[Yuri!!! On Ice Fic][LeoGuanghong] but my heart is as warm as honey in the sun for you (2)

 
 
 
but my heart is as warm as honey in the sun for you
ユーリ!!! on ICE fanfiction by Tippuri~ii* 
 

 
Pairing: Leo x Guang-Hong
Fandom: ユーリ!!! on ICE

 

 * แฟนฟิคชั่นเเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรเตอร์และแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น และแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น BL…ถ้าใครไม่ชอบแนะนำให้ปิดค่ะ *

 

 

 
****************************
 
note: เป็นหนึ่งในฟิคของจักรวาล yuri on ice coffeeshop AU ของเราค่ะ พิชิตบาริสต้านั่นแหละ
 
****************************

 

[*] Link บทแรก >> chapter 1

 

 

Chapter 2

 

 

 

 

 

กวงหงมั่นใจว่าเลโอไม่มีทางสาวความจริงมาจนรู้ได้แน่ว่าข้อความนั้นเป็นลายมือของตน แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกสนิทใจพอที่จะอยากรับงานกะเช้าอีกครั้งอยู่ดีเมื่อพิชิตมาไหว้วานใหม่

 

 

 

 

หนุ่มน้อยปฏิเสธไปสองสามครั้ง และรุ่นพี่ชาวไทยก็ไม่ได้มาถามอีกเพราะไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ แต่กวงหงก็พอจะสังเกตได้ว่าเจ้าตัวยังต้องคุยเรื่องนี้กับเพื่อนอีกหลายครั้ง เพราะถึงไม่มีใครมาบอก กวงหงก็รู้เองว่าตนคือคนเดียวที่น่าจะมารับงานแทนได้ เพียงแต่ไม่มีใครนอกจากพิชิตที่สนิทกับเขามากพอจะกล้ามาขอร้องเท่านั้นเอง

 

 

 

 

ซึ่งถึงจะแอบหวั่นใจอยู่บ้าง แต่กวงหงก็มีเหตุผลพอที่จะรู้ว่าความหวั่นใจนี้ไม่ค่อยจะมีมูลเลย และรุ่นพี่ก็ต้องลำบากกันจะแย่แล้วที่ต้องแบ่งเวลาระหว่างการปั่นงานและอ่านสอบ ทำให้เขาใจอ่อนยอมตกลงแลกกะในที่สุดเพราะอยากช่วยคนอื่นเท่าที่ตนช่วยได้

 

 

 

 

การแลกกะครั้งที่สองนี้ไม่มีเหตุการณ์กระชั้นชิดให้สติแตกแบบครั้งแรก แต่สุดท้าย…เลโอก็ปรากฏตัวขึ้นที่ร้านอยู่ดี หากคราวนี้ กวงหงเตรียมใจไว้พร้อมแล้ว นั่นจึงทำให้หนุ่มน้อยขอตัวออกจากตำแหน่งแคชเชียร์ได้อย่างเนียนๆ และไปรับหน้าที่คนชงกาแฟในมุมที่หันหน้าหนีเคาเตอร์ด้วย

 

 

 

 

หากสถานการณ์เดิมก็กลับมาอีกครั้ง…กวงหงพบว่าตัวเองถือถ้วยคาปูชิโนร้อนขนาดกลางไว้ในมือ อ้อยอิ่งในการจะวางมันให้พร้อมเสิร์ฟเพราะมัวแต่มองแจ็คเก็ตถ้วยสลับกับมาร์คเกอร์ในมือ

 

 

 

 

ไม่ดีหรอก เสียงของความระแวดระวังดังในหัว ครั้งเดียวอาจจะรอดตัว แต่ครั้งที่สองนี่มันวางใจไม่ได้หรอกนะ

 

 

 

 

แต่ในขณะเดียวกัน เสียงของความหวังอันบ้าบิ่นก็พูดขัด

 

 

 

 

แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะ ในเมื่อครั้งแรกเขาก็ยังไม่รู้เลยนี่ แล้วเขาจะมารู้ได้ตอนครั้งที่สองได้ไง

 

 

 

 

กวงหงกลืนน้ำลาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเสียงหลังนี้เริ่มดังกลบเสียงแรกขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

 

 

 

 

และยังไงก็ตาม…เลโอก็ไม่ได้รู้จักนายจนจะมีชื่อนายติดในกลุ่มคนที่เขาสงสัยด้วยซ้ำเลยนี่นา

 

 

 

 

ความจริงที่ทั้งช่วยปลอบใจและก็ทำให้เจ็บเบาๆ นี้เป็นตัวผลักให้กวงหงตัดสินใจได้ในที่สุด ดวงตาสีน้ำตาลลอบมองไปทางคนที่ยืนกดจอมือถือเล่นอยู่ เฮดโฟนที่เจ้าตัวสวมอยู่คงทำให้สรรพเสียงรอบตัวถูกปิดกั้นไปไม่น้อย วงหน้าคร้ามแดดนั่นกำลังยิ้มอยู่กับอะไรสักอย่างที่อ่านจากหน้าจอ รอยยิ้มที่กวงหงไม่อยากจะเดาเลยว่ามีสาเหตุมาจากอะไร(หรือใคร)…เขาจึงเลื่อนสายตาลง มองเสื้อยืดใต้แจ็คเก็ตกันหนาวของเจ้าตัวแล้วก็ตัดสินใจได้ว่าจะเขียนอะไร

 

 

 

 

เลโอเดินมารับถ้วยกาแฟเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง เขายัดมือถือลงในกระเป๋าให้ตัวเองมือว่าง ไม่ได้สนใจที่จะปิดคลิปหมาทำอะไรตลกๆ ที่ดูอยู่เมื่อครู่ ก่อนจะหยิบถ้วยกาแฟพร้อมเปิดฝามันไปด้วยระหว่างการก้าวเดินไปยังเคาเตอร์น้ำตาล ตั้งใจเหมือนทุกทีที่จะเติมผงซินนามอนลงไปเพิ่มเติม

 

 

 

 

ซึ่งก็เพราะมันเป็นเรื่องเมื่อสัปดาห์ก่อนแถมเกิดขึ้นครั้งเดียว เลโอจึงลืมไปสนิทแล้วจนกระทั่งได้เห็นข้อความสั้นๆ นั่น…หมึกสีดำชัดเจนบนกระดาษสีน้ำตาล

 

 

 

 

ฉันก็ชอบเพลงนี้เหมือนกัน 🙂

 

 

 

 

เลโอก้มมองเสื้อตัวเองทันทีโดยอัตโนมัติ…เสื้อยืดของเขามีเนื้อเพลงของวง Walk The Moon สกรีนอยู่ มันเป็นเพลงที่เขากับกลุ่มเพื่อนกำลังหัดซ้อมเล่นตามอยู่ นั่นจึงทำให้เลโอนึกสนุกซื้อเสื้อตัวนี้มาเมื่อเจอมันอยู่บนราวในร้านมือสอง

 

 

 

 

ข้อความนี้จึงบอกชัดเจน…คนเขียนมันคือใครสักคนด้านหลังเคาเตอร์นั่น ใครสักคนที่คงได้เห็นเขาแบบจังๆ หน้าจนอ่านเนื้อเพลงนี่ทัน

 

 

 

 

ดวงตาสีเทาเข้มมองไปยังกลุ่มบาริสต้า แต่ทุกคนก็ดูจะง่วนกับงานของตัวเองและเคลื่อนที่ไปมาเพื่อชงเครื่องดื่มอยู่จนไม่ต้องพูดถึงเขียนข้อความเลย เลโอไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีใครว่างมาสนใจมองเขา

 

 

 

 

