[XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (9)

 
 
 
Adagio Sostenuto
X-Men: First Class Fanfiction by Tippuri~ii* 
 

 

    
 

 
 
Pairing:  Erik Lehnsherr x Charles Xavier
Fandom: X-Men First Class
 
 
 
 
 
 
 

Type: AU fanfiction

 
 
 
 
 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 **********************************
 
 
 
 
 
 
 
 
 
************************************
 
 

 

 

— IX —

 

giocoso 

playful; merry

  

 

              

 

 

ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอเวลาเกินสองสัปดาห์แรกด้วยซ้ำในการจะสรุปความเห็น…สมาชิกวงนิวยอร์กฟิลฮาโมนิกออเคสตร้าได้ตกลงเป็นเสียงเดียวกันตั้งแต่การซ้อมไม่กี่ครั้งแล้วว่าอีริค เลนเชอร์เป็นคอนดักเตอร์ที่ทำงานเพื่อเสียงเพลงอันสมบูรณ์แบบและเข้มงวดเข้าขั้นดุจนน่ากลัวเวลาพบจุดบกพร่องที่ไม่ได้รับการแก้ไขทั้งๆ ที่เน้นย้ำไปแล้ว

 

 

 

 

แน่นอนว่ามีคนไม่พอใจการทำงานของเจ้าตัวอยู่บ้าง แต่ความเป็นมืออาชีพก็ทำให้ต้องยอมรับอยู่ดีว่าวิธีการของมิสเตอร์เลนเชอร์นั้นทำให้เสียงดนตรีออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างทรงพลังไร้ที่ติ และเป็นการขัดเกลาให้นักดนตรีแต่ละคนใส่ใจแก้ไขแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในการเล่นของตัวเองด้วย แถมที่สำคัญก็คือ…ทุกคนต่างรู้ดีว่าภายใต้หน้าตาเย็นชากับคิ้วที่ขมวดขึงตลอดนั่น มิสเตอร์เลนเชอร์พร้อมจะให้คำอธิบายและคำแนะนำอย่างละเอียดเสมอสำหรับคนที่เข้าไปปรึกษา และทุกคำติอันตรงไปตรงมานั้นก็คือข้อเท็จจริงที่ถ้าผู้ที่ได้รับแก้ไขมันได้ ก็จะหมายถึงฝีมือที่พัฒนาขึ้นอีกของเจ้าตัวเองทั้งสิ้น

 

 

 

 

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนใจสั่นขวัญแขวนน้อยลงไปสักนิดทุกครั้งที่มิสเตอร์เลนเชอร์เริ่มต้นคอมเมนต์การซ้อม…เพราะถ้าไม่ใช่การพูดเสียดสีแบบที่ทำให้รู้สึกเย็นเยียบจนอยากร้องไห้ มันก็จะเป็นการข่มขู่เอาคำตอบด้วยเสียงอันดังและสีหน้าเหมือนฉลามแยกเขี้ยวอย่างพร้อมจะกินหัวนักดนตรีที่ซ้อมมาไม่ดีพอในสายตาเจ้าตัว หรือที่เลวร้ายที่สุดก็คือ…เป็นส่วนผสมของสองแบบที่กล่าวไปข้างต้นรวมกัน

 

 

 

 

แฮงค์จึงคิดว่านับเป็นโชคดีที่วันนี้สิ่งที่พวกเขาได้เจอนั้นเป็นแค่แบบที่สองเท่านั้น

 

 

 

 

“คลาริเน็ต” นี่ยังไม่สิบโมงครึ่งด้วยซ้ำ แต่มิสเตอร์เลนเชอร์ก็มีสีหน้าเคร่งขึงอย่างเต็มที่แล้ว แขนเสื้อคอเต่าสีดำสนิทถูกดึงให้ร่นขึ้นไปเหนือศอก…และท่อนแขนเรียวยาวที่กอดอกอยู่นั้นก็ไม่ช่วยให้เจ้าตัวดูเป็นมิตรขึ้นเลยสักนิดเดียว “ผมคิดว่าเราคุยกันไปแล้วนะว่าตรงท่อนนี้ เสียงของคุณต้องไม่เด่นขึ้นมา เพราะงั้นผมเลยอยากรู้ว่าคุณมีเหตุผลอะไรไหมที่คุณเล่นออกมาอย่างที่คุณเล่นไปเมื่อกี้…เพราะเสียงคุณมันเด่นออกมาที่สุดเลย

 

 

 

 

 ดีที่ถึงจะพูดว่าอยากรู้ แต่คุณวาทยกรก็ไม่ได้จี้อะไรต่อ…ซึ่งก็คงเพราะเจ้าตัวมีเหยื่อรายถัดไปอยู่ในใจแล้ว ดวงตาสีเทาตวัดฉับไปทางทิมปานีด้านหลัง…เรียกเสียงครางอ๋อยเบาๆ จากนักดนตรีได้ก่อนการว้ากจะเริ่มต้นเสียอีก

 

 

 

 

“ทิมปานี!” เสียงดุๆ นั่นตวัดฉับราวกับจะคาดโทษว่าอย่าคิดหลบไปแอบด้านหลังกลองเชียวนะ “ตอนมูฟเมนต์แรกนั่นคุณตีอะไรของคุณหา?? นี่มันซิมโฟนี…คุณเข้าใจผิดว่าตัวเองกำลังแสดงเพลงมาร์ชอยู่รึไง???”

