[Yuri!!! On Ice Fic][OtabekYurio] crazy crazy, easy tiger (you’re a god send, do you want a boyfriend?) (4)

 
 
 
crazy crazy, easy tiger (you’re a god send, do you want a boyfriend?)
ユーリ!!! on ICE fanfiction by Tippuri~ii* 
 

 

    
 

 
 
Pairing: Otabek Altin x Yuri Plisetsky
 

Fandom: ユーリ!!! on ICE

 

 

 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

[+] REMARK: เป็น universe เดียวกับเรื่อง [seungchuchu] oh darling you look like christmas morning ค่ะ >> สารบัญ

 

 
************************************
 
 
chapter 4
 

 

 

 

 

 

ไม่มีการนัดหมายเป็นเรื่องเป็นราวเพิ่มเติมจากวันนั้น ซึ่งก็เป็นเพราะยูริชอบลืมไปอยู่เรื่อยว่ามีความจำเป็นจะต้องทำ…เพราะเขากับโอตาเบค อัลตินก็ยังคงเจอหน้ากันอยู่เสมอที่ร้านสตาร์บัคส์อย่างที่ผ่านมา

 

 

 

 

(ยูริยังคงคิดหาทางแก้ไม่ได้ว่าหลังจบแผนการเป็นวันไนท์แสตนด์นี่แล้ว เขาจะไปหาร้านกาแฟใหม่ที่ไหนดี)

 

 

 

 

หากการพบเจอกันหลังจากมื้อเย็นวันนั้นก็ไม่ใช่อะไรที่เหมือนเดิมสักเท่าไหร่แล้ว เพราะยูริพบว่าตัวเองเลิกที่จะหาโต๊ะว่างตัวอื่นแล้วต่อให้มี แต่จะเดินตรงไปที่โต๊ะที่โอตาเบคนั่งอยู่เลย และในทางกลับกัน…เขาก็จะแค่หยิบเป้ขึ้นจากเก้าอี้ว่างของโต๊ะตัวเองพร้อมพยักหน้านิดๆ ให้ตอนที่เห็นชายหนุ่มผมดำเดินเข้ามาในร้าน

 

 

 

 

การแชร์โต๊ะที่ทีแรกทำให้ขัดใจนักในทีแรก ตอนนี้กลับไม่เหลือเค้าเดิมของความรู้สึกนั้นอีกต่อไปแล้ว

 

 

 

 

หากบรรยากาศของการนั่งด้วยกันนั้นยังคงเดิม…ยูริอาจจะอ่านการ์ตูนหรือพิมพ์งานในแล็ปท็อป ส่วนโอตาเบคก็จะนั่งเงียบๆ กับหนังสือในมือหรือปึกเอกสารประกอบการเรียน แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่หนุ่มน้อยผมทองคิดจะบ่น…เขายอมรับกับตัวเองมาได้สักพักแล้วว่าความเงียบที่มีระหว่างตนกับโอตาเบค อัลตินไม่ใช่เรื่องชวนอึดอัดเลยสักนิด

 

 

 

 

ยูริไม่ค่อยเจอคนที่ตนไม่รู้สึกรำคาญบ่อยนัก นั่นจึงทำให้เด็กหนุ่มยิ่งรู้สึกภูมิใจเบาๆ ที่ตนเลือกว่าที่วันไนท์แสตนด์ได้ไม่เลวเลยทีเดียว

 

 

 

 

นั่นสินะ…ยังมีแผนการนี้ให้จัดการอยู่เลยนี่นา…

 

 

 

 

การนึกถึงเรื่องนี้ได้ในราวๆ เกือบสัปดาห์ถัดมาจึงทำให้ยูริหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าทันทีที่เลิกเรียน เด็กหนุ่มไม่มีเรียนตอนบ่ายต่ออีกแล้วแถมอาจารย์ก็ไม่สั่งงาน นั่นจึงหมายความว่าเขาจะมีเวลาได้แน่นอนในคืนนี้

 

 

 

 

โย่ เขาพิมพ์ข้อความ วันนี้นายว่างมั้ย?

 

 

 

 

คาบเรียนของอีกฝ่ายเองก็จบลงแล้วเหมือนกัน เพราะโอตาเบคตอบมาอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

ฉันเพิ่งเลิกเลย ข้อความที่สองตามมาติดๆ กินมื้อเที่ยงกันมั้ย?

 

 

 

 

ยูริตอบตกลงไปพร้อมบอกด้วยว่าตนจะยืนรอที่ไหน แล้วเมื่อโอตาเบคโผล่มาในอีกสิบนาทีถัดมา…หนุ่มน้อยผมทองก็เพิ่งนึกได้ว่าตนยังไม่รู้เลยว่าตกลงแล้วอีกฝ่ายเรียนอะไรกันแน่

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้เขาเข้าประเด็นนี้ทันทีที่ทั้งสองนั่งลงตรงโต๊ะในโรงอาหารแล้ว

 

 

 

 

“เฮ้” ยูริเคี้ยวเบอร์เกอร์ของตัวเองหงับๆ ก่อนจะถามต่อ “นายเรียนอะไรน่ะ?”

