[The Hobbit Fic][ThorinBilbo] Going to One Wedding Brings on Another (3)

 
 
Going to One Wedding Brings on Another
The Hobbit fanfiction by Tippuri~ii *
 
 

 

 
 

Pairing:  Thorin Oakenshield x Bilbo Baggins
Fandom: The Hobbit
Type: AU fanfiction

 
 

 

 * แฟนฟิคชั่นเซ็ตนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเซ็ตนี้มีแฟนฟิคชั่น BL..ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 
 
 
************************************
 
 
Chapter 3
 
When I am numbering my foes, just hope that you are on my side my dear

 

 

 

 

 

สำนักพิมพ์ของธอรินเป็นสำนักพิมพ์ที่โด่งดังระดับที่ชื่อติดหูของเหล่านักอ่านในประเทศเป็นอย่างดี เอเรบอร์พับลิชชิ่งตีพิมพ์หนังสือหลากหลายแนวตั้งแต่นิยายสำหรับวัยรุ่น นวนิยายทั่วไป หนังสือสารคดี ไปจนถึงพวกหนังสือโต๊ะกาแฟเล่มใหญ่โตเลยทีเดียว

 

 

 

 

และอีกแนว — แนวที่ธอรินทำให้รู้สึกอยากต่อยกำแพงเสมอเวลาที่นึกถึง — ก็คือนิยายโรมานซ์สำหรับผู้ใหญ่นั่นเอง

 

 

 

 

แต่ถ้าว่ากันตามจริงแล้ว…สิ่งที่ธอรินอยากจะต่อยจริงๆ ก็คือหน้าของนักเขียนดาวเด่นของแผนกนี้มากกว่า ทีแรกนั้น…เขาคิดว่าผลงานของธรันดูอิล เอลเวนคิงก็คงกลายเป็นหนังสืออีกเล่มที่ถูกลืมบนแผงหนังสือ แต่เรื่องราวก็กลับตาลปัตรเมื่อนิยายโรมานซ์เรื่องนั้นกลับกลายเป็นท็อปฮิตที่ได้ขึ้นแท่นหนังสือแนะนำในทุกคอลัมน์วิจารณ์และดังเปรี้ยงปร้างแบบปากต่อปากด้วย ทำให้ธอรินไม่มีทางสลัดเจ้าคนท่ามากจอมหยิ่งและปากจัดเหลือใจอย่างชายหนุ่มผมสีสว่างไปได้แล้วก็จำใจต้องเซ็นสัญญารับเจ้าตัวเข้าเป็นนักเขียนประจำของสำนักพิมพ์อย่างไม่มีทางเลือก

 

 

 

 

แต่ก็เถียงไม่ได้เลยว่าธรันดูอิลมีความสามารถเท่าๆ กับความน่าเตะของเจ้าตัวเอง…เพียงแค่ในชั่วเวลาครึ่งปี ยอดขายจากแผนกนิยายโรมานซ์ก็พุ่งสูงจนทำให้หุ้นของเอเรบอร์พับลิชชิ่งมีราคาในตลาดขึ้นอีกมาก และเพราะลึกๆ แล้วเขาก็รู้ว่าถ้าธรันดูอิลจะล้มสัญญากับสำนักพิมพ์ของตนแล้วไปร่วมงานกับสำนักพิมพ์อื่นที่เสนอผลตอบแทนสูงกว่าก็ได้ แต่ชายหนุ่มผมสีสว่างก็ไม่ทำ…ธอรินเลยยอมอดทนกับความเรื่องมากปากจัดของอีกฝ่ายมาจนถึงวันนี้

 

 

 

 

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกการนัดพบของทั้งสองจะไม่ได้เปี่ยมด้วยรัศมีอยากบีบคอกันและกันหรอกนะ

 

 

 

 