 

 

 

 

และอีริคก็กำลังเดินหน้าสับการแสดงของกลุ่มเครื่องเป่าทองเหลืองอยู่เลยตอนที่ประตูห้องซ้อมถูกเปิดออก…หญิงสาวผู้มีเรือนผมยาวสีน้ำตาลเข้มอมแดงนิดๆ ยื่นหน้าเข้ามา เธอคือหนึ่งในพนักงานที่อยู่ตรงล็อบบี้และคอยดูแลเรื่องผู้มาติดต่อนั่นเอง

 

 

 

 

“ว่าไงแมดเดอลีน” อีริคถามเสียงห้วน แฮงค์ไม่แปลกใจสักนิดที่หญิงสาวสูดลมหายใจนิดๆ อย่างตั้งสติพร้อมพยายามยิ้มหวาดๆ อย่างใจดีสู้เสือ

 

 

 

 

“ขอโทษที่รบกวนค่ะมิสเตอร์เลนเชอร์” แมดเดอลีนรีบพูดอย่างรวดเร็ว “มีคนมาขอพบคุณค่ะ…ชื่อมิสเตอร์ชาร์ลส์ เซเวียร์น่ะค่ะ”

 

 

 

 

“อ๋อเหรอ” เสียงยังคงเรียบนิ่ง แต่ทำไมก็ไม่รู้…แฮงค์รู้สึกว่าสภาวะมาคุที่กดดันทุกคนในห้องจนหายใจไม่ทั่วท้องดูจะลดระดับลงไปเกินสิบจุด “ให้เขาเข้ามาสิ ขอบใจมากแมดเดอลีน”

 

 

 

 

ท่าทางผู้มาขอเข้าพบจะยืนรออยู่ข้างๆ หญิงสาวนั่นเอง เพราะเธอแค่ขยับเป็นเชิงเปิดทางให้เล็กน้อยก่อนจะผลุบตัวหายไปจากตรงนั้น…ปล่อยให้ชายหนุ่มผมดำในชุดเรียบร้อยเกินอายุทับด้วยคาดิแกนสีน้ำเงินเข้มเดินเข้ามา รอยยิ้มสดใสของเจ้าตัวช่างดูผิดที่ผิดทางนักในบรรยากาศห้องซ้อม ณ ขณะนี้

 

 

 

 

“หวัดดีอีริค” ชาร์ลส์ทัก ผงกศีรษะนิดๆ ให้แฮงค์ด้วย ก่อนจะกวาดตาไปรอบห้อง…แก้มขึ้นสีเรื่อนิดๆ “อ่า…ขอโทษนะครับที่มารบกวนการซ้อม…”

 

 

 

 

ทุกคนสบตากับชายหนุ่มผู้มาใหม่แค่นิดเดียวก่อนจะตวัดสายตาไปหาคุณคอนดักเตอร์ทันที…เป็นที่รู้กันว่าปกติแล้ว อีริค เลนเชอร์ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่อยู่แล้วที่มีคนนอกมาขัดจังหวะการซ้อม

 

 

 

 

แถมนี่ดันมาตอนกำลังคอมเมนต์ในรูปแบบภูเขาไฟระเบิดด้วย…ภาวนาให้คนคนนี้มีชีวิตรอดกลับไปด้วยเถอะ…

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้ประโยคต่อมาจากปากคุณคอนดักเตอร์แทบจะดึงเหล่านักดนตรีที่สวดมนต์กันอยู่ในใจให้ตกเก้าอี้เลยทีเดียว

 

 

 

 

“นายไม่ได้กวนอะไรหรอก” อีริคพูดนิ่งๆ “ฉันว่าจะปล่อยพักอยู่พอดี…มีอะไรล่ะ?”

 

 

 

 

“อ๋อ…โอเค” ชาร์ลส์ เซเวียร์ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรเสียด้วย ราวกับบรรยากาศทะมึนๆ หรือสีหน้าแบบฆาตกรต่อเนื่องผู้มีปัญหาด้านการกดอารมณ์โกรธของมิสเตอร์เลนเชอร์ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวรู้สึกรู้สาอะไรเลย แถมยังยิ้มสดชื่นได้อย่างสบายๆ ต่ออีกต่างหาก “นายลืมมือถือไว้ที่ห้องน่ะ แล้วนี่ฉันผ่านมาทางนี้พอดี เลยคิดว่าแวะเอามาให้ดีกว่า…เพราะนี่มีคนโทรมาเป็นมิสส์คอลตั้งสองสามครั้งแล้วล่ะ”

 

 

 

 

มือเรียวยาวของคุณคอนดักเตอร์ยื่นออกไปแบรอรับโทรศัพท์ของตัวเอง ก่อนจะถามเสียงห้วนๆ…ดวงตาจับจ้องไปที่ถ้วยกระติกเก็บความร้อนในมืออีกข้างของมิสเตอร์เซเวียร์ “นั่นมีคาเฟอีนรึเปล่าน่ะ?”

 

 

 

 

“นี่น่ะเหรอ?” ดวงตาสีฟ้าเหลือบมามองบ้าง ก่อนจะเลื่อนกลับไปสบกับดวงตาสีเทาเหมือนเดิม “มีสิ”

 

 

 

 

มือเรียวยาวของคุณคอนดักเตอร์เลยยื่นออกไปอีกรอบ เรียกเสียงถอนหายใจอย่างหน่ายๆ กับการกลอกตาจากคนตัวเล็กกว่า แต่เจ้าตัวก็ยอมส่งถ้วยกระติกให้อีกฝ่ายไปยกขึ้นดื่มโดยดี

 

 

 

 

“ให้ตายสิชาร์ลส์” อีริคสบถเบาๆ ตอนกลืนเครื่องดื่มเรียบร้อย “วันทำงานนายยังจะกินชาอีกเหรอ?”

