[Yuri!!! On Ice Fic][seungchuchu] oh darling you look like christmas morning (5)

 
 
 
oh darling you look like christmas morning
ユーリ!!! on ICE fanfiction by Tippuri~ii* 
 

 

    
 

 
 
Pairing: Seung-gil Lee x Phichit Chulanont
 

Fandom: ユーリ!!! on ICE

 

 

 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

****************************
 
 
 
chapter 5
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

ใครสักคนพูดไว้อย่างตลกร้ายว่ากรุงโรมอาจสร้างไม่เสร็จในวันเดียว แต่ถ้าอาจารย์เจ้าของวิชาจะเอากรุงโรมในวันพรุ่งนี้ นักศึกษาก็ต้องสร้างกรุงโรมขึ้นมาให้อาจารย์ให้ได้

 

 

 

 

 

ซึ่งซึงกิลไม่เคยเข้าใจถึงรสชาติของมุกตลกร้ายกาจนี้ได้อย่างจับใจเท่ากับวินาทีที่อาจารย์ประจำวิชาปิดท้ายคาบด้วยการบอกอย่างไม่เดือดไม่ร้อนว่าขอให้ทุกคนส่งอีเมลฉบับร่างอันแรกของเล่มรายงานกลุ่มมาให้ดูภายในตอนเช้าพรุ่งนี้ด้วย นักศึกษาทั้งชั้นไม่มีสติมาโวยวายด้วยซ้ำเพราะต่างก็กำลังช็อคหนัก…ด้วยฉบับร่างนี้มีเส้นตายการส่งเดิมตอนอีกสามวัน การเปลี่ยนเวลาส่งแบบนี้จึงไม่ต่างอะไรจากการผลักทุกคนลงเหวเลย

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้เมื่อเลิกเรียน ซึงกิลพร้อมเพื่อนในกลุ่มทุกคนก็แทบพุ่งกันเข้าไปในห้องสมุด…โชคดีที่ทุกคนได้มีเริ่มหาข้อมูลกันมาบ้างแล้วนิดหน่อย หลังจากการเปิดหาข้อมูลทั้งจากหนังสืออ้างอิงเล่มหนาไปจนอ่านเปเปอร์วิจัยฉบับอัพเดทตามหน้าเว็บไซต์ กระดาษโน้ตถูกฉีกและขยำไปหลายแผ่น ข้อความในหน้าแล็ปท็อปที่ทุกคนช่วยกันพิมพ์และหาจุดผิด…ฉบับร่างของรายงานก็เป็นรูปเป็นร่างอย่างพอจะส่งได้ภายในพรุ่งนี้

 

 

 

 

“ฉันว่าโอเคแล้วนะ” เอมิลออกความเห็น “เพราะยังไง อาจารย์ก็เอาแค่ฉบับร่างนี่นา รอเขาตรวจแล้วบอกมาอีกทีก็ได้ว่าตรงไหนที่ยังต้องเพิ่ม”

 

 

 

 

ซาร่าที่นั่งเอาหน้าแนบกับโต๊ะหลังหลายชั่วโมงของการพิมพ์งานหน้าจอแล็ปท็อปรัวๆ ส่งเสียงอย่างเห็นด้วย

 

 

 

 

แม้แต่มิเกลที่ปกติไม่ค่อยจะลงรอยกับเอมิลยังพยักหน้า เริ่มต้นปิดหนังสืออ้างอิงที่อ้าค้างอยู่ให้เรียบร้อยแล้วซ้อนพวกมันขึ้นเป็นตั้ง “เหลือแค่นายคำนวณอีกทีแล้วพิมพ์เลขลงไปก็น่าจะส่งได้แล้วล่ะ หรือนายว่าไงล่ะซึงกิล?”

