[Yuri!!! On Ice Fic][VictorYuuri] Looking Across the Universe, Searching for Neptune (1)

 
 
 
Looking Across the Universe, Searching for Neptune
ユーリ!!! on ICE fanfiction by Tippuri~ii* 

 

 

    
 

 
 
Pairing: Victor Nikiforov x Yuuri Katsuki
 

Fandom: ユーリ!!! on ICE

 

 

 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

****************************
 
note: เป็นหนึ่งในฟิคของจักรวาล yuri on ice coffeeshop AU ของเราค่ะ พิชิตบาริสต้านั่นแหละ
 
**************************
 
 
 
note 2:
 
– ไม่มีการอ่านตรวจทานตรวจคำผิดใดๆ ทั้งนั้นค่ะ ขอโทษล่วงหน้าเลยถ้ามีอะไรแปลกๆ
– เราก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นฟฟฟฟ
– #ลาก่อย
 
 
 
 
 **************************
 
 

 

 

Chapter 1

 

 

 

 

ยูริตื่นขึ้นมาตอนเช้าหลังวันเกิดของตัวเองซึ่งจบลงด้วยค่ำคืนของการไปผับคนเดียวในสภาพที่แย่ที่สุดเท่าที่จะเป็นได้…เมาค้างและยังคงโสดสนิท

 

 

 

นี่อาจไม่ใช่การเมาค้างครั้งที่แย่ที่สุดในชีวิตของเขา แต่มันเกือบได้ตำแหน่งชนะเลิศแล้ว…ยูริครางฮื่อออกมา ยกมือขึ้นจะลูบหน้าตัวเอง ก่อนจะได้พบว่าตนหลับไปทั้งที่ยังสวมแว่นตาอยู่

 

 

 

 

ซึ่งโชคชะตาก็ยังไม่ทอดทิ้งเขาอยู่บ้าง เพราะแว่นตาไม่ได้หักพังอย่างที่ควรจะเป็น

 

 

 

 

ชายหนุ่มยังคงไม่ลุกจากเตียง แต่พลิกตัวไปนอนตะแคงแทน…ดีที่เขาไม่เคยเปิดผ้าม่านหน้าต่างห้องนอน เพราะแค่แสงแดดที่โดนเนื้อผ้าบดบังก็ทำให้ยูริรู้สึกเหมือนตาจะบอดได้แล้ว…ดวงตาสีน้ำตาลเบือนหนีมามองอะไรที่ไม่ส่องแสงจัดจ้าอย่างเตียงนอนแทน แล้วก็ได้เห็นสิ่งของอันคุ้นตา…แล็ปท็อปของตัวเองที่ถูกปิดไว้อย่างเรียบร้อย

 

 

 

 

ความทรงจำค่อยๆ หวนกลับมาว่าอะไรคือจุดเริ่มต้นของการออกจากอพาร์ตเมนต์ไปคนเดียวเมื่อคืนของเขา

 

 

 

 

ยูริส่งเสียงครางฮื่อยาวๆ ออกมาอีกรอบ

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

มันเป็นคำถามที่ยูริถูกพ่อกับแม่ถามมาตั้งแต่ช่วงมัธยม ในตอนนั้น…คำพูดยังคงอ้อมๆ และความถี่ของการถามก็เป็นแค่นานๆ ครั้ง

 

 

 

 

“วันที่ลูกไม่สบายน่ะ…เด็กผู้หญิงที่เอาการบ้านมาให้วันนั้นน่ารักจังนะ ยูริสนิทกับเขาเหรอลูก?”

 

 

 

“ไม่เป็นไรจ้ะ ดีแล้วล่ะที่เดินไปส่งเพื่อน…ว่าแต่ ยูริคุยกับเขาบ่อยเหรอจ๊ะ?”

 

 

 

“เออใช่ วันนี้ไวท์เดย์นี่นา…ยูริไม่ต้องเตรียมของอะไรเหรอ?”

 

 

 

ยูริตอบคำถามที่ถามถึงเด็กผู้หญิงไม่กี่คนที่เขาได้คุยด้วยแค่ครั้งเดียวแต่พ่อแม่ก็ดันได้มาเห็นการปฏิสัมพันธ์นั้นด้วยคำปฏิเสธแบบเดิมๆ ว่าตนไม่ได้รู้จักกับพวกเธอเลย ซึ่งในตอนนั้น พ่อกับแม่ก็จะแค่พยักหน้าแล้วไม่ถามอะไรต่อ เห็นได้ชัดว่ายังมองว่ายูริไม่ได้โตพอที่จะต้องคำนึงถึงเรื่องพวกนี้ และก็คงไม่อยากพูดอะไรให้เขาต้องลำบากใจในการพบหน้าเพื่อน

 

 

 

แต่พอยูริโตจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยและย้ายมาที่อเมริกา…พ่อกับแม่ก็เลิกอ้อมค้อมและคำถามอันประปรายก็ไม่ประปรายอีกต่อไป

 

 

 

“ยูริ! เด็กผู้หญิงในรูปนั่นน่ารักจังเลย! แฟนเหรอลูก?”

 

 

 

“ขอโทษนะจ๊ะที่ปีนี้คงไปเยี่ยมไม่ได้ แต่ยูริจะกลับบ้านมั้ยล่ะจ๊ะ พา…อืมมม…เพื่อนมาด้วยก็ได้นะลูก”

 

 

 

“คิดถึงลูกนะ เป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ยจ๊ะ ช่วงนี้ได้เจอใครน่ารักๆ บ้างรึเปล่า?”

