[The Maze Runner Fic][MiNewt] and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes (3+4)

 

and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes 

The Maze Runner fanfiction by Tippuri~ii*     

 

   

Pairing:  Minho x Newt

Fandom: The Maze Runner  

Type: AU fanfiction        

 

 

 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

ฟิคนี้มี mix album ด้วยนะคะ เราทำไว้ฟังเวลาเขียน เพราะคิดว่าเพลงพวกนี้ตรงกับฟีลของเรื่องดีค่ะ ใครอยากฟังก็คลิกโลดนะคะ>> mix album for this fanfiction: click to listen

*ใส่ว่า chapter 3+4 เพราะเรายังหาทางแยกมันไม่ได้ค่ะ เพราะงั้นอ่านเบิ้ลเลยละกันนะคะฟฟฟฟ* 

 

************************************

 

 INDEX:

 

 

 

************************************

 

 

chapter 3+4

 

 

 

 

 

 

 

คำพูดที่มินโฮได้ฟังทางโทรศัพท์ทำให้ระบบความคิดของชายหนุ่มนิ่งงัน…หัวใจโบยบินไปถึงใครอีกคนทันทีอย่างห่วงหากังวล

 

 

 

 

//

 

 

 

 

โลกทั้งใบของนิวท์แตกสลายลงเป็นความเงียบงันเมื่อประโยคนี้ดังผ่านมาตามสายโทรศัพท์

 

 

 

 

 

“นิวท์…ฉันพูดไปแล้วล่ะ ฉันขอโทพาซแต่งงานแล้ว”

 

 

 

 

//

 

 

 

มินโฮจำไม่ได้ว่าตัวเองมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร

 

 

 

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนภาพเบลอ ทุกวินาทีดูจะเดินช้าลง ทุกเหตุการณ์เหมือนกับการร่วงหล่นอันเชื่องช้า

 

 

 

 

 

ลมหายใจที่ค่อยๆ คืนสู่จังหวะปกตินำพาให้ความคิดของชายหนุ่มเริ่มคงที่…ทุกอย่างค่อยๆ เล่นซ้ำใหม่ในหัว มินโฮนึกออกถึงเสียงของอัลบี บทสนทนาแสดงความยินดีที่ตัวเขาพูดออกไปอย่างอัตโนมัติ…หากในความคิดนั้นมีแค่ชื่อชื่อเดียว บุคคลที่ชายหนุ่มรู้ว่าจะได้ฟังข่าวเป็นคนต่อไปเมื่ออัลบีวางสายจากตน

 

 

 

 

 

คนที่มินโฮทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองมายืนอยู่ตรงหน้าห้องเจ้าตัวได้…แม้ว่าจะสายเกินไปแล้วก็ตาม

 

 

 

 

 

อพาร์ตเมนต์อันเป็นสัดส่วนนี้มืดสลัวทุกห้อง แสงไฟมากมายจากด้านนอกผสมผสานรวมกับท้องฟ้ายามย่ำค่ำสีน้ำเงินเข้มแล้วทอดตัวลอดม่านเข้ามา ความเรื่อเรืองที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าสีขาวสะอาดเหมือนผืนหมอก

 

 

 

 

 

มินโฮปิดประตูห้องตามหลังเบาๆ แล้ววางกุญแจสำรองที่นิวท์ให้เขาไว้ตรงโต๊ะเล็กข้างโซฟา ก่อนจะค่อยๆ เดินต่อไปยังส่วนของห้องนอน…แล้วก็จริงอย่างที่คาดไว้ ชายหนุ่มผมทองนอนขดตัวอยู่บนเตียงนอน โทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กสีดำสนิทยิ่งดูเด่นชัดยามที่โดนวางบนผ้าปูที่นอนสีสะอาดแบบนี้

 

 

 

 

 

และนั่นก็บอกชัดเจน อัลบีโทรมาหานิวท์แล้ว

 

 

 

 

 

ร่างบางนั่นลุกขึ้นมานั่งเมื่อได้ยินเสียงเคาะเบาๆ ตรงกรอบประตูที่เปิดอ้าค้างไว้…มินโฮสบสายตากับอีกฝ่าย หัวใจบีบรัดเมื่อเห็นว่าดวงตาโตสีเข้มนั้นว่างเปล่าและทอแววร้าวสลายเพียงใด

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มขยับเข้าไป นั่งลงข้างๆ อีกฝ่ายอย่างเงียบงัน นิวท์มองมือของเขาที่วางบนพื้นเตียงชั่วครู่…ปลายนิ้วเอื้อมมาแตะลงบนแขนเสื้อที่โดนพับถึงข้อศอก สัมผัสที่แผ่วเบา ไล้เรื่อยราวเจ้าตัวกำลังคิดถึงความทรงจำมากมายอยู่

