[XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (4)

 
 
 
Adagio Sostenuto
X-Men: First Class Fanfiction by Tippuri~ii* 
 

 

    
 

 
 
Pairing:  Erik Lehnsherr x Charles Xavier
Fandom: X-Men First Class
 
 
 
 
 

Type: AU fanfiction

 
 
 
 
 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 **********************************
 
 
 
 
************************************
 

 

 

 

— IV —

 

andante

moderately slow; of walking speed

  

 

              

 

 

 

เป็นเรื่องจริงตามที่แฮงค์บอกว่าอีริค เลนเชอร์คงไม่ได้ทำอะไรในอพาร์ตเมนต์ของชาร์ลส์มากกว่ากลับมานอนพักตอนกลางคืน…เพราะเขามาตระหนักได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ตนได้พบอีกฝ่ายในเวลาอื่นๆ นอกจากช่วงอาหารเช้าหรือก่อนเข้านอนเอาก็ตอนที่เห็นชายหนุ่มผมน้ำตาลเดินสวนออกมาจากประตูหน้าตึกอพาร์ตเมนต์ในตอนเย็น ภาพที่ทำให้ชาร์ลส์ชะงักเล็กน้อยแล้วยืนนิ่งบนทางเท้าแทนที่จะเดินขึ้นบันไดเตี้ยๆ ไปสู่ประตู

 

 

 

 

“อ้าวอีริค?” เขาทักเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาหาจนอยู่ข้างกันบนทางเท้า “นายจะไปไหนน่ะ?”

 

 

 

 

อีริคยักไหล่ อธิบายสั้นๆ ว่าวันนี้ตนได้มีเวลาว่างกะทันหันตอนเย็น เลยคิดอยากไปดูร้านซีดีมือสองตรงอีกราวๆ สองบล็อกถัดไปสักหน่อย ก่อนจะยักไหล่อีกครั้งเมื่อชาร์ลส์ถามอย่างระมัดระวังว่าอีกฝ่ายรู้ทางใช่ไหม

 

 

 

 

“เปิดแอปดูแผนที่เอาได้ล่ะมั้ง มันไม่ไกลเองนี่”

 

 

 

 

เขาไม่ได้มีความตั้งใจว่าจะสนิทสนมอะไรกับรูมเมทเจ็ดวันของตน…แต่ชาร์ลส์ เซเวียร์ก็ไม่ใช่คนที่มีนิสัยในการปล่อยให้บุคคลผู้มาอยู่ในนิวยอร์กได้ไม่ถึงสัปดาห์แต่ทำอาหารเช้าและล้างจานให้ตนทุกครั้งที่มีโอกาสในการไปเดินปนหลงทางเลยสักนิด เขาจึงเลิกล้มความคิดในการจะขึ้นไปยังอพาร์ตเมนต์ของตัวเองทันที

 

 

 

 

“ใช่ร้านดับลินเนอร์สรึเปล่า?” ชาร์ลส์เอ่ยชื่อร้านซีดีมือสองชื่อดังของแถบนี้ออกไป… Dubliners คือร้านที่ขายทั้งซีดีและแผ่นเสียงของเพลงหลากหลายแนว และก็ได้รับการแนะนำจากนิตยสารไปจนถึงในอินเตอร์เน็ตว่าเป็นที่ที่คนรักเสียงเพลงควรแวะมา จึงไม่น่าแปลกใจที่อีริคจะพยักหน้าเมื่อได้ยินคำถาม…แล้วชาร์ลส์ก็พูดต่อ “โอเค งั้นเดี๋ยวฉันไปกับนายด้วยก็แล้วกัน”

 

 

 

 

อีริคขมวดคิ้วนิดๆ “ไม่เป็นไรหรอก”

 

 

 

 

ชาร์ลส์ส่ายหน้า “ไม่ต้องห่วงน่า ฉันไปกับนายได้ ถนนตรงหน้าร้านมันแอบเป็นตรอกวนๆ นิดหน่อยด้วย ใช้แอปก็อาจจะยังหลงอยู่ดี”

 

 

 

 

ดวงตาสีเทาของคุณคอนดักเตอร์มีแววลังเลเล็กน้อยเมื่อได้ยินดังนั้น ก่อนที่สุดท้ายจะพูดเรียบๆ “ถ้านายโอเคก็ได้”

 

 

 

 

