{Beautiful Words Prompt}[The Maze Runner Fic][MiNewt] Open Hand or Closed Fist Would Be Fine

 

 

REMARK: เป็นการลงฟิคตามรีเควสต์ค่ะ(รายละเอียดรีเควสต์>>Beautiful Words Prompt) เราว่ามันน่าสนใจดี เลยอยากลองเล่นดูบ้าง เป็นครั้งแรกเลยที่เปิดรับรีเควสต์ แอบตื่นเต้นค่ะ ฮาาาา 

 

 

 

Baisemain – A kiss on the hand

(requested by @aom_cub)

 

 

 

 

 

Open Hand or Closed Fist Would Be Fine

 

               

 

 

 

 

 

(The way she tells me I’m hers and she is mine)
(Open hand or closed fist would be fine)
(The blood is rare and sweet as cherry wine)

(Cherry Wine, by Hozier; listen)

 

               

 

 

 

 

 

ระบบของท้องทุ่งกำหนดให้ทุกคนมีงานทำกันโดยถ้วนหน้าในทุกๆ วันของสัปดาห์…แต่ไม่ใช่สำหรับวันอาทิตย์ วันเดียวจากเจ็ดวันที่ชาวทุ่งทุกคนจะได้มีเวลาเป็นของตัวเอง หน้าที่การงานเป็นสิ่งที่ไม่ถูกคิดถึงในวันนี้

 

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้นักวิ่งอย่างมินโฮสามารถมานั่งอยู่ตรงสวนเล็กๆ ใต้ร่มไม้นี้ได้…ซึ่งอันที่จริงแล้ว ถ้าจะพูดให้ถูก มันคือแปลงต้นไม้ที่ประกอบด้วยผักหลากชนิด ดอกไม้เท่าที่หาได้ในทุ่ง และเถาไม้ที่เลื้อยพันตามแผงไม้ที่คนปลูกปักไว้มากกว่า

 

 

 

 

 

(มินโฮเป็นคนเหลาและประกอบแผงไม้เหล่านั้นเอง)

(แผงไม้นี่ทำให้ปลายนิ้วและฝ่ามือของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเล็กๆ มากมาย)

(แต่แผงไม้นี่ก็ทำให้นิวท์ยิ้มกว้างออกมาตอนเห็นมันด้วย)

 

 

 

 

 

มินโฮยังจำช่วงแรกๆ ที่การมานั่งตรงนี้ทำให้เจ้าของสวนมองมาด้วยสายตาแปลกๆ…ส่วนผสมของความประหลาดใจ รอยยิ้มเอ็นดู และสีเรื่อที่แตะแต้มบนผิวแก้ม…เข้มเกินกว่าที่จะโทษแสงแดดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่ออาณาบริเวณนี้อยู่ใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่…และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสีเรื่อนั่นก็เข้มขึ้นเรื่อยๆ ตามคำพูดและการกระทำที่เขาแสดงออกไป

 

 

 

 

 

สีเรื่อนั่นเข้มที่สุดในวันที่มินโฮเอาแผงไม้ที่ตนประกอบเองมาให้ และก็ยิ่งเข้มขึ้นไปอีกเมื่อเขาเอื้อมสองมือออกไป…ประคองอย่างไม่ค่อยจะนุ่มนวลนักให้วงหน้าของเด็กหนุ่มผมทองเข้ามาใกล้พอที่ริมฝีปากจะถูกครอบครองได้

 

 

 

 

 

(“นายโอเครึเปล่า…ถ้าฉันจะทำแบบนี้?”)

(“ฉันคิดว่านายควรจะถามก่อนแล้วค่อยทำนะมินโฮ”)

(“โทษที…แต่ถ้านายตอบว่าไม่โอเค อย่างน้อยฉันก็จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไงน่ะ”)

 

 

 

 

 

นิวท์บอกมินโฮว่าเขามันงี่เง่าที่สุด ก่อนจะทำแผลบนมือให้…พยายามอย่างดีที่สุดในการจะพันผ้าพันแผลให้ทับรอยขีดข่วนที่บาดลึกทุกรอย ช่วงนาทีที่เงียบงันจนกระทั่งความอดทนหมดลง

 

 

 

 

 

(“แล้วตกลงว่าไงล่ะ?”)

(“ว่าไงอะไร?”)

(“ก็ที่ฉันถามไง…ว่านายโอเครึเปล่า?”)

