[X-Men Fic][ErikCharles] The Architecture of Metanoia and Concinnity (3)

 
 
 
The Architecture of Metanoia and Concinnity
X-Men: First Class Fanfiction by Tippuri~ii * 
 

 

    
 

 
 

Pairing:  Erik Lehnsherr x Charles Xavier
Fandom: X-Men First Class

Type: AU fanfiction

 
 

 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 

 

 

 
************************************
 

 

The dialogue between client and architect is about as intimate as any conversation you can have, because when you’re talking about building a house, you’re talking about dreams.

– Robert A. M. Stern

 

 

*****

 

 

Chapter 3

               

 

 

 

 

วันนี้เป็นวันที่สดใสอีกวัน…นิวยอร์กถูกโอบกอดไว้ด้วยแสงแดดอ่อนๆ กับสายลมเย็นๆ ที่โบกพัด มหานครแห่งนี้อาจได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล แต่ในยามสายของวันอันน่าสบายแบบนี้…ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะเคลื่อนตัวไปในจังหวะอันเชื่องช้ากว่าทุกที

               

 

 

 

 

หากความไม่รีบเร่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาร์ลส์ เซเวียร์เลยในนาทีนี้…ชายหนุ่มสายกว่าเวลานัดไปราวๆ ยี่สิบนาทีแล้ว เลยทำให้เขาตัดสินใจเดินทางด้วยเท้ามาเลยจากสถานีรถไฟใต้ดินแทนเรียกแท็กซี่เพราะไม่อยากติดแหง็กบนถนน…การตัดสินใจที่ชาร์ลส์พบว่าตัวเองเสียใจภายหลังที่เลือกมัน เพราะการวิ่งมาก็ไม่ได้ทำให้เขามาถึงตึกไฮเซนเบิร์กเร็วขึ้นไปกว่ากันเลย…แถมตอนนี้ชายหนุ่มก็ผมยุ่ง เสื้อยับ และเหนื่อยหอบไปหมดแล้วด้วย

               

 

 

 

 

มือควานหาเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋าของพีโค้ทสีน้ำเงินนาวีตัวสั้นของตน…แปลกใจที่ยังไม่มีใครโทรมาตามแม้ว่าตนจะสายขนาดนี้แล้ว ปลายนิ้วไล่หาหมายเลข…ก่อนจะพบว่าเขาไม่รู้ว่าเป็นใครดีที่ตนควรจะโทรหา

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์เคลื่อนที่อย่างเชื่องช้าขึ้นบันไดด้านหน้าจนไปยืนอยู่ตรงประตูบานหมุนของตึกไฮเซนเบิร์ก…การขบคิดที่จะตัดสินใจทำให้เดินมองแต่จอโทรศัพท์ มืออีกข้างจับๆ ปกเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับสเวตเตอร์สีเทาที่สวมอยู่ให้เรียบร้อยไปด้วย…แอบถอนหายใจกับสภาพอันยุ่งเหยิงไปหมดของตัวเองตอนนี้

 

 

 

 

 

และถ้าจะมีอะไร – หรือใคร – ที่จะทำให้ชาร์ลส์ยิ่งรู้สึกงุ่นง่านกับสภาพปัจจุบันของตัวเองล่ะก็…คำตอบก็คงไม่พ้นอีริค เลนเชอร์ที่ก้าวออกมาจากกล่องประตูหมุนด้วยสภาพเรียบร้อยทุกองศาในเสื้อคอเต่ากับสูทแจ็คเก็ตแบบเดิมกับที่เจอกันวันแรกนี่แหละ

 

 

 

 

 

“อ้าว?” ตาคมๆ ของเลนเชอร์มองปราดมาที่เขาทันที คิ้วขมวดนิดๆ “นายมาทำไมน่ะ?”

 

 

 

 

 

“อ้าว?” ชาร์ลส์ย้อนอีกฝ่ายด้วยคำเดียวกัน เริ่มขมวดคิ้วแบบงงๆ บ้างแล้ว “แล้วทำไมฉันจะไม่มาล่ะ?”

 

 

 

 

 

“วันนี้ตอนเช้าตัวตึกมีแก้วงจรไฟฟ้า เขาจะตัดไฟทั้งตึก…ฉันเลยยกเลิกงานของวันนี้ไปหมดแล้ว นี่ฉันแค่แวะเข้ามาเอาของเฉยๆ” แขนยาวๆ ขยับนิดๆ เพื่อบุ้ยใบ้ให้เห็นเหล่าหนังสือและสมุดโน้ตที่ถือไว้อยู่…ก่อนที่เลนเชอร์จะใช้ส่วนสูงที่มากกว่าก้มมองเขา สีหน้าสีตาและน้ำเสียงนั้นเหมือนจะบอกอย่างนิสัยไม่ดีมากๆๆๆ ว่าทั้งหมดนี่เป็นความพลาดของตัวชาร์ลส์เองล้วนๆ “ไม่มีใครบอกนายหรือไง?”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำหรี่ตามองกลับ พูดพร้อมกอดอก “ก็มองเอาสิ…ถ้ามีคนบอก ฉันก็คงไม่มายืนเสียเวลาอยู่ตรงนี้แบบนี้หรอกจริงมั้ย?”

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์เตรียมใจไว้แค่รับคำโต้สวน…เขาเลยได้แต่กระพริบตาปริบๆ และเกือบอ้าปากค้างแล้วตอนที่เลนเชอร์ตอบกลับมาแค่การถอนหายใจอย่างเซ็งปนยอมแพ้ เลิกคิ้วมองแล้วกล่าวเสียงเรียบ

 

 

 

 

 

“โอเค…ฉันผิดเอง” แล้วก็ถามเพิ่มเติม ไร้กระแสเสียดสีอย่างทุกที “แล้วนี่นายจะไปไหนต่อหรือเปล่าล่ะ?”

 

 

 

 

 

คนฟังเลยได้แต่ส่งเสียงเออออออกไปก่อน ปลายนิ้วเสไปจัดๆ แว่นสายตาที่วันนี้เผลอสวมติดมาด้วยระหว่างที่คิดหาคำมาตอบ…ชาร์ลส์ไม่ค่อยแน่ใจว่าตนได้ยินเจ้าเสื้อคอเต่านิสัยไม่ดีนี่ถูกต้อง เพราะอีริค เลนเชอร์กับคำขอโทษเป็นดั่งสองสิ่งที่ไม่ได้น่าโคจรมาอยู่ด้วยกันได้เลย…แต่ในเมื่อสิ่งที่ได้ฟังนั้นเป็นเรื่องจริง ชายหนุ่มผมดำจึงพยายามทำสีหน้าเป็นปกติแล้วเอ่ยตอบอย่างสุภาพบ้าง

 

 

 

 

 

“ไม่มีหรอก…วันนี้ฉันไม่ได้กะจะออกจากบ้าน ยกเว้นจะมาดูงานเนี่ย” ชาร์ลส์ครุ่นคิดเพิ่มอีกนิดหลังกล่าวประโยคนี้…เพราะในเมื่อออกมาแล้วและอากาศก็ดีแสนดีแบบนี้ ก็ดูเป็นเรื่องเสียเปล่าชอบกลที่จะกลับเข้าบ้านเลย…แล้วเขาก็มีเอกสารประกอบธีสิสติดกระเป๋ามาด้วย “แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ…เดี๋ยวฉันแวะไปนั่งเล่นแถวเซ็นทรัลพาร์คดีกว่า”

 

 

 

 

 

เลนเชอร์พยักหน้ารับรู้…สีหน้าดูเหมือนกำลังคิดกะการณ์อะไรอยู่ชั่ววินาทีก่อนที่จะพูดสั้นๆ

 

 

 

 

 

“โอเค” เจ้าตัวผงกศีรษะนิดๆ ประกอบประโยคหลัง “มาสิ…เดี๋ยวฉันไปส่ง”

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์สาบานได้ว่านี่เป็นเรื่องสยองขวัญที่มีจำนวนคำน้อยที่สุดที่ตนเคยได้ยินมา ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้างตอนส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก…ฉันล้อเล่นหรอกเถอะเรื่องเสียเวลาน่ะ จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย—”

 

 

 

 

 

“เซเวียร์” เลนเชอร์ขัดประโยคที่ฟังดูแสดงความเกรงใจแต่จริงๆ คือข้ออ้างในการไม่ตอบรับข้อเสนอของเขาด้วยเสียงเรียกหนักๆ และสายตาที่จับจ้อง…ดูรำคาญใจราวกับชาร์ลส์เป็นเด็กที่พูดจาไม่รู้เรื่องสักที “มันไม่ใช่แค่เรื่องนายเสียเวลา…มันเป็นเรื่องที่ฉันประสานงานกับคนอื่นได้ไม่ดี โอเคมั้ย?”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำเม้มปาก…อีริค เลนเชอร์ดูจะมีความสามารถในการทำให้เขาตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำหน้าเชอะหรือยิ้มให้อีกฝ่ายดีเป็นที่สุด เพราะถึงถ้อยคำจะห้วนๆ…แต่ชาร์ลส์ก็มองออกว่าข้อเสนอนี้คือการขอรับผิดชอบความผิดพลาดของตัวเอง การกระทำที่ชายหนุ่มไม่คิดเลยว่าเลนเชอร์จะยอมทำ…โดยเฉพาะทำให้คนที่เจ้าตัวแสดงออกชัดเจนว่ารำคาญอย่างตัวเขา

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์จึงยังคงไม่อาจตกลงใจได้ว่าจะทำหน้าตาปกติหรือแย้มยิ้มสักหน่อยดีตอนที่ร่างสูงโปร่งนั่นก้าวยาวๆ ไปทางที่จอดรถ…เสี้ยวหน้าคมคายของเลนเชอร์หันมามองเล็กน้อยเมื่อเขาเดินตามมาด้วย ก่อนที่เสียงทุ้มจะพูดต่ออีกนิด

 

 

 

 

 