แถมในวันที่ธอรินต้องจำใจกล่าวลารอยยิ้มละไมของบิลโบ แบ็กกินส์และกาแฟดีๆ ของคาเฟ่เอสลินเพราะต้องมาประชุมกับเจ้าคนจอมหยิ่งนิสัยเสียแบบนี้…ยิ่งไม่ต้องหวังถึงบรรยากาศประนีประนอมกันเลยทีเดียว

 

 

 

 

“บอกฉันมาซิ…” ธอรินพยายามสูดลมหายใจลึกๆ…เอามือจับแผ่นกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าตนไว้ เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจได้ยื่นมันไปเขย่าคอคนตรงหน้าเอาได้ “…ทำไมนายไม่โอเคกับสักปกตรงนี้เลยหา?”

 

 

 

 

ธรันดูอิลกอดอกยักไหล่แบบไม่แคร์สิ่งใด “นายหูตึงรึไงกันโอเคนชีลด์? ก็ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่เข้ากับธีมเรื่องฉันเลย”

 

 

 

 

ธอรินแทบคำรามแล้ว บนโต๊ะที่กั้นกลางระหว่างเขากับธรันดูอิลอยู่นั้นเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษ…ภาพสีมากมายที่ล้วนแต่เป็นหลายๆ ไอเดียกับนิยายเรื่องใหม่ล่าสุดของชายหนุ่มผมสีอ่อน ซึ่งธอรินก็ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมเจ้าตัวถึงได้ปฏิเสธทุกภาพทั้งๆ ที่เหล่านักวาดพวกนี้ก็คือคนที่วาดปกให้ธรันดูอิลมาตลอดแท้ๆ

 

 

 

 

“ทำไมจะไม่ใช้นักวาดคนเดิมหา??” ชายหนุ่มผมดำตวัดเสียง “นายก็โอเคกับพวกเขามาตลอดนี่”

 

 

 

 

 

คุณนักเขียนไม่สนใจสายตาข่มขู่ใดๆ ของธอรินทั้งนั้น ร่างสูงโปร่งยักไหล่พร้อมเอนตัวเข้าพิงพนักเก้าอี้อย่างน่าหมั่นไส้ “ก็เพราะพวกเขาคือคนเดิมนี่แหละ…โอเค ฉันชอบทุกงานที่ผ่านมา แต่ประเด็นก็คือเล่มนี้มันเป็นนิยายคนละแนวไปแล้ว…ฉันเลยต้องการให้มันดูไม่เหมือนเดิมเลยสักนิดเดียว

 

 

 

 

 

ธอรินถอนหายใจฮึ่ม…ถึงเขาจะไม่ชอบขี้หน้าธรันดูอิลเลยสักนิด แต่ความรับผิดชอบต่องานอันเต็มเปี่ยมก็ทำให้ชายหนุ่มอ่านนิยายเรื่องใหม่ของอีกฝ่ายทุกตอนเสมอเมื่อเจ้าตัวเอาต้นฉบับบทใหม่มาส่ง และก็จริงดังที่เจ้าตัวว่า…‘ฟิลิปปากับปริศนาดอกไม้เจ้าสาว’ เป็นนิยายโรแมนติกอบอุ่นแต่แฝงปมสืบสวนไว้ด้วย เป็นอะไรที่ฉีกสไตล์ความฮอตแฟบูลัสอันอลังการอย่างที่ธรันดูอิลเคยเขียนมาตลอดโดยสิ้นเชิง ดังนั้นการจะใช้ปกแนวเดิมก็ดูจะเป็นเรื่องไม่ค่อยจะเหมาะจริงๆ

 

 

 

 

 

ดอกไม้งั้นเหรอ… 

 

 

 

 