 

 

 

 

ตามประสาคนที่ท็อปด้านการคิดคำนวณ…หน้าที่คนตรวจคำตอบของตัวเลขตกเป็นของซึงกิลโดยที่ไม่มีใครโต้แย้ง ซึ่งในตอนนี้…ตอนที่เขาได้ทำการคำนวณทั้งหมดแล้วรอบนึง ซึงกิลก็คิดว่าคงเหลือแค่พักสมองแล้วกลับมาตรวจคำตอบอีกทีเพื่อเอาให้แน่ใจว่าถูกต้องที่สุดก็น่าจะปิดงานได้แล้ว

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้หนุ่มเกาหลีแค่พยักหน้า เป็นสัญญาณที่บอกให้ทุกคนรู้ว่าทุกอย่างลงตัวแล้วเรียบร้อย

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ห้องสมุดประกาศเตรียมตัวปิดพอดีตอนที่พวกเขาลงมาที่ชั้นล่างเพื่อจะออกจากอาคาร ซึงกิลยกมือตอบรับเงียบๆ เท่านั้นเมื่อเพื่อนอีกสามคนกล่าวลา…แต่ก็ไม่มีใครถือสาเพราะชินแล้ว ก่อนที่จะพากันแยกย้ายจากไปอีกทาง

 

 

 

 

อากาศของเวลาสามทุ่มนั้นเย็นเฉียบด้วยสายลม หิมะบนพื้นถนนอาจจะถูกกวาดจนสะอาด แต่บนทางเท้านั้นยังคงมีปุยสีขาวทับถมอยู่เป็นระยะๆ…ซึงกิลซุกสองมือลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวยาวของตัวเอง ผ้าพันคอสีเข้มเหมือนเสื้อโค้ทถูกพันทบไว้รอบคอก็จริง หากลมหายใจก็ยังขึ้นมาเป็นไอขาวในอากาศอยู่ดี

 

 

 

 

รีบๆ เดินเข้าเถอะ จะได้ถึงบ้านไวๆ

 

 

 

 

ซึงกิลตั้งใจไว้แบบนั้น แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจนักเพราะหิมะบนทางเท้าชะลอการเดินไว้พอตัว จังหวะเอื่อยๆ นี้ทำให้ชายหนุ่มได้มีโอกาสมองไปรอบๆ ตัวระหว่างเดิน…ตามประสาการจราจรในหน้าหนาว ท้องถนนยังคงมีรถสัญจรจนสว่างไปด้วยแสงไฟสีส้มกับสีแดง ผสมผสานกับแสงไฟประดับของช่วงคริสต์มาสแล้วก็เป็นบรรยากาศเรืองรองที่แม้แต่คนที่ไม่ค่อยสนใจอะไรอย่างซึงกิลยังต้องยอมรับว่าเพลินตาไม่ใช่น้อย

 

 

 

 

หากถึงถนนจะสว่าง แต่ร้านรวงต่างๆ ก็เริ่มปิดลงแล้ว นั่นจึงทำให้เงาร่างที่ยืนอยู่หน้าร้านสตาร์บัคส์(ที่ไม่ใช่ก็เหมือนใช่)สาขาประจำของซึงกิลยิ่งดูโดดเด่น…เขาไม่เห็นหน้าของบุคคลในเสื้อแจ็คเก็ตตัวสั้นพร้อมสวมหมวกแก็ปหันกลับด้านคนนี้ แต่ท่าทางของเจ้าตัวที่เหมือนกำลังเหนี่ยวรั้งเส้นสายไฟประดับตรงหน้าร้านก็ทำให้ซึงกิลไม่ลังเลในการจะก้าวไปใกล้แล้วตวัดเสียงเข้มๆ ออกไป

 

 

 

 

“ทำอะไรน่ะหา?”

