[FassAvoy Fic] In Between the Interviews (1)

 
 
In Between the Interviews 
FassAvoy fanfiction by Tippuri~ii*
 
 

 

    
  

 

Pairing:  James McAvoy x Michael Fassbender

Type: ไม่AUค่ะ ไทม์ไลน์คือช่วงการสัมภาษณ์ของ XMFC ค่ะ

 
 

 

 * แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้มีแฟนฟิคชั่น BL ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

ก่อนจะอ่านฟิค ขอบอกนิดนึง:

– ไม่ใช่ฟิคAUนะคะ และไทม์ไลน์ของฟิคนี้ก็คือช่วงสัมภาษณ์ของ XMFC ค่ะ


– แต่พล็อตเรื่องไม่ได้เรียงตามวันที่ของการสภ.นะคะ เราเลือกมาเขียนตามใจชอบค่ะ


– การอ้างอิงคำพูด/บทพูด อาจจะไม่ตรงตามของจริงนะคะ เพราะทั้งหมดเราฟังเอาเองจากคลิปค่ะ แล้วก็มีทั้งปรับเอาเองให้เข้ากับบริบทฟิคด้วย เพราะงั้นถ้าตรงไหนเราแปลมาผิด เราขอโทษไว้ตรงนี้ก่อนเลยนะคะ TvT


– เพื่อหลอกให้ตัวเองสบายใจขึ้นมาบ้าง…เจมส์โสดนะคะฟิคนี้ ก้ากกกกกกกก

 

 

 
************************************
 
 
 
 
 

Chapter 1

 

 

 

 

 

“มันยากก็ตรงที่ผมอยากจะได้คนที่เคมีตรงกับเจมส์จริงๆ มารับบทนี้น่ะ” 

 

 

 

 

เจมส์ แมคอาวอยมองหน้าตาอันคุ้นเคยของคุณผู้กำกับที่ตอนนี้เป็นภาพเคลื่อนไหวเล็กจิ๋วผ่านจอโทรศัพท์มือถือของเขาเอง…คลิปสัมภาษณ์ของ MTV นี้เป็นสัมภาษณ์ที่เขารู้สึกเองว่าแมทธิว วอห์นได้มีโอกาสพูดลงลึกถึงการออดิชั่นหาตัวคนมารับบทอีริคในภาพยนตร์เรื่อง X-Men: First Class อย่างละเอียดที่สุดแล้ว แต่เพราะคลิปนี้ก็มีหลายช่วงที่เรียกเสียงฮา…พาร์ทของแมทธิวตรงนี้จึงเป็นอะไรที่เขาไม่ค่อยได้หยุดดูจริงจังเลย ทุกประโยคจึงเป็นเรื่องแปลกใหม่ทั้งสิ้นสำหรับเจมส์

 

 

 

 

“เจมส์ก็เลยน่าสงสารไปเลยล่ะตอนนั้น…ต้องเข้ามาที่สตูดิโอทุกวันเพื่ออ่านบทคู่กับคนที่มาออดิชั่นทุกคนเลย” แมทธิวหัวเราะ “เขาก็ถามนะว่าผมจะทำอย่างนี้ไปทำไม ผมก็ตอบประโยคนี้แหละ…ผมอยากได้คนที่เคมีตรงกับเจมส์จริงๆ เท่านั้น” 

 

 

 

 

เจมส์หัวเราะเมื่อได้ฟังประโยคนี้ เพราะเขาจำได้ดีว่าวันที่ความหวังของแมทธิวเป็นจริงนั้นเป็นอย่างไร…ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ปรากฏตัวที่สตูดิโอในมาดที่ไม่มีอะไรสักอย่างเข้าทางคุณสมบัติที่ทุกคนคาดหวังจากตัวผู้รับบทอีริค เจมส์รู้ว่าแมทธิวต้องการให้อีริคดูอายุน้อยหน่อย(ช่วยไม่ได้ที่เจมส์หน้าเด็กเว่อร์) แต่ไมเคิลก็ดันเข้ามาที่สตูดิโอพร้อมหนวดหนาๆ ที่ดูน่าตลกปนชวนให้ร้องไห้…เพราะมันเพิ่มอายุให้เจ้าตัวไปจนเข้าหลักเลขสี่ ซึ่งแค่นี้ก็มากพอแล้วที่จะทำให้ทุกคนไม่หวังอะไรสักนิด

 

 

 

 

แต่เจมส์จำความรู้สึกของตัวเองในตอนนั้นได้…ในขณะที่ทุกคนถอนหายใจ เขากลับขยับยิ้ม…รอยยิ้มที่ชายหนุ่มเองก็อธิบายเหตุผลไม่ได้ มันผลิบานเหมือนดอกไม้ดอกจิ๋ว…เล็กน้อยจนไม่อาจสังเกตได้

 

 

 

 

บรรยากาศของห้องออดิชั่นเป็นอะไรที่ชวนให้อึดอัดเหมือนเดิม…เพราะพวกเขาโดนทิ้งให้นั่งประจันหน้ากันสองต่อสองแต่ก็รู้ดีว่ามีสายตานับสิบมองพวกตนอยู่ผ่านกล้องด้านนอก เจมส์แลกเปลี่ยนยิ้มเจื่อนๆ อันกระอักกระอ่วนกับไมเคิล…ต่างก็เข้าใจความรู้สึกของคนแปลกหน้าที่จู่ๆ ก็ถูกโยนมาให้คุยกันอย่างสนิทสนมเป็นอย่างดี