 

 

 

บทสนทนาทำนองนี้ก็ทำให้ยูริรู้สึกอยากเอาหัวฝังหมอนตายเสมอจะแย่อยู่แล้ว แต่เขาก็ค่อยๆ ได้ค้นพบในช่วงปีถัดมาว่ายังมีบทสนทนาที่ชิงตำแหน่งความเลวร้ายได้อยู่อีก

 

 

 

“ยูริจำคานาเอะจังได้มั้ยจ๊ะ? ลูกสาวคุณโคบายาชิน่ะ…วันนั้นแม่เจอเขาแล้วได้คุยถึงยูริกันด้วย ไว้กลับบ้านมาแล้วมาเจอเขาก็ดีนะจ๊ะ”

 

 

 

ยูริไม่อยากจะบอกแม่เลยว่าไม่ต้องพูดถึงคุณโคบายาชิเลย คานาเอะจังเป็นใครเขาก็ยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ และหลังจากการฟังแม่พูดเปรยถึงชื่อผู้หญิงหลายต่อหลายคนเป็นเดือนๆ…สุขภาพจิตของยูริก็ขาดผึงลงตอนที่อีกฝ่ายเริ่มเกริ่นถึงการดูตัว

 

 

 

ถ้อยคำที่ไม่รู้จะบอกอย่างไรเลยถูกเก็บไว้มาตลอดโดนกล่าวออกไป แทรกโครมลงกลางประโยคของผู้เป็นแม่

 

 

 

“แม่ครับ ผมชอบผู้ชาย”

 

 

 

ความเงียบจากปลายสายโทรศัพท์ที่ตามมานั้นดังสนั่น หรือไม่นั่นก็อาจจะเป็นเสียงในหัวของยูริเอง…เพราะทันทีที่พูดจบ ชายหนุ่มก็เพิ่งตระหนักได้ว่าตนบอกอะไรออกไป ส่งผลให้หัวสมองแปรสภาพเป็นโลกยุคภูเขาไฟระเบิดจนทำลายล้างไดโนเสาร์ทุกสายพันธุ์ทันที

 

 

 

แย่แล้วแย่แล้วแย่แล้วแย่แล้วเขาทำบ้าอะไรลงไปเขาพูดอะไรออกไปตายแน่ตายแน่ตายแน่—

 

 

 

“อะ…อะ โอเคจ้ะ…”

 

 

 

โลกยุคไดโนเสาร์สูญพันธุ์ถูกแทนที่ด้วยโลกยุคธารน้ำแข็งที่เงียบกริบแทน “เอ่อ…แม่ได้ยินที่ผมพูดรึเปล่าน่ะครับ?”

 

 

 

“ดะ ได้ยินสิจ๊ะ…” เสียงของคัตสึกิ ฮิโรโกะยังคงเบาหวิวพร้อมสับสน แต่ก็ไม่ได้มีกระแสโกรธเกรี้ยวอย่างที่ยูริกลัวมาตลอด ความกลัวที่ทำให้ประโยคนี้ของเขาไม่เคยถูกเอ่ยออกไปสักทีมาก่อน

 

 

 

ความเงียบทิ้งตัวชั่ววินาที ก่อนที่เสียงนุ่มนวลอันแผ่วเบานั้นจะพูดเสริม “พ่อก็ได้ยินนะจ๊ะ นี่แม่เปิดลำโพงอยู่”

 

 

 

“ผม…” ยูริรู้สึกตาร้อนๆ ขึ้นมา ความสงบนิ่งของปลายสายทำให้เขาหายใจไม่ออกขึ้นเรื่อยๆ “ผมขอโทษ—”

 

 

 

“ไม่ต้องขอโทษนะยูริ”

 

 

 

เสียงของพ่อแทรกขึ้นมาเป็นครั้งแรก…ชายหนุ่มนึกภาพออกได้เลย ทั้งสองคงนั่งกันอยู่ในห้องนั่งเล่นของโรงแรม พ่อคงอ่านหนังสือหรือทำอะไรเงียบๆ อยู่อีกมุมระหว่างที่แม่โทรหาเขา แค่ฟังบทสนทนาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ยินสิ่งที่เขาสารภาพออกมา

 

 

 

“ไม่ต้องขอโทษนะ” พ่อพูดซ้ำ เสียงเนิบนุ่มเหมือนอย่างที่เขาชินมาตลอดชีวิต “ก็ใช่อยู่ พ่อกับแม่ก็ตกใจแหละนะ แล้วก็คงต้องปรับตัวต่ออีกเยอะเหมือนกัน แต่มันไม่ได้หมายความว่าลูกทำอะไรผิดสักนิดนะ…ยูริ”

 

 

 

คำพูดนี้คงหมายจะทำให้เขาไม่ร้องไห้ แต่ทันทีที่ฟังจบ…น้ำตาหยดโตก็ร่วงเผาะๆ ลงมาเป็นสายทันที

 

 

 

ยูริจำได้ว่าคืนนั้นเป็นคืนที่ตนหลับด้วยความสงบสบายใจอย่างที่สุด

 

 

 

หากความหนักใจอันไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแบบเดิมก็ย้อนกลับมาอยู่ดี…เพราะบทสนทนาแบบเดิมจากพ่อแม่ก็ค่อยๆ หวนกลับมา เปลี่ยนแค่ชื่อผู้หญิงเป็นชื่อผู้ชายเท่านั้นเอง สถานการณ์ตลกร้ายที่ทำให้ยูริทั้งอยากจะร้องไห้และหัวเราะนัก

 

 

 

ท่าทางสุขภาพจิตที่พังไปของเขาจากคราวก่อนจะยังไม่ซ่อมแซมตัวเองได้กลับมาดีเหมือนเดิม เพราะยูริก็ได้มีวินาทีของการระเบิดคำพูดออกไปอีกครั้งตอนที่คุยโทรศัพท์กับพ่อแม่

