[The Hobbit Fic][KiliFee] With Love and Poisoned Cupcakes (1)

 
 
With Love and Poisoned Cupcakes
The Hobbit fanfiction by Tippuri~ii *
 
 

 

    

 
 

Pairing: Kili x Fee (Fili)

Type: AU fanfiction; with female!Fili

 
 

 

 * แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบัง เทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น genderbend..ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 

REMEARK

 

– เหมือนเดิมค่ะ genderbend คือการที่ตัวละครสลับเพศเดิม…จากสาวโบ้ใน With Love and Free Doughnuts กับนุ้งคาเรนจาก With Love and “XOXO” Pizza …คราวนี้เป็นหญิงฟีบ้างนะคะ แห่กๆ

 

– AU เช่นเคย และเป็นจักรวาลเดียวกับ With Love and Free Doughnuts กับ  With Love and “XOXO” Pizza นะคะ 

 

 

สารบัญของทั้งเซ็ตนี้ >> [INDEX] The Delicious Serendipity

 

************************************
 
 
 

 

 

Chapter 1

 

 

 

 

 

คัพเค้กหน้าตาบู้บี้ เนื้อแป้งมีสีไม่ค่อยน่าไว้วางใจ ครีมด้านบนโย้เย้แบบน่าหวาดเสียว และเหมือนขอบกระดาษรองเค้กจะเกรียมนิดๆ ด้วยถ้ามองไม่ผิด

               

 

 

 

นี่คือสภาพของขนมในกล่องที่แอบแฝงตัวมาในถุงอาหารที่มาส่ง…ต้องพูดว่าแฝงตัวมาก็เพราะฟีไม่เคยสั่งอะไรอื่นจากร้านเอเรบอร์พิซซ่านอกเหนือไปจากสลัดหรืออาหารกินง่ายๆ จำพวกแซนด์วิช และที่สำคัญก็คือทางร้านเองก็ไม่ได้ขายขนมหวานด้วย…คัพเค้กนี่สิ่งที่โดนยัดเยียดมาให้เธอเอาเองด้วยฝีมือของเจ้าเด็กจอมยุ่ง บุคคลผู้ขยับมาติดหนึบกับชีวิตของฟีตั้งแต่นาทีที่เจ้าตัวรับสายโทรศัพท์สั่งอาหารของเธอที่ร้านเอเรบอร์พิซซ่า

               

 

 

 

ระหว่างที่หญิงสาวกำลังคิดหาทางจัดการกับเจ้าขนมหน้าตาไม่น่าไว้ใจนี้อยู่นั้น เสียงริงโทนมือถือก็ดังขึ้น แทบไม่ต้องอ่านชื่อคนโทรเข้าเลยว่าเป็นใครเพราะจังหวะการโทรมันช่างเหมาะเหมงเสียจริง

               

 

 

 

“พี่สาว~~” เสียงปลายสายนั้นร่าเริงเหมือนลูกหมาบ้าพลัง “คัพเค้กวันนี้อร่อยมั้ย???”

               

 

 

 

คำถามนี้ทำให้ฟีเพิ่งตระหนักได้ว่าชีวิตของตนโดนตามติดด้วยเจ้าเด็กส่งพิซซ่ากับคัพเค้กมหาภัยนี่มาได้นานเอาเรื่องแล้ว ข้อเท็จจริงที่ทำให้หญิงสาวยิ่งปวดหัวแบบอยากจะบ้าตาย มือเรียวข้างที่ว่างสางเส้นผมยาวสีทองของตัวเองให้พ้นหน้า เอ่ยตอบไป

               

 

 

 

“ไม่รู้หรอกคิลี…ฉันยังไม่ได้กินเลย” อดครางแบบเหลืออดไม่ได้ ถามต่อด้วยความอยากจะบ้าตายที่เข้าขั้นปลงตกไปแล้ว “แล้วถามจริงเถอะ…นายไม่มีใครอื่นให้แจกคัพเค้กนี่แล้วเหรอ??”

           

 

 

 

เพราะขอบอกเลยว่าเธอไม่เคยจะอยากได้คัพเค้กพวกนี้เลยนะ…

               

 

 

 

หนุ่มน้อยปลายสายเสียงหงอยลงไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เข้าขั้นเจ็บปวดแบบหมาน้อยโดนทิ้งแต่อย่างใด “ก็…ก็ฉันอยากให้ฟีกินนี่นา…”

               

 

 

 

หญิงสาวผมทองไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเป็นไปได้อย่างไร…แต่คิลีดูจะมีความสามารถในการทำให้อยากปกป้องแค่เพียงจากได้ฟังเจ้าตัวพูดอ้อนเสียงซึมๆ แบบนี้ นั่นจึงทำให้รูปการจบลงด้วยอีหรอบเดิมอย่างที่เป็นมาตั้งแต่วันแรก…ตัวเธอที่ปฏิเสธไม่ลงแล้วก็รับคำต่อเสียด้วยว่าจะลองชิมคัพเค้กนี่แน่นอน

               

 

 

 

และเมื่อวางสายแล้ว ฟีก็ได้แต่จ้องขนมเจ้าปัญหาในกล่องกระดาษ – คัพเค้กหน้าตาบู้บี้ เนื้อแป้งมีสีไม่ค่อยน่าไว้วางใจ ครีมด้านบนโย้เย้แบบน่าหวาดเสียว และเหมือนขอบกระดาษรองเค้กจะเกรียมนิดๆ ด้วยถ้ามองไม่ผิด – แล้วก็ถอนหายใจยาวๆ ออกมาอย่างอยากจะบ้าตาย

 

 

 

 

 

**

 

               

 

อาจจะเป็นเพราะมันเกิดขึ้นตอนที่ฟลอเรนซ์ – หรือฟี – อยู่ในปีสุดท้ายของชั้นไฮสคูล ช่วงเวลาที่เธอมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ค่อนข้างมากพอแล้ว…การหย่าร้างของพ่อแม่จึงไม่ได้กระทบจิตใจของเด็กสาวเข้าขั้นรุนแรงหนักหนาอะไร และอีกเหตุผลหนึ่งก็คงเป็นเพราะว่าเธอพอจะเดาได้อยู่แล้วจากความเฉยเมยที่ทั้งสองมีให้กันมานานเกินปีว่านี่เป็นเรื่องที่อย่างไรก็คงต้องเกิดขึ้นสักวัน