 

 

 

 

โอตาเบคดูประหลาดใจกับคำถามไม่มีปี่มีขลุ่ยนี้ แต่ก็ตอบเสียงทุ้มนุ่มโดยดี “วรรณคดีน่ะ แต่ไม่ใช่พวกเชคสเปียร์นะ ฉันเรียนพวกวรรณคดีโบราณไปเลยน่ะ”

 

 

 

 

“อ๋อ…” ยูริเข้าใจแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้มาตามนัดได้ไวนัก…ตึกของคณะศิลปศาสตร์ไม่ไกลเลยจากตึกเรียนของเขา แล้วก็พานไปนึกได้ถึงเอกสารถึงงานของเวอร์จิลกับโฮเมอร์ที่เจ้าตัวอ่านได้ต่อ “พวกมหากาพย์กรุงทรอยอะไรอย่างนั้นใช่มั้ย?”

 

 

 

 

โอตาเบคยิ่งดูประหลาดใจ พูดง่ายๆ โดยซ่อนยิ้มนิดๆ ไว้ “นายจำได้ด้วยเหรอ?”

 

 

 

 

“เงียบน่า” ยูริพูด เสียงกระชากที่ไม่ได้ฟังแล้วกระชากสักเท่าไหร่เลย ก่อนจะนึกขึ้นได้ “อ๋อ…มิน่าล่ะ นายถึงรู้จักวิคเตอร์”

 

 

 

 

โอตาเบคหัวเราะหึๆ “ไม่มีใครไม่รู้จักโปรเฟสเซอร์นิกิโฟรอฟหรอก เก่งระดับจะให้สอนอะไรก็สอนได้ขนาดนั้น”

 

 

 

 

ยูริส่งเสียงเฮอะ “ทุกคนมองตาแก่นั่นดีเกินจริงมากไปแล้ว นี่มันบ้าชัดๆ”

 

 

 

 

โอตาเบคไม่ได้ตอบรับแต่อย่างใด แต่เสจิบเครื่องดื่มเพื่อให้ขอบถ้วยซ่อนยิ้มขันๆ ของตัวเองไว้เท่านั้น

 

 

 

 

ยูริเองก็ก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารในมือต่อ จนกระทั่งได้ยินเสียงทุ้มต่ำนั่นถามขึ้น

 

 

 

 

“แล้วนายล่ะ?” โอตาเบคมองมาเมื่อเขาเงยหน้า “นายเรียนอะไรเหรอ?”

 

 

 

 

ยูริเช็ดๆ ปากอย่างลวกๆ ก่อนตอบ “ประวัติศาสตร์ศิลป์วิทยา…ตึกข้างๆ นายนี่ล่ะ”

 

 

 

 

“อ๋อ โอเค…” โอตาเบคพยักหน้า ก่อนถามคำถามทั่วไปตามประสานักศึกษาต่อ “แล้วนี่คือวันนี้ไม่มีเรียนต่อแล้วใช่มั้ย?”

 

 

 

 

ยูริส่งเสียงฮื่อๆ แทนการปฏิเสธ กลืนอาหารแล้วพูดเมื่อนึกได้ถึงจุดประสงค์ของมื้อกลางวันนี้ “เออ นี่ล่ะที่ฉันจะถามนาย…นี่นายว่างแล้วใช่มั้ย? คืนนี้เป็นไง?”

 

 

 

 

โอตาเบคดูจะชะงักกึกไปเล็กน้อย แต่วงหน้าคมสันนั้นก็ยังคงความเรียบนิ่งเอาไว้ได้ตามประสาคนมีสติ เสียงทุ้มต่ำพูดแผ่วเบาราวกับจะขอโทษ “เอ่อ…วันนี้ฉันมีเรียนจนเย็นเลยน่ะ แล้วเดี๋ยวก็มีนัด…เอ่อ คุยโปรเจ็คกับเพื่อนด้วย…”

 

 

 

 

“อ้าวเหรอ?” ยูริซ่อนความผิดหวังของตัวเองไม่ได้เลยสักนิด เพราะเขาค่อนข้างมั่นใจนำไปแล้วว่าวันนี้คงได้ปิดฉากแผนการวันไนท์แสตนด์นี่สักที

 

 

 

 

บ้าเอ๊ย…อย่างนี้เขาก็ยังต้องทนกับคำล้อของไอ้บ้าเจเจต่ออีกน่ะสิ…

 

 

 

 

“เฮ้ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ…”

 

 

 

 

ประโยคนี้ทำให้ยูริเงยหน้าขึ้น…ปกติแล้ว นี่เป็นคำบอกที่เขาเกลียดที่สุด แต่แปลกดีเหมือนกัน พอเป็นโอตาเบคพูดแล้ว…มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกหงุดหงิดอย่างเวลาวิคเตอร์หรือเจเจพูดเลย

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมดำมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย กระแสเสียงขอโทษแทรกชัดในถ้อยคำ “ไว้เรานัดกันวันอื่นได้มั้ย?”

