[The Maze Runner Fic][MiNewt] and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes (1)

 

and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes 

The Maze Runner fanfiction by Tippuri~ii*     

 

    

Pairing:  Minho x Newt

Fandom: The Maze Runner  

Type: AU fanfiction          

 

 

 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 

mix album for this fanfiction: click to listen

 

 

************************************  

 

 

 

chapter 1

 

 

 

 

 

นิวท์มีคู่นอนหลายคน และคนคนเดียวที่เขารัก

 

 

 

 

 

ซึ่งถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ…นิวท์มีคู่นอนหลายคน เพราะคนคนเดียวที่เขารัก

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มรู้ดีว่ามันไม่ใช่ทางออกที่ดีเลย…แต่ในขณะเดียวกัน นิวท์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทางออกที่ดีคืออะไร เพราะก็เห็นได้ชัดเจนว่าอัลบีไม่มีวันจะมองเขาได้มากไปกว่าเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง และนิวท์เองก็ไม่อยากเสียความสัมพันธ์นี้ไปด้วยคำสารภาพที่รู้ๆ อยู่ว่าไร้ความหวัง นั่นจึงทำให้เวลาหลายปีของทั้งสองดำเนินไปด้วยมิตรภาพจากอัลบีและความปวดร้าวเล็กๆ หากหยั่งรากลึกในใจของเขาเสมอทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

อัลบีเริ่มต้นออกเดทไล่ๆ กับนิวท์…แต่ต่างกันตรงที่นิวท์ได้เริ่มต้นคบกับแฟนคนที่สองและคนถัดๆ มาคนแล้วคนเล่า แต่อัลบียังคงมีความสุขกับคู่เดทคนแรกของตัวเอง…หญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งผู้มีเรือนผมสีดำสนิทเหยียดตรงและรอยยิ้มอบอุ่นบนริมฝีปากเสมอ

 

 

 

 

 

ภาพของอัลบีกับโทพาซนั้นเป็นอะไรที่ทำให้นิวท์เจ็บแปลบในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนชาชินเสียแล้ว…และเขาก็ต้องยอมรับว่าโทพาซเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอัลบี ชายหนุ่มจึงได้แต่มองภาพความรักของคนทั้งคู่ไปพร้อมๆ กับที่รับรู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง…สองสิ่งที่เติบโตไปเรื่อยๆ ตามวันเวลาโดยที่นิวท์ไม่อาจทำอะไรได้เลย

 

 

 

 

 

หลายๆ คนแซวเขาเล่นเสมอเรื่องการเปลี่ยนคู่ควงแทบจะเดือนต่อเดือน…สิ่งที่นิวท์รู้ดีว่าคือคำช่วยท้วงติงด้วยความห่วงใย แต่เขาก็ไม่อาจบอกใครได้ถึงเหตุผลที่แท้จริงของทุกสิ่งทุกอย่างตรงนี้…เขาไม่อาจพูดออกไปได้ว่าเขาหวังเสมอว่าตัวเองจะได้เจอใครสักคนที่มาแทนที่อัลบีได้ ใครสักคนที่จะทำให้เขารู้สึกมากกว่าที่รู้สึกกับอัลบี ใครสักคนที่จะทำให้ความรักไร้ทางออกนี้กลายเป็นเพียงความทรงจำ…ความหวังที่โง่เง่าจนน่าหัวเราะ

 

 

 

 

 

และสิ่งที่น่าหัวเราะที่สุดก็คือ…นิวท์รู้อยู่ลึกๆ ในใจอยู่แล้วว่าตนไม่มีวันจะได้พบใครคนนั้น เพราะคนคนเดียวที่เขาต้องการคืออัลบี

 

 

 

 

 

นิวท์จึงเก็บเหตุผลเบื้องหลังทุกความสัมพันธ์อันรวดเร็วเหล่านี้ไว้ในความเงียบงันของหัวใจ…มันเป็นความลับที่บีบรัดให้หายใจไม่ออกทุกครั้งที่คิดถึง ความลับที่เขาไม่เคยปริปากบอกใครเลยสักคน

 

 

 

 

 

แต่ในบางครั้ง การรับรู้ก็เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายถ้าเพียงใครคนนั้นตั้งใจสังเกต

 

 

 

 

 

 

//

 

 

 

