[The Hobbit Fic][KiliFee] With Love and Poisoned Cupcakes (2)

 
 
With Love and Poisoned Cupcakes
The Hobbit fanfiction by Tippuri~ii *
 
 

 

    

 
 

Pairing: Kili x Fee (Fili)

Type: AU fanfiction; with female!Fili

 
 

 

 * แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบัง เทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น genderbend..ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 

REMEARK

 

– เหมือนเดิมค่ะ genderbend คือการที่ตัวละครสลับเพศเดิม…จากสาวโบ้ใน With Love and Free Doughnuts กับนุ้งคาเรนจาก With Love and “XOXO” Pizza …คราวนี้เป็นหญิงฟีบ้างนะคะ แห่กๆ

 

– AU เช่นเคย และเป็นจักรวาลเดียวกับ With Love and Free Doughnuts กับ  With Love and “XOXO” Pizza นะคะ 

 

 

สารบัญของทั้งเซ็ตนี้ >> [INDEX] The Delicious Serendipity

 


************************************
 
 
 

 

Chapter 2

 

 

 

 

 

ฟีลืมเรื่องคัพเค้กอาบยาพิษกับเจ้าเด็กคิลีไปได้สนิทก็เพราะในสัปดาห์ถัดมานั้นเธอได้คูปองส่วนลดจากร้านอาหารญี่ปุ่น…หญิงสาวมีชีวิตอยู่ด้วยข้าวกล่องเบนโตะครึ่งราคาทุกมื้อเป็นเวลาเจ็ดวัน แล้วพอวันที่แปด…เอเรบอร์พิซซ่าก็ได้กลับคืนบัลลังก์อีกครั้งหนึ่ง

               

 

 

 

 

ด้วยความเคยชิน ฟีจึงคาดเดาเต็มที่ว่าจะได้ยินเสียงเจือสำเนียงอเมริกันของหนุ่มน้อยผมทอง ไม่ใช่ถ้อยคำไร้ความเป็นมืออาชีพแต่ก็สดใสเหลือใจอย่างนี้

               

 

 

 

“หวัดดีครับ!” ก่อนที่จะอุทานอย่างดีใจเมื่อได้ยินเสียงเธอ “โอ้ ว่าไงๆ…วันนี้ก็มีคัพเค้กนะครับ เดี๋ยวเอาไปให้นะ”

 

 

 

 

 

“คัพเค้ก?” ฟีทวนคำอย่างสงสัย เช็คเบอร์โทรศัพท์อีกรอบ “นั่นเอเรบอร์พิซซ่าหรือเปล่า…คะ?” หางเสียงเกือบถูกลืมเสียแล้วเพราะความงงปนฉุนกรุ่นๆ

 

 

 

 

 

“ใช่สิๆ” เจ้าเด็กปลายสายช่วยยืนยันเสียด้วย ก่อนจะถามต่อเสียงสดใสไม่รู้ร้อนรู้หนาว “พี่สาวสั่งสลัดแบบเดิมอีกละ ผมว่าลองขนมเพิ่มด้วยดีกว่า…คัพเค้กดีมั้ย?”

 

 

 

 

 

“ไม่ดี—” ฟีขยับจะปฏิเสธ แต่ก็มีเสียงแทรกบทสนทนามาจากตรงปลายเท้าเธอ…สิ่งที่คงทำให้คนปลายสายตาลุกวาวอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

 

 

 

 

 

“พี่มีหมาเหรอ??!” คิลีพูดเสียงตื่นเต้น “สุดยอดเลย! ออเดอร์ทั้งหมดคือสลัดกับคัพเค้กนะครับ…แล้วเจอกัน!”

