[XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (2)

 
 
 
Adagio Sostenuto
X-Men: First Class Fanfiction by Tippuri~ii* 
 

 

    
 

 
 
Pairing:  Erik Lehnsherr x Charles Xavier
Fandom: X-Men First Class
 
 
 

Type: AU fanfiction

 
 
 
 
 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 **********************************
 
 
************************************
 

 

 

 

— II —

 

fermata

to pause

 

 

 

              

 

 

เจ็ตแล็กเล่นงานอีริคในตอนเช้าวันต่อมา

 

 

 

ทีแรกนั้น อีริคบอกแฮงค์ไว้ว่าไม่ต้องเผื่อวันไว้หรอก แต่หลังจากที่ลืมตาตื่นมาตอนเที่ยงวันแต่ก็ยังเหนื่อยเหมือนไม่ได้นอนมาเลยทั้งคืน…อีริคก็รู้ชัดทันทีว่าตนประมาทเกินไปจนน่าหัวเราะและดีแค่ไหนแล้วแฮงค์ไม่ยอมเชื่อเขาแล้วเว้นวันนี้ไว้ให้ว่างเปล่าจากการนัดหมายใด ชายหนุ่มหยัดตัวขึ้นนั่งบนเตียง ผ้าห่มและเครื่องนอนทั้งหมดให้สัมผัสนุ่มๆ ที่เกิดจากอายุการใช้งานมากกว่าคุณภาพของตัวมันเอง…ซึ่งถึงจะบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่ของใหม่เอี่ยม แต่อีริคกลับรู้สึกชอบมันมากกว่าผ้าห่มสีสะอาดจนเข้าขั้นเย็นชาตามโรงแรม

 

 

 

ผ้าม่านที่ปิดหน้าต่างไว้นั้นหนาพอตัว แต่ก็แดดยามเที่ยงวันก็ส่องลอดผ่านมาได้มากพอที่จะทำให้เขาเห็นได้สบายๆ ว่าห้องนี้โดนล้อมรอบไว้ด้วยชั้นหนังสือ…รายละเอียดที่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเมื่อคืนถูกมองอย่างละเอียดในนาทีนี้ หนังสือบนชั้นนั้นมีสารพัดแนว…ตำราวิทยาศาสตร์หนาหนักไปจนถึงหนังสือนิยายปกอ่อนที่โดนอ่านจนสันยับเป็นรอยยาว และนั่นก็ทำให้อีริคสงสัยปนขันๆ ขึ้นมาว่าชาร์ลส์ เซเวียร์ได้มีเวลาพักผ่อนบ้างไหม

 

 

 

เมื่อพูดถึงเจ้าของอพาร์ตเมนต์นี้ขึ้นมา อีริคก็นึกขอบคุณสวรรค์อีกเป็นรอบที่เกินร้อย…ตามนิสัยระมัดระวังของเขา ชายหนุ่มมักจะคาดการณ์ถึงสิ่งที่แย่ที่สุดเอาไว้ก่อนเสมอ นั่นจึงทำให้ตอนที่ได้พูดคุยกับชาร์ลส์ เซเวียร์ในที่สุดหลังจากที่ได้ฟังแค่ชื่ออีกฝ่ายจากปากแฮงค์มาตลอด…อีริคก็โล่งใจเสียยิ่งกว่าอะไรที่เจ้าตัวไม่ได้เป็นอะไรที่เขากลัวไว้เลยว่าจะเจอ เห็นได้ชัดว่าชาร์ลส์ไม่ได้ต้องการจะให้พวกเขาทำตัวเป็นเพื่อนสนิทสุดซี้อะไรในช่วงเวลาเจ็ดวันนี้…ชายหนุ่มผมดำปฏิบัติตัวอย่างคนมีอัธยาศัย แต่ก็ไม่ก้าวก่ายอะไรหรือบังคับให้เขาต้องพูดคุยเกินความต้องการของตัวเอง และแค่นั้นก็ดีเกินพอแล้วสำหรับอีริค

 

 

 

ชายหนุ่มรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้อาบน้ำแต่งตัว แล้วพอเริ่มรู้สึกอะไรชัดเจน…อีริคก็พบว่าตัวเองกำลังหิวขนาดหนัก

 

 

 

