[XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (6)

 
 
 
Adagio Sostenuto
X-Men: First Class Fanfiction by Tippuri~ii* 
 

 

    
 

 
 
Pairing:  Erik Lehnsherr x Charles Xavier
Fandom: X-Men First Class
 
 
 
 
 
 
 

Type: AU fanfiction

 
 
 
 
 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 **********************************
 
 
 
 
 
 
************************************
 

 

 

 

— VI —

 

come prima

as the first time

  

 

              

 

 

 

ชาร์ลส์ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเดือนกันยายนของปีนี้มากไปกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา…อากาศเย็นชื้นกับสายฝนปรอยปรายของฤดูใบไม้ร่วง และมรสุมงานแบบเดิมอย่างที่ได้พบเจอมาตั้งแต่ต้นปี

 

 

 

เขารักงานการสอนนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าบางครั้งมันก็สุดแสนจะน่าเบื่อเหลือใจ…สิ่งได้พบในแต่ละวันล้วนจำเจ สถานที่ที่ได้ไปก็มีเพียงห้องเรียนกับห้องพักอาจารย์ การไปเที่ยวในวันหยุดก็คือการไปร้านหนังสือเพื่อหาเอกสารอ้างอิงสำหรับการสอนในวันจันทร์ถัดมา ชาร์ลส์จึงแทบจะขอร้องให้แฮงค์เลิกเกรงใจตนด้วยซ้ำตอนที่อีกฝ่ายโทรมาแล้วถามว่าชาร์ลส์จะสะดวกไหมถ้าให้ช่วยไปรับซีดีจากร้านดับลินเนอร์สที่เจ้าตัวจองไว้ให้หน่อย…การได้เดินทางออกไปนอกวงเวียนชีวิตประจำวันเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เขาต้องการที่สุดในนาทีนี้

 

 

 

ชาร์ลส์แอบอมยิ้มตอนที่รับแผ่นซีดีจากมือคุณคนขายมาเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง…ก่อนจะพยักหน้าแล้วยื่นคืนให้อีกฝ่ายเอาไปใส่ถุง “ใช่ครับ เพลงประกอบสตาร์เทรคบียอนด์แผ่นนี้นี่ล่ะครับ”

 

 

 

และนั่นก็ทำให้เขาได้มานั่งรออยู่ตรงล็อบบี้หน้าห้องซ้อมของวงนิวยอร์กฟิลฮาโมนิก…พนักงานตรงหน้าเคาเตอร์บอกชาร์ลส์อย่างเป็นมิตรว่าอีกไม่กี่นาทีก็ถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว ชายหนุ่มเลยตัดสินใจไม่โทรตามแล้วนั่งรอเฉยๆ แทน…เพราะอย่างไรเสีย แฮงค์ก็ต้องผ่านมาทางนี้เพื่อออกจากตึก และโทรไปตอนซ้อมก็ไม่มีประโยชน์ในเมื่อเจ้าตัวคงปิดเครื่องมือถืออย่างแน่นอน

 

 

 

ไม่มีใครนั่งรอที่ล็อบบี้เหมือนชาร์ลส์ แต่ก็มีคนสัญจรผ่านไปผ่านมาเป็นระยะ…กลุ่มผู้คนที่เจรจากันด้วยภาษาทางแถบยุโรปมากกว่าจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนหลุดมาอยู่อีกโลกอย่างประหลาด ทุกคนที่เดินผ่านไปต่างก็ดูจะคร่ำเคร่งอยู่กับเรื่องราวของพวกเขาเองจนไม่ได้สังเกตถึงชาร์ลส์…นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มแอบสะดุ้งเบาๆ เมื่อจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองแทรกขึ้นมาจากพายุบทสนทนา

 

 

 

“ชาร์ลส์??” เสียงที่พูดภาษาเยอรมันรัวเร็วนั้นแปรเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษอันไร้สำเนียงต่างชาติเจือปน “นั่นนายเหรอ??”

 

 

 

เขาหันหน้าไปทางเสียงเรียกด้านหลัง แล้วก็ลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่โดยอัตโนมัติเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงคือใคร “อีริค??”