 

 

 

 

 

นิวท์พูดซ้ำอีกครั้งว่าเขามันงี่เง่า ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้

จูบที่สองของมินโฮให้รสชาติเหมือนเสียงหัวเราะอ่อนใจกับแสงแดดเรืองรองที่ทอประกายลอดใบไม้ลงมา

แล้วหลังจากนั้น การแวะมานั่งที่สวนเล็กๆ นี่ในวันอาทิตย์ก็ไม่ได้ทำให้มินโฮถูกดวงตาโตสีน้ำตาลคู่นั้นมองด้วยสายตาแปลกๆ อีกต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

 

“ทำแผลให้หน่อยสิ”

 

 

 

 

 

มินโฮเดินเข้ามาพร้อมห่อเครื่องปฐมพยาบาลในมือ คำขอที่ฟังดูเหมือนประโยคคำสั่งเสียมากกว่า…เพียงแค่ว่าคนฟังนั้นชินกับมันแล้วจนไม่ได้รู้สึกขัดข้องใจอะไร นิวท์ขยับไปล้างมือในถังน้ำสะอาดที่ริมเขตสวน แล้วบุ้ยใบ้ให้อีกฝ่ายนั่งลงบนม้านั่งไร้พนักที่ทำจากกิ่งไม้มัดรวมกันแบบหยาบๆ

 

 

 

 

 

แผลเล็กแผลน้อยแทบจะเป็นเรื่องประจำวันของชาวทุ่งอยู่แล้ว แต่ถ้าเทียบกัน…หน้าที่นักวิ่งดูจะมีตัวช่วยอยู่มากกว่าคนอื่นด้วยชิ้นผ้าและหนังสัตว์ที่พันรอบฝ่ามือ เครื่องช่วยอำนวยความสะดวกในการปีนป่ายหรือหยิบจับสิ่งต่างๆ…การปกป้องที่ใครๆ ก็รู้ดีว่าจะช่วยมอบเสี้ยววินาทีอันมีค่าเพิ่มเติมให้เวลาเผชิญกับสถานการณ์คับขันในเส้นทางวงกต

 

 

 

 

 

แต่เพราะมินโฮไม่เคยทำหน้าที่แค่เพียงเป็นนักวิ่ง…เจ้าตัวจึงได้แผลอยู่เรื่อยๆ จากคมมีด เสี้ยนไม้ ไปจนถึงแรงดีดของเส้นเชือก

 

 

 

 

 

และพอรู้ตัวอีกที นิวท์ก็พบว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่อีกฝ่ายจะมาหาเพื่อให้ดูแลรอยแผลเหล่านั้นไปแล้ว

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มผมดำเล่าคร่าวๆ ว่าแผลของวันนี้ได้มาจากเส้นเชือกของรอก…ถังน้ำจากบ่อนั้นหนักเกินกำลังของชัค และมินโฮก็พุ่งเข้าไปช่วยดึงเส้นเชือกในมือของเด็กชายก่อนที่เจ้าตัวจะร้องขอความช่วยเหลือเสียอีก…ความว่องไวที่ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่เพียงรอยบาดจากเส้นเชือก ไม่ใช่ร่างของชัคที่ก้นบ่อ

 

 

 

 

 

นิวท์ก้มหน้าทำแผลไปเงียบๆ เท่านั้น ดวงตาจับจ้องเพียงมือของอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

(ไม่มีใครในที่นี้ที่มืออ่อนนุ่ม แต่อย่างน้อยมือของมินโฮก็ไม่กร้านเท่ามือของนิวท์…ฝ่ามือที่ยังไม่คร้ามแดดหรือมีรอยแผลเป็นมากนักด้วยชิ้นผ้าและหนังสัตว์ที่พันรอบ อุ้งมือที่ให้สัมผัสที่แข็งแรงมั่นคงเสมอยามจับต้องลงมา)

(มือของนิวท์ที่วางเทียบกันเลยทำให้ตัวเขาเองรู้สึกแย่ขึ้นอย่างประหลาด…มันหยาบกร้านด้วยการหยิบจับเครื่องมือ ริ้วรอยของจากคมหนามกระจายประปรายบนผิว)

(เรื่องเล็กน้อยที่ทำให้หัวใจหนักอึ้งอยู่เสมอ เขาไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองมีอะไรที่สมบูรณ์แบบพอ)

 

 

 

 

 

นิวท์ผูกปมผ้าพันแผลในที่สุด ก่อนจะบอกมินโฮว่าครั้งหน้าให้ระวังตัวหน่อย…ถ้อยคำที่ไม่ได้จริงจังอะไร เป็นแค่เพียงประโยคเปล่าๆ ที่ติดปากเสียมากกว่า

 

 

 

 

 

หากคราวนี้ ฝ่ามือใหญ่ๆ นั่นไม่ได้ผละจากไปแล้วถูกพันทับด้วยชิ้นผ้าหรือหนังสัตว์อย่างทุกที…มินโฮขยับมือเข้ามา ทาบทับและโอบช้อนหลังมือของนิวท์ไว้ เรียวนิ้วของเจ้าตัวสอดแทรกระหว่างเรียวนิ้วของเขา…บังคับกลายๆ ให้ฝ่ามือของนิวท์แบขึ้นอยู่ตรงระดับสายตา

