[The Hobbit Fic][ThorinBilbo] Going to One Wedding Brings on Another (4)

 
 
Going to One Wedding Brings on Another
The Hobbit fanfiction by Tippuri~ii*
 
 

 

 
 

Pairing:  Thorin Oakenshield x Bilbo Baggins
Fandom: The Hobbit
Type: AU fanfiction

 
 

 

 * แฟนฟิคชั่นเซ็ตนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเซ็ตนี้มีแฟนฟิคชั่น BL..ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

playlist for this fanfic: In Between Sun Kisses 
 
 
 
 
************************************
 
 
Chapter 4
 
With my face head down just staring at the brown formica

 

 

 

 

ภาพของคาเฟ่เอสลินในตอนเที่ยงของวันที่บิลโบมีนัดกับธอริน โอเคนชีลด์อีกครั้งนั้นเป็นอะไรที่คล้ายคลึงกับนัดครั้งแรก…เพราะจุดต่างเดียวในวันนี้ก็คือท้องฟ้าที่โปร่งโล่งและสรรพเสียงของผู้คนที่สัญจรไปมาใต้แสงแดดอันสดใส

 

 

 

 

 

นั่นเองที่ทำให้สีแดงของประตูและกรอบหน้าต่างของตัวคาเฟ่ดูเด่นชัดกว่าเดิมตอนที่เขาก้าวเข้าไปด้านใน…ถึงวันนี้คนจะไม่แน่นเหมือนวันฝนซาวันนั้น แต่บิลโบก็ตัดสินใจเลือกนั่งที่โต๊ะติดหน้าต่างหน้าร้านตัวเดิม…พนักงานเสิร์ฟไม่มีทีท่าไม่พอใจอะไรเมื่อชายหนุ่มบอกว่าตนจะขอสั่งเครื่องดื่มตอนที่คนที่รออยู่มาถึงเสียก่อน

 

 

 

 

 

ธอรินไม่ได้ทำให้เขาต้องรอนาน…ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ร่างสูงในโค้ทสีเข้มอันคุ้นตาก็ก้าวเข้ามาในคาเฟ่…วงหน้าคมเข้มยังคงดูดุๆ เหมือนเดิม แต่บิลโบก็ไม่พลาดที่จะเห็นว่านัยน์ตาสีฟ้าอมเทานั้นทอดอ่อนและมุมปากของเจ้าตัวก็ดูจะละมุนขึ้นเล็กน้อยตอนที่มองหาเขาเจอ

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งยิ้มตอบไป พยายามไม่ใส่ใจความรู้สึกอุ่นๆ ที่ซ่านขึ้นมาในใจ

 

 

 

 

 

“หวัดดี” ธอรินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มือใหญ่ๆ นั่นเสยผมที่ปรกตาให้พ้นไป…ก่อนที่สีฟ้าอมเทาอันคมกริบนั้นจะสบกับเขาตรงๆ “โทษที…รอนานไหม?”

 

 

 

 

 

บิลโบส่ายหน้า แล้วก็สั่งชาอิงลิชเบรกฟาสต์เหมือนเดิมตอนที่พนักงานเสิร์ฟเข้ามารับออเดอร์…ธอรินเองก็ไม่ได้เปลี่ยนเมนู ชายหนุ่มสั่งกาแฟดำ แล้วก็เลื่อนถาดหวายบรรจุเหยือกครีมใบเล็กกับกระปุกน้ำตาลมาให้บิลโบโดยที่เขาไม่ต้องขอ…กิริยาเรียบง่ายเป็นอัตโนมัติ หากบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวยังคงจำได้จากคราวที่แล้วว่าเขาจะต้องเติมอะไรลงในชาก่อนบ้าง

 

 

 

 

 

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี้คงไม่ใช่เรื่องที่ธอรินรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองทำ…แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าบิลโบจะไม่รู้สึกดีใจอยู่ดี

 

 

 

 

 