 

 

 

“ไม่เอาแล้วครับ ผมไม่อยากให้พ่อกับแม่มาแนะนำใครให้ผมแล้วนะ”

 

 

 

นี่ยังเป็นแค่เดือนสิงหาคมเท่านั้นก็จริง แต่ช่วงนี้ยูริมีอันได้โทรไปหาครอบครัวบ่อยกว่าปกติ เพราะปลายปีนี้…พ่อกับแม่และพี่สาวของเขามีแผนจะมาเที่ยวนิวยอร์กเกือบทั้งเดือนธันวาคม และก็จะมาเยี่ยมเขาที่ดีทรอยต์ไปด้วยในตัว นั่นจึงทำให้ยูริรับหน้าที่เป็นคนจัดการอะไรที่ทำได้เช่นการหาตั๋วเครื่องบินกับที่พักไว้ให้ตั้งแต่เนิ่นๆ

 

 

 

ซึ่งแน่นอนว่าในทุกบทสนทนาทางโทรศัพท์ พ่อกับแม่ก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากเห็นเขาเป็นโสดต่อไปอีกแล้ว และนั่นเองที่ทำให้ยูริรู้สึกอยากเหวี่ยงตัวเองออกไปนอกโลกเสมอ…อะไรก็ได้ที่จะทำให้เขาไม่ต้องอยู่ในบทสนทนาแบบนี้กับบุพการี

 

 

 

“แม่…” ฮิโรโกะเสียงหงอยไปเล็กน้อย “…แม่ก็แค่อยากเห็นยูริมีความสุขเท่านั้นเองนะจ๊ะ”

 

 

 

“ผม…ผมก็โอเคอยู่แล้ว” ยูริใจอ่อนยวบทันที พูดเสียงค่อยลงอย่างระมัดระวัง ก้มหน้างุดทั้งๆ ที่อีกฝ่ายไม่เห็น “แม่อย่าแนะนำใครอีกเลยนะครับ ผมลำบากใจ คนอื่นก็ลำบากใจ”

 

 

 

คนอื่นในที่นี้หมายถึงบรรดาเจ้าของชื่อที่ยูริค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยเลยว่ากำลังถูกหาคู่ให้ ชายหนุ่มนิ่งรอให้แม่ตอบอะไรกลับมา หากความเงียบก็ทิ้งตัวนานจนเกินไป…เขาร่ำๆ จะถามไปแล้วว่าแม่ได้ยินตนไหม หากเสียงปลายสายก็เอ่ยขึ้นในที่สุด

 

 

 

“อะ โอ…” ยังเป็นเสียงของแม่เหมือนเดิม แต่ตอนนี้มันระริกไปด้วยความยินดีตื้นตันที่มาได้ไงก็ไม่รู้ “โอ…ยูริ…ยูริ

 

 

 

ยูริแทบจะได้กลิ่นของลางร้ายเรื่องใหม่โอบล้อมมารอบตัวเลยทีเดียว “ครับแม่?”

 

 

 

“ลูกเจอใครแล้วใช่มั้ย?!?” เสียงยินดีตื้นตันตอนนี้ถูกเอ่ยรัวเร็ว ราวกับคนพูดกำลังมีความสุขจนไม่อาจรับรู้ถึงสิ่งอื่นใดได้ทั้งนั้น “โอ…ยูริ! ทำไมไม่บอกล่ะจ๊ะ? แม่ขอโทษนะ…ลูกคงลำบากใจแย่เลยสินะ มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วแต่ก็ยังต้องมาฟังแม่แนะนำใครต่อใครให้”

 

 

 

ยูริรู้สึกใจหายวาบปนจะเป็นลม “แม่! ไม่ใช่—”

 

 

 

“โอเคจ้ะ ไม่พูดก็ไม่พูดแล้วจ้ะ” คัตสึกิ ฮิโรโกะพูดล้อๆ พร้อมหัวเราะอย่างเอ็นดู เข้าใจเอาเองว่าคนเป็นลูกชายเขินอยู่ ก่อนจะพูดเป็นเชิงดุอย่างไม่จริงจัง “ยูรินี่นะ…ต่อไปต้องบอกอะไรแม่ตรงๆ ให้มากกว่านี้นะ อย่าเก็บไว้ให้อึดอัดคนเดียวแบบนี้สิ”

 

 

 

หากนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของยูริที่เขาอยากพูดเรื่องชีวิตรักของตัวเองกับแม่ เพราะเขาต้องการจะบอกอีกฝ่ายว่าชีวิตรักที่ว่านั่นมันไม่มีอยู่จริงด้วยซ้ำ

 

 

 

หากผู้เป็นแม่ก็กล่าวลาไปแล้ว ทิ้งยูริไว้กับคำพูดแว่วๆ ก่อนวางสายของเจ้าตัวที่ประกาศข่าวดีให้คนทั้งบ้านได้รู้

 

 

 

ชายหนุ่มล้มแปะลงกับที่นอน ส่งเสียงเหมือนคนที่ระบบทางเดินหายใจมีปัญหาออกมา

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ตามประสาคนที่หมดปัญญาแก้ปัญหาเองแล้ว ยูริเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนสนิทร่วมคณะอย่างพิชิตฟังจนหมดในวันต่อมา

 

 

 

“แล้วตอนนี้ พวกเขาก็เข้าใจกันไปแล้วว่าฉันมีแฟน” ยูริจบเรื่องด้วยสีหน้าทุกข์ใจที่เสมอต้นเสมอปลายมาตั้งแต่ตอนเริ่มต้นเล่า “แล้วเขาก็…เขาก็…มีความสุขกันสุดๆ…มีความสุขจนฉันไม่รู้จะบอกความจริงยังไง แล้วทุกคนก็จะมาหาฉันตอนคริสต์มาสนี้…มาหาฉัน กับแฟนที่ฉันไม่ได้มีด้วยซ้ำ