“แล้วฉันก็กะจะไปเซ็นทรัลพาร์คอยู่แล้ว…แต่ถ้านายอยากเสียเงินโดยใช่เหตุก็ไปเรียกแท็กซี่ได้ตามสบายเลย”

 

 

 

 

 

นั่นเองที่ทำให้การตัดสินใจเสร็จสิ้นลงได้ในวินาทีเดียว…ชาร์ลส์กลอกตาพร้อมชักสีหน้าเชอะในระดับที่สุภาพเรียบร้อยที่สุดใส่อีกฝ่ายทันทีที่เจ้าตัวหันหน้ากลับไป

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ภาพสองข้างทางที่คุ้นตาจากตึกไฮเซนเบิร์กมาจนถึงเซ็นทรัลพาร์คทำให้ชาร์ลส์ลืมสงสัยไปเลยว่าทำไมเลนเชอร์ดูจะรู้ได้เองว่าเขาต้องการจะลงตรงส่วนใดของสวนสาธารณะนี้

 

 

 

 

 

หากข้อสงสัยนี้ก็ได้ผุดขึ้นมาให้ชายหนุ่มผมดำได้รู้สึกในที่สุดเมื่อตอนที่อีกฝ่ายจอดรถแล้วเขากล่าวลา…เพราะแทนที่จะแยกย้ายกันไปอย่างที่เข้าใจ ร่างสูงโปร่งนั่นกลับเดินตามชาร์ลส์มาด้วย

 

 

 

 

 

ดวงตาสีเทามองสบกับสายตาของเขา…หรี่ลงนิดๆ ตอนเจ้าตัวถาม “แล้วนี่นายจะยังตามฉันมาทำไมน่ะ?”

 

 

 

 

 

โทษทีนะ” ชาร์ลส์เหลือจะเชื่อกับตรรกะการสรุปความของคนตรงหน้า “นายนั่นแหละที่เดินตามฉันมา”

 

 

 

 

 

เลนเชอร์ยักไหล่แบบไม่สนใจ น้ำเสียงเหมือนเซ็งเต็มทีที่ยังต้องเดินหายใจร่วมกับเขา “ฉันแค่จะไปซื้อกาแฟแล้วร้านมันอยู่ทางนี้เท่านั้นหรอกเถอะ”

 

 

 

 

 

นี่เป็นเรื่องสยองขวัญแสนสั้นเรื่องที่สองที่ชาร์ลส์ได้ฟังในวันนี้…คาเฟ่เรย์ ควินน์ไม่ควรถูกเรียกได้ว่าร้านเลยเพราะมันเป็นแค่รถแวนที่มาจอดเท่านั้น แต่มันก็เป็นที่ที่เดียวที่ขายกาแฟในเส้นทางนี้…และก็เป็นที่หมายของชาร์ลส์ในวันนี้ด้วย

 

 

 

 

 

ซึ่งนั่นก็หมายความว่า…เขากับเลนเชอร์กำลังจะไปซื้อกาแฟจากร้านเดียวกัน และความเป็นไปได้ว่าจะได้นั่งอยู่ในบริเวณเดียวกันก็สูงนัก…เพราะแถวนั้นมีม้านั่งรายรอบและค่อนข้างเงียบสงบ บรรยากาศสีเขียวชอุ่มไร้เสียงรบกวนเป็นสิ่งที่ทำให้ชาร์ลส์ชอบจุดนี้ของเซ็นทรัลพาร์คนัก…แถมเมื่อมีกาแฟอร่อยๆ อยู่ในละแวกด้วย การแวะเวียนมาอ่านหนังสือตรงนี้เลยเป็นสิ่งที่เขาหาความสุขได้จากมันอย่างไม่ยากเย็นเลย

 

 

 

 

 

แต่ตอนนี้…ความสุขที่ว่านั่นจะกลายเป็นฝันร้ายซะแล้วล่ะมั้งเนี่ย… 

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์ครางฮึ่มในใจอย่างสิ้นหวังเพราะไม่อาจทำอะไรอื่นนอกเหนือไปจากนี้ได้…ร่างสมส่วนย่ำเท้าไปตามทาง อย่างน้อยก็บอกตัวเองให้หวังไว้ว่าเลนเชอร์จะซื้อกาแฟแล้วกลับไปเลย…ก่อนจะพยายามสงบใจด้วยการมองธรรมชาติรอบตัว สีเขียวของผืนหญ้าและเหล่าแมกไม้ที่สูงใหญ่จนโค้งครึ้มได้เหนือศีรษะเป็นอะไรที่ทำให้ชาร์ลส์ยิ้มได้เสมอ…ลมหายใจถูกสูดลึกเข้าเต็มปอด วงหน้าแหงนเงยขึ้นนิดๆ…ชอบความอบอุ่นของแสงแดดที่ส่องลอดใบไม้ลงมาเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

 

 

แต่แน่นอนว่าธรรมชาติสวยงามแค่ไหนยังไงก็ต้องมีมลพิษ…เพราะทั้งๆ ที่ชาร์ลส์อุตส่าห์เดินให้ทิ้งช่วงห่างกันสักหน่อย สุดท้ายก็กลายเป็นว่าเขากับเลนเชอร์ได้มายืนใกล้กันอีกอยู่ดีตอนต่อแถวซื้อกาแฟ…และทั้งๆ ที่น่าจะทำเป็นไม่รู้จักกันแล้วสั่งๆ ไปให้จบๆ ซะ เลนเชอร์ก็ดันต้องหันมาถามชาร์ลส์ตอนที่คิวมาถึงหน้าตัวร้านเสียอย่างนั้น

 

 

 

 

 

“นายจะกินอะไรล่ะ?”

 

 

 

 

 

ประโยคนี้ไม่ต่างอะไรกับภาษาสากลเลยว่าพวกเขามาด้วยกัน…ทำให้ผู้หญิงที่ต่อคิวอยู่หลังชาร์ลส์ขยับเข้ามาอีกนิด ชายหนุ่มเลยไม่มีโอกาสในการปฏิเสธไปโดยปริยาย…เขาได้แต่ก้าวไปยืนข้างๆ เลนเชอร์ตรงช่องว่างของรถที่เปิดเป็นเคาเตอร์รับออเดอร์ พูดรายละเอียดเครื่องดื่มตัวเองเสียงเบา พยายามอย่างยิ่งในการจะไม่ถอนหายใจประกอบไปด้วย

 

 

 

 

 

“มอคค่าลาเต้ร้อน” เว้นช่วงเล็กน้อย…และก็มานึกได้ว่าประโยคต่อมาของตนนั้นน่าอายชะมัดเอาตอนที่พึมพำออกไปแล้ว “…ราดซอสช็อกโกแล็ตเพิ่มบนวิปครีมด้วยนะ”

 

 

 

 

 

เสียงขำหึหึอันร้ายกาจของคนข้างตัวช่วยยืนยันดีกรีความน่าอายของประโยคนี้เพิ่มเติมได้เป็นอย่างดี…ชาร์ลส์รู้สึกว่าหน้าร้อนไปถึงหู เสมองไปทางอื่นตอนที่เลนเชอร์สั่งเอสเพรสโซใส่น้ำตาลช้อนเดียวให้ตัวเอง

 

 

 

 

 

คุณคนขายพยักหน้าเมื่อออเดอร์ครบถ้วนก่อนจะหันไปเตรียมเครื่องดื่ม ชาร์ลส์ขยับจะหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากโค้ท…แต่คนข้างตัวเขาก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

 

 

 

 

 

“เซเวียร์ นายไปจองที่นั่งก่อนไป…เดี๋ยวฉันรอตรงนี้เอง”

 

 

 

 

 

นี่เป็นเรื่องสยองขวัญเรื่องที่สามและชาร์ลส์หมดความอดทนจะฟังมันอีกแล้ว ชายหนุ่มพูดเสียงหลง “อะไรน่ะ? ทำไมล่ะ??”

 

 

 

 

 

ทำไมมันถึงจบลงที่ว่าพวกเขาจะนั่งด้วยกันล่ะ?? เลนเชอร์ควรจะรีบซื้อรีบกลับไปตามทางของตัวเองสิ!

 

 

 

 

 

ความรำคาญใจปนเบื่อหน่ายฉายในดวงตาสีเทาอีกรอบ วงหน้าหล่อเหลานั่นพยักเพยิดไปรอบตัว “คนเยอะแบบนี้…นายคิดว่ามันจะมีที่ว่างให้นั่งเยอะหรือไง? รีบๆ ไปจองสักที่ไว้ก่อนมันจะหมดเถอะ”

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์ถอนหายใจ…เพราะทั้งอยากจะบ้ากับสิ่งที่กำลังจะเกิดและเพราะว่าสิ่งที่เลนเชอร์พูดนั้นเป็นเรื่องที่เถียงไม่ได้ วันอากาศดีแบบนี้ทำให้คนพร้อมใจกันออกมาเดินเล่น…ทำให้แม้แต่บริเวณที่ไม่ค่อยพลุกพล่านอย่างตรงนี้ก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนผิดกับทุกที ร่างสมส่วนจึงจำใจพยักหน้าในที่สุด

 

 

 

 

 

โชคดีที่ม้านั่งตัวประจำของเขายังว่างอยู่…ชาร์ลส์ทิ้งตัวลงนั่ง ภาพที่ได้เห็นตอนมองตรงไปคือร่มเงาของต้นไม้ที่ทอดไปบรรจบกับสนามหญ้าใต้แสงตะวัน…จุดนี้สว่างพอและเงียบกำลังดีสำหรับการอ่านหนังสือแม้ในวันที่คึกคักอย่างวันนี้ ชายหนุ่มจึงเริ่มต้นทำสิ่งที่ทำเสมอตอนมาใช้เวลาในสวนสาธารณะแห่งนี้…เขาค้นหาเอกสารที่ตั้งใจจะอ่านออกมาจากกระเป๋า แต่เพราะมันเป็นแค่พับกระดาษที่ถูกแทรกทับอยู่ระหว่างของอื่นที่พกมาด้วย…สุดท้าย ชาร์ลส์ก็ตัดสินใจหยิบสมุดโน้ตกับหนังสือที่อยู่ในกระเป๋าออกมาวาง และก็เป็นไปตามมุกตลกร้ายของโชคชะตา…เขาเจอพับเอกสารเอาก็ตอนที่หยิบของออกมาจนเกลี้ยงกระเป๋าแล้วนั่นแหละ

