[Yuri!!! On Ice Fic][VictorYuuri] Looking Across the Universe, Searching for Neptune (3)

 
 
 
Looking Across the Universe, Searching for Neptune
ユーリ!!! on ICE fanfiction by Tippuri~ii* 
 

 

    
 

 
 
Pairing: Victor Nikiforov x Yuuri Katsuki
 

Fandom: ユーリ!!! on ICE

 

 

 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

****************************
 
note: เป็นหนึ่งในฟิคของจักรวาล yuri on ice coffeeshop AU ของเราค่ะ พิชิตบาริสต้านั่นแหละ
 
**************************
 
 
 
 

Chapter 3

 

 

 

 

ปกติแล้ว ยูริไม่ได้มีปัญหาอะไรนักกับอาหารสไตล์ตะวักตกเพราะเขาปรับตัวได้นานแล้ว แต่หลังจากการได้พูดคุยกับพ่อแม่…ชายหนุ่มก็พบว่าตัวเองคิดถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นมาก ความคิดถึงที่ทำให้เขาแวะออกไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อวัตถุดิบ และยอมลงทุนตื่นแต่เช้าตรู่ขึ้นมาทำอาหารโปรดของตัวเองในตอนเช้าก่อนไปมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว

 

 

 

 

อาจจะไม่ได้อร่อยเท่าฝีมือแม่…แต่ยูริก็จัดการคัตสึด้งฝีมือตัวเองอย่างสบายใจพร้อมมองภาพท้องฟ้ายามเช้าไปด้วย ดวงตาสีน้ำตาลมองไปที่กล่องพลาสติกสองใบบนเคาเตอร์ครัวเป็นระยะ…กล่องหนึ่งนั้นยูริตั้งใจทำเป็นอาหารกลางวันให้ตัวเอง ส่วนอีกกล่องนั้นทำให้เขาหน้าแดงเบาๆ ทุกทีที่คิดถึง

 

 

 

 

ชายหนุ่มออกจากบ้านไวกว่าเวลาปกติเพื่อแวะไปที่ตึกคณะศิลปศาสตร์ก่อน เขาวางกล่องอาหารไว้ตรงโต๊ะทำงานหลังสอบถามอาจารย์คนอื่นๆ ในห้องพักนั้นแล้ว ติดกระดาษโพสต์อิทไว้ด้วยบนฝากล่อง

 

 

 

 

ขอบคุณสำหรับเมื่อวานนะครับวิคเตอร์ เขาเขียน แล้วก็ จะอุ่นมันอีกรอบก่อนทานก็ได้นะครับ

 

 

 

 

ลงท้ายด้วยชื่อต้นของตัวเอง แล้วยูริก็ออกไปจากห้องพักอาจารย์ มุ่งหน้าไปยังตึกคณะบริหารธุรกิจตามปกติ

 

 

 

 

เขาไม่ได้เปิดมือถืออีกจนกระทั่งเที่ยงเพราะมีเรียน แต่ก็ได้เห็นในที่สุดว่าวิคเตอร์ส่งข้อความมาสองรอบ…รอบแรกคือคำขอบคุณพร้อมอีโมติคอนมากมายตอนที่เจ้าตัวเห็นกล่องอาหาร ส่วนรอบที่สองคือคำขอบคุณผสมคำชมอันไม่ซ้ำกันสักคำเมื่อชายหนุ่มผมเงินชิมคัตสึด้งของเขาแล้ว

 

 

 

 

ขอบคุณนะยูริ อร่อยมากเลย

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำพยายามจะไม่หน้าแดงกับรูปหัวใจที่เป็นอีโมติคอนเพียงตัวเดียวของข้อความรอบหลัง แต่ก็ไม่สำเร็จ

 

 

 

 

 

**

 

 

 

 

วันถัดมาของยูริกลับคืนสู่วงจรขนมปังปิ้งตอนเช้าใหม่อีกครั้ง นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มเตรียมตัวเก็บของหลังจบคาบเพื่อไปที่โรงอาหารตามปกติ เพียงแต่วันนี้ เขาโอ้เอ้อยู่ในห้องเลคเชอร์ต่ออีกสักครู่เพื่อเขียนโน้ตให้จบก่อน ช่วงเวลาที่นานพอจะทำให้คนส่วนใหญ่เดินออกไปจากที่ตรงนั้นพร้อมเสียงจอแจที่สุดท้ายแผ่วค่อยลง

 

 

 

 

…แผ่วค่อยลงจนทำให้เขาได้ยินประโยคนี้ดังจากโถงทางเดินผ่านประตูห้องเลคเชอร์ที่เปิดค้างไว้นิดๆ เข้ามาได้อย่างชัดเจน