 

 

 

ยูริกุมมือรอบถ้วยคาราเมลมัคคิอาโต้เพิ่มวิปครีมพิเศษของตัวเองแน่นขึ้นกว่าเดิมอีกนิด(แน่นอนว่าแคลอรี่ของกาแฟถ้วยนี้นั้นมหาศาล แต่ยูริกำลังเศร้าและต้องการที่จะกิน)…เขาแว่บมาปรับทุกข์กับพิชิตที่สตาร์บัคส์หลังเลิกเรียนตอนเที่ยง ซึ่งตามประสาตอนบ่ายที่คลาสเรียนเริ่มไปหมดแล้ว…สตาร์บัคส์ก็ได้เข้าสู่ช่วงร้านว่างประจำวัน เปิดโอกาสให้บาริสต้าคนเก่งมายืนคุยกับยูริที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งแบบบาร์ข้างๆ เคาเตอร์มุมหนึ่งได้

 

 

 

“ฉันเข้าใจ” พิชิตพยักหน้า ไม่ว่าใครก็คงทำใจไม่ได้ที่จะทำลายความสุขของพ่อแม่ แต่สำหรับกรณีของยูรินั้นมันพิเศษกว่าปกติ “แต่ถ้านายไม่บอกความจริง นายก็ต้องหาแฟนให้ได้นะ…ซึ่งนั่นมันไม่ใช่การเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีหรอกนะ ไอ้การแค่จะหาๆ ใครสักคนมาคบด้วยเนี่ย”

 

 

 

ยูริแปะหน้าลงกับเคาเตอร์ดังกึก “ฉันรู้ ฉันรู้…ฉันถึงได้จะบ้าตายอยู่นี่ไง!”

 

 

 

พิชิตลูบหัวยูริแปะๆ อย่างเห็นใจ ก่อนจะกล่าวขอตัวรวดเร็วพร้อมปราดกลับไปที่เคาเตอร์รับออเดอร์เมื่อได้ยินเสียงเรียกของลูกค้าคนใหม่…ยูริเงยหน้าขึ้นมาเพื่อมองตามไป ไม่ได้ละสายตาแม้จะได้เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

 

 

 

ลูกค้าคนใหม่ที่ยืนสั่งกาแฟอยู่เป็นเหตุผลเดียวที่จะทำให้ยูริเป็นคนโกหกถ้าเขาบอกพ่อแม่ไปว่าตนไม่เคยมีใครในใจมาก่อน…แต่ยูริก็คิดว่าเหตุผลนี้ควรได้รับการพิจาณาเป็นกรณียกเว้น เพราะไม่ว่าใครหน้าไหนก็คงต้องมีอาการเพ้อฝันไปอย่างน้อยๆ สามวันกันทั้งนั้นถ้าได้ยินโปรเฟสเซอร์นิกิโฟรอฟอ่านเนื้อความจากหนังสือเรื่อง The Unbearable Lightness of Being ของมิลาน คุนเดอราให้ฟัง

 

 

 

และนั่นก็เป็นวันที่ยูรินั่งโต๊ะแถวหน้าสุดด้วยนะ

 

 

 

แต่ละบทของเรื่องไม่ได้ยาวนัก และมันก็เป็นคาบแรกที่ไม่ได้จำเป็นต้องมีการเรียนการสอนจริงจังก็ได้…นั่นจึงทำให้โปรเฟสเซอร์นิกิโฟรอฟอ่านเนื้อความของหนังสือไปจนถึงบทที่สี่ ก่อนจะยิ้มมุมปากนิดๆ ตอนที่เนื้อเรื่องบอกมาว่าตัวละครถือหนังสือเรื่อง Anna Karenina อยู่

 

 

 

“ดีนะ…เรื่องนี้น่ะ” ท่าทางเจ้าตัวจะอ่านมาสี่บทแค่เพื่อจะได้บอกประโยคนี้ออกมา “เป็นหนึ่งในหนังสือที่ฉันดีใจที่ได้อ่านมัน”

 

 

 

นี่เป็นวิชาวรรณคดีสมัยใหม่อันมีหน่วยกิตแสนจะจิ๋วหลิวตามประสาวิชาเสริม วิชาที่เล็กน้อยเสียจนศาสตราจารย์จากแผนกวรรณคดีร่วมสมัยอย่างวิคเตอร์ นิกิโฟรอฟยังแบ่งเวลามาสอนได้ ยูริจึงไม่คิดจะบอกใครทั้งนั้นว่าตนใจอ่อนซื้อ Anna Karenina เล่มหนามาจากร้านมือสองทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นเลยสักนิดเพื่อลองอ่านดูแค่เพราะได้ฟังชายหนุ่มผมเงินคนนั้นเปรยถึง

 

 

 

เขาเรียนวิชาวรรณคดีสมัยใหม่นี้จบไปตั้งแต่ตอนปีหนึ่ง แต่ด้วยความที่ตึกคณะใกล้กัน…ยูริจึงมีโอกาสได้เห็นหน้าโปรเฟสเซอร์นิกิโฟรอฟแบบผ่านๆ ตาอยู่อีกหลายที และก็ได้ยินบทสนทนาอย่างเพ้อฝันจากกลุ่มสาวๆ ร่วมคณะที่พูดถึงเจ้าตัวบ่อยครั้ง แต่ถ้านับโดยรวมแล้ว…ยูริไม่ได้ปฏิสัมพันธ์อะไรกับโปรเฟสเซอร์นิกิโฟรอฟมากไปกว่านักศึกษาที่นั่งโต๊ะแถวหน้าเลย และก็ไม่ได้อยู่ในวงโคจรชีวิตของกันและกันแล้วด้วยตั้งแต่วิชาเสริมหน่วยกิตนั่นจบลง