               

 

 

 

 

ฟีเลยไม่ได้คัดค้านอะไรที่พ่อกับแม่จะแยกกันไปอยู่คนละประเทศ…แต่เด็กสาวคัดค้านเต็มที่เมื่อทั้งสองยกประเด็นเรื่องการพาเธอตามไปด้วย เพราะในเวลานั้น มหาวิทยาลัยด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ได้ตอบรับใบสมัครของฟีพอดี…ทำให้สุดท้ายแล้ว วิธีแก้ปัญหาจึงจบลงด้วยการที่เธอจะยังคงอยู่ในบ้านเดิมที่ชานเมืองลอนดอนนี้เพื่อเรียนให้จบก่อน

               

 

 

 

 

แต่ถึงตอนนี้ที่หญิงสาวเรียนจบจนเริ่มทำงานแล้ว…ความคิดในการย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ยังไม่ได้กล้ำกรายเข้ามาในหัวฟีเลย มิหนำซ้ำ เธอยังวางแผนที่จะรีบเก็บเงินให้ได้เพียงพอในการจัดการให้บ้านหลังนี้มาอยู่ในชื่อตัวเองได้ด้วยถ้าเกิดพ่อกับแม่คิดจะขายมันทิ้งขึ้นมา…ทำให้หญิงสาวรับงานการเขียนโปรแกรมไม่ว่าจะเล็กใหญ่แค่ไหนหมดทุกงานเท่าที่ตนจะจัดการไหวแบบไม่ยั้งเลย

               

 

 

 

 

ซึ่งด้วยเหตุผลนี้รวมกับนิสัยที่ติดมาตั้งแต่สมัยเรียนว่าชอบกินอะไรง่ายๆ ไวๆ และไม่ต้องเก็บล้างภาชนะตามหลังให้วุ่นวาย…เอเรบอร์พิซซ่าจึงเป็นทางเลือกสำหรับมื้ออาหารของฟีอยู่ตลอด ความสม่ำเสมอในการโทรสั่งเพิ่มขึ้นเป็นถี่ๆ แทบทุกมื้อในช่วงสองเดือนล่าสุดมานี้…เพราะผิดกับร้านเดลิเวอรี่อื่นๆ ที่ต้องสั่งหลายๆ เมนู เอเรบอร์พิซซ่าไม่เกี่ยงการส่งอาหารต่อให้จะเป็นแค่สลัดกล่องเดียวก็ตาม…เมนูหลักที่ฟีสั่ง ไร้เยื่อใยให้กับพิซซ่าแสนอร่อยใดๆ ทั้งนั้น

               

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้หญิงสาวคุ้นเคยกับการที่จะได้ยินเสียงเจือสำเนียงอเมริกันจางๆ ของผู้รับเมนูและมอเตอร์ไซค์สีดำคันใหญ่ที่เจ้าตัวใช้มาส่งอาหาร…เธอเลยขมวดคิ้วนิดๆ ทันทีในเย็นวันหนึ่งที่โทรไป

               

 

 

 

 

“เอ่อ…หวัดดีๆ…ที่นี่เอเรบอร์พิซซ่านะ กินอะไรดีครับ?”

               

 

 

 

 

ต่อให้ปลายสายจะยืนยันชื่อร้าน แต่ความไม่มืออาชีพและเสียงใหม่อันไม่คุ้นหูนี้ทำให้ฟีคิดไปแล้วว่าตนโทรผิด…เธอเลยถามย้ำอีกที

               

 

 

 

 

“โทษทีนะคะ” หญิงสาวถึงกับต้องลดมือถือในมือลงมาเพื่อดูเบอร์บนหน้าจอด้วย “นั่นเอเรบอร์พิซซ่า…ร้านที่มีโดนัทด้วยใช่มั้ยคะ?”

               

 

 

 

 

“ใช่ครับ ร้านที่มีโดนัทที่เท่แล้วก็มาเจสติกที่สุดใน—” เสียงตอบรับนั้นฟังดูภาคภูมิใจเหมือนเวลาแฟนคลับตัวยงพูดถึงไอดอลในดวงใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะกระแอมกระไอ “ง่า…นั่นแหละครับ ที่นี่เอเรบอร์พิซซ่าครับ จะสั่งอะไรดีครับพี่สาว?”

               

 

 

 

 

ฟีเอ่ยชื่อเมนูประจำของตัวเองอย่างเมดิเตอร์เรเนียนสลัดออกไป แล้วก็วางสายด้วยความรู้สึกงงๆ เงิบๆ ชอบกล…ไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดว่านี่จะเป็นวันแรกของความวุ่นวายหัวใจที่กำลังจะตามมา

               

 

 

 

 

ถึงตั้งแต่วันนั้น คนรับออเดอร์จะเป็นเด็กหนุ่มคนเดิม…แต่คนมาส่งอาหารก็ยังคงเป็นฟิลีหรือไม่ก็บาร์ด ทำให้ฟีไม่เคยได้เห็นหน้าของเจ้าเด็กนิสัยหมาน้อยคนนี้เลย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกเงิบๆ จากการได้ฟังอีกฝ่ายรับโทรศัพท์จะลดน้อยลงไปแต่อย่างใด

               

 

 

 

 

ไม่ได้มีความเป็นมืออาชีพเลย…แต่แปลกดีเหมือนกัน มันกลับทำให้รู้สึกอยากขำแบบอ่อนใจมากกว่ารำคาญ… 

               

 

 

 

 

ด้วยเหตุนี้ หญิงสาวเลยไม่มีปัญหาที่จะได้หนุ่มน้อยคนนี้มารับออเดอร์ตน และเมื่อเกือบเดือนของการเขียนโปรแกรมรัวๆ และเมนูเมดิเตอร์เรเนียนสลัดซ้ำๆ ผ่านไป…เย็นวันหนึ่งก็มาถึงพร้อมการเพิ่มเติมของบทสนทนา

               

 

 

 

 

“นี่ พี่สาว…”

               

 

 

 

 

ฟีเกือบจะวางสายแล้วหลังจากที่อีกฝ่ายทวนออเดอร์เรียบร้อย แต่คำเรียกนี้ก็หยุดมือเธอไว้ หญิงสาวแอบถอนหายใจอย่างล้าๆ กับการเตือนอันไร้ผลของตัวเองที่บอกไม่ให้เจ้าเด็กนี่เรียกเธอแบบนี้ แต่ก็ยอมต่อบทสนทนาโดยดี

               

 

 

 

 

“ว่าไงล่ะ?”