 

 

 

 

ปกติแล้ว โอตาเบคที่ยูริได้เห็นจะมีสีหน้าเรียบนิ่งเสมอ…ภาพอันไม่คุ้นตานี้จึงทำให้เขารู้สึกเอ็นดูยังไงก็ไม่รู้

 

 

 

 

“ได้สิ” ยูริโบกมือนิดๆ เป็นเชิงบอกว่าอย่าคิดมาก ความผิดหวังหายวับไปหมดแล้ว “ไว้นัดวันอื่นก็ได้ นายไปทำโปรเจ็คของนายเถอะ”

 

 

 

 

“อืม” โอตาเบคพยักหน้า เสมองไปทางอื่นเพื่อลอบถอนหายใจแผ่วเบา “วันอื่นก็แล้วกันนะ”

 

 

 

 

 

**

 

 

ยูริไม่ชอบอ่านหนังสือเรียนที่สตาร์บัคส์ แต่เขากลับไม่มีปัญหาเลยในการมานั่งอ่านตรวจทานเปเปอร์ของตัวเองที่นี่ คนอื่นมักไม่เข้าใจว่ามันต่างกันอย่างไร แต่สำหรับหนุ่มน้อยแล้ว…การอ่านหนังสือเรียนต้องการสมาธิแบบที่ความเงียบจะมีให้ แต่สมาธิของการอ่านตรวจทานของเขานั้นกลับจะเกิดขึ้นได้ดีกว่าถ้ามีเสียงผู้คนรายล้อมตัว

 

 

 

 

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอีกแล้วที่ยูริมักจะแบกแล็ปท็อปของตัวเองมาทำงานที่ร้านกาแฟแห่งนี้เสมอ และถึงจะเปลี่ยนมามีเพื่อนร่วมโต๊ะ การกระทำแบบนี้ก็ยังคงเดิม…แถมได้เพื่อนร่วมโต๊ะคนนี้ด้วยนี่แหละที่ช่วยคอยเสียบปลั๊กไฟให้เวลาแบตเตอรี่แล็ปท็อปร่ำๆ จะหมด

 

 

 

 

แต่ถ้าถามยูริ…เขาก็คงต้องตอบว่าไม่เคยเห็นโอตาเบค อัลตินทำอะไรที่สตาร์บัคส์แห่งนี้มากไปกว่าอ่านหนังสือหรือเอกสารประกอบการเรียนเลย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เดียวที่เขาเคยเห็นอีกฝ่ายใช้ที่นี่ก็มีแค่โทรศัพท์มือถือเท่านั้น นั่นจึงทำให้ยูริเดาว่าเจ้าตัวคงเป็นคนที่ทำอะไรตรงข้ามกับเขา…อ่านหนังสือเรียนได้ในความจอแจ แต่จะเขียนเปเปอร์ในที่ที่เงียบสงบ

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้หนุ่มน้อยประหลาดใจจนได้แต่ยืนนิ่งหน้าประตูร้านไปแว่บหนึ่งเลย เพราะวันนี้…ตรงโต๊ะประจำของพวกเขา ชายหนุ่มผมดำกำลังพิมพ์สลับกับอ่านอะไรง่วนอยู่ในแล็ปท็อปตรงหน้า กิริยาสากลของนักศึกษาที่ตรวจต้นฉบับเปเปอร์ก่อนส่งให้อาจารย์ผู้สอน

 

 

 

 

ยูริต่อคิวสั่งเครื่องดื่มให้ตัวเอง ก่อนจะใช้เวลาระหว่างรอในการดิ่งมาที่โต๊ะเพื่อวางเป้ก่อน โอตาเบคเงยหน้าขึ้น ทักเบาๆ เมื่อเห็น

 

 

 

 

“หวัดดี”

 

 

 

 

ทำไมก็ไม่รู้ แต่ยูริก็รู้สึกขึ้นมาในนาทีนั้น…ความรู้สึกดีใจจนทำให้อยากยิ้มออกมา “หวัดดี…”

 

 

 

 

อะไรวะ? ก็ไม่เห็นจะมีอะไรให้ต้องอยากยิ้มเลยนี่??