 

 

 

แต่ในมุมเล็กๆ ของใจเขานั้น ยูริก็รู้ดีว่าตนยังเขินอยู่เวลาคิดถึงหน้าของอีกฝ่าย

 

 

 

ก็แน่ล่ะ เขาเก่งแถมหล่อซะขนาดนั้น

 

 

 

ยูริคิดกับตัวเองพลางยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ ใช้มันเป็นข้ออ้างในการลอบมองตามชายหนุ่มผมเงิน…ตอนนี้เจ้าตัวถือถ้วยกาแฟไปนั่งตรงโต๊ะมุมโซฟาแล้ว นิยายของอกาธา คริสตี้เรื่อง And Then There Were None ถูกเปิดออกอ่านเมื่อร่างสูงโปร่งนั่งลงบนเบาะหนานุ่มได้อย่างสบายตัวแล้ว

 

 

 

“โทษที กลับมาละ” เสียงของพิชิตเรียกความสนใจของยูริกลับมา “โอเค…ที่เราคุยกันอยู่เมื่อกี้ บอกความจริงหรือหาแฟนให้ได้…ตกลงเลือกได้รึยัง?”

 

 

 

ยูริหลุดหัวเราะออกมา “ทำไมนายถึงต้องพูดให้มันฟังเหมือนเลือกเมนูอาหารด้วยหา?”

 

 

 

“ก็เพราะมันก็คือการเลือกเหมือนกันไงล่ะ” พิชิตหัวเราะตาม ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาพูดจริงจัง “เพราะยังไงนายก็ต้องเลือกสักทางน่ะ…จริงๆ นะ”

 

 

 

ยูริหยุดหัวเราะบ้าง ถอนหายใจเบาๆ “นั่นสินะ…”

 

 

 

“อย่าเครียดน่า…ค่อยๆ คิดก็ได้ มีเวลาถึงธันวาแน่ะ นี่เพิ่งสิงหาเอง” พิชิตปลอบ ล้อนิดๆ ให้เพื่อนสบายใจ “ไม่แน่นะ ระหว่างนี้อาจจะมีใครหลงเสน่ห์น้องหมูขึ้นมาก็ได้~”

 

 

 

ยูริแกล้งทำหน้าบึ้งตึงทันที พยักเพยิดไปที่ถ้วยกาแฟในมือ “ใครล่ะที่แถมวิปครีมฟรีให้ฉัน?”

 

 

 

พิชิตหัวเราะตอบ ก่อนจะแปะมือเข้าหากัน ดวงตาวาววับ “ฉันนึกออกแล้ว ถ้าไม่ได้จริงๆ…เราทำเหมือนในหนังแล้วจ้างคนมาปลอมตัวเป็นแฟนนายก็ได้ เก็บนี่ไว้เป็นไม้ตายละกัน!”

 

 

 

ยูริหัวเราะออกมาแต่ก็ปฏิเสธเป็นพัลวัน แก้มขึ้นสีนิดๆ จนแดงระเรื่อ

 

 

 

ตรงอีกมุมของร้าน ชายหนุ่มผมเงินมองมาตามเสียงเล็กน้อย แค่เสี้ยววินาทีสั้นๆ…ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจะกลับไปสนใจตัวหนังสือบนหน้ากระดาษต่อ

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

เขาคิดว่าตัวเองยังมีเวลาอีกมากจนกระทั่งถึงตอนที่ตระหนักได้ว่าตัวเองไม่มีเวลาเหลืออีกแล้ว

 

 

 

เพราะพ่อกับแม่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีกแล้วและเขาก็มัวแต่เตรียมตัวอ่านสอบ ยูริจึงลืมไปสนิทว่าตนยังคงโสดสนิทและปฏิทินก็เดินทางมาถึงจะสิ้นเดือนพฤศจิกายนแล้ว…เขามานึกขึ้นได้ถึงเรื่องนี้เอาก็ตอนที่ส่งเปเปอร์ฉบับสุดท้ายไปแล้ว ความโล่งใจหลังเคลียร์งานหมดถูกหยุดกึกเหมือนเสียงเพลงที่หายวับเมื่อเขานึกขึ้นได้หลังเริ่มคิดถึงร้านอาหารสำหรับมื้อกลางวัน

 

 

 

มื้อกลางวันที่ควรจะเป็นเวลาที่เขาได้แนะนำให้แฟนได้รู้จักกับพ่อแม่

 

 

 

มื้อกลางวันของวันที่สามสิบพฤศจิกายน

 

 

 

และตอนนี้คือวันที่ยี่สิบเก้าพฤศจิกายน

 

 

 

มื้อกลางวันของวันพรุ่งนี้

 

 

 

มื้อกลางวันที่เขาเหลือเวลาอีกไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วด้วยซ้ำในการสละโสด

 

 

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

ยูริดีดตัวผลุงขึ้นมาจากโซฟาที่นอนกดมือถือเล่นอยู่ทันที ชายหนุ่มยังได้ส่งเสียงอย่างสติแตกต่ออีกเล็กน้อย ก่อนจะโทรหาเพื่อนชาวไทยของตนทันที ไม่แม้แต่จะพูดทักทายเมื่ออีกฝ่ายรับสาย

 

 

 

“พิชิต!!!! พ่อกับแม่ฉันจะมาพรุ่งนี้แล้ว!!!!”