ชาร์ลส์บอกไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าให้เขาใช้ครัวได้ตามสบาย แต่ความตระหนกเข้าขั้นพรั่นพรึงก็เริ่มเกาะกุมจิตใจของอีริคเรื่อยๆ เมื่อเขาเปิดตู้และลิ้นชักทุกชั้นในครัวแล้วไม่พบอะไรที่เรียกได้ว่าของกินมากไปกว่าใบชา กาแฟ กับพวกเครื่องปรุงเล็กๆ น้อยๆ เลย ความพรั่นพรึงที่ได้รับการยืนยันเมื่อความหวังสุดท้ายโดนทำลายลง…ในตู้เย็นมีแค่แกลลอนนมสดกับแซนด์วิชที่โดนกินไปแล้วครึ่งนึง

 

 

 

ไม่ต้องพูดถึงเจ็ตแล็กด้วยซ้ำ…เขาประมาทมากเกินไปตั้งแต่ตอนที่แฮงค์พูดว่า ‘อาหารกล่อง’ แล้ว…

 

 

 

โชคดีที่อพาร์ตเมนต์นี้ไม่ได้เก็บเสียงสักเท่าไหร่ ทำให้เสียงเพลงแจ๊ซและเสียงพูดของชาร์ลส์เป็นที่ได้ยินออกมาจากห้องทำงานที่ปิดประตูสนิทของเจ้าตัว อีริคเคาะบานไม้แล้วก็เปิดมันเข้าไปเมื่อคนในห้องร้องบอกมาว่าให้เข้ามาได้เลย

 

 

 

ถ้าห้องที่เขานอนมีหนังสือเยอะแล้ว ห้องนี้คงเรียกได้ว่าสร้างมาจากหนังสือล้วนๆ…ผนังทุกด้านโดนบดบังไว้ด้วยชั้นหนังสือที่แน่นขนัดไปด้วยตำรา ปึกกระดาษ นิตยสารเก่า ไปจนถึงสมุดโน้ต โต๊ะทำงานตัวใหญ่ยักษ์ของชาร์ลส์ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง แทบไม่มีที่ว่างด้วยกองหนังสือที่ทั้งปิดและเปิดกางอยู่ อีริคคิดว่าตัวเองเห็นถ้วยเซรามิกสามใบวางอยู่บนโต๊ะ…และยังไม่นับตรงตามมุมอื่นๆ ของห้อง

 

 

 

“หวัดดี” ชาร์ลส์ดูสดชื่นเสียยิ่งกว่าแสงแดดทั้งๆ ที่ผมยุ่งนิดๆ และเสื้อยับย่นไปหมดแล้วจากการนั่ง “ฉันกำลังคิดอยู่เลยว่าจะปลุกนายดีไหม เพราะเดี๋ยวฉันมีสอนตอนบ่ายสามน่ะ”

 

 

 

อีริคพยักหน้าตอบ และเพราะไม่รู้ว่าจะพูดยังไงให้มันนุ่มนวลกว่านี้…เขาเลยได้แต่เอ่ยออกไปตรงๆ “ในครัวนาย…มันไม่มีอะไรเลยนะ”

 

 

 

“อะ อ๋อ…ใช่…” ชาร์ลส์ชะงักไป วงหน้าสีน้ำนมขึ้นสีเรื่อทันควันพร้อมๆ กับถ้อยคำตะกุกตะกัก “เอ่อ…ปกติฉัน ง่า…ไม่ค่อยได้ทำอะไรในนั้นเท่าไหร่…”

 

 

 

อีริคคิดว่ามันช่างน่าหัวเราะปนร้องไห้เสียจริงที่เรื่องชวนกระอักกระอ่วนใจเรื่องแรกที่เขาได้พบเจอในนิวยอร์กคือการที่ตนย้ำเตือนเจ้าของที่พักของตัวเองให้ได้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีฝีมือในการทำอาหารแค่ไหน

 

 

 

“เอางี้ดีกว่า” เห็นได้ชัดว่าชาร์ลส์ เซเวียร์ไม่เคยจนมุมได้นาน เพราะชายหนุ่มผมดำกลับมาขยับยิ้มใหม่อีกครั้ง ลุกขึ้นยืนพลางจัดๆ เสื้อผ้าของตัวเอง “ขอเวลาฉันสักยี่สิบนาที แล้วเดี๋ยวเราออกไปหาอะไรกินกัน ดีมั้ย?”

 

 

 

อีริคพยักหน้า ก่อนจะถามง่ายๆ “ขอฉันดูซีดีนายได้มั้ย? จะไม่จับอะไรอย่างอื่นเลย…ได้รึเปล่า?”