 

 

 

 

“โอเคนะ” เสียงของแมทธิวดังผ่านลำโพงมา “เริ่มตอนนับถึงสามนะ…หนึ่ง สอง สาม”

 

 

 

 

ความเงียบทิ้งตัวชั่วครู่ ก่อนที่เจมส์จะเริ่มต้นพูดประโยคที่เขาจำได้แล้วขึ้นใจ

 

 

 

 

“เท่าที่ฉันรู้จักนาย…ขอบอกตามตรงว่าฉันประหลาดใจนะที่นายทนอยู่ได้นานขนาดนี้”

 

 

 

 

ชายหนุ่มเอ่ยบทนี้ทั้งในการออดิชั่นและการท่องจำมาจนกำหนดจังหวะการพูดได้แล้ว…เจมส์รู้สึกว่าชาร์ลส์ เซเวียร์ในช่วงอายุของเรื่องนี้เป็นส่วนผสมของความนุ่มนวล อุดมการณ์อันเต็มไปด้วยความหวัง และความผยองจางๆ ตามวัย น้ำเสียงของประโยคจึงเป็นไปด้วยกระแสเย้าๆ หากก็คุมเชิงอยู่ในที…ความมั่นใจว่าคำพูดของตนจะต้องเป็นที่สนใจรับฟังของอีกฝ่าย

 

 

 

 

ปกติแล้ว ท่าทีของผู้มาออดิชั่นคนอื่นที่ใช้ตอบรับในฐานะอีริคจะเป็นความก้าวร้าวหรือเสียงตวัดห้วน หากไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ก็ทำให้เจมส์ประหลาดใจ…เพราะอีกฝ่ายแค่เหลือบตามองมา สบตาตรงและนิ่ง…สีเขียวอมเทานั่นเยียบเย็นไร้ความรู้สึกใดให้อ่านได้ เข้ากับยิ่งนักกับน้ำเสียงที่เอ่ยคำ

 

 

 

 

“นายรู้อะไรเกี่ยวกับฉัน?”

 

 

 

 

เจมส์แทบจะได้ยินเสียงคนด้านนอกสูดลมหายใจอย่างตื่นเต้น…เพราะเขามั่นใจว่าบรรยากาศตึงเครียดหากไม่ได้ข่มกันตอนนี้นั้นเป็นสิ่งที่ชัดเจนยิ่งนัก

 

 

 

 

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ…ในหัวของเจมส์เต็มไปด้วยความรู้สึกสนุกสนานอย่างแปลกประหลาด ราวกับว่าในที่สุด…เขาก็ได้พบคนที่รับมือกับจังหวะบทบาทของตัวเองได้นานกว่าหนึ่งประโยค

 

 

 

 

รอยยิ้มระบายบนเรียวปากโดยไม่รู้ตัว…ผยองมั่นใจหากก็นุ่มนวลตอนเอ่ยทุกพยางค์ตอบกลับไป

 

 

 

 

“ทุกสิ่งทุกอย่าง…อีริค”

 

 

 

 

สีเขียวอมเทานั่นดูจะเขม็งขึ้นอีกนิด น้ำเสียงยังคงเรียบนิ่ง…หากก็กร้าวจางๆ ชัดเจนราวกับจะขู่เตือน “ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามายุ่งกับในหัวฉัน”

 

 

 

 

“ฉันขอโทษ…อีริค แต่ฉันเห็นว่าชอว์ทำอะไรให้นาย ฉันสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของนาย” เจมส์ปรับจังหวะบทเองแบบสดๆ ร้อนๆ…เขาไม่รู้ว่าทำไม หากในวินาทีนี้…ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่าตนอยากจะเอ่ยทุกคำอย่างอ่อนโยนจริงใจ “อีริค…ฉันช่วยนายได้นะ”

 

 

 

 

“ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนาย”

 

 

 

 

“จริงหรือ?” มันเป็นประโยคปฏิเสธอย่างไม่รักษาน้ำใจเลยสักนิด…แต่เขากลับรู้สึกเอ็นดูปนอ่อนใจอย่างประหลาด ความรู้สึกที่ไม่ได้มีให้อีริคตอนออดิชั่นกับคนอื่นเลย “นายยังต้องให้ฉันช่วยอยู่เลยนะเมื่อวาน”

 

 

 

 

ทั้งคู่สบสายตากัน…ก่อนที่เจมส์จะยิ้มบางๆ

 

 

 

 

 “ฉันหยุดนายได้นะ อีริค…แต่ฉันจะไม่ทำ” เสียงนุ่มกล่าว กระแสของการตัดสินใจสุดท้ายชัดเจนในถ้อยคำ “ชอว์มีพรรคพวก…อีริค และนายเองก็มีได้”

 

 

 

 

ฉากนี้จบลงที่ประโยคนี้ แต่ก็ยังคงไม่มีเสียงใดจากลำโพงมาบอกอะไรพวกเขาเลย…เจมส์กระพริบตาแล้วก็ขยับยิ้มงงๆ พร้อมยักไหล่ให้ไมเคิลที่ก็มีสีหน้าแบบเดียวกันอยู่ ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา “แมทธิว? ทุกคน? หลับกันไปหมดแล้วเหรอ?”