 

 

 

ชายหนุ่มผมน้ำตาลหันไปพูดภาษาเยอรมันสั้นๆ กับชายวัยกลางคนที่เดินมาด้วยกัน ก่อนจะก้าวมาหาเขา ดวงตาสีเทามีแววประหลาดใจแบบไม่ปิดบัง “หวัดดี…”

 

 

 

“หวัดดี” ชาร์ลส์เอ่ยตอบ ยิ้มให้อย่างประหลาดใจปนยินดีเช่นกัน “ฉัน…ฉันไม่รู้เลยว่านายอยู่นิวยอร์ก…”

 

 

 

อีริคส่ายหน้าราวกับจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดมากอะไร “ฉันมาแบบกะทันหันเหมือนกัน เผอิญว่าต้องเปลี่ยนวงคอรัสน่ะ ฉันว่างพอดีเลยอยากมาช่วยดูด้วย”

 

 

 

ชาร์ลส์ท้วงขึ้นมาเบาๆ “เฮ้ๆ…นายบอกเรื่องแบบนี้กับคนนอกได้เหรอ? นี่ไม่ใช่อะไรที่ต้องอุบไว้จนกว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการรึไง?”

 

 

 

“ก็ใช่อยู่” อีริคพ่นลมหายใจฮึเบาๆ อย่างเสียดสีหากมองออกได้ว่าไม่จริงจัง “แต่บอกนายไปก็เหมือนไม่ได้บอกใครนั่นแหละ…นายรู้เหรอว่าวงคอรัสจะมาทำอะไร?”

 

 

 

ชาร์ลส์แกล้งอ้าปากค้าง “นี่นายกำลังดูถูกฉันอยู่งั้นเหรอเลนเชอร์?”

 

 

 

อีกฝ่ายหัวเราะหึๆ อย่างไม่รู้สึกผิดสักนิด และก็ทำให้ชาร์ลส์สงสัยขึ้นมาในวินาทีนั้นว่ามีใครบนโลกนี้รู้เหมือนตนบ้างไหมว่าอีริค เลนเชอร์ก็มีมุมความหล่อร้ายนิสัยไม่ดีแบบนี้ซ่อนอยู่เหมือนกัน

 

 

 

“ชาร์ลส์!”

 

 

 

เสียงเรียกอีกเสียงทำให้ทั้งเขากับอีริคหันไป ก่อนจะได้เห็นแฮงค์เดินปนวิ่งเข้ามาหา…เจ้าตัวจัดแว่นที่เลื่อนไถลให้กลับมาตั้งตรงก่อนจะยิ้มเกร็งๆ “หวัดดีครับอีริค หวัดดีชาร์ลส์…รอนานไหม…”

 

 

 

“ไม่นานหรอก” ชายหนุ่มผมดำส่ายหน้า ยื่นถุงซีดีให้อีกฝ่าย “แผ่นนี้ใช่ไหม ฉันเช็คแล้ว…แต่นายดูเองอีกรอบก็ดี”

 

 

 

แฮงค์หยิบแผ่นซีดีออกมา ยิ้มเกร็งๆ นั่นดูระบายกว้างขึ้นอีกนิด “ใช่เลย แผ่นนี้นี่ล่ะ ขอบคุณนะ”

 

 

 

อีริคมองปกซีดีสลับกับหน้าชาร์ลส์แล้วก็แฮงค์ ก่อนจะพูดเบาๆ ด้วยเสียงเจ้าเล่ห์เสียดสีอีกแล้ว “เนิร์ด

 

 

 

ชาร์ลส์ได้แต่ทำหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง กอดอกอย่างเตรียมตัวจะถามว่าอีกฝ่ายมีปัญหาอะไรกับความเนิร์ดของตน…หากชายวัยกลางคนที่เดินมากับอีริคตอนแรกก็ก้าวเข้ามา ยิ้มอย่างสุภาพให้พร้อมเอ่ยกับอีริคว่ายังมีคนให้เจ้าตัวรอพบอยู่ ซึ่งร่างสูงโปร่งก็พยักหน้ารับ แล้วก็หันกลับมาหาชาร์ลส์กับแฮงค์

 

 

 

“งั้นฉันไปก่อนนะ” ไม่มีกระแสล้อเล่นเสียดสีใดแล้วในแววตา มันทอดอ่อนเช่นเดียวกับน้ำเสียง “ดีใจที่ได้เจอนายนะ”

 

 

 