เครื่องดื่มของทั้งสองมาเสิร์ฟในที่สุด…และทั้งๆ ที่มันเป็นการพบกันแค่ครั้งที่สาม แต่บิลโบกลับรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างกันนั้นเป็นอะไรที่ทำให้คุ้นเคยอย่างไม่มีเหตุผลเสียอย่างนั้น กลิ่นหอมไหม้ๆ ของกาแฟและภาพของธอรินบนที่นั่งด้านตรงข้ามโต๊ะทำให้เกิดความคิดวาบขึ้นในหัว ทิ้งบิลโบให้แอบส่ายหน้าอย่างงุ่นง่านปนอ่อนใจกับตัวเองตอนที่เสทำเป็นก้มคนน้ำชาในถ้วยง่วนอยู่

 

 

 

 

 

“โอเค…”

 

 

 

 

 

ธอรินเอ่ยคำทำลายความเงียบ เสียงที่เรียกให้บิลโบเงยหน้าขึ้น…ชายหนุ่มผมดำค้นกระเป๋าของตัวเองเพื่อหาปึกต้นฉบับที่เตรียมมาแล้วก็ยื่นมาให้ ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าดวงตาสีน้ำตาลเจือเขียวเข้มมองตามการกระทำของตนเองแล้วก็กำลังพยายามกลั้นยิ้มเขินๆ ปนเอ็นดูที่มีให้สีหน้าเข้มๆ ยุ่งๆ นั่นอยู่

 

 

 

 

 

“ฉันเอามาแค่บทแรกๆ น่ะ” ชายหนุ่มผมดำพยักเพยิดไปที่แผ่นกระดาษที่ติดกันด้วยลวดเย็บกระดาษ คำอธิบายที่มีความหมายในตัวว่าอีกฝ่ายไม่สามารถเอามาได้มากกว่านี้อีกแล้ว แต่จากจำนวนแผ่นต้นฉบับที่กะเอาได้คร่าวๆ จากสัมผัส…บิลโบก็คิดว่ามันเพียงพอแล้วที่จะช่วยทำให้เขารู้ว่าตนอยากตัดสินใจไปในทางใด

 

 

 

 

 

“ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งจึงยิ้มให้ โบกมือนิดๆ ประกอบ “แค่นี้ก็โอเคแล้วล่ะ ขอฉันอ่านแป็บนึงนะ”

 

 

 

 

 

ธอรินพยักหน้า แล้วก็จิบกาแฟของตัวเองไปเงียบๆ…แอบมองผ่านเหนือขอบถ้วยไปยังอีกฝั่งของโต๊ะ ตอนนี้บิลโบกำลังเริ่มต้นอ่านต้นฉบับแล้ว ด้วยเรือนผมหยักศกสีน้ำผึ้งและคาดิแกนเนื้อนุ่ม…ภาพของอีกฝ่ายยังคงเป็นอะไรที่ทำให้ธอรินคิดถึงชาอุ่นๆ กลิ่นหอมละไมอยู่เหมือนเคย แสงแดดละมุนสีอำพันทอทอดผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาอาบย้อมวงหน้าและเรือนผม…สะท้อนให้เห็นประกายสีทองเป็นครั้งคราวในอณูอากาศ

 

 

 

 

 

ยิ่งเวลาผ่านไป ชายหนุ่มตัวเล็กก็ยิ่งทิ้งตัวให้เอนพิงพนักเก้าอี้แบบตามสบายมากขึ้น…ดวงตาโตสีน้ำตาลเจือเขียวเข้มขยับไล่ไปตามบรรทัดอักษร แผ่นต้นฉบับที่โดนยึดไว้ด้วยลวดเย็บกระดาษถูกม้วนทบไปเมื่อเจ้าตัวอ่านจบ บิลโบขยับเป็นครั้งคราวเพื่อจับปึกกระดาษให้ถนัดมือมากขึ้นหรือไม่ก็เพื่อหยิบถ้วยชามาจิบ และมาดสบายๆ หากก็ตั้งอกตั้งใจนี้ก็เป็นอะไรที่ทำให้ธอรินรู้สึกแปลกๆ อย่างไม่มีสาเหตุ…เขาระบุชัดเจนไม่ได้ด้วยว่ามันคืออะไร ชายหนุ่มรู้แค่ว่ามันคือความรู้สึกที่เป็นส่วนผสมของความเอ็นดูกับความประหลาดใจที่ให้รสชาติอบอุ่นชอบกล…เพราะสำหรับตัวธอรินแล้ว มาดแบบนี้เป็นอะไรที่เขาจะแสดงแค่กับบุคคลใกล้ชิดของตัวเองเท่านั้น