               

 

 

 

 

“พี่สั่งแต่สลัดทุกวันเลยนะ” หนุ่มน้อยพูดราวสนิทสนมกับฟีเป็นอย่างดี น้ำเสียงฟังดูตะล่อมๆ ชอบกลในประโยคหลัง “ไม่เบื่อมั่งเหรอ? ลองอย่างอื่นบ้างมั้ย? อย่างพวก…คัพเค้กไรงี้…เอาป่ะๆ?”

           

 

 

 

 

ไอ้เด็กนี่มันอะไรของมัน…

               

 

 

 

 

ฟีรู้สึกว่าถ้ามีสอบวัดระดับการรับโทรศัพท์ลูกค้า เจ้าเด็กปลายสายนี่ควรได้คะแนนติดลบ…หญิงสาวเริ่มปวดหัวอยากจะบ้าขึ้นมารำไร พยายามคิดหาทางตัดบทสนทนานี้ให้จบลงโดยละม่อมที่สุด “ขอบใจนะ คือคัพเค้กก็ฟังดูดี แต่ฉันไม่—”

               

 

 

 

 

“เยี่ยมเลย!” หนุ่มน้อยรีบพูดแทรก น้ำเสียงแฮปปี้สุดขีดและไม่เปิดช่องให้เธอได้แย้งอะไรเลย “งั้นเดี๋ยวเอาไปให้ลองนะ! แล้วเจอกัน!!”

               

 

 

 

 

จากนั้นโทรศัพท์ก็โดนตัดสายไป…ทิ้งฟีไว้กับเสียงสัญญาณเป็นจังหวะรัวๆ และการตระหนักรู้ในหัวว่าชะรอยเธอเพิ่งจะหลวมตัวไปติดบ่วงสัญญาซื้อขายแบบมัดมือชกไปเสียแล้วเรียบร้อย

 

 

 

 

 

 

**

 

               

 

 

สำหรับคิลีแล้ว…ไม่มีอาชีพใดจะได้ชื่อว่าเป็นอาชีพในฝันเท่ากับการได้เดินตามรอยของผู้เป็นลุงด้วยการทำงานในร้านเอเรบอร์โดนัทอีกแล้ว ทำให้เมื่ออายุมากพอที่จะใช้ครัวได้รู้เรื่อง หนุ่มน้อยก็ใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ที่ได้ออกจากหอโรงเรียนมาแอบพยายามหัดทำโดนัทเอาเองอย่างขะมักเขม้น…การกระทำที่ทำให้เขาโดนลุงธอรินเขกกะโหลกและตัดค่าขนมอยู่เป็นนิจ แต่คิลีก็ไม่เคยยอมแพ้…หนุ่มน้อยพยายามแอบมาใช้ครัวของร้านจนในที่สุด เขาก็พอจะทำสิ่งที่หน้าตาดูเป็นชิ้นเป็นอันออกมาได้ตอนช่วงต้นปีการศึกษาของชั้นเกรดสิบสอง

               

 

 

 

 

“ลุงธอรินนน!!” เจ้าของชื่อหันมาและเตรียมจะเอ็ดเจ้าหลานติงต๊องนี่แล้ว แต่คิลีก็ไวกว่า เด็กหนุ่มยื่นจานในมือให้อีกฝ่ายดูแบบแทบชิดหน้า “ดูสิ!! โดนัทของผม!! โดนัทที่ผมทำเองเลยนะ!!!”

               

 

 

 

 

ผู้เป็นลุงไม่ได้ตบหัวหลานแล้วดุให้เลิกพูดตามหนังเกาหลีก็เพราะความชวนให้วังเวงใจจากภาพตรงหน้า…ก้อนโดนัทในจานนั้นแทบไม่เห็นแล้วว่ามีรูตรงกลางเพราะเนื้อแป้งบวมพองจากความร้อนที่มากเกินไป และไม่รู้ว่าคิลีทำได้อย่างไร…แต่ด้านนึงของชิ้นขนมนั้นเป็นสีดำปี๋หากอีกด้านกลับดูทอดไม่สุกซะงั้น น้ำตาลแต่งหน้าคงโดนราดลงไปเลยทันทีที่โดนัทเพิ่งขึ้นจากเตาทอด…เพราะมันละลายจากความร้อนจนเยิ้มติ๋งๆ แทนเกาะบนหน้าโดนัท น่ากลัวมากกว่าน่ากินหลายขุมนัก

               

 

 

 

 

ธอริน โอเคนชีลด์ไม่เคยสัมผัสอะไรที่ใกล้เคียงกับอาการหน้ามืดปนอยากจะบ้าเท่ากับการได้เห็นโดนัทนรกแตกชิ้นนี้มาก่อนเลย ดวงตาสีเทามีแค่เพียงแวววังเวงว่างเปล่าตอนเริ่มต้นเอ่ยคำ

               

 

 

 

 

“ฟังนะ คิลี…” สองมือตบลงบนสองบ่าของเด็กหนุ่ม “ฉันดีใจนะที่แกชอบงานของร้านนี้…”

 

 

 

 

 

“แต่ลุงธอริน—” หนุ่มน้อยขยับจะแทรก แต่ผู้เป็นลุงไม่ยอมเปิดช่อง

               

 

 

 

 

“แต่เชื่อฉันเถอะ” วงหน้าเข้มๆ นั่นจ้องเขาอย่างหนักแน่น “…โดนัทไม่ใช่สายทางของแกหรอก”

               

 

 

 

 

คิลีเงียบไปเลย ความเงียบที่ทำให้ธอรินได้แต่แอบถอนหายใจแล้วตบๆ บ่าเจ้าตัวเพิ่ม พูดพึมพำว่าตอนนี้เด็กหนุ่มแค่ตั้งใจอ่านหนังสือเรียนไปก็พอแล้ว ก่อนจะเดินกลับไปทำงานของตน…ทิ้งคิลีไว้กับจานโดนัทในมือและความคิดมากมายในหัว

               

 

 

 

 

ดวงตาสีเข้มมองขนมฝีมือตัวเอง…เขาไม่ได้เงียบหงอยไปเพราะเสียใจอย่างที่ธอรินเข้าใจ หากความเงียบนี้ของคิลีเกิดจากการเข้าใจได้ถึงสิ่งที่ผู้เป็นลุงพยายามจะสื่อต่างหาก

               

 

 

 

 

ลุงธอรินบอกว่าโดนัทไม่ใช่ทางของเขา…ก็เพราะลุงอยากจะให้เขาคิดหาทางสายใหม่ของตัวเองไงล่ะ ไม่ใช่มาเดินตามรอยลุงแบบนี้!