แล้วร่างสูงโปร่งนั่นก็ก้าวยาวๆ จากไปหลังจากที่ชาร์ลส์กับแฮงค์เอ่ยคำลาตอบกลับแล้ว…บทสนทนาภาษาเยอรมันรัวเร็วถูกใช้มาแทนที่ภาษาอังกฤษอีกครั้ง

 

 

 

เพราะทั้งคู่ไม่มีธุระอะไรตอนช่วงบ่าย ชาร์ลส์กับแฮงค์จึงตัดสินใจไปทานมื้อกลางวันด้วยกันที่ร้านอาหารเม็กซิกันแถวนั้น บทสนทนาเป็นเรื่องจิปาถะที่เกี่ยวข้องแค่กับชีวิตของแต่ละฝ่ายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อแฮงค์ถามขึ้น

 

 

 

“เออใช่ชาร์ลส์” เสียงของหนุ่มแว่นทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมาจากอาหารในมือ “นายพอจะรู้ไหมน่ะว่าอพาร์ตเมนต์นายมีห้องว่างเปิดให้เช่าอยู่บ้างรึเปล่า?”

 

 

 

“อืม…” ชาร์ลส์กลืนเอนชิลาด้าของตัวเองก่อนตอบ “ไม่มีนะ แต่เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะเช็คป้ายประกาศกับถามตรงล็อบบี้ให้อีกทีก็ได้ นายจะย้ายออกจากที่เก่าเหรอแฮงค์?”

 

 

 

“เปล่าๆ” หนุ่มรุ่นน้องส่ายหน้า “อีริคจะต้องมาอยู่ที่นิวยอร์กนี่เพื่อซ้อมคอนเสิร์ตสำหรับปีใหม่นี่ไง…มันก็ต้องอยู่เป็นเดือนเลยใช่มั้ยล่ะ แล้วเขาพูดไว้ว่าถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ค่อยอยากอยู่โรงแรม เพราะเขาอยากจะอยู่ที่ที่ทำอาหารได้…รู้สึกเหมือนว่าพอจะทำอาหารเป็นอยู่ล่ะมั้ง อีริคน่ะ”

 

 

 

โอ…นายคิดไม่ถึงเลยล่ะ ชาร์ลส์ผู้สามารถยืนยันได้ว่าอีริค เลนเชอร์นั้นทำอะไรได้มากกว่าอาหารคิดเงียบๆ แล้วก็แอบขำคนเดียวในใจ ก่อนจะบอกแฮงค์อีกครั้งว่าแล้วตนจะช่วยเช็คมาให้ว่าที่อพาร์ตเมนต์มีห้องว่างไหม

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ชาร์ลส์ได้พบอีริคแค่ครั้งเดียวในวันนั้น แต่เขายังได้พบกับแฮงค์อีกหลายครั้งในหลายต่อหลายวันถัดมา เพราะถึงจะบอกอีกฝ่ายไปตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าทางอพาร์ตเมนต์ของตนไม่มีการปล่อยห้องว่างให้เช่าเลย หนุ่มแว่นก็ยังต้องการคำชี้แนะจากชาร์ลส์ถึงเรื่องอพาร์ตเมนต์แห่งอื่นๆ อยู่ดี

 

 

 

ปัญหาที่ทำให้การหาอพาร์ตเมนต์ให้อีริคเป็นเรื่องยากนั้นมาจากบรรดาเงื่อนไขที่ขัดแย้งกันจนแทบเป็นไปไม่ได้เลย…ตามประสาคนต่างที่ต่างถิ่น ห้องพักของอีริคควรจะอยู่ในระยะเดินทางมายังห้องซ้อมได้สะดวก แต่ก็ต้องเป็นห้องที่มีครัวในตัวด้วย ซึ่งแทบทุกที่ก็กำหนดมาว่าต้องเช่าเป็นเวลาอย่างน้อยครึ่งปีทั้งสิ้น

 

 

 

“แต่อีริคอยู่นิวยอร์กอย่างมากที่สุดของที่สุดก็แค่สามเดือนเอง” แฮงค์เล่า ยกมือขึ้นเสยผมอย่างสิ้นหวัง “คอนเสิร์ตครั้งแรกสุดคือตอนคืนข้ามปี จากนั้นก็แสดงต่ออีกแค่อาทิตย์เดียว แล้วเขาก็กลับเวียนนาได้แล้ว…เพราะงั้นจะไปเช่าห้องไว้ตั้งครึ่งปีเพื่ออะไรล่ะ”

 

 

 

