงๆ
    คือออ เห็นใช่ไหมคะ เห็นใช่ไหมคะว่างานของมิสมันอีริคมากๆๆๆ(แถมเยอรมันเหมือนกันด้วย)
    คือส่วนตัวเราไม่ได้คลั่งงานโมเดิร์น แต่มีมิสนี่แหละค่ะที่ทำให้เราหลงงานของเขามาก ตอนได้รู้จักบาเซโลน่าพาวิลเลียนครั้งแรกคือตกหลุมรักคนๆนี้แบบเต็มๆ ……แล้วแบบ อีริคอะะะ อีริคทำงานสไตล์นี้อะะะ ตายค่าาาา ตาย ระเบิดบึ้มยิ่งกว่าโกโก้ครั้น เหมือนสิ่งที่เราชอบกับสิ่งที่เราชอบมารวมกัน ติ่งคูณสอง แอร่ะ ทิพย์คือฆาตกร!!! /ปิดตาชี้หน้า/

    (โหมดปกติ)
    เราชอบความเย็นชาห่างเหินในตอนแรกที่ทั้งสองคนนี้มีให้กันมากค่ะ เรียกกันด้วยนามสกุลมันเป็นอะไรที่แบบว่าเซ็กซี่ระดับสิบ รู้ตัวไหมนะนายสองคนนี้หนิ!!! มันเร้าใจกว่— /พอเหอะ/
    คืออีริคน่ะ หล่อร้ายเย็นชาอยู่แล้ว เราเข้าใจ แต่ชาร์ลส์กวนกลับนี่มันร้ายกาจมาก!! และน่ารักมาก แงงง มันน่าโดนอีริคสั่งสอนนัก แล้วก็ชอบที่ชาร์ลส์มีเหตุผลมากๆค่ะ นี่แหล่ะคือความเท่ความโฮกของชาร์ลส์ คือถ้าเป็นคนอื่นคงจะมีต่อยกันไปแล้ว แต่นี่กลับพยายามทำความเข้าใจ ปรับตัว และยอมรับว่าตัวเองผิดก่อน โฮกกกกก
    เอาล่ะ ทีนี้ทั้งสองคนน่ะ เริ่มชอบกันและกันขึ้นมานิดๆแล้วใช่ไหมล่ะ รู้นะๆๆ เพราะแต่ละฝ่ายเริ่มเปิดเผยด้านน่ารักๆ(มากกก)ของแต่ละคนออกมา รอลุ้นว่าจะแสดงออกมากขึ้นยังไงเท่านั้นเอง ขอบคุณทิพย์มากค่ะที่แต่งฟิคชวนโฮกแบบนี้มาให้อ่านกัน แล้วก็ขอชื่นชมด้วยว่าหาข้อมูลมาดีมากๆ คืออ่านแล้วรู้สึกว่า นี่แหล่ะ มันมีจริงๆนะ ทำให้อินตามได้ง่ายเลยค่ะ

    Like

  4. ฟ เฟอร์เรโร่รอชเชอร์อะไรคะ 55555555555555555
    แล้ว แล้ว เจ้าคาดิแกนสีน้ำเงิน 5555555555 โอย จ้ะ พ่อหนุ่มคอเต่าสีดำ 555555555555

    ฟิคนี้ขำอะพี่ทิพย์ อีริค นาย นาย นายแกล้งเด็กอะ 5555555 นายรู้ว่าเค้าสงสัยว่านายได้ยินมั้ย นายยังทำตาดุบอกให้อีกว่าได้ยิน แถมเรียกเค้าซะห่างเหิน #อยากบอกว่าเรียกได้ฉันไม่ถือคำเรียกมันก๊าวดี ฟฟฟฟฟฟฟ โอยอ่านจากมุมมองอีริคทำไมมันก๊าวบวกฮาแปลกๆล่ะคะ 55555 อ๋อ เพราะนายทำตัวหมั่นไส้อีกฝ่ายแต่ก็เรียกอีกฝ่ายว่าเจ้าคาดิแกนสีน้ำเงินกับมองปากแดงๆและมือนุ่มๆของอีกฝ่ายสินะ ก๊ากกกก บวกด้วยความเอ็นดูเค้าเล็กๆตอนจบท้ายทัวร์อีก ฟฟฟฟฟ #นายอยู่ด้วยกันแค่ไม่เท่าไหร่ก็เริ่มพ่ายแพ้แล้วสินะฟฟฟฟฟ

    ส่วนชาส์ลลล ทำไมยิ่งอ่านนายยิ่งน่ารัก แถมเรื่องนี้นายเป๊ะมากอะ มีเหตุมีผล มีหาข้อมูลด้วย โอยย ไม่รู้เพราะตอนนี้น้องไล่ดูหนังของแมคอวอยมากไปหรือเปล่าค่ะ นึกภาพศาสตราจารย์เซเวียร์ออกเป็นฉากๆเลย ฮือออ มันเหมือนชาส์ลมาก มากกว่าเอยูเรื่องอื่นอีก เพราะมันมีวิชาการมาเกี่ยวมั้งคะ /สถาปัตย์ 101 เนี่ยนะ ฟฟฟฟฟฟฟฟ

    และพี่ทิพย์ทำสำเร็จแล้วค่ะ ใส่มันลงไปเถอะ เลนเชอร์ เซเวียร์ เลนเชอร์ เซเวียร์อะไรนี่ โอยยยย พวกนาย พวกนายจะเรียกชื่อต้น ชื่อสกุล ฮันนี่ เบบี๋ อะไร ทำไมมันก๊าวหมดเลยละคะ ฮืออออ น้องโดนดาเมจจจ จริงๆนะ

    แล้วความหล่อของอีริคมันก็โผล่มาตั้งแต่แค่เห็นชื่อจริงๆค่ะ ยิ่งบทร้ายๆ ยิ้มหึหึ นี่นะ ฟฟฟฟฟฟฟฟ รังสีความเข้มกระจายยยย ตอนก้าวมาในลิฟท์นี่นึกสภาพออกมาก น้องยังแทบจะละลายไปด้วยความอับอาย #และเขิน แทนชาส์ล ฟฟฟฟฟฟ ที่แคบกดดันอะะะ ฟฟฟฟฟฟ

    อีริคตอนจบคือหล่อมาก หล่อมากกก เท่ ฟฟฟฟฟฟ ทำไมนะ ทำไมนายหล่อทั้งๆที่ร้ายไปด้วยยังงี้ล่ะ ไม่ยุติธรรม ผิดกฏหมาย ฟฟฟฟฟฟฟ

    ฮือออออ จบแล้ว จบแล้ววว ทั้งเกลียดและไม่เกลียด tbc ไปพร้อมๆกัน เกลียดเพราะมันแปลว่าจบตอน ไม่เกลียดเพราะแปลว่ามันจะมีอีกตอนต่อมาค่ะ 5555555 ตอนนี้ชาส์ลปรับตัวเข้าหาก่อนแล้ว จะรอดูนะคะว่าอีรคจะปรับตัวอย่างไรตามมา หึหึหึ

    รอค่ะะะะ

    #ขอพื้นที่ปาดน้ำตาให้เจน ออสเตนค่ะ ถึงมาแค่ชื่อแต่มันก็ยังเรียกฟีล ฮืออออ ความเจ็บปวดในใจตลอดกาล หนังบ้าอะไรเนี่ย ฮืออออออออ

    Like

  5. ฮาเฟอเรโรรอชเชอร์ กะตอนในลิฟต์ 55555555555
    อะไรคือชาร์ลส์ดูน่ารักขนาดนี้ โอ้ยยยยย >/////<

    เป็นกำลังใจให้ปั่นมาลงอีกค่ะ!!