คำคำนี้ทำให้ธอรินอดไม่ได้ที่จะลอบมองสมุดโน้ตเล่มเล็กที่วางอยู่ใต้มือของตน…ที่บนหน้าปกนั้นคือรูปวาดแผ่นน้อยที่บิลโบให้มา ชายหนุ่มเอามันออกจากกระเป๋าโค้ทมาแล้วเตรียมจะแทรกไว้ในสมุดโน้ต…การกระทำละเอียดอ่อนที่ไม่เคยเกิดขึ้นบ่อยๆ เลย และธอรินก็ดื้อดึงที่จะบอกตัวเองว่าตนทำไปก็แค่เพื่อให้ภาพไม่ยับ ไม่ใช่เพราะอยากจะเก็บรักษาทุกอย่างให้สวยงามเหมือนเดิมไปนานๆ เลยแต่อย่างใด

 

 

 

 

เป็นอีกครั้งที่ธรันดูอิลพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นจอมจุ้นนิสัยเสีย เพราะดวงตาสีเงินนั่นมองปราดตามสายตาของธอรินไปที่ปลายนิ้วของเขา แล้วก็ยื่นตัวเข้ามาหาทันทีเพื่อมองให้ถนัดๆ

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำตวัดเสียงเหมือนคำรามขู่ทันที เลื่อนสมุดหนี “มารยาทน่ะมีบ้างไหมหา??”

 

 

 

 

“มี แต่ไม่จำเป็นต้องใช้กับนาย” ธรันดูอิลโต้ทันทีแบบไม่กระพริบตา ความสามารถที่สั่งสมมาจากการทำงานด้วยกันนานปี “นั่นคือรูปวาดรึเปล่าน่ะ?”

 

 

 

 

ธอรินพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ “ใช่…สีน้ำน่ะ”

 

 

 

 

ธรันดูอิลเอนตัวห่างออกไป ก่อนจะยื่นมือมาดีๆ แทนการขออนุญาต ทำให้ธอรินกลอกตาพร้อมส่งเสียงเฮอะๆ แต่ก็ส่งกระดาษแผ่นน้อยนั่นให้ในที่สุด…ชายหนุ่มผมสีสว่างพินิจมันอยู่สักครู่เลยทีเดียว แล้วจึงค่อยส่งคืนเขามา

 

 

 

 

“คนวาดเขาให้นายมาเองเหรอ?” การสังเกตใกล้ๆ ย่อมทำให้ธรันดูอิลมองออกแล้วว่ามันคือภาพวาดด้วยมือ ไม่ใช่งานพิมพ์ “นายยังมีจะได้คุยกับเขาอีกไหมน่ะ?”

 

 

 

 

คำถามนี้ทำให้ธอรินเงียบไป…เพิ่งตระหนักขึ้นมาได้ว่าตนไม่เหลือเหตุผลใดในการไปพบกับบิลโบ แบ็กกินส์อีกแล้ว ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งคนนั้นดูมีความสุขดีกับมื้อเที่ยงที่เพิ่งผ่านไป…แต่ธอรินก็พอจะรู้แล้วว่าความอ่อนโยนเป็นมิตรนั้นคือนิสัยหลักของเจ้าตัว สิ่งที่น่าจะทำให้ทุกอย่างชัดเจนจริงๆ จึงควรจะเป็นข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีการเอ่ยคำใดอันหมายความถึงการพบกันใหม่ตอนกล่าวลามากกว่า

 

 

 

 

นั่นสินะ…เห็นอยู่แล้วนี่นะว่ามันไม่มีอะไรให้หวังเลย… 

 

 

 

 

“ไม่หรอก” ธอรินเอ่ยเงียบๆ “คงไม่ได้คุยกันแล้วล่ะ”

 

 

 

 

ท่าทางว่านี่จะไม่ใช่คำตอบที่ธรันดูอิลต้องการจะได้ฟัง…คิ้วหนาๆ สีเข้มนั่นจึงขมวดฉับทันที กอดอกเชิดหน้าอย่างไม่แคร์สิ่งใดตอนเอ่ยคำขาด

 

 

 

 

“ไม่คุยก็ต้องไปหาทางคุยแล้วล่ะ…เพราะฉันจะให้เขาเป็นคนวาดปกให้ฉัน”

 

 

 

 