ชาร์ลส์ถอนหายใจอย่างไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี วันนี้ทั้งสองแวะมานั่งที่ร้านกาแฟแถวมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย..คุณศาสตราจารย์เปลี่ยนจากน้ำชาแบบเดิมมาเป็นมอคค่าลาเต้แทน แต่แฮงค์ผู้ไม่ดื่มเครื่องดื่มมีคาเฟอีนถ้าเลี่ยงได้ก็สั่งช็อกโกแล็ตร้อนแบบทุกที บนโต๊ะเต็มไปด้วยใบปลิวของห้องว่างที่ประกาศให้เช่ามากมายที่หนุ่มแว่นหาไว้ หากแทบทุกใบก็มีกากบาทด้วยมาร์คเกอร์หมึกแดงอยู่ตรงหัวกระดาษ…บอกให้รู้ว่ามันใช้ไม่ได้สำหรับกรณีของเจ้าตัว

 

 

 

แฮงค์ยังคงมีสีหน้าหนักใจ ชาร์ลส์ใช้เวลาที่อีกฝ่ายจิบเครื่องดื่มของตัวเองไปเงียบๆ ในการครุ่นคิด…เขายังคงหวงความเป็นส่วนตัวของตัวเองเท่าเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะเคยได้รู้แล้วว่าการอยู่ร่วมกับอีริค เลนเชอร์เป็นอย่างไรแล้วหรือเปล่าที่ทำให้ชายหนุ่มยอมไตร่ตรองเรื่องนี้ เพราะแทนที่จะทำให้ทุกอย่างติดขัด…ชายหนุ่มผมน้ำตาลคนนั้นกลับไม่ต่างอะไรจากความเงียบอันนุ่มนวลที่แทบไม่ทำให้ฟองอากาศบางๆ อันได้ชื่อว่าเป็นโลกส่วนตัวของชาร์ลส์ผิดแปลกไปจากเดิมเลย

 

 

 

แน่นอนว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ต้องปรับตัว…หากมันก็เป็นไปด้วยจังหวะที่เหมาะสมจนหัวใจไม่รู้สึกคัดค้านอะไร

 

 

 

และนั่นจึงทำให้ชาร์ลส์ตัดสินใจเอ่ยประโยคที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะพูดออกไป

 

 

 

 

วันคืนคล้อยผ่าน จากสัปดาห์กลายเป็นกลางเดือน และเมื่อรู้ตัวอีกที…กันยายนก็ได้จากไปแล้ว

 

 

 

 

เดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะเป็นเดือนของการตรวจรายงานและข้อสอบพร้อมๆ กับเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส แต่ในปีนี้…สิ่งใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากเรื่องราวเดิมๆ ก็คือเสียงออดตรงหน้าประตูตั้งแต่วันแรกของเดือน

 

 

 

สิ่งใหม่…หากก็เป็นบุคคลที่ชาร์ลส์คุ้นหน้าแล้วเมื่อเปิดประตูออกไป

 

 

 

“หวัดดีชาร์ลส์”

 

 

 

เสียงทักทายยังคงเรียบนิ่ง แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงกระแสเย้าๆ แบบนิสัยไม่ดีเท่าไหร่ที่ปะปนแทรกมา…สิ่งที่ไม่ได้มีอยู่ในคำทักตอนที่เจ้าตัวมายืนตรงหน้าประตูของเขาเป็นครั้งแรก

 

 

 

หากชายหนุ่มก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์บ่นเท่าไหร่ เพราะตัวเขาเองก็กลอกตานิดๆ ใส่อีกฝ่ายกลับไปเช่นกัน…ท่าทางที่มารยาทเจ้าของบ้านในครั้งแรกที่ได้พบกันไม่เอื้อให้ทำได้ ก่อนจะหัวเราะออกมา กล่าวทักกลับไปพร้อมรอยยิ้ม

 

 

 

“หวัดดีอีริค” ประตูห้องถูกเปิดกว้างให้คนตรงหน้า “เข้ามาสิ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

********************************

 

สวัสดีวันปีใหม่ค่ะ เริ่มต้นปีกันด้วยเชริคเลย คงไม่ต้องมีเหตุผลเนอะคะว่าทำไม ก้ากกกก ขอบคุณมากนะคะสำหรับปีที่ผ่านไป ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้น ทุกการพูดคุย ทุกความสนับสนุนที่มีให้ฟิคของเรา ทุกอย่างเป็นแรงผลักดันให้เราเขียนฟิคมาได้จนถึงตรงนี้จริงๆค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