    Like

  6. โอยยยยยยยยยยยยยยยยยคำว่ามิสเตอร์เซเวียร์กับมิสเตอร์เลนเชอร์นี่มันดาเมจอย่างร้ายกาจจจจจจจจจจจจจจจจจจมากกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยนะพี่ทิพย์แฮ่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ให้ตายแงงงงงงงงงงงงงง

    เจ้าหนูชาร์ลีที่พูดคำว่าทฤษฎีเฟอร์เรโร่รอชเชอร์นี่มันควรจับมาตีก้นนักแง อ่านตอนนี้แล้วอยากฟัดชาร์ลส์มากค่ะ /////////////// มีการไปตามหาหนังสือมาอ่านด้วยฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

    ตอนที่อีริคพูดว่าชาร์ลส์มีหนังสือของมีสคือตอนนั้นแอบกรี๊ดเบาๆ จริงๆ นะคะ ยิ่งตอนที่อีริคเป็นประตูแล้วบอกว่าอรุณสวัสดิ์นี่มันฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ (จริงๆคือไม่เบา) ภาพอีริคลอยในหัวเป็น gif วนๆลูปๆ เลยค่ะหฟกดฟหกดฟหกดฟหกดฟหกดกหดผกฟกดฟกดหฟกหดกดห /สแมชคีย์บอร์ดอย่างบ้าคลั่งแงงงงงงง

    การกล่าวถึงมีสคืออะไรกันนนนนนนน ;////////////////////; เลาชอบสถาปนิกคนนี้มากเลยค่ะโฮวๆๆๆๆๆๆๆ /กรีดร้องใส่พี่ทิพย์ /แล้วปาหัวใจใส่รัวๆ ซ้ำ

    /กอดพี่ทิพย์สำหรับฟิคแงฟกดฟกดฟหกดฟดห /หัวใจกระชุ่มกระชวยยยยยยยยย

    Like

  7. //ปาหัวใจจจ กรี้ดดดดดด ชอบมากๆเลยค่าาาาา
    สถาปัตสุดหล่ออออ มีจายที่ไหนมั้ยคะ จะซื้อมาตกแต่งบ้านซักคน โฮรวววววว

    อยากบอกว่าชาร์ลส์น่ารักมากเลย ตอนที่เก็บหนังสือแง้ว์ แอบคิดถึงอิริคแล้วล่ะสิ แง่งงง ดีงามาากค่ะ ดเห้ห้ห่ด้ฟิหากา

    Like

  8. แก๊!!!! นี่พีคมากตอนที่อีรีคมองปากชาร์ลสสสสสสสสสสส์
    ไม่มีเหตุผล มองปากแล้วบรรยายออกมาคืออะไรรรร
    พูดออกมาเลยสิว่าน่าจูบบบบบบบบบบบบบบบบ ❤
    แล้วเฟอเรโรรอชเชอร์อ่ะไร๊ ตลกมากกกกกกกกกก
    ฮืออ ชอบนะที่ชาร์ลส์ไปทำการบ้านมา
    แล้วจะไหนมิสเตอร์เลนเชอร์ไออาการแสดงออกแบบชนะในใจแบบชั่วร้าย
    ทำไมมันดูมีสเน่ห์หยั่งเงงงงงงงงงงงงงง้ย์ /เอาหัวโขกสะพานไบฟรอสสส
    แต่ไม่เป็นไร เพราะความดีงามอรุณสวัสดิในตอนท้ายคือดีงาม
    ชาร์ลส์ชมว่าคุณเลนเชอร์นิ้วสวยด้วยล่ะะะะ
    ทำไมพวกเธอสนใจกันและกันในระกับนาโนขนาดนี้
    โอ้ยนี่พึ่งเข้าสถานที่นะ ยังไม่เริ่มงานเลยนะ
    โอ้ยอยากดูสงครามการรบแล้วน้ะ ฮรึกฮืออออออ
    อยากรู้ว่าคอเต่าแมนกับเอเวอร์รี่ติงไหมพรมพีเพิ่ลจะรักกันยังไง
    เป็นกำลังใจให้คุณทิพย์นะค้าาา

    Like

  9. ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ แงะปุ่มฟ.ฟันให้พี่ทิพย์ไปเลยค่ะ T///v///T บ้าจริงงงง อ่านซ้ำๆราวกับนี่คือบทเรียนที่ใช้ออกสอบอย่างงั้นแหละ

    การจิกกัดกันของเซเวียร์และเลนเชอร์นี่มันคืออะไรรรรร เคมีสีชมพูที่ลอยออกมาจางๆโดยไม่มีใครรู้ใครสัมผัสได้นี่คืออะไรรรรร กราบอาซาเซลช่วยบีมเราไปอยู่ตรงนั้นที ขอไปช่วยทาสีหรือเก็ยเศษกระจกที่อาจแตกก็ได้ ทำอะไรก็ได้ ขอแค่ได้สัมผัสเคมีสีชมพูวิ้งๆจางๆที่อบอวลไปทั้งทางเดินที่สองคนนั้นเดินไป ถกเถียงไป ฮรุ่มมมมมมมมม Y/////////Y อีริคแอบมองปากชมพูๆแดงๆนั่นของชาร์ลส์ด้วย มันดึงดูดมากเลยใช่มั้ยคะ คงจะดีกว่านี้ใช่มั้ยคะถ้าได้ทำอะไรมากกว่ามอง ฮึ่มมมมมม

    อยากสิงอีริคตอนที่ชาร์ลส์จิ้มจึ๊กๆบนหน้าจอไอแพดนั่นมากๆเลยค่ะ แงงงงงง้ บ้าจริงงงงง ความโมเอ้ลอยขึ้นมาในหัวเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เหมือนลูกแกะที่อยู่ผิดที่ผิดทาง ลูกแกะที่ดันมาเดินเล่นกับหมาป่าที่จ้องจะงาบตัวเอง งาบในแง่ของการกินจริงๆไม่ใช่การกด
    ตอนที่ตอบกลับอีริคไปด้วยชื่อเรียกทฤษฎีช็อกโกแลตห่อฟรอยด์ทองสามลูกสี่สิบบาทนั่นเหมือนเห็นเงาท้าทายเล็กๆแบบเด็กซนๆของชาร์ลส์เลย ขำลั่นอย่างไม่เกรงใจข้างบ้านจะนึกว่ามีคนบ้ามาอยู่ ตลกตรงที่มันเป็นเฟอร์เรโร่รอชเชอร์นี่ล่ะค่ะ เบสท์มุกตลกเอฟเวอร์ค่ะ

    ชอบที่ชาร์ลส์ลงทุนไปซื้อหนังสือมาอ่าน 55555 อยากเข้าใจมุมมองของอีริคขนาดนั้นเลยหรอ *มโนต่อยอดจากฟิคพี่ทิพย์คูณล้าน* นึกภาพผู้ชายตัวเล็ก ผิวขาวปากแดงเดินไปซื้อหนังสือพร้อมบอกชื่อทฤษฎีผิดๆถูกๆแต่พนักงานที่เข้าใจก็แนะนำให้ ขอสิงพนักงานสาวคนนั้นเป็นเวลาสามชั่วโมงเพื่อใช้ในการแนะนำหนังสือและแอบตามส่องความน่ารักของคุณลูกค้า (T//vT// ) ( T//v//T)
    การที่หนังสือเล่มใหญ่ๆหนักๆอยู่ในมือของชาร์ลส์นี่ความโมเอ้บวกไปจนระดับแม็กซ์และความน่าอ่านของหนังสือพุ่งถึงขีดสุดหากได้อ่านกับเจ้าของมันที่เพิ่งไปสอยมาเพราะความอยากรู้