 

 

 

 

บุคคลน่าสงสัยคนนั้นสะดุ้งโหยงแล้วหันขวับมาทันที…ทำให้ซึงกิลได้เห็นว่าหัวขโมยสายไฟคริสต์มาสนั้นแท้จริงแล้วคือบาริสต้าคนเก่งของเขาต่างหาก

 

 

 

 

“อะ อ้าว! หวัดดีครับ…” พิชิตดูจะสังเกตได้ถึงร่องรอยของสายตาเข้มๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ของเขา เพราะเจ้าตัวรีบพูดต่อทันที มือข้างที่ไม่ได้จับสายไฟอยู่โบกๆ ไปมา “เอ่อ…เปล่านะครับ ผมไม่ได้จะเอานี่กลับบ้านนะ…”

 

 

 

 

ซึงกิลจึงถามเสียงนิ่งๆ แบบที่บอกให้รู้ว่าตนก็ไม่ได้เข้าใจแบบนั้นแล้ว “งั้นนี่มีอะไรล่ะ?”

 

 

 

 

“ผมผ่านมา แล้วเห็นมันร่วงลงมาน่ะครับ” พิชิตชี้ให้ดู ท่าทางเทปกาวที่ยึดสายไฟไว้กับกระจกจะล่อนหลุด “ผมเลยกะจะติดขึ้นไปใหม่ แต่ทำไม่ได้ซักที”

 

 

 

 

สิ่งที่พิชิตต้องการคือส่วนสูงอีกห้าเซนติเมตรซึ่งซึงกิลมี…ทำให้หนุ่มเกาหลีพูดเรียบๆ ตอบไปว่าเดี๋ยวตนจัดการให้เอง ก่อนจะรับเส้นสายไฟนั่นมาแล้วแปะเทปแผ่นเดิมทับใหม่ให้ดีกว่าเดิม และเมื่อยืนรอดูสักพักว่ามันจะไม่ร่วงลงมาแล้ว ซึงกิลก็ถอยห่างออกมา…หันไปมองคนที่ยืนดูอยู่เหมือนกันแล้วถามนิ่งๆ

 

 

 

 

“นี่วันนึงนายทำงานกี่กะกันน่ะ?”

 

 

 

 

พิชิตงงๆ ไปนิดหน่อย ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเข้าใจ “ผมไม่ได้ทำงานกะนี้ครับ…แต่นี่เลิกเรียน ไปกินข้าวมา แล้วก็ผ่านมาเห็นพอดีน่ะครับ”

 

 

 

 

“อ๋อ…” ซึงกิลส่งเสียงตอบรับ ไม่ค่อยแน่ใจว่าตนควรแยกตัวไปได้แล้วไหม…หากพิชิตก็ยังคงส่งเสียงคุยมาแม้ว่าเจ้าตัวจะขยับไปเข็นจักรยานที่จอดไว้แถวๆ นั้น เขาเลยยังยืนๆ อยู่แบบไปไหนไม่ได้

 

 

 

 

“นี่คุณเพิ่งเลิกเรียนเหรอครับ?”

 

 

 

 

“เปล่าหรอก” ซึงกิลตอบสั้นๆ ตามนิสัย “แต่ฉันทำงานที่ห้องสมุดน่ะ เพิ่งเสร็จเลยเพิ่งได้ออกมา”

 

 

 

 

บาริสต้าคนเก่งส่งเสียงฮึมฮัมตอบรับ และเมื่อเจ้าตัวพูดออกมาว่าอพาร์ตเมนต์ของตนก็อยู่บนเส้นทางเดียวกับซึงกิลพร้อมทั้งออกเดินโดยลากจักรยานมาด้วย…หนุ่มเกาหลีก็พบว่าตัวเองกำลังจะได้เดินกลับบ้านกับพิชิต

 

 

 

 

เดี๋ยวนะ…เดี๋ยวนะ…นี่มันอะไรกัน…

 

 

 

 

ส่วนใหญ่แล้ว ชีวิตของซึงกิลไม่ค่อยจะดีแบบนี้…เขาจึงเดินไปเงียบๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ หากระหว่างพวกเขาก็ไม่มีบทสนทนาได้ไม่นาน เพราะผิดกับซึงกิล…ดูจะไม่ใช่ปัญหาของบาริสต้าคนเก่งคนนี้เลยในการหาบทสนทนามาคุยกับคนแปลกหน้า

