[Haikyuu!! Fic][KageHina] I don’t really like Christmas (but I don’t really hate you)

 

I don’t really like Christmas (but I don’t really hate you) 

Haikyuu!! fanfiction by Tippuri~ii*     

 

   

Pairing:  Kageyama Tobio x Hinata Shouyou

Fandom: Haikyuu!!   

 

 

 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

************************************

 

 

 

 

 

 

 

คาเงยามะ โทบิโอะไม่เคยเกลียดคริสต์มาส แต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากอยู่ดีว่าเขาชอบมัน…เพราะวันที่ 25 ธันวาคมนั้นทำให้อีกสามวันก่อนหน้ากลายเป็นสิ่งที่ถูกคนนอกครอบครัวลืมไปอย่างพร้อมเพรียงเสียจนน่าน้อยใจ

 

 

 

 

(แต่แน่นอน คาเงยามะไม่ได้น้อยใจจริงๆ หรอก ไม่ได้น้อยใจเลยสักนิดเดียว)

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มจำได้ดีว่าตัวเองงอแงจนเลิกไปเองเมื่อโตพอจะเข้าใจได้ว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ และอย่างไรเสีย พ่อกับแม่ของเขาก็ไม่เคยลืม…ซึ่งแค่นั้นก็พอแล้ว เพราะมีแค่ครอบครัวเท่านั้นที่เป็นกลุ่มคนสำคัญกลุ่มเดียวในชีวิตของคาเงยามะ

 

 

 

 

 

แต่ข้อเท็จจริงนี้ก็เปลี่ยนไปเมื่อเขาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนคาราสุโนะในช่วงชั้นมัธยมปลายปีที่หนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

“ให้ตายเถอะ…”

 

 

 

 

 

คาเงยามะพึมพำด้วยสีหน้าเหมือนฆาตกรเป็นรอบที่เกินนับแล้ว เพราะถ้าทำได้ ตอนนี้เขาก็อยากจะจับสึกิชิมะกับเพื่อนสนิทของอีกฝ่ายไปถ่วงทะเลเรียงตัวโทษฐานชิ่งหนีหน้าที่ซื้อของเตรียมงานปาร์ตี้วันคริสต์มาสที่เหล่ารุ่นน้องชั้นเด็กสุดในชมรมวอลเล่ย์บอลได้รับมอบหมายมาจากพี่ๆ…ทิ้งให้ตอนนี้มีแค่คาเงยามะกับเจ้ามนุษย์หัวส้มเซ่อซ่าเท่านั้นที่เดินเคียงกันอยู่บนถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะนี้

 

 

 

 

 

ทำไมต้องมีแค่เขากับหมอนี่ด้วยเนี่ย…

 

 

 

 

 

คาเงยามะเหล่ตามอง ‘หมอนี่’ หรือฮินาตะ โชโย เพื่อนร่วมทีมที่ตอนนี้กำลังพูดไม่หยุดปากถึงสิ่งที่ตัวเองอยากให้มีในงานปาร์ตี้ ถ้านับตามความสามารถเดี่ยวๆ แล้ว ฮินาตะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดของทีม แต่ถ้านับตามฝีมือที่ร่วมประสานกัน…ไม่มีใครปฏิเสธได้ทั้งนั้นว่าฮินาตะเป็นคนที่สำคัญอย่างยิ่งของทีมวอลเล่ย์บอลของโรงเรียนคาราสุโนะ

 

 

 

 

 

ดวงตาสีเข้มมองเสี้ยวหน้าของคนข้างตัว…รอยยิ้มร่าเริงแม้จะต้องเดินตากสายลมเย็นเยียบ เส้นผมฟูๆ สีส้มสดใส และดวงตาโตสีน้ำตาลที่เป็นประกาย…ฮินาตะให้ความรู้สึกเหมือนฤดูร้อนที่ผสานรวมกับฤดูใบไม้ร่วงยิ่งนัก มากเสียจนทำให้คาเงยามะลืมปุยหิมะที่รายล้อมไปได้ครู่หนึ่งเลยทีเดียวเมื่อเผลอมองอีกฝ่ายจนเพลิน

 

 

 

 

 

คนที่สำคัญอย่างยิ่งของทีม…ของทีมเท่านั้นจริงๆ…

 

 

 

 

 

ฮินาตะหยุดพูดเมื่อสังเกตได้ถึงสายตาและความเงียบของเขา ถามเสียงงงๆ “นายหนาวเหรอคาเงยามะ? ทำไมหน้าแดงจัง?”

 

 

 

 

 

คนถูกทักยิ่งรู้สึกได้ว่าหน้าตัวเองร้อนขึ้นมาอีก รีบเสจัดๆ ผ้าพันคอให้ทบขึ้นมาจนปิดแทบถึงหู กระชากเสียงไปด้วยพร้อมก้าวเท้าให้ยาวกว่าเดิม “พูดอะไรบ้าๆ…รีบเดินได้แล้วน่า จะคุยอีกนานมั้ยหาเจ้าเซ่อ??”