 

 

 

 

 

จากนั้นก็วางสายไปเลย รวดเร็วเกินกว่าจะเปิดช่องให้ฟีได้มีโอกาสในการปฏิเสธคัพเค้กอาบยาพิษจากเจ้าตัว

 

 

 

 

 

**

 

 

 

คิลีซิ่งเจ้าเดซี่เท่าที่ความเร็วของเวสป้าแก่ๆ คันนึงจะทำได้ และก็จอดตรงหน้าบ้านฟีแล้ววิ่งโครมๆ ไปกดกริ่งอย่างตื่นเต้น เด็กหนุ่มชอบหมาเป็นอย่างยิ่ง…แต่สถานะนักเรียนประจำและผลโหวตจากสมาชิกในบ้านก็ทำให้การมีสัตว์เลี้ยงเป็นประเด็นที่ต้องตกไปอย่างไม่มีทางเลือก

 

 

 

 

 

หญิงสาวผมทองเปิดประตูออกมา คิลีไม่ได้สังเกตเลยว่าเธอผงะไปนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าเขายืนชิดทางเข้าบ้านแค่ไหนเพราะจิตใจหนุ่มน้อยกำลังเต็มปริ่มไปด้วยสิ่งที่เตรียมจะพูด

 

 

 

 

 

“ขอผมเข้าไปเล่นหมาเถอะนะ!!”

 

 

 

 

 

ฟีไม่อยากจะพูดเลยว่าต่อให้อีกฝ่ายไม่ขอ เธอก็เหมือนต้องยอมให้แล้วนั่นแหละ…เพราะเจ้าตัวเล่นมายืนแบบล้ำกรอบประตูไปเกินครึ่งก้าวเสียแล้วแบบนี้

 

 

 

 

 

“หมาจ๋า~~” คิลีเดินเข้ามาในบ้านทั้งๆ ที่ยังแบกเป้ใบเก่งของตัวเองไว้อยู่ ร้องเรียกเสียงตะล่อมมุมิ “มานี่เร็ว~ โมะๆ~~”

 

 

 

 

 

ฟีแอบกลอกตากับการทำตัวราวกับนี่เป็นบ้านตัวเองของเจ้าเด็กนี่ แต่ภาพเจ้าตัวที่เดินก้มๆ มองหาสัตว์เลี้ยงของเธอด้วยดวงตาโตอันวาววับด้วยความหวังนี้ก็ตลกแบบน่าอ่อนใจ ทำให้โกรธไม่ลงอยู่ดี

 

 

 

 

 

ในที่สุด สิ่งที่คิลีตามหาก็โผล่หน้าออกมาจากห้องครัว เสียงฝีเท้าและกลิ่นคนแปลกหน้าคงทำให้มันสงสัย…เด็กหนุ่มมองเจ้าเฟรนช์บูลด็อกสีขาวแต้มดำตัวตุ้ยนุ้ยนั่น ก่อนที่จะสครีมโฮกเบาๆ ออกมาอย่างตื่นเต้น

 

 

 

 

 

“น่ารักเป็นบ้า!” ยิ้มกว้างให้ฟีหนึ่งที แล้วก็นั่งแปะลงบนพื้นทันทีพร้อมกวักไม้กวักมือ “มานี่เร็วเจ้าหนู มามะๆ”

 

 

 

 

 

ฟีมองสัตว์เลี้ยงของเธอวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาคิลีอย่างตื่นเต้นดีใจพอๆ กับเด็กหนุ่มแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าแอบขำ…ทีแรกสุดนั้น หญิงสาวได้เห็นมันก็แค่ตอนที่เจ้าหมาถูกพามาเดินเล่นแล้วผ่านหน้าบ้านเธอ ฟีไม่รู้จักมักจี่อะไรกับเจ้าของเดิม…นั่นจึงทำให้เธอต้องตามถามเพื่อนบ้านแถวนั้นอยู่หลายคนเลยทีเดียวตอนที่หญิงสาวพบเจ้าเฟรนช์บูลด็อกนี่มานอนอยู่ในพุ่มไม้ของบ้านตนเมื่อตอนที่เธอเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ

 

 

 