 

 

 

ชาร์ลส์ชะงักเป็นรอบที่สอง และครั้งนี้เจ้าตัวทำเสียงแบบสำลักอากาศค่อกแค่กเบาๆ เสียด้วย อีริคกลั้นยิ้มบางๆ ของตัวเองเอาไว้เมื่อได้ยินเสียงพึมพำสบถถึงแฮงค์เบาๆ ระหว่างที่ชาร์ลส์เดินสวนออกไปจากห้องหลังพยักหน้าแล้ว

 

 

 

ขัดกับเพลงแจ๊ซที่ให้กลิ่นอายเก่าๆ…เครื่องเล่นเพลงของชาร์ลส์คือวิทยุดิจิตอลที่แค่หน้าตาก็บอกแล้วว่าราคาต้องแพงไม่ใช่เล่น แผ่นซีดีอยู่ทั้งในที่วางเล็กๆ และกองซ้อนกันบนชั้นหนังสือ…บอกให้รู้ว่าคนเป็นเจ้าของคงหยิบเข้าหยิบออกและจัดวางพวกมันแค่ตามความสะดวกของตัวเองเท่านั้น

 

 

 

กองซีดีของชาร์ลส์ประกอบด้วยเพลงแจ๊ซกับเพลงประกอบภาพยนตร์ซะเป็นส่วนใหญ่(สตาร์เทรคกับลอร์ดออฟเดอะริงส์…เนิร์ด) ซึ่งถึงจะไม่ใช่เรื่องที่ควรน่าแปลกใจและไม่ใช่ครั้งแรก แต่อีริคก็อดรู้สึกตลกๆ ไม่ได้อยู่ดี เพราะแผ่นซีดีที่เขามีไปจนถึงเพลงในมือถือ…ทุกเพลงนั้นล้วนแต่เป็นเพลงคลาสสิคแทบทั้งสิ้น

 

 

 

มิน่าล่ะ แฮงค์ถึงเสนอให้มาพักที่นี่…เพราะมั่นใจได้แน่นอนว่าชาร์ลส์ เซเวียร์ไม่มีทางตื่นเต้นอะไรกับเขาเลย

 

 

 

และก็เป็นอีกครั้งของวันที่อีริครู้สึกทึ่งในความฉลาดรอบคอบของแฮงค์ แมคคอย

 

 

 

ชาร์ลส์ส่งเสียงเรียกเขาในอีกยี่สิบนาทีตามที่บอกไว้…และในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าจางกับสูทแจ็ตเก็ตผ้าทวีดสีเทาอ่อน อีริคก็ยิ่งรู้สึกกว่าเดิมว่าชาร์ลส์ เซเวียร์เหมือนเกิดมาพร้อมมาดในการเป็นศาสตราจารย์ตั้งแต่รสนิยมเสื้อผ้าแล้ว

 

 

 

คาเฟ่ที่ชาร์ลส์เลือกเข้าไปหอมกรุ่นด้วยกลิ่นอาหารร้อนๆ…และคงเพราะพ้นช่วงวุ่นวายไปแล้ว อาหารที่สั่งจึงไม่ได้ใช้เวลานานนักในการมาถึง ซึ่งถ้าให้ตัดสินจากการที่ชาร์ลส์เองก็ก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารอย่างเดียวเหมือนกัน…อีริคก็คิดว่าอีกฝ่ายเองก็คงหิวไม่แพ้กันกับเขา แค่คงไม่ได้รู้สึกเพราะมัวแต่ทำงานเพลิน

 

 

 

เพราะยังเหลือเวลา ทั้งคู่เลยสั่งเครื่องดื่มมาจิบปิดท้ายมื้อ…แล้วก็เป็นตอนนั้นเองที่บทสนทนาเป็นชิ้นเป็นอันได้เริ่มขึ้น

 

 

 

“แล้ว…” ชาร์ลส์ยกช้อนขึ้นมาจากการคนชาในถ้วย “นายจะแสดงเพลงอะไรเหรอ? กับวงของแฮงค์น่ะ”

 

 

 

อีริคส่ายหน้าก่อนจิบเอสเพรสโซของตัวเอง “ยังไม่ได้ตกลงเลย…นี่แหละที่ต้องคุยกัน เพราะฉันคิดว่าเป็นคอนแชร์โตได้ก็ดี แต่เหมือนปีที่แล้ว ทางวงเขาแสดงคอนแชร์โตไปแล้ว…ปีนี้เขาเลยอยากให้เป็นซิมโฟนีกันมากกว่า”

 

 

 

นี่นับได้ว่าเป็นประโยคที่ยาวที่สุดที่เขาเคยได้คุยกับชาร์ลส์มา ซึ่งอีกฝ่ายก็ดูประหลาดใจเล็กน้อยเองเหมือนกันที่ได้ฟัง…แต่ก็ยิ้มให้พร้อมพูดตอบมาในที่สุด “ถ้าแสดงช่วงปีใหม่ เป็นซิมโฟนีก็น่าจะดีนะ…ดูเป็นการส่งท้ายปีที่อลังการดี”