มินโฮรู้จักนิวท์มาตั้งแต่สมัยไฮสคูล…ระยะเวลาที่นานพอที่จะทำให้เขาคุ้นเคยกับภาษากายของอีกฝ่ายดีไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน

 

 

 

 

 

และนั่นจึงทำให้ชายหนุ่มสังเกตได้ในเวลาไม่นานว่านิวท์กำลังตกหลุมรัก…มันเป็นช่วงฤดูร้อนของชั้นปีหนึ่งในมหาวิทยาลัย และไม่ทันที่ใบไม้จะเปลี่ยนสี…มินโฮก็สรุปได้เองว่าคนคนนั้นคือใคร

 

 

 

 

 

สิ่งที่ได้รับรู้ทำให้เวลาในโลกทั้งใบของเขาเดินช้าลง มินโฮยังคงจำความรู้สึกของการจมดิ่งของหัวใจที่ตัวเองได้ มันให้ความรู้สึกเหมือนภาพของฉากภาพยนตร์…ร่วงหล่นอย่างเชื่องช้า ทุกวินาทีเติมเต็มด้วยความสับสนของตัวเขาที่ไม่อาจทำให้ตัวเองเข้าใจข้อเท็จจริงที่รับรู้นี้ได้

 

 

 

 

 

…นิวท์ชอบอัลบี

 

 

 

 

 

ในช่วงเวลาที่ทุกคนยังเป็นอิสระจากภาระของการเป็นผู้ใหญ่นั้น การเอ่ยปากสารภาพความในใจไปตรงๆ ยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ…มินโฮจึงคาดเดาไว้ว่าอีกไม่นานตนก็คงได้เห็นนิวท์กับอัลบีเดินเคียงกันไปไหนต่อไหน แต่หลังจากเวลาเกือบเดือนผ่านไป…ชายหนุ่มก็พบว่าเขาคิดผิด

 

 

 

 

 

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

 

 

 

 

 

แต่มองอีกแง่หนึ่ง…ความเงียบเฉยของเพื่อนสนิทก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะแม้แต่ตัวมินโฮเองก็คิดว่าการเอ่ยปากบอกความในใจกับคนใกล้ตัวนั้นเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูงนัก แล้วไหนจะข้อเท็จจริงที่ว่าอัลบีเคยบอกอยู่หลายครั้งว่าสาวน้อยคณะศิลปศาสตร์ที่ชื่อโทพาซนั้นน่ารักดี

 

 

 

 

 

และในเมื่อนิวท์ไม่ได้เล่าถึงความรู้สึกที่เขาสังเกตได้นี้ให้ฟังด้วยตัวเอง มินโฮจึงคิดว่าสิ่งเล็กน้อยที่สุดที่ตนจะทำได้ก็คือการนิ่งเฉยเสียต่อไปอย่างเดิม

 

 

 

 

 

 

 

//

 

 

 

มือข้างหนึ่งนั้นถือมวนบุหรี่ไว้ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ใช้ปลายนิ้วค่อยๆ เลื่อนรูปถ่ายใบแล้วใบเล่าในกล่อง

 

 

 

 

 

นิวท์ไม่ได้เปิดไฟในห้องนั่งเล่นนี้เพราะแสงที่ทอดตัวผ่านประตูระเบียงและกระจกหน้าต่างก็มากเพียงพอแล้ว…แสงแดดอ่อนๆ ทอผ่านผ้าม่านขาวสะอาดเข้ามาในห้องสีสว่าง โอบล้อมบรรยากาศไว้ให้ละมุนอ่อนโยน เข้ากันนักกับสิ่งที่นิวท์กำลังทำอยู่ตอนนี้…การค้นเอารูปถ่ายเก่าๆ ในวันวานออกมาจากกล่องเก็บเพื่อเตรียมหาสมุดอัลบั้มใส่ การค้นหาที่กลับกลายมาเป็นการไล่ดูไปทีละรูป…ซึมซาบความทรงจำอันชวนให้คิดถึงเหล่านี้ใหม่อีกครั้ง

 

 

 

 

 

ควันสีเทาลอยเอื่อย…นิวท์แตะมวนกระดาษนั่นที่เรียวปากของตน ละเลียดรสขมๆ บนปลายลิ้น แล้วก็เลื่อนมือกลับออกไปดังเดิม…กันไม่ให้เถ้าบุหรี่ร่วงหล่นบนรูปถ่าย ดวงตาไม่ได้ละไปจากทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้าตนเลยสักนิด