 

 

 

 

 

ซึ่งแน่นอนว่านั่นยังไม่เป็นที่สาแก่ใจของฟ้าดิน…เพราะเลนเชอร์ดันจะต้องเดินเข้ามาเอาตอนที่ชาร์ลส์เก็บของกลับเข้ากระเป๋าได้แล้วทุกชิ้นยกเว้นแต่เจ้าหนังสือรวมผลงานของมีสเล่มเดิม ยิ้มหล่อร้ายอย่างสะใจปนรู้ทันที่ระบายบางเบานั้นทำให้เขายิ่งหน้าร้อนเพิ่มเติมเข้าไปอีก

 

 

 

 

 

“เอ้านี่…มอคค่าลาเต้ราดช็อกโกแล็ต” เลนเชอร์พูดเสียเต็มยศอย่างที่เห็นชัดๆ ว่าจงใจจะล้อรสนิยมกาแฟของเขาตอนส่งถ้วยกระดาษให้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนที่ว่างข้างๆ…จิบกาแฟในถ้วยไปพลาง อีกมือก็หยิบไอโฟนสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าสูทแจ็คเก็ตของตัวเอง…โยนเบาๆ ให้มันตกแปะลงบนตักชาร์ลส์พอดี “แล้วก็เอาเบอร์นายมาด้วย”

 

 

 

 

 

ถ้าไม่ติดว่าถือถ้วยร้อนๆ อยู่…ชายหนุ่มผมดำคงกอดอกประกอบการหรี่ตามองอย่างจับผิดที่ทำอยู่ตอนนี้ไปแล้ว “ฉันเคยให้เบอร์กับนายไปแล้วนะ…ในไอแพดนั่นน่ะ”

 

 

 

 

 

…ไอแพดที่นายรักนักหนาจนต้องเอาแต่ดูตลอดเวลานั่นไงล่ะ ชาร์ลส์คิดเสริมในใจ

 

 

 

 

 

อีริคเองก็หรี่ตามองตอบเจ้าเซเวียร์ผู้น่ารำคาญ…เรื่องอะไรเขาจะยอมรับออกมาล่ะว่าเบอร์ในไอแพดนั่นน่ะขอไปงั้นๆ และไม่คิดจะโทรหรอก แต่ในเมื่อเห็นชัดแล้วว่าความดื้อรั้นส่วนตัวและการไปคาดหวังกับอาซาเซลเป็นอะไรที่ไม่ก่อประโยชน์เลยแถมลงท้ายด้วยการเสียเวลาของฝ่ายลูกค้า…ชายหนุ่มผมน้ำตาลก็ตัดสินใจได้ว่าตนคงต้องยอมทำตัวให้สมเป็นผู้ใหญ่แล้วในกรณีนี้ แก้ไขโน้ตในใจว่าต่อจากนี้ไป…ต่อให้ไม่อยากแค่ไหน เขาก็คงต้องติดต่อเซเวียร์ให้ชัดเจนและเป็นกิจจะลักษณะทุกครั้งแล้ว

 

 

 

 

 

“แล้วนี่มันใช่ไอแพดมั้ยล่ะ?” เขาตวัดเสียงตอบแม้จะไม่ได้รู้สึกรำคาญใจเท่าที่แสดงออกไปก็ตามที “เอาเบอร์นายมาอีกทีเถอะน่า…ครั้งต่อไปฉันจะได้โทรไปบอกได้ล่วงหน้าถ้ามีอะไรแบบนี้อีก”

 

 

 

 

 

“โอ…ได้โปรดช่วยโทรมาด้วยเถอะนะครับ” เซเวียร์ดัดเสียงเปี่ยมมารยาทหงุงหงิงอย่างจงใจ ยังคงหรี่ตามองเขาแม้จะยอมหยิบไอโฟนขึ้นมาแล้ว “เพราะทีแรกนายกะจะไม่ติดต่อฉันด้วยตัวเองเลยล่ะสิท่า”

 

 

 

 

 

ถึงจะยืนยันกับตัวเองว่าตนไม่ได้มีอะไรเหมือนกับเจ้ามนุษย์ไหมพรมนี่เลยสักนิด…อีริคก็ต้องแอบยอมรับว่าบางทีเซเวียร์ก็ดูจะคิดทันเขาได้อย่างน่าหงุดหงิดชะมัด

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มใช้เวลาช่วงที่คนข้างตัวพิมพ์เบอร์ลงบนหน้าจอโทรศัพท์ของตนในการจิบกาแฟ…เอสเพรสโซร้อนกรุ่นในวันแดดอุ่นแต่ลมเย็นเช่นนี้เป็นอะไรที่ลงตัวและทำให้สบายใจได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ และอีริคก็ขอยืนยันว่าอารมณ์ดีชั่ววูบนี่เป็นแค่สาเหตุเดียวเท่านั้นจริงๆ ที่ทำให้เขาชวนเซเวียร์ – มนุษย์ที่เหมือนไม่ได้พูดภาษาเดียวกันกับตนเลย – คุย

 

 

 

 

 

“นายยังไม่เลิกแบกเล่มนี้ไปไหนมาไหนอีกหรือไง?”

 

 

 

 

 

อีริคพยักเพยิดไปทางหนังสือรวมภาพผลงานของมีสที่อีกฝ่ายยังคงไม่ได้เก็บเข้ากระเป๋าของตัวเองไป…เซเวียร์ส่งสายตาคมๆ มาราวกับเตรียมรับการแซะใดๆ ที่แฝงมา เขาจึงสบตาอีกฝ่ายตรงๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าตนถามเพราะสงสัยจริงๆ…ด้วยต่อให้แม้แต่ตัวอีริคที่ชื่นชอบงานของมีสเป็นที่สุด ชายหนุ่มก็ยังไม่มีความคิดในการจะแบกหนังสือหนาหนักเท่านี้ติดตัวเลยสักนิดเดียว

 

 

 

 

 

ดวงตาสีน้ำเงินประเมินความจริงใจสักครู่…ก่อนที่จะเชื่อแล้วยักไหล่ ตอบเสียงสบายๆ

 

 

 

 

 

“ก็ฉันยังเรียนวิชาสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ 101 ไม่จบคอร์สเลยนี่” รอยยิ้มซนๆ ปนท้าทายนั่นยิ่งดูกวนกว่าเดิมตอนที่เจ้าตัวสวมแว่นอยู่แบบนี้ ก่อนที่เจ้าตัวจะหัวเราะเบาๆ…เลิกล้อเล่นตอนตอบประโยคหลัง “มันเป็นหนังสือเล่มเดียวที่ภาพเยอะมากกว่าตัวหนังสือที่ฉันได้อ่านช่วงนี้น่ะ เลยเหมือนได้พักสมองบ้างเวลาเปิดดู…แต่ก็หนักจริงๆ นั่นแหละ อีกสักพักคงต้องยกขึ้นหิ้งแล้ว”

 

 

 

 

 

อีริคพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนที่จะถามต่ออย่างไม่ได้คิดให้ดีเสียก่อน

 

 

 

 

 

“แล้ว…ตอนนี้นายคิดยังไงบ้างแล้วล่ะ?”

 

 

 

 

 

ชาร์ลส์รู้สึกว่าน้ำเสียงของอีกฝ่ายและคำถามนี้เป็นอะไรที่นุ่มนวลกว่าทุกทีที่เคยได้ยิน…ซึ่งเขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นเรื่องจงใจหรือไม่ แต่สิ่งที่เขารู้และไม่อยากยอมรับเลยก็คือข้อเท็จจริงที่ว่ามันทำให้บรรยากาศระหว่างกันดูสงบเรียบเรื่อยมากขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

 

 

 

“อืมมม…ตามที่ฉันคิดน่ะเหรอ…” เขาครุ่นคิด…เอนตัวลงพิงพนักม้านั่งตามสบาย พยายามเรียบเรียงคำให้ดีที่สุด “ฉันก็ได้เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจการดีไซน์สไตล์นี้มากขึ้น…เลยเริ่มพอจะเห็นภาพตามที่นายบอกมาวันนั้นแล้วล่ะ” ดวงตาสีน้ำเงินเป็นประกายซนๆ แพรวพราว…บอกให้เลนเชอร์ได้รู้ว่าเขาไม่ได้ถือสาอะไรเลย ก่อนจะยิ้มละไมให้โดยไม่รู้ตัว “ตอนนี้ฉันก็เลยพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเอ็มม่าถึงชอบดีไซน์แบบนี้…แล้วก็เริ่มพอจะมองได้แล้วว่ามันก็สวยดีเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

อีริคพ่นลมหายใจพลางส่ายหน้าราวกับจะบอกเซเวียร์ว่าไม่ต้องลำบากพยายามอธิบายอย่างรักษาน้ำใจก็ได้…แต่ในใจแล้ว ชายหนุ่มก็รู้สึกได้เล็กๆ ว่ากำแพงที่เคยกั้นไว้ระหว่างกันอ่อนลงมานิดหน่อยแล้ว

 

 

 

 

 

ก็แค่เพราะหมอนี่เริ่มเข้าใจอะไรได้ถูกต้องแล้วเท่านั้นแหละ…ไม่ใช่เพราะความพยายามจะรู้หรือประนีประนอมอะไรหรอกนะ… 

 

 

 

 

 

อีริคเลยจิบกาแฟอีกอึก ก่อนจะพูดกวนๆ โต้ไป…น้ำเสียงที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เลยว่าฟังดูเย้าๆ ปนเอ็นดูบางเบาด้วย “แต่ยังไงตึกดีไซน์ของมีสก็สวยสู้เพมเบอร์ลีย์ไม่ได้สินะ?”