    ตอนเจออีริคพร้อมกับหนังสือเล่มใหญ่ที่ถูกยัดยังไงก็ไม่ทันพ้นสายตาที่จ้องมองมาจนเห็นว่ามันคืออะไร ขำมากกกกกกกก เหมือนความลับแตก 5555555 และการตอกกลับไปราวกับถือไพ่เหนือกว่านั่นของชาร์ลส์ โอ๊ยยยย *ม้วนตัว* คนที่เหนือกว่าในตอนนี้คืออีริคค่ะชาร์ลส์ จริงๆเหนือกว่าตั้งแต่ตอนที่นึกถึงหน้าหล่อๆนั่นแล้วค่ะมิสเตอร์เซเวียร์ แต่ความน่ารักอาจพลิกกลับมาชนะก็ได้ อย่างนี้ก็ต้องลุ้นกันต่อไป อิอิ เราเห็นความวิ้งวับของเคมีสีชมพูบางๆที่มันกำลังก่อตัวขึ้นมากกว่าเดิมและสีเข้มขึ้นเรื่อยๆแล้วค่ะชาร์ลส์ Y///Y เอ็มม่าอาจได้น้องเขยเป็นสถาปนิกผู้ทุ่มเทแต่รสนิยมขัดกับภรรย—–เอ้ย ชาร์ลส์ก็เป็นได้

    เลิฟๆพี่ทิพย์เวรี่มัชค่ะ (T///v///T)✿ ขอให้การสอบผ่านไปได้ด้วยเอนะคะ

    Like

  10. ก่อนอื่นมาสนับสนุน คอเต่ากับคาร์ดิแกน 6ever ไปเลยค่ะ พอนึกถึงหนวดแล้วแบบ.. ค่ะ /น้ำตา

    ต้องตั้งสตินานพอสมควรกว่าจะเม้นแบบมีสติได้ค่ะ แง 5555
    ชอบสรรพนามบ้าบออย่างเจ้าคาร์ดิแกนสีน้ำเงินมากค่ะ คิดไอ้ไงคะอีริค แค่วลีธรรมดาแต่พอมันอยู่ในความคิดนายแล้วโคตรน่ารักเลยค่ะคุณเลนเชอออออร์ ฟกาดสเสหหทหทก
    ชอบอารมณ์จิกๆกัดๆกันตอนแรกของทั้งคู่ด้วยค่ะ ให้ฟีลพระเอกนางเอกรอมคอมมากๆ /โดนเตะ ยิ่งตอนอีริคกัดเรื่องปาร์ตี้น้ำชาป้าเจนนี่ออยอยากตายมากฟาก จะกัดแซะเขาทั้งที่ยังจะมาทำตัวน่ารักอีกนะคะะะะะะ ผิดกฎหมายมากบ้าาาาาาเอ้ย
    แล้วอีกคนก็ใช่ย่อยเมื่อไหรชื่อเฟอเรโร่นี่เปลี่ยนสัญชาติจากเยอรมันกลายเป็นช่างทำขนมอิตาเลียนไปเฉยเลยค่ะ โอ้ยขุ่นเซเวียร์ นี่ซื่อจริงหรือแกล้งคะ 55555
    ประทับใจชาร์ลส์ตอนโดนอีริคสวดมากเลยค่ะ ปกติถ้าเป็นคนอื่นคงแยกเขี้ยวกัดกันไปแล้ว แต่แม่นางใจเย็นดีลแบบสติมาก พอรู้ว่าตัวเองผิดก็เข้าใจอย่างมีเหตุผล นี่สิคะคุณค่าที่เลนเชอร์คู่ควรรร อย่าค่ะ อย่าช้า รีบคว้ามาเป็นเจ้าของให้ไว
    เหมือนแต่ละคนเริ่มสนใจกันนิดๆแต่มัวซึนเดเระอยู่นั่น มีการหลอกตัวเองในใจด้วยค่ะ บ้าไปแล้ว 555 ค่ะเราจะเชื่อนะคะ ว่ามืออีริคไม่ได้สวยอะไรเลย แล้วชาร์ลส์ก็ไม่น่ารักเลยสักติ๊ดด เนี้ยที่ทำไปเพราะไม่ได้สนใจหรอกนะ แค่ลูกค้ากับคุณสถาปนิกเฉยๆ ซื้อหนังสือมีสมาอ่านก็ไม่ได้สนใจอะไรเลยข่าาา /โดนตบ

    แล้วก็แอบขำตรงที่คุณเลนเชอร์เอามีสไปเปรียบกับจอร์จ ติ่งมีสก็บอกมาเหอะค่ะ 55555

    ชอบพี่ทิพย์ที่ผลิตฟิค AU ดีมีคุณภาพออกมาให้ติ่งเสพเรื่อยๆค่ะ รู้สึกดีมีความสุขมากๆ น้องรอติดตามฟิคพี่ไปเรื่อยๆเช่นกันค่ะ u////u
    /บ่น dofp คอสตูมจะยังไงก็ช่างแล้ว ตอนนี้ติดภาพคาดิแกนกับคอเต่าเรียบร้อย และคิดว่ามันคือชาร์ลส์กับอีริคที่เรารู้จักค่ะะ โฮฮฮฮฮแงแวกส

    Like

  11. อีริคคคคค โอ้ยหมั่นไส้ๆๆเก๊กขรึมอยู่นั่น แต่นึกภาพตามแล้วหล่อมั่กกฟฟฟฟ /ผิดอย่างแรง
    ชอบรายละเอียดอันแน่นปึ้กที่พี่ทิพย์ใส่เข้ามาอีกแล้ววฟฟฟ ทั้งเรื่องหลักการมากแต่น้อยมันทำให้เรื่องดูมีน้ำหนักมากๆเลยค่า ทั้งนุ้งชาร์ลส์ที่ใจนึงก็อยากเอาชนะแต่สุดท้ายด็ใช้เหตุผลเข้าว่าแล้วยอมรับความคิดของอีกฝ่าย น่ารักสมเป็นชาร์ลส์ผู้แสนอ่อนโยนจริงๆค่ะแงงๆๆๆ
    แล้วๆๆโมเม้นต์ที่พยายามจะซ่อนหนังสือนั่นแต่อีริคก็ดันมาเห็นพอดีนี่มันกรุ้มกริ่มม้ากมากเลยค่ะกร่ากกก แถมที่อีริคยอมเปิดประตูให้ก็ดูเป็นกิริยาที่แสดงความยอมรับอีกฝ่ายแบบไม่มากไม่น้อยไปดีค่ะ อบอุ่นบอกไม่ถูกกก แหะๆๆ //////

    Like

  12. พี่ทิพย์คะะะะ พฮือออออออ นี้มันทำให้ตัวแตกโบ้มมมมม
    เป็นการแซะและเหน็บแนมที่ทำให้คนอ่านแบบ ฟหา้่าฟหก้สเ่วฟหากเ่ส่
    อัลไลลกันนนนนน มันไม่ใช่นะแบบนี้ จะแซะกันทำไมต้องออกมาน่ารักขนาดนี้
    เจ้าคาดิแกนน้ำเงินอ่ะอ่ะะ TT อย่ามาทำตัวน่ารักมากได้ไหม
    นึกภาพชาร์ลส์ใน xmfc จิ้มไอแพด ฟฟฟฟ ศาสตราจารย์ผู้มุ้งมิ้งดาเมจระดับล้านนน
    อีกอย่างนึกไปถึงภาพตอนคาดิแกนน้ำเงินไปง้อคุณเสื้อคอเต่า
    พร้อม what do you know about me แอนด์ everything ลอยเข้ามาในหัวผุดเหมือนดอกเห็ด
    โอเค ถึงจะไม่พอใจที่อีกคนวิจารณ์งานตัวเอง
    แต่ก็ต้องยอมรับว่าถูกใจเขาไม่น้อยใช่ไหมล่ะคะคุณเลนเชอร์ 5555555

    แล้วสงสารมีสฟานมากค่ะ ที่จู่ๆกลายเป็นเฟอเรโร่ไปซะแล้ว
    กราบขออภัยท่านเล็กๆ แต่น้องชาร์ลส์เค้าแค่ต้องการเวลาศึกษานะคะนะะ~