 

 

 

 

“ขอร้องเถอะอีริค อย่ามาบ่นหน่อยเลย” เสียงนุ่มนวลที่โต้ตอบนั้นเจือกระแสขันๆ มากกว่าโมโห “ยอมรับเถอะ…นายชอบเอิร์ลเกรย์ที่ฉันชง”

 

 

 

 

คุณคอนดักเตอร์ส่งเสียงเฮอะราวกับประโยคนี้คือเรื่องไร้สาระ แต่ก็ยกถ้วยกระติกขึ้นดื่มอีกอึกอยู่ดี

 

 

 

 

ช่วงเวลาของการคอมเมนต์การซ้อมยังดำเนินต่อไปอีกเกือบสิบห้านาทีหลังจากที่มิสเตอร์เซเวียร์ขอตัวออกไปแล้ว แต่ทุกคนก็ไม่ค่อยจะตั้งใจฟังกันสักเท่าไหร่ผิดวิสัย…หนึ่งเพราะสิ่งเดียวที่อยู่ในหัวคือความตะลึงเข้าขั้นช็อคของเหตุการณ์ที่เพิ่งได้เห็นไป แต่หลักๆ ก็คือเพราะว่าถึงจะยังพูดจาห้วนห้าวอยู่ก็จริง แต่มิสเตอร์เลนเชอร์ก็ไม่ได้ปล่อยรังสีอาฆาตมืดทะมึนเท่าทีแรก สีหน้าอาจจะยังเย็นชา…แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกหนาวยะเยือกปนอยากร้องไห้เท่าไหร่อีกแล้ว

 

 

 

 

นี่…นี่จะสามารถนับได้หรือเปล่านะว่ามิสเตอร์เซเวียร์คนนั้นทำให้เจ้าตัวอารมณ์ดีขึ้น…?

 

 

 

 

ไม่มีใครถามคำถามนี้ออกมา แต่แฮงค์ก็ได้รับการบอกเป็นนัยๆ จากนักดนตรีมากกว่าหนึ่งคนว่าถ้าทำได้ก็ลองชวนให้ชาร์ลส์ เซเวียร์แวะเวียนมาที่ห้องซ้อมอีกบ้างก็ดีตอนที่ทุกคนได้รู้ว่าเขาเป็นรุ่นน้องโรงเรียนเก่าของเจ้าตัว

 

 

 

 

 

**

 

 

ถ้าถามนักศึกษาคนไหนคณะใดก็ตามที่ลงเรียนวิชาประสาทวิทยากับศาสตราจารย์เซเวียร์ ใครๆ ก็คงยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าศาสตราจารย์เป็นอาจารย์ที่ดีที่สุดเท่าที่นักศึกษาคนนึงหวังจะได้พบ…ไม่ว่าจะเป็นวิธีการสอนที่ทำให้เนื้อหายากๆ กลายเป็นอะไรที่เข้าใจได้ง่าย การอธิบายเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ จนเป็นภาพใหญ่ รอยยิ้มที่ต้อนรับคำถามทุกประเภทอย่างใจเย็นอดทน ไปจนถึงการไม่ถือสาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างที่อาจารย์หัวเก่าบางคน ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้คำบอกเล่าถึงศาสตราจารย์เซเวียร์นั้นล้วนแต่เป็นไปในทางบวกทั้งสิ้น

 

 

 

 

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่มีใครชักสีหน้าไม่พอใจเลยเมื่อเสียงการบรรยายหยุดกะทันหัน ตามมาด้วยคำขอโทษของตัวอาจารย์ผู้สอนที่กำลังถือโทรศัพท์เครื่องเล็กไว้ในมือ

 

 

 

 

“โทษทีนะทุกคน” ชาร์ลส์มีสีหน้าลำบากใจ “ขอฉันรับโทรศัพท์หน่อยนะ”

 

 

 

 

ชายหนุ่มรู้ดีว่ามันเสียมารยาทต่อชั้นเรียน…แต่หมายเลขนี้เป็นหมายเลขที่ไม่เคยโทรหาเขาในเวลาแบบนี้เลย นั่นจึงทำให้อดรู้สึกหวั่นใจไม่ได้จนกดตัดสายไม่ลง ปลายนิ้วแตะลงบนปุ่มสีเขียวบนหน้าจอในขณะที่มืออีกข้างก็วางไมโครโฟนที่ใช้ในการสอนลงบนโต๊ะ…หากไม่ได้รู้ตัวเลยว่าในห้องเลคเชอร์อันเงียบสงบนี้ เสียงของตนก็ยังเป็นที่ได้ยินได้ชัดอยู่ดี

 

 

 

 

“หวัดดี” คิ้วขมวดนิดๆ อย่างกังวล “มีอะไรรึเปล่า? ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นใช่มั้ย??”

 

 

 

 

เสียงปลายสายไม่เล็ดรอดออกมา แต่ท่าทางว่าคำตอบคือคำว่าไม่…เพราะคุณศาสตราจารย์ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจปนงุ่นง่าน “ให้ตายเถอะ…นี่ฉันนึกว่า—ให้ตายเถอะ นายรู้มั้ยว่าฉันสอนอยู่??”