 

 

 

 

 

“รู้มั้ยเลนเชอร์…สำหรับคนที่บอกว่าตัวเองชอบแค่อะไรแนวๆ โมเดิร์นน่ะ นายรู้รายละเอียดของนิยายพีเรียดมากเกินไปเยอะเลยนะ” เซเวียร์แกล้งหรี่ตาพร้อมย่นจมูกใส่อย่างจับผิด ก่อนที่จะหัวเราะเบาๆ ออกมา…เสียงหัวเราะที่เหมือนกับสายน้ำที่หลั่งรินจากเหยือกเงิน “มันช่วยไม่ได้ซะหน่อยที่ฉันจะชอบอะไรคลาสสิคๆ มากกว่า…มันชินมาตั้งแต่เด็กๆ นี่นา”

 

 

 

 

 

อีริคเลิกคิ้ว รอให้อีกฝ่ายเลือกเองว่าจะเล่าต่อหรือตัดบท

 

 

 

 

 

เซเวียร์ชั่งใจเล็กน้อย…ริมฝีปากถูกเม้มนิดๆ ตอนที่ดวงตาสีน้ำเงินนั่นจ้องถ้วยกาแฟในมือนิ่งนาน ความเงียบระหว่างการตัดสินใจทิ้งตัวสักพัก ก่อนที่เสียงนุ่มนวลนั้นจะเริ่มพูดขึ้น

 

 

 

 

 

“ตอนฉันเด็กๆ…ฉันอยู่ที่อังกฤษมาตลอดเลยน่ะ พอย้ายมาที่เวสต์เชสเตอร์…บ้านหลังนั้นก็สร้างตามแบบของอังกฤษอยู่ดี อะไรแนวๆ นี้เลยให้ความรู้สึกคุ้นเคยแล้วก็สบายใจน่ะ…อย่างน้อยก็สำหรับตัวฉันน่ะนะ”

 

 

 

 

 

ดวงตาสีน้ำเงินเหม่อมองไปยังภาพตรงหน้า…สนามหญ้าที่มีเหล่าพี่น้องเล่นกันโดยมีผู้เป็นแม่หัวเราะอยู่ข้างๆ

 

 

 

 

 

“คือว่า…” วินาทีนั้น…อีริครู้สึกว่าคนข้างตัวช่างเป็นภาพที่แสนเศร้าเหลือเกิน “แม่ฉันไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่กับฉันเท่าไหร่…แต่อย่างน้อยๆ ฉันก็พอจำได้ว่าแม่พูดบ่อยๆ เลยว่าชอบบ้านสไตล์แบบนี้ เพราะงั้น…เพราะงั้น…”

 

 

 

 

 

เซเวียร์สูดลมหายใจลึกๆ…ก่อนจะพยายามยิ้ม กล่าวประโยคให้ครบถ้วน

 

 

 

 

 

“เพราะงั้นเวลาอยู่ในบ้านสไตล์คลาสสิค มันก็เลยเหมือนฉันได้กลับไปเป็นเด็กๆ…ได้กลับไปสมัยที่ยังไม่ต้องเครียดอะไรมากมาย…อะไรทำนองนั้นน่ะ” เจ้าตัวว่า ก่อนที่จะลดทอนน้ำหนักที่จู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นของบทสนทนาด้วยการออกตัวล้อๆ “ไม่ค่อยเป็นเหตุผลที่มีสาระเลยนะว่าไหม…”

 

 

 

 

 

“ไม่หรอก” ก่อนที่จะทันรู้ตัว…อีริคก็เปล่งเสียงออกไปเสียแล้ว น้ำเสียงแผ่วเบาและแววตาอ่อนลงยามคิดถึงวันเก่าๆ “ตอนเด็กๆ…ฉันน่ะอยากไปที่นั่นที่นี่เยอะแยะเลย แต่พอพ่อฉันเสียไป…แม่ก็ต้องเลี้ยงฉันตัวคนเดียว แล้ว…” เขาหัวเราะเหยียดๆ กับรสขมจางๆ “แล้วก็อย่างที่รู้ๆ กันนั่นแหละ…เราไม่ได้รวยอะไรเลย เพราะงั้นไม่ต้องพูดถึงแผนไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ หรอก…แค่ทริปสั้นๆ เราก็ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”

 

 

 

 

 

รสขมในเรื่องราวอาจยังคงฝังแน่น…หากก็ใช่ว่าความอ่อนหวานจะไม่เจืออยู่ในนั้น และนั่นก็ทำให้อีริคเริ่มหัวเราะจางๆ ออกมา

 

 

 

 

 

“แต่อย่างน้อยในดุสเซลดอร์ฟก็ยังมีพวกตึกใหม่ๆ สวยๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ…แล้วพอแม่รู้ว่าฉันสนุกที่จะได้เดินดู แม่ก็พาฉันไปเดินเล่นตอนช่วงวันหยุด…เดินดูพวกตึกแปลกๆ โล่งๆ พวกนั้นนั่นแหละ” ตรงนี้เองที่ชายหนุ่มนึกอะไรขึ้นได้…วงหน้าจึงหันมาสบตากับคนข้างตัว พูดพร้อมขำหึหึ “…ตึกแนวๆ ที่ชวนให้อยากเซ็นใบหย่ามากกว่าน่ะ นายพอจะนึกออกใช่มั้ย?”

 

 

 

 

 

เซเวียร์ที่ตาโตพร้อมอ้าปากค้างนิดๆ ตามฉบับสีหน้าคนที่โดนแซะพร้อมๆ กับที่รู้สึกผิดเป็นภาพที่ทำให้อีริคยิ่งอยากหัวเราะ…อีกฝ่ายพูดพึมพำว่านั่นมันก็แค่ความคิดเห็นส่วนตัว และถ้าผู้เป็นพี่สาวชอบ…มันก็เป็นการออกแบบที่ถูกต้องแล้วไม่ว่าตนจะคิดอย่างไร

 

 

 

 

 

“แล้ว…” เซเวียร์เม้มริมฝีปากนิดๆ ก่อนจะช้อนตามองเขา พูดเสียงมั่นคง “แล้วถ้ามันคล้ายตึกที่แม่นายพานายไปดู…ฉันก็คิดว่ามันต้องสวยมากๆ แล้วล่ะ ฉันแค่ไม่เข้าใจเท่านั้นเอง…โอเคมั้ย?”

 

 

 

 

 

อีริคยิ้ม…และก็ไม่ค่อยชอบใจเลยที่ตนยิ้มออกเพราะเจ้าคนตรงหน้านี่หลายครั้งมากเกินไปแล้ว และก็ไม่ชอบใจด้วยที่ตอบรับไปด้วยประโยคนี้แทนที่จะพูดอะไรจิกกัดอย่างที่ควรทำ

 

 

 

 

 

“ฉันเคยแวะไปที่บ้านนายที่เวสต์เชสเตอร์แล้ว…” แค่ครั้งเดียวก็จริง…แต่คฤหาสน์ระดับนั้นไม่ใช่อะไรที่จะถูกลืมได้ง่ายๆ แน่นอน จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่อีริคจะพูดความรู้สึกของตัวเอง “…มันอาจจะไม่ใช่อะไรที่ถูกรสนิยมฉัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่สวยหรอกนะ”

 

 

 

 

 

และถ้าจะมีอะไรที่เขาไม่ชอบใจยิ่งกว่ารอยยิ้มของตัวเอง…มันก็คงเป็นรอยยิ้มของเซเวียร์ที่จุดให้ทั้งวงหน้าของเจ้าตัวสว่างไสวพร้อมสองแก้มแดงเรื่อนิดๆ แบบนี้นี่แหละ

 

 

 

 

 

ระยะเวลาที่ยังเหลือระหว่างกันนั้นยาวนานเท่ากับระยะเวลาที่ทั้งคู่ใช้จัดการกาแฟของตน ชาร์ลส์ตอบรับข้อเสนอของอีกฝ่ายในการจะขับรถไปส่งที่อพาร์ตเมนต์หลังจากที่ชายหนุ่มผมน้ำตาลบอกว่าอย่างไรมันก็เป็นทางผ่านของตัวเองพอดี และความเงียบในช่วงขากลับไม่ได้ชวนให้อึดอัดเหมือนตอนขามาอีกแล้ว…อาจจะเป็นเพราะทั้งสองต่างก็ใช้เวลาในการพิศวงว่าทำไมตัวเองถึงได้เล่าเรื่องในอดีตที่ไม่เคยบอกใครให้อีกฝ่ายได้ฟังอย่างง่ายดายเป็นธรรมชาติเช่นนี้ อาจจะเป็นเพราะทั้งสองเอาแต่ขบคิดอยู่ว่าทำไมความรู้สึกลบๆ ที่เคยมีให้อีกคนถึงดูบางเบาลงไปเยอะเลย อาจจะเป็นพวกเขามัวตั้งใจมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างด้วยแอบหวั่นว่าจะหันไปมองกันและกันถ้าเผลอตัว…ไม่มีใครบอกเหตุผลของความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างชัดเจนแน่นอนเลย

 

 

 

 

 

แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือ…อีริคไม่ได้บอกเซเวียร์ว่าอพาร์ตเมนต์ของตนนั้นจริงๆ แล้วอยู่คนละฟากเมืองกับอีกฝ่าย ชาร์ลส์ไม่ได้บอกเลนเชอร์ว่าเขาแอบยืนมองตามรถของเจ้าตัวจนกระทั่งมันหายไปจากปลายถนน และทั้งสองต่างก็ไม่ได้บอกตัวเองเลยสักนิด…ว่าความรู้สึกที่ทำให้ทั้งเผลอยิ้มปนงุ่นง่านในหัวใจของพวกตนนั้นเป็นเรื่องจริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

******************************

 

note:

 