 

 

 

อีริคส่งเสียงฮึมฮัมแบบไม่ผูกมัดอะไร ก่อนจะถามตามมารยาทบ้างถึงหน้าที่การงานของอีกฝ่าย

 

 

 

เขาเดินกลับอพาร์ตเมนต์คนเดียว และก็เห็นได้ชัดว่าเอสเพรสโซที่กินไปไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่เลย…เพราะการงีบบนโซฟาที่อีริคตั้งใจว่าจะนานแค่ไม่กี่นาทีกลับกลายเป็นลากยาวมาจนถึงหัวค่ำ เขาลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับท้องฟ้าสีเข้มนอกหน้าต่าง…สังเกตตอนที่หยัดตัวขึ้นมานั่งนั่นเองว่ามีคนเอาผ้าห่มมาคลุมให้ คนที่ตอนนี้คงกลับมาจากชั้นเรียนและอยู่ในห้องทำงานของตัวเองแล้ว…ตัดสินจากเพลงแจ๊ซอัลบั้มเดิมที่ดังแผ่วๆ ออกมา

 

 

 

อีริคลุกขึ้นแล้วขยี้ตา เดินไปทางครัวเพื่อหาน้ำดื่ม ก่อนจะได้เห็นโพสต์อิทสีเหลืองสดที่ติดอยู่หน้าตู้เย็น…บอกให้รู้ว่าเจ้าของอพาร์ตเมนต์ได้ซื้ออาหารมาให้เขาเป็นมื้อเย็นอยู่ในนั้น

 

 

 

วันที่สองในนิวยอร์กของอีริคจบลงด้วยการอุ่นพาสต้าในไมโครเวฟแล้วล้างถ้วยชาที่ชาร์ลส์ เซเวียร์ลืมทิ้งไว้บนเคาเตอร์ให้อีกฝ่ายไปพร้อมๆ กับจานที่เขาใช้หลังกินเสร็จแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

***********************************

 

 

note: อัลบั้มที่ชาร์ลส์เปิด เราไม่ได้บอกไว้ แต่ที่คิดไว้ตอนเขียนคืออัลบั้ม Chet Baker Sings ของ Chet Baker ค่ะ และในเรื่อง ที่ชาร์ลส์ฟังอยู่คือเพลง Look For The Silver Lining ค่ะ(listen)

 

*********************************

 

 

กลับมาอีกครั้งกับเชริคคอนดักเตอร์เอยู ฟฟฟฟฟฟ บอกแล้วเนอะคะว่าเรื่องนี้มีตอนต่อแน่นอน

 

 

ขอขอบคุณทุกคนที่แวะมาหากันที่งานอเวนิวนะคะ หวังว่าปีหน้าจะมีงานใหม่ๆมาให้เราได้เจอกันอีกนะคะ

 

 

เราเคยทวิตไปแล้ว แต่อยากเขียนในนี้อีกที…เรามี Headcanon น่ะค่ะว่าชาร์ลส์ไม่ใช่คนที่ติดการฟังเพลง แต่ถ้าฟังก็จะฟังเพลงจังหวะเบาๆแนวแจ๊สไม่ก็บลู หรืออินดี้ป็อปไปเลย เลยพอมาในฟิคนี้ ก็จะไม่รู้จักอะไรอีริคเลยเพราะไม่เคยติดตามเพลงคลาสสิค

 

 

ขอขอบคุณทุกคนที่คอมเม้นในบทที่แล้วนะคะ เราอ่านคอมเม้นแล้วดีใจ+มีกำลังใจมากค่ะ เพราะเรื่องนี้ก็เป็นเชริคอีกแล้ว5555 แถมเดินเรื่องแบบ slow burn ด้วย เลยกลัวจะอืดๆไรงี้ ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ให้ฟีดแบ็กกับเรา และเราขำปนอยากตบบ่าอีริคมากค่ะ…เพราะทุกคนคิดเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า ทำไมอีริคนิสัยดีจัง (5555555555555) ผิดกับเรื่องสถาปนิกลิบลับ มันก็เพราะว่า ในเรื่องนั้น เขาทะเลาะกับชาร์ลส์ตั้งแต่แรกพบเลยไงคะ แต่เรื่องนี้ มันจะออกแนวคนแปลกหน้าสองคนที่ค่อยๆมีอันได้มารู้จักกันมากกว่า เพราะเราคิดตั้งแต่ตอนดูหนังแล้วว่า ทั้งอีริคกับชาร์ลส์น่ะโลกส่วนตัวสูงทั้งคู่ อีริคก็เป็นคนเงียบๆไม่ค่อยชอบสุงสิงหรือสนิทกับใครอยู่แล้ว ส่วนชาร์ลส์น่ะถึงจะพูดเก่ง เป็นมิตร เข้ากับคนง่าย แต่สุดท้ายแล้วเขาก็จะมีอะไรบางอย่างที่กั้นตัวเขาเองไว้จากทุกคนนะคะถ้าลองสังเกตดู เหมือนเขาไม่ได้ยอมให้ตัวเองสนิทกับใครเต็มๆในฐานะคนที่เท่าเทียมกันจนมาเจออีริค เพราะอย่างเรเวน ชาร์ลส์ก็มองว่าเป็นน้อง/คนในความดูแลมากกว่าคนที่เท่ากับตัวเอง ซึ่งเราคิดว่าในตลอดชีวิตของชาร์ลส์…เขาคงมีแต่คนที่ตัวเองดูแลมากกว่าเพื่อนที่เขาพึ่งพิงได้ค่ะ จนกระทั่งมาเจออีริคนี่แหละ