               

 

 

 

 

หนุ่มน้อยปลื้มปริ่มกับความเท่ของไอดอลในดวงใจของตนจนน้ำตาแทบไหล ไม่ได้รู้เลยว่าตนตีความทุกอย่างผิดไปเองทั้งเพ

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

“ลุงธอรินนน!!”

 

 

 

 

 

เหมือนเดจาวูมาเล่นซ้ำให้ธอรินได้เห็น…ในราวๆ อีกหลายเดือนถัดมา คิลี…เจ้าหลานที่มีสติพอๆ กับลูกหมาวัยหนึ่งขวบก็วิ่งถือขนมทรงกลมหน้าตาบู้บี้มาหาเขาพร้อมพูดอย่างตื่นเต้น “ดูสิ!! คัพเค้กของผม!! คัพเค้กที่ผมทำเองเลยนะ!!!”

 

 

 

 

 

เปลี่ยนชนิดไปก็จริง แต่สภาพของเจ้าขนมน้องใหม่นี่ก็ไม่ได้ต่างจากโดนัทรุ่นพี่ของมันเท่าไหร่เลย…คัพเค้กหน้าตาบู้บี้ เนื้อแป้งมีสีไม่ค่อยน่าไว้วางใจ ครีมด้านบนโย้เย้แบบน่าหวาดเสียว และเหมือนขอบกระดาษรองเค้กจะเกรียมนิดๆ ด้วยถ้ามองไม่ผิด

 

 

 

 

 

ธอรินมองก้อนแป้งสีดำที่ห่างไกลจากคำว่าอาหารในมือหลานชายด้วยสายตายะเยือกวังเวงแบบเดิมเป๊ะ…ก่อนจะหลับตาเพื่อรวบรวมความอดทน พยายามถามดีๆ “นี่คือคัพเค้ก?”

 

 

 

 

 

คิลีพยักหน้ารัวๆ จนผมสีน้ำตาลไหม้ที่เจ้าตัวรวบไว้จุกหางม้าเล็กๆ แกว่งไปมา…ก่อนจะเริ่มสาธยายว่าตนตั้งใจให้มันเป็นรสดาร์คช็อคโกแล็ต “แล้วเดี๋ยวผมจะแต่งด้วยครีมส้ม…ลุงคิดว่าไงฮะ?”

 

 

 

 

 

ธอรินถอนหายใจ ตัดสินใจไม่อ้อมค้อมเพราะเสียดายวัตถุดิบที่จะต้องถูกไอ้เด็กบ้านี่ผลาญและครัวที่จะโดนเจ้าตัวทำลายล้าง “ฉันว่าแกหยุดคิดแล้วเอาเวลาไปอ่านหนังสือเถอะคิลี…” 

 

 

 

 

 

หนุ่มน้อยหัวเราะก้าก เข้าใจผิดไปเสียฉิบ “นั่นสิ หัดทำแรกๆ ผมก็ควรทำครีมง่ายๆ แบบรสวานิลลาจริงๆ นั่นแหละ หนังสือสูตรเขาก็บอกไว้ยังงั้น…ขอบคุณที่ช่วยแนะนำนะฮะลุง!”

 

 

 

 

 

แล้วไอ้ลูกหมาของบ้านก็วิ่งโครมๆ จากไป…ทิ้งให้ผู้เป็นลุงกุมขมับกับปริศนาอันเป็นนิรันดร์ว่าหลานคนเล็กของตนนี่มันซื่อบื้อหรือซื่อบื้อกันแน่

    

 

 

 

 

           

**

 

               

 

ตั้งแต่การคิดหาสายทางของตัวเองได้ว่าตนจะมามุ่งเอาดีด้านคัพเค้ก…คิลีก็พยายามอบเจ้าขนมก้อนกลมนี่รัวๆ มาตลอด และช่วงหยุดยาวเพื่อให้นักเรียนชั้นเกรดสิบสองเตรียมตัวสอบครั้งสุดท้ายที่จะเป็นการสอบระดับประเทศก็มอบเวลาว่างเพิ่มเติมให้หนุ่มน้อยในการฝึกฝน

              

 

 

 

 

  แต่หนทางก็ไม่ได้ราบรื่นเลย…ลุงธอรินไล่ส่งคิลีออกมาจากครัวร้านเอเรบอร์โดนัทเสมอเวลาจับได้ว่าเด็กหนุ่มแอบมาอบขนม และลุงดวาลินก็ทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีของลุงธอรินด้วยการลากคอเขาไปเข้าครัวร้านเอเรบอร์พิซซ่า มัดมือชกให้คิลีหนีไปไหนไม่ได้ด้วยการมอบหมายหน้าที่คนรับโทรศัพท์ลูกค้าให้เขา

               

 

 

 

 

…แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าอนาคตของคัพเค้กจะดับไปจนสนิทหรอก

               

 

 

 

 

“เยี่ยมเลย! งั้นเดี๋ยวเอาไปให้ลองนะ! แล้วเจอกัน!!”

               

 

 

 

 

คิลีรีบพูดแล้วก็รีบวางสาย…ก่อนจะวิ่งตึงๆ ไปยังเคาเตอร์จุดที่ห่างไกลการใช้งาน มุมที่เขาแอบวางถาดคัพเค้กที่อบเสร็จได้สักพักแล้วไว้ให้เย็นตัวลง…ตื่นเต้นไปหมดตอนที่เอาครีมมาบีบแต่งหน้าพวกมัน

           

 

 

 

 

ในที่สุดก็จะมีคนชิมแล้ว!