 

 

พอตอนนี้แล้ว เราก็รู้สึกว่าคนเราเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน อยากทำอะไรดีๆก็เริ่มต้นตอนนั้นเลย อย่ารอแค่ตอนปีใหม่ หรือคิดว่าสายไปแล้ว เราเริ่มต้นได้ทุกวันนะคะ…ขอให้2017เป็นปีที่ดี ขอให้ทุกคนมีความสุขสมปรารถนา และขอให้มีกำลังใจทำทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จนะคะ ขอฝากตัวด้วยอีกปีค่ะ♡

 

 

และส่วนเรื่องการสั่งซื้อฟิคทางไปรฯ เราคงจะมาประกาศอีกทีหลังปีใหม่นะคะ รอไปรฯ เปิดทำการด้วย รอติดตามข่าวได้ทั้งในเพจและในบล็อกเลยค่ะ 

 

 

 

ทิพย์เอง

Advertisements

22 responses to “[XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (6)

  1. ความอุ่นที่ดียยยยยย ไม่รุทำไมแค่คุยกันไม่กี่ปยแต่อ่านแล้วหัวใจพองโตมากๆเลยค่ะ ชอบที่อีริคเริ่มขี้แกล้งขึ้นนิดๆด้วย นึกภาพถ้ายิ้มฉลามเมื่อไหร่นี่คงจะกรี้ดมากกว่านี้ แล้วก้เพลงสตาร์เทรคมันใช่มากๆสำหรับนิค งือออออออ น่ารักมากๆเลยค่ะ ♥️

    Like

  2. ฟหกด่าสวฟหกด่าสวหากสแวหนก

    เป็นการเปิดต้นปีที่ดีมากๆเลยข่าาาา แงงง ;/////;
    ชอบบรรยากาศระหว่างสองคนนี้จังงงง ไอ้การแซะหน้านิ่งแต่จริงๆยิ้มอยู่นี่มันคืออัลไลล อีริคเริ่มฟีลหล่อร้ายขี้แกล้งละน่ะะ ส่วนชาร์ลส์ก็น่าหยิกละเกินนน รู้สึกอ่านแล้วหัวใจพองโตขึ้นมาจริงๆค่ะฮืออ
    ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆเปลี่ยนทีละนิด แบบอ่านแล้วไม่ทันรู้สึกแต่พอรู้สึกตัวอีกทีมันก็แตกต่าง การสโลว์เบิร์นมันมีเสน่ห์ตรงนี้นี่แหละ

    Like

    • ………./เผลอจิ้มคอมเมนต์ไปก่อน *ลูบหน้า*

      แต่จะบอกว่าชอบสโลว์เบิร์นเพราะฟีลอบอุ่นแบบนี้นี่แหละค่ะ ฮืออ ฟิคพี่ทิพย์อ่านแล้วมีความสุขจริงๆนั่นแหละ ;/////; สวัสดีปีใหม่นะคะ จะติดตามฟิคพี่ต่อไปทั้งปีนี้และทุกปีค่ะ5555555555

      Like

  3. ความร้ายของเลนเชอร์กำลังโผล่มาแล้วค่ะ ถถถถถถถถถถ ก็ว่าทำไมตอนแรกดูนุ่มๆ นิสัยดี อ่อ ยังไม่สนิทนี่เอง จะรออ่านความเป็นไปของรูมเมทคู่นี้นะคะ สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่ทิพพพย์ /แปลงร่างเป็นโซฟาในห้อง

    Like

  4. อ่านไปก็รู้สึกว่าชีวิตกำลังดำเนินไป คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เริ่มรู้สึกผูกพันกับเรื่องนี้และหลายคนในเรื่อง (แม้จะโผล่มาจริงๆ อยู่แค่ 3 คน ก๊าก) และเพราะแบบนี้ มันเลยน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เราดีใจในการเห็นฟิคนี้อัพรับปีใหม่ จากที่กำลังเฟลๆ อยู่ ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ อย่างน้อยกราฟอารมณ์ก็กลับมาอยู่ในเส้นปกติแล้ว