 

 

รู้สึกยิ่งพูดยิ่งยาวฟฟฟฟ เอาเป็นว่า ในเรื่องนี้ เราอยากนำเสนอมุมโลกส่วนตัวสูงของเชริคที่ค่อยๆมาเปิดและปรับเข้าหากันค่ะ เยสสส

 

 

 

บทสามจะตามมาแน่นอนค่ะ

 

 

 

 

ทิพย์เอง

 

 

Advertisements

27 responses to “[XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (2)

  1. กำลังจะพิมพ์เลยค่ะว่าทำไมอีริคนิสัยดีจัง55555555

    ชอบบรรยากาศเรื่องนี้มากๆๆค่ะ ;////; นุ่มนวลมากเลย ไม่อืดนะคะ รู้สึกเป็น slow burn ที่สวยงามค่ะฟฟฟ

    เห็นได้ชัดว่าชาร์ลส์ เซเวียร์ไม่เคยจนมุมได้นาน<< ไม่รู้ทำไมชอบประโยคนี่เป็นพิเศษ แต่รู้สึกว่านี่เป็น1ในจุดที่น่าทึ่งและน่าประทับใจของชาร์ลส์เลยนะคะแงงง

    ชอบความเอาใส่ใจของชาร์ลส์มากกก ทั้งผ้าห่มคลุมทั้งมื้อเย็น ถึงแม้ว่าอีริคต้องล้างถ้วยชาให้ก็เถอะฟฟฟฟ

    Like

  2. มาวอแวต่ออีกแล้วค่ะ ฮือออออออ

    ชาร์ลส์อยากได้แม่บ้านคอยทำความสะอาดล้างจานทำกับข้าวไหมคะ //โดนอีริคตบ

    อ่านถึงตอนนี้แล้วเราชอบมากๆนะคะ บรรยากาศแบบทั้งสองคนค่อยๆทำความรู้จักกัน
    เรื่องรสนิยมฟังเพลงของชาร์ลส์เราเคยคิดไว้ว่าเขาฟังคลาสสิกซะอีกค่ะ เพราะดูเป็นผู้ใหญ่ แต่มาเป็นแจ๊สก็เซ็กซี่(?)ไปอีกแบบ

    เราชอบที่อีริคใส่ใจสิ่งที่หนูแฮงค์บอกค่ะ แล้วก็ฟินเวลาชาร์ลส์เขินมากๆๆๆๆฮือออ นายมันหนูทดลองผู้น่ารัก เอาอีกกกอีริคคค ทำชาร์ลส์เขินอีกกกกก แล้วแบบบ จินตนาการว่าอีริคคอยล้างถ้วยชามให้ชาร์ลส์แล้วมันพ่อบ้านพ่อเรือนมากกก ฮือออ ทำไมดีจัง แล้วคือเห็นด้วยที่บอกว่าเรื่องนี้อีริคนิสัยดีค่ะ ตอนแรกเราไม่ฉุกใจเลย (ความหล่อบดบัง แง) แต่เราแอบคิดไปว่าพอรู้จักกันมากขึ้นอีกหน่อยความแอสโฮลของอีริคต้องโผล่ออกมาแน่ๆ 5555555555

    เห็นด้วยเรื่องที่ว่าพวกเขาโลกส่วนตัวสูงทั้งคู่นะคะ คือชาร์ลส์ดูเป็นคนที่มีสองสังคม คือเราใช้คำไม่ถูกน่ะค่ะ ประมาณว่าพอถึงเวลาต้องเข้าสังคมก็สุดๆจริงๆ แต่พอเวลาอยู่กับตัวเองคือจะมีสมาธิสูงมาก ช่างเหมาะกับอีริคจริงๆ เนื้อคู่ เย้