– คาเฟ่เรย์ ควินน์ เป็นการมโนล้วนๆอย่างเลือดเย็นค่ะ ถถถถ ทิพย์เอาชื่อร้านมาจากชื่อนักร้องเพลง New York, New York ฉบับ FWB Remix โดย Ray Quinn feat. Ultra Love ค่ะ …ทิพย์ชอบเวอร์ชั่นนี้มากเลย ลองหาฟังดูนะคะ สดชื่นมากๆ

 

– เพมเบอร์ลีย์ หรือ Pemberley เป็นชื่อคฤหาสน์พร้อมที่ดินของมิสเตอร์ดาร์ซีในนิยายเรื่อง pride & prejudice โดยเจน ออสเตนค่ะ…ขุ่นเลนเชอร์เธอยังคงจิกหนูชาร์ลส์ในจุดนี้ไม่เลิกค่ะ แย๊แย่อ้ะตาคนนี้ อิ v อิ

 

– วะฮะฮะ นี่เป็นฟิคเรื่องแรกที่ได้เขียนให้ชาร์ลส์ใส่แว่นล่ะค่ะ!! ขอโยนความผิดทุกอย่างให้ปราด้านะคะ เพราะปราด้าคือคนผิดค่ะ ทิพย์ไม่เกี่ยวอะไรเลย ฟฟฟฟฟฟฟ

 

หนุ่มแว่นคือดีงามค่ะ บอกเลย

 

 

ส่วนเสื้อผ้าของเธอ ทิพย์เอามาผสมๆกันจากรูปนี้

แล้วก็โค้ทในซีนนี้ค่ะ >> Charles’s pea coat (ซีนนี้ชุดโมเอะทำลายล้างมากค่ะฟฟฟฟฟฟฟฟฟ)

 

 

น่าจะครบถ้วนแล้วนะคะ ทิพย์เขียนเองก็เบลอเอง TvT

 

 

 

 

ที่บอกไปว่าช่วงนี้อยากเขียนเชริคอย่างตายอดตายอยาก…จริงๆมันคืออยากเขียนซัมติง xmfc อย่างตายอดตายอยากค่ะฟฟฟฟฟฟฟฟ คิดถึงหนังเรื่องนี้มากมากมากมากกกกกกกก มากระดับที่อยากพูดถึงทุกคาแรคเตอร์เลยถ้าเป็นไปได้ T////T

 

 

และแน่นอนว่าเรื่องนี้ทิพย์ดริฟต์เขียนแบบสดๆเอาเลย เพราะงั้นจึงไม่น่าแปลกใจถ้ามันจะงี่เง่านะคะแงงงงง ขอโทษทุกคนสำหรับทุกความพลาด ความตื้น ความไม่เนียนใดๆทั้งปวงที่มีในเรื่องนี้ ทิพย์แค่อยากเขียนๆๆๆๆค่ะ โดยส่วนตัวเห็นเรื่องนี้เป็นหนังรอมคอมในหัวไปแล้ว เลยเหมือนพิมพ์ตามที่เห็นป้าบๆๆๆมากกว่าเลยล่ะค่ะ ขออภัยจริงๆถ้าตรงไหนพลาดไป

 

 

บทนี้! แลดูเหมือนจะเดทเนอะคะ(กี๊ชชชชชชชช) และชาร์ลส์ใส่แว่นบวกพีโค้ทโมเอะด้วย! แล้วไหนจะอีริคในคอเต่าดำอีก! จิบกาแฟเถียงกันงุ้งงิ้งในเซ็นทรัลพาร์ค ฮือออออ เก็บศพทิพย์ด้วยนะคะ

 

 
ฟิคนี้เหมือนเป็น anxiety therapy ของทิพย์เลยล่ะค่ะ เวลาเครียดก็มาเขียนให้ลืมเครียด ฟฟฟฟฟ ความเสียสติเต็มเปี่ยมทุกพารากราฟค่ะ ขอบคุณที่ให้ความสนใจกับฟิคเรื่องนี้จริงๆนะคะ T////T
 
 
 
 
 
 
อย่าเพิ่งลืมฟิคคุณพ่อกับซีรี่ส์ดื่มชานะคะ ❤
 
 
 
 
 
 
ทิพย์เอง
 
 
Advertisements

22 responses to “[X-Men Fic][ErikCharles] The Architecture of Metanoia and Concinnity (3)

  1. อรั่กกกก ละมุนนนนนนนนนมากกกกก
    เหมือนเดทจริงๆเลยค่ะ บรรยายบรรยากาศได้เห็นภาพมากๆ
    รู้สึกเหมือนสิงตามต้นไม้ใบหญ้าแถวนั้น ฮ่าาา
    ถ้าลงว่าพูดถึงอดีตก็คือเปิดใจให้กันขึ้นมาอีกนิดแล้วสิเนาะ
    แล้วถ้าเกิดตกลงคบกันอยู่ด้วยกันบ้านของทั้งคู่จะออกมาแบบไหนอยากเห็นจริง #เห้ยยยอันนี้ไกลไปกลับมาๆๆอย่าเพิ่งมโน
    ป.ล.ตอนที่อีริคพูดขอโทษออกมาดันรู้สึกว่าชาร์ลส์ตกใจได้น่ารักกกกกมากกก >,<

    Like

  2. โอ้ยยยย น่าร้กๆๆๆๆๆ ตลอดเวลาที่อ่านตอนนี้คือกรีดร้อง(ในใจ)เป็นคำว่า “น่ารัก” บ่อยมากจนแทบเอาไอแพดฟาดหน้าตัวเองค่ะฮืออออออออ
    อีริคซึนมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำตัวเป็นใจร้ายเย็นชานะ แต่ที่จริงกะจีบชาร์ลส์ใช่ไหมล่ะ!!! โอ้ย ฉลามบ้า นอกจากหล่อแล้วยังหล่ออีก(?)
    แต่เราเข้าใจอีริคนะคะ ก็ชาร์ลส์น่ารักกกกกก(โฮกกกก)ขนาดนั้น เป็นมนุษย์ไหมพรมที่น่ารักที่สุดในโลกแล้ว
    กราบปราด้าจริงๆค่ะที่หยิบแว่นมาให้เจมส์ใส่ คือมันเลิศเลอมาก ดีงามมาก ฟินแล้วฟินอีก ตายแล้วฟื้น

    คือแบบ…ตั้งแต่ตอนแรกที่ชาร์ลส์วิ่งกระเซิงมาแล้วพบว่าตึกปิด นึกออกเลยค่ะว่าจะเหวอขนาดไหน 5555555 แต่อีริคมีความรับผิดสูงมากค่ะ ชอบตรงนี้มาก มันต้องแบบนี้สิ!!! ยิ่งตอนถามว่าจะไปไหนต่อไหม นี่เรามโนไปเองเลยค่ะว่านางต้องหวั่นไหวกับชาร์ลส์แน่ๆ เห็นว่าวันนี้ชาร์ลส์น่ารักมากน่ะสิ ฮั่นแน่ะๆๆ ถึงกับจะขับรถไปส่งเลยหราาาาา กิ้วๆๆ /บ้า/
    แล้วแบบ….ไหนจะสั่งกาแฟร้านเดียวกัน อย่างน้อยก็มีรสนิยมที่เหมือนกันแล้วนะ ถึงกาแฟที่กินจะต่างกันคนละโลกเลยก็เหอะ (เอกเพรสโซน้ำตาลช้อนเดียวคือหล่อมาก ขุ่นสถาปนิกขา ต้องการลิ่วล่อเพิ่มไหมคะะะะ) ชอบที่ชาร์ลส์ซวยได้ตลอดน่ะค่ะ คือ…หนังสือที่ไม่อยากให้อีกคนเห็นมากที่สุด กลับเสนอหน้าออกมาโชว์ได้ทุกครั้งไป 55555555 (ขุ่นมิสอาจจะอยากเป็นพ่อสื่อ) ชาร์ลส์ดูเนิร์ดมากจริงๆเวลาแบกกระเป๋าหนักๆที่เต็มไปด้วยหนังสือหนักๆแบบนี้ ซึ่งน่ารักมากกกก (เราใช้คำว่าน่ารักเปลืองมากค่ะตอนนีิ้)

    ตอนที่ทั้งสองคนเล่าเรื่องตอนเด็กๆให้อีกฝ่ายฟัง เราว่ามันคือการแสดงออกที่ดีเลยค่ะว่าเริ่มเปิดใจแล้ว ทีนี้ทั้งคนอ่านทั้งสองคนนั้นเองก็ได้เข้าใจกันล่ะว่าทำไมแต่ละคนถึงชอบสไตล์แบบนั้น อีกสักพักน่าจะรู้จักกันและกันมากกว่านี้ล่ะ แงงงง เขินนนนน ว่างๆคุณเลนเชอร์ก็ไปเที่ยวบ้านคุณเซเวียร์อีกนะคะะะะ อีกอย่างคือเราชอบบรรยากาศของตอนนี้ค่ะ มันสบายๆดีแล้วก็หวานเบาๆบางๆ อ่านแล้วอยากไปสิงต้นไม้แถวๆนั้นสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด /heavy breathing/ ขอบคุณทิพย์ที่ขยันเขียนฟิคออกมาให้เราได้ฟินอย่างต่อเนื่องค่าาาา เบื่อหน่ายการบ้านมหาลัยมากตอนนี้ แต่พอเจอสถาปนิกอีริคแล้วสู้ตาย 555555555

    Like

  3. ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ /จะไม่พูดว่าตอนพี่ทิพย์บรรยายว่าชาร์ลส์ใส่แว่นนี่ปราด้าลอยขึ้นมาบนหัวเลย โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยนี่มันน่ารักเกินไปปปปปปปปแฮ่กกกๆๆๆๆๆๆๆๆ

    เผลอกรี๊ดออกมาตอนชาร์ลส์สั่งซอสช็อคโกแลตบนวิปครีมเลยค่ะฟกหดฟกหดฟหกดฟหกดฟกหดฟหกดฟหกดกดฟกดฟกดฟหกดฟกหดฟหกดฟหกดฟหกดหฟกดแลดูหนูแฮมสเตอร์มากๆ U/////////////U อีริคก็ทำแซววววววววว แบบบบบบบบบ แบบบบบบบบบบ แบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

