[The Hobbit Fic][ThorinBilbo] Going to One Wedding Brings on Another (2)

 
 
Going to One Wedding Brings on Another
The Hobbit fanfiction by Tippuri~ii *
 
 

 

 
 

Pairing:  Thorin Oakenshield x Bilbo Baggins
Fandom: The Hobbit
Type: AU fanfiction

 
 

 

 * แฟนฟิคชั่นเซ็ตนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเซ็ตนี้มีแฟนฟิคชั่น BL..ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 
 
 
************************************
 
 
Chapter 2
 
My manner set impeccably, but underneath I am the same as you

 

 

 

 

 

“ให้ตายเถอะว่ะ…แกเต้นรำกับเขาไปแล้วนะโว้ย ทีแค่โทรไปหาแค่นี้จะมาปอดทำไมวะ??”

 

 

 

 

 

นี่คือคำเยาะเฮอะๆ ที่ดวาลินเพื่อนซี้มีให้เขา ซึ่งธอรินก็ทำได้เพียงส่งสายตาทิ่มแทงตอบกลับไปเท่านั้น…ผ่านมาสัปดาห์กว่าๆ แล้วจากวันงานแต่งงานของพริมุล่า ทุคและโดรโก แบ็กกินส์ คนสองคนที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดกับตระกูลดูรินเลยสักนิด แต่เขากับครอบครัวและเพื่อนสนิทก็ดันไปโผล่ในงานและเข้าร่วมพิธีตั้งแต่ในโบสถ์ยันกินเลี้ยงเลยทีเดียว…ความน่าอายที่ธอรินไม่ขอโทษใครอื่นเลยนอกจากไอ้หลานชายตัวดีของตน และก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ยอมพลาดท่าแบบโง่ๆ อย่างนี้อีกแล้ว

 

 

 

 

 

…แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอะไรจากงานแต่งนั่นให้ธอรินคิดถึงซ้ำๆ หรอกนะ

 

 

 

 

 

เพลงเพลงนั้นจบลงเร็วเกินไปกว่าที่ชายหนุ่มจะชอบใจนัก ความเงียบที่แผ่ตัวตามมาก็บอกชัดเจนว่างานเลี้ยงได้จบลงแล้วจริงๆ…และก็เป็นเหตุผลที่ทำให้บิลโบ แบ็กกินส์ต้องค่อยๆ ผละมือออกจากสัมผัสของเขา ดวงตาโตสีน้ำตาลเจือเขียวเข้มนั่นช้อนมองและยิ้มอายๆ ปนขอโทษให้ ก่อนจะถามอย่างสุภาพว่าธอรินจะเดินทางกลับบ้านอย่างไร

 

 

 

 

 

พวกเขาเดินจากฟลอร์เพื่อกลับไปตามตัวครอบครัวและเพื่อนของธอรินด้วยกัน ซึ่งทั้งสี่คนที่ยืนรออยู่นั้นก็ไม่ได้มีมารยาทอันเหมาะควรในการซ่อนสายตาวิบวับของตัวเองเลย

               

 

 

 

 

ต้องขอบคุณสวรรค์ที่เหล่าหลานๆ ยังกลัวเขาอยู่บ้าง แต่น้องสาวและไอ้คุณเพื่อนซี้ผู้ไม่มีปัญหาในจุดนี้นั้นก็ได้ทั้งล้อทั้งแซวชายหนุ่มเสียจนไม่เหลือดีแล้วมาตลอดอาทิตย์…ธอรินยังพอหนีโทรศัพท์จากดีสได้ แต่สำหรับดวาลินที่ทำงานอยู่ในบริษัทของเขาแล้ว…เจ้าตัวได้ชี้แจงชัดเจนว่าต่อให้ธอรินจะไล่เขาออก ตนก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรสักอย่างเรื่องชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้ง

               

 

 

 

 

“ขอร้องเถอะเพื่อน” ดวาลินเลิกคิ้ว พูดเสียดสี “แกก็อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ มานั่งอกหักหน้ามุ่ยอย่างนี้มันโคตรเป็นมลพิษทางสายตาเลยว่ะ”

               

 

 

 

 

“หุบปากไปเลยไป” ธอรินเสียใจนักที่ตัวเองไม่ใช้ที่ทับกระดาษ เพราะไม่อย่างนั้นเขาก็คงมีมันให้หยิบได้จากบนโต๊ะทำงานมาปาใส่หัวเพื่อนไปแล้ว “ฉันไล่แกออก…เก็บของแล้วออกๆ ไปซะ”

               

 

 

 

 

“ตามใจแก ไล่ออกก็ไล่ออก แต่ฉันไม่ออกนะ” ดวาลินยักไหล่หน้าตาเฉย ยอมเลิกราโดยดี…แต่ก็ยังไม่วายเอาม้วนปึกต้นฉบับชี้หน้าเขาทิ้งท้ายก่อนจะออกไปจากห้องทำงานส่วนตัว “แล้วก็โทรไปหาบิลโบนั่นด้วย”

               

 

 

 

 

ธอรินได้แต่สบถตามหลัง…ไม่ต้องสงสัยเลยว่าดวาลินคงไปนัดแนะกับคิลีเรียบร้อยแล้วว่าให้บอกเจ้าตัวถ้ามีการติดต่อมาจากธอริน เพราะไอ้คุณเพื่อนเอาแต่เร่งยิกๆ ให้เขาโทรไปหาบิลโบทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าธอรินไม่มีเบอร์ของชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้ง และไม่ใช่แค่ดวาลิน…การที่เขาติดต่อไปหาคิลีจะต้องเป็นอะไรที่เรียกเสียงเฮและสายตายิ้มกริ่มฮิๆ จากทั้งน้องสาวและเจ้าตัวแสบทั้งสองของบ้านแน่นอน