 

 

เมื่อได้เลขที่ของบ้านเจ้าของเดิมมาแล้ว…ฟีก็จัดการอุ้มเจ้าหมาหน้าตาร่าเริงนี่ไปที่นั่น หากหญิงสาวก็ต้องหยุดชะงักงันอยู่หน้าถนนเมื่อเห็นป้ายประกาศขายที่ติดอยู่ตรงริมรั้วบ้าน…สมองค่อยๆ ปะติดปะต่อได้เองในหัว เจ้าของเดิมคงย้ายบ้านไปและไม่ได้เอาเจ้าหมาตุ้ยนุ้ยนี่ไปด้วย

 

 

 

 

 

ฟีจำได้ว่าเธอรู้สึกสะท้อนใจไปหมดกับความใจร้ายนี้…ความรู้สึกที่ยิ่งเพิ่มสูงในหัวใจตอนที่ก้มมองเจ้าเฟรนช์บูลด็อกในอ้อมแขนตน มันอ้าปากอวดลิ้นสีชมพูแฮ่กๆ ราวกับกำลังยิ้มตื่นเต้น…ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองได้กลายเป็นสิ่งที่เจ้าของเดิมไม่ต้องการและทิ้งขว้างเสียแล้ว 

 

 

 

 

 

หญิงสาวเลยพาเจ้าหมาที่เธอไม่รู้แม้แต่ชื่อกลับบ้านตัวเอง…มันดูงงๆ และหงอยๆ ในช่วงสัปดาห์แรก ซึ่งฟีก็พยายามปลอบใจมันทั้งด้วยคำพูด การเกาหู ไปจนถึงอุ้มมากอดเป็นครั้งแรก…ทำให้สุดท้าย เจ้าหมาตุ้ยนุ้ยก็สดชื่นและติดเธอแจ แล้วก็ดูจะชอบใจชื่อใหม่ที่ฟีตั้งให้ด้วย

 

 

 

 

 

ซึ่งมันก็เป็นคำตอบให้คำถามที่คิลีถามขึ้นมา “มันชื่ออะไรเหรอ?”

 

 

 

 

 

ฟียังคงยืนอยู่…เธอเลยก้มหน้าลงเพื่อสบตากับเด็กหนุ่มและเจ้าหมาอ้วน “โพลก้าดอท”

 

 

 

 

 

เจ้าของชื่อยิ่งส่งเสียงแฮ่กๆ พร้อมแลบลิ้นแผล่บๆ อย่างดีอกดีใจ คิลียังคงส่งเสียงโมะๆ กับมันอยู่แม้ว่าตอนนี้เจ้าตัวจะเอี้ยวมาค้นเอาถุงใส่กล่องอาหารในเป้ และทันทีที่ส่งไปให้ฟีแล้ว…เด็กหนุ่มก็นอนแผ่ลงบนพื้นแล้วพยายามชูโพลก้าดอทให้ลอยขึ้นในอากาศทันที การเล่นที่เจ้าหมาดูจะชอบใจเป็นที่สุด เรียกเสียงหัวเราะสดใสจากคิลีให้ดังกังวานตามไปด้วย

 

 

 

 

 

ฟีมองภาพนี้ด้วยสายตาอ่อนใจแต่ก็ขันๆ…ร่างระหงขยับไปทางครัวเพื่อเก็บกล่องอาหาร แต่ก็หยุดฝีเท้าไว้เมื่อได้ยินเสียงเรียก

 

 

 

 

 

“เออใช่ พี่สาว…”

 

 

 

 

 

เธอหันกลับไป…สบตากับคิลีผู้นอนหงายหลังแล้วมีหมาอ้วนนั่งอยู่บนหน้าท้อง “ว่าไง?”