 

 

 

 

 

“ว่าไงนะ—”

 

 

 

 

 

ฮินาตะโวยวายตามมาอีกเป็นชุดตามคาด ร่างเล็กๆ นั่นแทบจะกระโดดเหยงๆ ตามมาเพื่อจะได้หาเรื่องเขาได้สะดวกๆ…ก่อนที่จะจบลงที่หนุ่มน้อยทั้งสองพากันวิ่งฉิวเพื่อแย่งกันไปให้ถึงปลายทางก่อนเป็นคนแรก

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ห้างสรรพสินค้าขนาดเล็กนี้อาจจะไม่ได้หรูหรามากมาย แต่ก็เป็นที่รู้กันว่ามันมีข้าวของที่ครบถ้วนสำหรับงานปาร์ตี้ไม่ว่าจะเทศกาลอะไร

 

 

 

 

 

“แล้วมันก็มีบริการส่งของด้วย” คาเงยามะจำคำพูดของรุ่นพี่สึกะตอนที่อีกฝ่ายยื่นกระดาษจดที่อยู่โรงเรียนให้เขาได้เป็นอย่างดี “เพราะงั้นก็ซื้อต้นคริสต์มาสมาได้เลย…แค่อย่าต้นใหญ่มากแล้วก็ขอแบบถอดลงมาเก็บเป็นชิ้นๆ ได้ก็พอนะ ฝากด้วยล่ะคาเงยามะ”

 

 

 

 

 

ภารกิจนี้จึงเป็นสิ่งแรกที่เด็กหนุ่มผมดำทำเมื่อมาถึง เขาสั่งให้ฮินาตะเริ่มเลือกขนมใส่รถเข็นไปได้เลยแล้วก็เดินไปหาพนักงาน…ใช้เวลาไม่นาน คาเงยามะก็ได้ใบเสร็จค่าต้นคริสต์มาสและคำยืนยันว่าของจะส่งไปถึงที่ห้องชมรมตอนวันพรุ่งนี้แน่นอน

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มเอ่ยขอบคุณ แล้วก็ก้มลงมองวันที่บนใบเสร็จเงียบๆ…ตัวเลขสีดำบนแผ่นกระดาษชิ้นเล็ก

 

 

 

 

 

22/12

 

 

 

 

 

แล้วจู่ๆ…ความรู้สึกเสียใจบางเบาที่เด็กหนุ่มคุ้นเคยและโตพอที่จะไม่ใส่ใจแล้วก็หมุนวนขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

 

 

 

จะโทษว่าไม่มีใครจำได้ก็ไม่ถูก…เพราะเขาเองก็ไม่ได้บอกใครสักคน…

 

 

 

 

 

คาเงยามะสั่งให้ตัวเองเลิกคิดอะไรบ้าๆ แล้วก็ก้าวฉับๆ ไปทางแผนกของขบเคี้ยว เขาตกลงไว้กับฮินาตะว่าให้กวาดทุกอย่างมารัวๆ เลยก็ได้เพราะอย่างไรเสียในทีมก็ไม่มีใครเกี่ยงเรื่องกินขนมอยู่แล้ว นั่นจึงทำให้คาเงยามะรู้สึกอยากพ่นไฟออกมายิ่งนักเมื่อเดินมาถึงแล้วพบว่ารถเข็นสินค้ามีของอยู่แค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

“โว้ยยย!!” มือจับหมับลงไปบนผมฟูๆ สีส้มนั่นพร้อมบี้ๆๆๆ “ทำไมไม่รีบๆ เลือกหา?? เรายังต้องเดินกลับอีกนะ ชักช้าเดี๋ยวหิมะก็ตกอีกรอบหรอกเจ้าเซ่อ!”

 

 

 

 

 

“นายนั่นแหละเจ้าเซ่อ!!” ฮินาตะสวนกลับอย่างไม่ออมเสียงบ้าง เพราะบทสนทนาของพวกเขาทั้งสองนั้นก็เป็นกึ่งๆ การประชันเสียงโวยวายไปด้วยอยู่แล้วทุกครั้ง “ปล่อยนะ!!”

 

 

 

 

 

มือเล็กๆ นั่นพยายามฟาดป้าบๆ ลงบนแขนของเขา ทำให้คาเงยามะยอมหดมือกลับมาโดยดี ฮินาตะยังคงทำหน้าบู้อยู่ พยายามจัดๆ ทรงผมตัวเองทั้งๆ ที่มันก็ยังคงฟูเหมือนเดิมแต่แรกอยู่แล้ว ก่อนจะพูดห้วนๆ…รวดเร็วและแผ่วเบา

 

 

 

 

 

ซึ่งแน่นอน คาเงยามะฟังไม่ทัน “อะไรน่ะ?”

 

 

 

 

 

“ฉันบอกว่า…” ฮินาตะยังคงมีสีหน้างุ่นง่าน เลยไม่รู้ว่าเขาตาฝาดไปเองไหมว่าแก้มของอีกฝ่ายดูแดงจางๆ ชอบกล และประโยคนั้นก็ยังคงเบาและเร็วเกินไปอีกแล้ว

 

 

 

 

 

คาเงยามะเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองจะมานั่งสนใจทำไมว่าฮินาตะต้องการจะพูดอะไร “พูดช้าๆ ได้ไหมหาเจ้าเซ่อ”

 

 

 

 

 

“ฉันบอกว่าที่รอก็เพราะฉันอยากเลือกขนมที่นายชอบนี่!!”

 

 

 

 

 

ฮินาตะเองก็หมดความอดทนแล้วตวัดเสียงกล่าวประโยคต้นเรื่องนี่ออกมาดังๆ เช่นกัน นั่นจึงทำให้มันชัดเจนในระยะห่างระหว่างกัน และคาเงยามะก็ได้รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดเรื่องสีแดงๆ บนแก้มฮินาตะ…สีที่มั่นใจได้เป็นอย่างยิ่งว่าก็ระบายบนผิวแก้มของเขาเองเหมือนกัน

 

 

 

 

 

ไม่มีการโต้เถียงหาเรื่องอะไรกันตามมาอีก คาเงยามะแค่ชี้ให้ฮินาตะรู้ว่าตนชอบกินขนมอะไร ก่อนจะแย่งหน้าที่คนเข็นรถ คนหยิบของประดับต้นคริสต์มาสหลายต่อหลายชิ้นจากชั้นที่สูงเกินอีกฝ่ายเอื้อม และคนถือถุงบรรจุของทั้งหมดหลังจ่ายเงินไปทำเองจนหมด

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

 