ธอรินเกือบหลุดอ้าปากค้างเสียแล้ว อยากตะโกนใส่หน้าอีกฝ่ายนัก “นายพูดบ้าอะไรของนาย??? นายก็เห็นรูปนี้แล้วนี่…เขาวาดแต่อะไรนุ่มๆ แบบนี้แหละ ไม่ใช่แนวกากเพชรเวรตะไลแบบที่นายชอบนะ”

 

 

 

 

“นายได้ยินฉันชัดไปแล้วล่ะนะ” ธรันดูอิลกอดอกยักไหล่แบบเกร๋ๆ “ติดต่อเขามาให้ได้ หรือไม่อย่างนั้นก็ยืนมองฉันกับลิขสิทธิ์นิยายกากเพชรเวรตะไลที่ยอดขายเป็นแสนๆ เล่มเดินออกจากตึกแบบไปแล้วไปลับ…เชิญนายเลือกเอาเองก็แล้วกัน”

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำสาบานกับตัวเองว่าจะไปหาซื้อที่ทับกระดาษให้เร็วที่สุด…เพราะลิสต์คนที่เขาอยากเอามันปาหัวดูจะเพิ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ แบบวันต่อวันเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ธอรินใช้เวลาสามวันในการหยิบๆ วางๆ โทรศัพท์มือถือเลยทีเดียวก่อนที่จะหงุดหงิดตัวเองจนกดโทรในที่สุด

 

 

 

 

สัญญาณดังชั่วครู่ แล้วบิลโบก็รับสาย น้ำเสียงระมัดระวังแต่ก็เป็นมิตรอย่างเวลารับสายจากเบอร์อันไม่คุ้น “สวัสดีครับ?”

 

 

 

 

ไม่รู้ตัวเลย…แต่แววตาและน้ำเสียงของธอรินอ่อนลงจนแทบจะเจือยิ้มจางๆ “หวัดดี…”

 

 

 

 

“โอ…” ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งอุทานเบาๆ…รอยยิ้มของเจ้าตัวเองก็แทบจะเป็นที่ได้ยินผ่านสายโทรศัพท์มาเลยทีเดียว ทำให้ธอรินคิดถึงชาอุ่นๆ กลิ่นหอมละไม “…หวัดดี”

 

 

 

 

ธอรินส่งเสียงฮึมฮัมนิดหน่อย ก่อนจะค่อยๆ เริ่มบทสนทนา…เขาถามถึงความเป็นไปของงานชิ้นปัจจุบันของบิลโบ และเมื่อสบโอกาส ธอรินก็ถามเพิ่มเติมว่าอีกฝ่ายสนใจจะรับงานทำปกนิยายบ้างไหม

 

 

 

 

“ธรันดูอิล เอลเวนคิง?” เสียงของบิลโบงงงันอย่างที่สุด ไม่ต้องสงสัยเลย…นักอ่านตัวยงอย่างเจ้าตัวจะต้องเคยได้ยินชื่อนักเขียนจอมหยิ่งในสังกัดสำนักพิมพ์เขาแน่นอน และก็คงรู้ดีด้วยว่าชายหนุ่มผมสีสว่างนั้นเขียนหนังสือแนวไหน…เพราะบิลโบเอ่ยถามต่ออย่างงงๆ เหมือนเดิม “โทษทีนะ…แต่นี่นายล้อเล่นรึเปล่า?”

 

 

 

 

ธอรินถอนหายใจ ตามกฎแล้ว…เขาไม่ควรเล่าถึงโปรเจคใหม่ที่จะเป็นเซอร์ไพรส์ใหญ่ของวงการให้คนนอกฟังแบบนี้ แต่ในเมื่อธรันดูอิลดึงดันจะไม่เปลี่ยนใจ…ธอรินก็คิดว่าตนก็ควรได้อภิสิทธิ์ในการทำอะไรพลิกแพลงบ้างไม่มากก็น้อย ชายหนุ่มเลยเล่าคร่าวๆ ถึงนิยายเรื่องใหม่ที่ต้องการปกให้เข้ากันกับพล็อตเรื่อง และเจตจำนงของธรันดูอิลว่าต้องการให้บิลโบมาเป็นคนรับหน้าที่จัดการเรื่องนี้