 

 

 

 

 

กาแฟใกล้จะหมดถ้วยตอนที่ความเงียบระหว่างกันถูกทำลายลง

 

 

 

 

 

“นี่…” บิลโบวางปึกต้นฉบับลงบนโต๊ะ พูดโดยที่หันไปค้นของในกระเป๋าของตัวเองไปพลาง “ฟิลิปปาเนี่ย…ผมยาวใช่มั้ย?”

 

 

 

 

 

มันเป็นข้อมูลที่จะบอกเพิ่มเติมในบทต่อๆ มา แต่บุคคลที่ต้องอ่านต้นฉบับของนิยายเรื่องนี้(และด่านักเขียนให้ปรับแก้พล็อต)มาเกินสิบรอบแล้วอย่างธอรินมีหรือที่จะจำไม่ได้ “ใช่เลย ฟิลิปปาผมยาว…ผมยาวสีน้ำตาล”

 

 

 

 

 

“โอเค…”

 

 

 

 

 

บิลโบตอบรับด้วยเสียงแบบที่เหมือนเจ้าตัวฟังเขาแค่ผ่านๆ…ซึ่งก็คงเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะตอนนี้ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งกำลังง่วนอยู่กับสมุดโน้ตเล่มเล็กของตัวเอง มือจับดินสอให้ลากเป็นเส้นร่างคร่าวๆ…ขยับไปเติมให้เรือนผมเป็นสีเข้มด้วยตอนที่ได้ยินคำอธิบายเพิ่มเติมของธอริน

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำมองคนที่วาดรูปจนเพลินแล้วก็แอบอมยิ้มมุมปากจางๆ…ก่อนจะตัดสินใจถาม น้ำเสียงเย้าๆ โดยไม่รู้ตัว

 

 

 

 

 

“ถ้างั้น…ฉันคงจะนับได้ใช่มั้ยว่านายรับงานนี้?”

 

 

 

 

 

ประโยคนี้เองที่ทำให้บิลโบเงยหน้าขึ้นมาอย่างปุบปับ ปากอ้าค้างนิดๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างนึกได้ “อะ โอ…นี่…นี่ฉันยังไม่ได้พูดเหรอว่าตกลง?”

 

 

 

 

 

ธอรินส่ายหน้า ซ่อนรอยยิ้มขำของตัวเองไว้ด้วยการยกถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบ

 

 

 

 

 

“อะ อ้าวเหรอ…” บิลโบกระพริบตา ก่อนจะหัวเราะแก้เก้อ…กระแสอายๆ ชัดเจนในประโยคถัดมา “ถ้างั้น…ก็คือฉันโอเคนะ อ่านไปแค่นิดหน่อยแต่พอเห็นภาพแล้วล่ะ…ถึงมิสเตอร์เอลเวนคิงเขาจะเปลี่ยนแนวเขียน แต่ฉันว่าสงสัยก็คงดังเปรี้ยงปร้างอยู่ดีแน่เลยล่ะ ฉันอ่านแค่นี้ก็ยังอยากอ่านต่อเลย”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำไม่อยากจะยอมรับเลย(เพราะเขาหมั่นไส้คนโดนชม) แต่ก็จำใจต้องเห็นด้วยกับความจริง “ฉันก็ว่างั้นแหละ…”

 

 

 

 

 

ธอรินอธิบายต่อคร่าวๆ ว่าถ้าบิลโบตกลงรับงาน ก็จะต้องมีเอกสารและสัญญาที่ต้องเซ็น ซึ่งในจุดนี้นั้น…เขาคิดเอาไว้ว่าคงเป็นการนัดให้ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งเข้ามาที่ตัวออฟฟิศ เพราะมีเอกสารบางฉบับที่ธรันดูอิลเองก็ต้องเซ็นร่วมด้วย

 

 

 

 

 

“ก็ได้” บิลโบพยักหน้า ยิ้มให้…ซนๆ ปนร่าเริง “ฉันเองก็อยากเจอนักเขียนคนโปรดของญาติผู้หญิงทั้งบ้านฉันเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

ธอรินนิ่วหน้าพร้อมคำรามฮึ่มออกมาเบาๆ…ทำให้คนมองหลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่ทัน เสียงสดใสที่ทำให้เขารู้สึกว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้การนัดพบครั้งนี้รีบจบลง

 

 

 

 

 

“แล้ว…พริมุล่ากับสามีเขาเป็นไงแล้วบ้างล่ะ?”