    นี่มันเดทชัดๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยพี่ทิพย์ร้ายกาจมากแงฟกหดฟกดฟหกดฟหกดหกฟดฟหกด อะไรคือการไปส่งกันที่อพาร์ทเมนต์ด้วยอรี๋ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ /ตะกุยจออย่างกราดเกรี้ยว

    พี่ทิพย์ร้ายกาจมากแงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงนี่นั่งยิ้มโง่ๆอยู่หน้าคอมตลอดเวลา UvU ฮือออกอดดดดดดดดด

    Like

  4. มันคือการเดทอย่างแน่นอนค่ะพี่ทิพย์ ขอพนันด้วยเลือดมิวแทนต์ผู้ควบคุมโลหะเลย Y///Y

    มันฟฟฟฟฟฟมากค่ะ กับการที่ชาร์ลส์ผู้เพรียบพร้อมจะกลายเป็นคุณหนูหัวยุ่งๆชุดยับๆแถมใส่แว่นติดออกมาจากบ้านอีก มันโอเคมากกกกที่อีริคผู้เดินออกมาเห็นสภาพนี้ของคุณชายไหมพรมขนาดจิบิแบบนี้ นี่มันคือฉากพบรักที่แสนยุ่งเหยิงของมนุษย์สองคนที่รสนิยมต่างกันอย่างสุดขั้ว *แงะปุ่ม ฟ มากินอย่างก้าวร้าว*

    มันก๊าวตั้งแต่การเสนอตัวไปส่งของอีริคแล้วค่ะ อะไรคือต้องการไปเซนทรัลพาร์คเหมือนกันกับชาร์ลส์คะ ตอบบบบบบบบบบบบบบ ถถถถถถ ตลกตรงชาร์ลส์ที่คาดหวังอะไรในใจและดูเหมือนว่ามันจะตรงข้ามกันเสียหมด ตั้งแต่ที่คิดว่าอยากให้อีริคกลับไปซะ และตอนที่ไปต่อแถวซื้อกาแฟนั่น คืออุตส่าห์ำเหมือนไม่รู้จักกันอ้ะเนอะแต่สุดท้ายอีริคกลับหันมาถามว่าจะเอาอะไร (นั่นคือการเริ่มต้นการเดทที่ดีเอามากๆ) เมนูแสนน่านั่นเลยถูกสั่งออกมา คือนึกหน้าชาร์ลส์ใส่แว่น หงุงหงิงๆพึมพำพูดต่อพนักงานด้วยใบหน้าเขินๆแก้มเรื่อแดง โง้ยยยยยย ฟัดสิคะอีริค อย่าปล่อยให้เธอลอยนวล /เพลงมา

    ชอบสายตา น้ำเสียงและการแซะของอีริคที่มีต่อชาร์ลส์ในเรื่องรสนิยมมาก มันดูเป็นความไม่ลงรอยของผู้ชายสองคนที่แค่เจอครั้งแรกก็เหมือนมีสายไฟเปรี๊ยะๆแล่นใส่กันแล้วแต่แปลกในนาทีต่อมาตั้งแต่การจิ้มเบอร์ลงไอแพดกระทั่งปัจจุบันที่สั่งกาแฟมานั่งดื่มและใครบางคนเป็นฝ่ายเริ่มก่อนด้วยการขอเบอร์อีกครั้ง กระแสไฟเปรี๊ยะๆนั่นหายไปไหนแล้ว หลงเหลือเพียงความไม่พอใจที่แฝงไปด้วยความเอ็นดูละมุนละไมเล็กๆแบบที่สองคนนั้นสัมผัสเองไม่ได้แต่คนอ่านแทบอยากดิ้นตาย โฮกกกกกก ;////////;
    /me สลายเป็นโกโก้ครั้นช์ในทุ่งข้าวสาลียามเช้าที่แดดอุ่นๆส่องลงมา

    ตอนนั้น แบบจะเรียกยังไงดี มันเหมือนการเปิดใจ บอกเล่าเรื่องราวในอดีตที่ไม่สวยงามเท่าไรนักให้กับคนที่เพิ่งเจอแถมยังดูเขม่นกันในคราแรกด้วยซ้ำ มันให้อารมณ์สวยงามแต่ดูขมขื่น มันเป็นความทรงจำที่สวยงามและเจ็บปวดในคราเดียวกันแต่ทั้งคู่เล่ามันออกมาด้วยความรู้สึกดีแถมยังปลอบใจกันและกันอีกด้วย โอ๊ยยยย ขอคบเลยมั้ยคะแบบนี้ แล้วตอนที่อาสาไปส่งบ้านทั้งที่ต้องอ้อมครึ่งค่อนเมืองนี่คืออะไรคะอีริค อาจจะยังไม่รู้ใจตัวเองแต่เราจะรอดู คนที่ไม่ถูกกันแต่คนนึงยอมให้ไปส่งที่บ้านแล้วยืนมองจนรถลับตาไปกับอีกคนที่อาสาไปส่งทั้งที่ต้องอ้อมไกลแสนไกล นี่มันเรียกความรักค่ะ ความรักเข้าจู่โจมทีละน้อยเหมือนเชื้อไข้เลือดออกที่ไม่แสดงอาการชัดเจนแต่ค่อยเป็นค่อย รู้อีกทีก็ต้องนอนโรงบาลแล้ว (เป็นการเปรียบเทียบที่น่าเกลียดที่สุดในโลก) นี่ก็เหมือนกั๊นนนนนน รู้อีกทีก็ขึ้นมาจากหลุมที่ชื่อว่ารักไม่ได้แล้ว

    ปล.แอบคิดว่าร้านการแฟนั่นมีจริงๆค่ะ 55555 มันน่ารักมากกกร้านรถเล็กๆท่ามกลางโต๊ะม้านั่งที่เป็นมุมสงบ อาห์.. สถานที่นี้คู่ควรแก่การเดทจริงๆนั่นล่ะ
    ปล.2 มันฟหกด่าสวฟหกด่าสวฟหกด่าสวฟหกด่าสวมากจริงๆค่ะฟิคเรื่องนี้ อายไปม้วนไปในผ้าห้มจนกลายเป็นซูชิไข่ม้วนแล้ว
    ปล.3 คิดซะว่าพี่ทิพย์เป็นอาจารย์ที่กำลังอ่านรายงานสักหน้านึงของนิสิตนะคะ 5555 มันยาวจริงๆขออภัยด้วยค่ะ แต่ทั้งหมดคือแฟนเกิร์ลฟีลลิ่งค่ะ ❤

    ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ และยังไม่ลืมคุณพ่อ ซีรี่ย์ดื่มชา บัคกี้ที่จะดูแพนด้า ฯลฯ รอเสมอค่ะ จุ้มมมมมม Y////Y

    Like

  5. อะไรกันน่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ????????????…
    เจ้าเสื้่อคอเต่า กับ มนุษย์ไหมพรม ฮือออออออออออออ
    ตอนแรกก็เรื่องสยองขวัญ ต่อมาก็วงเวียนชีวิต…
    นี่มันอะไรกันน่ะ???????????????????????????????
    แล้วตอนจบก็ไปส่งชาร์ลส์ที่อพาร์ตเมนต์ทั้งๆที่ของตัวเองอยู่คนละทางกัน…
    น่ารักดีนะคะ สองคนก็เริ่มเข้าใจกันมากขึ้นแล้ว(กัดหมอน)
    มีความสุขทุกครั้งที่รู้ว่าคุณทิพย์อัพฟิค รอติดตามอยู่นะคะ

    Like

  6. โอยพี่ทิพย์เคอะะะะะ พ..พารากราฟสุดท้ายน่ะค่ะ มันโค่ดงดงามเลยแงงงงงงง เป็นการจบตอนที่เพอร์เฟ็คมากๆน้องปลื้มมมม //////
    โอ้ยต่างคนต่างซึนแล้วแอบเก็บความรู้สึกไว้แบบนี้คนอ่านก็ฟินตายสิคะฮรืออวววว แล้วนี่มันfirst dateชัดดๆ ถึงจะไม่มีใครพูดออกมาก้เถอะ แต่จะนับแล้วนะแง่งงงง
    ตอนนี้ให้ความรู้สึกเหมือน้เป็นการปรับความเข้าใจกันของสองคนเลยค่ะแงงงงง มันฟรุ้งฟริ้งมุมิและดีงามมากๆ ตาอีริคก็เถอะ อพาร์ทเมนต์อยู่คนละฟากยังจะโกหกเพื่อให้ได้ไปส่งชาร์ลส์อีกนะ แบบนี้ไม่เรียกชอบ ก้ไม่รู้จะว่าไงแล้ว แง่งๆๆๆ /ตบตีด้วยความเขิน
    ชาร์ลส์ให้ความรู้สึกเหมือนเด็กเรียนน่ารักๆใส่โค้ทหนาๆหอบหนังสือพะรุงพะรังไปมา โอยดาเมจมากๆค่ะแงงงง แถมยังโดนอีตาอีริคแอบเนียนขอเบอร์(?)แถมเนียนสืบที่อยู่(?)อีก นี่เป็นแผนสินะะะะะ /โดนตรบ
    รอคอยตอนต่อไปอย่างจดจ่อค่าแฮ่กๆๆ */////*
    ปล.เจมส์ใส่แว่นรูปนี้นี่เกินไปจริงๆค่ะ น่ารักเกินกว่าที่หัวใจติ่งจะทนไหวฟฟกดหเ่สวเหฟสวส่เกหฟฒวง

    Like

  7. ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ความไวของบทใหม่แปรผันตรงกับความติ่งของผู้เขียนและความเสียสติของผู้อ่านค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟ

    โอยพี่ทิพย์คะ ประโยคเปิดนั่นมันหมายถึงอะไรนะคะ น้องไม่เก่งอังกฤษ มันหมายความว่าสถาปนิกหลอกชวนลูกค้าคุยเพราะต้องการสร้างบ้านสานความฝันด้วยกันรึเปล่าคะ 55555555