 

 

 

 

 

หลายรูปซีดจาง หลายรูปก็ไม่มีวันที่เขียนไว้ และถ้าใครค้นดีๆ ไปเรื่อยๆ ก็จะสังเกตได้…หลายรูปไม่มีมินโฮในนั้น

 

 

 

 

 

นิวท์รู้ดีว่าทำไม

 

 

 

 

 

…เพราะเกินครึ่งของรูปพวกนี้…มินโฮเป็นคนถ่าย

 

 

 

 

 

น่าขำดีเหมือนกันที่งานอดิเรกในตอนนั้นกลายมาเป็นงานประจำในตอนนี้…แถมงานประจำที่ว่านี่ก็คือนิตยสารแนวหน้าอย่างเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกเลยด้วย แต่นิวท์ก็ไม่แปลกใจเหมือนคนอื่นๆ ตอนที่เพื่อนสนิทประกาศข่าวนี้ให้ได้รู้…เพราะเขาอยู่กับมินโฮมาตั้งแต่วันแรกที่เจ้าตัวได้กล้องตัวแรกมาครอบครอง และก็ได้เห็นรูปของอีกฝ่ายมาตั้งแต่เริ่มหัดถ่ายมาเรื่อยๆ…สิ่งที่ทำให้นิวท์รู้สึกมาตลอดก่อนที่มินโฮจะได้งานนี้เสียอีกว่านี่คือเรื่องที่คงต้องเกิดขึ้นสักวัน

 

 

 

 

 

และนั่นก็ทำให้เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่าตนมีมินโฮอยู่เคียงข้างในชีวิตมาเนิ่นนานแค่ไหนแล้ว

 

 

 

 

 

ควันบุหรี่ปะปนในลมหายใจอีกครั้ง ปลายนิ้วไล่เลื่อนดูรูปถ่ายต่อไป มองเลขวันเดือนปีที่ผันผ่านและพวกเขาในรูปที่แตกต่างไปจากรูปถ่ายใบก่อนหน้าเรื่อยๆ…ก่อนที่ดวงตาจะหยุดตรงภาพที่ถ่ายตอนช่วงชั้นปีสามในมหาวิทยาลัย มันเป็นภาพของเขา อัลบี และมินโฮที่นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยอยู่ตรงสนามหญ้าที่มีทิวต้นไม้โอบล้อม…อัลบีกำลังพูดอะไรสักอย่างที่ทำให้นิวท์หัวเราะ มินโฮเองนั้นก็กำลังยิ้ม…รอยยิ้มบางๆ ที่คุ้นตาเขามาตลอดชีวิต

 

 

 

 

 

และตลอดชีวิตก็เป็นเวลาที่นานพอแล้วที่จะทำให้อีกฝ่ายคุ้นเคยจนสามารถสังเกตได้ถึงสิ่งที่นิวท์ไม่เคยปริปากพูดกับใครทั้งนั้น

 

 

 

 

 

 

//

 

 

 

มินโฮไม่เคยชอบใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวเลย

 

 

 

 

 

แต่สภาพอากาศในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงของชั้นปีหนึ่งนั้นก็เริ่มมีลมเย็นเฉียบของหน้าหนาวปะปนเข้ามาแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เชิ้ตสีฟ้าอ่อนตัวนี้ถูกมินโฮหยิบมาสวมใส่…หากสุดท้ายแล้ว แขนเสื้อที่ยาวจรดข้อมือนั่นก็โดนพับขึ้นจนถึงศอก เพราะเขามานั่งเขียนรายงานในห้องสมุดที่อากาศอุ่นสบายตั้งแต่ตอนบ่ายยันเย็นแทน

 

 

 

 

 

ท้องฟ้ากลายเป็นสีเข้มแล้วตอนที่มินโฮออกมาจากห้องสมุด ชายหนุ่มขยับๆ สายสะพายของเป้ให้วางดีๆ บนบ่า…เตรียมจะเลี้ยวไปทางหอพักนักศึกษาแล้วตอนที่เห็นคนสองคนเดินสวนตนมา

 

 

 

 

 

 

“อ้าว อัลบี?”