 

 

 

 

“พวกเธอรู้มั้ยน่ะว่าคัตสึกิ ยูริเรียนห้องไหน?” เสียงนั้นสดใสเหมือนสายน้ำต้องแสงแดด “คัตสึกิ ยูริที่ใส่แว่นแล้วก็น่ารักๆ น่ะ—”

 

 

 

 

ยูริเริ่มต้นโกยของใส่กระเป๋าตั้งแต่ได้ยินประโยคแล้ว และประโยคหลังก็ทำให้เขาพุ่งออกมาจากห้องเลคเชอร์อย่างว่องไว พูดเสียงลั่นเพื่อให้คนอื่นได้ยินประโยคนั้นไม่หมด

 

 

 

 

“วิค—โปรเฟสเซอร์!!! คุณมาทำอะไรที่นี่น่ะ???!!!”

 

 

 

 

“โอ้! ยูริ~~” ตัวปัญหาไม่มีทีท่าจะรู้ตัวเลย แถมยังยิ้มปากรูปหัวใจมาให้อีก “อยู่นี่นี่เอง! ฉันโทรไปหาแล้วนะ แต่นายไม่รับสาย”

 

 

 

 

“ผม ผมเพิ่งเลิกเรียน…” ยูริค่อยๆ หายใจหายคอได้บ้างเมื่อเห็นว่าคนรอบๆ ตัวไม่ได้สนใจอะไรแล้ว “มีอะไรรึเปล่าครับ…เอ่อ…วิคเตอร์?”

 

 

 

 

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่อยากกินมื้อกลางวันกับแฟนฉันก็เท่านั้นเอง” ชายหนุ่มผมเงินยิ้ม “ต้องให้ฉันเลี้ยงนะบอกไว้ก่อน เพราะเมื่อวานนายเลี้ยงฉันไปแล้ว”

 

 

 

 

ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าความสัมพันธ์นี้ไม่เป็นความจริง แต่ยูริก็ยังรู้สึกได้อยู่ดีว่าตัวเองหน้าแดงเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูด…และเขาก็เริ่มสงสัยแล้วด้วยว่าที่วิคเตอร์ล้อเล่นด้วยคำนี้บ่อยๆ ก็เพราะเจ้าตัวรู้ถึงข้อเท็จจริงนี้

 

 

 

 

“ได้มั้ย?” วิคเตอร์ถาม “หรือนายนัดคนอื่นไว้แล้ว?”

 

 

 

 

“อะ อ๋อ…ไม่มีครับ” ยูริส่ายหน้า จัดๆ กระเป๋าเป้ของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม “วิคเตอร์อยากกินที่ร้านไหนล่ะครับ?”

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมเงินเล่าถึงร้านแซนด์วิชเปิดใหม่ที่เจ้าตัวได้ข่าวมาจากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งยูริก็ฟังอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ ระหว่างที่เดินเคียงกันไป…การเดินที่เป็นปกติจนกระทั่งเมื่อทั้งสองพ้นเขตมหาวิทยาลัยออกมาแล้ว

 

 

 

 

“หวา!” หนุ่มแว่นอุทานเมื่อแขนเรียวยาวของอีกฝ่ายพาดลงมารอบบ่าแล้วกึ่งๆ โอบนิดๆ ให้เขาเข้าไปใกล้

 

 

 

 

“อ้าว?” วิคเตอร์มีสีหน้างงๆ “โทษที ฉันทำนายตกใจเหรอ?”

 

 

 

 

“มะ ไม่ใช่ตกใจหรอกครับ…” ยูริพยายามตั้งสติ ค่อยๆ ยกแขนอีกฝ่ายออกไปอย่างสุภาพ “แต่ เอ่อ…แบบนี้มันไม่ดีมั้งครับ…”

 

 

 

 

สีหน้ายิ้มแย้มของวิคเตอร์ดูหงอยๆ ลงไปทันที พูดเสียงเบา “ยูริไม่ชอบใช่มั้ย?”

 

 

 

 

ยูริไปต่อไม่ถูกเหมือนกัน ความรู้สึกผิดแล่นวาบในใจทันที และในวินาทีของความอึกอักนั้น…ร่างสูงโปร่งก็พูดเบาๆ ต่อว่าตนเข้าใจแล้วเริ่มต้นเดินต่อ

 

 

 

 

และตอนนั้นเอง…ที่ยูริลืมการควบคุมตัวไปจนหมดสิ้น

 

 

 

 

“ไม่ใช่นะครับ!” มือเอื้อมออกไป คว้ามือเรียวยาวนั่นไว้จนวิคเตอร์ต้องหันกลับมา “เอ่อ…ขนาดทีแรกคงไม่ไหว แต่…อืม…”

 

 

 

 

ยูริสูดลมหายใจลึกๆ…มองหน้าอีกฝ่ายตรงๆ

 

 

 

 

“พวกเรา…พวกเราเริ่มต้นกันทีละนิด…ได้มั้ยครับ?”