 

 

 

 

สีหน้าหัวฟัดหัวเหวี่ยงของมิสเตอร์เซเวียร์ทำให้นักศึกษาที่โต๊ะแถวหน้าสุดต้องเริ่มกลั้นยิ้มแล้ว

 

 

 

 

“แล้วตกลงโทรมามีอะไรสำคัญมั้ย— อ๋อ เรื่องมื้อเย็น” ไม่บ่อยนักที่ชายหนุ่มผมดำจะใช้เสียงราบเรียบแห้งแล้งเช่นนี้ ทุกคนจึงแอบทึ่งกับคนปลายสายเบาๆ “นี่นายโทรมาทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันสอนอยู่เพราะจะคุยเรื่องมื้อเย็น…โอเค”

 

 

 

 

สีหน้าต่อมาของมิสเตอร์เซเวียร์ทำให้คนมองรอบๆ ตัวพอจะเดาได้ว่าทางปลายสายคงพูดจาไม่แคร์ใครแบบนิสัยไม่ดีเท่าไหร่ตอบมา

 

 

 

 

“ราวิโอลี? ราวิโอลีอีกแล้วเหรอ?? นายเพิ่งทำไปเมื่อไม่นานมานี้เองนี่” ความงุ่นง่านของชาร์ลส์หายไปจากน้ำเสียงเมื่อเจ้าตัวตาเป็นประกายอย่างนึกอะไรได้ “ทำนี่ไม่ได้เหรอ…ไก่อบโรสแมรี่น่ะ ที่วันนั้นเราเปิดรายการเจอกันไง จำได้มั้ย?”

 

 

 

 

คนปลายสายเถียงอะไรกลับมาอีกนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็คงยอมตกลง…เพราะศาสตราจารย์เซเวียร์เป็นฝ่ายวางสายด้วยรอยยิ้มสมใจ โทรศัพท์โดนเก็บใส่กระเป๋าเสื้อนอกพร้อมการกระแอมกระไอเพื่อเตรียมสอนต่อ เพียงแต่นักศึกษาที่นั่งใกล้ๆ ไวกว่า ประโยคถูกเอ่ยด้วยเสียงเรียบเรื่อยไม่รู้ไม่ชี้

 

 

 

 

“ตกลงแฟนอาจารย์ยอมทำไก่อบใช่มั้ยคะเย็นนี้?”

 

 

 

 

“ใช่ๆ—” ชายหนุ่มผมดำพยักหน้าตามอย่างเผลอตัว ก่อนจะรีบแก้เสียงลั่น “และไม่…เขาไม่ใช่แฟนฉัน”

 

 

 

 

นักศึกษาทั้งห้องเลคเชอร์หัวเราะครืนพร้อมเพรียงกัน

 

 

 

 

 

**

 

 

 

“รู้ไหม…จนถึงตอนนี้ นายก็ยังไม่ได้บอกฉันเลยนะว่านายจะแสดงเพลงอะไร”

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมน้ำตาลหันหน้านิดๆ ไปหาคนที่กำลังเดินเคียงตนอยู่…เดือนธันวาคมและฤดูหนาวได้มาถึงนิวยอร์กอย่างค่อนข้างจะเป็นทางการแล้วด้วยอากาศเย็นเฉียบจนต้องสวมทั้งสเวตเตอร์กับเสื้อโค้ท และก็ราวกับนัดกัน…ร้านรวงและห้างสรรพสินค้ามากมายก็เริ่มต้นแคมเปญลดราคาไปจนถึงวางจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับคริสต์มาสแล้ว นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ในวันอาทิตย์นี้…ชาร์ลส์กับอีริคจึงตัดสินใจเดินทางไปยังร้านดับลินเนอร์สเพื่อดูว่ามีอะไรน่าสนใจไหมในโปรโมชั่นซีดีลดราคา

 

 

 

 

อีริคตอบคำถามที่ชาร์ลส์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงฮึมฮัมไม่เป็นคำเท่านั้น เรียกสีหน้าหน่ายๆ จากคนมอง “อีกสี่วันก็เริ่มขายตั๋วแล้วนะ…นายจะอุบไปทำไมหา?”

 

 

 

 

วันนี้เป็นวันที่ 8 ธันวาคม และก็จริงตามที่ชาร์ลส์ว่า…ตั๋วของคอนเสิร์ตนี้จะเปิดขายตั้งแต่วันที่ 12 ไปเรื่อยๆ จนกว่าที่นั่งจะเต็ม เลยถ้ามองตามบรรทัดฐานของคนนอกแล้ว ก็ยังไม่มีใครรู้ทั้งนั้นว่าสิ้นปีนี้ นิวยอร์กฟิลฮาโมนิกออเคสตร้าจะแสดงเพลงไหน…แต่สำหรับคนในอย่างอีริคแล้ว ชายหนุ่มแทบจะหลับตาฝันเป็นเพลงนี้จนลืมไปแล้วว่ายังมีคนไม่รู้อยู่อีกว่าคอนเสิร์ตปลายปีจะเป็นเพลงอะไร

 

 

 

 

“ฉันไม่ได้จะไม่บอกนาย ฉันแค่ลืมไปว่านายยังไม่รู้” คุณคอนดักเตอร์ยักไหล่ แจ็คเก็ตหนังตัวเก่งไม่หนาพอจะทนทานกับฤดูหนาวแล้ว…โค้ทผ้าวูลสีเทาเข้มจึงถูกหยิบออกมาใช้แทน เสริมด้วยผ้าพันคอผืนหนา “พวกเราจะเล่นเพลงนี้กัน…ซิมโฟนีหมายเลขเก้าของบีโธเฟน บันไดเสียงดีไมเนอร์ ทั้งสี่มูฟเมนต์เต็มๆ เลย”

 

 

 

 

ชาร์ลส์กระพริบตาราวกับได้ยินภาษาต่างดาว “ฉันไม่เคยฟัง”

 

 

 

 

อีริคเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยหางตา เสียงเรียบกริบแบบที่ชอบใช้แซะเจ้าตัวเสมอ “ฉันไม่แปลกใจ”

 

 

 

 

เพราะเขามือว่างต่างจากคุณคอนดักเตอร์ที่ถือถุงใส่ซีดีอยู่…ชาร์ลส์เลยสามารถยกมือที่ซุกอยู่ในกระเป๋าโค้ทของตัวเองขึ้นมาต่อยบ่าอีกฝ่ายเบาๆ ดังปุ้กได้ หากก็ลืมคิดหาคำโต้ตอบไปเลยเมื่อน้ำหนักเย็นๆ สีขาวเบาหวิวร่วงหล่นลงมาแตะบนปลายจมูก “โอ๊ะ—!”