 

 

 

 

ความสับสนนี้ถูกลืมไปเมื่อได้ยินเสียงขานชื่อตัวเองมาจากทางเคาเตอร์ชงกาแฟ เขาก้าวยาวๆ กลับไปถือถ้วยช็อกโกแล็ตร้อนของตัวเองกลับมาที่โต๊ะ วางๆ มันให้ตนมีที่ว่างในการหยิบแล็ปท็อปในกระเป๋าขึ้นมาวางบ้าง

 

 

 

 

“แปลกจัง” เด็กหนุ่มออกความเห็น พยักเพยิดไปทางโอตาเบค “ฉันไม่เคยเห็นนายเอาอะไรมาพิมพ์ที่นี่เลย…ปกตินายจะอ่านแต่หนังสือนี่นา”

 

 

 

 

โอตาเบคยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่งตามนิสัย แต่น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลตอนอธิบาย “เปเปอร์นี้มันยาวหน่อยน่ะ เมื่อคืนแค่ฉันพิมพ์เสร็จก็หมดแรงจะอ่านทวนแล้ว เลยต้องเอามาทำต่อวันนี้น่ะ”

 

 

 

 

ถอนหายใจเล็กน้อยอย่างล้าๆ…ปลายนิ้วยกขึ้นขยี้ตานิดๆ

 

 

 

 

“แต่นี่ก็อ่านได้ช้ามากเลยล่ะ มันเหมือน…พอนายจำเนื้อหาที่ตัวเองเขียนได้แล้ว บางทีมันเลยจะเบลอข้ามคำผิดหรือพาร์ทแปลกๆ ไปเองน่ะ ฉันเลยวิตกจริตจนช้าไปหมดเลย”

 

 

 

 

ยูริพยักหน้าหงึกๆ อย่างเข้าอกเข้าใจ เพราะนี่คือปัญหาโลกแตกที่ทุกคนที่ต้องผลิตงานเขียนต้องได้พบเจอ เขาง่วนกับการพิมพ์พาสเวิร์ดเปิดแล็ปท็อปของตัวเอง และหลังจากที่เริ่มๆ กวาดตาอ่านทานเปเปอร์ของตัวเองไปได้สองสามย่อหน้า ยูริก็ได้ไอเดีย

 

 

 

 

“เฮ้ โอตาเบค” เขาเรียกให้ชายหนุ่มผมดำเงยหน้าขึ้น ก่อนจะแจกแจงต่อ “เปเปอร์ของนายน่ะ…มันต้องแก้แค่คำผิดหรือเปล่า? มีเนื้อหาอะไรที่นายจะเพิ่มอีกมั้ย?”

 

 

 

 

อีกฝ่ายส่ายหน้า “มีแค่คำผิดเท่านั้นแล้วล่ะ ทำไมเหรอ?”

 

 

 

 

“เปเปอร์ฉันก็เหมือนกัน” ยูริบอก แล้วก็เสนอต่อ “เพราะงั้นมาแลกกันอ่านมั้ยล่ะ…ฉันก็อ่านของตัวเองจนเบลอแล้วเหมือนกัน ถ้าให้คนอื่นอ่านให้น่าจะดีกว่า”

 

 

 

 

“อืม…ฉันโอเคนะ” โอตาเบคพูด “แต่ฉันบอกไว้ก่อนนะ…เปเปอร์ฉันมันอาจจะน่าเบื่อมากเลยนะ”

 

 

 

 

ยูริยักไหล่ ยกแล็ปท็อปขึ้นพร้อมจะส่งให้อีกฝ่ายแล้ว “อะไรก็ดีกว่าเปเปอร์ของฉันเองล่ะตอนนี้…ฉันอ่านมันมาสามรอบแล้วเนี่ย”

 

 

 

 

โอตาเบคยิ้มจางๆ ตอนรับแล็ปท็อป ก่อนที่สีหน้าตั้งใจเงียบๆ จะหวนคืนมาเมื่อเจ้าตัวเริ่มต้นอ่านเปเปอร์ของเขา

 

 

 

 

ยูริตัดสินใจไม่ได้ว่าเป็นสีหน้าใดกันแน่ที่ทำให้เขารู้สึกตลกๆ อย่างอธิบายไม่ได้จนต้องเสมองไปทางอื่น

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ยูริทำงานที่ร้านดาฟเนในวันพฤหัสบดีจนถึงวันอาทิตย์ และคาบสุดท้ายของวันพฤหัสบดีนี้ก็เลิกสายกว่าตามตารางเรียนไปราวๆ สิบห้านาที แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ยังมีเวลาเหลือมากพอให้เขาซื้ออะไรง่ายๆ กินระหว่างไปให้ถึงร้าน และอีกอย่างที่ทำให้ยูริอารมณ์ดีก็คืออาจารย์ผู้สอนบอกเขาหลังจบคาบว่าเรียงความที่ส่งเข้ามานั้นดีเข้าขั้นดีมากเลยทีเดียว

 

 

 

 

“เนื้อหาครบแล้วก็เรียบเรียงได้ดีเลยล่ะ” อาจารย์บอก “แล้วผมก็อยากชมคุณด้วยที่ไปหาข้อมูลเพิ่มมาเสริมได้แน่นขนาดนี้”

 

 