แต่มันก็ต้องมีใครสักคนสิน่า…ใครสักคนในกลุ่มนั้นนั่นแหละ

 

 

 

 

เลโอได้แต่มองพร้อมถอนหายใจอย่างฮึดฮัด ครั้งแรกนั้น…มันไม่ได้ทำให้เขางุ่นง่านใจอะไรนัก เพราะเขาคิดว่าคงเป็นการเล่นแผลงๆ เสียมากกว่า แต่เมื่อมีข้อความที่สองแบบนี้ ความสงสัยก็เริ่มก่อตัวแล้วเพราะรู้แน่นอนแล้วว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

 

 

 

 

ชายหนุ่มคงจ้องต่ออีกนิดไปแล้วราวกับแค่มองเฉยๆ ความจริงก็จะปรากฏขึ้นเอง แต่ตัวเลขบนนาฬิกาก็บังคับให้เขาต้องเลิกคิดเรื่องนี้ มือสีแทนเหยาะผงซินนามอนใส่กาแฟของตัวเอง ก่อนจะปิดฝาแล้วรีบรุดออกไป

 

 

 

 

ซึ่งแน่นอนว่าตลอดเวลาตรงนั้น เครื่องชงกาแฟขนาดใหญ่บังร่างกวงหงไว้ได้มิดระหว่างที่เขาแอบมองอีกฝ่ายตั้งแต่ต้นจนจบ

 

 

 

 

 

**

 

 

 

หนุ่มน้อยชาวจีนยังได้มีโอกาสสลับมาทำงานกะเช้าอยู่อีกหลายทีหลังจากนั้น แน่นอนว่าเขาเจอเลโอบ้างไม่เจอบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีการเขียนข้อความใดๆ เพิ่มเติมเพราะน้ำหนักของการกระทำสองครั้งก่อนก็ทำให้กวงหงแอบหวาดระแวงอยู่ไม่น้อยว่าเลโอจะจับได้ว่าเป็นเขา

 

 

 

 

แต่สุดท้าย ในวันพฤหัสที่เขาแลกกะมาทำงานตอนเช้าอีกแล้ว กวงหงก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้เขาก้าวข้ามความหวาดระแวงของตัวเองไปได้อย่างง่ายดาย

 

 

 

 

ไม่ใช่เรื่องเดายากว่าสิ่งสิ่งนั้น—คนคนนั้น—คือเลโอ เดอ ลา อิกลาเซียคนเดิม เพียงแต่วันนี้เพิ่มเติมมาด้วยการที่เจ้าตัวรวบผมครึ่งศีรษะ มันยุ่งนิดๆ ด้วยแรงลมก็จริง หากกลับดูเข้ากันอย่างประหลาดตอนที่เลโอเข้ามาในร้านอย่างกระหืดกระหอบ

 

 

 

 

“คาปูชิโน…” นิสัยใจเย็นที่กวงหงสังเกตได้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วทำให้ชายหนุ่มผมน้ำตาลแดงยังสามารถยิ้มอย่างเป็นมิตรให้บาริสต้าตรงแคชเชียร์ได้อยู่แม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวกำลังอยู่ในขีดอันตรายของการไปเข้าเรียนสาย “ร้อนนะ ถ้วยกลาง…แค่นี้แหละ…”

 

 

 

 

“อะ โอเค…” เหตุผลที่กวงหงรู้ว่าเลโอกำลังยิ้มอย่างใจเย็นนี้ก็เพราะวันนี้เขาหนีหน้าที่การเป็นแคชเชียร์ไม่ทันแล้ว หนุ่มน้อยจึงได้แต่ยืนยิ้มสู้สถานการณ์หัวใจเต้นกระหน่ำของตัวเอง ก้มหน้ามองแต่หน้าจอขณะกดออเดอร์ “เบอร์สามสิบเอ็ดนะครับ รอเครื่องดื่มสักครู่นะครับ…”

 

 

 