    ถัดมาคือในลิฟต์ … น้องชาร์ลส์คะ 555555 รู้สึกอับอายแทนกับการแอบหนังสือเล่มขนาดนั้นไว้ในกระเป๋า … แหม่ะ แต่คือเข้าใจฟีลพี่เลนเชอร์เลยค่ะ
    เห็นแล้วแอบอมยิ้มเล็กๆในใจที่เหมือนจะเอาชนะได้ไปในระดับที่หนึ่งสินะ
    แล้ว … แล้วว!! เดินนำหน้าน้องไปเปิดประตูให้นี้มันนนน!!
    โอร้ยยยยยยย พ่อคะะะ ไม่ต้องทำเค้าก็รู้ว่าแมนน มันหล่อไปปปปปป
    แล้วน้องชาร์ลส์ที่มองตาปริบๆนั้นน่ะ #อนุญาติให้เลนเชอร์ฟัดตามสบายค่ะ
    รู้สึกฟินในทุกๆด้านนน TT

    Like

  13. ตอนอ่านนี่เราไม่ได้เขินเลยนะ “ไม่ได้” เขินเลยแม้แต่นิดเดียว
    เราก็แค่อร๊าง (?) ทุกคำพูด ทุกย่อหน้า ทุกคำเรียก ทุกเสื้อผ้า (?) เท่านั้นเอ๊งงงง

    นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราพอใจในวัฒนธรรมตะวันตก การจับมือคือะไรที่สวยงาม #ผิด
    ตอนที่อีริคจับมือชาร์ลส์แล้วบรรยายว่าพยายามไม่มองปากแดงๆ /ขีดเส้นใต้/
    กับคิดถึงมือนุ่มๆ /ขีดเส้นใต้สองเส้นแล้วเอาไฮไลท์ปาด/
    เราแบบ อีริคคค คิดแบบนี้แปลว่าชาร์ลส์คือสเป็กนายใช่ไหมมม บอกมาบอกกกกกก
    ถ้าชาร์ลส์ไม่ใช่ HIS TYPE อีริคจะคิดเรื่องปากแดงๆไหม มือนุ่มๆ จะคิดไหมมมม?
    แต่นี่คือคิดแต่พยายามไม่คิดไง คือเขาคิดอ่ะเขาคิด สรุปคืออีริคปิ๊งชาร์ลส์แน่นอน
    อาจจะสักสามในสิบ หรือเก้าในสิบ TwT (อันหลังเข้าข้างตัวเองล้วนๆ)

    เจ้าคาร์ดิแกนสีน้ำเงิน เจ้าคาร์ดิแกนสีน้ำเงิน เจ้าคาร์ดิแกนสีน้ำเงินนนนนนนนนนน
    สาบานสิคะอีริคว่านายกำลังไม่ชอบหน้าชาร์ลส์อยู่ ทำไมเรียกเขาได้น่ารักขนาดนี้คะ /เขย่าคอ/
    รู้ไหมมันเป็นอะไรที่น่ารักระดังอลังการงานสร้างล้านแปด ฟหกดเกเเ้เเ้หกฟดดเกเ
    เล่นเอาต้องปิดนิยายสืบสวนที่อ่านอยู่มาอ่านเรื่องนี้เพียวๆ เลยค่ะ
    ไม่งั้นแยกประสาทไม่ได้ ความลึกลับกับความเขินเป็นอะไรที่ไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ OTL

    ตอนมองชาร์ลส์จิ้มไอแพดก็อีกอัน ใช่ซี่ เซเวียร์ทำอะไรก็น่ารักน่าเอ็นดูใช่ไหมล่ะะะ
    นี่ขนาดนาย “ไม่ชอบหน้า” นะคุณเลนเชอร์ คุณยัง “หลุด” ไปขนาดนี้
    แล้วถ้า “ชอบหน้า” /เอาไฮไลท์ปาดทับ/ นายไม่จีบเขาไปแล้วเรอะะะะะะ
    (เอาจริงๆ เราคิดว่าพฤติกรรมที่อีริคเปิดประตูให้ชาร์ลส์มันก็ก็เหมือนการจีบนั่นแหละ -.,-)

    ชอบตอนเขาพ่อแง่แม่งอนแต่พอจู่ๆ อีกคนทำตัวที่ไม่เหมือนอย่างที่คาดไว้
    ก็จะอึ้งๆ ไปนิดๆ แล้วก็รู้สึกแบบ…โอเคกับอีกคนมากขึ้นทีละน้อยๆ
    เหมือนความสัมพันธ์ค่อยๆ เติบโตในรูปแบบที่ไม่ชัดเจน เพราะมีคำจิกกัดมาบังหน้า
    แต่เอาเถอะ ถ้าเขาจะกัดกันแล้วทำให้อีอริคเปลี่ยนจาก “มิสเตอร์เซเวียร์”
    เป็น “เซเวียร์” เราก็ยอมค่ะ สารภาพ ณ จุดนี้เลยว่าพอเจอคำนี้เรากรี๊ดดดดดด
    แต่ที่พอใจกว่าคือชาร์ลส์เรียกอีกริคว่า “คุณเลนเชอร์” ค่ะ อันนี้ไม่กรี๊ด
    อันนี้สแครชคีย์บอร์ดเลยทีเดียว คืออีริคเรียกเราไม่สงสัยอ่ะ
    เพราะเผลอทำตัวไม่สุภาพไปแล้วไม่จำเป็นต้องเรียกห่างเหิน
    แต่ชาร์ลส์ยังไม่ทำอะไรนอกจากท้าเขานะคะะะ (แถมท้าได้น่ารักน่าชังอีก งื้อ T///T)
    เรียกเลนเชอร์ทำไม ตีสนิทเขาก็บอก อย่ามาทำหน้าตาน่ารักใส่นะ! /โดนถีบออกจากโลกมโน/

    ปล 1.โคตรชอบคำว่าโฟร์เรโร่รอชเชอร์เลยค่ะ เป็นการเบือนชื่อคนอื้นได้เพี้ยนหลุดโลกมาก
    หนูชาร์ลส์น่ารักจริงๆ เชียว TwT /ยังคงอวยเซเวียร์อย่างต่อเนื่อง/

    ปล 2. เรายังไม่ได้ดู DOFP เลยค่ะ กะจะโหลดบิดแต่เพิ่งนึกออกว่าสกิลอิ้งตัวเองอ่อนนัก TT
    ฉะนั้นเราว่าตอนเราอ่าน ภาพในหัวเราน่าจะตรงกับคุณทิพย์พอควร (รึเปล่า? OTL)
    เพราะในหัวมีแต่เฟิร์สคลาสค่ะ ฟฟฟฟ คาร์ดิแกนสีน้ำเงินจงเจริญ เสื้อคอเต่าจงเจริญ
    /จุดพลุเฉลิมฉลอง (?)/

    Like

  14. นาย ชอบ เค้า ตั้ง แต่ แรก เห็น ใช่ มั้ย เซ เวียร์
    จะขอมโนเองว่าถ้าไม่สนใจ ไม่มีทางจะไปตามอ่านเรื่องที่เค้าสนใจหรอกชาร์ลส์

    นายไม่มีทางจะอ่านเรื่องทฤษฏีเฟอร์เรโร่รอชเชอร์หรอก ถ้าเค้าไม่ได้ชอบ
    ฮรืออออออออ

    ขอโทษสำหรับสครีมไร้สาระข้างบนค่ะ

    จากบทแรกที่เริ่มเรื่องมาก็ติงานเค้าซะขนานใหญ่ พอมาบทสอง ชาร์ลส์เองเริ่มเหมือนจะต้องการรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อีริคสนใจมากขึ้น (ไม่งั้นนายคงไม่หาหนังสือเล่มนั้นมาอ่านหรอก) แต่เจ้าตัวเองก็ดันเขินถ้าอีริคเห็นหนังสือเล่นนั้น(ไม่งั้นก็เสียฟอร์มแย่น่ะสิ)