 

 

 

 

 

บิลโบแอบประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ยินประโยคนี้ แต่มันก็เป็นเรื่องประหลาดใจที่ทำให้เขาดีใจจนน่าขำ…ชายหนุ่มตอบไปว่าตอนนี้ทั้งคู่กำลังไปฮันนีมูนกันอย่างหวานชื่นที่ยุโรป และก็เพิ่งส่งโปสการ์ดมาให้ตนจากปารีส

 

 

 

 

 

“คงกลับมาช่วงปลายเดือนโน่นเลยล่ะ…เขาวางแผนไปกันยาวๆ แบบลืมงานลืมการเลย” ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งพูดติดตลก “แล้วหลานๆ ของนายล่ะ? ดีสกับดวาลินด้วย…เป็นไงกันบ้างเหรอช่วงนี้?”

 

 

 

 

 

อีกฝ่ายขยับจะเอ่ยต่อ แต่ก็เป็นตอนนั้นเองที่พนักงานในร้านเดินเข้ามาเก็บถ้วยเปล่าของทั้งสอง…และถามด้วยรอยยิ้มว่าสนใจจะรับเครื่องดื่มถ้วยที่สองกันไหม

 

 

 

 

 

“อิงลิชเบรกฟาสต์อีกถ้วยก็ได้ครับ” บิลโบเอ่ยสั่งออกไป ก่อนจะนึกได้แล้วรีบหันไปมองธอริน “หรือจะคิดเงินเลยก็ได้นะ…ถ้านาย…เอ่อ…”

 

 

 

 

 

ให้ตายสิ…ลืมไปได้ยังไงนะว่าต่อให้เขาอยากนั่งคุยต่อไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าธอรินจะอยากด้วยสักหน่อย…

 

 

 

 

 

เครื่องดื่มถ้วยที่สองย่อมหมายถึงเวลาที่จะได้ใช้ด้วยกันต่อไปอีก และถึงส่วนใหญ่ของจิตใจบิลโบจะต่อว่าตัวเองที่เผลอพูดเหมาเอาเองออกไป…เสี้ยวเล็กๆ ของใจชายหนุ่มก็ยังคงหวังอยู่ดีว่าธอรินจะอยากนั่งอยู่ตรงนี้ต่อไปอีกสักนิดอย่างที่ตัวเขาเองกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้

 

 

 

 

 

อาจจะฟังดูน่าหัวเราะชะมัด…แต่เขาอยากให้เวลาของบ่ายนี้เดินไปอย่างเชื่องช้าที่สุดเสียจริง… 

 

 

 

 

 

“ยังไม่ต้องคิดเงินหรอก” เสียงทุ้มต่ำนั่นพูดสั้นๆ กับพนักงาน “แล้วก็ขอกาแฟดำอีกถ้วยนะ”

 

 

 

 

 

บิลโบได้แต่กระพริบตาเพราะยังคงไม่ค่อยอยากเชื่อ จึงได้สบตากับดวงตาสีฟ้าอมเทาคู่นั้นพอดี…สายตานิ่งๆ ที่เหมือนกับคำอธิบายง่ายดายของเจ้าตัว

 

 

 

 

 

“…ฉันก็ยังอยากนั่งต่ออีกหน่อยเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

ดวงตาสีน้ำตาลเจือเขียวเข้มเสไปมองพื้นไม้ของตัวร้านและภาพนอกหน้าต่าง แต่ก็รู้ตัวดีว่ารอยยิ้มหลังจากนั้นที่ตนมีไม่ได้มาจากแค่การได้ฟังเรื่องป่วนๆ ของเหล่าผู้คนในชีวิตธอรินอย่างที่ควรจะเป็นเลย