    ขอบคุณนะคะที่เขียนฟิคสนุกๆให้อ่านนน เรานี่ตามมาเร็วมากค่ะ ฮืออออ ชอบบบ

    รอตอนต่อไปเช่นเคยค่าาา

    Like

  3. โอ้ย ชอบมากค่ะ
    คิดถึงฟิคพี่ทิพย์
    ชอบบรรยากาศของเรื่องนี้ แบบเนิบๆช้าๆค่อยๆรู้จักกันไป
    ชอบความขี้ลืมความเนิร์ดของชาร์ลค่ะ รู้สีกน่ารักมาก แงงง
    อีริคในนี้ช่างแสนดี
    จะตามไปฟังเพลงด้วยค่ะ
    อ่านฟิคพี่ทิพย์ทีไรได้เพลงที่ชอบเพิ่มขึ้นมาตลอดเลยยย ❤

    Like

  4. วันที่2ผ่านไป คุณชายเลนเชอร์ก็…นอน กิน นอน กิน
    ล้างแก้วให้อีกแล้ววว(เรานับได้4แก้ว+นะคะคุณหนูเซเวียร์ถถถถ)

    Slow ก็ดีค่ะ เรื่อยๆเอื่อยๆอ่านสบายดี ตอนที่แล้วของชาร์ลส์เราเห็นล่ะว่าเขาโลกส่วนตัวสูงจริง ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะฉลาดมากฐานะดีมากแล้วก็รู้เห็นอะไรมากกว่าคนอื่นด้วยล่ะมั้ง
    แต่อัธยาศัยดี มุมมองก็สดใสดี เขินงุงิน่ารักดี5555

    ส่วนตอนนี้ของอีริค โลกของอีริคสงบเงียบขรึมกว่าเยอะแถมดูเหงาๆนิดหน่อย(รอระเบิดพลังตอนคอนดักต์รึเปล่าหนอ) แต่เลาสัมผัสความเอ็นดูชาร์ลส์ได้เต็มๆท่ามกลางอาณาจักรหนังสือและเพลงแจ๊ส งืออออ
    (ใช้คำว่าสงบกับอีริคนี่แอบตะหงิดใจเบาๆ ไม่ชินอ่ะ55555555)

    หวายยาวล่ะ ซอรี่ค่ะ เอาเป็นว่า 7วันจงเป็นตลอดชีพ 7วันจงเป็นตลอดชีพ เหลืออีก5วันแล้วก็ชงต่อไป เพี้ยง

    ปล.อีริคหล่อ//ไม่ผิดถูกแล้ว อีริคหล่อ
    ปลล.สตาร์เทรค ลอร์ดออฟเดอะริง เนิร์ด//ฉึก เจ็บค่ะ!!!5555

    Like

  5. โอยยยยย ชอบมากค่ะ รู้สึกว่าอ่านตอนนี้แล้วยิ้มจางๆตลอดเวลา /บ้า

    เราชอบฟิคที่ดำเนินเรื่องช้าๆเนิบๆ ค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์กันไปเรื่อยๆมากกว่าแบบ มองตาปุ๊บ ปิ๊งกันปั๊บนะคะ คือแบบนั้นก็น่ารัก แต่slow burnแบบนี้มันอร่อยกว่าอ่ะ ฟฟฟฟฟ แล้วภาษาของพี่ทิพย์ก็สวยมากๆด้วย ไม่รู้สึกว่าอืดเลยค่ะ กลมกล่อมสุดๆ แง

    อีริคดูอารมณ์เย็น ไม่หงุดหงิด ไม่snap (หรือเพราะเพิ่งอยู่แค่สองวัน กินๆนอนๆ ยังไม่มีเรื่องปวดหัว?) ล้างแก้วให้คุณหนูชาร์ลส์ด้วย ส่วนชาร์ลส์ก็น่ารักเหมือนเดิม~

    ปล. อยากทราบว่าชาร์ลส์มีแก้วทั้งหมดกี่ใบ ซื้อทียกลังรึเปล่าคะ ทำไมถึงได้มีแก้วศุกตามมุมต่างๆได้เยอะขนาดนั้น…