 

 

 

 

ทั้งสองเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน…จากบนท้องฟ้าสีเทาหม่นของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล หิมะแรกของปีกำลังเริ่มโปรยปรายลงมาแล้ว

 

 

 

 

“ว้าว…” ดวงตาของชาร์ลส์เป็นประกายอย่างตื่นเต้นราวกับเจ้าตัวไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่มาเป็นปีๆ แล้ว ก่อนจะหันมายิ้มให้คนข้างตัว “คอนเสิร์ตนี้ของนายต้องเป็นไปได้สวยแน่ๆ อีริค”

 

 

 

 

“นายผูกอนาคตของการแสดงไว้กับหิมะงั้นเหรอชาร์ลส์?” เสียงทุ้มพูดเสียดสีไม่จริงจัง กระแสขันๆ ปะปนในนั้น “สมแล้วที่นายเรียนจบด้านวิทยาศาสตร์มา…ฟังดูมีเหตุผลมากๆ เลยล่ะ”

 

 

 

 

ชาร์ลส์แกล้งถอนหายใจดังเฮ้อดังๆ ใส่ แล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อแหงนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “ฉันอธิบายไม่ถูกหรอก…แต่สำหรับฉัน หิมะแรกเป็นอะไรที่เหมือนเรื่องดีๆ น่ะ แล้วก็ทำให้รู้ด้วยว่านี่มันเดือนธันวาคมแล้วจริงๆ”

 

 

 

 

เพียงพริบตาเดียวก็ครึ่งปีแล้วที่เขารู้จักกับคนคนนี้

 

 

 

 

ทั้งสองคิดตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย การตระหนักรู้ที่ทำให้รู้สึกไม่อยากเชื่อกับความรวดเร็วของเวลา… ความเงียบโอบล้อมลงมาอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง พวกเขาเดินช้าลงเล็กน้อยเพื่อซึมซาบบรรยากาศของหิมะแรก…จะมีหยุดชะงักก็แค่ตอนที่อีริคดึงผ้าพันคอของตัวเองแล้วยัดใส่มือชาร์ลส์ให้เจ้าตัวเอาไปพันแทนเท่านั้น

 

 

 

 

หิมะยังคงโปรยปราย และชายหนุ่มสองคนที่ตอนนี้ไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าของกันและกันอีกแล้วก็เดินเคียงกันไปเงียบๆ จนสุดทาง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

*************************************

 

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นเลย…สุขสันต์วันเกิดเจมส์ แมคอาวอยยยยย >////< 38 แล้วแท้ๆ แต่ก็ยังน่ารักฟหฟหกดฟหกด #หยุด ลงฟิคฉลองให้บทยาวๆเลยนะคะ ❤

 

เวลาในเรื่อง อีริคกับชาร์ลส์รู้จักกันครึ่งปีแล้ว และตามเวลาการเขียน ฟิคเรื่องนี้ก็อายุครึ่งปีแล้วค่ะ จริงๆตอนนี้คือน่าจะเจ็ดเดือนแล้วด้วย TvT ขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความเอ็นดูกับชิปนี้และบล็อกนี้มาตลอดนะคะ เหมือนเพิ่งเริ่มเขียนฟิคเพราะ xmfc แท้ๆ…นี่ผ่านมาเป็นปีๆ แล้ว T////T

 

และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ไว้ไปเจอกันที่งานคอมิกอเวนิวนะคะ เราคิดไว้ว่าคงจะรวมเล่มเรื่องนี้ เพราะงั้นถ้าใครสนใจ คอมเม้นบอกๆไว้หน่อยก็ดีค่ะ เราจะได้พอมีไอเดียคร่าวๆว่ายอดถึงมั้ย

 

 

ขอบคุณมากนะคะ เจอกันบทหน้าค่ะ

 

 

ทิพย์เอง

Advertisements

25 responses to “[XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (9)

  1. ซื้อแน่นอนค่ะเรื่องนี้ ฮรือออออออออ ดีงามทุกตอนจิงๆค่ะ ยอมใจเลย ชอบตอนที่ชาร์ลส์เข้ามาขัดอีริคสุดแล้ว อะไรจะสองมาตรฐานขนาดนี้ห้ะอีริค!? แอบหมั่นเบาๆ55 อ่านกี่ครั้งก้ฟิลกู้ดอบอุ่นกับเรื่องนี้ทุกครั้งเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆอีกเรื่องนะคะพี่ทิพย์ ❤️❤️❤️

    Like

  2. ตอนนี้น่ารักมากกกกกกกกเลยค่ะ ยังไม่ได้คบกันแต่เหมือนเป็นแฟนกันแล้วเลย เอ็นดูมากกกก ขำตอนที่นักศึกษาทักนี่ล่ะค่ะ โอ้ยย มาขนาดนี้ไม่ต้องแก้ตัวแล้วมั้ยคะ ศาสตราจารย์ /////

    ถ้ารวมเล่ม เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ซื้อแน่นอนค่ะ > <

    ปล. สุขสันต์วันเกิด เจมส์ แมคอาวอยย ด้วยคนค่าาา

    Like

  3. แหม กำลังฟังเพลงใครสักคนของพี่ช่าอยู่เลยค่ะ เข้ากับเชริคดีเนอะ แบบว่า มาช่า ดีกว่าไม่มาเด้ออออ #ผิด *ตบสั่งสอนตัวเอง* #ไม่เล่นแล้วค่ะ #แล้วทำไมจำเป็นต้องบอกชื่อเพลงด้วย5555

    อู้ว…เริ่มต้นด้วยความตึงเครียด… ..