 

 

 

 

 

ถึงวงหน้าจะกลับหัวกลับหาง…แต่ดวงตาโตสีเข้มนั่นก็ยังคงความคล้ายคลึงลูกหมาอ้อนหงิงๆ อยู่ครบถ้วนอยู่ดีตอนเอ่ยประโยคนี้

 

 

 

 

 

“…ผมใส่กล่องคัพเค้กมาให้ในถุงนั่นแล้วนะ”

 

 

 

 

 

ฟีต้องห้ามตัวเองอย่างหนักมากในการจะไม่ครางฮือออกมาอย่างอยากจะบ้าตาย

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ถึงจะไม่มีใครเชื่อในตัวเขาและวัตถุดิบทั้งหลายก็มีอันต้องทิ้งมากกว่าออกมากินได้…แต่มันก็พอจะมีวันที่ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในการอบคัพเค้กของคิลีอยู่บ้าง

 

 

 

 

 

ซึ่งในวันนี้ ปาฏิหาริย์ที่ว่านี่เกิดขึ้นเอาก็ตอนหัวค่ำแล้ว…คัพเค้กวานิลลาออกมาจากเตาอบด้วยสภาพสีทองละมุน หน้าตาเหมือนของที่กินแล้วไม่ตายที่สุดเท่าที่คิลีเคยทำออกมาได้ และถึงเขาจะหยิบขวดไซรัปกลิ่นวานิลลาผิดไปเป็นขวดสีผสมอาหารจนทำให้ตัวครีมกลายเป็นสีชมพูแทนสีขาวสะอาด…หนุ่มน้อยก็คิดว่าผลงานของวันนี้เป็นอะไรที่สุดยอดอยู่ดี

 

 

 

 

เพราะตื่นเต้นดีใจกับความสำเร็จนี้ยิ่งนัก…คิลีจึงนึกออกถึงแค่เพียงชื่อชื่อเดียวเท่านั้น ชื่อของคนคนเดียวที่ยอมชิมคัพเค้กของเขามาตั้งแต่ต้น ชื่อของคนที่วันนี้ไม่ยักโทรมาสั่งพิซซ่าอย่างทุกที

 

 

 

 

 

แต่มีหรือที่เด็กหนุ่มผู้ที่กำลังแฮปปี้สุดขีดจะสนเรื่องนี้…คิลีจัดการเชิญตัวเองเสร็จสรรพให้ขับเจ้าเดซี่แท่ดๆ พร้อมกล่องคัพเค้กออกจากร้านไปยังบ้านหลังที่ว่าอยู่ดี

 

 

 

 

 

หากภาพที่ได้เห็นเมื่อจอดเวสป้าหน้าถนนกลับไม่ใช่บ้านอันเงียบสงบเหมือนทุกที…แต่เป็นภาพของโคมไฟในสนามหญ้าทุกดวงถูกเปิดจนจ้า ประตูบ้านแง้มค้างไว้หรา และหญิงสาวผมทองในสภาพชุดอยู่บ้านที่เดินวนรอบสนามไปมาพร้อมก้มมองตามพุ่มไม้ ส่งเสียงเรียกชื่อสัตว์เลี้ยงของตัวเองเรื่อยๆ ด้วยสีหน้าทุกข์ใจ

 

 

 

 

 

“เฮ้ๆ…” คิลีกระโดดลงจากเวสป้า ไม่ล้อเล่นแล้วเมื่อเห็นสีหน้าของฟี “เกิดอะไรขึ้นน่ะ? มีอะไรรึเปล่า?”