ท้องฟ้าเป็นสีเข้มและหลอดไฟริมทางก็สว่างไสวหมดแล้วเมื่อพวกเขาเดินมาถึงถนนสายหลักที่จะไปสู่ตัวโรงเรียน…ยามค่ำมาถึงไวขึ้นเสมอในฤดูหนาวแบบนี้

 

 

 

 

 

โชคดีที่หิมะไม่ตกอย่างที่คาเงยามะกลัว ทั้งสองจึงสามารถเดินสบายๆ ได้โดยไม่ต้องรีบร้อน ก่อนที่จังหวะย่างก้าวจะหยุดชะงักเมื่อฮินาตะส่งเสียงขึ้น

 

 

 

 

 

“ดูนี่สิ”

 

 

 

 

 

คาเงยามะหันมองตามปลายนิ้วที่ชี้ไป…ข้างทางที่เคยเป็นพื้นหญ้าตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยปุยหิมะขาวสะอาด ความราบเรียบของมันบอกให้รู้ว่าไม่มีใครมาแตะต้องเลยตั้งแต่ตอนที่ร่วงหล่นลงมา

 

 

 

 

 

ความราบเรียบที่คาเงยามะรู้ดีว่าจะจุดประกายให้เจ้าตัวยุ่งข้างๆ ตนคิดอยากทำอะไร

 

 

 

 

 

“อย่า…” เด็กหนุ่มผมดำส่งเสียงลอดไรฟันทันที “อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะ…”

 

 

 

 

 

แต่แน่นอนว่านี่คือฮินาตะ โชโย…เด็กหนุ่มผู้มีพลังงานล้นเหลือราวกับครอบครองดวงอาทิตย์ไว้ในร่างกาย และชื่นชอบอย่างยิ่งที่จะทำอะไรแย้งกับคำพูดของคาเงยามะ โทบิโอะ นั่นจึงทำให้เจ้าตัวยิ้มกว้างตอบเสียงขู่ของเขา รอยยิ้มที่สดใสหากก็ชวนให้ยกร่างเล็กๆ นั่นขึ้นมาเขย่าๆๆๆ ยิ่งนัก

 

 

 

 

 

แล้วในวินาทีถัดมา ฮินาตะก็วิ่งปราดออกไป ประกาศเสียงสนุกสนานประกอบ

 

 

 

 

 

“มาทำสโนว์แองเจิ้ลกันเถอะ!!”

 

 

 

 

 

คาเงยามะรู้ลึกๆ ในใจดีอยู่แล้วว่าตนไม่มีทางจะขยับได้ว่องไวเท่าฮินาตะ และในนาทีที่มีถุงใส่ของเต็มมือแบบนี้…ยิ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งเดียวที่เหลือให้เขาทำได้นั้นก็มีแค่ส่งเสียงตามไปเท่านั้น

 

 

 

 

 

“ฮินาตะ!!!”

 

 

 

 

 

ซึ่งแน่นอนว่าก็สายเกินไป เจ้าของชื่อกระโดดผลุงไปบนพื้นหิมะสีขาวนั่นแล้ว…สองแขนกางออกเต็มที่เพราะรู้ดีว่าหิมะจะช่วยรองรับน้ำหนัก ก่อนที่เสียงหัวเราะจะเปลี่ยนเป็นเสียงอุทานดังลั่นเมื่อตัวเองไม่ได้หล่นปุไปบนพื้นหิมะตื้นๆ…แต่กลับจมพรวดลงไปในชั้นหิมะหนาเกือบครึ่งฟุตแทนซะงั้น

 

 

 

 

 

“หวาาาาาาาาา!!!!!” เห็นได้ชัดว่าฮินาตะตกใจจนไม่สนุกแล้ว เสียงอุทานตามมาด้วยคำเรียกแบบคนสติแตก “คาเงยามะะะะะะ!!!!!”

 

 

 

 

 

เจ้าของชื่อรู้อยู่แล้วว่าเรื่องจะต้องจบลงแบบนี้ จึงไม่มีความรีบร้อนเลยสักนิดในการจะช่วยคนที่ไม่ยอมฟังคำเตือนของตัว…คาเงยามะค่อยๆ วางถุงในมือให้ดีบนขอบถนน แล้วก็ค่อยๆ เดินสบายๆ อย่างระมัดระวังไปบนพื้นหิมะ ยื่นมือให้ฮินาตะที่ตอนนี้ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากชั้นหิมะได้เองแล้ว…กิริยาเสียดสีและรอยยิ้มหึๆ ที่ได้รับการตอบแทนเป็นก้อนหิมะที่ถูกปามาโดยเด็กหนุ่มผมสีส้ม

 

 

 

 

 

คาเงยามะไม่โต้ตอบอย่างทุกทีเพราะแค่นี้ฮินาตะก็มีหิมะเกาะแทบจะทั้งตัวแล้ว เขาแค่หัวเราะเยาะต่ออย่างสบายอกสบายใจ…แต่เริ่มขมวดคิ้วอย่างวิตกแทนเมื่อกลับมายืนบนพื้นถนนแล้วเห็นว่าคนตัวเล็กกว่ายังคงตัวสั่นไม่หยุด

 

 

 

 

 

“แล้วทำไมนายไม่รีบๆ ปัดหิมะหา??” คาเงยามะไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่น้ำเสียงหัวเสียของตัวเองซ่อนไว้นั้นมีแค่เพียงความห่วงใยเท่านั้น ดึงฮินาตะเข้าไปใกล้แล้วเริ่มต้นปัดหิมะออกไปจากเรือนผมและเสื้อผ้าของอีกฝ่าย…สัมผัสที่เด็กหนุ่มผมดำก็ไม่ได้รู้ตัวอีกเช่นกันว่านุ่มนวลยิ่งนัก “แล้วนี่ทำไมนายไม่ใส่โค้ทที่มันหนาๆ หน่อยล่ะหา?? ใส่เสื้อหนาวแค่นี้แล้วยังจะกล้าคิดเล่นหิมะอีกนะ…”