 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ยูริได้รับคำชมซึ่งๆ หน้าเช่นนี้ นั่นจึงทำให้หนุ่มน้อยได้แต่พยักหน้า ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีสีหน้าตลกๆ เหมือนเด็กน้อยที่กำลังดีใจปนเขินมากๆ กับคำชมที่ได้รับ

 

 

 

 

“ขะ ขอบคุณครับ” เขาพูดตอบไปเช่นนั้น ก่อนจะเพิ่มเติม “ผม…ผมมีคนคอยช่วยด้วยน่ะครับ”

 

 

 

 

อาจารย์พยักหน้า เอ่ยสั้นๆ ว่าดีแล้ว สัญญาณของการบอกให้รู้ว่าอนุญาตให้ยูริไปได้แล้ว

 

 

 

 

ร่างปราดเปรียวจึงเดินออกมาจากอาคารเรียนด้วยความรู้สึกภูมิใจ…ความรู้สึกที่ทำให้เจ้าตัวเอ่ยทักออกไปเสียงดังพร้อมวิ่งรี่เข้าไปหาเมื่อเห็นร่างคุ้นตาที่ยืนรออยู่ตรงหน้าตึก

 

 

 

 

“โอตาเบค!!”

 

 

 

 

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมาจากมือถือ สายตารับภาพของเด็กหนุ่มผมทองที่ยืนยิ้มยิงฟันอยู่ตรงหน้าตน เรือนผมยุ่งนิดๆ จากการวิ่งและแก้มก็แดงอย่างตื่นเต้น แต่ก็เห็นได้ชัดว่ายูริ พลีเซตสกี้กำลังมีความสุขจนเหมือนจะเปล่งความรู้สึกนั้นออกมาได้ในอากาศ

 

 

 

 

โอตาเบคจึงขมวดคิ้วนิดๆ อย่างสงสัย หากเรียวปากก็ยกยิ้มบางๆ นิดอย่างเอ็นดู “หวัดดี…ทำไมวันนี้อารมณ์ดีจัง?”

 

 

 

 

“ฉันอารมณ์ดีทุกวันหรอกเหอะ” รอยยิ้มฮุฮินั่นแปรเปลี่ยนเป็นยุ่งๆ เล็กน้อยตอนตวัดเสียงโต้เขา ก่อนจะกลับมาเป็นแก้มแดงๆ และเรียวปากที่เม้มไว้ของคนที่ตื่นเต้นดีใจแต่ไม่อยากแสดงอาการมากเกิน “อาจารย์ชมเปเปอร์ที่นายช่วยตรวจให้ฉันด้วยล่ะ…ขอบคุณนะ”

 

 

 

 

“อ๋อ…” โอตาเบคนึกได้ถึงวันก่อนที่พวกเขาสลับแล็ปท็อปกันตรวจเรียงความของแต่ละคน ซึ่งสุดท้ายแล้ว เขาได้ช่วยบอกยูริด้วยว่าตรงไหนมีข้อมูลอะไรที่เพิ่มเข้าไปได้ “ไม่เป็นไรหรอก นายเองก็ช่วยฉันเหมือนกัน”

 

 

 

 

ยูริยิ้มยิงฟันอีกครั้ง เอากำปั้นชนต้นแขนอีกฝ่ายเบาๆ อีกที ก่อนจะถามบ้าง เพราะวันนี้เขาไม่ได้ติดต่ออะไรไปหาโอตาเบคเลย จึงไม่น่ามีสาเหตุใดให้เจ้าตัวมายืนอยู่ที่ตึกเรียนตึกนี้ “แล้วนี่นายมาทำไมน่ะ? มีอะไรหรือเปล่า?”

 

 

 

 

“ไม่มีอะไรหรอก” โอตาเบคส่ายหน้า ดูชะงักไปนิดหน่อย…แต่สุดท้ายก็พูดออกมาอยู่ดี “…แค่จะมาหานายนั่นแหละ”

 

 

 

 

ยูริยังคงแก้มแดงนิดๆ พร้อมยิ้มตลกๆ อยู่จากความดีใจเรื่องรายงาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประโยคของโอตาเบคทำให้สองอาการนี้ดูจะเพิ่มเติมขึ้นอีกนิด

 

 

 

 

“เปเปอร์ฉันก็ออกมาดีเหมือนกัน ขอบคุณนะที่นายช่วย” โอตาเบคบอก เสียงทุ้มต่ำนั่นเบาลงนิดหน่อยในประโยคหลัง หากก็ยังมั่นคงเหมือนทุกทีเวลาที่เจ้าตัวเอ่ยคำ “ฉันเลยคิดว่า…เราไปกินอะไรกันมั้ย เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

 

 

 

 