               

 

 

 

 

ไม่ได้หมายความว่าคิลีเลือกพี่สาวปลายสายคนนั้นแบบส่งๆ หรอกนะ…หนุ่มน้อยน่ะสงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงสั่งแต่เมนูเดิมซ้ำๆ ทุกวันแบบนี้ เพราะคิลีไม่เห็นความสุขของการกินสลัดได้เลยแม้จะเป็นแค่มื้อเดียว…ไม่ต้องพูดถึงเป็นเดือนแบบนี้เลย นั่นเองที่ทำให้เขาเสนอคัพเค้กของตัวเองออกไป

           

 

 

 

 

ก็แค่อยากทำให้พี่สาวคนนั้นยิ้มหน่อย…แค่นั้นแหละ 

               

 

 

 

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงคิดอยากทำอะไรแบบนี้ให้คนที่ตนไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้า…แต่คิลีก็ไม่ได้ติดใจอะไร หนุ่มน้อยรีบจัดคัพเค้กลงกล่อง แล้วก็แย่งกล่องสลัดมาจากฟิลีเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะเดินถือออกไปส่ง

               

 

 

 

 

“ไม่ต้องๆ” จัดแจงเอากล่องสลัดนั่นใส่ในเป้ส่วนตัวของตนเสร็จสรรพ โบกมือไล่ๆ พี่ชาย “วันนี้ฉันไปส่งเอง นายไปทำอย่างอื่นเถอะไป”

               

 

 

 

 

ฟิลีหรี่ตามองน้อง พอจะเดาได้เลาๆ ว่าไอ้ลูกหมานี่ต้องมีแผนอะไรแน่นอน เลยเตือนไปเบาะๆ “อย่าทำอะไรโง่ๆ นะเฟ้ย”

               

 

 

 

 

คิลีสวนกลับว่าฟิลีนั่นแหละที่โง่ แล้วก็ก้าวยาวๆ ไปที่หลังร้านอันเป็นจุดจอดมอเตอร์ไซค์คันแพงสุดเท่ที่ฟิลีเอาไว้ไปส่งพิซซ่า(ลุงธอรินยอมให้พี่ชายยืมมาใช้ แต่ขู่ว่าคิลีจะโดนตัดค่าขนมชนิดที่เหลือเงินกินได้แค่ถั่วงอกตลอดชีวิตถ้าแตะต้องมัน)กับพาหนะหน้าตาไม่มาเจสติกอย่างแรงคันเดียวที่คิลีได้รับอนุญาตให้ใช้…เด็กหนุ่มจัดแจงสตาร์ทเจ้าเดซี่ เวสป้าสีเขียวพาสเทลซีดคันเก่าของบ้าน แอบทำหน้ามุ่ยอย่างทุกครั้งกับความไม่ยุติธรรมนี้…แต่สุดท้ายก็เลิกใส่ใจไป ในนาทีนี้เขามีเรื่องดีๆ ให้ตื่นเต้นมากกว่าจะมาสนสภาพพาหนะของตัวเอง

               

 

 

 

 

เจ้าเดซี่แล่นทั่กๆ มาจนถึงหน้าบ้านตามที่อยู่ในที่สุด และก็เป็นตอนที่คิลีกดกริ่งนั่นเองที่เด็กหนุ่มตระหนักขึ้นมาได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ตัวเองจะได้เห็นหน้าของพี่สาวปลายสาย บุคคลที่เขาคุยด้วยมาแล้วเป็นเดือน

               

 

 

 

 

นี่สินะความพิลึกพิลั่นอันอบอุ่นของการสั่งของทางโทรศัพท์…ทำให้รู้สึกสนิทสนมทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันเลย… 

           

 

 

 

 

แว่วเสียงฝีเท้า และในอีกชั่วลมหายใจ…ประตูบ้านก็ถูกเปิดออก แล้วความไม่ได้ตั้งตัวก็พุ่งมาชนจนคิลีคงล้มโครมไปแล้วถ้ามันมีรูปร่างจับต้องได้จริงๆ

               

 

 

 

 

เด็กหนุ่มก็มีจินตนาการไว้แหละว่าพี่สาวปลายสายคงเป็นคนที่น่ารักใช่ย่อย…แต่หญิงสาวตรงหน้าคิลีนั้นเกินคำว่าน่ารักไปเป็นสวยมากไปแล้ว เรือนผมสีทองของเจ้าตัวนั่นยาวสลวยถึงกลางหลัง ล้อมวงหน้าขาวละมุนและดวงตาโตสีฟ้าใสไว้แบบลงตัวชะมัด ตบท้ายความเป๊ะด้วยท่อนแขนและเรียวขาที่ยาวระหงเหมือนนางแบบ

               

 

 

 

 

“เอ่อ…” คิลีกระพริบตา เขาไม่ได้มีอาการใจเต้นหรือตกหลุมรักแรกพบอะไรหรอก แค่การได้เห็นคนสวยขนาดนี้มันทำให้รู้สึกทึ่งกับความสามารถของหน่วยพันธุกรรมชะมัดเท่านั้นเอง “หวัดดีครับ…”

               

 

 

 

 

“หวัดดี…” หญิงสาวมองๆ เขา “เอ่อ…มาส่งอาหารหรือเปล่าคะ?”

               

 

 

 

 

“อะ อ๋อ— ใช่ครับ…” คิลีพยักหน้า ค้นกล่องสลัดขึ้นมาจากเป้ “นี่ครับ เมดิเตอร์เรเนียนสลัด…”

               

 

 

 

 

ฟีรีบรับกล่องพร้อมยัดธนบัตรค่าอาหารใส่มืออีกฝ่ายอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อที่จะได้รีบผลุบเข้าบ้าน…แต่ที่สุดของเธอก็ยังดีไม่พอ เพราะเจ้าเด็กนี่ก็ไวพอจะเอ่ยขึ้นมา

               

 

 

 

 

“เดี๋ยวครับ ยังมีคัพเค้กอีกกล่องครับ”

               

 

 

 

 

หญิงสาวสูดลมหายใจลึกๆ ยาวๆ เพื่อรวมสติ ก่อนจะพูดเสียงระมัดระวัง “ฟังนะ เอ่อ…”

              

 

 

 

 

ดวงตาโตสีเข้มนั่นมองเธอแป๋ว ก่อนจะรีบบอกให้เมื่อนึกได้ “…คิลี”

               

 

 

 

 