 

 

 

 

 

เจ้าของชื่อโบกมือนิดๆ เป็นการตอบคำทัก…สีหน้าอาจจะไม่แสดงออก แต่ดวงตาก็มีแววปลื้มสุดๆ ชัดเจนตอนสบตากับมินโฮ…เพราะคนที่เดินเคียงเจ้าตัวมานั้นคือโทพาซ หญิงสาวต่างคณะที่อัลบีอยากชวนไปเดทมาตั้งนานแล้ว และตัดสินจากกระโปรงตัวสวยที่เธอสวมอยู่…วันนี้คงเป็นวันที่อัลบีได้สมหวังแล้ว

 

 

 

 

 

มินโฮจึงยิ้มโดยอัตโนมัติอย่างยินดีไปกับเพื่อนทันที…รอยยิ้มที่ปริร้าวเล็กน้อยในวินาทีถัดมาตอนที่หัวใจคิดต่อได้ถึงใครบางคน

 

 

 

 

 

พวกเขาทักทายกันพอเป็นสังเขป อัลบีบอกว่าตนกำลังจะออกไปดินเนอร์กับหญิงสาวข้างตัว มินโฮแซวเพื่อนนิดๆ หน่อยๆ ให้พอเรียกเสียงหัวเราะจากโทพาซได้…ก่อนที่จะถามคำถามที่ต้องการคำตอบที่สุดด้วยเสียงสบายๆ อันแนบเนียน

 

 

 

 

 

“เออใช่…นายรู้มั้ยว่านิวท์อยู่ไหนน่ะ?”

 

 

 

 

 

อัลบียักไหล่ “ที่ห้องแหละมั้ง…ตอนเลิกคลาสเขาถามฉันว่าเย็นนี้จะกินมื้อเย็นที่ไหน ฉันเลยบอกเขาไปว่ามีนัดกับโทพาซไว้แล้ว แล้วเราก็แยกกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะ”

 

 

 

 

 

มินโฮพยักหน้า เอ่ยขอบคุณแล้วก็กล่าวลา

 

 

 

 

 

ใช้เวลาไม่นาน…ชายหนุ่มก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตู เพียงแต่มันไม่ใช่ประตูห้องพักของเขา

 

 

 

 

 

เขาสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะ…เรียกเจ้าของห้องไปด้วย “นิวท์? อยู่หรือเปล่าน่ะ?”

 

 

 

 

 

ไม่มีเสียงตอบ มินโฮเคาะประตูอีกรอบ ก่อนจะถือวิสาสะเปิดเข้าไป

 

 

 

 

 

ห้องของนิวท์อยู่ในฝั่งด้านหน้าตึก…นั่นจึงทำให้ตัวห้องมีส่วนเว้าเข้าไปตรงหน้าต่างมากพอจนนั่งได้ และนิวท์ก็ได้เอาผ้าห่มกับหมอนมาสุมๆ ไว้ตรงนั้นเพื่อใช้ต่างโซฟา…มุมที่มินโฮเคยแวะมานอนเล่น ติวหนังสือ ไปจนถึงค้างคืนเวลาที่ลืมกุญแจห้องตัวเองหรือตอนไปตะลอนเที่ยวกันจนดึก

 

 

 

 

 

…มุมที่ตอนนี้นิวท์นั่งกอดเข่าอยู่ในความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์อาบย้อม

 

 

 

 

 

เรือนผมสีทองนั่นขยับไหวนิดๆ ตอนที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยคำ

 

 

 

 

 

“ไม่รู้รึไงว่าเปิดห้องเข้ามาเองแบบนี้มันเสียมารยาท?”

 

 

 

 

 

ถ้อยคำเหมือนต่อว่า…แต่เสียงของนิวท์กลับไร้กระแสไม่พอใจอะไร กลับกันแล้ว…มันกลับเรียบนิ่งราวกับเจ้าตัวรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องเปิดเข้ามา ถ้าเป็นเวลาปกติ…มินโฮคงตอบกวนๆ กลับไปว่าเขาไม่สนหรอก แต่ตอนนี้…ความรู้สึกหม่นหมองปนอยู่ในทุกอณูอากาศของห้อง ชัดเจนด้วยคราบชื้นบนผิวแก้มที่เห็นได้ชัดในแสงจันทร์สีขาวโพลน

 

 

 

 

 

เขาจึงแค่ปิดประตูห้อง ปล่อยเป้ให้ไถลจากบ่าไปวางบนพื้นอย่างไร้เสียง…ยืนพิงประตูอยู่แบบนั้น ก่อนที่สุดท้ายจะตัดสินใจทำลายความเงียบลง