สมองของยูรินั่นตอบรับคำชวนไปแล้ว…เพราะทำไมก็ไม่รู้ เขาพบว่าตัวเองรู้สึกอยากเล่าเรื่องคำชมของอาจารย์ให้อีกฝ่ายฟัง อยากฟังโอตาเบคคุยถึงสิ่งที่เจ้าตัวเจอมาในวันนี้ อยากให้เวลาผ่านไปด้วยบทสนทนาระหว่างพวกเขา อยากเอ่ยตอบตกลงถ้าอีกฝ่ายถามขึ้นมาว่าอยากดื่มชาต่ออีกสักหน่อยไหม

 

 

 

 

ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องแปลกใหม่อีกแล้วในตอนนี้ แต่ยูริก็พบว่าเขายังคงอยากจะพบเจอทุกสิ่งทุกอย่างนั้นอีกครั้งอยู่ดี

 

 

 

 

เพียงแต่ว่า…

 

 

 

 

“ไม่ ไม่ได้ล่ะ…” ยูริพูดออกไปทั้งๆ ที่ไม่อยากเลย

 

 

 

 

โอตาเบคนิ่งไป ก่อนจะพูด…เสียงที่ฟังดูก็ไม่ได้ผิดปกติเลย แต่ยูริกลับรู้สึกได้ว่ามันเรียบนิ่งจนเกือบเย็นชาผิดจากทุกที “ไม่เป็นไรหรอก ปกตินายก็เป็นคนนัดด้วยนี่นะ เป็นฉันนัดขึ้นมานายก็คงไม่สะดวก—”

 

 

 

 

“เฮ้! ไม่ใช่แบบนั้น!!” ยูริขัดเสียงลั่น…จริงอยู่ว่าการพบเจอแทบทุกครั้งนั้นมาจากการนัดหมายของเขาเพื่อแผนวันไนท์แสตนด์(ถึงจะจบลงที่แผนล่มทุกครั้งก็ตาม) นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้ เขาจะอยากเจอโอตาเบคแค่เพื่อแผนนั้นอีกแล้ว…เพราะหลังจากการได้คุยกันหลายครั้ง ยูริก็ค้นพบแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ตนสนุกในการได้ใช้เวลาด้วย “วันนี้ฉันต้องทำงานพิเศษน่ะ แต่ถ้าวันอื่นน่ะได้แน่นอน…ไม่ใช่ไม่ไปเพราะเป็นนายมานัด โอเคนะ??”

 

 

 

 

โอตาเบคดูชะงักไป ราวกับเพิ่งตระหนักได้ถึงอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะพูดเสียงนุ่มหลังจากเรียบเรียงความคิดได้แล้ว “โอเค”

 

 

 

 

“ดี” ยูริพยักหน้า ก่อนจะถามต่อถึงเรื่องที่นึกขึ้นมาได้จากเหตุการณ์เมื่อครู่ “แล้วนี่วันไหนเราจะวันไนท์แสตนด์กันดี?”

 

 

 

 

ดวงตาสีดำคู่นั้นมีแววขันๆ “อย่างน้อยๆ ก็คงต้องเป็นวันที่นายไม่ทำงานพิเศษใช่มั้ย?”

 

 

 

 

ยูริเอากำปั้นชนใส่ต้นแขนคนหน้านิ่งที่มาล้อตนไปอีกที “เงียบไปเลยนะ”

 

 

 

 

พวกเขาคุยกันต่ออีกนิดหน่อย ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยขอตัวเพราะต้องไปแล้ว แต่ก็ได้ต้องหันกลับมาหาอีกครั้งเมื่อได้ยินโอตาเบคเรียกตามหลัง

 

 

 

 

“ว่าไง?”

 

 

 

 

“อืม…ร้านที่นายไปทำงานน่ะ” โอตาเบคเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ “เจเจก็ทำงานด้วยใช่มั้ย?”

 

 

 

 

ยูริหน้าคว่ำทันทีที่ได้ยินชื่อ “ใช่”

 

 

 

 

แต่โอตาเบคก็ไม่ได้ถามอะไรต่อมากไปกว่านั้น สิ่งที่ชายหนุ่มทำต่อมานั้นมีแค่การดึงถุงมือฟิงเกอร์เลสสีดำที่ตัวเองสวมอยู่ออกมา แล้วก็ยื่นมันให้เขา

 

 

 

 

“เอานี่ไปเถอะ” เสียงทุ้มต่ำพูดง่ายๆ “วันนี้อากาศเย็น เดินระวังๆ นะ”

 

 

 

 

ยูริเลยถามกลับบ้างว่าแล้วถ้าอากาศมันเย็น อีกฝ่ายเองก็ต้องใช้ถุงมือนี่ไม่ใช่หรือ แต่โอตาเบคก็แค่ส่ายหน้าแล้วยืนยันคำเดิม ยูริจึงสวมถุงมือนั่นใส่มือตัวเอง พูดอย่างอ่อนใจทิ้งท้าย

 

 

 

 

“นายมันพิลึกชะมัดเลย อัลติน”

 

 

 

 