 

 

 

 

เสียงหัวเราะระเบิดลั่นออกมาตามลำโพง ก่อนที่คุณผู้กำกับจะเอ่ยตอบ

 

 

 

 

“โทษที…ฉันอยากจะบอกตั้งแต่ประโยคแรกๆ แล้วล่ะว่าให้ไมเคิลออกมาเซ็นสัญญาได้เลย แต่พวกนายดูอินกันเองซะจนไม่มีใครกล้าขัด” แมทธิวยังคงหัวเราะ…ทั้งดีใจและโล่งใจ ปนล้อๆ ในประโยคหลัง “ยินดีด้วยเจมส์…นายไม่ต้องเข้ามาทุกวันอีกแล้วล่ะ เราหาไมเคิลของนายเจอแล้ว”

 

 

 

 

เป็นการล้อเลียนที่น่าอายชะมัด ชายหนุ่มผมดำเลยดีใจนักที่ทุกคนกำลังดีใจกันที่หาตัวคนมารับบทอีริคได้ถูกใจผู้กำกับเสียทีอยู่…เพราะมันมอบโอกาสให้เจมส์ได้หัวเราะสมทบไปด้วยโดยไม่มีใครจับได้ว่าเสียงหัวเราะของเขาฟังดูกระอักกระอ่วนปนขัดเขินนิดๆ ชอบกล

 

 

 

 

 

 

****

 

 

 

“เพราะงั้นตอนที่แมทธิวโทรมาถามว่าผมสนใจบทอีริคมั้ย…ผมก็แทบไม่ต้องคิดอะไรมากเลยพอได้รู้ว่าเจมส์จะเล่นเป็นชาร์ลส์ เพราะผมเป็นแฟนผลงานของเขามาเป็นปีๆ แล้ว…และผมก็คิดว่าเราน่าจะเล่นบทคู่กันแล้วก็ช่วยกันแสดงถึงความสัมพันธ์ซับซ้อนตามเรื่องได้ดีมากเลยด้วย”

 

 

 

 

ดีที่อัลลี่ ผู้สัมภาษณ์สาวจาก Popsugar TV ไม่ได้สังเกตอะไรแล้วก็ยิงคำถามต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง…เพราะเจมส์ต้องใช้เวลาหลายวินาทีเลยทีเดียวในการหายอึ้งจากสิ่งที่ได้ฟัง แปลกดีเหมือนกันที่ทั้งๆ ที่ถ่ายหนังด้วยกันจบไปทั้งเรื่องและมีสัญญาเซ็นต่อเตรียมไว้แล้ว…แต่ไมเคิลกลับไม่คิดจะบอกกันเป็นการส่วนตัวมาก่อนเลยสักคำว่าเจ้าตัวติดตามผลงานของเขาด้วย

 

 

 

 

แล้วไหนจะประโยคสุดท้ายนั่น…เขาไม่เคยนึกเลยว่าไมเคิลจะมองการได้ทำงานด้วยกันในมุมนี้… 

 

 

 

 

ความมั่นใจในตัวเขาที่เจมส์เพิ่งได้รู้ว่าอีกฝ่ายมีให้ตนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีใจแบบตลกๆ ชอบกล…คงเพราะมันช่างเหมือนกันกับสิ่งที่เขาได้ตระหนักในการซ้อมหลายๆ ครั้งถัดมา…ว่าจังหวะของบทบาทการแสดงของตัวเองกับไมเคิลนั้นลงตัวกันพอดี เติมเต็มกันและกันเหมือนอีริคกับชาร์ลส์จริงๆ

 

 

 

 

“ในหนัง ตัวละครของพวกคุณมีพลังพิเศษกันทั้งคู่สินะคะ” หญิงสาวผมทองยิ้มให้อย่างเป็นมิตร “แต่ฉันอยากจะให้พวกคุณบอกฉันค่ะ…ว่าในชีวิตจริงแล้ว เพื่อนของคุณเนี่ยมีความสามารถพิเศษอะไรเด่นๆ บ้าง”

 

 

 

 

“ว้าว…” เจมส์เลิกคิ้ว ก่อนจะตอบสิ่งแรกที่วาบขึ้นมาในหัวออกไปทันที ชี้นิ้วไปทางไมเคิลประกอบคำตอบด้วย “หมอนี่ทำมาร์ตินีได้เยี่ยมสุดๆ เลยล่ะ”

 

 

 

 

อัลลี่พยักหน้าช้าๆ “โอเคค่ะ…”

 

 

 

 

“ส่วนหมอนี่…” ไมเคิลหันมามองเจมส์ตรงๆ…ไม่ได้ใส่ใจเลยว่ามันทำให้กล้องจับภาพหน้าของเจ้าตัวไม่ได้ เสียงทุ้มเอ่ยคำอย่างเนิบช้า…การกระทำที่เขาได้รู้ในประโยคหลังว่าอีกฝ่ายจงใจกวนประสาทเล่นเอง “…มีความสามารถหลังพวงมาลัยที่สุดยอดเลย”

 

 

 

 

อัลลี่หลุดหัวเราะออกมา “จริงเหรอคะ??”