 

 

 

 

เขาไม่ได้อธิบาย แต่ยูริก็รู้ว่าวิคเตอร์ต้องเข้าใจ…สองมือที่จับกันไว้ ปลายนิ้วที่สอดประสานเข้าหากัน

 

 

 

 

ยูริเผลอก้มหน้าลงนิดๆ ตามนิสัย แต่ก็อดไม่ได้อยู่ดีในการแอบช้อนตาขึ้นมอง…และรอยยิ้มของวิคเตอร์ที่ได้เห็นก็ทำให้หัวใจของเขารู้สึกหลากหลาย เพราะมันไม่ใช่รอยยิ้มสดใสรื่นเริงอย่างทุกที แต่เป็นรอยยิ้มอันนุ่มนวล ความยินดีที่หลอมรวมกับความอ่อนโยน

 

 

 

 

รอยยิ้มที่ยูริดีใจที่ได้เห็น และก็รู้สึกเศร้าจางๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามันไม่ได้เป็นของเขา

 

 

 

 

หากยูริก็ไม่ได้มีโอกาสจมจ่อมกับรสชาติหวานปนขมนี้ได้นานนัก เพราะรอยยิ้มอ่อนโยนนั่นสุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะป๊องๆ เหมือนเด็กน้อยอย่างทุกที พร้อมๆ กับที่มือข้างนั้นดึงเขาเข้าไปหาใหม่ และยูริก็ต้องโวยวายเสียงสั่นๆ เพื่อหลบเลี่ยงการโดนกอดแน่นๆ กลางถนนแบบนี้เป็นพัลวัน

 

 

 

 

 

**

 

 

 

วันถัดมานั้น ไม่ได้มีชาวต่างชาติหน้าตาดีมายืนรอยูริตรงหน้าห้องเลคเชอร์อีกแล้ว สถานการณ์เปลี่ยนเป็นว่าเขาได้รับข้อความจากชาวต่างชาติหน้าตาดีอันเป็นคำชวนดินเนอร์แทน

 

 

 

 

เป็นตอนที่อาหารมาเสิร์ฟแล้วนั่นเองที่วิคเตอร์เสนอขึ้นมาว่าพวกเขาควรถ่ายรูปไว้เพื่อส่งให้พ่อกับแม่ของยูริ…รูปถ่ายที่พัฒนาจากแค่อาหารของทั้งสองมาเป็นเซลฟี่ของพวกเขาเพิ่มด้วย

 

 

 

 

(ยูริยังคงแอบหน้าแดงจางๆ เมื่อวงหน้าคมคายของอีกฝ่ายแนบมาชิดกับแก้มของเขาเพื่อถ่ายรูป)

 

 

 

 

“ยูริ ฉันเอารูปลงอินสตาแกรมได้มั้ย?” วิคเตอร์ถามขึ้น ก่อนจะเสริม “แค่รูปอาหารน่ะ รูปเซลฟี่นั่นส่งให้แค่พ่อกับแม่ของนายก็แล้วกันนะ”

 

 

 

 

ยูริพยักหน้า เพราะถึงจะไม่ได้เรียนด้วยกัน แต่อย่างไรเสียเขาก็เป็นนักศึกษาและวิคเตอร์ก็เป็นอาจารย์…ปกติก็ไม่ดีอยู่แล้วที่จะให้คนอื่นรู้ว่าพวกเขามีความสัมพันธ์อื่นนอกจากนั้น จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงในกรณีที่มันอาจสืบสาวไปได้ต่อถึงงานพิเศษของวิคเตอร์แบบนี้เลย

 

 

 

 

พวกเขาเริ่มต้นทานอาหารไปได้สักพัก ก่อนที่ยูริจะถามขึ้นมา

 

 

 

 

“ผมฟอลโลว์อินสตาแกรมของคุณได้มั้ยน่ะ?”