 

เลโอคงกำลังอยู่ในความเร่งรีบจริงๆ เพราะเจ้าตัวไม่ได้สังเกตเลยว่าบาริสต้าตรงแคชเชียร์วันนี้พูดจาเสียงเบากว่าปกติ มือคร้ามแดดนั่นแค่รับใบเสร็จไป ก่อนจะรีบรุดไปตรงจุดยืนรอรับกาแฟ

 

 

 

 

กวงหงไม่ไปเป็นฝ่ายชงกาแฟเหมือนทุกทีแล้วเพราะกลัวเลโอจะสังเกตได้ แต่เมื่อคาปูชิโนถ้วยนั้นถูกชงเสร็จแล้ววางไว้รอเสิร์ฟ เขาก็อาศัยจังหวะวุ่นวายของเหล่าบาริสต้าในการรีบโฉบผ่านเข้าไป สวมแจ็คเก็ตกระดาษที่ตนเขียนข้อความไว้แล้วลงบนถ้วยกาแฟ ก่อนจะรุดกลับไปยังแคชเชียร์ดังเดิม

 

 

 

 

และเพราะเลโอสายจนไม่มีเวลาเติมซินนามอนแล้วนั่นเอง ที่เขามาสังเกตได้เอาก็ตอนที่อยู่ในห้องเรียนแล้ว

 

 

 

 

หมึกสีดำบนกระดาษสีน้ำตาล ลายมือเดิมกับข้อความใหม่

 

 

 

 

ผมนายวันนี้น่ารักดีจัง

 

 

 

 

เลโอสำลักกาแฟพร้อมหน้าแดงวาบทันที เสียงค่อกแค่กอึกอักที่ทำให้อาจารย์ประจำวิชาทักขึ้นกลางการสอน

 

 

 

 

“สงสัยอะไรกับที่ผมพูดไปรึเปล่ามิสเตอร์เดอ ลา อิกลาเซีย?”

 

 

 

 

“มะ ไม่มีครับ…” เลโอยิ่งหน้าร้อนกว่าเก่าเมื่อคนทั้งห้องหันมา และหลายๆ คนเริ่มอมยิ้มแล้วกับท่าทางเขินหนักของเขา “ขอโทษครับโปรเฟสเซอร์…”

 

 

 

 

เห็นได้ชัดว่าอาจารย์แค่จะแซวเล่นเท่านั้น เพราะเจ้าตัวแค่ยิ้มขันๆ แล้วก็หันกลับไปบรรยายเนื้อหาต่อ แต่เลโอนั้นยังคงค้างอยู่ในสภาวะเขินหนักมากเหมือนเดิม ดวงตาสีเทาเข้มอ่านข้อความนั้นเป็นรอบที่สอง ก่อนจะฟุบหน้าลงกับสมุดโน้ตเพื่อเก็บกลั้นเสียงครางฮึ่มฮั่มเบาๆ ของตัวเอง

 

 

 

 

รอครั้งที่สี่ก่อนเถอะ ชายหนุ่มหมายมั่นกับตัวเอง ถ้ามีครั้งที่สี่ เขาก็จะไม่อยู่เฉยๆ แล้วเหมือนกัน

 

 

 

 

 

**

 

 

 

ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจเช่นนั้น การไปสตาร์บัคส์ทุกครั้งของเลโอก็กลายเป็นอะไรที่ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงการลุ้นผลรางวัลลอตเตอรี่ เพราะเขารู้ดีว่าทุกครั้งที่แวะเวียนเข้าไปนั้นหมายถึงความเป็นไปได้ของการได้ข้อความฉบับที่สี่จากบาริสต้าปริศนาคนนั้น

 

 

 

 

ถ้าให้เดาจากข้อมูลที่มีตอนนี้ก็คือ…บาริสต้าคนที่ว่านี่คงเรียนชั้นปีและคณะเดียวกับเขา คงเคยคุยกับเขามามากแล้วจนพัฒนาความรู้สึกได้แบบนี้ และก็คงทำงานกะเช้าเป็นประจำแน่ๆ เลย