 

 

 

 

เจมส์เองก็ขำแต่ก็พยายามแก้ตัว แต่ไมเคิลก็ยังชนะด้วยเสียงเนิบๆ “จริงสิ…หมอนี่น่ะตัวอันตรายเลยล่ะ”

 

 

 

 

การกวนประสาทจบลงตรงนี้เอง เพราะคนพูดก็หลุดหัวเราะตามออกมา…เสียงหัวเราะที่ทำให้เจ้าตัวยิ้มกว้าง อวดฟันฉลามตามฉายาได้ครบทุกซี่ และก็ทำให้เจมส์ได้แต่ยิ้มตาม…รู้สึกสดชื่นจากเสียงหัวเราะ และอบอุ่นจางๆ ในใจด้วยประโยคที่ได้รับรู้ในทีแรก

 

 

 

 

 

 

****

 

 

 

วันก่อนที่ตัวภาพยนตร์จะออกฉาย เจมส์กับไมเคิลก็ได้รับการติดต่อขอสัมภาษณ์จากช่อง Face2Face…สัมภาษณ์ที่ไม่เหมือนสัมภาษณ์สักเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่ทั้งสองต้องทำก็คือนั่งคุยกันสองคนเองไปเรื่อยๆ เท่านั้น

 

 

 

 

“ตอนที่ฉันเจอนายครั้งแรกน่ะเหรอ…ก็ตอนเล่นเรื่อง Band of Brothers นั่นแหละ แล้วก็…”

 

 

 

 

ไมเคิลพยักหน้า แต่ไม่ได้บอกไปว่าที่ตนอมยิ้มนั้นก็เพราะสำเนียงสก็อตติชของเจมส์มันน่ารักดี

 

 

 

 

เจมส์หยุดเล็กน้อยเพื่อหัวเราะ ก่อนจะพูดกึ่งสารภาพเล็กๆ “แล้วก็…ตอนแรกฉันคิดจริงๆ นะว่านายเป็นคนอเมริกัน” เจ้าตัวพยักหน้าหงึกหงักกับตัวเองนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยต่อ “ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม…คือมันก็มีคนอเมริกันจริงๆ กับพวกบริติชที่แกล้งเป็นอเมริกันน่ะนะ แต่ฉันเชื่อหมดใจเลยว่านายต้องเป็นอเมริกันแท้แน่ๆ”

 

 

 

 

ไมเคิลหัวเราะ เหลือจะเชื่อกับความคิดของเจมส์

 

 

 

 

“ฉันก็เลยประหลาดใจมากเลยที่เจอนายขี่เวสป้าอยู่บนถนน…ตอนนั้นฉันงงมากเลยนะ แบบเฮ้ๆ ทำไมหมอนี่พูดสำเนียงไอริชได้ล่ะ”

 

 

 

 

“แล้วทำไมนายไม่คิดจะแตะไหล่ทักฉันอะไรอย่างนี้ก่อนเลยหา???” ชายหนุ่มผมบลอนด์พูดแทรกกลั้วหัวเราะ

 

 

 

 

“ไม่เอาหรอก!” เจมส์ประท้วงก่อนจะขำ “ตอนนั้นฉันใส่หมวกกันน็อคอยู่ด้วย…ทักแบบนั้นไปคงเหมือน—”

 

 

 

 

“พวกแฟนคลับโรคจิต” ไมเคิลต่อให้เสร็จสรรพ “ที่มาไล่ตามฉันด้วยเวสป้า แล้วก็พูดแนวๆ ว่ารอก่อน! เรารู้จักกันนะ!!”

 

 

 

 

ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน ก่อนที่เจมส์จะแกล้งพูดขรึมๆ “ใช่เลย นายขับเวสป้า ฉันก็เหมือนกัน…นี่มันเท่มาก”

 

 

 

 

ไมเคิลยิ้มกว้าง ก่อนที่จะเป็นคนพูดต่อ…บทสนทนาหน้ากล้องที่ตอนนี้กลายมาเป็นเหมือนการพูดคุยรำลึกอดีตไปเสียแล้ว

 

 

 

 

“อืม…ตอนแรกที่ผมเจอเจมส์ ก็คือตอนเล่น Band of Brothers เหมือนกันนี่แหละ” เว้นช่วงเล็กน้อยเพื่อแอบส่งยิ้มกวนๆ ให้คนที่ถูกพูดถึง “…หมอนั่นกำลังนอนแบ็บอยู่ในแอ่งอยู่เลยล่ะตอนนั้น”

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมบลอนด์นิ่งคิดอีกนิด แล้วก็เอ่ยต่อ

 

 

 

 

“แล้วผมก็จำได้ว่าเห็นเจ้า…อืมมม…หนุ่มน้อยสก็อตติชนี่…”

 

 

 

 

เจมส์อดแทรกอย่างแกล้งหาเรื่องไม่ได้จริงๆ “หนุ่มน้อย??”