               

 

 

 

 

แต่ถึงส่วนใหญ่เขาจะยอมทนคำล้อคำแซวของทุกคนในบ้านตามประสาพี่ชายและลุง…นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าธอรินจะไม่มีเขี้ยวเล็บใดๆ ซ่อนไว้รอใช้หรอกนะ

               

 

 

 

 

“หวัดดีฮะลุง—”

 

 

 

 

 

คำทักอันเริงร่าผิดปกติของคิลีถูกเขาตัดแทรกอย่างเรียบๆ หากมาดร้ายอย่างที่สุด “ถ้าแกปริปากบอกใครว่าฉันโทรมา…ทุกคนจะได้รู้เรื่องปาร์ตี้ที่แกเมาเละจนเอาเดรสดิออร์สีเขียวของแม่แกไปใส่เพราะคิดว่าตัวเองเป็นทิงเกอเบล แล้วก็เอากาวกากเพชรไปทาเบาะมอเตอร์ไซค์ฟิลีกับกระจกรถดวาลิน โอเคมั้ย?”

 

 

 

 

 

 

“ฮะ เฮ้! อะไรกันน่ะ! ลุงรู้ได้—” คิลีร้องเสียงหลง ก่อนจะรีบพยายามแก้เกมด้วยเสียงขรึมๆ “ลุงพูดถึงอะไรเนี่ย ผมไม่เคยทำ—”

 

 

 

 

 

“ฉันมีคลิป” ธอรินพูดแทรกหลานชายเป็นครั้งที่สองด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม “จะให้ฉันลองส่งให้ทุกคนดูก่อนมั้ยล่ะ…เผื่อเราจะได้รู้กันว่าแกเคยหรือไม่เคยทำ?”

 

 

 

 

 

คิลีส่งเสียงครางเหมือนลูกหมาที่โดนเหยียบพุงแป๊ดๆ…ก่อนจะร้องขอความเมตตา “โอเคฮะๆๆๆ!! ผมจะไม่บอกใครเลย…ลุงอย่าบอกแม่ผมนะ แล้วเดี๋ยวให้ผมทำอะไรก็ได้เลย…”

 

 

 

 

 

ธอรินส่งเสียงฮึมฮัมแบบไม่ทุกข์ร้อนอย่างโหดร้าย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระดาษกับปากกา

 

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

บิลโบเช็ดมือที่เปื้อนสีของตัวเองกับผ้าบนโต๊ะก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือมากดรับสาย

 

 

 

 

 

มันเป็นยามบ่ายอันเงียบสงบ และเขาก็กำลังค่อยๆ ละเลียดใช้เวลาไปกับการเก็บรายละเอียดของภาพสีน้ำ…บิลโบรู้ดีว่ายุคของงานในคอมพิวเตอร์ได้มาถึงแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังคงรู้สึกถนัดมือกับการจับพู่กันแบบนี้มากกว่า…และจุดขายของงานของเขาก็คือการที่มันเป็นงานทำมืออยู่แล้ว บิลโบเลยไม่ต้องละทิ้งวิธีการที่ตนถนัดอย่างที่หวั่นใจในช่วงแรกๆ

 

 

 

 

 

โดยปกติ เขามักจะทำงานในความเงียบสนิท…เสียงริงโทนโทรศัพท์จึงฟังดูดังก้องกว่าความเป็นจริงนักในห้องทำงานของบ้าน

 

 

 

 

 

เบอร์ที่โชว์บนหน้าจอเป็นเบอร์ที่เขาไม่รู้จัก แต่บิลโบก็กดรับอยู่ดี “สวัสดีครับ?”

 

 

 

 

 

“สวัสดี…” การเดินทางผ่านสัญญาณโทรศัพท์ทำให้มันแปลกแปร่ง…แต่เสียงทุ้มต่ำนี้ก็คุ้นหูอย่างที่สุด “บิลโบสินะ?”

 

 

 

 

 

“ธอริน!” เขาเผลออุทานออกมา ก่อนจะรีบพยายามกู้สถานการณ์…พยายามจะทำให้อีกฝ่ายเชื่อว่าตนไม่ได้ดีใจเกินกว่าปกติที่ได้ยินเสียงเจ้าตัว “หวัดดี…เป็นไงบ้าง? มีอะไรหรือเปล่า?”

 

 

 

 

 

“ไม่ใช่อะไรสำคัญหรอก” ธอรินตอบ ก่อนจะถามกลับมา “นายไม่ได้ยุ่งอยู่ใช่ไหม? คุยได้หรือเปล่า?”

 

 

 

 

 

“ได้สิ…” บิลโบจัดพู่กันและถาดสีให้เข้าที่ ก่อนจะทิ้งตัวลงพิงพนักหนานุ่มของเก้าอี้ทำงานตัวโตของตนเอง จัดท่านั่งให้สบายแล้วก็แย้มยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวอตอนคุยต่อ “ว่าไง? มีอะไรหรือเปล่า?”