 

 

 

 

 

ฮินาตะพยายามเถียงว่าทีแรกอากาศไม่ได้หนาวขนาดนี้ แต่ถ้อยคำเหล่านั้นก็ไม่ติดต่อกันเลยเพราะเด็กหนุ่มหนาวจนฟันกระทบกันกึกๆ…คาเงยามะจึงเร่งมือในการปัดหิมะจนหมด แล้วก็รูดซิปเสื้อกันหนาวของตัวเองลงเพื่อที่จะดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามาในความอบอุ่น…นึกขอบคุณที่วันนี้ตนคว้าเอาเสื้อกันหนาวตัวใหญ่พองฟูนี่มาแทนโค้ทปกติ

 

 

 

 

 

มันเป็นแค่ไม่กี่นาที…แต่ก็เพียงพอที่จะมอบเวลาให้คาเงยามะสังเกตอะไรหลายๆ อย่าง เขาสังเกตได้ว่าร่างของฮินาตะนั้นพอดีเป็นอย่างยิ่งในอ้อมแขนของตน สังเกตได้ถึงจังหวะลมหายใจอุ่นๆ ตรงต้นคอของตน สังเกตได้ถึงความเงียบที่อาบย้อมไปด้วยกระแสความหวั่นไหวแต่ก็คาดหวังอันอธิบายไม่ได้ระหว่างกัน

 

 

 

 

 

แต่คาเงยามะไม่ได้สังเกตเลยว่าเป็นตอนไหนที่ฮินาตะซุกหน้าเข้ากับตน…หรือเป็นตอนไหนที่ท่อนแขนของเขาโอบรอบตัวอีกฝ่ายกลับกลายเป็นอ้อมกอดที่รวบเจ้าตัวให้เข้ามาชิดอีกนิด

 

 

 

 

 

เป็นแค่ ‘คนที่สำคัญอย่างยิ่งของทีมเท่านั้น’ ซะที่ไหนกันล่ะ…

 

 

 

 

 

ในช่วงเวลาอันเปราะบางนี้ คาเงยามะก็กล้าที่จะยอมรับด้วยจังหวะหัวใจที่สั่นระริก

 

 

 

 

 

…เพราะฮินาตะก็เป็นคนที่สำคัญอย่างยิ่งของเขาด้วยเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

 

เพราะนัดกันไว้แล้วว่าจะเริ่มจัดสถานที่สำหรับปาร์ตี้ตอนสักวันที่ 24…ข้าวของทั้งหมดที่ซื้อมาจึงถูกคาเงยามะกับฮินาตะวางไว้ในห้องชมรม ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มรื้อของออกมาจากแค่ถุงเดียว…ถุงบรรจุของประดับรับวันเทศกาลนิดๆ หน่อยๆ นอกรายการที่พวกเขาซื้อมาเพื่อประดับตัวห้องชมรมเอง

 

 

 

 

 

พวกเขาช่วยกันแขวนช่อใบฮอลลี่ เถาไม้ปลอมสีสดใสวับวาว แล้วก็แขวนตุ๊กตาซานต้ากับนางฟ้าไว้ที่ช่องล็อคเกอร์ของรุ่นพี่ไดจิกับรุ่นพี่สึกะตามลำดับเป็นอย่างสุดท้าย ฮินาตะมองสำรวจอีกทีแล้วจึงค่อยปิดประตู…ยืนรอเงียบๆ เมื่อคาเงยามะล็อคประตู

 

 

 

 

 

 

แต่ถึงเสียงลูกบิดจะดังคลิกเรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มผมดำก็ยังไม่เริ่มออกเดิน…เขาค้นๆ อะไรออกมาจากกระเป๋ากางเกง ของสีเขียวกับแดงชิ้นเล็กที่เจ้าตัวคงตั้งใจไว้ว่าจะเอามาติดตรงหน้าประตู

 

 

 

 

 

 

ฮินาตะขยับจะโวยวายแล้วเมื่อแขนยาวๆ ของคนตัวสูงกว่าเอื้อมไปเหนือศีรษะตน เพราะมันเป็นการกระทำที่แซะส่วนสูงของเขาอย่างแย่ที่สุด…แต่ทุกคำพูดก็ติดอยู่ในลำคอเมื่อเงยหน้าขึ้นไปแล้วเห็นว่าคาเงยามะกำลังติดช่ออะไรอยู่บนบานประตู

 

 

 

 

 

 

“มิส…มิสเซิลโท…”

 

 

 

 

 

 

คาเงยามะชะงักไป…ในทีแรก เขาไม่ได้คิดอะไรกับเจ้าช่อใบไม้นี่มากไปกว่าแค่ว่ามันคงสวยดีถ้าอยู่บนประตูหน้า ลืมไปเสียสนิทเลยว่าทางฝั่งตะวันตกมีประเพณีอย่างไรกับมัน

 

 

 

 

 

 

แต่ในนาทีที่ฮินาตะกึ่งๆ เหมือนถูกกักอยู่ในวงแขนของเขาแบบนี้…การคิดได้ถึงประเพณีปฏิบัตินี่กลับทำให้หัวใจเต้นแรงจนเหมือนปลายนิ้วสั่นระริกตามไปด้วย

 

 

 

 

 

 

ฮินาตะไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะขยับตัว…ร่างเล็กยืนพิงหลังกับบานประตู ช้อนตาขึ้นมามองเขา…มีความลังเลหากก็ขัดเขินในสีน้ำตาลนั่น และคาเงยามะก็เพิ่งสังเกตได้เมื่อมองดีๆ ว่าเจ้าตัวกลั้นหายใจอยู่

 

 

 

 

 

 

ราวกับ…ราวกับกำลังรอให้เขาตัดสินใจ…

 

 

 

 

 

 