 

 

 

 

 

“ฉัน…” เสียงแหบโหยนั่นทำลายความเงียบลงในที่สุด “ฉันควรจะดีใจใช่ไหม…ฉันควรจะดีใจกับอัลบี…”

 

 

 

 

 

ประโยคอันแผ่วค่อยนี้ทำให้อะไรบางอย่างในใจมินโฮขาดสะบั้นลง แล้วในวินาทีถัดมา…สองแขนของเขาก็เอื้อมออกไป โอบรั้งให้ร่างของคนตรงหน้าเข้ามาชิด…รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่รินรดลงบนผิวของตน ลมหายใจที่ติดขัดในทีแรก…ก่อนจะเริ่มสั่นระริกราวกับจุดสิ้นสุดของความอดทนได้มาถึงพร้อมๆ กับอ้อมกอดนี้

 

 

 

 

 

มินโฮส่ายหน้า สัมผัสที่เขารู้ว่านิวท์จะรับรู้ได้ กระซิบเสียงเบา…ด้วยน้ำหนักของความปวดร้าวในใจเขาก็ไม่น้อยไปกว่ากันเลย

 

 

 

 

 

“ไม่เป็นไร…” มันเป็นการปลอบประโลมที่เห็นแก่ตัว มินโฮจึงรู้ดีว่ามีแค่ตนคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์จะเอ่ยกับนิวท์ได้ “นายไม่ต้องดีใจกับเขาก็ได้…ฉันไม่ว่าอะไรนายอยู่แล้ว…”

 

 

 

 

 

ราวกับรอที่จะได้ฟังคำยืนยันนี้มาตลอด…หยดน้ำตาค่อยๆ พร่างพรูลงบนเสื้อของเขาในที่สุด มินโฮทำได้เพียงกอดร่างที่สั่นระริกของนิวท์เอาไว้…มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้โอบอีกฝ่ายเข้ามาชิดขนาดนี้ ระยะห่างอันน้อยนิดที่ชวนให้มินโฮอยากหัวเราะขื่นๆ นักเมื่อคิดถึงหัวใจที่ไกลแสนไกลกันของตนกับเพื่อนสนิท

 

 

 

 

 

ในอ้อมกอดนี้…ระหว่างเขากับนิวท์คือท้องทะเลอันกว้างใหญ่ของหยดน้ำตาและความรักที่อีกฝ่ายไม่ได้มีให้เขา…

 

 

 

 

 

และมินโฮก็ได้ตระหนักในนาทีนั้นว่าตนมีชีวิตอยู่เหมือนคนจมน้ำมานานแสนนานแล้วเหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

//

 

 

 

ยามเช้าที่มาเยือนนั้นเชื่องช้าและขาวสะอาด

 

 

 

 

 

นิวท์จำไม่ได้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหน คำถามที่เขาคิดว่ามินโฮเองก็คงไม่รู้คำตอบ…เพราะตอนนี้พวกเขาต่างก็นอนฟุบกันอยู่ตรงกลางเตียง หมอนหนุนไร้ร่องรอยการสัมผัสใดโดยสิ้นเชิง สิ่งที่บอกให้รู้ว่าทั้งคู่คงค่อยๆ ผล็อยหลับไปเองเมื่อเวลาของเมื่อคืนก่อนล่วงเลย

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองยังคงไม่ลุกขึ้น…เขายังคงนอนตะแคงอยู่แบบนั้น ค่อยๆ จ้องมองรายละเอียดของวงหน้าเพื่อนสนิทที่หลับอยู่ข้างๆ อย่างอ้อยอิ่ง…ความอิดโรยระบายจางๆ อยู่ชัดเจนแม้ว่าเจ้าตัวจะกำลังหลับสนิท ท่อนแขนที่โอบนิวท์เอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนคงทำให้มินโฮไม่สบายตัวน่าดู…แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ละจากไป คนตัวใหญ่ยังคงกอดเขาไว้จนถึงตอนนี้ กักนิวท์ไว้ในความอบอุ่นของผิวเนื้อและลมหายใจ

 

 

 

 

 

คนที่ตื่นแล้วแตะปลายนิ้วลงบนเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่าย สัมผัสชื้นๆ ของรอยน้ำตาของเขาแห้งสนิทไปแล้ว

 

 

 

 

 

นิวท์ขยับศีรษะเล็กน้อยบนฟูก หลุบตามองแขนเสื้อที่ถูกพับไว้แต่ก็เริ่มคลายตัวลงมาแล้วของอีกฝ่าย ก่อนจะตระหนักขึ้นมาได้

 

 

 

 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่มินโฮไม่ได้ซับน้ำตาของเขาด้วยแขนเสื้อของเจ้าตัว

 

 

 

 

 

และอีกข้อหนึ่ง

 

 

 

 

 

กี่ครั้งกันแล้ว…ที่น้ำตาของเขาถูกซับให้แห้งไปด้วยมือของคนตรงหน้า?