    ชาร์ลส์มาาาา.. เอาล่ะ ทุกคนรอดตาย 5555555555
    โอย 5555 ห้องเปลี่ยนเป็นสีชมพูทันใด!!

    ง้าาา เหมือนแฟนเลย ><
    ฟฟฟฟฟ อยากเป็นนศ.ที่นั่งอยู่ตรงนั้นจังเลยค่ะ

    โอ… บรรยากาศหิมะแรก ช่างเป็นอะไรที่ขัดกับประเทศเราตอนนี้เสียจริง T U T ถ้าเย็นขึ้นมาสักนิดก็จะดีเนอะ ประเทศไทยจ๋า

    หูย NOW KISS เลยไหมล่ะจ๊ะ

    สนใจค่า สนับสนุนรวมเล่มเรื่องนี้ค่ะ * U *

    Like

  4. ชอบตอนที่คุยโทรศัพท์กันในคลาสเรียน เป็นโมเม้นที่น่าร้ากกกกกก 😍😍😍 เราสนใจรูปเล่มนะคะ ถ้าทำออกมาจริงๆก็ต้องซื้อแน่นอนอยู่แล้วค่ะ #เปย์วนไปค่ะ แล้วก็สุดท้ายนี้ สุขสันต์วันเกิด เจมส์ แมคอาวอย🎉 ด้วยค่ะ

    Like

  5. แงงงงงงงงเขินมากค่ะ เขินมากกกกกกกฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    เขินสุดก็ตรงคุณคอนดักเตอร์ให้ผ้าพันคอนี่แหละค่ะฮึกกกทำไมถึงอบอุ่นกันขนาดนี้ทั้งการพูดคุยการดูแลเอาใจใส่กัน;///////;

    Like

  6. อบอุ่นนุ่มนวลมากค่ะพี่ทิพย์ พฮือฟฟฟหฟก่าสว/พ่นรุ้ง
    ชอบความพิเศษที่มีให้กันช่วงที่ตัวเองอยู่ในเวลาทำงานละมีเรื่องให้ต้องสนทนากับอีกคน ตอนอ่านนี่อมยิ้มมากเลยค่ะฟฟฟฟฟ น่ารักมากๆ

    Liked by 1 person

  7. หลงรักความละมุนนี้เหลือเกินค่ะ 555
    แอบยกมือด้วย ว่าถ้าเป็นเล่มต้องซื้อแน่นอนค่ะ

    ชอบโมเม้นค่อยเป็นค่อยไป
    ตลกที่คุณพี่ฉลาม ตั้งใจโทรมาเรื่องกับข้าว
    คุณพ่อบ้านกะแกล้งแน่ๆเลยใช่มั้ย
    คิดถึงเค้าก็บอกน่า โถๆๆ 5555

    Like

  8. ฟหกด่าสหวกสกสดวด
    ไม่รู้จะกรีดร้องตรงไหนก่อนดีเลยล่ะค่ะโอ้ยยยยยยย ;//////;

    ตอนนี้น่ารักกก น่ารักมากแง
    ฮาฉลามเดือด ._. รู้สึกเหมือนเห็นภาพภูเขาไฟลูกบะเอ้กกำลังปะทุจัดๆ แบบที่ทุกคนเตรียมตัวจัดท่าศพตัวเองไปเลยเพราะไงๆก็หนีไม่พ้นแล้ว แต่อยู่ดีๆภูเขาไฟก็ดับสนิท ภายในพริบตางี้อะค่ะฮื้ออออ แล้วปากบ่นแต่เอากระติกเขาไปดื่มนี่คืออะไรกันคะะ แล้วไอ้การที่ชาร์ลส์ยื่นกระติกให้เพราะอีกฝ่ายแค่ยื่นมือจะเอานี่คืออะไรกันนนนน

    ฮาอีกฉากคือการโทรหาทั้งที่รู้ว่าเขาสอนแต่ไม่แคร์เพราะนี่คือมื้อเย็นมากๆ อีริคคือไอด้อนท์แคร์ใดๆทั้งสิ้นน่ะะ นึกภาพหน้า+เสียงราบเรียบแห้งแล้งของชาร์ลส์ออกเลย แต่ก็ดันคิดเมนูอย่างจริงจังด้วยนะ😂

    นี่มันฟีลลิ่งแฟนกันชัดๆเลยค่ะ

    ไม่ใช่เริ่มจีบหรืออะไรแล้ว เหมือนเป็นแฟนกันที่เลยช่วงหวานแต่อบอุ่นละมุนมากๆ ดีต่อใจเพราะทุกอย่างกลายเป็นธรรมชาติไปแล้วน่ะค่ะ..

    อือ… ก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าของกันอีกแล้วนี่เนอะ

    ว่าแต่ฉากหิมะ.. การเสียดสีของอีริคก็ยังเหนือชั้นจริงๆ จิกจนสงสัยว่าเป็นนกหัวขวานเหรอ(눈_눈) //กุมหัวหลบเหรียญ(?)

    ขอบคุณสำหรับตอนนี้นะคะะ .////.