ถุงมือสีดำคู่นั้นหลวมเกินไปดังคาด หากเนื้อผ้าก็ยังคงอุ่นจางๆ อยู่ และยูริก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตนถึงได้อารมณ์ดีจนกระทั่งมาถึงร้านแล้วก็ตามแบบนี้

 

 

 

 

“ว้าวว้าวว้าว~ วันนี้คนสวยของร้านไม่หน้าบึ้งแฮะ~~” เสียงโง่ๆ นี่เอ่ยแซวทันทีที่ยูริก้าวผ่านประตูด้านหลังของร้านเข้ามา…เจเจที่อยู่ในชุดพนักงานเรียบร้อยแล้วยิ้มกริ่มมาให้ “ยูริ พลีเซตสกี้ยิ้มน่ารักแบบนี้…สงสัยจะได้มีหิมะตกที่อียิปต์อีกรอบแน่ๆ เลย”

 

 

 

 

“หุบปากซะเจ้างั่ง” ยูริแขวนเป้ของตัวเองขึ้น

 

 

 

 

แต่แน่นอน…เจเจไม่สนใจคำพูดของเขามายังไง เจ้าตัวก็ยังคงไม่สนใจคำพูดของเขามายังงั้นเหมือนเดิม

 

 

 

 

“นายอารมณ์ดีแบบนี้เพราะนี่ใช่มั้ย…” ดวงตาสีฟ้าทอประกายล้อเลียน น้ำเสียงที่เน้นอย่างบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวมองออกนะว่าเขาโกหก “เพราะวันไนท์แสตนด์ของนายใช่มั้ย??”

 

 

 

 

ยูริตวัดสายตาใส่ ปากไวเกินไปอีกแล้ว “เออ มีปัญหาอะไรมั้ย??”

 

 

 

 

เพราะเขาก็ไม่ได้โกหกนี่…โอตาเบคคือวันไนท์แสตนด์ของเขาจริงๆ

 

 

 

 

…ในอนาคตน่ะนะ

 

 

 

 

เจเจขยับจะต่อปากต่อคำ แต่ก็สะดุดตากับอะไรบางอย่างเสียก่อน “เฮ้ นั่นมัน…”

 

 

 

 

ยูริก้มมองตาม…ถุงมือฟิงเกอร์เลสสีดำที่เขาสวมอยู่เป็นถุงมือแบบที่คนขับมอเตอร์ไซค์ใช้ เพียงแต่สิ่งที่ทำให้มันแปลกไปก็คือริบบิ้นลวดลายอ่อนช้อยที่ถูกเย็บติดเข้าไปเอง โอตาเบคเคยบอกยูริแล้วว่าอาซิซ่า—น้องสาวของเจ้าตัว—เป็นคนเย็บเข้าไปให้แล้วมอบถุงมือคู่นี้เป็นของขวัญตอนที่เขามาเรียนที่นี่

 

 

 

 

“นี่น่ะเหรอ” ยูริโบกๆ มือ “โอตาเบคให้ฉันยืมมาน่ะ”

 

 

 

 

เจเจเปลี่ยนมาจ้องหน้าเขาแทนถุงมือ แต่อาการตาค้างยังคงเดิม “โอตาเบค? โอตาเบค อัลตินน่ะนะ??”

 

 

 

 

“ใช่เลย โอตาเบค อัลติน” ยูริกอดอกพร้อมยืดตัว เน้นเสียงใส่ “วันไนท์แตนด์ของฉันเอง”

 

 

 

 

เจเจเงียบกริบไป มอบเวลาเป็นนาทีให้ยูริได้ดื่มด่ำกับชัยชนะของตัวเอง ก่อนที่สุดท้ายจะถามขึ้น

 

 

 

 

“จริง…จริงเหรอ?”

 

 

 

 

“จริง” ยูริไม่เว้นจังหวะแม้แต่จะหายใจเลย “พอใจรึยัง? ต่อไปจะเลิกมายุ่มย่ามเรื่องชีวิตฉันได้รึยัง??”

 

 

 

 

เจเจพยักหน้าแบบเบลอๆ…ทำให้ยูริหัวเราะฮึซ้ำใส่อย่างสะใจ ก่อนที่ร่างปราดเปรียวนั้นจะหยิบชุดพนักงานของตัวเองออกมาจากตู้เก็บแล้วเดินไปทางห้องเปลี่ยนเสื้อ

 

 

 

 

จึงไม่ได้เห็นเลยว่าเจเจยังคงมองตามด้วยสีหน้าช็อคหนัก พร้อมพึมพำกับตัวเอง

 

 

 

 

“เวรแล้ว…”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

************************************

 

ว้ายจบค้าง……………

 

 

 

ยังคงเป็นยูร่ากับเบก้าค่ะ คู่นี้เหมือนพลังติ่งกำลังมามากเลย เขียนแล้วรู้สึกคล่องมากช่วงนี้ อิๆ

 

 