 

 

 

 

“จะคริสต์มาสอยู่แล้ว อาจารย์ยังสั่งงานอยู่อีกเหรอครับ…ใจร้ายจัง”

 

 

 

 

“เพราะจะคริสต์มาสนี่แหละ เขาถึงรุมกันยกคลาสแล้วสั่งงานแทน” ซึงกิลห้ามตัวเองไม่ทันในการส่งเสียงเฮอะ “ส่วนพวกที่สั่งงานค้างไว้ก็เลื่อนเดดไลน์กันหมด จะได้ไม่ต้องตรวจงานตอนคริสต์มาสไง”

 

 

 

 

พิชิตหัวเราะอีกนิด ก่อนจะพูดอย่างสุภาพ “ผมถามได้มั้ยน่ะว่าคุณเรียนอะไร?”

 

 

 

 

“ฟิสิกส์ทฤษฎี” ซึงกิลตอบอย่างไม่ขัดข้องใจอะไร “แล้วก็มีคณิตด้วย…คณิตศาสตร์ประยุกต์น่ะ”

 

 

 

 

พิชิตมีสีหน้างงๆ กับชื่อสาขาทั้งสองชื่อที่ซึงกิลกล่าวออกมา หนุ่มเกาหลีจึงยักไหล่นิดๆ แล้วเสริมด้วยคำอธิบายแบบพื้นฐานที่สุด “วิชาแบบเดียวกับทฤษฎีของสตีเฟน ฮอว์คิงน่ะ”

 

 

 

 

“อ๋อออ” บาริสต้าคนเก่งส่งเสียงออกมายาวๆ ทันที ก่อนจะยิ้มอย่างทึ่งๆ “พอรู้แล้ว ก็ดูเหมาะกับคุณซึงกิลจริงๆ ด้วยแหละครับ”

 

 

 

 

หนุ่มเกาหลีขมวดคิ้วนิดๆ เลยยังไม่ดูบู้บี้มาก เพราะเขาต้องต่อสู้ไม่ให้ตัวเองถามอีกฝ่ายว่าแล้วก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยได้คิดอะไรเกี่ยวกับตนด้วยหรือ จบลงที่การตัดบทตัวเองโดยถามพิชิตไปว่าแล้วอีกฝ่ายเรียนอะไรอยู่ล่ะ

 

 

 

 

ซึงกิลรู้ตั้งแต่ตอนซื้อกาแฟแล้วว่าพิชิตเป็นคนพูดเก่งและพูดได้อย่างน่าเพลิดเพลิน…จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แค่เรื่องธรรมดาอย่างชีวิตการเรียนก็ถูกเล่าออกมาได้อย่างไม่น่าเบื่อ พิชิตบอกเขาว่าเจ้าตัวเรียนสาขาวิชาการบริหารธุรกิจอยู่ ซึ่งจริงๆ แล้ว หลักสูตรนั้นยาวนานแค่สามปีครึ่งเท่านั้น แต่เจ้าตัวเลือกจะลงวิชาให้เป็นสี่ปีจบแทน

 

 

 

 

“เพราะผมอยากทำงานไปด้วยน่ะ ถ้าเป็นสี่ปีมันก็เลยจะเรียนไปทำงานไปด้วยได้สบายๆ กว่า” บาริสต้าคนเก่งยิ้มสดใส “นี่แหละที่ผมถึงสลับกะกับคนอื่นได้ง่ายที่สุด…เพราะตารางผมไม่แน่นไง”

 

 

 

 

ถนนเส้นยาวมาบรรจบกับสี่แยกใหญ่ตรงนี้นี่เอง สัญญาณที่ทำให้พวกเขาหยุดฝีเท้าลงทั้งคู่…ก่อนที่พิชิตจะพูดขึ้นก่อน