 

 

 

 

ไมเคิลก็กล้าพยักหน้ากลับอย่างกวนๆ…เล่าต่อเรื่อยๆ “ซึ่งผมก็ชอบสไตล์เขานะ…เขาดูมีความร้ายๆ ซนๆ ผสมอยู่กับความมั่นใจในตัวเองน่ะ ซึ่ง…ซึ่ง…”

 

 

 

 

หนุ่มไอริชคิดหาคำที่ถูกใจ ก่อนจะพูดออกมาในที่สุด

 

 

 

 

“…ซึ่งมันก็ทำให้ผมประทับใจมากๆ เลย”

 

 

 

 

เพราะไม่ได้คาดคิดว่าไมเคิลจะจบลงด้วยประโยคซึ้งๆ แบบนี้ เจมส์ก็แอบตอบไม่ถูกไปเลยเหมือนกัน…เขาจึงจบลงที่ประโยคตายตัวอย่างคำขอบคุณ จังหวะที่เอื้อให้ทีมงานของ Face2Face สั่งคัทพอดี เพื่อให้ทั้งสองได้พักสักนิดก่อนจะเดินกล้องต่อไปจนครบเวลา

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

*******************************

 

References:

– หน้าตาของพี่ฟาสตอนมาออดิชั่น คือไม่ไหวจริงๆค่ะก้ากกกก ลุงที่ไหนก็ไม่รู้ >> http://tedystaleva.tumblr.com/post/125770337347/they-wanted-erik-to-be-younger-and-they-were

 

– สัมภาษณ์ Popsugar TV >> https://www.youtube.com/watch?v=1Gf3mDOftKI


– สัมภาษณ์ Face2Face >> https://www.youtube.com/watch?v=zGeHhmchOvM

 

 

 *******************************

 

เวลคั่มเวลคั่ม //สำเนียงแคปปิตอล// สู่ดินแดนหนามงิ้วพันไร่นะคะก้ากกกกกก

 

 

สารภาพว่าหลังๆเราไม่ได้เขียนพวกฟิคดาราเพราะรู้สึกผิดมากๆนี่ล่ะค่ะ แต่จากสภ.ล่าสุดๆของฟาสอาวอยนี่เราไม่ทนแล้วค่ะก้ากกกก เขาชิปตัวเองกันเองนำเราไปแล้วขนาดนี้ เราคงไม่ตกนรกมากหรอกค่ะฟฟฟฟฟฟฟ

 

 

ฟิคนี้ เริ่มต้นมาจากการไปขุดสภ.เก่าๆมาดูให้หายคิดถึงหลังจากดูคลิปรายการ conan ที่ฟาสอาวอยซบน้วยนุนิมุมิกันนั่นแหละค่ะฟฟฟฟฟ เราน่ะอยากเขียนฟาสอาวอยไม่เอยูอยู่แล้ว พอนั่งเลือกสภ.ดูเลยคิดพล็อตขึ้นมาได้ค่ะ

 

 

แต่ทีแรกมันจะเป็นวันช็อตนะคะก้ากกก นี่กลายเป็นหลายบทซะละ O<—<

 

 

ในส่วนของการออดิชั่น เรามโนเองนะคะว่าเป็นไง พูดบทไหน เพราะในคลิปเขาไม่มีเสียงค่ะ แถมมาแค่ช็อตสั้นๆด้วย เพราะงั้นฟฟฟฟฟ เลยขอยกซีน what do you know about me/everything มาใส่ค่ะฟกดหฟกฟหกดฟหกด เรารักซีนนี้กี้ชชชชชชชชชชชชชช

 

 

ฟิคนี้เขียนสดๆร้อนๆในวันนี้ ด้วยแรงใจว่าวันนี้เป็นวันอังคารที่ 4 ค่ะฟฟฟฟ #ติ่งนี่มันติ่งจริงๆ บทต่อไปจะมาเมื่อว่างจากงานนะคะ

 

 

ด้วยรักและไม่มีใครชิปฟาสอาวอยหนักเท่าฟาสอาวอยเองแล้วล่ะค่ะ

 

 

 

 

ทิพย์เอง

 

 

Advertisements

18 responses to “[FassAvoy Fic] In Between the Interviews (1)

  1. น่ารักกกกกกกกกกกกกกกก
    ยังคงตามฟิคพี่ทิพย์เสมอๆ นะคะ
    ต่อให้การบ้านจะเยอะเท่าไรก็ตาม แงฟฟฟฟฟ

    Like

  2. ฟิค สนุกมากค่ะ เจมส์น่ารักอีกตามเคย >.< ส่วนคุณฟาสตอนไปแคสบทอีริคนี่ ฮาหนวดมาก55555555

    Like

  3. กี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ /แหกปากร้องอย่างสุดพลัง/ พี่ทิพย์คะฟฟฟฟฟ ฟหกดเ้่าาว่ฟฟกกดฟหกดฟหกด นี่มันฟิครำลึกคงามหลังของรักเราสองคนชัดๆค่ะฟฟฟฟฟ

    อ่านแล้วนึกถึงคลิปสัมภาษณ์และออกดิชันตามในฟิคเลยค่ะ จำได้หมดเลยแต่บางอันก็ลืมๆไปว่า ‘เหย เราเคบดูอันนั้นแล้วนี่’ ถถถถ ซึ่งมันกร๊าวววมากๆๆๆๆๆค่ะเพราะแค่นึกตามแล้วมันก็ดุมุมิมุมิมุมิมุมิมิๆๆๆๆจนหมั่นไส้ในความหน้าเด็กของเจมส์ หมั่นไส้ค่ะหมั่นไสสสส้ฟฟฟฟฟ /ดึงหน้าตัวเอง. พี่ฟาสมาเหนือเมฆมากเลย แถมตอน สภ. เรื่องที่เจอตอนขี่เวสป้า เรายังจำหน้าได้เลยค่ะว่าในคลิปเสียงกะหน้าของสองคนนี้มันเป็นยังไง ยังกะโลกนี้มีเพียฃสองเรานะที่รัก จย้าาาาาาา แล้วแต่พวกเธอสองคนเลย /เลียหน้าจอ