    เอริคนี่มีแววเป็นพวกตลกหน้าตายนะคะ ปะทะฝีปากกับการกระทำกันไปมากับชาร์ลส์ แต่ชวนให้บรรยากาศสบายใจ เป็นกันเองมากเลย นี่สินะความเข้ากันได้ของเคมี /ขรึม ยินดีต้อนรับกลับมาสู่ห้องชาร์ลส์นะคะ ฮา #เรารู้ว่าเจ้าของห้องน่าจะไม่พูด #เพราะงั้นเลยพูดแทน–

    ปล. สวัสดีปีใหม่ และสุขสันต์วันคริสต์มาสย้อนหลังค่ะ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดี สุขภาพแข็งแรงไม่ป่วยไม่ไข้ อยากทำอะไรก็ได้ทำสมตามปรารถนา มีเวลาพักผ่อนหากการงานเหนื่อยล้านะคะ ❤

    Like

  5. อบอุ่นนุ่มละมุนเหลือเกินค่า…กลับมาอยู่ด้วยกันอีกแล้ว เย้ๆ การค่อยๆ ดู คสพ ที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ของทั้งสองคนเป็นอะไรที่ลุ้นมากเลยค่ะ…แล้วจะรออ่านตอนต่อไปนะคะ

    แล้วก็สวัสดีปีใหม่ค่า~

    Like

  6. ยิ้มฉลามร้ายนั่นมาแล้ว แหม เอริค แซวเขาได้ 555555 *รีบสไลด์นิ้วผ่านซาวน์แทรคสตาร์เทรคในเครื่อง*
    เริ่มค่อยๆใกล้ชิดสนิทใจขึ้นเรื่อยๆ จากคนแปลกหน้ามาหยอกกันเล่นได้ นุ่มนิ่มนุ่มนวลจังค่ะ ฮรอล เป็นของขวัญปีใหม่ที่ดีมากๆเลยค่ะ!

    สวัสดีปีใหม่นะคะ ‘w’/

    Like

  7. อบอุ่นดีค่ะ เหมือนเจอคนคุ้นเคย ที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ 55555 ขอบคุณฟิคอุ่นๆในวันฝนตกนะคะ

    Like

  8. สวัสดีปีใหม่นะคะพี่ทิพยยย์ /ส่งจูบส์

    แอบขำความนิสัยหล่อร้าย ไอร้ายนี่เข้าใจ แต่หล่อนี่จัดเป็นนิสัยหรอคะชารส์ล หื้มมหื้มมมมมม /มวอง

    กะจะบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไปหาที่พักทำไม มาบ่อยเพราะใจสั่งมาแบบนี้ ย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยค่—– แค่ก

    ชอบมุมขี้แกล้งของอีริคจังค่ะ ทำไมต้องน่ารักแบบเน้ //-\\
    จะว่าชอบคสพ.ของสองคนนีัมากเลยค่ะ อ่าานแล้วอิน 5555 เพราะเข้าใจคนที่โลกส่วนตัวสูง ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากมีรูมเมท
    แต่ถ้าจะมีก็อยากให้เป็นคนที่อยู่ด้วยกัน แต่กลับรู้สึกว่าสบายใจเหมือนอยู่คนเดียว โดยที่เรายังทำอะไรได้ปกติและไม่อึดอัด

    ซึ่งทั้งสองคนเป็นแบบนี้
    แต่งเลยค่ะ

    แต่งงานกันไปเลย สหสกาด่

    Like

  9. สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่ทิพย์♡
    เปิดปีใหม่มาก็ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ -///////- อบอุ่นหัวใจดีจังเลยค่ะ ความหล่อร้ายนี่เริ่มมาแล้วสินะคะ -.,- โอ๊ยยดีต่อใจมากๆเลยค่ะ

    Like

  10. ก่อนอื่นก็ต้อง …สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่ทิพพพพพย์ สวัสดีปีใหม่เพื่อนๆสมาชิกที่นี่ด้วยนะคะ //กราบรอบวง ปีเก่าไปปีใหม่มา ยังติดตามฟิคพี่ทิพย์ตล๊อดๆ —– อีริคชาร์ลพากัดหมอนอีกแล้ว คราวที่แล้วหกวัน คราวนี้เป็นเดือนๆ ฟินแน่นอน 555 คุณคอนดักเตอร์มีความหล่อร้าย แซ่บจีจีเบย ส่วนทั่นอาจารย์ก็มีความแบ๊ว คือชาร์ลมีคาแรคเตอร์ที่แบ่บ.. อ่ะนะ น่ารัก >< ฮาาาา ชอบคู่นี้จริงจัง เขาเหม๊าะเหมาะกันเนอะ อิอิ รอตอนต่อค่ะๆ ปล.ตอนบอกเพลงประกอบสตาร์เทร็คนี่ถึงกับหลุดขำ มีความเป็นแฟนบอยกัปตันนะแฮงค์ ฮ่าๆ