 

 

 

 

 

และนั่นก็ทำให้ใจของนิวท์เต็มตื้นขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้…มันเป็นส่วนผสมของรสชาติอ่อนหวานและใความรู้สึกโหยหาที่ทำให้อยากร้องไห้ มันไม่เหมือนความรู้สึกแบบที่เขามีให้อัลบี…สิ่งที่นิวท์มีให้มินโฮคือความยินดีในการมีอีกฝ่ายอยู่ในชีวิต ความรู้สึกที่เขารู้ดีว่าพิเศษเหนือการชี้ชัดถึงขอบเขตตำแหน่งใดๆ ทั้งปวง

 

 

 

 

 

เขาบอกได้ว่าตัวเองรักอัลบีในฐานะอะไร แต่เขาบอกไม่ได้ว่าตัวเองรักมินโฮในฐานะอะไรหากก็ยังคงจะรักต่อไปอยู่ดี

 

 

 

 

 

เพราะมินโฮเป็นอะไรที่มากกว่าเพื่อนสนิท…คือคนคนเดียวที่นิวท์รู้ตัวดีว่าเสียไปไม่ได้

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มเอื้อมมือออกไป ไล้ปลายนิ้วตามกรอบหน้าของคนข้างตัว สัมผัสที่คิดว่าเบาหวิว…หากอีกฝ่ายกลับขยับนิดๆ เข้าหามันทั้งๆ ที่ยังหลับสนิท

 

 

 

 

 

มันเป็นกิริยาง่ายดายหากกลับทำให้ใจปวดร้าวอย่างนุ่มนวลที่สุด และในวินาทีถัดมา…นิวท์ก็พบว่าตัวเองเผลอขยับเข้าไปใกล้เสียจนมีเพียงหนึ่งลมหายใจเท่านั้นที่กั้นกลางระหว่างเขาและเพื่อนสนิท

 

 

 

 

 

สัญชาตญาณคงเป็นสิ่งที่ทำให้มินโฮลืมตา…และทันทีที่ชายหนุ่มผมดำรับรู้ถึงความใกล้ชิดของพวกเขา ท่อนแขนแข็งแรงนั่นก็ผละจากเพื่อจะดันตัวนิวท์ให้ห่างออกไป นุ่มนวลหากก็เด็ดขาดเหมือนน้ำเสียง

 

 

 

 

 

“ไม่…นิวท์”

 

 

 

 

 

อะไรก็ตามที่เป็นตัวจุดประกายให้นิวท์เกือบทำอะไรบ้าๆ ลงไปนั้นมอดไหม้จนหายไปหมดตั้งแต่วินาทีที่มินโฮลืมตาแล้ว…ชายหนุ่มผมทองตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร

 

 

 

 

 

อาจจะเป็นความว้าเหว่

 

 

 

 

 

อาจจะเป็นความหวังที่แตกสลาย

 

 

 

 

 

อาจจะเป็นความลับที่เขาล่วงรู้มานานแสนนาน

 

 

 

 

 

“ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ…” นิวท์กระซิบ ดวงตามองสบกับคนที่นอนตะแคงอยู่เคียงกัน ถ้อยคำที่ให้รสชาติเหมือนการสารภาพยิ่งนัก “…ฉันรู้อยู่แล้วว่านายชอบฉัน”

 

 

 

 

 

ถ้ามินโฮสนิทกับนิวท์มากพอที่จะสังเกตได้เองว่าเขาชอบอัลบี นิวท์เองก็สนิทกับมินโฮมากพอที่จะมั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดกับตนแค่เพื่อน ความลับที่เขาล่วงรู้ได้เอง…เพียงแต่ต่างจากมินโฮ ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่พูดอะไรกับอีกฝ่ายอย่างที่เจ้าตัวทำกับเขา

 

 

 

 

 