 

 

 

 

“ได้สิ” วิคเตอร์บอก สีหน้าประหลาดใจ “ฉันไม่รู้เลยนะเนี่ยว่านายเล่นด้วย”

 

 

 

 

“ผมสมัครเพราะพิชิต เพื่อนของผมน่ะ” ยูริยักไหล่ “ตอนนั้นเขาบอกให้สมัครเพราะจะแท็กชื่อผม แต่ผมไม่ค่อยได้ลงรูปอะไรบ่อยหรอก”

 

 

 

 

วิคเตอร์พยักหน้ารับรู้ระหว่างที่ยูริกดปุ่ม Follow บนหน้าโปรไฟล์ของเจ้าตัว

 

 

 

 

แคปชั่นของรูปอาหารที่เพิ่งลงไปนั้นทำให้ยูริเกือบสำลัก(“มาดินเนอร์กับคนที่ใส่แว่นแล้วก็น่ารักๆ♥”) หากมองปราดเดียวก็จะเห็นได้ว่ารูปส่วนใหญ่ของวิคเตอร์นั้นคือรูปหมาพุดเดิ้ลสีน้ำตาลอ่อนตัวโต

 

 

 

 

ยูริวางมือถือลง แต่ยังคงถามต่อ “คุณเลี้ยงหมาด้วยเหรอครับ?”

 

 

 

 

“ใช่ๆ” วิคเตอร์พยักหน้าหงึกๆ พร้อมดวงตาเป็นประกาย “ชื่อมัคคาชินน่ะ”

 

 

 

 

แล้วหลังจากนั้น บทสนทนาก็ดำเนินอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้…ชายหนุ่มผมเงินเล่าถึงช่วงตั้งแต่มัคคาชินยังเป็นลูกหมา บ่นถึงความยากลำบากในการหาอพาร์ตเมนต์ที่นี่ที่ยอมให้เลี้ยงสัตว์ ไปจนวีรกรรมต่างๆ ของเจ้าพุดเดิ้ลของตน แล้วเมื่อรู้ตัวอีกที…ยูริก็เปลี่ยนที่นั่งจากฝั่งตรงข้ามมาเป็นนั่งข้างๆ แทนแล้วเพื่อให้วิคเตอร์อวดรูปมัคคาชินในโทรศัพท์ของตัวเองให้ดูได้อย่างสะดวกๆ

 

 

 

 

“อันที่จริง…” ชายหนุ่มผมเงินพูดขึ้นมาเมื่อทั้งคู่เดินออกมาที่หน้าร้าน “…ยูริอยากเจอมัคคาชินมั้ยล่ะ?”

 

 

 

 

หลังจากถามย้ำอยู่หลายรอบว่าไม่เป็นการรบกวนใช่ไหม ยูริก็ก้าวขึ้นรถแท็กซี่หลังจากที่วิคเตอร์เขยิบเข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

(หัวใจยังคงเต้นแรง แต่ยูริก็ไม่ได้พูดอะไรเมื่อมือเรียวยาวของวิคเตอร์เอื้อมมาจับมือเขาไว้เงียบๆ ตอนอยู่ในรถ)

 

 

 

 

มัคคาชินปรากฏตัวทันทีที่ประตูอพาร์ตเมนต์ถูกเปิด วิคเตอร์หัวเราะเสียงดังพร้อมบอกเจ้าหมาอย่างอ่อนใจว่าขอตนปิดประตูห้องก่อนจะได้ไหมระหว่างที่มันกระโดดพั่บๆ ใส่ ก่อนจะหันกลับมากอดแล้วยีๆ หัวมันอย่างมันเขี้ยวเมื่อจัดการประตูเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

“นี่นี่นี่~~” ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกวักมือให้ยูริเข้ามายืนใกล้ๆ ตน “มัคคาชิน นี่ยูรินะ”

 

 

 

 

ยูริรู้สึกทั้งตื่นเต้นและเกร็งๆ ชอบกล เขาชอบและอยากเลี้ยงหมามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หากพ่อกับแม่ท้วงเอาไว้ตอนที่เขายังเล็ก และพอขึ้นมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มก็ย้ายมาที่เรียนที่อเมริกา จึงยิ่งไม่มีโอกาสในการมีสัตว์เลี้ยงเลย ตอนนี้…ยูริจึงได้แต่ยืนนิ่งและหวังสุดใจว่าเจ้าพุดเดิ้ลตรงหน้าจะชอบตนมากพอที่จะยอมให้เล่นด้วย

 

 

 

 

“อืม…” เขาพูดทักทั้งๆ ที่ไม่น่าจะจำเป็น “…หวัดดี”

 

 

 

 

ตามมาด้วยเสียงลมหายใจดังเฮือกจากความตกใจ เพราะเจ้าพุดเดิ้ลตัวโตพุ่งพรวดใส่จนยูริหงายหลังไปนอนแผ่บนพื้น มัคคาชินโถมตัวตามมา เลียหน้าของเขาพร้อมเผื่อแผ่ไปทั่วเสื้อด้วย

 

 

 

 

ยูริหัวเราะสดชื่นแม้ว่าแว่นตาจะโดนดันจนหลุดแล้ว ยกสองมือขึ้นเพื่อทั้งกอดเจ้าหมาและยีหัวของมันเล่น “เด็กดี เด็กดี…”

 

 

 

 

และก็เป็นตอนนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงชัตเตอร์

 

 

 

 

ยูริรีบเงยหน้าขึ้นไปทันที แล้วก็ได้เห็นวิคเตอร์ที่กำลังยืนกลั้นขำ โทรศัพท์ถูกยื่นออกมาแบบที่รู้ว่าเพิ่งถูกใช้ถ่ายรูปไป

 

 

 

 

“วิคเตอร์!!” ยูริรีบตะกายลุกขึ้น “ลบเลยนะครับ!!”