ความคิดนี้มอบรสชาติอ่อนหวานอย่างประหลาดให้กับหัวใจ และทำให้คาเงยามะเอื้อมมือออกไปโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

 

 

 

แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะแตะลงบนผิวแก้มสีเรื่อนั่น ฮินาตะก็เอี้ยวตัวหนี ขยับไปพร้อมๆ กันจนพ้นจากวงแขนของคาเงยามะ

 

 

 

 

 

 

“เรียบ—เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย” ดวงตาโตคู่นั้นไม่ได้สบตากับเขาแล้ว “ถ้างั้น…ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ”

 

 

 

 

 

 

ฮินาตะ โชโยเป็นคนที่มาพร้อมความสดใสและเสียงอันดังก้อง เพราะฉะนั้น…ถ้อยคำเรียบๆ แผ่วเบานี้จึงให้ความรู้สึกไม่คุ้นเคยยิ่งนัก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คาเงยามะรู้สึกขื่นๆ ในใจน้อยลงไปแต่อย่างใดเลยสักนิดเดียว

 

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ทุกก้าวที่เขาเดินไปนั้นหมายถึงทุกนาทีที่ลดลงของวันเกิดของเขา…และเมื่อมาถึงจุดที่เป็นถนนสำหรับข้ามภูเขา คาเงยามะ โทบิโอะก็ตระหนักได้ว่านี่เป็นช่วงเวลาสุดท้ายแล้วที่ตนจะได้ใช้กับคนสำคัญของตนในวันเกิดปีนี้

 

 

 

 

 

 

…แต่ก็พอจะเห็นได้แล้วล่ะนะว่าเขาไม่ใช่คนสำคัญของอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

 

“ถ้างั้นก็…” คาเงยามะพูดเสียงเรียบ “…เจอกันพรุ่งนี้นะ”

 

 

 

 

 

 

ฮินาตะไม่ตอบคำลานี้ เด็กหนุ่มผมสีส้มจอดจักรยานดีๆ แล้วเอี้ยวตัวไปค้นของในกระเป๋าหนังสือของตัวเองง่วนแทน กิริยาที่ทำให้คาเงยามะเดินจากไปไม่ได้อย่างที่ใจอยาก

 

 

 

 

 

 

“เอ้า…นี่…”

 

 

 

 

 

 

แล้วก่อนที่จะทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ห่อกระดาษสีสดใสก็ถูกยื่นมาให้

 

 

 

 

 

 

และเมื่อเขาสบตากับอีกฝ่าย…คาเงยามะก็รู้สึกเหมือนว่าตนได้เห็นรอยยิ้มที่ผสานรวมแสงแดดของฤดูร้อนและสีสันสดใสทั้งมวลของฤดูใบไม้ร่วงอยู่เบื้องหน้าตน

 

 

 

 

 

 

“…สุขสันต์วันเกิดนะ”

 

 

 

 

 

 

ต้องใช้เวลาสักพักเลยทีเดียวก่อนที่เด็กหนุ่มผมดำจะรู้ตัวแล้วยื่นมือออกมารับห่อของขวัญไป…แต่ถึงอย่างนั้น ดวงตาสีเข้มก็ยังคงจับจ้องที่มันอยู่อย่างนั้น ราวกับไม่อยากเชื่อว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

 

 

 

 

 

 

ชั่วครู่…ก่อนที่เสียงทุ้มนั่นจะพึมพำออกมา

 

 

 

 

 

 

“ฉัน…” คาเงยามะรู้ดีว่ามันเป็นประโยคที่งี่เง่าชะมัด แต่เขาก็นึกอะไรอื่นไม่ออกจริงๆ “…ฉันไม่คิดเลยว่าจะมีใครรู้”

 

 

 

 

 

 

“คิดอะไรตื้นๆ อีกแล้วนะคาเงยามะคุง” ซึ่งแน่นอน…ฮินาตะ โชโยก็ยังคงกิตติศักดิ์ความหัวทึบของตัวเองได้ดีด้วยการทำลายบรรยากาศซึ้งๆ เสียจนไม่เหลือดี ร่างเล็กๆ นั่นพยายามสุดขีดในการยืดตัวให้สูงกว่าเดิมเพื่อจะข่ม “ฉันที่เป็นพี่นายตั้งหกเดือนน่ะต้องรู้อะไรๆ เยอะกว่านายอยู่แล้ว—”

 

 

 

 

 

 

 

ปกติแล้ว มือที่คาเงยามะยื่นมาควรจะมีเป้าหมายในการยีผมสีส้มๆ นั่น แต่ในตอนนี้…มันกลับแค่ยื่นออกมาเพื่อรวบตัวคนตรงหน้าเข้าไปชิด ร่างสูงๆ นั่นก้มลงมาเล็กน้อย…ฝังหน้าลงในเรือนผมของอีกฝ่ายตอนที่เจ้าตัวอยู่ในอ้อมแขนของตนแล้ว

 

 

 

 

 

 

ฮินาตะบ่นพึมๆ นิดหน่อยเมื่อเห็นว่าห่อของขวัญก็โดนเบียดอยู่ในอ้อมกอดนี้ด้วย เสียงบ่นที่ดูจะทำไปแก้เก้อมากกว่า….เพราะสุดท้าย เด็กหนุ่มผมสีส้มก็ซุกหน้าเข้าหาคาเงยามะอยู่ดี สองแขนเรียวบางยกขึ้นคล้องรอบคอของเขาเอาไว้…ลดระยะห่างอันน้อยนิดระหว่างกันให้น้อยลงเข้าไปอีก

 

 

 

 

 

 

“โทษทีนะ…เรื่องมิสเซิลโทน่ะ” ฮินาตะผละออกห่างเล็กน้อยในที่สุดเพื่อเอ่ยคำ หน้าแดงใหม่แล้วเมื่อพูดถึงเหตุการณ์เดิมซ้ำ “แต่ถ้าไม่ทำแบบนั้น มันก็จะกลายเป็นเหมือน…เอ่อ…เราฉลองคริสต์มาสกัน แล้วมันก็จะเหมือนคริสต์มาสเป็นวันสำคัญ…แต่ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนั้น เพราะ…”