    Like

  9. จะบอกว่าน้องเขินมากตอนคุณศจ.เราโทรศัพท์แฟ–แค่ก เพื่อนร่วมห้อง

    เค้าว่าคนมีความรักมักจะไม่ทำหน้าตาบึ้งตึงงงง อ๋ออ แบบนี้เองนะคะ /มองคุณวาทยากรตรงนั้น

    ชอบตรงที่ชาร์ลส์ไม่รู้อไรเลยเกี่ยวกับการทำงานของอีริคแล้วก็ไม่ได้อินกับเพลงคลาสสิคด้วย แต่ก็ยังไปดูแล้วก็ถามนี่นั่นตลอด นี่มันฟีลลิ่งของแฟนกันชัดๆเลยค่ะะะะ แงงง ////_\\\\

    Like

  10. โมเม้นที่ชาร์ลส์ทำให้อีริคเย็นลงโดยไม่รู้ตัวนี่เป็นจุดที่เราชอบมากกกๆๆๆเลยค่ะ รู้สึกเขินกับอะไรแบบนี้ ;/////; แล้วตอนที่ชาร์ลส์ทำท่าหน่ายอีริคก็น่ารักมากกก ฮื่อ อ่านไปจิกหมอนไปด้วยเลยค่ะ ><

    Like

  11. อยากได้ง่าา แต่อยู่ ตจว. กระซิกๆ //ยกมือรัวๆพร้อมน้ำตาที่หลั่งไหล 555 จะบอกว่าตอนนี้คือเป็นอะไรที่อบอุ่น กร๊าวใจ แต่พอมาเจอนี่ …สีหน้าแบบฆาตกรต่อเนื่องผู้มีปัญหาด้านการกดอารมณ์โกรธ.. โอ้โห หยุดขำไม่ได้เลย ฮาาาาา โมเม้นต์ในห้องซ้อมกับคลาสเรียนก็ดีต่อใจ ทำไมมันมีความ วิ๊งๆวั๊บๆ แอร๊ยยยย ชอบๆๆๆๆ

    Like

  12. รอซื้อค่ะ!!!! เอาแน่ๆ ฮืออออ มีเรื่องให้โดขิโดขิทุกตอนเลย ชอบโทนเรื่องคุณทิพจังเลยค่ะมันหวานๆละมุนๆค่อยๆเป็นค่อยๆไปแบบไม่เร่งรีบอ่านแล้วยิ้มได้ทุกครั้งเลย จะรออ่านฟิคคุณทิพไปเรื่อยๆนะคะ ได้โปรดทำร่วมเล่มมาให้เราเก็บเรื่อยๆนะ เราพร้อมเปย์ (ฮา)

    Like

  13. แฮปปี้นิวเยียร์ เอ้ยย เบิร์ดเดย์น้องเจมส์ก่อนเลยค่ะฮืออออออ ลูกแม่ คนอะไรยิ่งโตยิ่งน่ารัก

    กลับมาเข้าเรื่องฟิค! ตอนนี้ละลายมากค่ะทิพย์!!!! สามี-ภรรยากันชัดๆเลยสองคนนี้ ไม่มีคำอื่นมาจำกัดความแล้วค่ะ คู่แต่งงานชัด ๆ คุณภรรยาเอาของที่คุณสามีลืม(แถมคาเฟอีน)มาให้ ส่วนคุณสามีทำกับข้าวรอที่บ้าน ฮือออ มันน่าน้วยยยยยยยยนัก รู้ตัวสักทีสิพวกนาย จดทะเบียนกันได้แล้วววววว

    ยิ่งฉากหิมะแรกนั่นน่ารักมากๆๆๆๆค่ะ คือบรรยากาศหนาวๆแต่อบอุ่น ฮืออออออ เราชอบความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ตอนแรกๆคือคนแปลกหน้ากันแบบชัดเจนมาก จนมาตอนนี้แทบจะหลอมรวมกันอยู่แล้ว คือมันค่อยๆเพิ่มขึ้นและผูกพันโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวน่ะค่ะ //ซับน้ำตา

    ส่วนเรื่องรวมเล่มเรามายกมือต่อคิวด้วยอีกคนค่าาาาา อยากสะสมอีก

    ขอบคุณทิพย์มากนะคะสำหรับฟิคน่ารักๆแบบนี้ ติดตามเช่นเคยค่า

    Like

  14. ชอบงานของคุณทิพมากจริงๆ>< อบอุ่นละมุนหัวใจ
    ไอ้ตอนที่เถียงกันเรื่องมื้อเย็นเนี่ยก๊าวหัวใจมาก นึกหน้าเหวี่ยงๆแต่ยังกึ่งสุภาพของชาร์ลตอนเถียงอีริคออกเลย 555
    ขอบคุณค่ะที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่าน

    Like

  15. เผลอตบเตียงไปเลยค่ะตอนคนปากแข็งโดนเปิดโปงว่าชอบเอิร์ลเกรย์ที่ชง แต่เจ้าตัวไม่ยอมรับ หลุดอุทานน่ารักผสมเบ้ปากใส่ทีเดียว หมั่นไส้ 55

    แปบๆ ก็ครึ่งปีแล้ว เวลาผ่านไวจังนะ

    ปล. เป็นอีกเสียงที่สนใจรวมเล่มค่ะ ☆

    Like

  16. โอ้โห ตอนนี้คือแบบว่า ค่าาา ไม่รู้เลยค่ะว่าชอบกันแหมมมม 55555 น่ารักมากเลยค่ะกี๊สสส คือแบบชอบนตอนที่นศถามว่าสรุปแฟนอ.ยอมทำไก่อบมั้ยมากเลยอ่ะค่ะ โอ้โหคือแบบในหัวทุกคนคงนึกว่าสองคนนี้นี่แต่งงานกันไปแล้วมั้งคะ55555 แต่ยัยชาร์ลส์ก็ยังเอ๋อๆอยู่ดีแง นี่มันฟลัฟฟี่นุ่มนิ่มดีต่อใจมากๆ เลยค่ะ อ่านแล้วยิ้มแก้มแตกหลุดโป๊กเกอร์เฟซเลยค่าาา555555555