 

 

 

 

ความคาดหวังอันจดจ่อนี้คงทำให้เลโอมีสีหน้ายุ่งๆ โดยไม่รู้ตัว เพราะสุดท้าย…หลังจากการรอแล้วรออีกและกาแฟถ้วยแล้วถ้วยเล่า บาริสต้าปริศนาคนนั้นก็ส่งข้อความที่สี่มาในที่สุด

 

 

 

 

ยิ้มหน่อยสิ ฉันชอบตอนนายยิ้มมากๆ เลยนะ

 

 

 

 

นี่นับว่าเป็นข้อความที่ยาวกว่าที่ผ่านๆ มา เพราะมีประโยคเติมต่อมาราวกับคนเขียนตัดสินใจเพิ่มมันเข้ามาทีหลัง

 

 

 

 

นายโอเคใช่มั้ยน่ะ?

 

 

 

 

เขาได้รับข้อความนี้ในตอนเช้าเหมือนเคย และเพราะตอนนั้นยังไม่มีไอเดียดีๆ สำหรับการตอบ เลโอจึงแวะกลับเข้าไปที่ร้านอีกครั้งในตอนบ่ายหลังเลิกเรียนแล้ว

 

 

 

 

“สวัสดีครับ!” บาริสต้าด้านหลังเคาเตอร์อายุมากกว่าเขา แต่รอยยิ้มของเจ้าตัวก็สดใสเหลือใจราวกับทานตะวันใต้แสงแดด “รับเป็นอะไรดีครับ?”

 

 

 

 

“ไม่ล่ะ เอ่อ…คือว่า…” เลโอเพิ่งมานึกได้ตอนนั้นเองว่าตนไม่มีแผนการในการส่งข้อความกลับไปหาบาริสต้าปริศนาคนนั้นเลย “คือว่า…ผมขอแจ็คเก็ตถ้วยกาแฟสักอันได้มั้ย?”

 

 

 

 

บาริสต้าคนนั้นกะพริบตานิดหน่อยราวกับงงกับคำขอนี้ แต่ก็ยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ดังเดิม “ได้สิครับ รอสักครู่นะครับ”

 

 

 

 

แจ็คเก็ตกระดาษสีน้ำตาลถูกส่งมาให้ ซึ่งเลโอก็รับมาพร้อมกล่าวขอบคุณ ก่อนจะล่าถอยไปที่โต๊ะว่างๆ แถวนั้นเพื่อเขียนข้อความ

 

 

 

 

เขาเดินกลับที่เคาเตอร์แคชเชียร์ใหม่ บาริสต้าคนเดิมยิ้มมาให้

 

 

 

 

“ผม…เอ่อ…” เลโอเริ่มต้น บอกให้ตัวเองไม่เขินแล้วพูดๆ อธิบายออกไปซะที “ผมรู้ว่านี่มันแปลกมาก แต่คุณช่วยถามๆ หน่อยได้มั้ยว่ามีบาริสต้าคนไหนรู้จัก…เอ่อ เลโอมั้ย ถ้ามี ก็ฝากนี่ให้เขาที ได้มั้ยครับ?”

 

 

 

 

บาริสต้าผมดำคนนี้ไม่ปิดบังสีหน้าแล้วว่ากำลังงงสุดขีดกับคำขอของเขา แต่ก็รับแจ็คเก็ตกระดาษไปโดยดี ยิ้มละไมพร้อมยืนยันให้ว่าตนจะไม่อ่านข้อความในนั้นแน่นอน

 

 

 

 

เลโอยิ้มอย่างขอบคุณ ก่อนจะตอบแทนบาริสต้าใจดีคนนี้ด้วยการซื้อช็อกโกแล็ตพายกลับบ้านหนึ่งชิ้น

 

 

 

 

 

**

 

 

“นายรู้จักคนชื่อเลโอรึเปล่าน่ะ?”