    แล้วไหนจะสายตาสะกดจิตให้มิตรเปลี่ยนเป็นแฟนนี่มันอัลไลลลล น้องจำได้ค่ะน้องจำได้ น้องจำได้…. /ใบหน้าสติเลื่อนลอย ตอนนั้นมันสื่อมาแบบ อีริคคคคคค นายคืออีริค ต้องนายเท่านั้นที่จะรับบทนี้ เพื่อเจมส์และชาร์ลส์ของพวกเรา!! #ซึ่งต่อมามันพัฒนาเติบโตเป็นเชริคฟาสอาวอยค่ะพีเพิลออฟแฟนดอม /ยิ้มเริงร่า

    อ่านทอล์คของพี่ทิพย์ละหลุดขำเยอะมาก หลายฟีลนี่เหมือนกันเลย พี่ทิพย์คือตัวแทนแก่งแฟนเกิร์ลค่ะ! /คารวะ100ที โดยเฉพาะตอนที่ ‘วันอังคารที่4’ ตรงนี้ตอนแรกก็ไม่นึกถึงนัยที่ลงวันนี้เลยค่ะ พอเจอประโยคนี้เท่านั้นแหละ….. “เรามี—— ทุกวันอังคา— สี่ครั้—–” ใช่ค่ะประโยคนี้ลอยเข้ามาทำให้น้องแทบเป็นบ้าและสติเคลิ้มยิ่งกว่าเมากัญชา ฟฟกดเหฟกดดเหหดกฟหกดดฟหก เจ้าพวกบ้าาาาา ชิปตัวเอง พายเรือเอง และอวยกันเอง แฟนเกิร์ลอย่างเราๆไม่ต้องทำไรเลยค่ะ แค่โดนต้อนขึ้นเรืออย่างไร้สติ รู้ตัวอีกทีก็นั่งเซฟภาพและคลิปของอิสองคนนี้จนเม็มเต็—- #เราจะไม่บอกว่านี่คือความจริง

    ติดตามฟิคพี่เสมอนะคะ ชอบการสครีมและรีวิวติ่งมากค่ะ และชอบทอล์คหลังฟิคด้วย พี่ทิพย์เขียนได้ฮาทุกครั้งเลย555 รอติดตามนะคะ❤️

    Like

  4. แง่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงแงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟกสกสวดากหสาดหกสา

    ฟ้าจิไม่ทนนนนนนนนนนนนนนนนนน โอ๊ยพี่ทิพย์คู่นี้เดอะเบสจริงๆค่ะแงงงงง โอ๊ยๆๆๆๆๆๆๆๆ คิดถึงคู่นี้มากๆเลยค่ะ ฮือออ พูดไม่เป็นแล้วฟดาหกสาดหกสาดหสกาดวส สต่งสติไปหมดเลย อ่านไปยิ้มไปเขินไปบิดไปฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟกดาสหสาวหากวสด /คอมเม้นนี้จะเต็มไปด้วยการสกรีมกรีดร้องแบบไร้สติค่ะฮืออออออฮือออออออออออ ฮืออออออออออ แง่ง น้องไม่รู้จะเม้นยังไง ตอนนี้หยุดสกรีมไม่ได้ค่ะ 555555555555555 ฟอร์เอเวอร์เดอะเบสจิงๆ กัปตันพายเองขนาดนี้เราก็โดดขึ้นเรือซิคะจะรออะไร /ขึ้นไปกรัดร้องบนเรือต่อ

    ฮือออ พี่ทิพย์เลือกบทมาสุดยอดอะ ฟ้าไปนั่งเปิดวนรัวๆ เจมส์น่ารักที่สุดอะแงงงงงง โนเวิร์ดดดดดดดดดดดดด ไมเคิลก็โอ๊ยยยยยยยย เคมีพลุง่พล่านจิงๆ ณ ขณะนี้น้องก็ยังหยุดสกรีมไม่ได้ ฟฟฟฟฟฟฟฟ น้องไปดีกว่าค่ะ น้องไม่มีสติแล้วหนาดกสกหากหวส

    แต่น้องจะรอบทต่อปัย /ปูเสื่อรออยู่ในนี้ ฮือฮือฮืออออออ

    To 4 times every Tuesday! cheer!

    Like

  5. ฟหดหกฟดห่กดฟหกดาฟหกดใสฟกหดสาก่หดฟห้กด่าสฟกดสาฟกด่หาฟ่หกดส่ฟดาส่สหกด่พี่ทิพยยยยยยยยยยยยยยยยยยย์พี่ทิพย์ทำอะไรลงไปคะฟหกดหกฟดฟหกดฟหกด /กินจอคอมอย่างดุร้าย นี่มันน่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกฮือๆๆๆ คิดถึงตอนดูสัมภาษณ์แล้วลงไปนอนชักตายเลยค่ะ แต่อันนี้รุนแรงกว่า คือน่ารักกกกกกกกกกกกกไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าน่ารัก UvU//////////////// เพราะมันกริ๊วกร๊าวหัวใจมากๆ เลยข่ะ ฮือๆๆๆๆๆๆ แล้วคือฉากแคสติ้งนี่คืออออออจริงๆแล้วไม่ได้แคสตัวอีริคใช่มั้ยคะ แคสคู่ชีวิตให้เจมส์ชัดๆ อะไรมันจะพอดีขนาดนี้ฟกหดหกฟหดฟหกดฟกดฟดก