    บทสองแล้วนะะะ เรียกนามสกุลกันเฉยๆแล้วนะะะ
    ต่างคนต่างขยับเข้ามาหากัน ญาติดีกันมากขึ้นแล้วนะ

    รอดูพัฒนาการความสัมพันธ์ของคู่นี้ต่อไปค่ะ

    Like

  15. กรีดร้องงงงงงงงง น่ารักสุดยอดค่ะพี่ทิพท์ คือความจริงสองคนนี้ปิ๊งกันตั้งแต่แรกพบใช่ม้ายยยยย อย่ามาซึนน ไม่มองเลย ไม่ชอบเลย ไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดู ไม่ได้หล่อซักนิด~ //โดยเหล็กเส้นทะลุร่าง
    สภาพตอนอ่านแบบว่า: กลั้นขำมือถือสั่นกึกๆ >> พอเจอชื่อเจนนี่ขำก้ากเลยค่ะ เห็นภาพอ่ะ 55555+ รู้สึกโดยยิงมุกใส่รัวๆอย่างโหดเหี้ยม //ขำจนปวดแก้ม >> อ่านต่อซักพัก เขินนนนนนน แง้ *กัดหมอน*
    ขอบคุณพี่ทิพย์มากๆนะคะพี่ปลดพาส ละก็HBDย้อนหลังนะคะ ขอให้พี่ทิพย์มีความสุขมากๆนะคะ *กอดรัด*

    Like

  16. อ่านชื่อเจ้าของทฤษฎีตอนเเรกเเล้วเอิ่ม..ปล่อยผ่านไปจำยาก…(เหมือนเวลาเรียนเลย)
    เเต่พอชาร์ลส์เรียกเฟอเรโร่รอชเชอร์เท่านั้นเเหละ จำได้เลย55
    ชาร์ลส์ของพี่ทิพย์น่ารักมุมิโมเอ้เกิ๊น เป็นอันตรายต่อหัวใจจริงๆค่ะ (นายไม่รอดเเน่เอริค!)

    ว่าเเต่สาบานนะว่านี่ไม่ใช่ love at first sight ??
    เเค่เห็นชาร์ลส์จิ้มโทรศัพท์จึ้กๆเอริคเธอก็นึกเอ็นดูเเล้ว
    ส่วนชาร์ลส์ก็เเอบเอาหน้าเอริคไปจิ้นเเถมยังคิดว่าหล่ออีกต่างหาก

    อะไรกันเนี่ยพวกเธอออว์ ~~~

    Like

  17. เอ็นดูววววววว เจ้าคาร์ดิแกนสีน้ำเงิน กรี๊ดดดดดดดดด
    คุณเลนเชอร์นี่ขี้เก๊กเนอะะะะะ แหม เอ็นดูเด็กเนิร์ดรสนิยมคุณปู่เหมือนเราล่ะสิ!

    อ่านไปยิ้มไป ขำในความใสซื่อของชาร์ลส์ โดนเมิน(และโดนมอง)แล้วยังไม่รู้ตัวอีก อีกทีนะ คือเอ็นดูววววววว

    Like

  18. อื้อหือ ลงทุนซื้อหนังสือมาเลยยยย
    เป็นคนนึงที่ชอบงานอินทีเรียโมเดิร์น บอกเลยว่าอินมากค่ะ
    (แอบเคยเถียงกับเพื่อนแบบนี้เหมือนกัน 5555)
    เลนเชอร์เธอจริงจังกับงานมากเลย ชอบบบบบ
    เซเวียร์ก็ติซะเสียเซลฟ์เลย แต่เธอเป็นคนมีเหตุผลดีนะ หึหึ
    ฉากตอนเปิดประตูให้นี่ฟินสุดเลยยยยย มันเหมือนไม่มีอะไรแต่มันมีอะไร 555
    ชอบมากๆๆๆเลย ฟินกับฟิคของพี่ทิพย์ทุกเรื่องเลยจริงๆค่ะ TvT
    ขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคสนุกๆมาให้อ่านกัน รอติดตามค่าา 🙂

    Like

  19. มันน่ารักตรงที่จินตนาการถึงภาพคุณเซเวียร์เขาจิ้มไอแพดจึ้กๆนี่ละ
    คนอะไรจะไปกลมไปน่ารักดุ้กดิ้กขนาดนี้ (; v ;
    แล้วคนแบบนี้ก็คิดไม่ออกจริงๆว่าจะคู่กับใครได้นอกจากคุณแลนเชอร์ที่ดุน้อยๆ
    (แต่ยิ้มชั่ว)
    ชอบที่บรรยายบรรยากาศโครงสร้างต่างๆมาก
    ให้อารมณ์สถาปัตยกรรมสุดๆ ชอบทั้งสองแนวเลย เหอๆ
    ทั้งหมดคือให้อารมณ์ หนังรักฝรั่งจริงๆ
    ดีใจที่ได้อ่านนะคะ ❤ สนุกมาก และขอบคุณฟิคดีๆภาษาดีๆ

    Like

  20. น่ารัก คาร์ดิแกนสีน้ำเงิน น่ารักเหลือเกิน //กรีดร้อง
    ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ

    Like

  21. กรี๊ดดดดดดดดดดด
    คุณสถาปนิกหล่อร้าย กับ นายคาดิแกนสีน้ำเงิน
    โอ๊ยยยยยยยยยย ชิอบบบบบบบบบบ

    คือแบบจะลงเอยกันยังไงล่ะทีนี้

    รอตอนต่อไปนะคะ

    Like

  22. ดีใจจังพี่ทิพปลอดพาสได้อ่านแล้วววว
    สุขสันค์วันเกิดนะคะ^^ ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆเสมอๆเลย ดีใจจังงงงงง

    ตอนนี้เห็นภาพอิริคหน้าไม่สบอารมณ์กับชาร์ลหน้าเอ๋อสุดๆ
    อาการหนักทั้งคู่ ขนาดไม่ชอบหน้าอีกฝ่ายนิดๆยังมีอารมณ์ไปคิดว่ามือนุ่ม นิ้สเรียว หล่อ อีกต่างหากกกก แหม่ เคมีเข้ากั๊นเข้ากัน
    ชาร์ลน่ารักกกก มีการไปหาความรู้เพืิ่มเติมเพื่อรับมือคู่กัดด้วย 5555
    แต่อรุณสวัสดิ์ท้ายเรื่องนี่น่าจะเป็นสัญญาณสงบศึกที่ดีนะคะ
    รออ่านตอนต่อไปเน้ออออ ถ้าพี่ทิพจะกรุณา T^T

    Like

  23. เจ้าเฟอร์เรโร่รอชเชอร์……ขำกร๊ากกกเลยค่ะะะชาร์ลช่างเอ็นดู๊วววววววววที่จริงก็เรียกถูกแต่แกล้งอีริคใช่ม่ะะ
    บทนี้เรียกได้ว่าจีบกันผ่านงานของมีส(?)ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฤ
    ชาร์ลกับไอแพดบรรยายมาแล้วนึกภาพตาม คุณขาาาาาาขอฟัดชาร์ลเลยได้มั้ยยยน่ารักอ่ะะะะ>/////<