 

 

 

 

โค้ทในมือของเขาร่วงกราวลงไปกองบนพื้นทันทีที่กวงหงได้ยินคำถามนี้จากปากพิชิต มันเป็นบ่ายของวันต่อมาหลังจากที่เขาเขียนข้อความฉบับที่สี่ออกไป ข้อความที่ยาวกว่าทุกทีเพราะหนุ่มน้อยรู้สึกว่าเลโอมีสีหน้ายุ่งๆ ชอบกลจนอดไม่ได้ที่จะถามออกไปอย่างเป็นห่วง ซึ่งความยาวของข้อความนี่เองที่ทำให้อาการวิตกจริตของกวงหงยิ่งถ่วงถมมาหนักกว่าปกติ จนแค่คำถามที่ไม่ได้บอกอะไรได้เลยแบบนี้ก็ทำให้สติแตกไปแล้วกว่าครึ่ง

 

 

 

 

“อะ อะไรเหรอ???” เขาพยายามถามด้วยท่าทางปกติ หยิบเสื้อโค้ทกลับขึ้นมาราวกับนี่เป็นแค่อาการมือลื่นทั่วๆ ไป “ฉันก็รู้จักอยู่เลโอเดียวน่ะ…คนที่วันก่อนโน้นแวะเข้ามาไง”

 

 

 

 

“ฉันจำไม่ค่อยได้แฮะ…” พิชิตครุ่นคิด “ใช่คนที่ผมสีน้ำตาลแดงๆ รึเปล่าเหรอ เพราะเมื่อวานเขามาฝากของไว้น่ะ”

 

 

 

 

หัวใจของกวงหงยิ่งเต้นกระหน่ำ “น่าจะใช่แหละ…”

 

 

 

 

ทำเป็นก้มหน้าก้มตาแขวนโค้ทตอนเอ่ยถามต่อเนียนๆ “เขาฝากอะไรไว้เหรอ?”

 

 

 

 

“เขาบอกว่าฝากให้ถามทีน่ะว่ามีพวกเราคนไหนที่รู้จักเขามั้ย ถ้ามีก็ให้ฝากให้คนนั้น นี่ฉันคุ้นๆ เหมือนนายเคยพูด แต่ไม่แน่ใจ ก็เลยเก็บไว้ถามนายคนแรก” พิชิตอธิบายยาวเหยียด ก่อนจะหยิบชิ้นกระดาษสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนเครื่องแบบ “ถ้างั้นก็คงฝากให้นายนั่นแหละนะ…นี่เลย ฉันไม่ได้อ่านนะ สบายใจได้”

 

 

 

 

“ขะ ขอบคุณ…” กวงหงเอื้อมมือไปรับมา รู้สึกเหมือนทั้งตัวและในหัวเบาหวิวไปหมด ปะปนกับอาการใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ “เอ่อ…พิชิต…”

 

 

 

 

อีกฝ่ายส่งเสียงฮึมฮัมเป็นเชิงว่าฟังอยู่ ยิ้มอ่อนโยนให้ด้วย

 

 

 

 

“เอ่อ…ช่วย…” กวงหงพูดเสียงเบา “ช่วยอย่าบอกเขาได้มั้ย…ว่านายเอาให้ฉันน่ะ”

 

 

 

 

พิชิตยังคงมีสีหน้างงๆ แต่ก็ไม่ถามอะไร แค่ยิ้มพร้อมพูดอย่างสุภาพให้กวงหงไม่ต้องห่วง แล้วก็แยกตัวออกไป ทิ้งเขาไว้ในความเป็นส่วนตัวตามลำพัง

 

 

 

 

กวงหงสูดลมหายใจลึกๆ…และหลังจากเตรียมใจอยู่สักพัก เขาก็ตัดสินใจพลิกชิ้นกระดาษขึ้นมาให้จบๆ ไป