บทสนทนาระหว่างทางมีแค่การถามคร่าวๆ ถึงสิ่งที่แต่ละฝ่ายได้ทำในวันนี้ ก่อนที่จะเหลือเพียงยามเย็นของนิวยอร์กที่ทอดตัวระหว่างกัน…แต่อีริค เลนเชอร์ก็พิสูจน์ให้ชาร์ลส์ได้มั่นใจอีกครั้งว่าความเงียบจะไม่เป็นปัญหาของพวกเขา สรรพเสียงของเมืองเติมเต็มบรรยากาศ และช่องว่างของย่างก้าวก็ไม่มีความอึดอัดใจใดเลยจนกระทั่งทั้งสองมาถึงที่หมาย

 

 

 

 

“นี่ล่ะ” ชาร์ลส์เอ่ย พยักเพยิดไปทางห้องตรงหัวมุมถนน ไฟสีเหลืองนวลส่องสว่างตัดกันอีกหลายๆ ห้องเคียงข้างและตรงข้ามที่ปิดร้านแล้ว “ถึงแล้ว”

 

 

 

 

อีริคพึมพำคำขอบคุณเบาๆ…แยกตัวไปทางมุมเพลงคลาสสิคเมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปในร้าน ส่วนชาร์ลส์ก็แค่หยิบๆ แผ่นซีดีเพลงแจ๊ซกับดูว่ามีอะไรมาใหม่ในหมวดเพลงประกอบภาพยนตร์ไหม ก่อนจะเดินเอื่อยๆ แล้วสังเกตบรรยากาศของร้านแทนตามประสาคนไม่ได้ติดการฟังเพลงมากมายอะไร…ภายในร้านดับลินเนอร์สดูเหมือนร้านแผ่นเพลงมือสองแบบที่ปรากฏตามในภาพยนตร์อินดี้ ผนังขาวสะอาดและชั้นวางที่ทำจากไม้สีเข้ม ทุกมุมแน่นขนัดไปด้วยแผ่นซีดี มีโต๊ะสำหรับวางกล่องใส่แผ่นเสียงขนาดใหญ่ให้เลือกไล่ดู เจ้าของร้านนั่งอ่านนิยายเล่มเก่าอยู่ที่โต๊ะตรงมุมด้านในสุด และคงเพราะเป็นเวลายามเย็นที่ใกล้ถึงเวลาปิดแล้ว…เพลงที่ดังแผ่วอยู่ในร้านจึงเป็นเพลงช้า เปียโนดังผสานกับเสียงร้องอันระริกนุ่มนวล

 

 

 

 

แต่ไม่ว่าจะดูเป็นร้านที่ดูอินดี้แค่ไหน แต่ดับลินเนอร์สก็มีบริเวณของเพลงคลาสสิคที่ใหญ่จนน่าทึ่ง…มีตั้งแต่ซีดี แผ่นเสียง ไปจนถึงดีวีดีของคอนเสิร์ตต่างๆ ให้เลือกซื้อ ชายหนุ่มผมน้ำตาลที่หยิบแผ่นซีดีแผ่นแล้วแผ่นเล่าออกมาดูเงียบๆ…มีบางแผ่นที่ถูกวางกลับคืนชั้นและบางแผ่นที่ถูกถือค้างไว้ในมือเรียวยาวนั่น แล้วก็ส่ายหน้าเมื่อชาร์ลส์ถามว่าจะดูแผ่นเสียงด้วยไหม…ตอบเรียบๆ ว่าตนไม่ค่อยชอบแผ่นเสียงมือสองเท่าไหร่

 

 

 

 

ถึงจะใกล้เวลาปิดแล้ว แต่หลังจากที่พวกเขามาถึงสักพัก ก็ยังคงมีคนแวะเวียนเข้ามาในร้าน…หญิงวัยกลางคนที่เข้ามาพร้อมกันและคู่เด็กหนุ่มเด็กสาวที่มีกล่องเครื่องดนตรีติดมือกันทั้งคู่ ชาร์ลส์ไม่ได้คิดอะไรมากมายจนกระทั่งตอนที่อีริคจ่ายเงินเรียบร้อยและเดินออกมายังถนนด้านหน้าแล้วมีเสียงเรียกตามมา

 

 

 

 

“เอ่อ…ขอโทษนะฮะ” เด็กหนุ่มจากในร้านมีสีหน้าแบบคนที่พยายามข่มความตื่นเต้นไว้อยู่ ไม่ต่างจากเด็กสาวข้างๆ ตัว “คุณคืออีริค เลนเชอร์ใช่มั้ยฮะ?”