“ฟังนะ คิลี” ฟีพูดช้าๆ อย่างใจเย็น “ฉันดีใจมากที่นายจะให้ฉันชิมคัพเค้กนะ แต่มันไม่เป็นไรจริงๆ และฉันก็ไม่ได้สั่งด้วย—”

               

 

 

 

 

“อ๋อ นี่ฟรีครับ” คิลีหยิบกล่องกระดาษขึ้นมา “ผมทำเอง ให้พี่สาวนะ”

               

 

 

 

 

ว่าแล้วก็เปิดกล่องให้ดู…ทำให้ฟีเงียบกริบไปเลยด้วยภาพของคัพเค้กหน้าตาบู้บี้ เนื้อแป้งมีสีไม่ค่อยน่าไว้วางใจ ครีมด้านบนโย้เย้แบบน่าหวาดเสียว และเหมือนขอบกระดาษรองเค้กจะเกรียมนิดๆ ด้วยถ้ามองไม่ผิด

           

 

 

 

 

คนชิมจะมีชีวิตรอดไหมเนี่ย… 

               

 

 

 

 

หญิงสาวเอามือดันกล่องกลับไปอย่างสุภาพ ค่อยๆ ก้าวถอยหลัง “ไม่เป็นไรหรอก…”

 

 

 

 

 

“พี่สาววววววว~~~” เมื่อไม่รู้จะเดินแผนยังไงต่อดี คิลีเลยจบลงที่การทำหน้าเหมือนหมาน้อยถูกหักหลัง…ซึ่งได้ผล อีกฝ่ายชะงักกึก “พี่สาวชิมคัพเค้กผมเถอะ…นะนะนะนะนะ”       

               

 

 

 

 

ฟีรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที…ยอมรับก็ได้ว่าแพ้ทางหน้าสีหมาหงอยของเด็กบ้านี่ แต่ถ้ากินเจ้าขนมบู้บี้นี่เข้าไป…เธอก็มั่นใจเหมือนกันว่าคงถึงตายได้แน่นอน “ไม่เอาหรอก”

               

 

 

 

 

“น่านะ ชิมนิดเดียวก็ได้” เจ้าลูกหมาต่อรอง “คำเดียว…โอเคมั้ย? คำเดียวนะ? นะนะ?

               

 

 

 

 

ฟีอยากจะบ้าตายนัก มองสิ่งของต้นปัญหาในกล่อง — คัพเค้กหน้าตาบู้บี้ เนื้อแป้งมีสีไม่ค่อยน่าไว้วางใจ ครีมด้านบนโย้เย้แบบน่าหวาดเสียว และเหมือนขอบกระดาษรองเค้กจะเกรียมนิดๆ ด้วยถ้ามองไม่ผิด — แล้วก็ถอนหายใจแบบฮึดปนปลง

           

 

 

 

 

เอาน่า…นิดเดียวเอง ให้มันจบๆ ซะที… 

               

 

 

 

 

คิลียิ้มกว้างเมื่อมือเรียวสวยของคนตรงหน้าตนเอื้อมมาหยิบคัพเค้กไป มองตามอย่างดีอกดีใจเมื่อหญิงสาวกัดเนื้อขนมและครีมเข้าไปหนึ่งคำ…ไม่ค่อยจะสะกิดใจอะไรหรอกว่าอีกฝ่ายเคี้ยวน๊านนาน เพราะเด็กหนุ่มมัวแต่ยิ้มปลื้มอยู่เมื่อคนชิมพยักหน้าหงึกๆ ในที่สุดหลังพยายามกลืนคัพเค้กคำนั้นลงคอไปได้

 
 
 
 
 
 
 
 
และแน่นอน คิลีก็ได้พิสูจน์ให้จักรวาลได้รู้อีกครั้งว่าปริศนาอันเป็นนิรันดร์นั่นยังคงมีอยู่จริง…ด้วยการที่เด็กหนุ่มเชื่ออย่างเต็มหัวใจว่าประกายแวววาวในดวงตาของหญิงสาวนั่นคือความปริ่มจากรสชาติของคัพเค้กของตน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
tbc.
 
**************************************
 
 
 
 
สวัสดีค่ะทุกคน ยังจำฟิคเซ็ตหนุ่มๆดูรินขายขนมเรื่องนี้กันได้มั้ยคะ ฮาาาา
 
 
 
 
จริงๆแล้วควรจะเขียนแต่พิซซ่าบอยค่ะ แต่แต่แต่(ร้องกรี๊ดไม่มีเสียง) การติดซีรี่ส์ Poldark ทำให้เราฉีกสัญญานั้นทิ้งค่ะแงงงงง ไอเดนไอริชปั๊ปปี้เท่มากๆๆๆๆ เหมือนคิลีที่มาเจสติกสำเร็จแล้วเลยค่ะ! เลยทำให้คิดถึงคิลีโหมดยังฝึกมาเจสติก แล้วก็อยากๆๆๆๆเขียนคัพเค้กบอยค่ะแห่กแห่กแห่ก
 
 
 
 
ฟิคเซ็ตนี้ได้โดนดองแบบมหาศาลมากมาย แต่จริงๆคือพิมพ์ไว้แล้วลืมลงค่ะ(…) มาเช็คต้นฉบับนี่ร้องฟฟฟฟฟยาวมาก TuT หวังว่าทุกคนจะยังไม่ลืมคุณมาเจสติกโดนัท พิซซ่าบอย แล้วก็เจ้าคัพเค้กบอยเรื่องใหม่กันนะคะ เราจะปั่นค่ะแหง่กๆๆๆๆ
 
 
 
 
ขอขอบคุณหลายๆคนที่ถามถึงฟิคเซ็ตนี้เข้ามาผ่าน http://ask.fm/tippuri มากนะคะ เป็นกำลังใจให้เกิดแรงฮึดมากค่ะแงงงงงงง
 
 
 
 
 
ด้วยรักและคัพเค้กอาบยาพิษนะคะ ฮา
 
 
 
 
 
ทิพย์เองค่ะ
 
 
Advertisements

12 responses to “[The Hobbit Fic][KiliFee] With Love and Poisoned Cupcakes (1)