 

 

 

 

หากการเตรียมใจที่คิดว่าเพียงพอแล้วก็พังลงจนสิ้นตั้งแต่ตอนที่ได้เห็นเส้นปากกาบนเนื้อกระดาษแล้ว

 

 

 

 

ฉันโอเคดี ขอบคุณสำหรับข้อความนะ กวงหงอ่าน ไม่ได้ตั้งใจเลยในการจินตนาการเนื้อความนี้ด้วยเสียงของคนเขียน แล้วมันก็แอบไม่ยุติธรรมเลยนะที่นายรู้จักฉันอยู่คนเดียวน่ะ

 

 

 

 

ท้ายประโยคคือรูปอีโมติคอนที่เจ้าตัวคงหวังจะให้มันเป็นสีหน้างอนๆ จนแก้มป่องเล็กน้อย

 

 

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้อ่านไปนี่ก็ทำให้กวงหงจะแย่อยู่แล้ว เจ้ารูปวาดนี่จึงเป็นอะไรที่ไม่ต่างจากกรรไกรที่มาตัดด้ายบางๆ เส้นสุดท้ายเลย…หนุ่มน้อยยกมือขึ้นปิดหน้า รับรู้ได้บนฝ่ามือว่าผิวแก้มของตนนั้นร้อนจัดไปหมดแล้ว

 

 

 

 

และทั้งๆ ที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะคุมตัวเองให้ได้…แต่นาทีนี้ ในความรู้สึกของเขานั้นก็ไม่มีสิ่งอื่นใดเลย นอกจากความเขินอันมากมายจนเหมือนใจจะละลายลงได้ทุกเมื่อแบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 tbc.

***************************

ทำcomment boxเป็นกูเกิลดอคแล้วค่ะ ไม่ต้องlog inอะไรเลย สะดวกดี จะเรื่องเก่าเรื่องใหม่ เรื่องไหนๆก็เม้นได้หมดเลยนะคะ ❤

>>Tippuri~ii* ♥ COMMENT BOX<<

(แต่ถ้าสะดวกเม้นในเอนทรีเหมือนเดิมก็ได้ค่ะ >< ขอบคุณมากนะคะ)

*************************

 

 

สวัสดีค่ะ เรากลับมาทางฝั่งผู้ชายไถลน้ำแข็งกันบ้างนะคะฟฟฟฟ

 

 

ไม่แน่ใจว่ามีคนชิปคู่นี้เยอะไหม และไม่แน่ใจว่ามีคนอ่านฟิคเรื่องนี้เยอะไหม…แต่เราต้องขอโทษงามๆ มา ณ ที่นี้เลยค่ะที่ไม่อัพทางแพร์นี้เลยฟฟฟฟ เขียนไว้นานแล้ว แต่มัวแต่ไปอัพเรื่องอื่นซะงั้น แงๆๆๆๆ

 

เคมีคู่นี้ก็เป็นเคมีอีกแบบที่เราชอบค่ะ เพื่อนสนิท(ตามในอนิเมะ)ที่ชอบอะไรคล้ายๆกัน เป็นแพร์ที่เหมาะกับคำว่าตะมุตะมิมากๆๆๆๆๆเลยค่ะฮืออออ และเราคิดด้วยว่า น้องกวงอาจจะดูขี้อาย แต่ถ้าลงมือทำจริงแล้วคือสายโหดแน่นอนค่ะ อย่าลืมนะคะว่าน้องเป็นคนที่สเก็ตเพลงที่มโนว่าตัวเองฆ่าชาวบ้านเยอะแยะไปหมด(….) เราคิดว่าในเรื่องเนี่ย…น้องกวงอาจพร้อมฆ่าทุกคนที่นินทาเลโอค่ะก้ากกก ส่วนเลโอก็ได้ฟีลผู้ชายใจดีอบอุ่นมากๆ ///// แนวอปป้าผู้แสนดี คาร์แรคเตอร์พี่ช๊ายพี่ชายมากๆค่ะ