 

 

 

 

สายตาของชาร์ลส์ตวัดกลับไปมองเจ้าของชื่อทันที ซึ่งถึงจะยืนเงียบๆ อยู่ชั่ววินาที…อีริคก็พยักหน้า สีหน้าเรียบนิ่งหากไม่เย็นชา

 

 

 

 

ความเงียบทำให้ได้ยินเสียงเด็กสาวสูดลมหายใจอย่างตื่นเต้น ก่อนที่เธอจะถามอย่างสุภาพว่าจะเป็นการรบกวนไหมถ้าจะให้เขาเซ็นปกซีดีของเธอ

 

 

 

 

ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่หญิงวัยกลางคนอีกสองคนที่เดินออกจากร้านตามมาขออีริคด้วยหลังจากที่ได้เห็นหน้าเขาชัดๆ ตอนที่ยืนเพื่อเซ็นปกซีดีให้สาวน้อย…ชาร์ลส์มองภาพสีหน้าและรับฟังคำบอกเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อการแสดงของอีริค ก่อนจะเพิ่งตระหนักขึ้นมาได้ว่าการที่ตนกำลังอยู่ร่วมชายคากับวาทยกรผู้โด่งดังระดับโลกนั้นคือเรื่องจริง

 

 

 

 

เพราะเขาไม่เคยรู้จักอีริคมาก่อนเลย และเจ้าตัวก็ดูแสนจะธรรมดาทุกครั้งที่ได้พบกัน…เลยทำให้ลืมไปเสมอว่าอีกฝ่ายมีชื่อเสียงมากแค่ไหน

 

 

 

 

หากเมื่อคิดถึงตั้งสมุดโน้ตเพลงมากมายหลายเล่ม การตื่นแต่เช้าและกลับมาตอนหัวค่ำเพื่อไปตามนัดหมายเรื่องงาน ไปจนถึงภาพร่างสูงโปร่งที่ก้มหน้าลงเล็กน้อย ดวงตาสีเทาจับจ้องและอ่านรายละเอียดบนหน้าปกของซีดีแต่ละแผ่นอย่างถ้วนถี่…ทุกอย่างก็เป็นดั่งส่วนผสมของความตั้งอกตั้งใจอันเงียบงันที่ทำให้ชาร์ลส์รู้สึกว่าตนพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมอีริค เลนเชอร์ถึงเป็นคอนดักเตอร์ชื่อเสียงโด่งดังได้ด้วยวัยเพียงยี่สิบเก้าปี

 

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

“ไฟลท์ของนายตอนวันพรุ่งนี้มันกี่โมงเหรอ?”

 

 

 

 

อีริคเงยหน้าขึ้นมาจากจานอาหารเช้าเมื่อได้ยินคำถามนี้…สบตากับชาร์ลส์ที่มองมาอย่างรอคำตอบ นิ่งนึกอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยคำ “ตอนเที่ยงน่ะ แต่ยังไงก็ต้องออกแต่เช้าล่ะนะ…เผื่อเวลาไว้หน่อยดีกว่า”

 

 

 

 

“โอเค” ชาร์ลส์ส่งเสียงฮึมฮัม ก่อนจะพูดติดตลก “แล้วแบบนี้นายจะมีเวลาทำอาหารเช้าไหม? ถ้าไม่มีฉันจะได้ซื้ออะไรมาเผื่อไว้ตั้งแต่เย็นนี้เลย”

 

 

 

 

อีริคหัวเราะฮึ กลอกตาเล็กน้อยพร้อมตอบว่าเชื่อเถอะว่าตนสามารถเอาตัวรอดได้โดยไม่ต้องพึ่งอาหารกล่องของนิวยอร์ก…การกระทำที่ทำให้ชาร์ลส์อดรู้สึกเบาๆ ไม่ได้ว่าเป็นมันเป็นอะไรที่ดูใกล้ชิดอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

 