    Like

  24. นะ..น่ารักมากกกกกกก
    มุ้งมิ้งขั้นสุดอ่ะคะ หนูน้อยคาร์ดิแกนน้ำเงิน อร๊ายน่ารักน่าหยิก >//<
    ชอบการบรรยายของพี่ทิพย์จังเลย ตกหลุมรักฟิคพี่ทิพย์จริงๆ นะเนี่ย
    ทฤษฏีฟอร์เรโร่รอชเชอร์คือระ?55555555555 ชาร์ลส์นี่ทำให้ยิ้มได้ตลอดจริงๆ เลย
    อีริคก็เก๊กเหลือเกิน แต่จริงๆ ก็หวั่นไหวใช่ปะล่ะ อร๊ายยยยย
    จะบอกว่าอ่านไปก็ยิ้มไป แอบยิ้มเหมือนนุ้งชาร์ลส์ แอบทำหน้านิ่งเหมือนอีริคด้วย… คิดไปคิดมาก็นะ นี่ฉันทำอะไรรรรรร อ่านฟิคแล้วทำหน้าทำตาตาม5555
    เลื่อนเฟสบุ๊คมาเจอพี่ทิพย์ปลดพาสก็รีบมาอ่านเลยค่ะ สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคะพี่ทิพย์ ถึงพิมพ์จะมาอ่านมาตามไม่ได้นาน แต่พิมพ์ชอบมากจริงๆ ค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ ทำให้โลกทัศน์ของหนูกว้างขึ้น ขอบคุณมากค่ะ //โค้งรัวๆ

    Like

  25. ชาร์ลใช้ได้เลยนะ ไปหาหนังสือมาอ่านเพื่อประดับความรู้ แถมจะได้โต้แย้งกลับ กับคุณสถาปนิกได้แบบไม่มีข้อผิดพลาด แจ๋วอะ

    แต่ว่าจะไปซื้อหนังสือหรือช็อคโกแลตนี่ >_< ฟอร์เรโร่รอชเชอร์ มันอร่อยนะ ^_^

    ปล : สุขสันต์วันเกิดคะคุณทิพย์ ขอให้มีความสุขมากมาย สุขภาพแข็งแรง มีแรงแต่งฟิคตลอดปีคะ ^_^

    Like

  26. ค่อยๆเรียนรู้ซึ่งกันและกันไปเรื่อยๆนะคะคุณชาร์ลส์ ถถถถ น่ารักมากเลยค่ะ ฟหกด สถาปนิกคนนี้อย่าให้หลุดมือนะคะ หาไม่ได้อีกแล้ว ฟฟฟฟฟฟ เลนเชอร์ไมหล่อยังงี้คะพี่ ยฟหกสสสส เอ็นดูชาร์ลส์ทุกการกระทำนั่นแหละคะ หึฟ์ แอบมองอีกฝ่ายกันตลอด ฟฟฟฟฟฟ

    Like

  27. เฟอรเรโร รอชเชอร์ คิดได้ไงเนี่ยชาร์ล นั่นชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงเลยนะ555(^V^)
    อ่านตอนนี้จบรู้สึกว่าอีริคเริ่มจะมีด้านดีๆให้เห็นกับเค้าบ้างแล้วนะคะ หลังจากที่ตอนที่แล้วแอบเขม่นกันอยู่
    ชอบฉากที่ชาร์ลจิ้มไอแพดนี่ล่ะค่ะ อ่านแล้วนึกภาพตาม…….ชาร์ลน่ารักเนอะ(>///<)

    Like

  28. เฟอ์เรโรรอชเชอร์นั่นมันอะไรนะชารลสสสสสสส คือแบบนึกภาพหนูชารลสแก้มป่องแล้วแบบ “ก็นายเฟอร์เรโรรอชเชอร์อะไรนั่น” ออกทันทีเลยค่ะะะะ แล้วทีนี้แด๊ด เอ๊ย คุณอิริคจะไม่เอ็นดูได้ไงง่ะะะ ถึงจะโกรธก็โกรธไม่ลงหรอกเนอะะะ ฮิฮิฮิ เขินนนนนนนนน แล้วตอนจิ้มเบอร์อีก คือน่ารักน่าบีบแก้มขั้นสุด ฮรืออออออ ตายค่ะตายยยย // เว้าวอนชูป้ายไฟเชริคหน้าตึกกกก

    Like

  29. ฟหกดเ้่าสวฟหกดเ้่าสหกฟเ้่าาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    //เอาหน้ากระแทกคีย์บอร์ดรัวๆ
    มุ้งมิ้งน่ารักเกินไปแล้วค่าาาาาาาาาาาาา
    ชอบโมเมนต์คุณพ่อคุณแม่กัดกันนน
    อีริคหล่อเกินไปแล้วววววว ชาร์ลก็โมเอะไปปปปปปปปป
    //เเฟนเกิร์ลนอนตายอย่างสงบสุข
    //อ่านแล้วจิกหมอนรัวๆ
    สารภาพบาปว่าช่วงหลังไม่ค่อยได้อ่านฟิคไทยแล้วอ่านแต่ของพี่ทิพย์คนเดียว
    สารภาพอีกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้อ่านฟิคแล้ว กลับมาอีกทีเจอล๊อกพาสงงเลย
    สารภาพขั้นสุดยอดว่าสมัยก่อนเป็นผีบล๊อคค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะ//กราบขอขมาพันครั้ง U^U
    จะไม่ทำอีกแล้วค่ะะะ

    Like

  30. ไม่ว่าเอริคกับชาร์ลจะเรียกกันด้วยสรรพนามใด
    …สุดท้าย แฟนเกิร์ลก็ตายเรียบเพราะฟีลบางอย่างที่ฟุ้งกระจายจนรู้สึกได้อยู่ดี
    //เคมีรุนแรงผิดกฏหมายเอามากๆ
    ฮรือออออออออ ไอ้ความพยายามจะปฏิเสธตัวเองของมิสเตอร์เลห์นเชอร์มันเป็นอะไรที่แบบ…โอ๊ยยยย…ยอมรับมาซะ มิสเตอร์เลห์เชอร์ว่าเนิร์ดที่ยังติดในศตวรรษที่สิบเก้านั้นดึงดูด ร่างบางในคาร์ดิแกนสีน้ำเงินนั้นน่าฟัด ท่าทางตอนจิ้มเบอร์โทรในไอแพดนั้นน่าเอ็นดูว์ ริมฝีปากแดงๆนั้นน่าจูบ ยอมรับมา…อย่าซึนเดเระ
    ส่วนความหงุดหงิดใจที่ตัวเองมีเหตุผลเกินไปของชาร์ลของแบบ…ฮรืออออ อะไรเธอว์จะมีเหตุผลจนไม่หงุดหงิดเลยที่อิเลห์นเชอร์มันเหวี่ยงใส่คะคนดี แม่นางฟ้าน้อยๆ แถมยังไปพยายามทำความเข้าใจกับงานของเฟอร์เรโร่รอชเชอร์(???)อีก …ฉันว่าไม่ใช่อ่ะ เธอพ่ายแพ้ให้กับหนังหน้าเข้มๆและจริงจังของเลห์นเชอร์ใช่ไหม…
    คิดว่า…คงจะรบกันไม่นาน…//แน่หรือคะ…รบอาจจะไม่นานก็จริงแต่อะไรๆที่ตามมาอาจจะยาวก็เป็นได้นะคะ ชาร์ล อย่าเพิ่งเย็นใจไป
    จะโยนงานติดต่อให้อาซาเซล…//แน่หรือคะ…เลห์นเชอร์ กลัวแต่คุณจะอดใจลงมาต่อปากต่อคำกับชาร์ลเองไม่ได้(เพราะคิดถึง)น่ะสิ…

    ขอขอบพระคุณคนเขียนมากที่ปลดพาสให้ได้อ่านในโอกาสพิเศษ ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ อยากจะชมมากเลยว่าข้อมูลแน่นเปรี้ยะมาก ทฤษฎีเอยอะไรเอย รู้สึกอินจริงๆว่าเลห์นเชอร์เป็นสถาปนิก(ก็นะ…พี่แกเลคเชอร์ชาร์ลเสียขนาดนั้น) เรียน/เป็นสถาปนิกหรือเปล่าคะ??