 

 

 

 

 

ธอรินส่งเสียงฮึมฮัมนิดหน่อย ก่อนที่จะกล่าว…กร้าวๆ ห้วนๆ แบบคนงุ่นง่านตามนิสัย แต่ก็ไม่ได้ขัดหูด้วยเนื้อความ “ฉันแค่อยากจะขอโทษเรื่องงานแต่งงานวันนั้นน่ะ…ฉันยังรู้สึกแย่อยู่เลย ขอโทษแทนคิลีด้วยนะ…ฉันไม่รู้เลยว่าในหัวเด็กนั่นมีอะไรบ้างนอกจากทรายกับขี้เลื่อย”

 

 

 

 

 

“อ๋อ ไม่เป็นไรหรอก” บิลโบหัวเราะออกมากับเสียงอ่อนใจฮึ่มฮั่มของอีกฝ่าย “โอเค ฉันก็แอบตกใจนิดหน่อยล่ะนะทีแรก…แต่ทั้งฟิลีกับคิลีก็ทำให้งานสนุกขึ้นมากเลย เพราะงั้นไม่ต้องคิดมากหรอกนะ”

 

 

 

 

 

ดูเหมือนจะไม่เหลือเรื่องให้ชวนคุยต่อแล้ว และนั่นก็ทำให้ธอรินรู้สึกอยากจะตะโกนดังๆ อย่างขัดใจนัก…เพราะเขายังไม่อยากวางสาย แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำไงดีให้ได้ดำเนินบทสนทนาต่อได้

 

 

 

 

 

“อืม…” บิลโบทำลายความเงียบ ตัดสินใจว่าตนไม่ควรกวนเวลาของอีกฝ่ายต่อ “นายก็สบายใจเถอะนะ—”

 

 

 

 

 

“แต่ว่านะ…” ธอรินเอ่ยขึ้นมาเสียก่อนที่เขาจะได้พูดจบประโยค กร้าวๆ ห้วนๆ เหมือนเดิม แต่ครั้งนี้…มันฟังดูอ่อนๆ และลังเลแปลกๆ “แต่ถ้านายโอเค…ไว้เราไปกินกาแฟหรืออะไรกันไหม ถือซะว่าฉันขอโทษเรื่องงานแต่งนั่นก็ได้…”

 

 

 

 

 

“โอ้…” บิลโบพูดออกแค่เพียงเท่านี้เอง นี่ไม่ใช่ตอนจบของบทสนทนาอย่างที่เขาคาดคิดว่าจะได้เจอในบ่ายอันแสนธรรมดานี้เลยสักนิด “ก็…ก็ได้นะ…”

 

 

 

 

 

พวกเขาจึงนัดวันและเวลากัน แล้วธอรินก็วางสายไป

 

 

 

 

 

บิลโบรอให้หน้าจอบทสนทนากลับคืนมาเป็นวอลเปเปอร์ดั้งเดิมแล้วจึงค่อยทิ้งมันแปะลงบนหน้าท้องของตัวเอง ก่อนจะไถลตัวลงไปกับแนวพนักของเก้าอี้ทำงาน…เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวจากความรู้สึกหวานๆ ตลกๆ ที่ได้สัมผัสจากเรื่องน่าประหลาดใจอันไม่ได้ตั้งตัวที่เพิ่งเกิดขึ้นไป

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ถึงสายฝนจากตอนเช้าจะซาไปแล้วตอนที่เวลานัดของธอรินกับบิลโบมาถึง…แต่เหล่าผู้คนที่แวะเข้ามานั่งหลบในคาเฟ่เอสลินก็ยังคงไม่ได้รีบไปไหนกัน นั่นจึงทำให้เหลือแค่โต๊ะเล็กข้างหน้าร้านโต๊ะเดียวว่างให้จับจองตอนที่ธอรินมาถึง

 

 

 

 

 

เขาจึงสามารถมองผ่านแผ่นกระจกใสที่กรุกรอบไม้สีแดงสดออกไปยังฟุตบาธด้านนอกและเห็นบิลโบข้ามถนนมาได้อย่างสบายๆ…ซึ่งอีกฝ่ายก็มองเห็นเขาเช่นกัน รอยยิ้มจึงถูกส่งมาให้ตั้งแต่ตอนที่เจ้าตัวยังไม่ผลักประตูร้านเข้ามาด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

“หวัดดี…” อีกฝ่ายเอ่ยทักเมื่อมาถึงโต๊ะ แขวนกระเป๋าสะพายของตัวเองเข้ากับพนักเก้าอี้แล้วจัดๆ คาดิแกนสีทรายที่สวมอยู่ให้ไม่ยับ ถามต่อหลังทิ้งตัวลงนั่งแล้ว “…ไม่ได้รอนานใช่ไหม?”