 

 

 

 

 

“…ฉันรู้เรื่องอัลบีแล้วนะ”

 

 

 

 

 

นิวท์ตอบกลับมาเสียงเบา “ฉันก็รู้แล้วเหมือนกัน…วันนี้เขาขอโทพาซไปเดทได้สำเร็จแล้วนี่นะ”

 

 

 

 

 

“ไม่ใช่เรื่องนั้น…”

 

 

 

 

 

มินโฮส่ายหน้า…เสียงกระซิบที่ชัดเจนในห้องเล็กๆ นี้ ก่อนที่ชายหนุ่มผมดำจะเดินไปจนนั่งลงข้างๆ เพื่อนสนิท…พึมพำประโยคที่ให้ความรู้สึกเหมือนคำสารภาพอย่างประหลาด

 

 

 

 

 

“ฉันรู้…” ที่เขารู้สึกแบบนั้นก็คงเพราะนี่คือคำสารภาพจริงๆ…คำสารภาพว่าตนรู้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะเก็บเป็นความลับส่วนตัว “…ฉันรู้ว่านายชอบอัลบี”

 

 

 

 

 

นิวท์สูดลมหายใจลึกๆ พร้อมหลับตาลง…ราวกับเจ้าตัวทั้งประหลาดใจแต่ก็ไม่ประหลาดใจในเวลาเดียวกัน ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีทองนั่นแหงนเงยขึ้น…แตะพิงกับกระจกหน้าต่าง ความเงียบโอบล้อมพวกเขาไว้ชั่วครู่…ก่อนที่นิวท์จะเอ่ยคำอีกครั้ง

 

 

 

 

 

“ฉันคิดอยู่แล้วล่ะ…ถ้าจะมีใครสักคนที่มองออก ก็คงเป็นนาย” น้ำเสียงนั้นระโหย หากก็ให้ความรู้สึกห่างไกลเหมือนกับว่านิวท์กำลังพูดถึงเรื่องของคนแปลกหน้าอยู่มากกว่าจะเป็นเรื่องระหว่างพวกเขา “แต่ทำไมนายถึงไม่เคยพูดอะไรเลยล่ะ?”

 

 

 

 

 

“ก็นายไม่เล่านี่” มินโฮยักไหล่ ไม่พยายามปรุงแต่งถ้อยคำเลยเพราะเขารู้ว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการในตอนนี้ “พอนายไม่เล่า…ฉันก็เดาว่านายคงไม่ได้อยากให้ฉันรู้ ก็เลยไม่ถามอะไรต่อ”

 

 

 

 

 

นิวท์ลืมตาขึ้นแล้วผงกศีรษะกลับมา หัวเราะขื่นๆ เล็กน้อย

 

 

 

 

 

“ฉันไม่เล่าก็เพราะ…เพราะฉันคิดโง่ๆ เองน่ะว่าถ้าพูดออกมาแล้ว มันก็คือการยอมรับว่าฉันรู้สึกแบบนี้จริงๆ…แล้วถ้าลงได้ยอมรับออกมาให้ชัด ความรู้สึกนี้ก็จะไม่หายไป” ชายหนุ่มผมทองส่ายหน้าราวกับจะเยาะความอ่อนเดียงสาของตัวเอง “แต่ประเด็นก็คือ…ต่อให้ฉันจะหลอกตัวเองแค่ไหน ต่อให้ฉันพยายามจะไม่ยอมรับแค่ไหน…ฉันก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าตัวเองชอบเขาจริงๆ…”

 

 

 

 

 

ถ้อยคำขาดหาย…ถูกแทนที่ด้วยเสียงสะอื้นติดขัดในลำคอ แล้วมินโฮก็รู้ได้เองว่านี่เป็นประโยคที่ตัดเส้นด้ายสุดท้ายที่รั้งความสามารถในการคุมตัวเองของนิวท์ให้ขาดลง…เพราะไม่มีการต่อบทสนทนาอะไรอีกแล้ว น้ำตาพร่างพรูจากดวงตาโตสีเข้มนั่น…น้ำตาที่มินโฮคิดว่าถูกเก็บไว้เนิ่นนานตั้งแต่ในวันวานใต้แสงแดดของฤดูร้อนแล้ว