    Like

  11. สวัสดีปีใหม่นะคะพี่ทิพยยย์ ถึงจะเกือบอาทิตย์นึงแล้วก็เถอะ แง 55555 ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆๆๆๆจริงๆนะคะ เริ่มรู้จักกันไปมากขึ้น มีโมเม้นน่ารักๆเยอะขึ้น ก๊าวสุดๆเลยค่ะะะโฮรรร รอเสพตอนชาร์ลส์โดนรังแกนะคะ—- ฮือ เป็นกำลังใจให้ค่า

    Like

  12. อมยิ้มทั้งตอนเลยค่ะ อ่านแล้วก็มีความสุขไป ในใจอยากจะเห็นเอริกสอนชาร์ลส์ทำอาหารอยู่นิดๆ ไม่รู้ว่าจะมีฉากนี้หรือเปล่า แต่หลังจากนี้เรื่องก็คงจะน่าสนใจขึ้นอีกแน่ๆ~

    Like

  13. ฮือออออออ ยัยอีริคเริ่มเผยนิสัยเสียออกมานิดๆแล้ว ฮืออ น่าร้ากกกกกกกก (อ้าว)

    เริ่มต้นก็สครีมอีริคก่อนเลยค่ะ 55555 เพราะชอบมากๆๆๆที่เขาเป็นแบบนี้ มันน่าโดดถีบแล้วก็โดดกอดมากๆ ระหว่างที่เราอ่านช่วงชาร์ลส์กับแฮงค์หาบ้านให้ฉลามอยู่นี่เราตะโกนในใจตลอดเลยค่ะ ว่าชาร์ลส์เอ้ยยยยย หนูก็ให้เขามาอยู่ด้วยเลยสิ!!!! และในที่สุดก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แง ลุ้นอยากรู้ต่อแล้วค่ะว่าจะเป็นยังไงต่อไป คือทั้งสองคนสนิทกันมากขึ้นแล้ว ต้องกล้าทำอะไรใส่กัน(?)มากขึ้นล่ะ

    ตอนนี้เราชอบบรรยากาศที่ชาร์ลส์นั่งรอแฮงค์ค่ะ ที่ทุกคนคุยภาษายุโรปกัน มันฟินแบบบอกไม่ถูก (โดยเฉพาะอีริคสปีคเจอมัน <3) แอบคิดเล่นๆเลยค่ะว่าอยากฟังชาร์ลส์พูดภาษาอื่นๆบ้าง ฮือ น่ารัก

    ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆเช่นเคยค่ะ ติดตามตอนต่อไปค่ะ

    Like

  14. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (7) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  15. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (8) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  16. อีริคคนร้ายกาจกลับมาแล้วค่ะะะะ ฟหหหกฟดหกหกฟกแฟแฟอห
    พอเริ่มสนิทกันแล้วก็เผยลายความร้ายออกมาเลยยย
    คู่นี้จิกกัดแซวกันน่ารักมากเลยค่ะะะ ฮือออ

    Like

  17. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (9) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  18. โอ๊ยยยย มันมาแบบไม่รู้ตัวใช่มั้ยล่ะคะ มันมาแบบรู้อีกทีก็ไม่หวงความเป็นส่วนตัวแล้วววว แถมการเจอกันหลายต่อหลายครั้งแบบนี้มันเหมือนโชคชะตาดลบันดาลยังไงๆอยู่น้า…

    อีริคแบบร้ายนิดๆแซวหน่อยๆก็เป็นอะไรที่น่าสนมากๆเลย จากคนนิ่งๆมาเป็นคนที่แอบแซวแอบหยอกชาร์ลส์ได้โดยอีกคนไม่อึดอัดด้วยซ้ำโอ๊ยยยยนี่มันดีไปแล้วค่ะพี่ทิ๊พพพพพพย์

    Like

  19. รู้สึกได้ถึงความหล่อร้ายของอีริคหึหึ

    Like

  20. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (11) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s