 

 

 

 

 

ธอรินส่ายหน้า แล้วก็สั่งกาแฟดำเมื่อพนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามารับออเดอร์ ส่วนบิลโบนั้นส่ายหน้าแล้วบอกชื่อชาอิงลิชเบรกฟาสต์แทนตอนที่เธอถามว่าชายหนุ่มเองก็จะรับเครื่องดื่มชนิดเดียวกันหรือเปล่า

 

 

 

 

 

“ฉันชอบที่นี่มากเลยล่ะ” บิลโบพูดขึ้นเมื่อชาและกาแฟของพวกเขามาถึง “มันก็แอบไกลนิดหน่อยจากแฟลตฉันนะ แต่ก็ยังพอเดินไหว…แล้วทุกอย่างของที่นี่ก็อร่อยพอจนฉันยอมเดินด้วย”

 

 

 

 

 

ธอรินพยักหน้าพลางจิบกาแฟของตัวเอง “ออฟฟิศฉันก็อยู่ห่างไปสองบล็อกเอง ฉันแวะมาซื้อกาแฟที่นี่บ่อยๆ เหมือนกัน…แต่ไม่ค่อยได้นั่งในร้านแบบนี้หรอก”

 

 

 

 

 

“อ๋อ ออฟฟิศสำนักพิมพ์ของนายสินะ” บิลโบจำได้จากบทสนทนาในงานแต่งงาน ก่อนจะยิ้ม “วันนั้นฉันก็ว่าอยู่ว่าทำไมชื่อคุ้นๆ…สรุปคือหนังสือที่ฉันชอบตั้งหลายเล่มเป็นของสำนักพิมพ์นายนี่เอง”

 

 

 

 

 

ธอรินไม่เคยเป็นคนเก่งในเรื่องของการดำเนินบทสนทนา แต่ดูเหมือนบิลโบจะไม่ได้มองว่าความเงียบที่เขามีหรือเรื่องทั่วไปที่เขาเล่าเป็นอะไรชวนอึดอัดใจ…ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งฟังถึงความเป็นไปของโปรเจ็คนิยายเรื่องปัจจุบันที่เขากำลังดูแลอยู่อย่างสนใจ หัวเราะจนหน้าแดงตอนเห็นสีหน้าของธอรินเมื่อเจ้าตัวเอาข้อความจากคิลีให้เขาอ่าน แล้วก็ถามถึงดีสและดวาลินว่าทั้งสองเป็นอย่างไรบ้าง…ซึ่งธอรินก็เล่าคร่าวๆ ให้บิลโบฟัง ละเว้นข้อเท็จจริงที่ว่าทั้งสองมายุ่งไม่เข้าเรื่องให้เขาโทรหาอีกฝ่ายอยู่นั่นแหละออกไป

 

 

 

 

 

ธอรินได้รู้ไปแล้วจากบทสนทนาในวันงานแต่งงานว่าบิลโบมีอาชีพเป็นนักวาดรูปผู้รับงานอิสระ…แต่ในวันนี้ เขาก็ได้รู้เพิ่มเติมว่าอีกฝ่ายถนัดงานทำมือด้วยสีน้ำมากที่สุด และแนวภาพหลักๆ ที่เจ้าตัวชอบวาดก็คือเหล่าดอกไม้ใบหญ้าและพืชพันธุ์ทั้งหลาย…บิลโบเล่าให้เขาฟังว่าตัวเองรับวาดหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างตั้งแต่ลายกระดาษห่อของขวัญไปจนถึงภาพปกสมุดโน้ต

 

 

 

 

 

“นอกจากพวกนั้น ตอนนี้ฉันก็กำลังวาดรูปตุนไว้เยอะๆ อยู่น่ะ” ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งยิ้มเขินๆ ปนภูมิใจจางๆ “ฉันอยากจะทำอาร์ตบุ๊ครวมงานแนวๆ นี้ของตัวเอง…พวกต้นไม้ดอกไม้แล้วก็เห็ดน่ะ…”

 

 

 

 

 

ธอรินห้ามตัวเองไม่ทันในการหลุดหัวเราะพรืดออกมา ทวนถามขันๆ พร้อมเลิกคิ้ว “เห็ด?”

 

 

 

 

 

“ใช่เลย เห็ด” บิลโบพยักหน้าแข็งขัน ก่อนจะแกล้งหรี่ตาจ้องเขาดุๆ “มันเป็นอะไรที่ดีมากนะ เห็ดน่ะ…เพราะงั้นนายช่วยยิ้มเฉยๆ ตามมารยาททีเถอะนะ ขอบคุณมากครับมิสเตอร์โอเคนชีลด์”

 

 

 

 

 

ธอรินคิดว่าตัวเองไม่เคยหัวเราะออกมาได้ง่ายดายและบ่อยครั้งมากเท่าในมื้อเที่ยงวันนี้มาก่อนเลย

 

 

 

 

 

เป็นตอนที่บิลโบคิดจะสั่งอิงลิชเบรกฟาสต์ถ้วยที่สามนั่นเองที่ชายหนุ่มเพิ่งตระหนักได้ว่าเวลาล่วงเลยมาแล้วเพียงใด…สำหรับคนทำงานอิสระอย่างเขามันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก แต่ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นสำหรับธอริน

 

 

 

 

 

“นี่…” บิลโบพยักเพยิดไปทางนาฬิกา “นายต้องมีธุระต่อรึเปล่าน่ะ?”