 

 

 

 

 

มือเรียวขาวนั่นพยายามปาดหยดน้ำเหล่านั้นออกไปแต่ก็ไม่ได้ผลอะไร…มินโฮมองภาพเพื่อนสนิทของตนที่ร้องไห้พร้อมกับซึมซาบรสชาติความเจ็บร้าวที่ค่อยๆ โอบรัดหัวใจตัวเอง ไม่สามารถที่จะเอ่ยคำใดได้

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มจึงแค่ดึงแขนเสื้อที่ถูกพับไว้ทีแรกให้คลายกลับลงมา แล้วปาดผ้าเนื้อนิ่มนั่นบนผิวแก้มขาวสะอาดของคนข้างตัว…นุ่มนวลและเงียบงัน

 

 

 

 

 

นิวท์ยังคงสะอื้น แต่ก็เงยหน้าขึ้นนิดๆ…ก่อนที่สุดท้ายจะเอนตัวเข้ามาจนอยู่ในวงแขนของมินโฮเพื่อให้เขาซับน้ำตาจนหมดไป สัมผัสใกล้ชิดที่ไม่ได้ทำให้ใจรุ่มร้อนอะไรเลย…คงเพราะตัวชายหนุ่มผมดำเองก็ไม่ได้รู้สึกหมองเศร้าน้อยไปกว่ากัน

 

 

 

 

 

แขนเสื้อสีฟ้าอ่อนให้สัมผัสชื้นๆ บนข้อมือของเขา น้ำหนักที่เหมือนกับเศษเสี้ยวของหัวใจที่แตกร้าวอย่างประหลาด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

***********************************

 

สวัสดีค่ะทุกคน

 

 

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงค่ะ วันที่ AU fic ก็ไม่ช่วยทำให้หนีความปวดใจของคู่ชิปได้ฟฟฟฟฟ แต่เราอยากเขียนมินิวท์เอยูหน่วงๆแบบนี้ดูบ้างค่ะ เพราะเป็นอีกมุมที่เราชอบมากเลย ///// เพราะเราคิดว่านิวท์กับมินโฮในหนังสือเนี่ย อยู่ด้วยกันมานาน ผ่านอะไรหลายๆอย่างด้วยกันมาเยอะ คุณแดชเนอร์บอกไว้ว่านิวท์ชอบอัลบีจริงๆ…และเราก็คิดว่ามินโฮต้องรู้ค่ะ ไม่ว่าจะด้วยมองออกเองก็ตาม หรือนิวท์อาจจะตัดสินใจบอกเองก็ตาม ฟฟฟฟฟฟฟ

 

 

แต่เราไม่ค่อยอยากเขียนในเวิร์สของหนังค่ะ อยากลองบรรยายเป็นโลกปัจจุบัน เลยเกิดเป็นฟิคนี้ขึ้นมา 

 

 

ฮือ ไม่รู้จะฝอยอะไรต่อดีค่ะ ตอนนี้ตื้อๆไปหมด แต่ฟิคนี้ทำให้เรารู้สึกและคิดถึงอะไรหลายๆอย่างให้ตัวเรื่องมากเลย ถ้ามีอะไรแปลกๆหรืออยากจะติชมอะไร ก็ที่เก่าเวลาเดิมเลยค่ะ(555)…ในคอมเม้นบล็อก, ในแท็กทวิต #tippurific , หรือใน ask.fm/tippuri นะคะ

 

 

 

ขอบคุณมากค่ะ จะมาต่อตอนใหม่ในเร็ววันนะคะฟฟฟฟฟฟฟฟ

 

 

 

 

ทิพย์

 

 

ปอลอ ฟิคนี้มี mix album ด้วยนะคะ เราทำไว้ฟังเวลาเขียน เพราะคิดว่าเพลงพวกนี้ตรงกับฟีลของเรื่องดีค่ะ ใครอยากฟังก็คลิกโลดนะคะ>> mix album for this fanfiction: click to listen

Advertisements

11 responses to “[The Maze Runner Fic][MiNewt] and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes (1)