 

 

 

 

“อะ อ้าว…” หญิงสาวผมทองดูตกใจนิดๆ ที่ได้เห็นเขา แต่เธอก็ค่อยๆ เรียบเรียงคำพูดออกมาได้ในที่สุด “โพลก้าดอท…โพลก้าดอทหายไปไหนก็ไม่รู้…”

 

 

 

 

 

หลังจากหลุดประโยคนี้ออกมาได้ สีหน้าตระหนกร้อนรนของเธอก็ร่ำๆ จะมีน้ำตาคลอเพิ่มมาด้วย..เพราะต่อให้หาจนทั่วทุกพุ่มไม้ในสนามและเขตรั้วบ้านข้างเคียงแล้วยังไง ฟีก็ตามหาเจ้าหมาตุ้ยนุ้ยของเธอไม่เจอเลย เวลาที่ล่วงเลยและความว่างเปล่าเงียบงันในสวนมีแต่จะรุมเร้าให้หญิงสาวใจไม่ดี ความน่าจะเป็นอันน่ากลัวมากมายก่อตัวขึ้นมา…และการได้ยอมรับความจริงของสถานการณ์ออกมาดังๆ ต่อหน้าคนอื่นก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักที่ถ่วงให้รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมามากกว่าเดิม

 

 

 

 

 

ในรูปการแบบนี้ ใครๆ ก็คงเดาว่าเด็กหนุ่มคงได้ปลอบหญิงสาวที่ร้องไห้…แต่นี่คือคิลี บุคคลผู้มีความคิดอ่านไม่เหมือนใครและทำตัวได้พลิกทุกการคาดการณ์ใดๆ ทั้งปวง…ทิศทางต่อมาของบทสนทนาจึงกลายเป็นสองมือของหนุ่มน้อยที่จับหมับลงที่ต้นแขนทั้งสองข้างของฟี สัมผัสหนักแน่นอันปุบปับที่ทำให้หญิงสาวลืมความสติแตกอยากร้องไห้ของตัวเองไปได้สนิท…ดวงตาสีฟ้าได้แต่สบประสานกับดวงตาสีน้ำตาลเข้ม กระพริบอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นแววจริงจังเป็นผู้ใหญ่ในนั้นเป็นครั้งแรก…สิ่งที่ทำให้ใจรู้สึกมั่นคงและอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด

 

 

 

 

 

“ใจเย็นก่อนนะฟี…ฟังฉันก่อน” คำเรียกหากระเซ้าๆ แบบทุกทีโดนเปลี่ยนเป็นการเรียกชื่อตรงๆ…น้ำเสียงเนิบนุ่มหากหนักแน่น ละไมด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ของเจ้าตัว “เธอหารอบๆ นี้หมดแล้วใช่มั้ย? ยังไงก็ไม่เจอใช่รึเปล่า?”

 

 

 

 

 

ฟีพยักหน้าเป็นคำตอบให้ทั้งสองคำถาม คิลีจึงเริ่มมีสีหน้าหนักใจ แต่ก็นึกอะไรได้แล้วถามต่อ

 

 

 

 

 

“งั้น…โพลก้าดอทมีที่ไหนที่ชอบไปเล่นมั้ยล่ะ?” หนุ่มน้อยขยายความเพิ่มเติมทีหลัง “แบบพวกสวนสาธารณะแถวนี้ ที่ที่เธอเคยพามันไป…หรือที่ที่มีอะไรที่มันน่าจะชอบน่ะ ไม่ต้องเป็นที่ที่เธอเคยพามันไปก็ได้”

 

 

 

 

 

หญิงสาวพยายามสงบใจแล้วคิดตาม “เอ่อ…มันชอบขุดทรายเล่นนะ แต่หลังๆ มานี้ไม่ค่อยได้เล่นแล้วเพราะที่สวนสาธารณะเขาปิดบ่อทรายไป”

 

 

 

 

 

“ทรายเหรอ…”

 

 

 

 

 

คิลีนิ่งนึกชั่วครู่ ก่อนที่ตาจะเป็นประกายเมื่อคิดได้ มือเปลี่ยนมาจับมือฟีไว้ เสียงสดใสพูดออกมา

 

 

 

 

 

“มาเร็ว!”