 

 

 

 

 

เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าตัวเองหวังอะไร…และก็ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมถึงรู้สึกฟีบๆ เหมือนลูกโป่งไร้ลมชอบกลตอนที่ธอรินพูดออกมาว่าถึงเวลาแล้วที่ตนจะต้องขอตัว

 

 

 

 

 

“บ่ายนี้ฉันมีประชุมน่ะ” มือใหญ่ๆ นั่นเสยผมที่ปรกหน้าออกไปอย่างงุ่นง่าน ทำให้บิลโบเพิ่งได้สังเกตว่าในเรือนผมดำสนิทนั่นมีปอยสีเงินแซมอยู่ “ไม่เชิงประชุมหรอก…ฉันต้องไปเจอนักเขียนน่ะ เขาเป็นนักเขียนขายดีเลย…เลยจะจุกจิกเรื่องปกสุดๆ เลยล่ะ…”

 

 

 

 

 

จากสีหน้าที่เหนื่อยและงุ่นง่านนำไปแล้ว ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งก็พอจะเดาได้ว่าท่าทางการประชุมที่ว่านี้คงจะทำให้บ่ายนี้ของธอรินยาวนานและน่าปวดหัวเป็นอย่างยิ่งแน่ๆ…และเพราะมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้  บิลโบจึงหันไปค้นแฟ้มในกระเป๋าสะพายของตัวเอง หาจนเจอสิ่งที่ต้องการ

 

 

 

 

 

“ฟังดูเหมือนบ่ายนี้มีอะไรหนักๆ รอนายอยู่เลยนะ” เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับธอรินที่อยู่ด้านตรงข้ามของโต๊ะ ยิ้มอ่อนโยนตอนส่งของในมือออกไป “ฉันให้…ถือซะว่าเป็นของนำโชคอะไรแบบนั้นก็แล้วกัน”

 

 

 

 

 

ดวงตาสีฟ้าอมเทาของธอรินทอดมองสิ่งที่ตนรับมา…มันคือกระดาษปอนด์แผ่นหนาแบบที่ใช้วาดภาพสีน้ำ ถูกตัดให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณนามบัตร และบนนั้น…มีรูปสีน้ำของกิ่งไม้อันเป็นที่ยึดเกาะของใบสีเขียวสดใสและดอกไม้สีขาวอมชมพูละมุนตา กลีบสีสะอาดที่ช่วยเน้นรายละเอียดอันบรรจงของเกสรสีเหลืองให้ยิ่งเด่นชัด

 

 

 

 

 

“ดอกแอปเปิ้ล” บิลโบแจกแจง ไม่แปลกใจอะไรที่คนรับจะมองชนิดดอกไม้ไม่ออก ยิ้มซนๆ จนดวงตาพริบพราวตอนอธิบายความหมาย “…หมายถึงโชคและเรื่องดีๆ ที่กำลังจะเข้ามา”

 

 

 

 

 

ธอรินหัวเราะและยิ้มในมื้อเที่ยงนี้มากกว่าตอนในงานแต่งงาน…แต่สายตานุ่มนวลของเจ้าตัวตอนที่มองรูปวาดแผ่นน้อยนี้เป็นอะไรที่บิลโบไม่เคยเห็น และไม่เคยคาดคิดมาก่อนด้วยว่าตนจะได้เห็น

 

 

 

 

 

แล้วจู่ๆ…คาเฟ่เล็กๆ ใต้ฟ้าครึ้มฝนนี้ก็กลับดูอบอุ่นเรื่อเรืองอย่างประหลาดในความรู้สึก

 

 

 

 

 

“ขอบใจ” ธอรินเอ่ย…น้ำเสียงทุ้มต่ำนั่นกร้าวๆ และห้วนๆ อย่างที่คงเป็นนิสัยเจ้าตัว แต่ประโยคนี้มีอะไรที่คล้ายคลึงกับประโยคที่เจ้าตัวเอ่ยชวนเขาออกมาที่คาเฟ่ในวันนี้…ความลังเลหากอ่อนโยนบางเบา “นั่นเป็นอะไรที่ฉันต้องใช้เยอะเลยล่ะตอนบ่ายนี้”

 

 

 

 

 

แล้วธอรินก็เก็บรูปวาดของเขาในกระเป๋าด้านในของเสื้อโค้ทก่อนจะลุกขึ้น ยืนยันที่จะเป็นคนจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกไปจากคาเฟ่…เงาร่างสูงใหญ่ในโค้ทสีเข้ม ตัดกันกับภาพตัวเมืองในฟ้าหลังฝนสีเทาจางนี้อย่างชัดเจน

 
 
 
 
 
 
 
 
 
บิลโบมองตามธอรินผ่านกรอบหน้าต่างสีแดงและแผ่นกระจกใสออกไปจนสุดมุมถนน…ก่อนจะรู้สึกเหงาๆ ขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลตอนที่นึกขึ้นได้ว่าคำลาที่พวกเขาเอ่ยให้กันนั้นไม่มีคำว่าแล้วเจอกันใหม่รวมอยู่ด้วยเลย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
tbc.
 
*************************************
 
 
well, well บ่อน้ำบ่อน้ำ อเวนเจอร์ส2กำลังบูม แต่เราหวังว่าทุกคนก็จะคิดถึงท่านลุงท่านป้ากันนะคะ
 
 
 
 
 
เรายังไม่จบกับชิปแฝดอเวนฯสองหรอกค่ะ แต่ขอลงฟิคลุงป้าเพื่อฉลองที่นายมารตีอิสระชนได้มาจอยจักรวาลมาร์เวลหน่อยเถอะค่ะหกดฟหกดฟหกดฟหกด ดีใจมากที่นางมา รอวันที่นางจะข่มขู่ทุกคนอย่างก้าวร้าวจากบนลังส้มด้วยนิ้วกลางของนางมากๆๆๆๆๆค่ะแห่กๆๆๆๆๆๆๆ
 
 
 
 
 
(ฉลองเลทไปหน่อยเพราะข่าวมานานแล้ว แต่ฟามรักเลาไม่เลทนะคะฟรีแมน ❤ )
 