    ขอบอกสถาปนิกเลยค่ะว่าทำำดีแล้วจงทำต่อไป นายได้สร้างบ้านสานความฝันกับลูกค้ามุมิคนนี้ของนายแน่ๆ ก๊ากกกก ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

    แล้วพี่คะ เดรสโค้ดของแต่ละคน ฟฟฟฟฟฟฟ อีปิ8888คค่ะ น้องรู้นะว่าพี่ไปเสิร์จหาต้นแบบมาเลย แฮกๆ ฟิคนี้เจาะทุกรายละเอียดค่ะ ตั้งแต่สีหน้าการกระทำเครื่องแต่งตัว ฟฟฟฟฟฟฟ

    และโมเม้นอีริคเนียบๆหล่อๆต้องบังเอิญมาเจอกับชาส์ลเวอร์ชั่นกระเซอะกระเซิงนั่น #เรียกสั้นๆว่าพรหมลิขิต ใจร้ายมากนะคะบอกไว้ก่อน ฟฟฟฟฟฟ /บิดม้วนๆ พี่ชายยยย คือนึกออกมั้ยว่าสภาพปกติอีริคก็หล่อแล้ว พอมาเทียบกับคนกระเซอะกระเซิงความรู้สึกด้อยค่าน่าอับอายของเราจะเพิ่มทวีคูณ น้องเป็นชาส์ลนี่มุดดินแล้ว ฟฟฟฟฟ #ลืมไปว่าไม่ใช่ #ชาส์ลไม่สาวน้อยขนาดนี้สินะคะ ถถถถถ

    /ดูดมอคค่าลาเต้เพิ่มวิปราดช็อกโกแลตนิ่งๆแก้คอแห้ง

    แฮ่มมมม แฮ่มมมม เสื้อคอเต่าสีดำนิสัยไม่ดีต้องคู่กับเดทแรกใช่มั้ยคะ ใช่ค่ะ ฟฟฟฟฟ ไม่เนียนค่ะพี่ทิพย์พูดเลย อีริคจงใจหลอกลูกค้าไปเดทชัดๆ ด้วยแผนการณ์ที่คิดได้ในชั่ววินาทีด้วย ฟหาดสงาหสดดกาสวหดาสหวกดากดว ชวนนั่งรถ บอกไปส่ง ไปทางเดียวกัน #ตั้งใจไปที่เดียวกันชัดๆ เดินไปทางเดียวกัน ซื้อกาแฟร้านเดียวกัน #โอเคอาจจะบังเอิญ บอกให้ไปจองที่นั่งจะได้นั่งที่เดียวกัน #อันนี้มันไม่บังเอิญญญบ้านน้องเรียกจงใจค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟ แถมขากลับยังเล่นมุขเดิมกับตอนขามาจนได้เห็นหลังคาบ้านเค้าด้วยยยย ฟฟฟฟฟฟฟฟ

    สรุปว่านี่คือเดท ที่นายจงใจด้วย โอเคนะเลนเชอร์ ที่บอกว่ากะจะไปเซนทรัลพาร์คอยู่แล้วก็คงคิดขึ้นมาได้ในชั่ววินาทีนั้นนั่นแหละ ใช่มั้ยยย ใช่มั้ยยยยย

    /ชักสีหน้าเชอะแบบชาส์ลในระดับที่ไม่สุภาพเรียบร้อยที่สุดใส่รัวๆ

    สรุปอีกทีว่าเดทนี้นายได้เลี้ยงน้ำ ได้เบอร์ ได้ปรับความเข้าใจ ได้รู้จักบ้าน ถือว่าสำเร็จ คราวหน้าทำอีกนะ 5555555

    #เก็บตก
    #อะไรนะเลนเชอร์เคยแอบไปส่องชาส์ลที่เวสเชสเตอร์มาแล้ว #ผิด
    #อะไรนะเซเวียร์หึงไอแพด #ผิดผิดผิดดด

    และมายแมคอะวอยใส่แว่นคือดีงามจริงๆค่ะ ฮือออออออ ยอมเลย ยอมมม

    รอตอนใหม่นะคะะะ
    ฟ้าใหม่แฟนแมคอะวอย U v U

    ปล. เอ แต่ตอนหน้าจะมีสลับไปไร่มันฝรั่งผ้าปูโต๊ะอะไรมั้ยคะ น้องเห็นแวบๆ อะฮิฮิฮิ ‘ V ‘

    Like

    • ฮรุ่มมมม -///- แวะมาบอกว่าตรง ปอลอ นั่นน่ะ…พี่อัพแล้วนะคะ อ่านได้เลยไม่ต้องใส่พาสค่ะ เอนทรีล่าสุดเบยยยย

      Like

  8. ตามคนมาเก็บศพแฟนเกิร์ลอีกคนหน้าบล็อคพี่ทิพย์ด้วยค่ะ
    ฮืออออมันน่ารักหวานมุ้งมิ้งดาร์ซี่ลิซซี่มากค่ะะาเสด้ว ดเ

    แอบชอบสถาปนิกทำไงดีคะ—- /หลบหนังสือ
    คืออ่านแล้วออยรู้สึกว่าทั้งหมดนี่มันแผนของคุณเลนเชอร์ค่ะ มันเป็นแผนที่แยบยลมาก
    เริ่มจาก
    เดี๋ยวฉันไปส่ง <<<ไม่ต้องทำพูดเหมือนสถานการณ์บังคับค่ะะะะะ อยากไปปปก็บอกมาาาาาาาา
    ฉันแค่จะไปซื้อกาแฟแล้วร้านมันอยู่ทางนี้เท่านั้นหรอกเถอะ <<——<

    ที่เด็ดค่ะ “แล้วก็เอาเบอร์นายมาด้วย” โหยยยยยยย จีบอ่ะ นี่มันจีบแล้ว งงงานเงินอะไรมันข้ออ้างหมดแหละ เชื่อศรีค่ะชาร์ลส์ คุณกำลังโดนจีบ

    ออยว่าอีริคแม่งแผนสูงแบบร้ายกาจมากๆค่ะ ออกอาคารมาเนียนๆมารับเนียนๆไปส่งเนียนๆ เดินตามไปซื้อแบบเนียนๆ สุดท้ายมานั่งจีบแบบเนียนๆ
    โถ่ ทำมาอ้างงั้นงู้นงี้ จริงๆชอบเขาใช่มั้ยยล่าาาา /โดนหนังสือรวมภาพทุบ

    แอบเศร้าตามตอนที่ชาร์ลส์พูดถึงคุณแม่เลยค่ะ ฮือ ;—; ให้คุณสถาปนิกกอดปลอบนะคะ

    สุดท้ายที่จะบอกนะคะ ไหนๆก็เริ่มหวั่นไหวแล้ว เลิกซึนใส่กันแล้วออกเดทค่ะจะได้ทันเอ็มม่าเปิดร้าน สั่งแหวนประเดิมไปเลยค่ะ ร้านเปิดปุ๊บอีกวันแต่งปั๊บ เป็นฤกษ์มงคลมากๆค่ะ

    Like

  9. คือเฮ้ยยย เฮ้ยยย เฮ้ยยยยยยย
    เราไม่ได้คาดคะเนผิดใช่ไหม คุณเลนเชอร์กำลังจีบน้องชายลูกค้าชัดๆๆๆๆๆๆๆ
    ดูแต่ละคำ เย้าเขานิดๆ ทำให้เขางงด้วยการพูดคล้ายจะขอโทษ
    ปิดท้ายด้วยการรับอาสาขับรถไปเซ็ทรัลพาร์คคืออะไรคะ อะไร อะไร อะไร
    สาบานสิว่ามนไม่ใช่กริยาของคนที่กำลังจีบใครอีกคน สาบานเสะะะะ /เขย่าคอ/
    นี่ยังไม่นับตอนที่สั่งชานะ คือสมองนายกำลังพูดว่า “ฉันไม่ชอบขี้หน้าเซเวียร์”
    แต่การกระทำของนายมันตรงข้ามมมมม ตอนสั่งกาแฟแล้วหันมาถามคืออะไร
    ไหนนายบอกว่าไม่ชอบหน้าชาร์ลส์ไง ก็ทำเนียนเป็นไม่รู้จักกันแบบที่ชาร์ลส์คิดจะทำก็ได้นี่
    ทำไมต้องหันมาประกาศให่โลกรู้ด้วยวว่า “ฉันรู้จักเจ้าคาร์ดิแกนคนนี้นะ” ด้วยคะ ฟฟฟฟฟ
    แล้วไล่ชาร์ลส์ไปจองโต๊ะคืออะไร คือจะนั่งกับเขาแต่ใช่วิธีอ้อมโลกใช่ไหมคะ
    ชวนเขาเดทแบบเนียนได้เลอค่ะมากคุณคุณเลนเชอร์ มอบโล่ให้เลยทีเดียว TwTb

    แต่เดี๋ยวก่อนนะ! สุดท้ายชาร์ลส์ได้จ่ายค่ากาแฟไหม O_O
    ก็เมื่อกี้บอกชาร์ลส์จะหยิบเงินแล้วอีริคบอกให้ไปจองที่ก่อนอ่ะ เฮ้ยยยยย ไม่ จริงอ่ะ
    ฟฟฟผหหำพแะะำฟพแดำเำเไเ เราไม่ได้อ่านข้ามใช่ปะ บอกเราทีว่าอีริคจ่ายค่ากาแฟให้
    บอกสิบอกกกก /เขย่ามโนตวเอง/ แบบนี้มันเทกแคร์ดีเกินลูกค้ากับสถาปนิกแล้วนะเว้ยยย
    จีบเขาจริงๆ สินะ สินะ สินะ /ยังคงยืนยันในมโนของตัวเองต่อไป/