    ถามเพราะแค่อยากรู้อยากเห็นไม่ต้องใส่ใจไปค่ะ…ขอบคุณสำหรับฟิคชั่นสนุกๆอีกครั้งค่ะ

    Like

  31. วู้ฮู้
    ตอนนี้น่ารักกิ๊วก๊าวที่สุดเลยค่ะ
    ชอบตอนที่เถียงกัน แต่ละคนก็ช่างสรรหาคำมากัดอีกฝ่ายเหลือเกิน
    ชอบตอนที่อิริคแซะชาร์ลส์ว่าเคยออกมาจากงานเลี้ยงน้ำชาของเจน ออสตินบ้างหรือเปล่า ประโยคนั้นขำสุดๆไปเลยค่ะ
    ชาร์ลส์เค้าก็แบบนะ.. อุตส่าห์ไปค้นคว้าหาข้อมูลมา จะมาเรียนสถาปนิก 101 ไปเรียนกับคนที่อุตส่าห์เดินไปเปิดประตูรออยู่ก็ได้ม้างง//เหล่ไปที่อีริค
    อีริคก็ตาไวจริงๆเลยนะ ยังจะเห็นอีกชาร์ลส์พยายามจะซ่อนละนะนั่น ฮ่าฮ่าฮ่า
    ฉากในลิฟต์นี่ทำเราเขินมากค่ะ คือลองนึกว่าตัวเองเป็นชาร์ลส์ แล้วถ้าสมมติเราอยู่ในสถาณการณ์ตอนนั้นนี่เราต้องเขินตายแน่ๆค่ะ
    แต่เราก็จะหาเรื่องชวนฉลามคุยนะคะ แก้เขินไงคะ ฮ่าฮ่าฮ่า
    แถมอีกนิดนึงค่ะ พอนึกภาพชาร์ลส์กับคาร์ดิแกนน้ำเงินแล้วมันดูเข้ากั๊นเข้ากัน อาจจะเป็นตาสีเบบี้บลูคู่นั้น ผมสีน้ำตาลนั่น หรือปากแดงฉ่ำๆที่ใครบางคนแอบมองอยู่//เหล่ไปที่อีริคอีกครั้ง
    สำหรับตัวฟิคสนุกมากๆเลยค่ะ ชอบมากๆเลย เรารู้สึกบรรยากาศรอบๆสองคนนั้นละมุนมากๆเลยค่ะ

    Like

  32. อยากตบตีอีริคนี่ผิดมั้ยคะแงงง ;w; ยังไงชาร์ลส์ก็เป็นลูกค้านะคะ ฮือ ถึงจะเดือดปุดๆอยู่ก็ตาม คิดภาพว่าถ้าไม่ใช่ชาร์ลส์นี่คุณพี่สถาปนิกโดนสอยไปแล้วนะคะ ;3; /โบกธงทีมชาร์ลส์
    ตอนนี้อ่านแล้วเอ็นดูชาร์ลส์จังค่ะ ทั้งความอดทน มีเหตุผล แถมไปหาหนังสือมาศึกษาเองอีก แงง ทำไมน่ารักแบบนี้ คุณสถาปนิกอย่ามัวซึนทำนิ่ง ทำตัวน่ารักๆกับเจ้าคาดิแกนน้ำเงินได้แล้ววว
    มัวแต่แอบมอง แอบยิ้ม หัวเราะหึอะไรกั๊นน พวกนายมันซึนนนนนน /จับมัดรวมกัน

    Like

  33. ในที่สุดดดดดด ก็ได้มาเม้นแล้วค่ะ!!!!! ผ่านมาเห็นตอนพี่ทิพย์ปลดพาสแล้วค่ะ เลยอ่านสองตอนรวดเลย เพราะงั้นขออนุญาตสครีมรวดนะก๊ะ :3
    ครือบับฟินมากตรงที่อีริคเป็นสถาปนิกนี่แหละค่ะต้องหล่อแน่ๆอย่างที่พี่ทิพย์เขียนในทอล์คเบย กรี๊ดค่ะ ส่วนชาร์ลส์ กร๊าซซซซซซซ โมเอ้ฟุดๆๆๆๆ แงงงงงง ถ้ามีใครวาดแฟนอาร์ตออกมาตามที่พี่ทิพย์เขียนนะคะ คงตัวแตกตาย ณ บัดนั้นเลยค่ะ (แค่นี้ก็ละลายเป็นผุยผงแล้วค่ะ T^T)
    ไม่รู้ทำไมนะคะ ปกติจะไม่ได้อ่านอะไรเท่าไหร่เพราะเป็นคนเบื่อง่าย ยิ่งอะไรบรรยายเยอะๆจะไปไม่รอด แต่ฟิลลิ่งที่อ่านฟิคพี่ทิพย์นี่มันเป็นอะไรที่ใจเย็นแล้วแบบต้องติดตามจนจบมากอ่ะค่ะ
    อ่านไปบางทีก็รู้สึกเหมือนกำลังชมสถาปัตยกรรมหรือสถานที่สวยๆเลยนะคะ ต้องค่อยมองไปแล้วก็จะได้กลิ่นอาย(อันฟรุ้งฟริ้ง)ของเรื่องเอง ʕ̡̢̡*✪௰✪ૢʔ̢̡̢
    //อย่าหาว่าเว่อร์เลยนะก้ะ น้องเขินมากค่ะ =//=แต่น้องสัมผัสได้ ฮุฮริ
    พอดีตอนมาเจอบังเอิญมากด้วยค่ะ หนังสือสถาปัตวางอยู่ใต้มือถือตอนอ่านเลย 555 อ่านจบนี่อมยิ้มมีแรงใจเบยค่ะ เผื่อจะเจอสถาปนิกหล่—- // ไม่ใช่และ!!
    ในเรื่องคือชอบมากตรงที่ชาร์ลส์บ่นคนเดียวแล้วไม่รู้ตัว เจ้าตัวที่โดนบ่นก็มายืนฟังด้วยนี่ล่ะค่ะ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ตลกร้ายมาก~~~
    ปล.อ่านแล้วอยากรู้เลยนะคะนี่ว่าพี่ทิพย์เป็นแนวไหนคะนี่ เลือก ก. มิสเตอร์เลนเชอร์ โมเดิร์นสุดโก้หรู ข.มิสเตอร์เซเวียร์ คลาสสิคสุดโบรเห้ยโรมานซ์ค่ะ 555 ค.รวบสอง 555
    ปล2. ถึงจะปลดล็อคไม่หมด แต่ได้อ่านสองตอนที่พี่ท่านปลดมาก็เพียงพอแล้ว ชาบูวววววว ขอบคุณมากคร่าาาาา

    Like

    • หงั่กๆๆๆๆๆ ขอบคุณค่าาาาา
      …รู้สึกพูดอะไรอื่นไม่ออกค่ะแงๆๆๆ มีแต่คำว่าขอบคุณๆๆๆๆๆ
      อ่านคอมเม้นแล้วดีใจปนชื่นใจ อยากระเบิดเป็นรุ้งมากค่ะ
      และแน่นอนพี่เลือกข้อ ค. …ขอสองอยู่แล้วค่ะแฮ่กกกกๆๆๆๆๆ ❤