 

 

 

 

“แต่ถ้านายไม่โอเคก็ไม่เป็นไรหรอกนะ” ยังไงบาลิน — พี่ชายของดวาลิน— ก็เป็นทนายมือเยี่ยม ธอรินมั่นใจว่าเจ้าตัวจะต้องมีไม้เด็ดในการร่างสัญญามัดมือธรันดูอิลให้ติดแหง็กกับเอเรบอร์พับลิชชิ่งอยู่บ้างแหละน่า…เขาเลยไม่คิดจะกดดันให้บิลโบต้องลำบากใจอะไร “เพราะปกตินายก็ไม่ได้รับงานแนวนี้ใช่ไหมล่ะ…ฉันเข้าใจ”

 

 

 

 

“อืม…” บิลโบครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยตอบ “จริงๆ ฉันก็อยากลองนะ มันดูเป็นงานที่น่าสนใจมากเลย แต่…”

 

 

 

 

ธอรินประหลาดใจจนทำได้แค่ทวนคำ “แต่?”

 

 

 

 

น้ำเสียงของคนปลายสายฟังดูละอายใจและรู้สึกผิดเล็กๆ…พยายามจะอธิบายให้นุ่มหูที่สุด “แต่…ฉันอยากลองอ่านตัวนิยายก่อนจะได้ไหม ไม่ต้องทั้งเล่มก็ได้ บทแรกๆ นิดเดียวก็พอแล้วล่ะ…ฉันแค่ต้องรู้ก่อนน่ะว่าตัวเองพอจะนึกภาพตามแล้ววาดออกมาได้ไหม…”

 

 

 

 

นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับคนที่อยู่ในวงการสิ่งพิมพ์และได้เจอะเจอกับเหล่านักวาดมากหน้าหลายตาอย่างธอริน…ชายหนุ่มจึงไม่รู้สึกเลยว่าเงื่อนไขการรับงานของบิลโบเป็นอะไรที่ฟังดูจุกจิกเรื่องมาก พูดตามตรงแล้ว…เขาดีใจมากแล้วด้วยซ้ำที่อย่างน้อยชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งก็มีท่าทีสนใจจะรับงาน

 

 

 

 

“ได้สิ นายลองมาดูๆ ก่อนก็ได้…” ธอรินพูด แล้วก็แอบปวดหัวน้อยๆ อย่างกังวลเมื่อนึกขึ้นได้…กฎเหล็กของสำนักพิมพ์ที่ว่าด้วยการห้ามให้ต้นฉบับไปก่อนจะมีการตกลงรับงาน

 

 

 

 

ท่าทางบิลโบก็พอจะเดาได้ว่าอะไรกำลังทำให้เขาชะงักไป เพราะอีกฝ่ายเป็นฝ่ายพูดขึ้นเสียเอง ช่วยธอรินไว้จากการต้องเรียบเรียงประโยคให้ฟังไม่ขัดหู

 

 

 

 

“นายไม่ต้องอีเมลต้นฉบับมาหรอก ฉันไปดูเองดีกว่า…” น้ำเสียงที่ฟังดูมั่นใจและนุ่มนวลมาตลอดกลับอึกๆ อักๆ ตรงประโยคนี้ “หรือ…หรือเราจะนัดเจอกันอีกก็ได้…”

 

 

 

 

ความร้อนแตะแต้มบนผิวหน้า แต่ธอรินปฏิเสธที่จะเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง

 

 

 

 

“ก็ได้” เขาตอบ…เสียงดุๆ ห้วนห้าวกว่าทุกที เพราะงุ่นง่านนักกับหัวใจที่อยู่ๆ ก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมา “ที่เอสลินเหมือนเดิมก็แล้วกัน ดีไหม?”