    สารภาพบาปอีกนิดว่าพออ่านฟิคนี้แล้วก็เลยเปิดสภ.ดูอีกทีด้วยค่ะ ฮือมีความสุขรัวๆๆๆๆๆ ขอพื้นที่ต้นงิ้วให้น้องได้ปีนไปด้วยนะข๊ะฟกหดฟกหดหกดฟหกดหกฟเฟดหกหดฟหกด /โปรยหัวใจใส่พี่ทิพย์รัวๆ♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

    Like

  6. สัมภาษณ์คู่นี้เป็นไรที่แบบ หสกวา่ดสากฟห่ดวสหกา่ดวส มากๆๆๆ แฟนเซอร์วิสสุดๆๆ บางทีก็คิดว่าเจมส์กลับบ้านไปเคยโดนเมียแซวบ้างหรือเปล่าเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆ
    ชอบมากกๆๆค่ะ เคยเห็นภาพตอนที่เค้าออดิชั่นกันอยู่ อือหืออออ UST กระจายมากกกๆ
    ติดตามค่าาา

    Like

  7. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ฮืออออออฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ไม่เป็นไรนะคะคุณทิพย์ เราจะปีนต้นงิ้วไปด้วยกันนนนนนนนนนน
    ฟาสอาวอยนี่เค้ามาแรงมาก จนคนที่จากตอนแรกยังลังเลว่าจะลงเรือดีมั้ยอย่างเรา พุ่งลงเรือมาแบบงงๆไม่รู้ตัวเลยค่ะ โดยเฉพาะสัมภาษณ์ของ conan นี่ เดี๋ยวซบเดี๋ยวบอกรักกันมันคืออะไรคะ!!??? ฮือออออฟฟฟฟฟฟฟ รู้ตัวอีกทีก็โดนกัปตันแมคอาวอยลากลงเรือมาแล้วค่ะ

    รอตอนต่อไปนะคะ #ปูเสื่อรอ

    Like

  8. สารภาพว่าบางทีก็รู้สึกอึดอัดกับคำถามชง fassavoy ด้วยเหตุที่เจมส์เเต่งงานเเล้วเเถมผู้ชายเเมนๆมาโดนถามเเนวนี้บ่อยๆเค้าจะรู้สึกยังไง กลัวว่ามันจะมากไปจนทำให้ความเป็นเพื่อนของเค้าเสียไป ..เเต่ก็เป็นสิ่งที่เรากังวลไปเอง เพราะคู่นี้เค้าทำให้อะไรๆก็ผ่านไปได้ด้วยดีตลอด ขอบคุณเเมทธิวจริงๆที่พาชาร์ลส์มาเจอเอริคของเขา ฮิ้ว~~~ (เห็นลุคพี่ฟาสไว้หนวดหน้า40เเล้วเข้าใจอารมณ์ ชิ*หา*เเบ๊ว ของเเมทธิวตอนนั้นเลย55 เเต่คู่กันเเล้วก็ไม่เเคล้วกันหรอกเนอะ)

    ปล. เเม้จะเสียดายผมบนศีรษะของเจมส์ เเละรู้อยู่เเล้วยังไงๆวันโกนก็ต้องมาถึง55 เเต่ดีใจที่ทำให้หนวดเจมส์หายไปด้วยค่ะ หน้าเด็กใสกิ๊งเหมือนเดิม (สาเหตุที่เอริคห้ามไว้หนวดไม่งั้นอายุหน้าจะเเซงชาร์ลส์สุดๆ55)

    รออ่านต่อนต่อไปนะคร๊า XD

    Like

  9. กรีดร้อง อ่านไปเขินไป ฟินไป ยิ้มไป ทำหน้าไม่ถูก
    ฟาสอาวอยจงเจริญค่ะ

    ชอบคู่นี้มากๆเลยค่ะ ไม่รู้จะพูดอะไร แม้ว่าจะนานๆ จะว่างโผล่มาอ่านฟิคพี่ทิพซักที แต่อ่านทีไรก็กรี๊ดด ก็ฟินมีความสุขทุกที

    >\\\\\<

    จะรอตอนต่อไปนะคะ

    Like

  10. น่ารักกี๊สสสสสสสสสส
    หนามงิ้วจงเจริญค่ะแงงงงงงงง
    แอบยิ้มตลอดอีกแล้วค่ะ55555555
    นี่ใช้คอมรรอ่านแล้วแบบ อู้วววว
    ยิ้มมากไม่ได้ค่ะเดะเพื่อนหาว่าบ้า55555
    ละแบบตอนเล่นคู่กันนี่โอ๊ย เคมีกระจายแผ่มากค่าาาา นึกภาพออกกันเลยทีเดียวววว
    แบบมาแรงแซงโค้งแบบโคตรโตเกียวดริฟท์เลยค่ะคู่นี้ยยยย์
    รู้สึกบาปมากค่ะะะะะะ แต่ก็ชิปค่ะ55555

    Like

  11. ถูกต้องที่สุด..ไม่มีใครชิปคู่นี้มากกว่าเจ้าตัวอีกแล้ว !!
    มันมุ้งมิ้ง งุงิ น่ารัก สุดๆไปเลยยย ><///