 
 
 
 
ฮอบบิทจบไปแล้วเลยเหงาๆเนอะคะ ;w; แต่เราก็จะยังเขียนเรื่อยๆค่ะฮือออออ ลุงป้าควรมีชีวิตคู่อันสดใสแม้ในมโนก็ตาม O]——[
 
 
 
 
 
 
ด้วยรักและดอกแอปเปิ้ลค่ะ
 
 
 
 
 
ทิพย์เอง
 
 
 
 
 
 
*คนถามเข้ามาเยอะ เราเลยขอบอกเพิ่มเติมนะคะ: ก็คือเราจะพิมพ์ฟิคไปลงในงาน movie carnival 3 ตามจน.คนโอนค่ะ โอนเข้ามากี่คนก็จะพิมพ์แค่ตามนั้น ส่วนรอบไปรรองานจบก่อนนะคะะ รายละเอียดตัวเล่มทุกเรื่อง+วิธีการโอนอยู่ในลิ้งเลยค่ะ >> รายละเอียดการสั่งจองฟิคในงาน Movie Carnival 3 *
 

Advertisements

15 responses to “[The Hobbit Fic][ThorinBilbo] Going to One Wedding Brings on Another (2)

  1. โงร้ยฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    ลุงป้าน่ารักมากเลยค่ะพี่ทิพย์ ละมุ๊นละมุน
    ขำคิลี แกเมาแล้วทำแบบนั้นจริงๆ หรอ? แกคิดว่าตัวเองเป็นทิงเกอเบลจริงๆ เหรอห้ะ โอ๊ยขรรม555555555555555555555555555
    ไหนจะภาพคอลเลคชั่นเห็ดของป้าบิลโบ้อีก เป็นนี่คงลั่นกลางร้านกาแฟ คอลเลคชั่นเห็ด? เห็ด555555 แล้วมีการบอกด้วยว่าเห็ดน่ะเป็นอะไรที่ดีมาก มันคืออะไรอ่ะบิลโบ้วววว
    เป็นฟิคน่ารักที่แอบรั่วเพราะตัวละครตั้งแต่ตอนแรกจริงๆ ค่ะ
    ปล. นุ้งรอบไปรจะเตรียมพร้อมค่ะ จุ๊บๆ

    Like

  2. โฮวววววว มุ้งมิ้งไปอีก หวานกรุบกริบ น่าร๊ากกกกกกกกก
    อ่านไปถึงตอนที่ธอรินโทรไปขู่คิลีและ #ขำแรง ขึ้นมาเลยค่ะ // อยากเห็นคลิปนั่นขึ้นมาเลย ทิงเกอคิลี -/////-

    Like

  3. บิลโบ้จะต้องเป็นคนว่ดปกนาแน่ๆค่ะน้องมั่นใจแห่กๆๆๆๆๆ
    ชอบฟิคนี้อีแล้วค่ะ น่าร้ากกกกก แบบร้านกาแฟไรงี้
    แบบโอ้ยธอรินนี่กว่าจะโทรได้ เป็นน้องนี่ลูกสามละ #ผิดแรง
    มาแบบน่ารักกรี้ดๆๆๆจิกหมอนขาด ตอนอ่านนี่นั่งยิ้มเลยค่ะ
    ถ้าอยู่ในที่สาธารณะคือโดนจับส่งรพบ้าแน่ๆ 555555
    เขินอ่ะแงงงงงงงง

    Like

  4. ฮือๆ ต่อมคิดถึงพองคับอก กลับมาแว้วว เดทแบบลุงๆช่างน่ารักอมยิ้มอะไรขนาดนี้ //ตายแพร่บ. ขอบคุณที่ยังไม่ลืมแต่งน๊า อิอิ //โดนชก O<–<…

    Like

  5. โอ้ยยยยยยยยย ลุงป้าช่างน่ารักน่าเอ็นดูที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ท่านป้าก็มุ้งมิ้งงงงงงงง ท่านลุงก็วางมาดขรึมมาเจสติก แต่ก็ยังหลุดเขินท่านป้าาาาาาา
    โอย ฟินนนนนนนนนนนน

    Like

  6. ภาษาสั้นๆเรียบๆง่ายๆแต่เอาใจไปเช่นเคยค่ะพี่ทิพย์
    โฮ แล้วมันมีจุดเล็กย่ิยตรงพี้คสุดท้าย แบบ ถ้าในฟิคไม่อธิบายนี่เราก็ไม่ได้สังเกตุนะ ชอบ ฟฟฟฟ มันเล็กย่อยดีอ่ะ มันชอบบบบบบบ ฟฟฟฟฟ
    แต๊งฟอแชร์ริ่งนะคะ

    Like

  7. โฮรววววว พี่ทิพย์อัพฟิคแล้วดีใจที่สุดใน 68 โลก แงงงงงง
    น่ารักกกก จิกหมอน จิกทุกอย่าง คุณธอรินน่ารักกกกกก
    //ขำคิลีน้อย ความจริงลุงก็แอบชั่วนะเนี่ยมีคลิปเป็นหลักฐานด้วย ฮอลลลล

    Like

  8. ตอนแรกจะสตรีมความน่ารักของลุงป้าค่ะ แต่พอมาเจอประโยค “ลูกหมาที่โดนเหยียบพุงแป๊ดๆ”
    น้ำลายแทบพุ่ง 5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555 โอ้ยนึกภาพออกเลยค่ะ โถ่คิลีเอ้ย 555555555555555555555555 โอย