  1. ก้ากกๆๆ น่าเอ็นดูหมาน้อยคิลี นายมันตัวป่วนจริงๆ ป่วนตั้งแต่ลุงยันพี่สาวแปลกหน้า
    น่ารักแบบต๊องๆ อ่านไปขำไป คิลีน่ารักน่าหยิก ฟีก็สวยงามเหมือนพี่สาวใจดี
    พึ่งจะรู้ตัวว่าคิดถึงเซ็ทนี้มากแค่ไหน ถ้าพอจะมีเวลา แต่งมาเจสติกโดนัทกับสาวน้อยไวโอลินให้อ่านบ้างนะคะ
    ถึงฮอบบิทจบไปแล้ว แต่ขอร้องคุณทิพย์เถอะค่ะ อย่าทิ้งแกงค์ฮอบบิทนะคะ คิดถึง…มากกก…ขอบคุณค่ะ

    Like

  2. ฮว้ากกกกกกกกกกกกกก

    ประกายแวววาวนี่น้ำตาใช่มั้ยพี่สาว แง55555555
    โอ๊ยย รอเซ็ตนี้!!รอเรื่องนี้มาตลอดเลยค่ัพี่ทิพย์!!!!! แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงจริงงง คิลีอิมเมจลูกหมาน่าหยิกมากค่ะแงแงงงง อ่านแล้วเอ็นดูเหลือเกินนนน

    ปลาแอบอิมเมจ(เอาเอง)ว่าฟีนี่ลุคคล้ายเอลซ่านะ แหงกก แบบพี่สาว //ชอบคำนี้55555555
    หวังว่าพี่สาวคนดีจะไม่ท้องเสีย ฮืออ

    สู้ๆนะคะพี่ทิพย์ จะคอยติดตามผลงานค่า!!!

    Like

  3. แงงงงงง คิลีหมาน้อยจริงๆค่ะ
    แบบโอ้ยซื่อบื้อจริงๆ แกไม่รฟุ้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ฟระะะะ
    แต่นางก็น่ารักค่ะแงงงงง
    ส่วนพี่สาวฟีนี่ก็สวยลืมจริงๆค่ะฟฟฟฟฟ แต่แอบสงสารนางเรื่องคัพเค้กง่ะ
    ฟัีลเพลง พี่สาวกีั๊บ สวัสดีีกั๊บปี้กั๊บนี่มาเลยค่ะฟฟฟฟฟ
    โอยน่ารักแง เกร้ดดดดด

    Like

  4. #วิ่งเข้ามาสครีมต่อในนี้ แง่งงงงง คนจะซื่อบื้อก็ซื้อบื้อได้ตลอดกาลเลยนะคะ 5555 (แต่เขาบอกคนซื่อบื้อเป็นคนน่ารัก เอิ้กๆ) เป็นกำลังใจให้นะคะ เดี๋ยวจะตามสครีมตลอดเรื่องค่ะ555 ด้วยรัก ❤

    Like

  5. โอ่ยยยย น่าร้ากกกกกก นังหมาคิลี่น่าเอ็นดูและน่าผลักให้ล้มในเวลาเดียวกัน 55555
    คิลีดูจะมีความสามารถในการทำให้อยากปกป้องแค่เพียงจากได้ฟังเจ้าตัวพูดอ้อนเสียงซึมๆ แบบนี้ <<< โอ้ยย นึกภาพตามละดาเมจจจจจจจจจจ
    ตกลงมันจะอร่อยมัั้ยนะะะ5555555

    Like

  6. ที่ลุงไม่อยากให้ทำอะไรก็เข้าใจเลยล่ะว่าไม่อยากให้ครัวระเบิด
    แล้วตอนนี้ฟียังโอเคอยู่ไหมคะเนี่ยคุณทิพย์?
    อ่านไปก็ทำหน้าบอกไม่ถูกไปด้วย จะขำ เอ็นดู หรืออะไรดี??…
    ยังไงก็จะติดตามตอนต่อไปและเรื่องต่อๆไปนะคะ
    ติดตามเสมอค่ะ

    Like

  7. พี่ทิพย์คระะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
    คัพเค้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ถึงมันจะเป็นคัพเค้กหน้าตาบู้บี้ เนื้อแป้งมีสีไม่ค่อยน่าไว้วางใจ ครีมด้านบนโย้เย้แบบน่าหวาดเสียว และเหมือนขอบกระดาษรองเค้กจะเกรียมนิดๆ ด้วยถ้ามองไม่ผิดก็ตามเถอะ แต่ แต่ ฟฟฟฟฟ #บรรยายไม่ถูก

    คือ แง โอ๊ยยยย นี่มันอะไรกันคะ ความมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งน่ารักน่าชังมันลอยอบอวลเต็มไปหมดเลยค่ะแงงงง ฟฟฟฟฟฟฟฟ จริงๆนะคะ ในหัวน้องคือคิลีฉบับจิบิผู้มีดวงตาหมาน้อยและเสียงออดอ้อนแง้วๆ น่ารักน่ารังแกสุดๆไปเลยค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ /นายไม่ควรได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้พาหนะอะไรนอกจากจักรยานเด็กสีฟ้าแบบเสริมล้อสองข้างมีตะกร้าด้านหน้าด้วยซ้ำไป แล้วนี่ทำอาหารน่ะเอื้อมถึงเคาน์เตอร์ด้วยหรอฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ #โดนพี่ทิพย์เตะ

    อ่านจบแล้วในหัวมีแต่ประโยค สั่งกลับบ้านได้มั้ยอะ สั่งกลับบ้านได้มั้ยคะ สั่งกลับบ้านได้ใช่มั้ยคะ ฟฟฟฟฟฟ /ไซส์นี้มันต้องแพคได้ซี่ ฟฟฟฟ #พี่ทิพย์มองด้วยสายตาวังเวงแบบมาเจสติก

    ฮือ ค่ะ สกรีมรอบดึก อ่านแล้วไปนอน ไปนอนละค่ะ ขอคิลีไปเป็นหมอนข้างงงงงงง

    ปล น้องเชื่อว่าพี่ทิพย์ยังไม่ฉีกสัญญานั่นทิ้งหรอกใช่มั้ยคะ ใช่มั้ยคะ #เก็บเศษกระดาษมาแปะเทปติดกันแล้วยื่นให้ด้วยสายตาชะวิ้ง

    ปล2 น้องไม่ลืมคุณมาเจสติกโดนัท พิซซ่าบอย แล้วก็เจ้าคัพเค้กบอยแน่นอนค่ะ ไม่ลืมจริงๆเลย สัญญา : ) 555555