การมาสารภาพเอาป่านนี้ควรทำให้เจ้าของความลับโกรธเกรี้ยว…แต่คนตรงหน้านิวท์กลับไม่มีแม้แต่แววประหลาดใจในดวงตา มินโฮแค่ค่อยๆ ระบายหายใจออกมา หนักหน่วงและเนิ่นนาน…ก่อนจะตอบเขาด้วยเสียงเรียบนิ่ง

 

 

 

 

 

“ฉันก็คิดอยู่แล้วล่ะ…ว่านายต้องมองออก”

 

 

 

 

 

ดวงตาสีดำคู่นั้นหลับลงชั่วครู่ ก่อนจะเปิดลืมขึ้นใหม่ ถ้อยคำที่ตามมาแผ่วเบาหากมั่นคง

 

 

 

 

 

“ใช่ ฉันชอบนาย” มือใหญ่ๆ นั่นเอื้อมมาแตะผิวแก้มของนิวท์ สัมผัสที่ยาวนานแค่เพียงชั่วครู่ ไร้สิ่งใดที่เกินเลย “แต่ฉันจะไม่นอนกับนาย…นิวท์ เพราะฉันเป็นเพื่อนที่คอยเช็ดน้ำตานายด้วยแขนเสื้อได้ แต่ฉันจะไม่มีวันยอมเป็นหนึ่งในรายชื่อพวกนั้นในโทรศัพท์ของนาย”

 

 

 

 

 

นิวท์สบตากับอีกฝ่าย เขาทำได้เพียงแค่นั้น

 

 

 

 

 

“และใช่…ฉันอยากจูบนาย” มินโฮกล่าวต่อ เรียบนิ่งหากทุ้มนุ่ม…จนแว่บหนึ่ง นิวท์เผลอคิดไปว่าอีกฝ่ายกำลังเล่าถึงเรื่องราวของใครสักคนที่ไม่ใช่พวกเขาอยู่ “แต่เราก็รู้กันดีว่าทันทีที่ฉันจูบนาย…ฉันก็จะไม่ต่างอะไรกับคนพวกนั้นเลย คนที่นายคิดว่าจะมาแทนที่อัลบีได้…และนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะยอมให้เกิดขึ้นกับตัวเอง”

 

 

 

 

 

ทุกคำของมินโฮถูกเปล่งด้วยน้ำเสียงสม่ำเสมอราวเกลียวคลื่น…ผืนน้ำที่นิวท์รู้ว่าซ่อนรอยแตกร้าวของหัวใจเอาไว้ บาดแผลที่ตัวเขาเองก็มี…อาจจะไม่ใช่จากสาเหตุเดียวกัน แต่ความเจ็บปวดนั้นคงไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่

 

 

 

 

 

“นายอาจจะกำลังเหงา นายอาจจะกำลังอยากที่จะลืม และฉันก็อยู่ข้างๆ นายมาตลอด” ชายหนุ่มผมดำเอ่ย จับมือของเขาเอาไว้…ดวงตาทอดมองภาพนั้นด้วยสายตาระโหยหนักหน่วง “แต่ถ้านายเพิ่งมาคิดได้ว่านายน่าจะรักคนที่รักนายมากกว่ารักอัลบีต่อไป…ถ้านายคิดจะเริ่มมองฉันแค่เพราะนายรู้ว่าฉันมองนายมาตลอด…”

 

 

 

 

 

มือใหญ่นั่นค่อยๆ ปล่อยมือของเขา ปลายนิ้วผละจากโดยสมบูรณ์…ก่อนที่ประโยคสุดท้ายจะถูกกล่าว

 

 

 

 

 

 

“…โทษทีนะนิวท์ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะโอเคด้วย”

 

 

 

 

 

ความเงียบทิ้งตัว…เนิ่นนานราวหนึ่งนิรันดร์ผ่านพ้นไป มีเพียงแสงแดดที่ค่อยๆ จ้าขึ้นทีละนิดเท่านั้นเป็นสัญญาณเดียวที่บอกให้รู้ว่าเวลายังคงไม่หยุดเดิน

 

 

 

 

 

“น่าขำดีเนอะ…” นิวท์ได้ยินตัวเองพึมพำขึ้นมาในที่สุด…ข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องตลกอันร้ายกาจเหลือเกิน “…ทั้งๆ ที่มันก็เป็นแค่ความรักเท่านั้นเองแท้ๆ”

 

 

 

 

 

แว่วเสียงลมหายใจของมินโฮ…อ้อยอิ่งเนิบช้า ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยตอบ

 

 

 

 

 

“ใช่…” เป็นเสียงที่ไม่ดังไปกว่ากัน ถ้อยคำที่ให้รสขื่นๆ นักในความรู้สึกของคนฟัง “…ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นแค่ความรักเท่านั้นเองแท้ๆ”