 

 

 

 

บิลโบเอ่ยตกลงและนัดวันเวลามา…สัญญาณที่บอกให้รู้ว่าเวลาของการวางสายได้มาถึงแล้ว ซึ่งธอรินก็กำลังเตรียมจะเอ่ยคำลาอยู่เลยทีเดียว…หากอีกฝ่ายไวกว่า

 

 

 

 

“เอ่อ…คือว่า…”

 

 

 

 

แว่วเสียงสูดลมหายใจนิดๆ…แล้วประโยคต่อมาก็เป็นน้ำเสียงที่รวบรวมรายละเอียดของภาพรอยยิ้มซนๆ หากนุ่มนวลของบิลโบไว้ได้อย่างครบถ้วนที่สุด

 

 

 

 

“ฉันดีใจนะ…ที่พวกเราจะได้เจอกันอีกน่ะ”

 

 

 

 

ดวงตาสีฟ้าอมเทากระพริบอย่างว่างเปล่า ชั่ววินาทีแสนสั้นที่ยาวนานราวเวลาหยุดเดินสำหรับธอริน

 

 

 

 

เขาส่งเสียงฮึมฮัมในที่สุดเมื่อรู้สึกตัว รอยยิ้มแต่งแต้มบนมุมปากโดยไม่รู้ตัวตอนที่เอ่ยตอบ

 

 

 

 

“เหมือนกัน” น้ำเสียงนั้นยังคงห้วนห้าว…หากคนฟังรับรู้ได้ถึงกระแสอ่อนโยนที่เจือมา ทุ้มต่ำนุ่มนวลราวเสียงเชลโล “…ฉันก็อยากจะเจอนายอีกครั้งเหมือนกัน”

 

 

 

 

รอยยิ้มยังคงระบายอยู่บนเรียวปากของธอรินแม้ว่าเขาจะกดวางสายไปแล้ว…แต่มันก็หายวับไปทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมาพบเพื่อนซี้กับหลานชายคนเล็กและคนโตที่ยืนค้างเติ่งกันอยู่ตรงหน้าประตูห้องทำงาน เห็นได้ชัดว่าทั้งสามคงเพิ่งเดินเข้ามา แต่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นก็ยังคงทันที่จะได้ยินประโยคท้ายๆ ของบทสนทนาทางโทรศัพท์ของเขาอยู่ดี…ตัดสินจากสีหน้าเหวอๆ กับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อันน่าเตะของแต่ละคน

 
 
 
 
 
 
 
 
ธอรินไม่เคยหวังให้บนโต๊ะตัวเองมีที่ทับกระดาษสักสามอันเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
tbc.
 
************************************
 
 
 
สวัสดีค่ะ ไม่ได้อัพฟิคซะนานตั้งแต่วันงานหนังเลย เพราะมีเรื่องให้ทำตลอดเลยค่ะ ตอนนี้อยากติ่งมากๆค่ะ ฮาาาาาา
 
 
 
พูดถึงงานหนัง…ตอนนี้เราเปิดให้สั่งฟิครอบไปรษณีย์แล้วนะคะ รายละเอียดตัวเล่ม+เดดไลน์การโอนอยู่ในลิ้งนี้เลยค่ะ ใครสนใจก็เปิดอ่านได้เลยนะคะ 😀 >> รายละเอียดฟิครอบไปรฯจากงาน Movie Carnival 3

บทนี้ สนุกมากค่ะทีได้เขียนธอรินกับธรันดูอิลด่ากัน55555555 และดีใจด้วยที่ได้เขียนถึงธรันดูอิลในโหมดนักเขียน…คือเราแอบมโนไว้ในใจนานแล้วค่ะว่านางจะต้องเป็นนักเขียนนิยายแนวหนุ่มหล่อร้าย สาวสวยหยิ่ง และโซ่แส้กุญแจมืออันข้อมูลเป๊ะดีเลิศ ไม่เหมือนนิยายหลายเฉดสีเรื่องหนึ่งที่ขายว่อนทั่วแผงน่ะค่ะก้ากกกกก ความฮอตตาโกะแฟบูลัสนี้จะต้องสะเทือนวงการแน่นอนค่ะ
 