 

 

 

 

 

สัมผัสของมือที่ทาบทับโดยไร้สิ่งใดขวางกั้นทำให้ลมหายใจติดขัดอย่างอ่อนหวานที่สุด

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มผมทองได้แต่นั่งนิ่ง…ปล่อยให้มือของตัวเองโดนเลื่อนให้เข้าไปหาคนตรงหน้า ระยะห่างที่น้อยนิดทำให้เห็นได้ชัดเจน…ดวงตาสีดำคู่นั้นหลับลงยามที่เจ้าตัวประทับริมฝีปากลงบนกลางฝ่ามือของเขา

 

 

 

 

 

(เป็นรอยจูบที่ไม่มีอะไรอื่นเลยนอกจากสัมผัสเนิบช้าง่ายดาย)

(เป็นรอยจูบที่ไม่มอบความรุ่มร้อนใดให้รู้สึกได้เลยสักนิด)

(เป็นรอยจูบที่นิวท์ไม่มีวันจะยอมแลกมันกับอะไรทั้งนั้น)

 

 

 

 

 

ดวงตาเปิดลืมขึ้น น้ำเสียงเปล่งคำสั้นๆ

 

 

 

 

 

“ขอบคุณ”

 

 

 

 

 

มินโฮไม่ใช่คนที่จะยอมพูดจาดีๆ กับใคร…แม้แต่นิวท์เองก็ยังได้เผชิญกับถ้อยคำกวนโมโหเข้าขั้นชวนหาเรื่องและอารมณ์ฉุนเฉียวของอีกฝ่ายเสมอในที่ประชุม แกลลี่กับหลายๆ คนมักจะขึ้นเสียงกลับจนการหารือเกือบกลายเป็นการลงไม้ลงมืออยู่หลายหน แต่ไม่ใช่นิวท์

 

 

 

 

 

เพราะเด็กหนุ่มผมทองรู้ดีเสมอว่าในที่สุดแล้ว…ในนาทีที่มีแค่เขากับมินโฮใต้เงากิ่งไม้ ในนาทีที่ระยะห่างที่กั้นกลางกว้างแค่เพียงหนึ่งลมหายใจ มาดชวนทะเลาะนั่นจะหายไป ถ้อยคำกวนโมโหอันยาวเหยียดจะเหลือเพียงประโยคสั้นๆ…ไม่อ่อนโยนแต่ก็ไม่กร้าวกระด้าง และแววตาในดวงตาสีดำสนิทที่เปิดลืมขึ้นแล้วสบประสานกับเขา

 

 

 

 

 

(แววตาที่มองนิวท์ราวกับยังไม่อยากเชื่อว่าเขานั่งอยู่เบื้องหน้าเจ้าตัวอยู่จริงๆ)

(แววตาที่มองนิวท์กับมือของเขากับทุกความไม่สมบูรณ์แบบที่มีและไม่สนใจพวกมันเลยสักอย่างเดียว)

(แววตาที่มองนิวท์และบอกโดยไร้คำพูดใดว่าไม่มีใครอื่นอีกแล้วที่เจ้าตัวต้องการ)

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มผมทองมองอีกฝ่ายเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ

 

 

 

 

 

“ไม่เป็นไร”

 

 

 

 

 

สองมือเลื่อนมาประคองวงหน้าของเขาเอาไว้ แล้วระยะห่างหนึ่งลมหายใจก็ถูกแทนที่ด้วยรอยจูบบนริมฝีปาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

fin.

 

*******************************

 

สวัสดีค่าาาาา เรารู้สึกว่าเราเขียนฟิคมินิวท์มาเยอะมากเลยค่ะตั้งแต่ปีใหม่มาเนี่ย 5555 แต่คงเพราะเป็นเอยู พอมาเขียนเรื่องในเวิร์สหนังแบบนี้เลยได้ความรู้สึกอีกแบบกันค่ะ

 

โดยส่วนตัว เราชอบมโนโมเม้นต่างๆนาๆของสองคนนี้ในท้องทุ่งมากค่ะ เพราะมินโฮกับนิวท์เป็นชาวทุ่งรุ่นแรกๆเลย น่าจะมีเวลาอยู่ด้วยกันและสวีทกันเยอะอยู่ค่ะ และเราชอบบรรยากาศแบบพวกเราสองคนในมุมเงียบๆส่วนตัวๆอย่างนี้มากค่ะ เลยจะชอบเขียนแบบนี้ตลอด

 