 

บทนี้รู้สึกว่ายาวเป็นพิเศษ ถือซะว่าสมนาคุณจากที่ดองไว้แล้วกันนะคะฟฟฟฟ orz

 

 

 

ด้วยรักและมาชิปเรือนี้กันเถอะนะคะฟหกด

 

 

ทิพย์เอง

 

***************************

ทำcomment boxเป็นกูเกิลดอคแล้วค่ะ ไม่ต้องlog inอะไรเลย สะดวกดี จะเรื่องเก่าเรื่องใหม่ เรื่องไหนๆก็เม้นได้หมดเลยนะคะ ❤

>>Tippuri~ii* ♥ COMMENT BOX<<

(แต่ถ้าสะดวกเม้นในเอนทรีเหมือนเดิมก็ได้ค่ะ >< ขอบคุณมากนะคะ)

*************************

Advertisements

7 responses to “[Yuri!!! On Ice Fic][LeoGuanghong] but my heart is as warm as honey in the sun for you (2)

  1. น่ารักมากๆเลยค่าาาา อ่านไปยิ้มไป แก้มจะแตกแล้ว

    Like

  2. โอ้ย พี่ทิพย์ค่ะ มันน่ารักแบบ over 9000!! มากๆค่ะ ฮือ น่ารักแบบบ้าบอสุดๆไปเลย! อ่านแล้วยิ้มเหมือนคนบ้าเลยค่ะแง หุบยิ้มไม่ได้จริงๆ เขินกว่าทั้งคู่ก็เรานี่แหละค่ะ ทำไมน่ารักแบบนี้ โอ้ย ใจโดกิๆเลยค่ะ ตอนแรกก็ขึ้นเรืออยู่แล้วนะคะ แต่ตอนนี้พี่ทิพย์ทำให้เราอยากจ้วงพายเรือรัวๆเลยค่ะแง เคมีคู่นี้มันละมุนจริงๆเลย ยิ่งอ่านไปนึกถึงเพลง honey in the sun นี่ยิ่งอินเลยค่ะ

    Like

  3. ซีรี่ย์นี้อ่านรีมาหลายรอบทุกคู่ ชอบทุกคู่ด้วยค่ะ มันทำให้ทุกครั้งเราที่เข้าสตาร์บัคแล้สเผลอจิตนาการตามจนหลุดยิ้มบ่อยๆ รอติดตามทุกคู่ต่อนะคะ (≧∇≦)b

    Like

  4. คู่นี้เป็นอะไรที่น่ารักมากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ โอ้ย เขินแทน นี่ขนาดแค่จีบกันผ่านตัวหนังสือ ถ้าเจอหน้ากันนี่แบบ แงง ต้องเขินหนักมากแน่ๆ เลยค่ะ แล้วจะรอติดตามอ่านต่อนะค่าา

    Like

  5. ตอนนี้น่ารักสุดๆไปเลยค่าา ฮือออ คู่นี้นี่ละมุนมากจริงๆ เอาใจช่วยให้เลโอรู้ตัวคนส่งเร็วๆนะคะ >< ❤

    Like

  6. กวงหงซินนามอนโรลมากเลยค่ะ นุ่มๆอุ่นๆฟินๆ ฮืออออ น่าาารักกกกกกก

    Like

  7. ทิพย์คะเราเขินนนนนนน
    ฮือออออออออออออออออออ
    รักความเป้าหมายมีไว้พุ่งชนของน้องกวงมาก พี่เชียร์หนูสุดใจเลยลูกเอ้ย
    คู่นี้น่ารักมากเลยค่ะ ดูเด็กน้อยใสๆแต่ความน่ารักนี่ชวนเขินใจละลายมากเลย~

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s