    Like

  17. หงุยยย น่ารักมากเลยค่ะ U\\\\\U
    โมเม้นตอนชาร์ลส์รับโทรศัพท์แล้วโดนแซวนี่เขินแรงค่ะฮือ
    / ตอนอีริคโหดน้อยลงนิดนึงก็เขินน ฟินใจแทนคนในนั้น \\
    (แต่ตอนพี่แกดุนี่ต้องฮอตมากแน่ๆเลยค่ะะะฟวฟงฟากหน—)
    หิมะแห่งความโรแมนติกมาแล้วว แถมรู้จักกันนานแล้วด้วย
    แอบหวังให้มีอะไรหวือหวาขึ้นนิดนึงได้แล้วยังนะคะ 55555
    / ชอบมากๆๆเลยค่ะเรื่องนี้ อยากกินทุกตัวอักษร ฮือ
    ถ้ามีรอบไปร์จะพยายามเก็บตังซื้อให้ได้นะคะ!

    Like

  18. พี่ทิพพพพพย์ *โยนรักให้เยอะๆ* เขินมากๆเลยแง้ อ่านไปยิ้มไปเหมือนคนบ้าฮือออ สองคนนี้ไม่ได้มีสถานะอะไรชัดเจนกันแต่การที่ต่างคนต่างลดหย่อนบางเรื่องให้กันและกันนี่มันดีที่สุด เป็นคสพ.ที่คนอื่นมองมาแล้วมันต้องพิเศษกว่าคนรู้จักทั่วไปแน่ๆ แต่สองคนนี้เหมือนยังไม่รู้ตัว

    คนที่ดุมากและไม่ชอบให้ใครขัดเวลาซ้อม กลับยอมอ่อนลงและใช้น้ำเสียงอีกอย่างพูดคุยกับคนมาหา แย่งชาไปกินและบทสนทนาที่ไม่ดุดันเป็นกันเองก็ชวนให้คิดแล้วว่าคนที่มาไม่ธรรมดาเลย /อยากเห็นชาร์ลส์มาดูอีริคซ้อมบ่อยๆจังเลยค่ะ555/

    ส่วนคุณอาจารย์ก็ยินดีกดรับสายอย่างยอมทำลายกฎของตัวเองฮืออออ ยอมละจากสิ่งที่ทำมาสนทนาด้วยความร่าเริงถึงเรื่องง่ายๆอย่างมื้อเย็นทั้งที่ไม่สำคัญเท่าไรแต่ก็ยอมคุยจนจบ ถ้าเป็นนักเรียนในนั้นก็คงแซวอาจารย์เหมือนกันแหละค่ะ อิอิ

    ถ้าพี่ทิพย์จะรวมเล่มหนูก็พร้อมเปย์ค่ะถ้าไม่ช็อต555 *โปรยเหรียญ*💰💰💸💸💸💸

    Like

  19. น่ารัก ไม่มีอะไรจะบอกแล้วค่ะแงฟฟฟฟฟ
    ชอบที่ทั้งคู่เป็นส่วนหนึ่งของกันไปแล้ว ฮือออ ชอบจังงงง

    Like

  20. อยากกดfavสักล้านครั้งงงงงง โอยยยยยย น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮือ ชอบความสโลว์เบิร์นนี้ ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ แง

    Like

  21. เขินนนนตอนนี้มีความสามีที่เอาแต่ใจมากค่ะชอบความทึ้งของคนรอบข้างด้วยเราว่าทุกคนคงรู้สึกเหมือนพระเจ้ามาโปรดตอนที่ชาร์ลส์มาหาอีริค แฟนเขามาก็งี้เลยอารมณ์ดีขึ้นหน่อย นี่แอบจิกหมอบตอนคุณอีริคเอาผ้าพัดคอให้ชาร์ลส์ใส่ ฮรื่ออความสามีภรรยาที่ชัดเจนนี้ FIN ค่ะ สู้ๆนะคะไรเตอร์เป็นฟิคที่ดีมาก

    Like

  22. กลับมาอ่านอีกรอบหนึ่งเพราะครั้งที่แล้วเราไม่ได้อ่านทอล/โดนตี
    สนใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ >__<

    Like

  23. Pingback: [XMFC Fic][ErikCharles] Adagio Sostenuto (11) | (Note: I was possessed when I wrote this)·

  24. ฮื่อออออ เราชอบตอนนี้มากกกก เฆ้นชัดเลยว่าชาร์ลมีตัวตนในสายตาและความรู้สึกของอีริคมากขึ้น แบบมากๆเลย
    แบบตอนที่กำลังระเบิดลงใส่ทุกคน แค่ชาร์ลมา พอ่คุณเธอก็อารมมณ์ดีขึ้นได้ มีการพูดเล่นกลับด้วย แบบดีงามค่ะ เราชอบ
    และที่ทำเรากรี๊ดเลยค่ะ คือตอนอีริคโทรไปถามมือเย็น ฮือออ ถ้านี้เป็นนักศึกษาแถวหน้า คงฟินตัวแตกไปแล้ว เหมือนแฟนคุยกันจริงๆ
    ชาร์ลน่ารักมากเลยค่ะ ตอนเสนออาหารที่อยากทานกับอีริค เอาจริงๆเราว่าอีริคตามใจชาร์ลมากๆเลยนะคะเราว่า
    เราชอบมากจริง ยิ่งตอนท้ายที่เดินด้วยกัน คุยกันไปนี้ยิ่งชอบ สองคนนี้เห็นชัดเจนเลยค่ะว่าทุกอย่างมันพัฒนามากขึ้นแล้ววว ฮื่ออ ชอบบบ
    อยากได้หนังสือค่ะ อยากได้ค่ะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s