 

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

การเอ่ยลาต้องมาถึงจริงๆ ในที่สุดเมื่อเครื่องดื่มถ้วยที่สองของทั้งคู่หมดลง บิลโบพยายามแย่งจะเป็นคนจ่ายเงินแต่ธอรินก็ยังคงไวกว่าอยู่ดี เขาพยายามจะบ่นเรื่องนี้…แต่ร่างสูงในโค้ทสีเข้มก็ไม่ยอมฟังด้วยการก้าวยาวๆ ไปทางประตูร้านเลย

 

 

 

 

 

“คราวหน้าไม่เอาแบบนี้แล้วนะ” บิลโบยังคงขมวดคิ้ว ลืมสังเกตถึงสิ่งที่ตัวเองพูดไปเลย “คราวหน้าฉันจะเลี้ยงนายบ้างแล้วนะ โอเคมั้ย?”

 

 

 

 

 

ธอรินก็ไม่ได้สังเกตเหมือนกัน ชายหนุ่มแค่ตอบด้วยเสียงนิ่งๆ “โอเค…คราวหน้าตามใจนายเลย”

 

 

 

 

 

บิลโบพยักหน้า ก่อนจะยกมือขึ้นโบกนิดๆ “งั้น…แล้วเจอกันใหม่นะ”

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำดูงงๆ เล็กน้อยตอนได้ฟังประโยคนี้ แต่ก็เอ่ยตอบกลับมา “แล้วเจอกัน”

 

 

 

 

 

ถึงจะเป็นแค่จังหวะเล็กน้อย แต่บิลโบก็อดสงสัยไม่ได้อยู่ดี ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งจึงถามไปว่ามีอะไรหรือเปล่า…คำถามที่ทำให้ธอรินดูลังเลที่จะตอบ แต่สุดท้าย…เสียงทุ้มต่ำก็พูดอธิบายในที่สุด

 

 

 

 

 

“ไม่มีอะไรหรอก…ก็แค่ประโยค ‘แล้วเจอกันใหม่’ น่ะ” ถ้อยคำแผ่วเบา หากก็นุ่มนวลนักด้วยน้ำเสียงและรอยยิ้มจางๆ “ฉันแค่คิดว่าเป็นอะไรที่ดีน่ะ…ที่ได้พูดมันกับนาย”

 
 
 
 
 
 
 
 
 
สายเลือดฝั่งตระกูลแบ็กกินส์อันเปี่ยมด้วยมารยาทที่ดีทำให้บิลโบยังสามารถเอ่ยลาธอรินได้อย่างเรียบร้อย…แต่เมื่อเดินเลี้ยวหัวมุมถนนมา สายเลือดฝั่งตระกูลทุคก็ชนะแบบขาดลอยและทิ้งให้ชายหนุ่มเดินกลับบ้านด้วยรอยยิ้มกว้างแบบน่าอายบนริมฝีปากไปตลอดทาง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
tbc.
 
**********************************
 
 
 
สวัสดีค่ะทุกคน หลังจากปิดโรงงานนรกแพ็คฟิคได้ เราก็ว่างมาอัพบล็อกแล้วค่ะ TvT ฟิคน่าจะไปถึงบ้านทุกคนภายในสัปดาห์หน้านะคะ ขอบคุณทุกคนอีกครั้งค่ะที่ให้ความเอ็นดูผลงานของเรา //กราบบบบบ
 
 
 
เพิ่งมานึกได้ว่าไม่เคยบอกเลย แต่ฟิคเรื่องนี้มีเพลย์ลิสต์ประกอบด้วยนะคะ >> In Between Sun Kisses ไม่เชิงว่าเป็นเพลงประกอบแต่ละฉากอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ เราทำเพลย์ลิสต์มาฟังเอง แต่ไปๆมาๆก็ฟังแต่เพลย์ลิสต์นี้ทุกทีเวลาเขียนฟิคเรื่องนี้ซะงั้น ฮาาาาา
 
 
 
ช่วงนี้เราอ่านนิยายเรื่อง Love in the Time of Cholera อยู่ค่ะ…เป็นนิยายที่โหดสัสมากตรงที่บทนึงยาวราวๆ 60-90 หน้าฟฟฟฟฟ แต่ก็อ่านเพลินมากเลยค่ะ นี่เราอ่านไปได้ราวๆครึ่งเล่มแล้ว ประทับใจกับความโหดสัสนี้จริงๆค่ะ(เพราะแต่ละบทมันยาวขึ้นเรื่อยๆทีละ10-20หน้า………….)
 