    แงงงงงงงงงงงงงงงฟิคน่ารักมากเลยค่ะพี่ทิพย์
    ชวนเขินมุ้งมิ้งอะไรอีกคะทรั่นลุงทรั่นป้าาา หลานๆเพื่อนพ่อแม่พี่น้องเชียร์กันขนาดนี้แต่งๆไปเถอะค่———–/โดนถาดสีน้ำฟาด

    Like

  9. กี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ

    โอ๊ยยยยยยยยยย เขินค่ะ แง

    อ่านแล้วสกรีมท่านลุงมากเลยง่ะพี่ทิพพพย์ ดูเป็นพี่ชายแสลชลุงที่เข้มๆมาเจสติกแต่มีมุมเขินอายมุมิ โอ๊ยยยยยยยย น่ารักโฮกเลยค่ะ 55555555555 แถมมีของ จัดการเจ้าหลานชายตัวแสบซะอยู่หมัดเลย ก๊ากกกกกกกกกกก ว่าไงจ๊ะทิงเกอเบลคิลี 555555555555555555 น้องนึกภาพตามแล้วหัวเราะออกมาดังๆเลยค่ะ 5555555555 โถ ลูก เค้าว่ากันว่าเวลาเมาแล้วอินเอนร์ในตัวมันจะแสดงออกมานะ อินเนอร์หนูเป็นสาวน้อยวัยแปดขวบใช่มั้ยลูก 55555555555555555

    กลับมาที่ท่านลุง ท่านลุงงงงงงงงงงง โตๆแล้วต้องใจกล้าข่ะ บุกเข้าไปอย่าได้แคร์ เห็นมั้ยโทรไปแล้วเค้าจำเสียงได้เลยน้า ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่ แต่ลุงสกิลก็ไม่ใช่ย่อยนะคะ เสตปจีบมาเต็มฟฟฟฟฟฟฟ /เขิน /อยากมีหนุ่มโทรมาชวนกินกาแฟบ้าง งี้ด

    แล้ว แล้ว 5555555555 ต้นไม้ดอกไม้แล้วก็เห็ดคืออะไรคะ 5555555555555555 ทำไมฟิคนี้กลายเป็นฟิคตลกอะ น้องชอบจังงง บรรยากาศการคุยคือดี๊ดีอะพี่ทิพย์ ท่านลุงท่านป้าเข้ากันได้ดีมากกกกก ท่านป้าฝากของแทนใจไว้ด้วยฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ /กินดอกแอปเปิ้ลอย่างก้าวร้าว

    น้องหวังว่านักเขียนท่านนั้นจะชอบภาพของท่านป้าแล้วทำตัวเป็นคิวปิดให้ท่านลุงท่านป้าเสียแต่โดยดีค่ะ อาเมน 555555555555

    ป.ล. นักเขียนขายดีคนนั้นเป็นใครกันน้าาาา แกนดาล์ฟ เลโกลัส ธรัลดูอิล …สมอก 555555555555555555555555555555555555 //โดนพี่ทิพย์ตบ

    Like

  10. โอยยยยยยยยยยย เปิดมาก็ขำเลยค่ะ55555555555555 ขำดวาลินที่ดูจะจ้ำจี้จ้ำไช เสี้ยมให้เพื่อนมีเมี—//โดนชก มีแฟนเหลือเกินนนน ท่านลุงก็แหมมมมมมมม โตป่านนี้แล้วยังทำเขินอายเป็นหนุ่มๆหัดจีบซะได้ แล้วประเด็นคือท่านลุงจีบหนักไง แงงงงงงงงเขินนนนนนน เปลี่ยนที่อนันต์กับทั่นป้าได้ไหมคะ อนันต์จะรุกกลั—- แค่กแค่ก พี่ทิพย์อย่าต่อยน้อง

    ว่าแต่ตอนนี้น้องสงสารหลาน55555555คิลีน่าสงสารมาก มากแบบ มากๆค่ะ5555555555 ตอนรับสายนี่ยังดูร่าเริงมุมิอยู่เลยยย พอทั่นลุงขู่เท่านั้นแหละ โอ้ยยยย555555 หางลู่หูตกเลยอ่ะ555555 ว่าแต่ทำไมคิลีเมาแล้วเรื้อนคะ5555 อะไรคือการเอาเดรสแม่มาใส่เป็นทิงเกอรเบล ทำไมต้องทิงเกอเบล55555555555 น้งนึกภาพออกมาเป็นทิงเกอเบลตัวใหญ่ชุดแทบปริขนยุบยับเต็มตัวทั้งหนวดขนแขนขนหน้าแข้งขนหน้าอก กรี้ด555555555555 นี่มันฝันร้ายยยยแงงงงงงงงง

    โอ้ยยยยย แล้วพอโทรไปชวนกินขนมนี่อือหือออออออออออออออ ท่านลุงรุกจีบอ่ะะะะะ รุกเต็มตัวเลยอ่ะะะะะ ทำแบบนี้ไม่ดีต่อหัวใจแฟนเกิวนะคะฮืออออออ ท่านป้าไม่เขินละลายเป็นเยลลี่ได้นับว่าทั่นป้าแน่มากค่ะแออออออออออออ