  1. คนที่ทำให้นิวท์ลืมอัลบี้ได้คือมินโฮค่ะ มั่นใจมาก ณ จุดนี้ฟฟฟฟฟฟฟฟ
    สงสารน้องนิวท์ โธ่หนูน้อย แต่ก็สงสารมินโฮเหมือนกันค่ะแงงงงงงงง
    พี่ทิพย์ทำร้ายน้องด้วยดราม่าอีกแล้วอ่ะะะะ หน่วงค่ะ หน่วงมาก
    #แต่จะไม่พูดว่าความหน่วงทั้งหมดหายไปเพราะเชิ้ตอปป้า
    #และจะไม่พูดด้วยว่าอปป้าพับแขนเสื้อคือโคตรโฮกกกกกกกกเลยค่ะะะะะ
    รอซีนหวานค่ะฟฟฟฟ จะมีมั้ยเอ่ย5555555

    Like

  2. เช็ดน้ำตาแล้วมองกันได้ไหมม //เพิ่มเพลงนี้ไปในมิคดีมั้ยคะ 55555555 โถ่ ไม่ได้มาเพื่อถือโอกาส ในเวลาที่เธออ่อนแอ แต่จะคอยมาช่วยดูแล ไม่ได้มาเพื่อแทนใครร ~ ตรงจริงๆนะเออ กรั๊กๆ กรี๊ดกร๊าดตั้งแต่ชื่อฟิคละค่ะ คิดว่าจะเป็นฟิคหวานๆแต่พอรู้ว่าเชิ้ตอปป้ามีไว้เช็ดน้ำตานี้ถึงจะเศร้าแต่ละมุนมาก เราก็ชอบแนวหน่วงๆเทาๆอย่างนี้เหมือนกันค่ะ //ยกมือแสดงตัว ติดตามค่าา

    Like

  3. อ่านแล้วปวดใจค่ะ TT_TT สงสารนิวท์ สงสารมินโฮด้วย รอติดตามว่าท้ายที่สุดแล้วเรื่องจะเป็นยังไง

    ชอบแทร็กเพลงมากเลยค่ะพี่ทิพย์ เข้ากับเรื่องมาก ฮือออออ จะร้องไห้แล้วววว

    Like

  4. หน่วงแบบนี้มันเจ็บมากนะคะ
    แบบ ตอนอ่านอ่ะ น้ำตามาทีละนิดๆ แล้วก็หมดไปเพราะ tbc. เลย5555555555
    มันเศร้านะโมเม้นต์เพื่อนรักเพื่อน ละยิ่งต่อเป็นทอดๆ แบบนี้อีก
    แต่ถามว่าจะอ่านไหม หน่วงขนาดนี้ -แน่นอนอ่านค่ะ! 55555

    Like

  5. อยากเข้าไปกอดทั้งคู่ไว้แน่นๆจริงๆค่ะ
    มันหน่วงสุดๆไปเลย ตัวนิวท์เจ็บ คนที่คอยเฝ้ามองนิวท์อยู่ตลอดก็เจ็บไม่ต่างกันหรอก
    มินเองถึงจะเป็นคนแบบนั้น แต่เรื่องของคนรอบตัวรอบใจเนี่ย ไม่เคยมีอะไรหลุดรอดไปได้จริงๆค่ะ
    เป็นคนที่อ่อนโยนในแบบของตัวเองจริงๆละนะมินโฮ

    Like

  6. ฟังmix albumไปด้วยอ่านไปด้วยได้ฟีลจังเลยค่ะ โฮววววววว
    ความรู้สึกหน่วงมากมายมหาศาลนี่มันคืออะไรกัน /กุมอก
    ช่างเป็นความรู้สึกที่อึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ มันพูดยากทั้งสองฝ่ายจริงๆ
    อ่านแล้วก็ได้แต่นึกสงสัยว่าท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างจะจบลงอย่างไรกันนะ _(:/ J)Z

    ปอลิง. ตอน Please Don’t Say You Love Me รันขึ้นมานี่จี๊ดมากค่ะ ฮือออออ

    Like

  7. Pingback: [The Maze Runner Fic][MiNewt] and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes (3+4) | tippuri's blog (◉◞౪◟◉✿)·

  8. Pingback: [The Maze Runner Fic][MiNewt] and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes (5) | tippuri's blog (◉◞౪◟◉✿)·

  9. Pingback: [The Maze Runner Fic][MiNewt] and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes (6—1/2) | tippuri's blog (◉◞౪◟◉✿)·

  10. Pingback: [The Maze Runner Fic][MiNewt] and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes (6) | tippuri's blog (◉◞౪◟◉✿)·

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s