 
 
 
….แต่แน่นอนว่าเขียนไปมากๆก็ต้องมีเปลี่ยนแนวมามุ้งมิ้งมาก มอบโอกาสให้ท่านลุงท่านป้าได้มาทำงานด้วยกันบ้างอะไรบ้างค่ะ อิ///////อิ
 
 
 
 
เรื่องนี้อาจเป็นฟิคไม่ยาวเท่าไหร่แล้วก็รั่วๆแซวตัวละครไปหมด แต่เราสนุกที่ได้เขียนมันมากเลยค่ะ หวังเป็นอย่างยิ่งนะคะว่าทุกคนจะเอนจอยด้วยกัน ฮี่ๆ ><
 
 
 
 
 
 
กอดดดดดด
 
 
 
 
 
ทิพย์เองค่ะ
 
 
Advertisements

10 responses to “[The Hobbit Fic][ThorinBilbo] Going to One Wedding Brings on Another (3)

  1. เรารักคาแรคเตอร์ คุณนักเขียนนิยายกากเพชรเวรตะไลมากกกกกกก 5555
    ชอบบบบบบบบบบ
    นางเกร๋ และ ทรงพลังจริงๆๆๆ
    คิดถึงฟิคคุณทิพย์ที่สุด
    รักษาสุขภาพด้วยค่ะ 🙂

    Like

  2. คาแรกเตอร์คุณนักเขียนนิยายโรแมนซ์แสนแฟบูลัสทำเราขำก๊ากเลยค่ะ
    ฟิคน้องทิพย์ยังละมุนละไมเหมือนเคย
    รอติดตามตอนต่อๆไปนะคะ 🙂

    Like

  3. 55555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555

    เปิดด้วยเสียงหัวเราะยาวๆได้มั้ยคะ โอ๊ยพี่ทิพพพย์ ฟ้าไม่ไหว ขำค้างงงง ขุ่นแม่กลายเป็นนักเขียนนิยายแฟบูลัสฮอตตาโกะกลิตเตอร์กากเพชรเวรตะไลระยิบระยับฟุ้งฟิ้งไปแล้ว 555555555

    น้องชอบตอนฉากปะฉะดะบก.นักเขียนมากเลยค่ะ แซ่บจริงๆ เห็นภาพขุ่นแม่นั่งจิกตาไขว่ห้างสะบัดผมพริ้วๆเลย 555555 อยากมอบที่ทับกระดาษให้ขุ่นธอรินจริงๆ /โถ /ตบบ่า

    แล้วโมเม้นลุงป้าก็ยังเป็นอะไรที่หวานละมุนมุ้งมิ้งๆเหมือนเดิม แงงงงง น่ารักจังเลยยย บิลโบ้คราวนี้สุภาพเป็นมิตรจนไม่อยากนึกเป็นมาร์ตินเล่นเลยค่ะ /ภาพชูนิ้วทักทายลอยมา ถถถถถถถถถถ

    แต่โดยสรุป ยังไงนะธอริน นายต้องขอบคุณขุ่นแม่ที่เป็นกามเทพให้คราวนี้อยู่ดีนะ หึหึหึหึหึหึหึ

    หึหึหึหึหึหึหึึหึหึหึหึหึหึ /ยิ้มมุมปากแบบสามสหายที่โผล่มาปิดท้าย

    Like

  4. ชอบธรันดูอิล ฮามากเวลาเถียงกะธอริน555
    แย่งซีนท่านลุงป้าเลยทีเดียวเชียว ด้วยนิยายกากเพชรเวรตะไลของนาง ก็นะ… เกร๋ๆ 55555555
    บิลโบน่ารักมากเลยแงฟฟฟฟฟ ท่านป้า~
    ปล. จะเม้นต์ตั้งแต่่เมื่อคืน ปรากฏว่าหลับคาโทรศัพท์ค่าถถถถถถ