    บรรยากาศในร้านดี๊ดีค่ะพี่ทิพย์ เขาดูคุยกันอบอุ่นมุ้งมิ้งน่ารักมากกกก เคมีเข้ากันอย่าได้รอช้าค่ะทั่นป้าาา คว้าไว้เล— /เดี๋ยวๆ ดีจนกระทั่งพูดถึงเห็ด555555555 ไม่วายมาถึงฟิคนี้นะคะพี่ทิพย์55555555 ตอนอ่านนี่จู่ๆน้องก็ลั่นอ่ะะะ คือลั่นเลยแงงงงง555555555 ทั่นลุงเองก็ลั่นเห็นเปล่าาาาาาฮืออออออตลกกกกกก5555555

    น้องเห็นแววนักเขียนแล้ว เห็นด้วยกับฟ้าเลย นี่ต้องเป็นคิวปิดให้ท่านลุงท่านป้าแน่ๆ!! โอยยย มาลุ้นตอนหน้ากันว่านักเขียนจะเป็นใครใช่ไหมคะฮืออออ สมมติว่าเป็นสมอกนี่จะทำยังไง คงเแ,ลป็นนักเขียนมีเหนียงเจ็ดชั้นนอนอืดไม่ยอมปั่นต้นฉบับจนกว่าจะได้ฟีลแน่ๆ//พี่ทิพย์ชก

    Like

  11. โอ้ยยย สงสารคิลีตอนลุงธอรินนขู่ว่าจะแฉคลิปเมา จนขโมยชุดแม่มาใส่ บิลโบ้นี่ก็มึนๆ. พี่ทิพย์ทำน้องเขินจนกนะชากหมอนขาดละ(?) #อะไรของแก

    Like

  12. ท่านลุงคะ ช่วยนำเสนองานของ(ว่าที่)ท่านป้าแก่นักเขียนคนนั้นหน่อยสิคะ ส่งเสริมอุตสาหกรรมในครอบครัวหน่อยค่ะ อิอิอิ

    มันน่ารักมากอ่ะ ดิสก็น่ารัก ดวาลินกับคุณหลานๆก็น่ารัก ดูเชียร์กันสุดติ่งอ่ะ คงเห็นพี่/เพื่อนขึ้นคานสิเน้~ ท่าทางยิ้มๆล้อๆตอนจะกลับหลังเต้นรำก็ด้วย บ้านนี้ครื้นเครงในแบบของตัวเองดีจริงๆ ^+++^
    กรี๊ดกร๊าดกับความเหนือชั้นของท่านลุงจริงๆค่ะ อู้ยยยย ร้าย~ มั่ก~ ตอนแบล็กเมล์หลานนั่นน่ะ ขู่เฉยๆไม่พอนะ มีคลิปด้วย! lol ร้ายค่ะ ร้ายมาก~ หมาน้อยก็มีรีแอ็กชั่นตอนโดนข่มขู่ชวนฮาเหมือนกัน แต่ที่สำคัญคือ ไอ้อาการตอนเมาแล้วอยากเป็นทิงเกอเบลนี่มันอัลไลคะ? lol
    อยากได้คนแบบบิลโบมาอยู่ใกล้ๆเลยนะ รู้สึกว่าชวนสบายใจดีจริงๆ น่ารักน่ากอดมากๆเลย ^///^
    ปล.จะขำกึกก็ตรงเห็ดนี่แหละ 555

    Like

  13. คืออ่านมาถึงตอนคิลีนี่ขำค้างนานมากค่ะคุณทิพย์ แบบปล่อยก๊ากจนน้องมอง5555555555
    โอ้ยยยย มันน่ารัก น่ารักที่สุดดดด อ่านแล้วจิกหมอนรัวๆค่ะ ฟิน ไม่รู้ใครเป็นบ้าง ตอนที่บรรยายถึงสายตาของดวาลิน เราเองก็ทำตาม ฟฟฟฟฟฟฟ
    ชอบตอนบิลโบยิ้ม น่ารักน่าหยิกมากให้ตายเถอะะะะะ ถ้ายิ่งธอรินยิ้มนี่คงจมกองเลือดตัวเองตายก่อนแน่เลยค่ะ5555 #งานมโนต้องมา
    ขอบคุณที่ยังเขียนคู่นี้นะคะ เรารักคู่นี้มากกกกเลยค่ะ
    ชอบบรรยากาศแบบนี้ โมเม้นต์แบบนี้ จะรอตอนต่อไปนะคะ

    Like

  14. อิลุงงงงงงงง เอาอิป้าไปวาดปกสิค้าาาาาาาา อยากคุยนานแค่ไหนก็ให้งานไปแค่นั้นแหละค่าาาาาา ใช้งานให้เหมือนทาสแล้วตามจิกหน้าปกทั้งวันทั้งคืนเลยดีมั้ยคะจะได้อยู่ด้วยกันนานๆ ><!!!! แฮ่กๆๆๆ #มโนขึ้นสมอง #teammajestic

    Like

  15. ลุงกับป้าน่ารักมากเลยง่ะ แง่งงงง
    เป็นฟิคที่แบบอุ่น ละมุน จนอยากออกไปนั่งจิบชาในคาเฟ่ระหว่างอ่านฟิคของพี่ทิพย์มากกก แต่กลัวจะหลุกขำ 555 โดยเฉพาะเรื่องของคิลี ฮามากก “คิลีส่งเสียงครางเหมือนลูกหมาที่โดนเหยียบพุงแป๊ดๆ” ฮรืออ ตลก. #ขำหนักมาก

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s