 

 

 

 

 

มันคือยามเช้าที่ทุกความจริงได้ถูกเอื้อนเอ่ยให้กันและกันฟัง แต่กลับไม่มีน้ำหนักในหัวใจของใครเลยที่เบาบางลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

*****************************************

 

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน เริ่มต้นปีนี้ด้วยเอนทรีฟิคปวดตับกันเลยทีเดียวค่ะ TvT อย่างที่เคยบอกไป ฟิคเรื่องนี้เป็นมุมร้าวๆ ของมินิวท์ที่เราคิดไว้นานแล้วค่ะ เพราะสำหรับเรา สองคนนี้ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทที่แอบรักแบบทั่วไป แต่ทั้งสองคนเขารู้กันและกันดีค่ะว่าแต่ละฝ่ายรู้สึกต่อกันยังไง แต่นิวท์ก็เสียมินโฮไปไม่ได้ ส่วนมินโฮเองก็เป็นคนแบบที่ไม่แคร์ว่าตัวเองจะเจ็บ ฉันจะชอบนาย ฉันไม่แคร์ว่านายจะชอบฉันไหม และนายไม่ต้องมาสงสารฉัน แบบนั้นน่ะค่ะ ฮือ ปวดใจจังเลย T____T

 

 

เราว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันซับซ้อนละเอียดอ่อนมากค่ะ แต่ก็อยากเขียนออกมา ถ้ามีตรงไหนไม่ชัด มึนๆงงๆ เราก็ขอโทษอีกรอบค่ะ ฮือ

 

 

แลดูว่าเราจะตกหล่มหนุ่มน้อยวอลเล่ย์บอล แต่จริงๆ เรานั่งปั่นฟิคเรื่องนี้อยู่รัวๆ ค่ะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะอ่านเพลินกันนะคะ

 

 

สวัสดีปีใหม่อีกครั้งค่ะ ปีนี้เราก็ขอฝากตัวต่อด้วยอีกปีนะคะ ❤ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะที่ให้ความเอ็นดูงานของเราเสมอมา

 

 

 

 

ทิพย์เอง

Advertisements

5 responses to “[The Maze Runner Fic][MiNewt] and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes (3+4)

  1. เราชอบบรรยากาศหม่นๆนิดๆของเรื่องนี้มากเลยค่ะ เราอ่านทีไรเราก็นึกถึงเสื้อเชิ้ตสีฟ้าๆเข้มทุกทีไป ไม่รู้ทำไม 555 มันซับซ้อนแต่อ่านแล้วก็ไม่อึดอัดเลย ยิ่งอ่านตอนนี้เรายิ่งชอบมินโฮมากเข้าไปอีกค่ะ ชอบฉากที่บอก ‘ ไม่ นิวท์ ‘ มากเลย เป็นคำสั้นๆแต่เรารู้สึกได้ถึงหลายอารมณ์มากเลย ทั้งเด็ดเดี่ยว แต่อ่านๆไปก็รู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ;_; เริ่มรู้สึกว่าคู่นี้จะแฮปปี้เอนมั้ยไม่ค่อยสำคัญ มันรู้สึกได้ถึงความรักของทั้งคู่ไปแล้วค่ะะ แต่ก็จะรอลุ้นตอนต่อๆไปนะคะ อิอิ

    Like

  2. ปวดร้าวจิตใจจริงๆ ค่ะคู่นี้ ฮือฟฟฟฟ
    มินโฮอปป้าเป็นคนตรงมากๆ ชอบจังที่พูดกับนิวท์แบบนั้น
    ถ้าเรามีคนมารักแบบนี้ก็คงจะดีสินะ555555
    ความรักนี่มันแปลกเหลือเกิน แบบที่นิวท์ว่า ทั้งๆ ที่เป็นแค่ความรักเท่านั้นเอง ทำไมมันซับซ้อนซ่อนเงื่อนงำได้ขนาดเน้
    แฮปปี้นิวเยียร์นะคะพี่ทิพย์ ❤

    Like

  3. Pingback: [The Maze Runner Fic][MiNewt] and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes (5) | tippuri's blog (◉◞౪◟◉✿)·

  4. Pingback: [The Maze Runner Fic][MiNewt] and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes (6—1/2) | tippuri's blog (◉◞౪◟◉✿)·

  5. Pingback: [The Maze Runner Fic][MiNewt] and I’ll wipe my shirtsleeves under your eyes (6) | tippuri's blog (◉◞౪◟◉✿)·

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s