วันนี้แปลกกว่าทุกวัน เพราะเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์ที่ออกจากห้องพักก่อนหน้าอีริค…เขาส่งเสียงรับรู้เมื่อได้ยินชาร์ลส์เอ่ยคำลา ก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานของอีกฝ่ายเพื่อไปหยิบถ้วยชาบนโต๊ะออกมาล้าง…ชาร์ลส์แสดงออกชัดเจนว่าห้องนี้คือเขตหวงห้าม แต่อีริคคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรในการเข้ามาโดยไม่บอกเจ้าตัว เพราะเขาก็เข้ามาแค่เพื่อเอาถ้วยพวกนี้ออกไปเท่านั้น ไม่ได้ขยับอะไรอื่นเลย

 

 

 

 

และเหมือนชาร์ลส์ก็ไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำเถอะว่าตัวเองลืมถ้วยชาไว้ในนั้น อีริคคิดอย่างขันๆ ตอนวางถ้วยที่ล้างสะอาดแล้วลงบนตะแกรงผึ่ง

 

 

 

 

ตามกำหนดการณ์แล้ว วันนี้ไม่มีอะไรที่อีริคต้องทำมากไปกว่าการไปร่วมดินเนอร์ขอบคุณจากทางวงนิวยอร์กฟิลฮาโมนิก เขาจึงใช้เวลาว่างช่วงเช้าในการเริ่มต้นเก็บของลงกระเป๋าเดินทางของตัวเอง ซึ่งก็แทบจะเหลือแค่ของที่ยังต้องใช้เท่านั้นแล้วที่อยู่นอกกระเป๋าตอนที่โทรศัพท์มือถือส่งเสียงดังขึ้น

 

 

 

 

“ฮัลโหล?” เขากดรับสาย “ว่าไงแฮงค์?”

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

เพราะในวันนั้นมีงานเซอร์ไพรส์วันเกิดของเพื่อนร่วมงานในแผนก ชาร์ลส์จึงกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์เอาตอนราวๆ สองทุ่ม

 

 

 

 

เขาไม่ได้เฉลียวใจกับอพาร์ตเมนต์ที่มืดสนิทจนกระทั่งตอนที่เข้าไปในครัวแล้วเห็นกระดาษวางอยู่บนเคาเตอร์ ชาร์ลส์หยิบมันขึ้นมาอย่างไม่ได้คิดอะไร ก่อนจะเปลี่ยนมาตั้งใจอ่านเมื่อได้รับรู้ประโยคแรกของมัน…เนื้อความบนกระดาษแผ่นนั้นมาจากอีริค บอกคร่าวๆ ว่าไฟลท์บินขากลับของตนถูกเลื่อนจากพรุ่งนี้เที่ยงมาเป็นตีหนึ่งคืนนี้แทน

 

 

 

 

ขอบคุณที่ให้ฉันค้างที่อพาร์ตเมนต์นายนะ แล้วก็อย่าลืมเอาของจากในเตาอบเข้าตู้เย็นด้วยล่ะ

 

 

 

 

ลงท้ายด้วยชื่อต้นของเจ้าตัว

 

 

 

 

ชาร์ลส์ได้พบกับถาดกระเบื้องขนาดใหญ่ที่เขาเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีอยู่ในครอบครองตอนเปิดประตูเตาอบ…ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างเหลือจะเชื่อเมื่อเห็นว่ามันบรรจุแชปเพิร์ดส์พายอยู่จนเต็ม สิ่งที่อีริคคงตั้งใจจะให้เป็นของเสริมคำขอบคุณด้วยอีกอย่าง

 

 

 

 

ชายหนุ่มอ่านข้อความบนแผ่นกระดาษอีกครั้ง ก่อนจะตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่านี่หมายความว่าตอนนี้ อีริคคงได้ออกจากอพาร์ตเมนต์ไปและจะไม่กลับเข้ามาอีกแล้ว…นั่นทำให้บทสนทนาเมื่อเช้ากับข้อความแผ่นนี้คือบทสนทนาสุดท้ายที่พวกเขาจะได้พึงมีให้กัน

 

 

 

 

เราไม่ได้บอกลากันด้วยซ้ำ ชาร์ลส์นึกขึ้นมา ความคิดที่แปรเปลี่ยนเล็กน้อยเมื่อคิดต่อ ฉันไม่ได้บอกลาเขาด้วยซ้ำ

 

 

 

 

ตะกอนความรู้สึกเหงาๆ อันหาสาเหตุไม่ได้ฟุ้งขึ้นเล็กน้อยในใจ

 

 

 

 