 

 

 

 

 

 

สีระเรื่อแตะแต้มบนแก้ม แต่ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นก็มองตรงมา…สบประสานอย่างแน่วแน่ชัดเจน

 

 

 

 

 

 

“…เพราะวันเกิดของนายสำคัญกว่าคริสต์มาส”

 

 

 

 

 

 

คราวนี้ คาเงยามะไม่ต้องก้มตัวลงไปเท่าทีแรกแล้วเพราะฮินาตะเองก็เขย่งตัวขึ้น แล้วระยะห่าง 17.8 เซนติเมตรระหว่างพวกเขาก็หายไปอย่างพอดิบพอดีเป็นครั้งแรกเมื่อริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน

 

 

 

 

 

 

มันเป็นจูบที่แสนธรรมดา…เรียวปากเย็นเฉียบกับลมหายใจอุ่นๆ ที่สั่นพร่า แต่คาเงยามะก็รู้ชัดเจนในใจตั้งแต่วินาทีแรกแล้วว่านี่คือทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนต้องการ คำว่าสมบูรณ์แบบในความสัมพันธ์ระหว่างเขาและฮินาตะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนัก แต่คาเงยามะก็ตัดสินใจแล้วว่าเขาจะรอนับและจดจำมันไปเรื่อยๆ มากกว่าจะยอมแพ้แล้วเริ่มใหม่กับใครอื่น

 

 

 

 

 

 

เพราะเขาหาคนที่สำคัญอย่างยิ่งของตัวเองเจอแล้ว

 

 

 

 

 

 

ไม่มีคำพูดอะไรมากมายตามมา พวกเขาแค่กล่าวลากันและกัน…แผ่วเบาและขัดเขินผิดวิสัยจนสุดท้ายฮินาตะก็ทนไม่ได้แล้วหลุดหัวเราะออกมา กระแสเสียงล้อเลียนที่ทำให้คาเงยามะตวัดเสียงดุแล้วก็บี้ๆ เรือนผมสีสดใสนั่น…บรรยากาศคุ้นเคยที่ทำให้หัวใจอุ่นๆ อย่างประหลาดตอนที่แยกกันแล้ว

 

 

 

 

 

 

ดวงตาสีเข้มพินิจห่อของขวัญอีกครั้งเมื่ออยู่คนเดียว ห่อนุ่มๆ ไม่เป็นทรงนี้ทำให้พอเดาได้ว่าน่าจะเป็นอะไรสักอย่างที่ถักมาจากไหมพรม มีการ์ดเล็กๆ แปะอยู่ด้านบน

 

 

 

 

 

 

สุขสันต์วันเกิด โตแล้วก็ช่วยหัดทำหน้าดีๆ ซะบ้างนะ

 

 

 

 

 

 

คาเงยามะส่ายหน้า อยากให้เจ้าของของขวัญนี่มาอยู่ตรงหน้าตนชะมัดเพื่อจะได้จับเขย่าๆๆๆ ตัว(…หรือเพื่อจะได้หอมแก้มรัวๆ ก็ได้ เขาไม่ใช่คนเรื่องมากอยู่แล้ว)

 

 

 

 

 

 

ป.ล. และฉันก็ยังจะชนะนายให้ได้อยู่ดีนะ อย่าตายใจเพราะของขวัญล่ะ

 

 

 

 

 

 

คาเงยามะส่งเสียงฮึราวกับจะท้า แต่สุดท้ายก็ขยับยิ้มออกมาอยู่ดี

 

 

 

 

 

 

สายลมยังคงพัดโชย ดวงดาวยังคงทอประกาย แต่วันที่ 22 ธันวาคมของฤดูหนาวปีนี้กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดในใจของเขา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

fin. (มั้งนะคะฟฟฟ)

 

***************************************

 

 

สวัสดีค่ะ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงค่ะ วันที่บล็อกนี้ได้มีฟิคจากอนิเมะแล้ววววว *โยนพลุ*

 

 

เราเพิ่งมาดูไฮคิวเองค่ะ เพราะงั้นที่เห็นว่าหายๆไปจากทวิต/เพจ ก็เพราะเราอ่านหนังสือกับดูเรื่องนี้อยู่ค่ะฟฟฟฟฟ #รักนายผู้ชายตบกัน ไม่ได้อ่านมังงะนะคะเพราะไม่มีเวลาเลย เลยจะทันแค่ซีซั่นสอง ตอนล่าสุดเท่านั้นเอง ไม่ไหวค่ะไม่ไหวววว เราดองไว้นานมาก พอมาดูนี่เหมือนเขื่อนแตกค่ะ บ้าบอกู่ไม่กลับ ชิปแหลกมากๆๆๆๆๆค่ะ แต่มีคู่นี้แหละที่พีคที่สุดแล้ว ไม่ไหวววววว น่ารักมาก เจ้าพวกหน้าโง่ววววว ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทุกคนน่ารักหมดเลย ดูจบแล้วอยากได้ทุกทีมเป็นลูกชาย(…..)