 

 

 

 

 

สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นเป็นอะไรที่รวดเร็วจนเหมือนภาพเบลอ…สิ่งที่เด่นชัดในความรู้สึกของหญิงสาวคือมือของเด็กหนุ่มที่ดึงรั้งเธอให้ปิดบ้านแล้วซ้อนท้ายเวสป้าออกมาด้วยกัน…ฟีไม่เคยได้สังเกตเลยว่ามือของคิลีนั้นใหญ่จนกุมมือเธอได้รอบ และก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแผ่นหลังของเจ้าตัวกว้างและอบอุ่นจนกระทั่งตอนที่ได้แนบแก้มเข้าหาในนาทีนี้

 

 

 

 

 

และในกระแสลมยามค่ำและใต้ฟ้าพร่างดาว…ฟีก็รู้สึกเหมือนว่ามีแว่บหนึ่งที่หัวใจของตนเต้นผิดจังหวะไปเป็นครั้งแรก

 

 

 

 

 

**

 

 

คิลีจอดเจ้าเดซี่ลงตรงถนนอีกราวๆ สองบล็อคถัดมา…เขาเคยมาส่งพิซซ่าแถวนี้ จึงรู้ดีว่ามีกำลังการก่อสร้างอยู่…และด้วยระยะทางอันไม่ห่างจากบ้านฟีนักกับกองทรายเต็มบริเวณ หนุ่มน้อยจึงค่อนข้างมั่นใจว่าเจ้าหมาอ้วนคงหนีเที่ยวเพลินมาจนถึงตรงนี้แน่ๆ

 

 

 

 

 

ทั้งสองเดินวนๆ กันอยู่ตรงหน้ากองทรายสักพัก ก่อนที่คิลีจะสังเกตเห็นอะไรกลมๆ ขาวสะอาดอยู่หลังเนินทรายเตี้ยๆ เบื้องหน้า…หนุ่มน้อยจึงคว้ามือของคนข้างตัว ร้องบอกสั้นๆ

 

 

 

 

 

“นั่นไง!”

 

 

 

 

 

หญิงสาวประสานเรียวนิ้วเข้าหาให้สองมือของทั้งคู่ไม่หลุดจากกันเมื่อคิลีเริ่มออกวิ่ง เขากับฟีปราดเข้าไปหาก้อนกลมๆ สีขาวลายดำบนกองทราย และเมื่อหญิงสาวก้มลงไปอุ้มเจ้าหมาอ้วนขึ้นมากอดนั่นเองที่คิลีเพิ่งสังเกตว่าเขาจับมืออีกฝ่ายมาตลอดตั้งแต่ต้น…การตระหนักรู้ที่ทำให้รู้สึกหน้าร้อนแปลกๆ ชอบกล

 

 

 

 

 

และที่พิลึกยิ่งกว่าก็คือ…ความรู้สึกเหงาๆ จากมือว่างๆ ของตัวเองตอนที่มือฟีผละจากไปนี่แหละ…

 

 

 

 

 

การเดินทางขากลับนั้นไม่รวดเร็วเท่าขามาเพราะคิลีไม่ต้องเร่งความเร็วของเวสป้าแล้ว…จังหวะเอื่อยๆ ของการเคลื่อนตัวเป็นอะไรที่เอื้อให้บทสนทนาเปิดฉากขึ้นยิ่งนัก แต่ทั้งคิลีกับฟีต่างก็มีเรื่องของความรู้สึกแปลกๆ ในใจให้ขบคิด…เสียงระหว่างการเดินทางจึงมีเพียงเสียงเห่าอย่างตื่นเต้นเป็นครั้งคราวของเจ้าโพลก้าดอท คำปรามของฟี และคิลีที่หลุดหัวเราะออกมาเท่านั้น

 

 

 

 

 

ท่าทางพลังงานของเจ้าเฟรนช์บูลด็อกยังไม่หมด…เพราะต่อให้ถึงบ้านแล้ว โพลก้าดอทก็ยังวิ่งเล่นนิดๆ หน่อยๆ ตรงสนามอยู่ดี ปล่อยให้หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของที่เหนื่อยจากความเครียดและการตามหามันนั่งแปะลงตรงบันไดหน้าประตูบ้านลงอย่างไร้พิธีรีตอง