บทนี้ สองคนก็ขยับไปใกล้กันมากขึ้นอีกแล้ววว ในอนิเมะ เขาสนิทกันไว+ไม่ค่อยมีรายละเอียดมาก เราเลยต้องคิดเพิ่มเติมเอาเองเยอะพอตัวเลยค่ะ จะพยายามที่จะสื่อออกมาให้ดีที่สุดนะคะ ฮี่ๆ เคมีที่คนนึงหน้านิ่งแต่ใจดีกับคนที่ฟ่อแฟ่กับทุกอย่างยกเว้นกับคนหน้านิ่งนี่มันน่ารักมากมากมากมากมากกกกกกกกกกสำหรับเราค่ะ ดีใจที่ได้เขียน

 

 

ไม่ค่อยมีอะไรจะฝอย แฮ่ๆ มารอมูฟวีและงานโอนลี่อีเวนท์ที่ไทยไปด้วยกันนะคะ ขอขอบคุณทุกคอมเม้นต์ค่ะ เป็นกำลังใจให้ปั่นต่อออกมามากๆเลย

 

 

ทิพย์เอง

Advertisements

5 responses to “[Yuri!!! On Ice Fic][OtabekYurio] crazy crazy, easy tiger (you’re a god send, do you want a boyfriend?) (4)

  1. มิสเตอร์อัลติน
    นายมันร้ายกาจจจจจจจจจจจจจจจจ 😂

    เอ็นดูหนูโอะเหลือแสนค่ะ ฮือ
    วันนี้น้องเป็นแมวนุ่มฟู วันนี้น้องอารมณ์ดี
    เมื่อไหร่หนูจะรู้ตัวคะลูก 😂
    วันไนท์แสตนเขาไม่ใส่ใจจดจำรายละเอียดอีกฝ่ายกันขนาดนี้นะลูกนะ 😂

    อ่านคู่นี้ทีไรต้องได้ยิ้มปวดแก้มทุกทีเลยค่ะ อยากฟัดยูรา //ได้แค่อยากค่ะ ถ้าฟัดจริงๆคงโดนน้องตะปบ 😂

    Like

  2. แอร้ น่ารักมากๆๆๆๆ ชอบบรรยากาศที่ทั้งสองคนนั่งอยู่ด้วยกันได้แบบที่ไม่ต้องพูดหรือพยายามอะไร 😭 แล้วน้องก็ปลาบปลื้มในวันไนท์สแตนด์ของตัวเองเหลือเกิน ก้ากกก แต่ตอนท้ายเรื่องค้าคามากค่าา

    Like

  3. ยัยเหมียวเริ่มเปิดใจแล้วกรี๊ดดดดดดด

    อยากจะหยิกแก้มน้องให้ยืดไปถึงหน้าปากซอย ทำไมหนูน่าฟัดได้ขนาดนี้ลูก เฮียเบคไม่มีทางทนได้หรอก!!! จับกดเล–//โดนตบ

    ชอบการแลกกันตรวจเปเปอร์มากค่ะ มันมีแต่เพื่อนสนิทกับแฟนเท่านั้นแหล่ะที่ทำแบบนี้ ฮืออออ T//T

    ส่วนนายเจเจ… ทิ้งทวนได้ค้างมากค่ะะะ หนูยูริจะวันไนท์สแตนกับเฮียแบคแล้วมันทำไมห้ะะะ มันมีอะไรรรร T__T

    ขอบคุณสำหรับฟิคฮุๆฮิๆอีกเช่นเคยนะคะะะ ติดตามต่อค่าาา

    ปล.คุณ ศ.วิคเตอร์นี่เรานึกภาพตามเป็นลุงหัวเหม่งเลยค่ะ 5555555

    Like

  4. โอ้ยยยย น่ารักมากเลยค่าา น้องเริ่มเปิดใจแล้ว ดูอารมณ์ดียยย โอตาเบคก็คูลเหลือเกิน ฮืออออ
    ว่าแต่ทำไมเจเจพูดแบบนั้น มีซัมตริงอะไรกันนี่ อยากรู้มากเลยค่ะ แงงงงง จะรอติดตามอ่านต่อนะค่าา > <

    Like

  5. ยูริใสๆเลยลูก น่าย้ากกกก~ พอได้อ่านคำบรรยายที่ว่า ครั้งแรกๆที่เจอพี่เบคยูริไม่ชอบเลย แต่ตอนนี้กลับนั่งด้วยกันแล้วก็สนิทสนม รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเลยค่ะ >< ว่าแต่ จบค้างจริงๆด้วยนะคะ 5555 เป็นแบบวิดีโอ wttm ตัวแรกที่ปล่อยมาเลยค่ะ ทิ้งให้อยากแล้วจากไป ตอนนี้สงสัยมากๆว่าเจเจถึงตกใจขนาดนั้น อยากอ่านต่อแล้วละค่าาา ❤

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s