 

 

 

 

“เดี๋ยวผมไปทางนี้แหละครับ” หนุ่มน้อยพยักเพยิดไปทางขวา

 

 

 

 

“อ๋อ โอเค” ซึงกิลนั้นยืนชิดมาทางซ้ายตั้งแต่แรกแล้ว แต่ก็เอียงๆ ศีรษะไปทางนั้นอีกทีเล็กน้อยอยู่ดีตอนบอก “ฉันไปทางนี้ล่ะ”

 

 

 

 

“โอเค…” พิชิตพูด ถ้อยคำที่ให้ความรู้สึกเหมือนการสรุปมากกว่าคำตอบรับ “ถ้างั้นก็…แล้วเจอกันใหม่นะครับ คุณซึงกิล”

 

 

 

 

หนุ่มเกาหลีพยักหน้า ก่อนจะหันไปตามทิศที่หมายของตน แว่วเสียงโกร่งกร่างของจักรยาน…คนเป็นเจ้าของคงเตรียมจะใช้งานมันเสียทีหลังจากที่ลากมาด้วยตลอดทาง

 

 

 

 

และวินาทีนั้นเองที่อีซึงกิลตัดสินใจจะยืดเวลาของบทสนทนาในเย็นนี้เพิ่มเติมอีกนิด

 

 

 

 

“นี่”

 

 

 

 

พิชิตเองก็หันหลังให้เขาแล้ว ร่างปราดเปรียวนั่งอยู่บนจักรยานอย่างที่คงจะปั่นข้ามถนนไปแล้วถ้าซึงกิลไม่ได้หันกลับไปเรียกเจ้าตัวไว้…วงหน้าสีแทนนั่นเอี้ยวกลับมา หมวกแก็ปที่ถูกสวมกลับด้านกับฮู้ดดี้สเวตเตอร์สีขาวใต้แจ็คเก็ตดำทำให้พิชิตยิ่งดูเหมือนเด็กไฮสคูลมากกว่านักศึกษามหาวิทยาลัย

 

 

 

 

ตาโตมองมาอย่างงงนิดๆ “ครับ?”

 

 

 

 

“ไม่ต้องเรียกว่าคุณหรอก” หนุ่มเกาหลีได้ยินเสียงตัวเองพูดออกไป ห้วนและห้าวกว่าที่ตั้งใจไว้ แต่ซึงกิลก็รู้ดีว่าถ้าตนไม่มีทางมานั่งประมาณความนุ่มนวลได้หรอก…เพราะถ้าช้าไปสักวินาที เขาอาจจะเปลี่ยนใจไม่กล้าพูดอะไรออกไปเลยก็ได้ “…เรียกซึงกิลเฉยๆ ก็พอ”

 

 

 

 

ตาโตคู่นั้นยังคงมองมา กะพริบปริบๆ เสียด้วยราวกับฟังเขาไม่เข้าใจ ก่อนที่จะค่อยๆ พยักหน้า

 

 

 

 

“อะ โอเคครับ…” เห็นได้ชัดว่าคำอนุญาตของเขาเป็นเรื่องที่พิชิตไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย คงแปลกใหม่ในความรู้สึกเจ้าตัวพอๆ กับเสียงของประโยคใหม่ที่เจ้าตัวเปล่งออกมา “แล้วเจอกันใหม่นะครับ…ซึงกิล”

 

 

 

 

เจ้าของชื่อแทบจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกไม่คุ้นชินของอีกฝ่ายผ่านทางน้ำเสียงอันลังเลนั้น หากรอยยิ้มประหม่าปนดีใจที่แตะแต้มตามมาบนเรียวปากก็ยืนยันให้รู้ว่าพิชิตไม่ได้รู้สึกว่าความแปลกใหม่นี้เป็นเรื่องที่เจ้าตัวขัดข้องใจด้วย

 

 

 