    Like

  12. แง่งงง สัมคู่นี้คือ ฟหกดววนารปหว มากๆค่ะ อ่านไปยิ้มไป ภาพงี้ลอยมาเป็นฉากๆ \\กระโดดขึ้นต้นงิ้ว พร้อมส่งเสียงกรีดร้องอย่างก้าวร้าว เดี๋ยวมองเดี๋ยวซบ โอ๊ยยยย ฟาสอาวอยจงเจริญค่ะ —

    Like

  13. ตายนอนตาย กรื๊ดดดด หยุดยิ้มไม่ได้

    ปกติเราไม่ค่อยได้ดูบทสัมภาษณ์อะไรเท่าไร พอมาอ่านเป็นฟิครู้สึกฟินตายไปแล้ว

    แอร๊ยยยย ชอบวิธีเขียนของคุณทิพย์มากเลยค่ะ:9

    Like

  14. แงงง อ่านไปสักพักแล้วค่ะ เพิ่งว่างมาเม้นนฟกฟ้กาหเกากาหเกา

    แอบถูกใจที่พี่ทิพย์ที่บรรยายรอยยิ้มเป็นดอกไม้จิ๋วว มันดูน่ารักมุมิมากๆเลยค่ะ แง ;///;
    สภ.เฟสทูเฟสนี่บั่บบบ ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้ โอ้ยเขิน 55555555555
    /แทะหนามต้นงิ้วแก้เขิน

    ออยเพิ่งเคยพี่ฟาสตอนมาออดิชั่น 555555555 โอ้ยมาดลุงมากเหอะ โกนหนวดก่อนไหมล่ะ 55555555555555 ดีนะที่ทีมงานเค้ารับมา ขอบคุณมากๆเลยค่ะทีมงานที่ช่วยมองผ่านหนวดของอิลุงนี่ไป TvT

    ขำตรงที่บรรยายว่าตัวเองจะเหมือนแฟนคลับโรคจิต 55555 พอเห็นแบบนี้แล้วน้องอยากอ่านฟิคที่พี่ฟาสเป็นสโตรกเกอ——— //โดนตบ

    น้องจะรออตอนต่อไปนะคะะะ ฟฟฟฟด้กหสด้ส
    รักส์
    ออยศรี

    Like

  15. โอ้ยยยยย คิดถึงเชริค…เอ้ยยย ฟาสซาวอยยยย ขอบคุณที่ผลิตมาเสิร์ฟให้กินค่า 55555555

    โมเม้นท์เก่าๆสมัยนั่งกรี๊ดสัมภาษณ์ xmfc ลอยมาเลยค่ะ คู่บ้านเกิด ชิปมันหมดทั้งนักแสดงทั้งคาแรกเตอร์ 555555555
    คือชอบที่ทิพย์หยิบบทที่มันกิ๊วๆมาทำให้กิ๊วยิ่งขึ้น คืองงไหมคะ คือมันกิ๊วอะ คือใครฟังใครก็รู้ปะว่าจีบกันผ่านบท สภ. ถถถถถถถ
    แล้วแบบ ใครจะไปรู้ว่าไอ้หน้าหนวดตอนนั้นเคมีจะเข้ากับเจมส์แบบทะลุปรี๊ดแบบนี้ เราจำสายตาของพี่ฟาสตอนแคสติ้งได้เลยว่ามันโคตรรรรรอีริค
    เจมส์ตกหลุมรักตั้งแต่ตอนนั้เลยใช่ไหม บอกมาบอกมาบอกมา
    คือถ้าได้เป็นแฟนกันจริงๆจะดีเลิศมาก ไหนๆก็โสดทั้งคู่ อะแฮ่ม… โสดทั้งคู่จริงๆ (อย่าค่ะอย่าเพิ่งปลุก)
    รอติดตามตอนต่อไปค่าาาา อยากรู้ว่าทั้งคู่จะงัดไม้ไหนออกมาจีบกันต่ออออ

    ปล. พอสองคนนี้อยู่ด้วยกันที่ไรแม่ยกลงไปชักดิ้นชักงอจริงๆค่ะ หวานกันจนมดขึ้นจอแล้วววว พวกบ้าเอ้ย ฮือออ T_T

    Like

  16. อยากกอ่านอีก คิดถึงโมเม้นเหล่านี้ รอให้ถึงปีหน้าจะไม่ไหวแล้ววววว

    สงสัยตรงประโยคนี้

    “ยินดีด้วยเจมส์…นายไม่ต้องเข้ามาทุกวันอีกแล้วล่ะ เราหาไมเคิลของนายเจอแล้ว”

    อ่านแล้วแปลกๆ ต้องเป็น ..เราหาอีริคของนายเจอแล้ว.. รึเปล่าคะ

    Like

    • ถูกแล้วค่ะ เราตั้งใจให้เป็นไมเคิลของเจมส์นี่ล่ะค่ะ//////

      Like

  17. ตามอ่านคนแต่งฟิค คู่ เอริคกับชาร์ล และ ไมเคิลกับเจมส์
    ขอบคุณที่มีคนแต่งให้อ่าน !!
    พอดีเพิ่งจะมาบ้าคู่นี้หลังจากที่เคยคลั่งเป็นระยะๆ จาก เฟริส คลาส
    และมใาดูหนังล่าสุดไปแล้วแบบ โอ้วววววววววว แม่เจ้า!!!
    วกไปวกมานี้แหละ ขอบคุณจริงๆครับที่แต่งให้อ่านและทำให้ฟินได้ขนาดนี้

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s