    Like

  6. เกลียดคำว่าเนิร์ดของอีริคจังเลยค่ะ5555555555 โอ๊ยยยยยฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ชาร์ลส์เนิร์ดๆน่ะน่ารักจะตาย!!
    เราก๊าวอีริคล้างแก้วอีกแล้วค่ะพี่ทิพย์ฟฟฟฟฟหหหหหหหหกกกกกกดดดดดด นึกภาพขุ่นเลนเชอร์ล้างแก้วแล้วมันฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ /ทำไมมาก๊าวตรงนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะฟหกด คือรู้สึกน่ารักอย่างบอกไม่ถูกก๊ากกกก มีความพ่อบ้านอะ! โมเอะอะ!!ฟฟฟฟฟฟฟ
    เป็นกำลังใจให้เข็นตอนที่สามออกมาไวๆค่า รักนะคะ ❤

    Like

  7. เกร้ดดดดดดง่ว้กปว้ว้ปกบ่กง่ง่ดดาลบรงาดดงาแงงงง เราชอบฟิคเชริของคุณทิพย์ทุกเรื่องเลยค่ะฮืออออดีต่อใจเหลือเกินนน ชอบบบรรยากาศอุ่นๆเหมือนลมพัดเอื่อยๆคลอด้วยแสงแดดอ่อนๆ ชอบความสัมพันธ์ที่ค่อยๆก่อตัวโดยเริ่มจากคนแปลกหน้าแล้วเริ่มกลายเป็นความเคยชิน ชอบการคงคาแรคเตอร์ตัวละครของคุณทิพย์ ทั้งที่เป็นเอยูแต่กลิ่นอายของทั้งชาร์ลทั้งเอริคยังคงอยู่ครบมากๆเลยค่ะฮืออ(ชอบการเลือกอาชีพของคุณทิพย์ รู้สึกเหมาะทุกเรื่องเลยค่ะฮือออ555) ฮืออรอติดตามตอนต่ะไปนะคะะะ ขอบคุณสำหรับการผลิตผลงานดีๆออกมาตลอดค่ะฮืออ /ไหว้สวย/

    Like

  8. เอริกกกกกกก ตอนนี้เป็นวันแบบชิลๆสินะ (เดตยังไงไม่ให้รู้ว่าเดต) (#หรอ) ไม่ใช่ละ 555 ยังคงต้องทำงานแลกข้าวกันต่อไป (พอพิมพ์ออกมาแล้วก็รู้สึกว่ามันรันทดดีนะเนี่ย 55555)

    Like

  9. งุ้ยย ชอบโมเมนต์ที่ค่อยๆเป็นค่อยๆไปแบบนี้จังเลยค่ะ ชอบภาษากับรายละเอียดที่พี่ทิพย์เขียนด้วย เพราะมันให้ความรู้สึกประณีต แล้วก็ทำให้คนอ่านอินไปกับเนื้อเรื่องมากๆเลย ชอบจุดนี้มากค่ะ ; v ; คาร์ของชาร์ลส์กับอีริคก็ยังก๊าวใจเหมือนเคย เป็นกำลังใจให้นะคะ <33

    Like

  10. เราก็คิดถึงเรื่องชาร์ลส์แบบเดียวกับพี่ทิพย์เลยค่ะ ว่าจริงๆแล้วสองคนนี้ก็โลกส่วนตัวสูงทั้งคู่ คนนึงก็สูงแบบสันโดษ อีกคนก็สูงแบบไม่ให้ยุ่งเรื่องส่วนตัว เหมือนมีเกราะสองชั้นประมาณนั้น. ละพอสองคนนี้มาเจอกัน เหมือนมีจุดที่คล้ายกันที่มันจูนเข้ากันได้แบบอัตโนมัติเลย กลายเป็นบอนด์เส้นหนาๆที่มองไม่เห็ยของสองคน

    ส่วนเรื่องนี้มัน slow burn แบบคิวท์ๆดีค่ะ ไปเรื่อยๆแต่แอบมีการค่อยๆเข้าไปทำความรู้จักทีละเล็กละน้อยในแบบไม่ก้าวก่าย มีกลิ่นอายความคลาสสิคจากการใส่ความเกี่ยวข้องเรื่องเพลงลงไป ถ้าอยู่ไปนานๆเราว่ามันกลายเป็นการสร้าง strong realationship เลยทีเดียว กลายเป็นรู้ใจกันไปหมดเลยก็ว่าได้ฟฟฟฟฟ มาแนวไม่พูดก็รู้ใจไรงี้ฟฟฟฟฟ.