      Like

  34. มิสเตอร์เซเวียร์น่าร้ากกกกกก > < เริ่มปลื้มคุณสถาปนิกเข้าซะแล้ว มีการไปซื้อหนังสือมาอ่านด้วยยย แถบยังเริ่มชอบแนวโมเดิร์นแล้ว ทีหลังต้องไปขอติวเรื่องนี้กับเอริคบ้างนะคะ ชาร์ลส์ ติวแบบส่วนตัว 2 ต่อ 2 … /กำเดาไหล
    มิสเตอร์เลนเชอร์ก็นิ่งๆ แต่ปากร้ายเหมือนกันนะคะ แต่ช่างเถอะ คนหล่อทำอะไรก็ไม่ผิด
    แอบเอ็นดูชาร์ลส์ขึ้นมาแล้วล่ะสิ เปิดประตูให้ด้วย แล้วยังตอนแอบมองปากชาร์ลส์อีก /ฟิน
    ฟิคพี่ทิพย์อ่านเพลินมากค่ะ อ่านได้ไหลลื่นมากเลย ชอบตอนบรรยายความเงียบว่าดังสนั่นมากเลยค่ะ

    Like

  35. จะรบหรือจะรักกันคะคู่นี้ หุหุหุ

    Like

  36. 555555 คู่นี้ที่สุดแล้วรบๆไปสักพักเดี๋ยวก็รักกันเองแหละค่ะ (ชงๆๆๆๆ มันเข้าไป)

    ส่วนตัวถือถังน้ำเย็นรอสาดมิสเตอร์อีริค ตอนแกเดือดปุดๆช่างน่ากลัว ถ้าไม่ใช่ชาร์ลส์นี่พี่แกคงขย้ำเละไปแล้วแน่ๆค่ะ นั่งลุ้นว่าระหว่างเส้นประสาทและความซึนอันไหนจะแตกก่อนกัน ฮา…..
    ส่วนชาร์ลส์ก็กลายเป็นก้อนไหมพรมเคลื่อนที่ไปแล้ว น่าร๊ากกกกกก
    แต่คือสอนคนนี้นี่โซลเมทกันมากนะคะถึงจะไม่ชอบขี้หน้าแต่ก็ยังห้ามใจตัวเองไม่ไหวแอบส่องอีกฝ่ายอยู่เรื่อย -///-b ชาร์ลส์แซะเขาแต่ตัวเองก็สรรหาหนังสือมานั่งอ่านถึงกับลงเรียนอีกวิชาด้วยตัวเองเลยทีเดียว ส่วนอีริคก็แซะชาร์ลส์เรื่องปาร์ตี้น้ำชาเจน แต่ตัวเองก็ลอกคาแร็คเตอร์มิสเจอร์ดาร์ซีมาได้แบบเป๊ะตบท้ายด้วยการเปิดประตูให้แบบเจนเทิลแมน หืมมมมมม ไหนจะซีนกู๊ดมอร์นิ่งแบบต่างคนต่างฟินสไตล์รอมคอมฮอลิวู๊ดนั่นอีก มันคืออะไรค๊าาาาาาา

    /ฟินตัวแตกไปเรียบร้อย ณ จุดจุดนี้

    Like

  37. ชาร์ลส์น้อยจะน่ารักเกืนไปแล้วววว ไม่ได้อ่านไปยิ้มจนแกิ้มแทบปริแบบนี้นานล่ะ คุณอีริค ก็ปากร้ายเกินไปนิดนะ แต่ก็นะนี่ล่ะ สไตล์เฮียแก อ่า เมื่อไรจะดีๆกันซ้าทีน้าาาาา

    Like

  38. ฟิคนี้มันอะไรกันคะพี่ทิพย์!!! ถาปัตย์ 101 คือแบบ 55555555555555555 คือถ้าคนอื่นพูดอาจจะเจ็บรึแค้นมากกว่านี้พอเป็นอีริคปุ๊บ.. ฉันรู้สึกว่ามันโอเค 555555555
    ชาลส์เรื่องนี้เหมือนหนุ่มน้อยมาหลงอยู่ในโลกโมเดิร์น น่ารักมุ้งมิ้งเปนที่สุดชอบบบบบ คาร์ดิแกนสีน้ำเงินคือดียยยยยยยยย ปากแดงระเรื่อคือเริ่ดดดดดดดดด เฟอเลโร่คือปังมากกก 55555 คือการจะกดปุ่มเลข 5 ให้ทะลุ คือชาลส์น่ารักมากจริงๆ ฉากคุยถึงพี่สาวเอ็มม่าก้น่ารักกก แบบเด็กหนุ่มตัวจ้อยกับพี่สาวสุดสวยน่ารักไปหมดด เปนฟิคที่ให้อารมณ์สีฟ้าๆ ชมพูๆที่สุดเลยค่ะ

    โยกกลับมาที่สุดหล่อของหนู 5555 คือไม่ไหวแล้วจริงๆเปิดตัวมาเสื้อคอเต่าคืออะไรคะพี่ แบบต้องการอะไรจากหนูคือให้หมดแล้ว แบบตอนนี้เงินทอง จิตใจ สติสมองคือไหลรวมเปนก้อนแล้วปั้นเป็นคำว่า เอริคหล่อมาก 555555 หนุ่มถาปัตสายโมเดิร์นคืออะไรร มาดหนุ่มเนี๊ยบยิ้มเหยียดๆคืออะไร มันลงตัวเกินไป มันหล่อเกินไปป /ปลอมตัวเปนคนงานก่อสร้างไซต์งานนี้แปบ
    นึกถึงคอสตูมของ dofp มาก หล่อทำลายมดลูกตูมตามมากค่าา ช็อตว่าชาล์สคือเอาจริงๆ ที่นายหมั่นไส้รึเอ็นดู ตอบ!!! คือถาปัต 101 แบบนี้ต้องจัดคอสติวไหมคะคุณ!! 555 ฉากลิฟต์หนูชอบมาก คือจินตนาการถึงสายตาต้องเจ้าจ้องไปที่คอชาลล์แบบ เอ็นดูน้องเค้าก้บอกอย่ามาทำปากแข็งนะ!! /สิ้นสติ

    สรุปสั้นๆว่า มาต่อไวๆนะคะ 555555

    Like

  39. ขอกัดหมอนแปปนะคะ ///// E /////
    คือถ้าไม่ใส่ใจคงไม่ถึงขนาดซื้อหนังสือที่ตัวเองไม่ได้สนใจมาแล้วพกไปไหนต่อไหนหรอกค่ะ ต้องมีซัมติงในใจแต่ตัวเองยังไม่รู้ตัวแน่ๆ ฮิ้วว ,, v ,,
    แอบสงสารก้อนไหมพรมชาร์ล(?) สถานการณ์ในลิฟต์คือน่าอายแถมกดดันสุดๆเลยนะคะนั่น เข้าใจฟามรู้สึก 5555555
    /ตบบ่าชาร์ลแล้ววิ่งไปอ่านตอนสามอย่างรวดเร็ว

    Like

  40. อ่านแล้วถึงกับตบตีกับหมอนและผ้าห่มเพราะทนความน่ารักของคู่นี้ไม่ไหว ชาร์ลส์ดูซนมากเลยค่ะน่ารักน่าเอ็นดู

    Like

  41. ง่าาาาาาาาา กสไกบาาศำหายสไบกสะาดยหทสหวกาพาดา น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกปายม้ายยยย!?!?!?!?!? (>//////////<♥♥♥♥ #ดึงผมทึ้งผ้าห่ม พรากกกกก
    ชอบภาษาแล้วก้วิธีเขียนของพี่ทิพย์จัง พี่เป็นคนเขียนฟิคไม่กี่คนนะคะที่เราจะติดตามขนาดนี้ และนานจนถึงตอนนี้ด้วย//ไม่ได้อวยหรือหวังฟิคฟรี(?) นะคะ ^^ เราพูดจากความรู้สึกเราจริงๆ #รู้สึกหล่อ ฮาาาาา

    Like

  42. “ฉันกำลังเรียนวิชาสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ 101 ด้วยตัวเองอยู่”
    กรี๊ดดดดดดดดดด ประโยคนี้ฆ่าติ่งได้เลยนะคะพี่ทิพย์ ฮืออออออออออ ชอบค่ะชอบๆๆๆ ><

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s