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมเงินเลิกพยายามที่จะกลั้นขำแล้ว และเสียงหัวเราะที่ได้ยินก็บอกให้ยูริรู้ชัดเจนว่าคำสั่งของตนจะไม่มีวันถูกใส่ใจ

 

 

 

 

“วิคเตอร์!!”

 

 

 

 

ร่างสูงโปร่งเอี้ยวตัวหนีมือของเขาก่อนพุ่งปราดไปด้านในอพาร์ตเมนต์ ยูริพยายามจะวิ่งตามแต่ก็โดนมัคคาชินขวางไว้…เจ้าหมาดูจะเข้าใจว่านี่เป็นเกมวิ่งไล่จับหรืออะไรแนวๆ นั้น ทำให้กว่าที่ยูริจะตามไปถึงตรงโซฟาที่วิคเตอร์นั่งเหยียดยาวอยู่ได้นั้น รอยยิ้มบนวงหน้าคมคายนั่นก็บอกเขาแทนคำพูดแล้วว่ารูปนั้นคงจะถูกส่งไปให้พ่อกับแม่ของเขาแล้วเรียบร้อย

 

 

 

 

“คุณ…” ยูริได้แต่พูดอย่างอ่อนแรง “คุณไม่ต้องทำตัวให้มันสมจริงขนาดนี้ก็ได้นะ…”

 

 

 

 

วิคเตอร์กะพริบตา แล้วก็ยิ้ม “พ่อกับแม่นายจะได้รู้ไงว่านายกับแฟนนายเป็นยังไงกันบ้างแล้ว”

 

 

 

 

ยูริรู้สึกหัวเสียปนเขินนิดหน่อยกับประโยคนี้ พึมพำ “แต่เราไม่…”

 

 

 

 

เสียงแผ่วเบาค้างคาอยู่แค่นี้ ยูริไม่อยากพูดมันออกมาจนจบ

 

 

 

 

วิคเตอร์เองก็นิ่งไป ก่อนที่จะทำลายความเงียบอันหนักหน่วงลงด้วยการแกล้งสะดุ้งเฮือก “ยูริ!! นี่นายเปลี่ยนใจอยากให้ฉันเป็นคู่หมั้นเหมือนเดิมแล้วใช่มั้ย?!”

 

 

 

 

“หะ หา?? ไม่นะ! ไม่ใช่—!!”

 

 

 

 

มัคคาชินคิดว่าตอนนั้นเป็นจังหวะดีที่จะเห่าบ็อกๆ แล้วโดดใส่แผ่นหลังของยูริจนเขาล้มโครมลงไปกองบนโซฟา

 

 

 

 

หลังเสียงหัวเราะและคำล้ออีกมากมาย สุดท้าย ยูริก็ได้ลุกขึ้นมานั่งข้างๆ วิคเตอร์โดยดีในที่สุด…ชายหนุ่มผมเงินยอมสารภาพสักทีว่าตนยังไม่ได้ส่งรูปไปให้พ่อกับแม่ของยูริเลย แล้วก็มาแกล้งทำตัวใจกว้างอย่างน่าตีว่าจะยอมให้ยูริเลือกก็ได้ว่าอยากส่งรูปไหนไปให้

 

 

 

 

แน่นอนว่าเขาบ่นพึมพำว่านี่มันไม่เห็นยุติธรรมเลย ซึ่งวิคเตอร์ก็แค่หัวเราะแล้วจิ้มพุงยูริทีเผลอเท่านั้นเอง

 

 

 

 

เครื่องหมาย Read ขึ้นมาแทบจะทันทีที่ชายหนุ่มผมเงินกดส่งรูปไปให้คัตสึกิ ฮิโรโกะ ตามมาด้วยข้อความถามว่ายูริอยู่ตรงนั้นด้วยไหม และสะดวกไหมถ้าจะวีดีโอคอล

 

 

 

 

ยูริพยักหน้าเมื่อวิคเตอร์อ่านข้อความให้ฟัง แล้วในอึดใจถัดมา เขาก็ได้เห็นหน้าของพ่อ แม่ และมาริที่รุมออกันอยู่ในเฟรม