 

 

 

“โอ้! ดีจัง!” เพื่อนสนิทพูดตอบมา เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวก็ลืมไปแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ยูริต้องทำให้ได้ก่อนวันพรุ่งนี้ แต่ก็อุทานตามมาทันทีหลังเสี้ยววินาที “ฮะ เฮ้ยูริ! แล้วนี่นาย—”

 

 

 

“ยังเลยน่ะสิ!” อะดรีนาลีนจากความสติแตกเริ่มลดลงบ้างแล้ว ทำให้ยูริปรับโหมดเข้าสู่สภาวะเคว้งคว้างแทน “พิชิต…ฉันตายแน่…”

 

 

 

“อย่าพูดอย่างนั้นสิ!” หนุ่มน้อยชาวไทยดุทันที “นี่เพิ่งสองทุ่มเอง…ยังมีเวลาตั้งเยอะ”

 

 

 

ยูริอยากหัวเราะและร้องไห้ออกมาพร้อมๆ กัน “พิชิต…นี่ไม่ใช่เรียงความที่ฉันแค่โต้รุ่งปั่นมันแล้วก็จบนะ”

 

 

 

เพราะในนาทีนี้ เขาพร้อมจะเขียนเรียงความเพิ่มอีกสักสี่ฉบับเลยล่ะ…ถ้านั่นจะช่วยสถานการณ์ตอนนี้ได้

 

 

 

“ฉันแค่จะบอกว่านายควรใจเย็นแล้วค่อยๆ คิดเท่านั้นน่า” พิชิตตอบมา นิ่งคิดสักพักก่อนจะพูดต่อ “ยูริ…ตอนนั้นฉันแค่ล้อเล่น แต่ตอนนี้อาจจะต้องลองจริงจังแล้วล่ะ…ไม้ตายของเราน่ะ จำได้มั้ย?”

 

 

 

ยูริขมวดคิ้วทันที “หาคนมารับจ้างเป็นแฟนฉันน่ะนะ? นายบ้ารึเปล่าน่ะหา?”

 

 

 

“มันก็ต้องมีล่ะน่า…นายไม่เคยอ่านพวกแฟนฟิคในอินเตอร์เน็ตเหรอ ลองหาในกูเกิ้ลดูก่อนสิ” เขานึกภาพพิชิตยักไหล่ออกเลย “เพราะฉันอาจจะบ้าในสายตานายนะ…แต่ถามหน่อยเถอะว่านายมีทางอื่นอีกเหรอตอนนี้?”

 

 

 

นั่นจึงทำให้ยูริพบว่าตัวเองในสิบนาทีถัดมานั้นกำลังนั่งอยู่ตรงโซฟาเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีแล็ปท็อปเปิดอยู่บนตัก…พร้อมกับข้อความที่น่าอายที่สุดอยู่ในกล่องเสิร์ชข้อมูลของเว็บกูเกิ้ล

 

 

 

ให้ตายเถอะ ยูริรู้สึกอยากเหวี่ยงแล็ปท็อปนี่ออกไปนอกหน้าต่าง…และทางที่ดีก็ให้มีตัวเขาถูกเหวี่ยงตามออกไปด้วย โดดตึกอาจจะง่ายกว่าอีกมั้งเนี่ย

 

 

 

หากพิชิต จุฬานนท์ก็พิสูจน์ให้เขาเห็นอีกครั้งว่าพลังอำนาจแห่งอินเตอร์เน็ตนั้นมีจริง…เพราะหลังจากคว้าน้ำเหลวไปสองสามครั้ง ยูริก็ค้นพบเว็บจัดหาแฟนตัวปลอมในที่สุด แถมระบบอันมืออาชีพของมันก็ทำให้เขาอึ้งสุดๆ ไปเลยด้วย…เพราะการค้นหานั้นถูกจัดหมวดหมู่อันแสนสะดวก เรียงไล่ได้จากทั้งเพศ อายุ รสนิยมส่วนตัว ไปจนถึงละแวกที่อยู่พอเป็นสังเขปเลยทีเดียว

 

 

 

แต่ยูริก็ยังคงเป็นยูริ…ชายหนุ่มใจถึงเปิดไปได้แค่ไม่กี่หน้าเสิร์ชเท่านั้น ก่อนจะส่งเสียงร้อง(??)แบบทีแรกสุดออกมาพร้อมปิดฝาแล็ปท็อปลง

 

 

 

ไม่ไหวไม่ไหวไม่ไหว… มือถูกยกขึ้นมาปิดหน้า …เขาสติเต็มร้อยเกินไปที่จะมาทำเรื่องแบบนี้

 

 

 

นั่นจึงทำให้ยูริพบว่าตัวเองในสามสิบนาทีถัดมานั้นย้ายตัวจากอพาร์ตเมนต์มานั่งในผับแถวๆ นั้นแทน เสียงเพลงดังลั่นมาสลับกับเสียงโห่เชียร์มาจากทางแดนซ์ฟลอร์ที่มีเสาจัดอยู่ให้ด้วย แต่ยูริก็ไม่คิดจะบ่นอะไรนักเพราะพื้นที่ตรงบาร์นี้ยังสงบระดับที่ไม่ต้องตะโกนคุยกับบาร์เทนเดอร์อยู่

 

 

 

“เอาเป็น…” ยูริหยุดชื่อค็อกเทลไว้เพราะเปลี่ยนความคิด “…วอดก้า จะผสมอะไรหรือไม่ผสมก็เอามาได้เลย ขอแค่มีวอดก้าก็พอ”

 

 

 

หนึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มวางแผนในตอนที่ยังมีสติ ให้เวลากับแอลกอฮอล์หนึ่งชั่วโมง แล้วจากนั้นเราจะกลับไปส่องไอ้เว็บติงต๊องนั่นให้จบๆ ไป

 

 

 

บาร์เทนเดอร์ไม่ปิดว่าเจ้าตัวหัวเราะกับโหมดดับเครื่องชนของยูริ แต่ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเยี่ยม…เครื่องดื่มที่เขาได้รับมานั้นผสมอะไรหวานๆ ก็จริง แต่รสของวอดก้าก็เข้มจนคอร้อนวาบทันทีที่กลืนลงไป

 

 

 

เขาจัดการทั้งหมดนั่นจนเรียบในสามอึก แก้วกระทบเคาเตอร์บาร์ดังกึกเมื่อถูกวางลง

 

 

 

บาร์เทนเดอร์หัวเราะออกมาชัดๆ แล้ว ก่อนจะวางเครื่องดื่มแก้วใหม่ลงตรงหน้ายูริ

 

 

 

 

 

 

**

 

 

 

เขาไม่ได้กลับอพาร์ตเมนต์ภายในหนึ่งชั่วโมง

 

 

 

แต่ก็อีกนั่นแหละ…เขาอาจจะกลับอพาร์ตเมนต์มาภายในหนึ่งชั่วโมงก็ได้ แค่ยูริตอบไม่ได้เพราะจำอะไรไม่ได้เลยเท่านั้นแหละ

 

 

 

สมองค่อยๆ ปรับจูนเข้าสู่นาทีปัจจุบัน…แว่นตาของเขาไม่พัง แต่ยังไงข้อเท็จจริงเดิมก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง…ยูริเมาค้างและยังคงโสดสนิท

 

 

 

แล้วก็กำลังจะต้องพาแฟนไปเจอพ่อกับแม่ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงแล้วด้วย

 

 

 

ชายหนุ่มค่อยๆ หยัดตัวขึ้นมาจากท่านอนตะแคง ส่งเสียงฮื่อๆ ประกอบประปราย แต่ก็ทำสิ่งที่สำคัญที่สุดสำเร็จในที่สุด…ซึ่งก็คือการลากแล็ปท็อปมาใกล้ตัวแล้วเปิดมันขึ้นมา

 

 

 

หน้าจอสว่างวาบทันที บอกให้รู้ว่ายูริไม่ได้ปิดเครื่องไปหลังใช้มันเสร็จเมื่อคืน…หากอายุแบตเตอรี่ไม่ใช่สิ่งที่ชายหนุ่มสนใจในตอนนี้ เขาคลิกเปิดดูหน้าเบราเซอร์เพื่อเช็ค…ก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ค้างอยู่คือหน้าเว็บไซต์เดิมที่มีประโยคบอกว่าข้อความของเขาได้ถูกส่งเข้ามาที่กล่องข้อความของตัวเว็บแล้ว เพราะตั้งแต่ก่อนจะออกไปผับนั้น…ยูริค่อนข้างตัดสินใจได้แล้วว่าตนคงไม่ส่งข้อความหาใครโดยตรง แต่เลือกที่จะส่งข้อความเข้าไปหาตัวเว็บไซต์โดยตรงแล้วให้มันจัดการติดต่อคนที่สนใจไปแทน…แค่ในนาทีก่อนแอลกอฮอล์จะเต็มกระแสเลือดนั้น ยูริไม่มีกำลังใจมากพอในการพิมพ์ข้อความเล่าสถานการณ์ย่อๆ ของชีวิตตอนนี้เท่านั้นเอง

 

 

 

ให้ตายเถอะ… ชายหนุ่มเริ่มสติแตกใหม่เมื่อนึกขึ้นได้ แล้วถ้าไม่มีใครสนใจล่ะ???

 

 

 

นั่นจึงทำให้เสียงกริ่งหน้าห้องเป็นอะไรที่ไม่ต่างจากเสียงกระดิ่งนางฟ้าเลยสักนิด

 

 

 

 

ยูริไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน…เสื้อยืดยับย่นกับกางเกงที่ยับยิ่งกว่า ชายหนุ่มพุ่งปราดไปที่ประตูหน้าทันที ไม่แม้แต่จะมองตาแมวด้วยซ้ำแต่กระชากบานไม้ออกไปเลย

 

 

 

 

และก็ได้รับรู้ถึงความรู้สึกอยากสลายร่างเป็นฝุ่นผงอย่างท่วมท้นทันที…ทั้งจากแสงแดดที่สาดจ้าใส่หน้าและทั้งจากความหล่อกริบไร้ที่ติของบุคคลหน้าประตู

 

 

 

 

“ปะ โปรเฟสเซอร์นิกิโฟรอฟ…” ยูริส่งเสียงพะงาบๆ ออกมา “คุณ…คุณมาทำอะไรที่นี่…???”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

******************************

 

มีใครเคยสงสัยมั้ยคะว่าไอ้สตาร์บัคส์สาขานี้มันได้เงินสนับสนุนจากกรังปรีซ์ไฟนอลรึเปล่า

 

 

สวัสดีค่ะ หลังจากอปป้ากับพิชิต เฮียโอตาเบคกับเสือจิ๋ว (และเลโอกวงหงในทวิต) เราก็ตามมาด้วยคัตสึด้งวุ่นวายกับผู้ชายของเธอแล้วค่ะ แงงงงงงง

 

………ไม่รู้จะทอล์คอะไรค่ะ รู้สึกสติเบลอๆมากแง เขียนอัลไลก็ไม่รู้ รู้สึกว่ามัน ฟหกด มากๆ(….) แต่หวังว่าคนอ่านจะเพลิดเพลินนะคะ

 

 

มันควรมาแค่สั้นๆค่ะ แต่บทแรกสรุปคือ 7 หน้าเอสี่ อาห์………………….