    Like

  11. ฟิคมักอัพยามเราอ่านหนังสือสอบ /กดเข้ามาอ่าน (ที่จริงคือสอบทุกอาทิตย์เลยค่ะ ก๊าก วงเวียนชีวิต /ฝังตัวเองอยู่ในกองชีท)

    เห็นห้องชาร์ลส์แล้วสะท้อนใจตัวเอง ชีทเพิ่มขึ้นทุกวันจนต้องเก็บห้องทุกวันเลยค่ั 5555555555 /ตบบ่าอาจารย์ เข้าใจว่างานหนัก แต่บางทีมันก็เหมือนจะรกไปนะคะชาร์ลส์

    อีริคนิสัยดีจริงๆด้วย55555555555555555 ทำไมกันคะ ผู้ชายคนนี้คือใครอ่ะ ไม่รู้จั—-/โดนทุบ

    Like

  12. เหนด้วยมากๆกับความนิสัยดีเกินตัวของอีริค555555 เปนเชริคที่ให้บรรยากาศเรื่อยๆแต่แอบอบอุ่นยังไงไม่รุค่ะ เอาง่ายๆคือชอบบบบบ พี่ทิพย์เขียนไรก้ชอบหมดค่ะ เปนกำลังใจให้นะคะ

    Like

  13. นิสัยดีเกินไปด้วยค่ะ อีริคเรื่องนี้เนี่ยถถถถถถถถ
    ชอบความช้าของฟิคค่ะพี่ทิพย์ ค่อยๆ เรื่อยๆ ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

    Like

  14. นี่กำลังคิดอยู่เลยค่ะว่าเมื่อไหร่ชาร์ลส์จะไปทะมึนใส่แฮงค์ ดูข้อมูลหลุดไปแบบเก็บทุกเม็ด ไม่ให้ตกหล่นเสียเหลือเกิน ดูเหมือนจะดีต่อชาร์ลส์ แต่ก็ดูแย่ต่อชาร์ลส์ด้วยพิกล 555

    เห็นคุณทิพย์บอก slow burn แต่เราว่าบรรยากาศเรื่อยๆ แบบนี้ก็ดีนะคะ ไม่รีบไม่ร้อน สานความสัมพันธ์กันแบบสบายๆ มีกิมมิคชวนเอ็นดูโผล่มาเป็นระยะ

    Like

  15. โอ้ยยยย อีริคล้างจาน//นึกภาพแล้วกลิ้งไปกลิ้งมา น่าย๊ากกกกกก >//< ตอนบอกเพลงสตาร์เทรคกับเดอะลอร์ดมันเนิร์ดนี่คือหลุดขำเลย ฮาาา รอตอนต่อไปค่ะ โม้เม้นท์งุ้งงิ้งๆมันก๊าวใจเจงเจงงง

    Like

  16. มาหวีดค่ะ 5555555
    พึ่งเริ่มอ่านเลยเพราะเห็นคุณทวิตเรื่องฟิคในทวิตเลยเข้ามาอ่านค่ะ น่ารักมากกกก อีริคเป็นพ่อบ้านพ่อเรือนมากค่ะ มีการล้างจงล้างจาน น่ารักค่ะ แล้วก็เรื่องไม่ได้อืดนะคะ กำลังพอดีเลยค่ะ 🙂 พอดีเป็นคนคอมเม้นฟิคไม่ค่อยเก่ง 5555 แต่ชอบมากเลยนะคะ

    Like

  17. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (3) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  18. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (4) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  19. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (5) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  20. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (6) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  21. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (7) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  22. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (8) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  23. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (9) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  24. ชอบความแซะเล็กๆน้อยๆของอีริคที่บอกว่าชาร์ลส์เนิร์ดและเรื่องสไตล์การแต่งตัว55555 ตอนแรกนึกว่าจะเย็นชาแข่งกับน้ำแข็งแต่อีริคเรื่องนี้น่ารักเหลือเกินนนน มาพักกับเขาแต่กลายเป็นว่ามาช่วยดูแลคุณเจ้าของด้วยซะงั้น ล้างจานล้างถ้วยชาให้ด้วย♡
    คุณศาสตราจารย์ก็ไม่ค่อยดูแลตัวเองเลยนะคะ ทำงานเพลินจนอดข้าวแบบนี้แย่เลย ต้องรบกวนให้ผู้อาศัยช่วยดูแลซะแล้วสิ /แต่ก็ชอบความใส่ใจที่แอบมาห่มผ้าให้คนงีบหลับ น่ารักกก

    Like

  25. เอิ่มมม ไม่รู้จริงๆว่าจะเมนต์อะไรนอกจากบอกว่าอ่านแล้วฟีลกู้ดมาก ชอบความค่อยเป็นค่อยไปในความสัมพันธ์มากอธิบายได้แค่นี้จริงๆ มีความใส่ใจให้รู้สึกฟิน >_<

    Like

  26. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (11) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s