ชาร์ลส์ใช้เวลาสามวันเต็มในการจัดการแชปเพิร์ดส์พายถาดนั้น…ไม่ได้บ่นอะไรสักนิดกับเมนูเดิมๆ เพราะรสชาติของมันอร่อยกว่าอาหารกล่องที่ปกติเป็นทางเลือกเดียวของเขามากมายนัก

 

 

 

 

แต่เมื่อวันคืนผ่านพ้นไป…ภาพอ่างล้างจานที่มีถ้วยชาใช้แล้ววางอยู่จนเต็มกับรายการอาหารกล่องก็ค่อยๆ หวนกลับคืนมาอีกครั้งอยู่ดี

 

 

 

 

และในเวลาอีกสัปดาห์ถัดมา…หกวันกับอีริค เลนเชอร์ก็แทบจะกลายเป็นเหมือนเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในชีวิตของชาร์ลส์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

********************************

note:

เพลงที่เปิดในร้าน >> to find you by sing street

 

********************************

 

สวัสดีค่ะ เรากลับมาอีกครั้งพร้อมคุณคอนดักเตอร์และศจ.เซเวียร์แล้วค่ะ

 

 

นี่คงเป็นเวลาดีที่จะบอกทุกคนแล้วว่า…เรื่องนี้ยาวนานกว่าเวลาแค่การแชร์ห้องเจ็ดวันค่ะถถถถถ อ่านหลายคอมเม้นแล้วต้องอดใจไม่สปอยจริงๆ…แต่ก็เฉลยบทนี้แล้วเนอะ มันจะยาวกว่าเป็นหลักวันแน่นอนค่ะ แห่กๆๆๆ

 

 

ช่วงนี้ไม่ได้เขียนฟิคเป็นบทยาวๆดีเลยค่ะ แอบเหงาเบาๆก้ากกกก ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะคะ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเชริคและความสโลว์เบิร์นสโลว์บิ้วด์ของเรื่องนี้จะทำให้ทุกๆคนเพลิดเพลินนะคะ

 

 

 

เจอกันเอนทรีหน้าค่ะ

 

 

ทิพย์เอง

Advertisements

25 responses to “[XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (4)

  1. ทูบีคอนตินิวววว สินะคะ! อยากรู้จังว่าจะต่อไปจะมีอะไรเกิดขึ้น * v * /~

    Like

  2. ตอนที่อยู่ด้วยกันมันดีไงล่ะ พอหายไปก็เลยรู้สึกโหวงๆสินะมี๊ แต่ให้เวลาอีริคกลับมาเก็บเสื่อผ้าที่บ้านน้องก่อนสิคะ แล้วค่อยย้ายกลับไป แค่กๆ แฮ่ น้องจะรอตอนต่อไปนะคะะ *บีมม*

    Like

  3. เรา… เราว่าแล้วค่ะ โอ้ยตาย 555

    ตอนแรกก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเป็นเรื่องราวแค่ภายในเจ็ดวัน แต่พออ่านตอนนี้มาได้ประมาณครึ่งตอนถึงได้เริ่มรู้สึกลางๆ ว่าไม่ใช่

    นึกย้อนไปก็เหงาแทนชาร์ลส์จังเลยนะคะ

    Like

  4. กรี๊ส ดีค่ะดียๆ ชอบฟิคยาวแบบนี้เหลือเกิน ฟฟฟฟฟ ///v\\\

    ปูเสื่อรอต่อค่ะ!

    Like

  5. หน่วงใจมากเลยยยย

    ฮรืออออ ปูเสื่อรอนะคะ

    Like

  6. รอนะคะพี่ทิพย์ฟฟฟฟฟฟ แงงงแอบเหงาตอนที่อีริคกลับไปแล้ว ;____;

    Like

  7. เข้าใจความรู้สึกชาร์ลเลยค่ะ คงโหวงเหวงแปลกๆและไม่ได้คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ฮือจะรอวันที่พวกเค้าจะได้กลับมาเจอกันอีกค่ะ o<-<

    Like

  8. โอ้ยยยย บอกเลยว่าหน่วงมากตอนเห็น tbc. แต่สปอยของพี่ทิพย์ทำให้มีแรงสู้ต่อ 555 หวังว่าคุณคอนดักเตอร์จะกลับมาทำให้ใจท่าน ศจ.ตุ้มๆต่อมๆอีกเร็วๆนะคะ ฮรี้~~