เราว่านิวท์น่ะเป็นคนที่คงจะกังวลถึงความคาดหวังของคนอื่นอยู่ตลอดเวลา แบกรับความคาดหวังพวกนี้ไว้เป็นภาระตลอด และบางทีคงจะมีกังวลไปทั้งๆที่คนอื่นไม่ได้คาดหวังอะไรด้วยค่ะ ซึ่งคงรวมถึงเรื่องทั่วไปจนถึงเรื่องความรักอะไรงี้ด้วย เลยอยากให้เขาได้มีโอกาสฟังมินโฮบ้างว่าจริงๆนิวท์น่ะดีที่สุดแล้ว ฮือออออออออออออออออ

 

 

 

มารอภาคสามด้วยใจระทึกนะคะ เล่มใหม่จะออกปลายปีนี้อีกตะหาก แงๆๆๆ

 

 

 

 

ทิพย์เองค่ะ

 

 

ปอลอ 1 ใครอยากติชมฟิคเรา ไม่ว่าจะเป็นแบบรวมเล่มหรือในบล็อก แฟนด้อมไหน แพร์อะไร จัดเต็มใส่มาได้ในนี้เลยนะคะ แค่สครีมหกดหกดฟหกฟกหดยังได้เลยค่ะ5555 >> COMMENT BOX

 

ปอลอ 2 ตอนนี้เราเปิด shop ในเพจเฟซบุ๊คแล้วนะคะ ฟิคทุกเรื่องในนี้มีสต็อคหมดค่ะ ถ้าสนใจก็ติดต่อเข้ามาทางเพจ/เมลมาทาง tippurific@hotmail.com ได้เลยค่าาา >> SHOP

 

 

❤ ❤ ❤

Advertisements

5 responses to “{Beautiful Words Prompt}[The Maze Runner Fic][MiNewt] Open Hand or Closed Fist Would Be Fine

  1. ทิพย์กั๊บ ฮืออออออออ ; /// ; )

    อ่านจบแล้วเขินม้วนสามตลบจนอยากจับมินโฮมาเขย่าๆๆให้หัวสั่น(และยีผมหนูนิวท์ให้ฟูฟ่อง)สุดๆไปเลยค่ะ

    พลอยชอบความเรียบง่ายของความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากๆเลยค่ะ เรียบเรื่อย แต่มั่นคงงอกงาม
    เป็นคนจะทิ้งตัวไปหาตอนที่หมดแรง และเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องพูดอะไรซักคำ

    ที่ชอบที่สุดคือการที่คู่นี้ดูจะสื่อสารกันด้วยอวจนภาษาได้ดีกว่าการพูดออกมาดังๆนะคะ ซึ่งนี่มันน่ารักสุดๆเลย 5555555

    Like

  2. โฮรววววว หวานค่ะ55555
    ชอบอ่ะ ชอบแบบนี้ หวานแบบเรียบๆ(?)ถถถถภภ
    เขินมินโฮค่ะ การกระทำนี่สำคัญกว่าคำพูดจริงๆนะคะ
    แต่อ่านไปเรื่อยๆก็แบบสุขไม่สุดค่ะ ภาคสามนี่ตามมาหลอกหลอน55555

    Like

  3. หวานนนนนน หวานมากกก หวานที่สุดเลยค่ะคุณทิพย์
    อ่านแล้วเขินจริงๆ นิวท์ในฟิคนี้น่ารักมากกกก
    มินโฮคนคูล ตอนนี้กลายเป็นหล่อแทน มีน้ำใจช่วยเพื่อนทุกคน(แต่ช่วยนิวท์มากที่สุด)

    แอบยินดีที่มันไม่เศร้าเหมือน shirtsleeves ^\\\^

    ชอบโปรเจคนี้ของคุณทิพย์มากเลยค่ะ เรื่องอื่นที่อยู่ในโปรเจคก็สนุก ยังคงชอบสำนวนการเขียนของคุณทิพย์เหมือนเคย

    Like

  4. โอ๊ยยยยยย หวานเหลือเกิน
    มินโฮนี่เท่ตลอดทุกเรื่องเลยนะคะ555555 ส่วนนิวท์ก็น่ารักมาก
    ชอบที่ไม่ว่าจะเป็นฟิคเรื่องไหนของคู่นี้ มันจะออกแนวหวานเรียบๆ เป็นโมเมนต์ที่แบบ ง่าาาา เขิน555555

    Like

  5. แก้มร้อนไปหมดแล้ว
    แอบเขินแทน โดยเฉพาะจุ๊บมือ น่ารักมาก ชอบกว่าจุ๊บปากอีก

    แล้วก็จริงอย่างที่นิวท์ว่า ทำไมไม่ถามก่อนทำ
    ถ้าถามก่อนทำเราว่านิวท์ก็คงโอเคอยู่ดี5555

    ขอบคุณที่แต่งนะคะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s