 

 

 

 

 

คิลีกำลังเตรียมจะเอาเป้ที่เขาวางไว้ตรงแถวที่ฟีนั่งขึ้นพาดบ่าแล้วกลับบ้านอยู่เลยเชียวตอนที่หญิงสาวเอ่ยทักขึ้น

 

 

 

 

 

“แล้วนายเอาอะไรมาล่ะนั่น? ฉันไม่ได้สั่งพิซซ่านี่?”

 

 

 

 

 

“อ๋อ นี่น่ะเหรอ…” คิลีเองก็แทบจะลืมเรื่องคัพเค้กหน้าตาดูได้ของตัวเองไปแล้วหลังจากเจอปัญหาหมาหนีออกจากบ้าน “คัพเค้กน่ะ…วันนี้ฉันอบออกมาได้โอเคเลย เลยอยากให้เธอชิม…”

 

 

 

 

 

เพราะเธอชะเง้อนิดๆ เพื่อดู คิลีเลยตัดสินใจนั่งลงข้างๆ ฟีก่อนแล้วค่อยเปิดฝากล่องกระดาษเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นได้สะดวกๆ…คัพเค้กสีทองละมุนกับครีมแต่งหน้าสีชมพูอ่อน

 

 

 

 

 

“…โอเค”

 

 

 

 

 

ฟีพยักหน้าหงึกๆ เป็นเชิงรับรู้ แล้วนาทีต่อมาก็เป็นคราวของคิลีบ้างแล้วที่จะได้ประหลาดใจ…เพราะมือเรียวสวยของหญิงสาวเอื้อมมา หยิบคัพเค้กในกล่องไปแล้วกัดคำโตๆ

 

 

 

 

 

“ว้าว…” ดวงตาสีฟ้ามีแววประหลาดใจ ก่อนจะแกล้งเลิกคิ้ว “มันรสชาติเหมือนอาหารมนุษย์แบบนี้ได้ยังไง?? เกิดอะไรขึ้นกับนายกันเนี่ย??”

 

 

 

 

 

เป็นครั้งแรกที่เขาโดนฟีล้อ…คิลีจึงไปไม่เป็นวูบนึงเลยทีเดียว หนุ่มน้อยส่งเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะโวยกลับว่าคัพเค้กของตนอร่อยทุกครั้งหรอกเถอะ…คำเถียงที่ทำให้หญิงสาวตรงหน้าเขายิ่งหัวเราะ

 

 

 

 

 

“นายจะว่าไงก็ตามใจนายเถอะ” เธอยังขำอยู่ แต่ก็ยิ้มอ่อนโยนตอนพูดประโยคต่อมา “แต่ยังไงก็ขอบใจสำหรับวันนี้มากนะ…ทั้งเรื่องโพลก้าดอทแล้วก็คัพเค้กนี่เลย”

 
 
 
 
 
 
 
 
 
เขาเคยเห็นฟีในมาดที่แต่งหน้าแต่งตัวสวยเต็มที่มาแล้วก็จริง แต่ในนาทีนี้…คิลีกลับรู้สึกว่าหญิงสาวผมยุ่งๆ ในชุดอยู่บ้านที่กำลังเคี้ยวขนมจนแก้มตุ่ยอยู่นั้นเป็นภาพเพียงภาพเดียวที่ตนอยากจะมองไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
tbc.
 