    Like

  9. ห้ะะะะะ!!!????!?! //เขย่าไอแพดอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าตอนถัดไปจะร่วงออกมาให้อ่าน

    ทรมานคนอ่านมากค่ะทิพย์ เราลุ้นอยู่ตลอดเลยว่า ไม่น่าาา ไม่สิ มันต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นทุกอย่างกำลังไปได้สวยแล้ว อีกนิดเดียววว ฮึ้บบบบบบ หวังว่าอีริคจะมีเรื่องให้ต้องอยู่ต่อตอนที่มีโทรด่วนจากหนูแฮงค์เข้ามาแล้วทิ้งโน้ตไว้นี่เราหวังมากเลยค่ะ ว่าให้อยู่ต่อเถอะะะ เลื่อนออกไปยาว ๆ จนกว่าทั้งสองจะสุขสม(?)กันนะๆๆ สารภาพว่าใจแป้วเลยค่ะทีแรก แต่พออ่านมาถึงว่ามันยังไม่จบแค่นี้ค่อยยังชั่วหน่อย กลายเป็นว่าตอนนี้ก็คิดๆแล้วว่ามันก็ดีนะ ทั้งสองคนจะได้รู้สึกโหยหากันบ้าง อิอิ

    ดีใจที่เรื่องนี้ขยานสเกลออกให้กว้างขึ้นค่ะ ยังคงตามลุ้นอยู่เช่นเคยนะคะ ขอบคุณที่เขียนฟิคสนุกๆมาให้อ่านค่า

    ปล.อีริคทำอะไรก็หล่อ คนอะไรเลือกเพลงยังหล่อ โอ้ย พ่อมหาจำเริญ ตายๆๆๆ

    Like

  10. โอ้ยยยยยย (ಥ_ಥ) ตอนจบอะไรแบบนี้คะ แงง /ร้องห้าย เกือบหน่วงแล้วถ้าพี่ไม่มี TBC บ้าที่สุด

    จะว่าไปชอบพล็อตแบบนี้จังค่ะ แบบว่ามีความรู้สึกดีๆให้กันในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ความรู้สึกนั้นกลับอิมแพคเราไปตลอดกาลหลังจากนั้น ฮือๆๆ นึกถึง 5sec ของชินไคเลย /ร้อง

    Like

  11. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (5) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  12. งื้ออ เหงาเลยสินะชาร์ลลล แต่อีริคเองก็คงแอบคิดถึงอีกคนนึงอยู่เหมือนกันใช่มั้ยล่าา //q// ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ อ่านมาไม่เท่าไหร่ก็ลุ้นให้มีรวมเล่มแล้วว \\-\\

    Like

  13. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (6) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  14. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (7) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  15. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (8) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  16. เจ็ดวันมาถึงเร็วเกินไปแล้วค่ะะะะ
    ใจหญิงไม่ทันตั้งตัว
    แต่โอ้ยยย สโลวเบิร์นจริงๆค่ะ เริ่มรู้สึกถึงไอร้อนที่เริ่มแผ่ออกมาจางๆ ฮรอลลล

    Like

  17. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (9) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  18. ความผูกพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัวทำให้ชาร์ลส์ใจหวิววววแงงแอบเหงาตามไปด้วยเลยที่รู้ว่าจากกันโดยไม่บอกลาแถมยังทำของกินไว้ให้ด้วย ใจหายเบาๆ

    อีริคที่นิ่งแต่ใจดีมากกกก แอบเข้าไปห้องเขาแล้วจัดการทำความสะอาดแก้วพวกนั้นที่เจ้าของลืมเลือน โอ๊ยยยพ่อบ้านในอุดมคติ

    ถ้ามาอ่านตอนแรกคงใจหายมากแน่ๆที่คิดว่านี่คือบทสุดท้ายหรอกี๊ซซ แต่เพราะรู้ว่ามีตอนต่อเลยหวังว่ายังไงก็คงต้องได้เจอกันอีกแน่นอน เนื้อคู่ก็งี้—

    ชอบบรรยากาศฟิคด้วย ดูเรื่อยๆไม่รีบไม่เร้า อบอุ่นกับสิ่งที่สองคนทำด้วยกัน สิ่งรอบข้างที่ดำเนินไปเรื่อยๆก็ชวนสบายใจด้วย

    Like

  19. ชาร์ลส์ยังรู้สึกเหงาๆแล้วอีริคละคะ >_<

    Like

  20. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (11) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s