    ชาร์ลส์ใส่แว่น…/มีติ่งตาย 1 ea/ /สาบานสิว่าในเชริคเธอติ่งอีริค/
    นึกภาพชาร์ยิ้มโลกสว่างใส่อีริคพร้อมกับใบหน้าใต้กรอบแว่นสีดำนั่นสิ
    คิดว่าเราจะยังเหลือชีวิตรอดต่อไปไหมคะ ฟหดดเดกด
    ต่อให่คุณเลนเชอร์เห็นแล้วแค่ทำตัวไม่ถูกแต่เราตายค่ะ คิวท์ไปป่าวหนูวววววว
    หนูชาร์ลส์ไม่ควรคิวท์ไปมากกว่านี้ก่อนที่เราจะสติแตกแล้วพุ่งไปหยิบหนูมาฟัดนะลูก TT

    เราชอบท่อนท้ายของเรื่องมาก แบบว่ามากๆๆๆ เราว่าแล้วเชียวว่าถ้าอีริคอยู่คนละทาง
    แล้วเขาจะยังมาส่งชาร์ลส์ไหม คำตอบคือส่งอยู่ดี! กรี๊ดดดดดดดดดด
    จีบเขาก็บอก! อย่ามาอมพะนำแล้วบอกว่าตัวเองแค่คิดชั่ววูบ นายจีบเขา
    การกระทำของนายคือการจีบคุณเซเวียร์รู้ไหมคะคุณเลนเชอรรรรรรรร์ /ติ่งเสียสติ/
    แล้วยิ่งชาร์ลส์มองรถตามจนสุดสายตาอีก นี่คือเริ่มหลงเขาแล้วใช่ไหมหนู
    ไม่สิ ไม่ใช่เริ่ม เขาเริ่มตั้งแต่ตอนบอกว่าอีริคหล่อแล้วฟฟฟฟฟฟฟฟ
    /เอาเอสเปรสโซ่น้ำตาลช้อนเดียวผสมกับมอคค่าลาเต้ราดช็อกโกแลตบนวิปครีมราดหัวตัวเอง/

    Like

  10. กรีสสสสสสสสส แงงงงงงงงงงงงงงงงงงง พี่ทิพย์แต่งได้ทั้งน่ารักทั้งอบอุ่นปนละมุนเจงๆๆๆ มันเห็นภาพชัดเจนมากเลยอ่ะ ฟฟฟฟฟฟ ถ้าเป็นบรรยากาศจริงๆคงเป็นสีเหลืองนวลๆล่ะมั้งคะ -///7////-
    แต่ไม่แปลกหรือไม่สมเหตุสมผลหรอก(มั้ง?)ค่ะ ในความรู้สึกเรา คนสองคนที่เจอกันได้ไม่นานแต่พวกเขาสามารถลดดีกรีความเหม็นขี้หน้า(?)กันได้อย่างรวดเร็ว หรือบอกความลับที่ตนไม่คิดจะบอกใครให้ฟังซึ่งกันและกันแบบนี้ อาจเป็นเพราะคิดว่า มีบางอย่างในตัวอีกคนที่เหมือนกับตัวเองมากกว่าค่ะ // พิมพ์เองงงเอง 555555 เอาง่ายๆคือ…. ชอบกันแล้วล่ะค่ะ กรีสสส♥♥♥♥♥!!!! ปล. ไม่น่ารูสึกคุ้นๆเบื้องหละงของเอริคและชาร์ล พี่ทอพน์อิงมาจาก xmfc นี่เอง><
    ชอบตอนตอนที่บรรยายท้ายๆจัง^^ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแต่ละคนซึนแค่ไหน พรากกกกกกกก โว้ยย น่ารักๆๆๆๆ //แอบสงสารชาร์ลที่ไม่มีใครบอกว่าไม่ต้องมา แต่อย่างน้อยก็ได้เดตกับเอริคน่น– #โดนชาร์ลตบด้วยหนังสือเล่ม(โคด)หนาเล่มนั้น
    ร่ายมานานมากเลย 555555 ก็ขอให้พี่ทิพย์เขัยนฟิคละมุนๆ แบบนี้ต่อไปนะคะ #มันคือกำลังใจในการอ่านหนังสือของเราค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

    Like

  11. นอนตายอย่างสงบอเกนแอนด์อเกนค่ะ
    นี่มันช่วงเล่าความหลังกันหรือคะฟฟฟฟฟฟ
    #แบบว่าสืบประวัติก่อนแต่งงานอะไรยังงี้ถถถถถถ
    บ้าๆๆๆๆๆ #ทุบอกเลนเชอร์
    คือแบบนี่คือไม่ชอบกันแน่หรอคะฟฟฟฟฟฟ
    เอาเป็นว่ารีบๆไปแต่งงานกันเลยค่ะค่าสินสอดเดะณับออกเอง แฮร่

    Like

  12. ฟหกด่าสวววววววววววววว
    มันเป็นอะไรที่ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟมากกกกกกกกก
    แบบบอีริคนี่จีบชาร์ลส์ชัดๆอะ ตั้งใจรึเปล่าไม่รู้แต่นี่คือจีบบบบ อย่างหยอด แล้วใช้หน้านิ่งๆนั่นเป็นอาวุธธธธ โอ๊ยนายยยยยนายยยยนี่มันนนน แล้วชาร์ลฉันก็ติดกับสิแกกก มันยิ่งน่ารักๆอยู่ อีบร้าาาาาาาาาาา
    แล้วช็อคโกแลตบนวิปครีมนี่คืออะไรคะะะ ตอบบบบบฮอลมากกก มุ้งมิ้งสุด โอ๊ยน่ารักเป็นบ้าเลยเธอออออออ ตายค่ะตายยยยไม่เกิดเลยค่ะ
    พี่เจมส์ในปราด้านี่บั่บบบฟฟฟฟฟ พี่อยากได้อะไรจากเลาาาา มันกร้าววววส์มากกจริงๆๆ ผู้ชายใส่แว่นแล้วทำหน้าแบบนั้นนี่ไม่ไหว ไม่ไหวววววว TvT
    ปล.เม้นภาษาบ้าอะไรไม่รู้ ขอโทษนะคะ 555555

    Like

  13. มายยยยยก๊ฮดดดดดดดดดมากกกกกกกกกก
    อ่านมาสามตอนรวด มันช่างมุ้งมิ้งจริงๆ เลย บรรยากาศตอนเริ่มแรก แล้วมาบรรจบกันกับช่วงสุดท้ายของตอนนี้ มันน่ารักมากๆ มันดูเป็นความรู้สึกที่พูดไม่ถูกเลยจริงๆ ค่ะ โฮ้ยยยย

    เมนูที่ชาร์ลส์สั่งมันโอ้ยยย น่ารักสุดๆ เข้ากับลุคของชาร์ลส์มาๆ แล้วอีริคอีกล่ะะะ พวกปากไม่ตรงกับใจแต่ลึกๆ แล้วใจดีอบอุ่นๆ แบบนี้มีเสน่ห์สุดๆ ไปเลยค่ะ โฮ้ววววววว
    จีบแบบผู้ใหญ่มันดูน่ารักดีนะคะ ค่อยเป็นค่อยไป ชอบบรรยากาศตอนคนเริ่มจีบกันมากๆ เลยค่ะ
    มันเป็นอะไรที่บรรยายออกมาไม่ถูกจริงๆ นะคะ แต่ชอบอ้ะะ
    ปลาบปลื้มมาก TT ขอไปอ่านต่อก่อนนะคะ

    ติดตามเรื่อยๆ ค่ะะ yy////

    Like

  14. โฮร่วว อบอุ่นละมุนเบาๆ กร่าก เริ่มมีใจกันแล้วสินะ
    อ่านแล้วเขินม้วน ;/////;)

    Like

  15. โอ๊ยฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    ฟิคหวานละมุนมากมายค่ะ
    นี่นิวยอร์กที่แสนวุ่นวายกลายเป็นเมืองที่อบอวลไปด้วยความละมุนของฟิคเรื่องนี้แล้ว5555
    โมเม้นต์สองคนนี้จากเรื่องนี้น่ารักมากเลย พิมพ์ชอบมาก คือจะกัดกัน แซะกันบ้างแต่ก็มีช่วงน่ารักโรแมนติก งื้ออออออออ
    ขอบคุณพี่ทิพย์ที่ปลดพาสนะคะ คือพิมพ์รอเรื่องนี้ แต่เพิ่งได้เข้ามาค่ะ
    ดีเลย์ไปมากเลย ยังไงต้องขอโทษด้วยนะคะ 😀

    Like

  16. ส…สำลักความหวานของมอคค่าลาเต้ราดช๊อคโกเเลต
    สองคนนี้หวานมากเลยค่ะพี่ทิพย์ อร๊ายยยย >///<

    Like

    • ehehehehe อีริคเท่เกินจนถ้าพี่เป็นชาร์ลส์นี่จะกินนางแทนกาแฟแล้วค่ะ(……………..)
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้นะคะ ❤

      Like

  17. เป็นหนุ่มแว่นที่ดีงามที่สุดค่ะพี่ทิพย์ (>///<)
    มอคค่าลาเต้แถมราดช็อกโกแลตเพิ่มเข้าไปด้วย ให้อารมณ์ชาร์ลยังดูเป็นเด็กๆเลยค่ะ ฉากเวลาอีริคยิ้มนี่ อ่านทีไรภาพมันลอยขึ้นมาเลยค่ะ น่ารักอะ

    Like

    • ชอบกินอะไรเป็นเด็กๆเลยโดนสถาปนิกนิสัยไม่ดีแซวเลยค่ะคริๆๆๆๆ
      แว่นนี่มันเป็นวัตถุครองพิภพจริงๆค่ะแงงงงงงงงงงงง
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ

      Like

  18. ฆ่าติ่งเถอะค่ะพี่ เขียนมาขนาดนี้ฆ่าหนูเลยดีกว่า #สกรีมมมมม
    ชอบมากอ่ะพี่ทิพย์~~ มันแบบ ฟหกดฟหดเฟกด โอยยยยยยยยย พี่คะ หนูไม่รู้จะบรรยายยังไงแล้วอ้ะะะะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด #ตาย

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s