 
***********************************
 
 
 
สวัสดีค่ะ เป็นการเปลี่ยนธีมบล็อกครั้งแรกตั้งแต่ย้ายมา wordpress เลย คงจะมีปรับแก้กันต่อไปเรื่อยๆค่ะ แต่ชอบธีมนี้ตรงที่มันเปิดหาเอนทรีได้ง่ายดี ฮี่ๆ
 
 
 
 
สารภาพว่า เรานั่งหาหมาให้ฟีเลี้ยงนานมากค่ะ เพราะเราคิดว่าฟีไม่น่าเลี้ยงหมาตัวเล็กๆแบบพวกชิสุหรือหมาปอมหรอก น่าจะชอบหมาแนวผู้ชายเลี้ยงหน่อยมากกว่า เลยนั่งคิดอยู่หลายตลบ ลบๆแก้ๆอยู่นานเชียวค่ะ จนมาคิดได้ถึงเฟรนช์บูลด็อก สุดท้ายเลยตกลงใจเป็นพันธุ์นี้ค่ะ
 
 
 
 
 
รู้สึกฟิคเรื่องนี้ทำให้เสิร์ชหาข้อมูลเรื่องหมากับคัพเค้กเยอะมากค่ะก้ากกกก หนุกหนาน555
 
 
 
ช่วงนี้เราไม่ค่อยได้มีเวลาเขียนฟิคหรือติ่งแตกอะไรเลยค่ะ แต่อีกไม่กี่วัน the scorch trials จะมาแหล่ววววฟกหดฟกดฟหกดฟกห รูปอปป้ากับชายแซง ณ เกาหลีคือมุ้งมิ้งงุงิมากมากมากค่ะแงงงงงงงง #แหวนแต่งงานคืออะไร เราอยากโดดตึกเหลือเกินนนนนน ตอนนี้รอเรื่องนี้, the martian แล้วก็คริมสันพีครัวๆค่ะฮุ่มมม
 
 
 
 
 
หวังว่าจะยังไม่ลืมฟิคเซ็ตนี้กันไปก่อนนะคะ ขออภัยที่อัพช้าค่ะฮือ TvT
 
 
 
 
 
 
ทิพย์เอง
 
 
Advertisements

4 responses to “[The Hobbit Fic][KiliFee] With Love and Poisoned Cupcakes (2)

  1. อ๊ากกกกก น่ารัก น่ารัก น่ารัก ขอเบอร์สั่งพิซซ่าหน่อยค่ะ
    คิลี บ้านป้ามีหมาเป็นสิบตัวเลย สนใจมาส่งคัพเค้กมั๊ย // ทำสายตาล่อลวง
    โฮวววววว นี่มันน่ารักมากจริงๆ

    Like

  2. น่ารักจังเลยยย ชอบเฟร้นบุลด็อก เพราะรู้สึกว่ามันเหมือนปั๊กมากๆ น้องปั๊กในคิงส์แมนบ้องแบ๊วสุดๆ ปล. ชอบฟิคด้วยนะคะ อิอิ

    Like

  3. เพ่ทิพพพพพย์ พี่ทำร้ายน้องอีกแล้ว คิลีน้อยอ้อนฟี(?) แถมตอนเล่นกับหมาก็น่าร้ากกกกมากกกกกกกเ่สีดานีพกสี_ดรถำาะำ่ีพ่นบยถกสึพสนัพ่ีะ่ #ไม่เป็นภาษา

    Like

  4. โอ้ยน่ารักมากเลยค่างืออออออออออออ
    สรุปคิลีหรือโพลกาดอทกันแน่ที่เป็นหมา555555
    และไม่น่าเชื่อว่าฟิลีจะทำอาหารคนได้555555
    ละแบบแว่บนึงของความจริงจังคืออะไร!!!!
    เขินค่ะะะะ ถ้าเป็นฟีคือน้องไปไม่เป็นแน่ๆ
    แง้ยยยยยยย์
    ละแบบมีช่วยตามหาหมาด้วยนะคะ เขินนนนนนน
    ละตอนที่กินคัพเค้กตอนสุดท้ายนี่โอ้วววว555555
    แบบว่าอยากเป็นฟีอ่าาาาาาา
    เขินค่ะแงงงงง

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s