    Like

  5. ไปลั่นตรงคำว่า “แนวกากเพชรเวรตะไล”นี่แหละค่ะ ถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ
    โอยยยยยย ละซีนคุยโทรศัพท์กันตอนท้ายนี่มันอาร้ายยยยยยยยยยยยย ละมุนไปไหนนนนนน ฮืออออฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    งานนี้ธอรินต้องขอบคุณธรันดี้ละนะ ไม่งั้นแกจะเอาข้ออ้างที่ไหนไปเจอเขาอีกห๊าาาา #โดนปาด้วยที่ทับกระดาษ

    ตอนนี้วิญญาณเราพุ่งไปนั่งรอที่ร้านเอสลินแล้วค่ะ =w=

    Like

  6. กี๊สสสสสสส ธรันดูอิลลลลล555555
    มาแบบเชือดเฉือนมากอ่ะค่ะ แต่ก็แบบนะ ไอแนวกากเพชรอะไรนี่มันสไตล์นางจริงๆก้ากกกกกกก แต่ถ้าไม่มีนางก็หมดข้ออ้างละค่ะถถถถถ
    ฮาแปบค่ะถถถถถถถ
    ละที่ทับกระดาษคือระ ชอบเขินละใช้กำลังหรออเตงเชอะๆๆๆ//โดนที่ทีบกระดาษปาใส่
    นี่นึกถึงตอนที่สามคนเข้ามาละทำหน้าแบบ…..ละมันสะใจยังไงไม่รู้ค่ะแงงงงงงง
    ประโยคสุดท้ายนี่คือออออออ วอทเดอะะะะ ถ้าพี่ฟาสมาพูดกะน้องคือจะไม่เกรงใจเจมเเมคเลยค่ะฟฟฟฟฟฟ# โดนตบบบ

    Like

  7. อ่านๆไปแล้วลั่นตอนธอรินกับธรันดูอิลเถียงกัน 5555
    ชอบตอนลุงกับป้าคุยกัน นี่ขนาดคุยกันทางโทรศัพท์ยังละไมขนาดนี้ ยิ่งถ้าเป็นเสียงของริชาร์ดด้วยแล้ว…..#กรีดร้องอย่างก้าวร้าวพร้อมเอาเล็บตะกุยหน้าจอ

    Like

  8. อ่านถึงตรงนิยายกากเพชรเวรตะไลแล้วน้องลั่นเลยค่ะ555555555555555555
    ช่างเหมาะกับเสด็จเตี่ยมากๆเลยค่ะอิอิอิ
    รออ่านตอนต่อไปนะคะ ^w^

    Like

  9. อ่านไปก็ยิ้มไปเสมือนตัวเองได้กลิ่นความหวานลอยมาจริงๆค่ะ
    ยิ่งนึกถึงรอยยิ้มนี่ ฟินไปสามบ้านแปดบ้าน55555
    ธรัลดูอิลยังเฟบูลัสได้แซ่บเหมือนเดิม ถ้ามีโอกาสก็อยากเห็นปกเหมือนกันค่ะ
    ปล.ปลื้มปริ่มกับฟิคนี้สุดๆฟินจิกหมอนกว่านี้มีอีกไหมมมมมม

    Like

  10. มัน………. อบอุ่นมากค่ะพี่ทิพย์~~~ ฮวือออออออออออ #จมกองน้ำตาลและปกกากเพชรเวรตะไลตาย แต่พี่ทิพย์คะ นี่มันธอรินบิลโบ้หรือธอรินธรันดูอิลค้าาาาา นางโผล่มาแวบเดียวแต่ความแฟบูลัสบอกเลยว่าลืมไม่ลง 555555555 ชอบๆๆๆๆ ชอบมากค่าาาาา ><

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s