 

ซึงกิลพยักหน้าไวๆ แล้วพูดตอบ…รวดเร็วพอๆ กับกิริยา

 

 

 

 

“ราตรีสวัสดิ์…พิชิต”

 

 

 

 

แล้วร่างโปร่งในเสื้อโค้ทตัวยาวก็ออกเดินไป จังหวะการก้าวเดินอันง่ายดายเป็นธรรมชาติ…เหมือนความรู้สึกสบายใจที่กำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้จากรอยยิ้มที่ได้เห็น

 

 

 

 

ไม่ได้รู้เลยว่าคนที่พร้อมจะปั่นจักรยานออกไปแล้วในทีแรกนั้น…ตอนนี้ต้องปล่อยเท้ากลับลงมายืนแปะบนพื้นใหม่แล้วเพื่อสูดลมหายใจลึกๆ กับประโยคที่เพิ่งได้ฟังไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

********************************

 

วันคริสต์มาสจริงๆ อาจจะเป็นฟิคของที่แขวนวิก #อุ๊ปส์ แต่แน่นอนว่าเราไม่ลืมบาริสต้าคนดีย์แน่นอนค่ะฟฟฟฟฟ 

 

ที่เขียนช้านี่ไม่ใช่อะไรเลยค่ะ วางพล็อตไว้ แต่พังหมดเพราะตอนเขียนจริงนี่ฉีกพล็อตเละหมดเลย(………) ตอนนี้นี่อารมณ์เหมือนนั่งๆไปแล้วพิมพ์ๆตามที่นึกภาพได้แล้วค่ะ เพราะพล็อตเพลิตที่วางไว้นี่พลิกโผกันไปหมดแล้ว ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

 

แต่ก็สนุกดีไปอีกแบบค่ะ เหมือนนั่งดูตัวละครเลย ;/////;

 

ขอบคุณทุกคนที่ถามถึงเรื่องนี้เรื่อยๆนะคะ เขินมากเลยฮืออออ มีกำลังใจมากๆเลยค่ะ แล้วก็ขอขอบคุณวง she & him ที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวังตอนคริสต์มาส ฮืออออ รักมาก ปีนี้ก็เพลงดีอีกแล้ว ทำให้ได้ฟีลลิ่งในการเขียนเต็มเลย 

 

 

ขอให้พลังติ่งบันดาลให้เห็นตอนต่อไปไวๆค่ะฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

 

 

ทิพย์

Advertisements

4 responses to “[Yuri!!! On Ice Fic][seungchuchu] oh darling you look like christmas morning (5)

  1. งือออออ่านไปเขินไป สัมผัสได้ถึงบรรยากาศหนาวๆ สบายๆ ช่วงเทศกาลเลยค่ะ
    ดีใจที่ในที่สุดได้เจอกันนอกร้านสักที เหมือนค.สัมพันธ์ขยับขึ้นมาอีกขั้น สงสารพิชิตตอนสะดุ้งเสียงเข้มๆของโอปป้าจังค่ะ โดนเข้าใจผิดเฉย5555555
    จะติดตามต่อไปนะคะ ❤💓💕💖💗

    Like

  2. ในที่สุดก็ได้เจอกันนอกร้านแล้ว…โอ้ยยย น่ารักดีต่อใจมากค่า คสพ พัฒนาขึ้นอีกขั้นแล้ววววว อยากจะอ่านตอนต่อๆ ไปเลยค่ะ โอ้ยย ดิ้นๆๆ

    Like

  3. อปป้ารุกแล้ววววววว *จุดพลุ*
    ค่อยเขยิบใกล้กันทีละนิดๆแบบนี้ น่ารักมากเลยค่ะ~
    เขินหนักมาก
    จูจูเขินน่ารักมากเลย สู้เขาลูก ♡
    ซึงซึงตอนตั้งใจทำงานก็มีสเน่ห์มากๆเลยล่ะค่ะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s