 

 

 

 

“หวัดดียูริ สบายดีนะ” พี่สาวทักเนิบๆ ตามนิสัย ก่อนจะเลิกคิ้วนิดหน่อยตอนเห็นหน้าวิคเตอร์ สลับมาพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นแทน “แม่พูดจริงแฮะ แฟนนายหล่อชะมัดเลย”

 

 

 

 

“พี่!!” ยูริสติแตกอยู่ดีต่อให้รู้ว่าวิคเตอร์ฟังไม่ออกหรอก สีหน้าที่ทำให้หญิงสาวหัวเราะ ก่อนที่จะหันไปคุยกับชายหนุ่มผมเงินเป็นภาษาอังกฤษ ทักทายและแนะนำตัวสั้นๆ

 

 

 

 

พ่อกับแม่ของเขาส่งเสียงเอ็นดูมัคคาชินเมื่อเจ้าหมาผลุบเข้ามาในเฟรมแล้วดมๆ หน้าจอ วิคเตอร์เล่าเรื่องของมันให้ทุกคนปลายสายฟังคร่าวๆ…ซึ่งเพราะยูริเคยฟังแล้ว เขาจึงใช้เวลาตรงนี้ในการลอบมองวงหน้าคมคายนั่นแทน…ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นเพราะทั้งสองต้องนั่งให้อยู่ในรัศมีกล้องเพื่อให้ปลายสายเห็นหน้าพร้อมๆ กัน

 

 

 

 

ไม่กี่วันแท้ๆ ยูริตระหนักขึ้นมาในนาทีนั้น แต่ตอนนี้…โปรเฟสเซอร์นิกิโฟรอฟได้กลายมาเป็นวิคเตอร์ในชีวิตของเขาแล้ว

 

 

 

 

ยูริพยายามจะไม่สงสัยต่อว่าแล้วตอนนี้ ตนเป็นใครกันแล้วในชีวิตของอีกฝ่าย

 

 

 

 

บทสนทนาดำเนินต่อไปอีกสักพักเลยทีเดียว นาฬิกาบอกเวลาเกือบสามทุ่มแล้วตอนที่วางสาย ยูริค่อยๆ หยัดตัวขึ้น…มัคคาชินได้ขึ้นมานอนบนตักเขาตั้งแต่เริ่มๆ บทสนทนา เจ้าพุดเดิ้ลหายใจฟี้ๆ และเลียเสื้อเขาทิ้งท้ายอีกสองสามแผล่บก่อนจะยอมลุกออกไป

 

 

 

 

“ถ้างั้น…เดี๋ยวผมกลับก่อนนะครับ” ยูริบอกเมื่อวิคเตอร์กลับมาจากการเอาแก้วน้ำไปเก็บในครัวแล้ว “ผมไม่อยากเรียกแท็กซี่น่ะ แต่ถ้าดึกกว่านี้มันจะหนาวเกินไปถ้าจะเดิน”

 

 

 

 

วิคเตอร์นิ่งเงียบไป และนั่นก็นานพอที่จะทำให้ยูริสงสัย “มีอะไรรึเปล่าครับ?”

 

 

 

 

“อืม…”

 

 

 

 

ร่างสูงโปร่งเดินมาจนยืนเบื้องหน้าเขา ใกล้พอที่สองมือเรียวยาวนั่นจะเอื้อมมาประคองมือของเขาเอาไว้ได้

 

 

 

 

เสียงทุ้มนุ่มพูดแผ่วเบา เรียบนิ่งหากมั่นคง

 

 

 

 

“…ฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะ ถ้าคืนนี้นายจะค้างที่นี่น่ะ”

 

 

 

 

ยูริรู้สึกได้ว่าลมหายใจของตัวเองติดขัดเหมือนจังหวะหัวใจ ดวงตาสีฟ้าสวยที่ได้เห็นตอนนี้ไม่ได้มีแววล้อเล่นอย่างทุกที…มันมองตรงมา รอคอยหากไม่เร่งเร้า สีอันแปลกตาของท้องทะเลและดวงดาว

 

 

 

 

วินาทีเลยผ่าน ความเงียบตามติดไปด้วย

 

 

 

 

จนสุดท้าย ยูริก็เอ่ยขึ้น

 

 

 

 

“ผม…ผมเข้าใจครับ” เขาพูดเสียงเบา เผลอจะก้มหน้าตามนิสัย แต่ก็บอกตัวเองให้สบตากับอีกฝ่ายไว้เพื่อบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงสิ่งที่ตนรู้สึก “แต่ตอนนี้…ตอนนี้ ผมยังไม่คิดว่าตัวเองจะ…อืม…”

 

 

 