 
 
 
 
หวังว่าทุกคนจะเอนจอยฟิคเรื่องนี้นะคะ UuU
 
 
 
 
 
ทิพย์เองค่ะ
 
 
Advertisements

8 responses to “[The Hobbit Fic][ThorinBilbo] Going to One Wedding Brings on Another (4)

  1. ฝั่งแบ็คกิ้นส์หรือฝั่งทุคชนะนี่ไม่สนใจแล้วค่ะ สนแค่ว่าตอนนี้เขินจนยิ้มตามบิลโบไปแล้ว ฮือออออวววววววว
    ยิ้มไม่น่าอายค่ะบิลโบ บิลโบยิ้มแล้วโลกสดใสมาก ต่างกับคุณฟรีแมนลิบลับ #โดนมาร์ตินปาด้วยฟัก
    ได้พูด “แล้วเจอกันใหม่” แล้วด้วยนะ ทำไมไม่นัดคราวหน้าไปด้วยเลยล่ะฟฟฟฟฟฟฟฟฟ (เธอจะรีบไปไหน?)

    Like

  2. น่ารักอีกแย้วววววว -///-
    อ่านเรื่องนี้ที่ไรก็เจอแต่น่ารัก ซึ่งเอาจริงๆ แล้ว ฟิคพี่ทิพย์น่ารักทุกเรื่องค่า5555
    ชอบตอนอ่านต้นฉบับ บิลโบน่ารัก นางคงตั้งใจมาก
    ในขณะที่ตาบก. ก็คงเฝ้าดูพฤติกรรมของคุณแบ็กกินส์อยู่ อร้ายเขินนนนนนนนนนน
    หนังสือจะมาแล้วสินะค่ะ โฮร อยากอ่าน แต่แบบ //me หันไปมองการบ้าน หนังสือเรียน และเอกสารเข้าค่าย แงฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ TvT

    Like

  3. /ฟีลลิ่งตัวแตก. นอนตายอย่างสงบ แอร๊ยแค่จินตนาการตามก็ฟินแล้วค่า บรรยากาศสองคนนี้เขามุ้งมิ้งมากมาก/เต็มไปด้วย ม ม้า :3 อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นและแอบหนาวเล็กๆตอนนึกได้ว่าตัวเองไม่มีคนให้มามุ้งมิ้งดัวย ฮรือ ชอบบรรยากาศกับโทนของเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ อยากมีฟีลนี้บ้าง~

    Like

  4. วิ่งไปดักอุ้มบิลโบกลับบ้านได้มั๊ยคะ ฮือออออออออออออออ น่ารัดสุดๆไปเลย
    โทนเรื่องนี้สนุกดีค่ะ มันนวลๆดี ชอบครงที่ไม่ค่อยหวือหวาแต่ว่าน่ารักแล้วก็มีการพัฒนาของตัวละครดีค่ะ

    Like

  5. โอยย น่ารักมากกกกกก ณ จุดๆนี้ไม่รู้ว่าบิลโบหรือคนอ่านจะยิ้มแก้มแตกก่อนกัน 555 บิลโบน่ารักกก ขอขโมยกลับบ้านได้ม้ายย แง่งง คู่นี้มุ้งมิ้งมาก ติ่งนอนตายอย่างสงบแล้วค่ะ 😄

    Like

  6. อ๋ออยยย แงงงง ชรอบมวั่กกก เชิลลลลล

    ฮออลลลลล

    ทำอะไรไม่รู้นอกจากสกรีมหนักมากแงง

    Like

  7. สารภาพว่าแอบกลับไปอ่านตอนที่ 3 ว่ามาเจอกันทำไม ช่วงนี้ความจำปลาทองป่วยมากๆ //จริงๆน้องทิพย์เว้นช่วงนานนะ อิอิ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s