 

 

เพราะงั้นตอนนี้ถ้าเราได้ยินชื่อไฮคิว เราจะส่งเสียงเหมือนปลาวาฬตายออกมาค่ะ #สารภาพ

 

 

เพราะงั้น เลยอดใจไม่ได้จีจีค่ะ ต้องเขียนฟืคให้โทบิโอะคุงงงง ❤ T///T ทำลายประวัติศาสตร์คริสต์มาสเบาๆ…เป็นฟิคที่เพิ่งเขียนเสร็จเมื่อราวๆ สิบห้านาทีก่อนโพสต์ค่ะ เราขายวิญญาณให้ซาตานวอลเล่ย์บอลเรียบร้อยแล้วค่ะ กี้ชชชชช

 

 

 

คุยต่อไปก็จะมีแต่เพ้อเรื่องผู้ชายตบกัน เอาเป็นว่าสุขสันต์วันเกิดโทบิโอะจังละกันนะคะ 

 

 

 

รักและคิดถึง

 

 

 

ทิพย์เองค่ะ

 

 

Advertisements

14 responses to “[Haikyuu!! Fic][KageHina] I don’t really like Christmas (but I don’t really hate you)

  1. พี่ทิพย์ส่งอะไรมา ส่งอะไรมาาา /ส่งอะไรมาน้องก็อ่านค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

    คิดถึงฟิคพี่ทิพย์สุดๆ โอ้ยยยย น่ารักกกกกกกก น้องว่าเคยเห็นเรื่องนี้ผ่านๆ แต่ยังไม่เคยดู สงสัยจะต้องใส่แอดลิสแล้วล่ะค่ะ ฟฟฟฟ แต่ระหว่างนี้ ก่อนจะไปดู เอาแค่ที่อ่านนี่ ก็ชอบทั้งคาเงยามะทั้งเจ้าหัวส้มมากๆเลยค่ะ โวยวายใส่กันไปมา แล้วสุดท้ายนี่มันอะไร คาเงยามะะะะะ นายถือคติฟ้าไม่กำหนด เราจะเขียนบทเองรึเปล่า มิสเซิลโทนั่นมันอะไรกันน่ะ /ตีหมอนใส่ผนังรัวๆ ฮือออออ ตอนสุดท้ายก็มุ้งมิ้ง น่าอิจฉามากๆ แอร่ยยยยย อยากมีคนแบบนี้เข้ามามั่งเลยทีเดียว #ผิด 5555555 ยังรอฟิคพี่ทิพย์เหมือนเดิมนะคะ สู้ๆนะคะ มาติ่งปีหน้าไปก้วยกันอีกนะคะ ♥♥♥♥♥

    Like

    • ฮืออออ หลังๆพี่เขียนหนุ่มวงกตซะเยอะ เลยไม่กล้าส่งให้น้องฟ้าเพราะไม่รู้น้องชิปมั้ยค่ะ แต่ไฮคิวนี่น่ารักงี่เง่ามากค่ะ เชียร์ๆๆๆ

      Like

  2. แกแม่งงงงงงงงงงงงงงงงงง ฆาตกรรร โครตน่ารักกกกกกก โอ้ย อยากจะเอาตัวฮินาตะมาเขย่าด้วยความเอ็นดู อยากจะให้เลิกซื่อบื้อกันสักที โทบิโอะคนบ้าาา คิดอะไรรรร อยากจะหอมแก้มเขาหลายฟอดเลยใช่ไหมมม แหม่ ทำมาเป็นน้อยใจ!! พอเขาให้ของขวัญละปริ่มใจเลยล่ะสิ กี๊ดดดดด พวกนายแม่มคู่แท้ฟ้าประทาน //แค่ยกๆๆๆๆ เอาอีกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    Like

  3. โอ้ยยยยคู่นี้มันบับบบบ /โยนทะเบียนสมรส ไป ไปแต่งงานกันตรงนู้นเลยยย
    อีเวนท์วันเกิดนุ้งโทบิเป็นอะไรที่ละมุนในทุกฟิคและโดเลยข่ะแงแงแงแงงแแงแง หิมะนี้เราหนาวกายแต่ไม่หนาวจัยยยยย (พูดอะไรวะ)

    ไฮคิวเป็นอนิเมะที่ดูแล้วไฟลุกมาก(ทั้งไฟโชเน็นและไฟอื่นๆ(?))มีพลังงง เห็นเด็กวัยโชเน็นแล้วแช่มชื่นหัวใจมากจริงๆข่ะ ฮื้อ yuy

    พี่อย่างนี้ได้งัยยยยย พี่ยึงสอบไม่เส–/โดนตบรัวๆ

    Like

  4. โอ๊ยพี่คะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ ฟหกดฟหกดฟหกดฟหกดฟหกดฟหกดฟหกดฟหกดฟหกดฟหกด นี่มันน่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    เราเข้าใจนายนะฝ่าบาท(เราเรียกโทบิโอะคุงว่าฝ่าบาทค่ะ)วันเกิดเราอยู่หน้าคริสต์มาสสองวัน ไม่ค่อยมีใครจำได้เหมือนกันนนนนนนนนน ฮินะโคตรน่ารักเลยค่ะแงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    /กอดรัวๆ/

    เราสกรีมไฮคิวหนักมากค่ะพี่ นี่จะสอบ9วิชาสุดสัปดาห์นี้แล้ว ทิ้งทุกอย่างยกเว้นไฮคิว😂😂😂😂😂 อยากเป็นฝุ่นใต้รองเท้าพี่น้องสึกิชิมะเหลือเกินถถถถถถถถถถถถถ

    สอบเสร็จแล้วจะกลับมานะคะ เมอร์รี่คริสต์มาสล่วงหน้าค่ะพี่ /ปาใจไป/

    Like

  5. ดีจังค่ะที่คุณทิพย์มาตกหลุม adorable idiots คู่นี้
    คู่นี้มันน่ารักเนอะ ยิ่งดูเมะยิ่งอยากดิ้นตาย อะไรจะขนาดน้านนนน >ww<