 

 

แล้วมาลุ้นกันต่อไปนะคะว่าตกลงโปรเฟสเซอร์นิกิโฟรอฟมาทำอะไรที่นี่ ก้ากกกก

 

 

 

ทิพย์เองค่ะ

Advertisements

9 responses to “[Yuri!!! On Ice Fic][VictorYuuri] Looking Across the Universe, Searching for Neptune (1)

  1. เอ็นดูครอบครัวคัตสึกิหนักมากจริงๆค่ะ 😂
    น่ารักกกกกกกก 555555555

    หมูลูก ถ้าหนูจะเปิดโหมดดับเครื่องชน หนูชนคุณโปรเฟสเซอร์ไปให้รู้แล้วรู้แรดไม่ดีกว่าเหรอคะ 😂

    พิชิตโตะคุงน่ารักเสมอค่ะ //ทำมือโป้งชี้ก้อย

    ส่วนคุณผมเงิน ที่ปรายตามองน้องนั่นสนใจเขาล่ะสิ
    ทำไมรู้สึกว่าคุณโปรเฟสเซอร์ดูมีเบื้องลึกเบื้องหลัง 😂

    ตอนจบทำเอานึกถึงท้ายเอพหนึ่งเลยค่ะ //จบคุณวิคปลดผ้า //ผิด //ผิดมาก

    Like

  2. ว้อดก้าทรงโปรด
    ใครคือบาร์เทนเดอร์คนนั้น ที่ผสมเหล้าให้ ยูริที่เมาเกินอัตรา

    เหตุใดชายในฝันถึงมาหน้าประตู
    ลุ้นกันต่อไป แต่ตอนนี้มีแฟนไปแนะนำพ่อแม่แล้วแน่นอน (ใช่รึ)

    Like

  3. I didn’t see that coming ค่ะพี่ทิพย์…
    -ว่าไงดี อึดอัดตามเลย โธ่พ่อแม่ รักพ่อแม่นะ แต่พ่อแม่พึ่งทำให้ลูกชายเครียดเกือบบ้า อยากโดดตึกแล้วพุ่งเข้าผับนะคะ พอเถอะ พอแล้ว
    (มีแววว่าจะเมาตกผู้มาอีกแล้วด้วย……………นังคัตสึด้งร้ายกาจ!!!)
    ยังเดาทางไม่ออก รออ่านต่อนะคะ
    -บู้บี้ดูคุณชายนิกินะ บู้บี้ต้องเปกาแฟกี่แก้วถึงได้คุยกับเขา ว่าแต่พิชิตโตะ หนูอ่านแฟนฟิคด้วยเหรอลูก/กุมอก
    -วิคเตอร์น่ากลัวมากค่ะ ครั้งที่แล้วเกือบได้ซื้อโลลิต้ามาอ่าน(ตัดใจเพราะรีวิวพี่ทิพย์บอกภาษายากมากนี่ล่ะ555) ครั้งนี้ก็เริ่มอยากรู้ว่าอันนา คาเรนินาเป็นยังไงกูเกิ้ลแล้วนิยายรัสเซียทั้งคู่ Wow
    -แวบนึง…ตอนเปิดประตู…คิดว่าแสงจ้านี่คือสะท้อนเหม่งใช่มะ//เอาตัวเองไปเก็บ

    Like

  4. โอ้ยยยย ชอบมากเลยค่ะ หมูน้อยน่ารักตะมุ๊ตะมิ๊จริงๆ ล่ะเมื่อคืนไปทำอะไรมาคะลูก😂
    ถ้าได้เรียนกะโปรเฟสเซอร์คนนี้ติ่งเองก็จะขอไปนั่งหน้าด้วยค่ะฟฟฟฟฟฟ
    รอติดตามตอนต่อไปนะคะ

    Like

  5. ชอบภาษา ชอบการบรรยายของไรต์ ชอบความเรียลในเรื่อง ชอบช็อตที่คุณโปรเฟสเซอร์มองยูริกับพิชิต’แว๊บ’นึงจังเลย♡
    อ่าเพลินมากๆเลยค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ >__<

    Like

  6. หมูเอ้ยหมู เอ็นดูเหลือเกิน~

    นั่นสินะคะ…สตาบัคร้านนี้ได้เงินสนับสนุนจากกรีงปรีไฟนอลเเน่นอน5555

    Like

  7. โอยยยยย….อะไรพาโปรเฟซเซอร์มาละคะเนี่ยย อ๊าคคคคช๊อคแทน รอตอนต่ออย่างระทึก

    Like

  8. โอ้ยยย น้องหมูวววววววว ไม่รู้จะพูดยังไงเลยนะะะะ แต่ก็เอ็นดูเธออยู่ ครอบครัวน้องหมูก็น่ารัก อยากให้ลูกมีแฟน ฮ่าๆๆๆๆๆ //ขำคัตสึด้งวุ่นวายกับผู้ชายของเธอจังค่ะ ฮ่าๆๆ ดูน่ารักมากๆ เลยค่ะ

    ปล. พิชิตน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย เยิฟฟฟฟ

    Like

  9. หมูคะ55555555555 ทำไมรู้สึกว่าเรามีอะไรรีเลท โสดสนิทแถมต้องทำรายงาน แต่ต่างกันตรงที่เราไม่มีอจหล่อสัสรัสเซียคนนั้น /ไม่ใช่ละ

    นางต้องดมาแล้วได้ผู้แน่ๆค่ะ น้องสัมผัสได้ หึ /ขยัยมุมปากเป็นมุม 45 องศากับระนาบพื้น

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s