    Like

  8. แงงงงงงงงงงง 555555555555555555555555555 อนันต์ไม่รู้แล้ววววว่าจะหัวเหราะหรือร้องไห้แทนฟีดี55555555555555 //สุดท้ายก็หัวเราะ//พี่ทิพย์ชก

    โอยยยย อนันต์สงสารคนสวยยย55555โดนยัดเยียด-คัพเค้กหน้าตาบู้บี้ เนื้อแป้งมีสีไม่ค่อยน่าไว้วางใจ ครีมด้านบนโย้เย้แบบน่าหวาดเสียว และเหมือนขอบกระดาษรองเค้กจะเกรียมนิดๆ ด้วยถ้ามองไม่ผิด-(<——-นี่ต้องเป็นโควทสำคัญของเรื่องแน่ อนันต์มั่นใจจจ) ไม่พอ ยังโดนหมาน้อยโทรตาม(จิก)ทวงเรื่องรสชาติอีกกก5555555555 #นี่อนันต์สงสารพี่สาวจริงๆนะ #เชื่ออนันต์สิ
    คิลีก็เหลือเกินนนนนนไอ้การโทรไปทวงด้วยคำพูดที่ว่า ก็อยากให้xxxกินนี่นา <——- อย่างเนี้ยยย มันโคตรจะร้ายกาจเลยนะคะ!! มันคือการออดอ้อนที่เบื้องหลังคือการกดดันและข่มขู่ใช่ไหมตอบบบบ มาแบบนี้ใครๆก็ยอมค่ะ ยอมจริงๆ พี่สาวไม่ยอมให้มันรู้ไป แต่ที่แน่ๆอนันต์ยอมฮืออออออออ/อ้วกเป็นสายรุ้งทั้งน้ำตา /พี่ทิพย์ต่อยปากแตก

    แล้วการอวยของคิลีคืออะไร5555555 การอวยโดนัทของท่านลุงที่มาร์เจสติคนั่นคืออะไร โอ้ยอนันต์หมั่นไส้เจ้าลูกหมานี่จริงๆเลยอ่ะพี่ทิพย์555555 เป็นแฟนบอยท่านลุงก็บอกมาาาา /แหมใส่เจ้าลูกหมายาวๆ แล้วไอ้การขายตรงคัพเค้กนี่อีก โอ้ยยยยยย5555555555 จริงๆแล้วนายกำลังกบฏต่อร้านโดนัท&พิซซ่าด้วยการเอาคัพเค้กมาเป็นอาวุธนะห์!!

    ว่าแต่พี่ทิพย์คะ ตาคิลีนี่เป็นศัตรูของห้องครัวแบบเต็มตัวเลยสินะคะ TvT ผลงานโดนัทนั่นช่างน่าสงสารละเกิน สงสารท่านลุงละเกิน… อนันต์อ่านแล้วนึกเข้าใจท่านลุงที่เขกหัวประจำเลยล่ะค่ะว่าเขกด้วยความรู้สึกยังไง โธ่ท่านลุง มาเขกหนูแทนก็ไ———/พี่ทิพย์เตะ
    แล้วทำไมตอนลุงบอกแกว่าโดนัทไม่ใช่สายทางของนาย ทำไมนายเข้าใจว่าลุงให้นายคิดทางใหม่ไม่เดินตามรอยไปซะได้ล่ะฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ นายดูอินเซปชั่นมากไปเหรอคิลี รึมีใครฝังหัวนายไปแล้วว่าชีวิตนี้ต้องทำขนมมม หาาาาาาาา ไปเป็นเด็กรับสายดีๆเถอะหนู55555555 ยิ่งเวสป้าอีก โอ้ยยยย น่ารักกกกส์ เป็นอนันต์อนันต์ก็จะไม่ให้นายขี่มอร์ไซสุดเท่หรอกนะคิลี อนันต์จะให้นายขี่จักรยานกรุ๊งกริ๊งมีล้อเสริมและมีพู่ห้อยฟรุ้งฟริ้งที่แฮนด์จักรยานด้วยซ้ำ5555555555555 /พี่ทิพย์ชกข้อหาทำร้ายคิลีมากปัย

    อนันต์อ่านจบแล้วแล้วพ่นแสงเป็นสายรุ้งแล้วหลับไปเลยล่ะค่ะพี่ทิพย์ วันนี้พอตื่นมาอ่านใหม่อีกรอบก็แสงพุ่งอีกรอบ จะว่าไปเมื่อคืนน้องว่าน้องฝันถึงของหวานต้องเป็นเพราะคัพเค้กมหาภัยนี่แน่ๆเลย น้องล่ะกลัวแทนฟีพี่สาวคนสวยสุดฮอทจริงๆว่าไอ้ที่คลอในตาพี่สาวมันเป็นความอร่อยหรือความเลวร้ายกันแน่ ฮือออออออ

    จะว่าไปอนันต์เห็นด้วยกับฟ้านะคะพี่ทิพย์ แบบ ในหัวอนันต์นี่อือหืออออ คิลีเป็นหมาน้อยสูงเท่าเขาพี่สาวสุดสวยแล้วอย่างนี้นายขาถึงเวสป้าด้วยเหรอ(…) //โดนชกอีกทีและอีกหลายๆที

    น้องจะรอตอนต่อไปนะคะพี่ทิพย์ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ น้องล่ะอยากจะเป็นกำลังใจให้ฟีเหลือเกิน คนสวยอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปเพราะคัพเค้กนะะะ ; w ;

    Like

  9. โอ้ยยย คิลีนี่ก็หมาน้อยจริงๆ อยากตามรอยลุงธอริน แต่ลุงไม่ยอม แถมคะยั้นคะยอให้ฟีชิม #แอบสงสารฟี โอ้ยยยย หนูบรรยายความรู้สึกไม่ถูกเล้ยยย

    Like

  10. คิลีน่าร้ากกกกก บรรยายคัพเค้กซะจนเราสงสารคนชิมจัง5555555 เห็นฟีกินแล้วไม่ใช่ว่าตีความผิดไปอีกนะ
    ขอกลับไปอ่านเรื่องก่อนหน้านี่ก่อนนะคะ ❤

    Like

  11. Pingback: [The Hobbit Fic][KiliFee] With Love and Poisoned Cupcakes (2) | tippuri's blog (◉◞౪◟◉✿)·

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s