 

วิคเตอร์ไม่ปล่อยให้ยูริต้องลำบากใจนานนัก ชายหนุ่มขยับยิ้มบางๆ ออกมา พูดเสียงนุ่ม ไร้กระแสขัดเคืองใจใดๆ “ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจแล้วล่ะ”

 

 

 

 

แล้วสัมผัสอบอุ่นของมือคู่นั้นก็ผละจากไป วิคเตอร์บอกให้ยูริรอตรงนี้เพราะจะเอาเสื้อมาให้เขาเปลี่ยน

 

 

 

 

“ตัวนี้ไม่ไหวหรอก มันเปื้อนหมดแล้วเนี่ย” ชายหนุ่มผมเงินไม่ยอมฟังพร้อมยัดสเวตเตอร์ไหมพรมใส่มือเขา “เปลี่ยนแล้วทิ้งไว้ที่นี่แหละ เดี๋ยวฉันซักแล้วเอาไปคืนให้”

 

 

 

 

ยูริจึงเอาเสื้อของตัวเองใส่ไว้ในตะกร้าผ้าในห้องน้ำหลังเปลี่ยนมาใส่สเวตเตอร์ของวิคเตอร์แล้ว ซึ่งเขาก็บอกอีกฝ่ายไว้เมื่อเจ้าตัวเดินมาส่งตรงหน้าประตูห้อง

 

 

 

 

“โอเค ดีแล้วล่ะ” ชายหนุ่มผมเงินยิ้ม “ราตรีสวัสดิ์…กลับดีๆ นะยูริ”

 

 

 

 

ยูริพยักหน้า และก็ตัดสินใจในนาทีนั้นที่จะทำอะไรบ้าบิ่นตามที่อยาก

 

 

 

 

เขาเอื้อมมือออกไป รั้งวิคเตอร์ไว้ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปหาจนหน้าผากแตะกัน

 

 

 

 

“ที่ผมไม่ค้างที่นี่คืนนี้น่ะ…มันแค่เพราะผม เอ่อ ผมยังไม่ค่อยโอเคเองเท่าไหร่” ยูริพูดหนักแน่น “…ไม่ใช่เพราะผมไม่โอเคกับคุณนะครับ”

 

 

 

 

สิ่งเดียวที่อยู่ในใจเขาในวินาทีนั้นมีแค่ความต้องการจะบอกให้อีกฝ่ายรู้ ยูริไม่ได้คิดทวนคำพูดของตัวเองด้วยซ้ำจนกระทั่งเอ่ยมันออกไปแล้ว

 

 

 

 

แต่ถึงจะหวนคิดใหม่ก็ตาม เขาก็พบว่าตัวเองในนาทีนี้ไม่ได้หน้าแดงหรือขัดเขินอะไรเลย…เพราะสิ่งที่พูดออกไปนั้นคืออะไรที่ให้ความรู้สึกเหมือนข้อเท็จจริงมากกว่าความลับ

 

 

 

 

วิคเตอร์ดูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา…นุ่มนวลเหมือนน้ำเสียงและสัมผัสของปลายนิ้วที่เจ้าตัวไล้ลงที่ข้างแก้มของเขา

 

 

 

 

“…ฉันจะถือว่านั่นแปลว่าฉันยังหวังได้ก็แล้วกันนะ”

 

 

 

 

ยูริผละจาก ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังพยักหน้าอยู่

 

 

 

 

เขาเดินกลับอพาร์ตเมนต์ของตัวเองด้วยสภาวะจิตใจที่คล้ายภาพเบลอ และสเวตเตอร์ที่มีกลิ่นเหมือนวิคเตอร์ก็ไม่ช่วยอะไรเลยสักนิด

 

 

 

 

แต่ก็…

 

 

 

 

ยูริกำชายเสื้อไว้ ยิ่งอยากถอนหายใจเมื่อสูดลมหายใจอีกครั้ง

 

 

 

 

แต่ก็…นั่นแหละนะ…

 

 

 

 

เม้มริมฝีปาก เพราะไม่อยากจะยอมรับว่าตัวเองยิ้ม

 

 

 

 

…ช่างมันเถอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

*******************************

 

หลังจากดองไว้แล้วมัวแต่เขียนแพร์อื่นในฟิคจักรวาลสตาบัคนี้ ในที่สุดเราก็กลับมาพร้อมคัตสึกิ ยูริและแฟนตัวปลอมของเขาแล้วค่ะฟฟฟฟฟ วันนี้วันดี มีทั้ง yuri on stage ทั้ง yuri the movie มาให้รุ้งพุ่ง เรานี่พลังติ่งมาเต็มจนออกฟิคเลยค่ะ แงงงงง //นั้มตาาาาา