    Like

    • อ้าว พิมพ์ไปตั้งเยอะทำไมมันขึ้นแค่นี้ //ร้องไห้ TvT

      Like

  6. สารภาพว่าตอนอ่าน เราตายไปหลายรอบแล้วค่ะ55555555555
    อ่านแล้วยิ้มไม่หุบ คือดีงามาก เลอค่าสำหรับวีคแห่งเทศกาลแบบนี้สุดๆจนแบบ โอ๊ยยยยย ไม่รู้จะหาคำพูดอะไรมาอธิบายความรู้สึกนี้เลยค่ะฟฟฟฟฟฟ
    ดีใจมากๆตอนที่เห็นคุณทิพย์เขียนฟิค เราก็ติดเรื่องนี้ค่ะ ยิ่งมาตามในหนังสือนี่ฮืออออออ ดีงามมมมมมมมมม
    เราชิพหลายคู่เลยค่ะ ทั้งไดจิสึกะ สึกกี้ยามากุจิ อิวะจังกับโออิ โทชิวากะอีก โอ๊ยย ผู้ชายเรื่องนี้มันดีงาม อยากได้ไว้เชยชมมากค่ะ5555555
    เพิ่งรู้จักมิสเซลโท เดี๋ยวไปหาข้อมูลบ้างว่าเกี่ยวกับอะไร ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆนะคะ

    Like

  7. ตามมาจากในทวิตหลังจากเห็นโปรไฟล์ที่เปลี่ยนไปของพี่ทิพย์ เข้ามาด้วยลางสังหรณ์ว่าต้องมีฟิคให้ได้หายคิดถึงแน่ๆ แล้วก็เป็นอย่างงั้นจริงๆด้วยยยยย อรั้ยย แอบตกใจค่ะว่าเป็นคู่นี้ ไม่คิดว่าพี่จะชิปคู่อนิเมะด้วย แต่คู่นี้มันน่ารัดดดดน่าฟัดดดดมากจีจีค่ะ ใครดูเรื่องนี้แล้วไม่ชิปนี้ใจแข็งมาก ถถถถถ เราก็ชิปทุกคู่เลยค่ะ 5555 ทำไมอ่านฉากหิมะโปรยปรายแล้วอบอุ่นใจอย่างนี้ งืออออ อ่านแล้วก็อยากกลับไปดูอีกหลายๆรอบเลยย

    Like

  8. ฮืออออออออมันน่ารักมากเลยค่ะคุณทิพย์ ดีใจมากเลยที่คุณทิพย์มาเรือนี้ด้วย 5555 ฮินาตะน่ารักสุดๆ ไปเลยค่ะ อย่างกับฮินาตะออฟฟิเชียล คีปคาแรคเตอร์ได้แน่นมากเลย ทุกอย่างน่ารักไปหมด นึกหน้าทั้งสองคนออกเลยล่ะค่ะ
    มิสเซิลโทนี่เราแบบว่าคาเงยามะโกกกกก โทบิโอะโกกกกกก อย่าคิดนาน แง้ แล้วฮินาตะดันมีเหตุผลที่น่ารักน่าหยิกที่สุดเสียนี่ ยกโทษให้ก็ได้ค่ะ ฮื้อ พ่อโทบิโอะคนขี้น้อยใจปากแข็ง ทำไมถึงได้น่ารักอย่างนี้นะ ฮือ พูดคำว่าน่ารักไปกี่ครั้งแล้วนะ ขอบคุณนะคะที่เขียน ❤ ❤ ❤

    ปล.คุณทิพย์คะะะะะ ถ้าว่างแล้วอ่านมังงะด้วยนะคะมันน่ารักมากมากมากเลยล่ะค่ะ

    Like

  9. ฟฟฟฟฟฟฟฟ พี่ทิพย์ติดไฮคิวรุสึกลาภลอยมากค่ะ แถมยังชิฟคู่เดียวกันอีก ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ชอบความบื้อของคู่นี้จิงๆค่ะ ยิ่งตอนบอกรักนี่ก้อารมณ์ I love you, dumbass. นี่ชอบมาก รอติดตามเรื่องใหม่ๆนะคะ สู้ๆค่ะ

    Like

  10. ฮ้อลลลลลลล ฟฃหงกเส่งหสฟงเกกว้วหงฟง้างงห นี่มันน่ารักมากเลยค่ะ มาอ่านเอาตอนควันหลงแล้ว อยากหยิกแก้มทั้งสองคนมากเลยค่ะ โง้ยยย ฝ่าบาทขี้น้อยใจ น้อยใจแต่ปากแข็ง น่ายีผมมากฟฟฟฟฟฟ ส่วนฮินาตะลูกกก สดใสมากเลย ฮือออ ฟิคอบอุ่นน่ารักมากเลยค่ะพี่ทิพย์ อ่านแล้วละลายไปกับน่ารักสดใสของฮินาตะเลยค่ะฟฟฟฟฟฟฟ สองคนนี้บทจะบอกรักกันแบบ agressive ก็ agressive มากๆ (ประมาณ I LOVE YOU DUMBASS!!!) พอจะนุ่มนวลมันก็นก็นุ่มจนหนูตายเลยค่ะหวเวหสเฟวเสหหวเวห

    Like

  11. คู่นี้นี่เราโดกิโดกิที่สุดในไฮคิวแล้วค่ะ
    ฮวืออออ คู่หูฮาโลวีนลูกแม่่ ; _________ ;

    ิฟิคน่ารักมากเลยค่ะ ให้อารมณ์เด็กน้อยที่ไม่เด็กเท่าไหร่แล้วน่ะค่ะ คู่นี้

    อาจจะเพราะเราแพ้ทางมนุษย์ลูกหมาแบบฮินะด้วยมั้งคะ ถึงได้มองว่านางน่ารักไปซะหมด หรือจริงๆอาจเพราะมองผ่านสายตาโทบิโอะจังก็เป็นได้ 55555555
    ก็มองฮินาตะอยู่ตลอดนี่นะ คาเงยามะน่ะ ❤

    เอ็นดูเรื่องมิสเซิลโทมากเลยค่ะ เหตุผลน่ารักที่สุดจิบิจังลูกแม่ ฮือออออออออ

    Like

  12. น่ารักง่าาาาาาาา ชอบจังค่ะแงงงงงง T/////T

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s