 

 

เอาจริงๆแล้ว เรารู้สึกว่าวิคยูเป็นคู่ที่เขียนแล้วแอบเกร็งที่สุดเลยค่ะ เพราะเหมือนผิดนิดเดียวคือนิสัยผิดจากเดิมไปเลย ซับซ้อนจนบางทีก็ไม่แน่ใจว่าจะเขียนแบบไหนถึงใช่ที่สุด แต่ถ้าเอาจากในเรื่องนี้…เรามองว่ายูริเป็นคนที่ถึงจะชอบอีกฝ่ายอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ค้างด้วยง่ายๆค่ะ เขามี insecurity ในใจเยอะ+ยังไงก็ต้องรู้จักและมั่นใจกับอีกฝ่ายมากกว่านี้ และวิคเตอร์เอง ถึงเราจะชอบแซวว่าเขาบ้าๆบอๆ แต่เราคิดค่ะว่าเขาแคร์ยูริมากๆๆๆๆเลย แคร์เข้าขั้นโอ๋จนเสียนิสัยเลยด้วย5555 แถมเรื่องแบบนี้มันละเอียดอ่อน ถึงจะมีแอบเสียดาย(ฮาาา)แต่ยังไงเราก็ว่าวิคเตอร์รอได้ค่ะ เพราะบั่บ…เขารักยูริ…รักมาก….. ฮือ ฮือออออออออออ

 

 

(ประโยคท้ายๆ นี่เพ้อเจ้อนะคะฟฟฟฟ)

 

 

นั่นแหละค่ะ ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามฟิคเรื่องนี้ ขอบคุณที่อดทนกับการดองของเรา ขอบคุณกับคอมเม้น เป็นกำลังใจให้ปั่นมากๆค่ะ ที่ดองๆไปนี่บางทีก็เพราะยุ่งด้วย+นึกว่าไม่มีคนอ่าน TvT 

 

 

เจอกันบทหน้าค่ะ ❤

 

 

 

ทิพย์เอง

 

 

ปอลอ 

ไม่ได้เกี่ยวกับฟิค แต่เราได้เขียนรีวิวให้นิยายเรื่อง The Unbearable Lightness of Being by Milan Kundera อยู่ในนี้ค่ะ >>

https://www.facebook.com/icollectchances/posts/1953802981509230 

 

ซึ่งก็คือหนังสือที่เราเอามาเขียนว่ายูริได้เรียนมันกับโปรเฟสเซอร์นิกิโฟรอฟในฟิคนี้ล่ะค่ะ เป็นหนังสือที่เราคิดถึงตอนวางพลอตว่าคนอย่างวิคเตอร์(ตอนก่อนมาเจอยูริ)น่าจะอยากสอนหนังสือแนวๆไหนนะ แต่ไม่ได้คิดถึงวิคเตอร์เพราะหน้าปกนะเอ้อบอกไว้ก่อน55555555555

 

 

Advertisements

3 responses to “[Yuri!!! On Ice Fic][VictorYuuri] Looking Across the Universe, Searching for Neptune (3)

  1. มัคคาชินนนนนนนนนนนนนนนนนน ♡

    คุณวิครุกแรงเหลือเกินค่ะ //กุมใจ
    แต่รู้สึกได้เลยว่าเขาถนอมยูริเหลือเกินค่ะ ฮืออออ
    ชอบตอนก่อนยูริจะกลับมากค่ะ เจ้าคัตสึด้งนี่จู่ๆจะหายเขินก็ทำคนอ่านเขินแทนไปซะงั้นค่ะ 555555

    Like

  2. รู้สึกว่าวิคเตอร์ไม่ได้ทำงานพิเศษ
    แต่เป็นแผนลับอลเวงจากใครสักคน ที่ช่วยให้วิคเตอร์จีบยูริ
    ยูริคงไม่รู้ ว่าตัวเองทำให้ตกหลุมรักตอนไหนแน่ๆ
    ก้าวหน้าดีจังเลยคู่นี้

    Like

  3. โอ้ยยยยยยยยยยแงงงงงงงง น้องเขินนนนนนนนนนนนนนนน

    จริงๆคุณวิคเค้าแอบตามสโตรกนศ.อยู่ใช่มั้ยคะ ทำมาเป็นทำงงทำงานพิเศษ จริงๆจะตามจีบถูกไหม

    ชอบตอนท้ายๆจังเลยค่ะ ที่วิคเตอร์บอกให้ค้าง ชอบการปฎิเสธของยูริ (ไม่ได้หมายถึงปฎิเสธในแง่นั้น แต่แบบ นั่นแหละ55555)
    มันดูมี unspoken things /ทำเสียงปีเตอร์

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s